มหาจอมเวทเทพอสูร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 298,669 Views

  • 1,134 Comments

  • 8,290 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    47,666

    Overall
    298,669

ตอนที่ 10 : สมาคมปรุงยา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18407
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1590 ครั้ง
    26 ธ.ค. 61

บทที่ 8 สมาคมปรุงยา



            เมื่อมาถึงสมาคมปรุงยา เบอร์ลินเดินนำทหารเข้าไปคุยกับผู้ดูแลที่ยืนอยู่ด้านหน้าประตูสักพักก็นำคนของสมาคมปรุงยาออกมารับตัวคนเจ็บเข้าไปรักษาด้านใน จากนั้นชายชราคนหนึ่ง แต่งชุดคลุมยาวสีฟ้าทับอยู่บนเสื้อสีขาวสะอาด ติดเข็มสกัดรูปใบไม้สีเขียวที่อกด้านขวา ไว้หนวดขาวยาวจนถึงเอว ใบหน้ามีริ้วรอยตามวัยแห่งความแก่ชรา ดวงตาสีน้ำตาล ใบหน้ายิ้มแย้ม รอบกายหอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นของสมุนไพรระดับการบ่มเพาะอยู่ในขอบเขตราชันเวทย์ เดินเข้ามาจากนั้นกำลังจะคุกเข่าทำความเคารพต่อปีเตอร์ แต่ถูกปีเตอร์ห้ามเอาไว้ เนื่องจากชราชายคนนี้ มีอายุมากกว่าปีเตอร์อย่างมาก แม้เขาจะมีตำแหน่งเป็นเจ้าชาย แต่ปีเตอร์ก็ไม่อยากให้คนที่แก่กว่าเขามาคุกเข่าให้  ชายชราเผยรอยยิ้มออกมามากกว่าเดิน



                        ขอบพระทัยองค์ชาย กระหม่อมมีนานว่า อาร์ลัมเป็นหัวหน้าของสมาคมปรุงยาในอาณาจักรอสูรพฤกษา องค์ชายเสด็จมาที่นี่ไม่ทราบว่า มีเรื่องอันใดให้ทางสมาคมปรุงยารับใช้หรือไม่ อาร์ลัมกว่าอย่างนอบน้อม



                        เราสนใจในการปรุงยา ท่านอาร์ลัม พาข้าชมสถานที่แห่งนี้ได้หรือไม่ ปีเตอร์กล่าวเสียงใสใบหน้ายิ้มแย้มเล็กน้อย แสดงถึงความน่าเอ็นดู



                        โอ้!!! ได้สิขอรับ สมาคมปรุงยาเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับองค์ชายปีเตอร์ อาร์ลัมกล่าวอย่างดีใจ การที่มีเชื้อพระองค์ให้ความสนใจในการปรุงยา คงจะสามารถทำให้ความนิยมในการปรุงยาเพิ่มมากขึ้น และอาจจะได้รับทรัพยากรจากทางอาณาจักรเพื่อมาพัฒนาสมาคมมากขึ้นกว่าเดิมก็ได้ เพราะตลอดร้อยปีที่ผ่านมา ความนิยมที่มีต่อการปรุงนั้นลดน้อยลงอย่างมาก 


          เนื่องจากความยากในการปรุงยานั้น ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถเป็นนักปรุงยา คนรุ่นใหม่จึงไปสนใจศาสตร์แห่งเวทย์รักษาที่ฝึกฝนได้ง่ายกว่า เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเพียงอาณาจักรอสูรพฤกษาเท่านั้น แต่มันเกิดขึ้นไปทั่วทั้งดินแดน จำนวนนักปรุงยาลดลง ขัดต่อความต้องการยาที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นนักปรุงยาคนหนึ่งจึงเป็นที่นับถือและเป็นที่ต้องการของทุกอาณาจักร  แม้จะเป็นเพียงนักปรุงยาระดับหนึ่งก็ตาม    ปีเตอร์และเบอร์ลินเดินตามอาร์ลัมเข้าไปภายในสมาคมปรุงยาเมื่อเข้าไปด้านในจะพบกับโถงขนาดใหญ่  ภายในโถงแห่งนี้มีหนุ่มสาว อายุประมาณ สิบห้าถึงสิบแปดปี ต่อแถวอยู่ด้านหน้าโต๊ะตัวหนึ่ง



                        คนพวกนี้เขามาทำอะไรกันหรือท่านอาร์ลัม ปีเตอร์กล่าวถาม



                        เรียนองค์ชาย วันนี้เป็นวันที่สมาคมปรุงยาของเราเปิดรับสมัครนักปรุงยารุ่นใหม่ขอรับ อาร์ลัมเอ่ยตอบด้วยความนอบน้อม



                        เป็นอย่างนี้นี่เอง น่าสนใจจริงๆ ปีเตอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเล็กน้อย  อาร์ลัม สังเกตเห็นความนัยที่แฝงในประโยคนั้น  อาร์ลัมจึงตัดสินใจเอ่ยถามออกไป



                        องค์ชายอยากลองเข้าร่วมการทดสอบเป็นนักปรุงยาหรือไม่ขอรับ



                        ตกลง ตัวข้าก็เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับการปรุงยามาบ้างเล็กน้อย ขอลองดูหน่อยแล้วกัน การทดสอบมีอะไรบ้าง ปีเตอร์กล่าวด้วยเสียงใส เผยรอยยิ้มเล็กน้อย เขาเคยอ่านตำราปรุงยาที่มีอยู่ภายในหอสมุดภายในปราสาท แต่เขายังไม่เคยได้สัมผัสกับการปรุงยาจริงๆ ในยุคสมัยนี้มาก่อนดังนั้นแล้ว นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีในการเก็บเกี่ยวข้อมูลของเขา



                        การทดสอบจะมีทั้งหมดสามรอบขอรับ ในรอบที่หนึ่งเราจะให้เขียนรายชื่อสมุนไพร พร้อมทั้งสรรพคุณ อย่างน้อยหนึ่งร้อยชนิด   ในรอบที่สองจะให้ทำการเขียนสูตรยาที่ตัวเองรู้จักพร้อมทั้งวิธีการปรุงมันขึ้นมาอย่างน้อยห้าชนิด หากผ่านในสองรอบนี้จะได้รับการรับรองเป็นนักปรุงยาฝึกหัด และในรอบที่สามจะให้ทำการปรุงยาขึ้นมาอย่างน้อยหนึ่งชนิด หากทำสำเร็จจะได้รับการรับรองเป็น นักปรุงยาระดับหนึ่ง ขอรับ อาร์ลัมกว่าอธิบายแก่ปีเตอร์พร้อมกับเดินไปหยิบกระดาบ หมึก และปากกา เดินนำปีเตอร์ไปที่โต๊ะเขียนหนังสือตัวหนึ่งในห้องสอบ 



          ท่ามกลางสายตาจับจ้องของหลายคนที่อยู่ภายในสถานที่รับสมัครสอบแห่งนั้น หลายคนต่างสงสัยว่าเด็กน้อยผู้นั้นเป็นใครท่านอาร์ลัมถึงให้การต้อนรับอย่างดี พร้อมทั้งนำแบบทดสอบไปให้ทำอีก คำถามเหล่านี้เกิดขึ้นภายในหัวของผู้มาสมัครสอบทุกคน  ไม่เว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่คุมสอบเองก็สงสัยเช่นกัน การที่จะไม่มีใครจำปีเตอร์ได้นั้นก็คงไม่แปลกเท่าไหร่เนื่องจากตั้งแต่เกิดจนถึงก่อนจะเจอเทพอสูร ปีเตอร์ไม่เคยออกมาตัวปราสาทเลย มีเพียงบุคคลระดับสูงของอาณาจักรแห่งนี้เท่านั้น ที่จะเห็นปีเตอร์อยู่กับองค์ราชินี ในงานพิธีสำคัญๆอยู่บ้าง



            ปีเตอร์เริ่มทำแบบทดสอบแรก จากที่เค้าอ่านตำราปรุงยาจากหอสมุดมาในหัวของเขามีรายชื่อสมุนไพรกับสรรพคุณมากกว่า หนึ่งพันชนิด เขารู้ดีว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นเพียงขั้นพื้นฐาน หากต้องการข้อมูลที่ลึกขึ้นคงต้องหาเอาจากสมาคมปรุงยาเท่านั้น พืชสมุนไพรที่เขาเคยใช้เมื่อหนึ่งแสนปีก่อนล้วนไม่ปรากฏในยุคสมัยนี้แล้วเนื่องจากเวลาที่ผ่านไปอย่างยาวนานนับแสนปี คงทำให้พวกมันสูญพันธุ์หรือหายากอย่างยิ่ง  ปีเตอร์นั่งเขียนไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ก็ส่งกระดาษคำตอบให้กับอาร์ลัม อาร์ลัมรับกระดาษมาแล้วตรวจสอบอย่างละเอียดก็เผยสีหน้าตกใจปะปนกับความประหลาดใจอย่างมาก คำตอบที่ปีเตอร์เขียนนั้นมีรายชื่อสมุนไพรห้าร้อยชนิด พร้อมทั้งสรรพคุณอย่างละเอียดโดยไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่คำเดียว ตรงตามตำราทุกอย่าง



                        โอ้ ไม่คิดว่าองค์ชายปีเตอร์จะมีพรสวรรค์ในด้านการปรุงยาถึงเพียงนี้ น่ายินดี น่ายินดีจริงๆ อาร์ลัมกล่าวอย่างปีติยินดีอย่างยิ่ง การรู้ถึงรายชื่อสมุนไพรกว่าห้าร้อยชนิดนั้นสำหรับมือใหม่แล้วนับว่ามีพรสวรรค์อย่างมาก อาจเทียบได้กับนักปรุงยาระดับหนึ่งเลยทีเดียว   อาร์ลัมยื่นกระดาษในการทดสอบที่สองให้กับปีเตอร์ เขาจะต้องเขียนสูตรยาพร้อมวิธีการปรุงยาอย่างน้อยห้าชนิด   ปีเตอร์รับกระดาษมาแล้วเริ่มทำการเขียนในทันที การจะเขียนสูตรยาเพียงแค่ห้าชนิดนั้นสำหรับเขาแล้วมันง่ายอย่างมาก ในหัวของเขามีสูตรยาตามหนังสือกว่าหนึ่งร้อยชนิด  สูตรยาในสมัยก่อนอีกกว่าพันชนิดเป็นอย่างน้อย เขาใช้เวลาในการเขียนประมาณหนึ่งชั่วโมง ก็ส่งกระดาษให้กับอาร์ลัมตรวจ อาร์ลัมต้องตกตะลึงอีกครั้ง ในครั้งนี้ปีเตอร์เขียนสูตรยาทั้งหมดยี่สิบสูตรเป็นสูตรยาระดับต่ำสิบเก้าสูตร สูตรยาระดับกลางหนึ่งสูตร น่าอัศจรรย์ น่าอัศจรรย์จริงๆ 



                        สูตรยาทั้งหมดยี่สิบสูตรถูกต้องตรงตามตำราทุกอย่าง ไม่ขาดไปแม้แต่คำเดียว ในตอนนี้องค์ได้เป็น นักปรุงยาฝึกหัด แล้วขอรับ องค์ชายต้องการเข้าทดสอบในรอบที่สามหรือไม่



                        ตกลงข้าจะลองทดสอบดู ปีเตอร์กล่าวตอบ อาร์ลัมเดินนำปีเตอร์เข้าไปภายในตัวอาคารหลังหนึ่ง มีลานกว้างขนาดใหญ่ บนพื้นมีวงเวทย์สำเร็จรูปถูกวาดเอาไว้หลายสิบจุด ด้านข้างเป็นตู้ไม้ขนาดใหญ่มีลิ้นชักจำนวนมากส่งกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆออกมา



                        การทดสอบที่สาม ท่านต้องเลือกสมุนไพรจากในห้องนี้ แล้วทำการปรุงยาขึ้นมาหนึ่งชนิด เราได้เตรียมวงเวทย์ที่ได้ในการปรุงยาแบบสำเร็จรูปไว้แล้ว ท่านมีโอกาสทำทั้งหมดสามครั้ง หากผิดพลาดครบสามครั้งจะถือว่า ทดสอบไม่ผ่าน   ปีเตอร์พยักหน้า เขายืนมองวงเวทย์สำเร็จรูปเหล่านั้น มันมีพื้นฐานมาจากวงเวทย์ปรุงยาในสมัยก่อน วงเวทย์เหล่านี้ล้วนเป็นวงเวทย์พื้นฐาน คงสามารถปรุงยาได้แค่ระดับต่ำหรือระดับกลางเท่านั้น  



          ปีเตอร์เดินไปเลือกสมุนไพรออกมาสี่ชนิด ได้แก่ หญ้าพลังเวทย์ระดับต่ำ, ดอกสะเก็ดเพลิง, ใบปลอดโปร่ง และ ผลึกแก่นแท้อสูรหนอนเพลิงระดับหนึ่ง  เมื่อปีเตอร์เลือกสมุนไพรแล้วเดินมายังวงเวทย์วงหนึ่งเขาวางวัตถุดิบเหล่านั้นลงบนวงเวทย์ ปีเตอร์หลับตาแล้วเริ่มถ่ายเทพลังเวทย์เข้าไปในวงเวทย์ วงเวทย์บนพื้นส่องแสงสว่างออกมา   อาร์ลัมเมื่อเห็นวัตถุที่ปีเตอร์เลือกมาก็เผยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ปกติแล้วผู้เข้าร่วมทดสอบส่วนใหญ่จะเลือกปรุงยารักษาบาดแผลหรือยาฟื้นพลังเวทย์ที่ปรุงได้ง่าย แต่ที่ปีเตอร์เลือกมา เขาเลือกที่จะปรุง ยาเพิ่มพลังธาตุไฟ ยาจำพวกเพิ่มพลังธาตุเป็นยาที่ปรุงได้ค่อนข้างยากสำหรับมือใหม่หรือแม้แต่ในนักปรุงยาระดับหนึ่งที่ยังไม่เชี่ยวชาญก็ปรุงยาเหล่านี้ออกมาได้ยาก



           มันมีสรรพคุณในการช่วยทะลวงระดับความเข้าใจต่อธาตุนั้น และยังเพิ่มพลังเวทย์อีกเล็กน้อย  เมื่อวงเวทย์เรืองแสงขึ้น วัตถุดิบเหล่านั้นลอยขึ้นจากพื้น วัตถุดิบทั้งสี่โคจรหมุนวนเป็นวงกลม ปีเตอร์ประสานพลังจิตวิญญาณเข้าไปปนกับพลังเวทย์ของเขาแล้วแปรเปลี่ยนเป็นเปลวไฟ วิธีการเหล่านี้ เป็นวิธีที่เขาใช้ในการหลอมยาเมื่อแสนปีก่อน แม้ว่าเมื่อก่อนเขาจะใช้ความร้อนจากเพลิงดำเทพอสูร การปรุงยาจึงเป็นเรื่องที่ง่ายดายอย่างมาก แต่ในตอนนี้เขาใช้เพลิงของตนเอง จนยากขึ้นมาอีกเล็กน้อย เขาใช้สมาธิอย่างมาก เขาเริ่มหลอมผลึกแก่นแท้อสูรก่อนเนื่องจากเป็นสิ่งที่หลอมละลายได้ยากที่สุด เปลวเพลิงลุกปกคลุมไปทั่วผลึกแก่นแท้อสูร เขาได้ใช้พลังจิตวิญญาณปกคลุมวัตถุดิบอีกสามชนิดไว้เพื่อป้องกันความร้อนจากเปลวเพลิง



                        อืม องค์ชายควบคุมเปลวไฟได้ดีมาก ดูท่าแล้วคงจะบรรลุความเข้าธาตุไฟถึงระดับที่สองแล้ว อายุเพียงเท่านั้นกลับมีความสามารถถึงเพียงนี้ นับเป็นพรสวรรค์จริงๆ อาร์ลัมกล่าวชมปีเตอร์ เบอร์ลินที่ได้ยินก็ตกใจอย่างมาก เขารู้ว่าปีเตอร์ฝึกฝนเวทย์ธาตุไฟ แต่ไม่คาดคิดว่าในช่วงเวลาสั้นๆ จะสามารถบรรลุความเข้าใจธาตุไฟถึงระดับสองแล้ว    หลังจากผ่านไปสิบนาทีผลึกแก่นแท้อสูรละลายเป็นของเหลวหนืดสีแดงเข้ม จากนั้นเขาได้หลอมละลายวัตถุดิบอีกสามชนิด ให้อยู่ในรูปของสารละลาย เขาใช้พลังจิตวิญญาณเข้าไปตรวจสอบของเหลวเหล่านั้นมองหาสิ่งเจือปนแล้วควบคุมพลังเวทย์ให้แยกมันตกลงบนพื้น ของเหลวทั้งสี่ส่องประกายระยิบระยับคล้ายดวงดาว



                        ..บริ..บริสุทธิ์สิบส่วน!!! ” แววตาของอาร์ลัมฉายแววตื่นตกใจอย่างยิ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นการหลอมวัตถุดิบที่มีการขจัดสิ่งเจือปนออกถึงสิบส่วนอย่างสมบูรณ์ การหลอมวัตถุดิบโดยปกติแล้วแม้แต่เหล่านักปรุงยาระดับสูงของดินแดนแห่งนี้ คงจะกำจัดสิ่งเจือปนออกได้แค่เจ็ดถึงแปดส่วนเท่านั้น แต่นี่มันคือสิ่งใดกัน ที่เป็นพรสวรรค์ที่ได้รับประทานจากทวยเทพหรือไร



            ในขณะนั้นเองปีเตอร์ก็ได้เร่งเร้าพลังเวทย์หมุนวนของเหลวทั้งสี่โดยใช้พลังจิตวิญญาณเข้าช่วยแล้วใช้แรงดันเวทย์อัดแน่นจนเป็นเม็ดได้ออกมาทั้งหมดสามเม็ดด้วยกัน ยาเม็ดนี้เป็นสีส้มส่องประกายแสงระยิบระยับออกจากเม็ดยาทั้งสาม อาร์ลัมเอากล่องไม้สีดำออกมาบรรจุเม็ดยาทั้งสามเอาไว้



                        อัศจรรย์ยิ่งนัก เม็ดยาบริสุทธิ์สิบส่วนส่องประกายระยิบระยับดุจดวงดารา ตรงตามตำรากล่าวไว้ทั้งสิ้น พรสวรรค์ของพระองค์ดุจทวยเทพประทาน ในชีวิตนี้ของกระหม่อมไม่เคยพบเห็นยาที่บริสุทธิ์ถึงสิบส่วนมากก่อนเลย นับเป็นโชคที่ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรเรา อนาคตในเส้นทางนักปรุงยาขององค์ชายต้องโดดเด่นที่สุดในดินแดนแห่งนี้เป็นแน่ อาร์ลัมกล่าวอย่างปีติยินดีเขามอบเข็มกลัดรูปใบไม้ มีดาวอยู่หนึ่งดวงหมายถึง นักปรุงยาระดับหนึ่ง เป็นผู้ที่สามารถปรุงยาระดับต่ำได้ และมอบตำราสมุนไพรและการปรุงยาให้กับปีเตอร์อีกทั้งกล่องยาที่ปีเตอร์ปรุงขึ้นในการทดสอบอีกด้วย



                        ได้ยินข่าวว่าพระองค์จะทรงไปศึกษาที่โรงเรียนเวทย์ศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือขอรับอาร์ลัมถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน



                        ใช่แล้ว มีอะไรอย่างนั้นหรือท่านอาร์ลัม  ปีเตอร์กล่าวตอบ



                        ที่โรงเรียนแห่งนี้มีลูกศิษย์ของกระหม่อมอยู่ จะได้ให้เขาช่วยดูแลรับใช้พระองค์อาร์ลัมกล่าว



                        เช่นนั้นก็ดี ข้าขอตัวก่อน  ปีเตอร์กล่าวลาอาร์ลัมแล้วเดินออกจากสมาคมปรุงยา ในระหว่างทาง ปีเตอร์ได้แวะเข้าไปซื้อสมุนไพรหลายชนิด และผลึกอสูรอีกส่วนหนึ่ง เพื่อทำการปรุงยาเพิ่มพลังธาตุอีกหกธาตุที่เหลือ เขาตั้งใจว่าในอีกครึ่งเดือนให้หลังนี้ เขาจะต้องบรรลุความเข้าใจธาตุทั้งหกอย่างน้อยในระดับที่หนึ่งหลังจากซื้อของเสร็จเรียบร้อยพระองค์ก็ตรงกลับปราสาททันที ตอนนี้เวลาก็เย็นมากแล้ว จนถึงเวลาอาหารเย็นบนโต๊ะอาหารในวันนี้ มีแขกมาร่วมรับประทานด้วยหนึ่งคน เป็นหญิงวัยกลางคน ใบหน้ารูปไข่ ดวงตาสีฟ้าคราม ปากสีชมพูระเรื่อ แสดงสีหน้าเย็นชา  ผมสีน้ำเงินเข้มยาวประบ่า รูปร่างผอมเพรียว แต่งกายด้วยชุดกระโปรงหนังรัดรูปสีดำสนิท ผิวขาวซีด ปลดปล่อยกลิ่นอายของขอบเขตราชันเวทย์  



                        ปีเตอร์ นี่คืออาจารย์ มิเนอร์วา เป็นอาจารย์สอนเวทย์มนต์ของโรงเรียนเวทย์อสูรพฤกษาองค์ราชากล่าวแนะนำ



                        สวัสดีครับอาจารย์มิเนอร์วาปีเตอร์กล่าวทักทายอย่างสุภาพ พร้อมก้มศีรษะให้เล็กน้อย



                        อืมมิเนอร์ส่งเสียงออกจากลำคออย่างเย็นชา ทำให้ปีเตอร์รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ความจริงแล้วมิเนอร์วา เป็นคนไม่ค่อยพูดนอกจากเวลาสอนเวทย์ แต่ปีเตอร์ก็ไม่รู้ในจุดนั้น



                        ได้ยินว่าลูกแปลตำราเวทย์โบราณเล่มนั้นที่อยู่ในหอสมุดได้ เป็นจริงอย่างนั้นหรือปีเตอร์องค์ราชากล่าวถามขึ้นมา



                        จริงขอรับท่านพ่อปีเตอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เขายังรู้สึกหงุดหงิดไม่หายกับท่าทีของมิเนอร์วา ที่ส่งสายตาเย็นชามามองเขาอยู่ตลอดเวลา



                        เจ้านี่เก่งจริงๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่าองค์ราชาไม่คิดที่จะถามว่าปีเตอร์แปลมันได้อย่างไร เขารู้ดีว่าปีเตอร์คงไม่มีทางบอกเขาอย่างแน่นอน แม้แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในโบราณสถานเขายังไม่ได้รับความกระจ่างใดๆเลย อย่างไรเสีย สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ก็ส่งผลดีกับเขาและอาณาจักรแห่งนี้ เพราะในขณะนี้ตำราเวทย์โบราณที่แปลแล้ว ถูกคัดลอกและแจกจ่ายให้แก่ทหารทุกหน่วยตามการจัดสรรของผู้บังคับบัญชา มันจะเพิ่มประสิทธิภาพในการรบเป็นอย่างมาก



                        ปีเตอร์เจ้าสนใจให้อาจารย์มิเนอร์วาสอนเวทย์มนต์ให้เจ้าก่อนจะไปโรงเรียนเวทย์ศักดิ์หรือไม่ เพราะในการสอบเข้าจำเป็นต้องมีการทดสอบบทเวทย์ด้วยองค์ราชากล่าวถามปีเตอร์



                        คงไม่จำเป็นหรอกขอรับ ท่านพ่อคิดว่าเขาจะมีความสามารถในการสอนข้าได้อย่างนั้นหรือ ข้าบรรลุความเข้าใจในธาตุไฟระดับสอง โดยใช้เวลาแค่วันเดียว ท่านพ่อคิดว่าเขาจะสามารถทำแบบนั้นได้อย่างนั้นหรือปีเตอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา บนโต๊ะอาหารนั้น องค์ราชา องค์ราชินี และมิเนอร์วาต่างตกตะลึงในคำกล่าวของปีเตอร์ แม้มันจะไม่สุภาพต่อ จนคล้ายจะต่อว่าดูถูกมิเนอร์วาก็ตาม แต่คำกล่าวที่ว่าเขาบรรลุความเข้าใจธาตุไฟระดับสองได้ภายในวันเดียวนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย  ปีเตอร์จึงลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปยังเสาต้นหนึ่งที่มุมห้อง 



                        เพลิงแผดเผา  ปีเตอร์ร่ายบทเวทย์ขึ้นมา เปลวไฟปกคลุมมือทั้งสองข้างของเขา แล้วขว้างออกไปยังเสาต้นนั้น



                        ฟิ้ววว!!  ฟิ้ววว!! 


                        ฟุบบ!!  ฟุบบ!!



            เปลวเพลิงขนาดเท่าลูกบอล กระทบกับเสาต้นนั้นแล้วจะจายออกครอบคลุมกระจายไปทั่วทั้งเสา เพลิงอันร้อนแรงเกินกว่าบทเวทย์พื้นฐานทั่วไป เสาต้นนั้นสร้างจากหิน ยังเกิดเสียงแตกและรอยร้าวหลายจุด สร้างความประหลาดใจอย่างมากแก่ทั้งสามคนที่มองดูอยู่



                        เราเกลียดคนมองเราด้วยสายตาเย็นชาเยี่ยงนั้นปีเตอร์กล่าวด้วยเสียงปนโทสะเล็กน้อยจ้องไปทางมิเนอร์วา หากเป็นเมื่อแสนปีก่อน ใครมองเขาด้วยสายตาเช่นนี้ เขาคงระเบิดหัวของมันเป็นแน่  ปีเตอร์กล่าวเสร็จก็กำลังเดินออกจากห้องอาหาร



                        ขอประทานอภัยแก่หม่อมฉันด้วย หม่อมฉันมิได้มีเจตตนาเช่นนั้นกับพระองค์ พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถเกินกว่าความสามารถที่กระหม่อมมีจะสอนพระองค์ได้มิเนอร์วาคุกเข่าแล้วก้มศีรษะลง กล่าวอย่างเสียใจ ที่ไม่ได้ควบคุมตนเองให้ไม่มีสีหน้าเย็นชาเมื่ออยู่ต่อหน้าปีเตอร์ แต่ไหนแต่ไรมานางก็มีสีหน้าแบบนี้เป็นปกติอยู่แล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าปีเตอร์จะไม่ชอบใจมันถึงเพียงนี้ คราวหน้าหากพบเจอคงต้องระวังกิริยามากกว่านี้แล้ว



                        อืม ช่างมันเถอะปีเตอร์กล่าวเรียบๆแล้วเดินจากไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.59K ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #850 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 23:32
    ที่เห็นตอนนี้มีแค่เด็ก 7 ขวบแบบจริงๆ เหมือนจิตวิญญาณปีเตอร์กลืนกินเทพอสูร มากกว่าที่เทพอสูรกลืนกินปีเตอร์
    #850
    0
  2. #849 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 23:32
    สิ่งที่เรื่องนี้ขาด คือจิตวิญญาณความเป็นเทพอสูร อายุ แสนปี
    #849
    0
  3. #783 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 01:05
    ขอบคุณครับ
    #783
    0
  4. #723 หมีธนู (@at1645s) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 10:56
    กระหม่อมกับพะยะค่ะใช้กับผู้ชาย ถ้าผู้หญิงใช้หม่อมฉันกับเพคะ
    #723
    0
  5. #648 Manchai Ratchatachaiyos (@golfmcr) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 15:25
    ลองลดคำว่า"แห่งนี้"ลงนะครับ
    มันเฟ้อมากจนอ่านแล้วสะดุดมากเกินไป
    #648
    0
  6. #574 num no (@Galliano) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 16:49
    ขอบคุณค่ะ
    #574
    0
  7. #494 Ruangchai Rattanakittikul (@aioros13) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 19:32
    เด็กอายุ7ขวบ แต่พูดถึงแสนปีก่อนไม่แปลกใจกันมั่งหรอ
    #494
    1
    • #494-1 Butter☆Fly (@thorhatai) (จากตอนที่ 10)
      10 มกราคม 2562 / 10:08
      ก็แค่คิดไม่ใช่หรอคะ??
      #494-1
  8. #417 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 17:35
    งื้ออชอบชื่อมิเนอว่า #แต่ปีเตอร์ก็เกินไปเขาหน้านิ่งก็ผิด=="
    #417
    0
  9. #212 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 01:48
    ดีมากค่ะ ดีที่ยังไม่เด็ดหัวนาง
    #212
    0
  10. #123 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 14:06

    สะงั้นนนนนนนนน

    #123
    0
  11. #54 MR.Mastergod (@snowcolor) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 11:52
    ชายแก่อายุมากกว่าเทพอสูรสินะ
    #54
    2
    • #54-1 godverystore (@godverystore) (จากตอนที่ 10)
      28 ธันวาคม 2561 / 16:40
      อายุร่างกายสิ
      #54-1
    • #54-2 Kridgoll (@Kridgoll) (จากตอนที่ 10)
      9 มกราคม 2562 / 09:02
      มันต้องจิตวิญญาณสิ ว่ามันไม่มีจิตวิญญานของเทพอสูรก็ว่าไปอย่าง

      มันต้องดูที่จิต ไม่ใช้ที่ร่างกาย
      #54-2