สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 167 : ภาค 2-บท 67 ร้านเครื่องประดับที่วุ่นวาย(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 634
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 98 ครั้ง
    13 เม.ย. 63

ณ เกาะครีอัสเอล ภายในภัตตาคารระดับสูงแห่งหนึ่ง

 

ภายในตลาดนัดใกล้ ๆ ร้านอาหารแห่งนี้ยังคงมีความเจริญรุ่งเรืองเหนือกว่าตลาดนัดปกติ ไม่ว่าจะเป็นระบบทำความสะอาดที่ยอดเยี่ยม การจัดหมวดหมู่และการเก็บค่าเช่าที่ชัดเจน

 

ร้านอาหารหลายร้านก็มีเปิดอยู่ไม่ไกลจากตลาดนัดนัก ในแถบนี้เรียกได้ว่าเป็นย่านการค้าที่ทันสมัยที่สุดของประเทศไทยเลยทีเดียว และกฤติธีเองก็ต้องการนำเสนอสิ่งนี้

 

ไม่มีใครที่ทราบและรู้ถึงจุดประสงค์ของนักบุญศักดิ์สิทธิ์ท่านนี้แม้แต่คนเดียว ดังนั้นสิ่งที่จะต้องทำคือดูแลให้ดีที่สุด

 

กำหนดการของกฤติธีคือพาท่านนักบุญไปทานอาหารที่ภัตตาคาร แล้วหลังจากนั้นก็เดินชมตลาดนัด

 

"สถานที่แห่งนี้คือร้านอาหารที่ดีที่สุดของประเทศเรา" กฤติธีกล่าวขึ้นและนำทางนักบุญศักดิ์สิทธิ์ไปยังชั้นสองของร้านอาหาร

 

ทั้งโต๊ะและเก้าอี้เองก็ถูกจัดไว้เป็นพิเศษเพื่อแขกคนสำคัญ ในขณะเดียวกันจานอาหารมากมายก็ถูกเสริฟ์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

 

ซึ่งมันก็เป็นที่แน่นอนว่าอาหารแต่ละอย่างย่อมเป็นอาหารประจำชาติไทย ที่ถูกปรุงแต่งรสชาติมาอย่างดีแล้ว

 

นักบุญศักดิ์สิทธิ์นั่งลงกับโต๊ะอาหารและเริ่มทานด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย

 

ข้าอยู่ที่นี่มาหลายวันแล้วแต่ยังหาไม่พบเสียที นักบุญศักดิ์สิทธิ์คิดในใจ

 

เธอเฝ้ามองและตามหาผู้ที่เป็นไปตามคำทำนายของเทพอัลเมเนียมาเนิ่นนานอีกทั้งยังส่งจดหมายบอกไปยังนักบุญศักดิ์สิทธิ์คนอื่น ๆ อีก ถ้าให้ตัวเธอกลับไปมือเปล่าคงมีแต่ทำให้พวกเธอผิดหวัง

 

นักบุญศักดิ์สิทธิ์แห่งอาณาจักรทางตอนเหนือคนนี้มีทักษะเวทหนึ่งที่พิเศษเหนือกว่านักบุญศักดิ์สิทธิ์คนอื่น ๆ และนั่นก็คือทักษะญาณทิพย์

 

มันเป็นทักษะที่ทำให้นักบุญศักดิ์สิทธิ์รับรู้ได้ถึงสายเลือดและพลังพิเศษที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายได้ ซึ่งนักบุญจากตอนเหนือคนนี้ก็มีญาณทิพย์ที่ดีกว่านักบุญคนอื่น ๆ

 

ในตลอดเวลาที่ผ่านมาบนเกาะครีอัสเอลเธอจะพบก็เพียงแค่สายเลือดมนุษญ์ธรรมดา ๆ เท่านั้น แต่วันนี้เองที่มันจะไม่เหมือนเดิม

 

"สายเลือดมังกรขาว ?" นักบุญเอ่ยขึ้นพร้อมกับวางช้อนอาหารในมือลงกับจาน

 

เธอสามารถรับรู้ได้จากระยะไกลแตกต่างจากเรติน่าที่ต้องสัมผัสร่างกายของผู้ที่ต้องการตรวจสอบก่อน

 

ตัวอย่างเช่นในตอนของเครกกว่าเรติน่าจะยืนยันได้ว่าเครกมีสายเลือดขุนศึกเทวะจริงก็ต้องกุมมือก่อนเพื่อตรวจสอบให้แน่ชัด ซึ่งนั่นก็แตกต่างจากนักบุญทางตอนเหนือคนนี้ที่ใช้ญาณทิพย์ในการรับรู้

 

สายเลือดมังกรขาวนั้นเคยถูกบันทึกไว้ว่า เป็นสายเลือดที่ถูกพบเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อหนึ่งพันปีก่อน

 

นี่อาจจะเป็นผู้ที่เธอพยายามเฝ้าหามาตลอด ผู้ที่มีสายเลือดมังกรขาวย่อมไม่ธรรมดา ตามประวัติศาสตร์แล้วสายเลือดมังกรขาวคือสายเลือดที่เป็นรองเพียงสายเลือดขุนศึกเทวะเท่านั้น (ทางด้านทักษะป้องกัน)

 

นักบุญศักดิ์สิทธิ์ลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้และมุ่งหน้าไปยังทิศของผู้ที่มีสายเลือดมังกรขาวอยู่ทันที

 

เธอเดินผ่านประตูเลื่อนของทางร้านอาหารออกไปโดยมีกฤติธีและคนอื่น ๆ ตามไปติด ๆ

 

"ท่านจะไปที่ไหนเหรอครับ" กฤติธีถามด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก

 

ตัวกฤติธีเขากำลังกังวลใจอยู่ว่านักบุญศักดิ์สิทธิ์อาจจะไม่พอใจในรสชาติอาหาร จนอยากจะหนีไปคายทิ้ง

 

เมื่อกฤติธีสังเกตเห็นว่านักบุญกำลังจดจ่อกับอะไรบางอย่างจนไม่ได้ยินคำพูดของเขา ประธานบริษัทจึงตัดสินใจยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาอาจาร์ยเอลทันที

 

"เอล ฝากตรวจสอบทางเข้า 7 ด้วยดูเหมือนท่านนักบุญของเรากำลังมุ่งไปที่นั่น"

 

"นายทำบ้าอะไรลงไป ในกำหนดการมันอีก 9 นาทีไม่ใช่รึไง" อาจารย์เอลตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจ

 

"ฉันก็ไม่แน่ใจ แต่ทำงานก่อนเถอะ" กฤติธีตัดสายและเริ่มติดต่อหน่วยคุ้มกันทีมอื่นทันที

 

ที่ร้านขายเครื่องประดับ

 

กันต์กานต์และเล็กเดินเข้ามาภายในร้านโดยที่กานต์เป็นคนเดินนำหน้า

 

เมื่อประตูเลื่อนของร้านเปิดออกก็ปรากฏให้เห็นพนักงานสาวคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์

 

"ยินดีต้อนรับค่ะ"

 

พนักงานสาวเอ่ยต้อนรับพวกเขาด้วยน้ำเสียงอันเป็นมิตร แต่มันกลับมีอย่างหนึ่งที่ทำให้ตัวกันต์รู้สึกแปลก ๆ ชอบกล

 

"ทำไมเธอถึงดูไม่สดใสเลยล่ะ ?" เล็กพึมพำถามออกมาเบา ๆ

 

ตามปกติแล้วพนักงานต้อนรับมักจะต้อนรับลูกค้าด้วยรอยยิ้มไม่ใช่เหรอแต่นี่กลับมีสีหน้าที่เศร้าหมองและเย็นชา หรือว่าเธอคนนี้กำลังมีเรื่องกังวลใจ

 

"เชิญเลือกชมก่อนได้นะคะ" พนักงานสาวผายมือไปยังทางเครื่องประดับที่ถูกจัดโชว์ในร้าน

 

"แล้วขอลองใส่ได้ไหมคะ" กานต์เอ่ยถาม

 

"ได้ค่ะ แต่กรุณาสวมใส่อย่างทะนุถนอมด้วยนะคะ"

 

หลังจากนั้นทั้งกานต์และเล็กก็เริ่มเดินวนไปรอบ ๆ ร้านเพื่อหาในสิ่งที่ตนเองสนใจ

 

"กันต์ กันต์ นายคิดว่าไงกับกำไลอันนี้" กานต์ชูแขนที่สวมใส่กำไลให้กับกันต์ดู

 

มันเป็นกำไลสีเหลืองเงินพร้อมกับมีรูปสลักลายมังกรคล้ายกับ กำไลมังกรทอง ซึ่งมันก็เคยเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สวมใส่ของผู้กล้าคล็อด

 

ในตอนแรกตัวกันต์เองก็ไม่ค่อยได้สนใจเครื่องประดับมากสักเท่าไหร่ แต่กำไลนี้ดันเป็นของที่จุดประกายต่อมความอยากรู้อยากเห็นของเขาขึ้นมา

 

มือของกันต์ค่อย ๆ เอื้อมไปจับที่กำไลอย่างช้า ๆ ด้วยความสนใจ

 

"คุณลูกค้าของชิ้นนั้นมีมูลค่าสูงมากนะคะ ถ้าเกิดทำมันเสียหายหรือมีมลทินขึ้นมาอาจจะจำเป็นต้องคำนวณค่าความเสียหายกันสักเล็กน้อย"

 

กันต์ที่ได้ยินดังนั้นก็รีบชักมือกลับทันที อะไรของผู้หญิงคนนี้กันนี่เธอโผล่มาที่ด้านหลังของกานต์ตั้งแต่เมื่อไหร่

 

ดูจากเลเวลแล้วก็ไม่น่าจะเกิน 40 ด้วยซ้ำ มันเป็นไปได้ยังไงที่ทักษะสัมผัสเวทจะทำงานพลาดและไม่แจ้งเตือนการมาถึงของเธอให้เขาได้รับรู้

 

"นั่นสินะครับ มันมีลวดลายสลักที่สวยงามมากจริง ๆ" กันต์ตัดสินใจที่จะไม่แตะต้องของภายในร้านสุ่มสี่สุ่มห้าอีกต่อไป

 

พนักงานต้อนรับสาวที่ได้ยินดังนั้นก็หันหลังและเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ตามเดิม

 

"ฉันว่ามันก็เข้ากับเธออยู่นะ แต่เธอจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อละ มันน่าจะเป็นอุปกรณ์มานาด้วยถึงมีราคาสูงแบบนี้" กันต์เอ่ยพลางเหลือบมองไปยังป้ายราคาที่ติดอยู่บนตู้กระจกที่กานต์หยิบกำไลออกมา

 

ราคาของกำไลชิ้นนี้อยู่ที่ 50 ล้านบาทถ้วน บริษัทแมกเทนให้สิทธิพิเศษเรื่องการใช้เงินก็จริง แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวนักเรียนด้วยว่าเหมาะสมที่จะให้ใช้เงินถึงขนาดนี้หรือไม่

 

กานต์ที่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนที่จะเก็บมันกลับคืนตู้กระจกและไล่ดูเครื่องประดับชิ้นอื่น ๆ ต่อ

 

"ไอ้ที่มันห้อยคอเราอยู่จะขายได้เท่าไหร่กันนะ" กันต์เริ่มคิดและลูบคลำไปที่เครื่องรางอนธการ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 98 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #349 Fikusa (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 09:59
    น่าจะได้หลักหมื่นล้านเลยมั้ง คุณสมบัติอลังการขนาดนั้น
    #349
    1
    • #349-1 SuruMaster(จากตอนที่ 167)
      13 เมษายน 2563 / 19:50
      555ก็เป็รไปได้ครับ
      #349-1