มหาจอมเวทเทพอสูร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 303,898 Views

  • 1,154 Comments

  • 8,306 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    52,895

    Overall
    303,898

ตอนที่ 9 : เพลิงแผดเผา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19742
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1589 ครั้ง
    26 ธ.ค. 61

บทที่ 7 เพลิงแผดเผา



                        มาเริ่มกันเถอะ



            หลังจากปีเตอร์เริ่มตั้งสมาธิ เขาก็กำหนดจิตเพื่อสัมผัสถึงกระแสพลังเวทย์ภายในอากาศที่ไหลเวียนอยู่รอบกายของเขา  เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง การรับสัมผัสของเขาก็ชัดเจนถึงขีดสุด เขาสามารถสัมผัสกับพลังเวทย์ที่ไหลเวียนภายในอากาศได้แล้ว จากนั้นจึงกำหนดจิตมาสำรวจพลังเวทย์ภายในกาย เมื่อเขาพิจารณาดูก็พบว่าพลังเวทย์ที่ไหลภายในกายมีไอร้อนอ่อนๆไหลเวียนอยู่ 



          เขาจึงเริ่มบังคับพลังเวทย์ภายในร่างให้แปรเปลี่ยนเป็นกระแสความร้อน ผ่านไปครึ่งชั่วโมง เริ่มมีไอร้อนแผ่ออกมาจากร่างกายของปีเตอร์ นี่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกฝนเวทย์ไฟ คือต้องสามารถสัมผัสกระแสพลังเวทย์ในอากาศเพื่อเอาพลังเวทย์ความร้อนภายในร่างปะทุออกมาให้ทำปฏิกิริยาจนเกิดไฟขึ้นอันดับแรง เขาต้องจุดเปลวไฟออกมาจากมือเขาให้ได้เสียก่อนจึงจะเริ่มฝึกฝนบทเวทย์ธาตุไฟได้ ปีเตอร์ยื่นฝ่ามือออกด้านหน้า หงายมือขึ้น เร่งเร้าพลังเวทย์ความร้อนภายในร่างกายออกมาไหลเข้าสู่ฝ่ามือแล้วปะทุออกมาบริเวณฝ่ามือ  ไอร้อนเริ่มพวยพุ่งออกจากมือเล็กๆของปีเตอร์ เขาเริ่มบังคับพลังเวทย์ความร้อนนั้นให้ทำปฏิกิริยากับกระแสพลังเวทย์ในอากาศ เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง



                        ฟู่!!!!



            เปลวเพลิงขนาดเท่ากำปั้นลุกไหม้อยู่บนฝ่ามือของปีเตอร์ เหงื่อของเขาไหลออกอาบทั่วทั้งใบหน้า หากเป็นคนทั่วไปแล้ว การที่จะเปลี่ยนพลังเวทย์ให้เป็นรูปธรรมของธาตุได้ ควรใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งปี หากเป็นผู้มีพรสวรรค์อย่างน้อยต้องใช้เวลา ห้าถึงหกเดือน แต่ปีเตอร์สามารถสร้างรูปธรรมของธาตุได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงแต่มันก็สร้างความเหนื่อยล้าทางจิตวิญญาณให้แก่เขาอย่างมาก ในขณะนี้การที่เขาจุดเปลวไฟขึ้นมาได้ แสดงว่าเขามีความสามารถในการใช้ธาตุไฟในระดับที่หนึ่ง และยังสามารถใช้เวทมนต์พื้นฐานของธาตุไฟได้แล้ว



                        บทเวทย์จะมีการแบ่งระดับออกเป็น  บทเวทย์พื้นฐาน, บทเวทย์ระดับกลาง, บทเวทย์ระดับสูง, บทเวทย์ระดับจักรพรรดิ  และบทเวทย์ระดับตำนาน  ในปัจจุบันเพียงบทเวทย์ระดับจักรพรรดิก็หาได้ยากยิ่งแล้ว ในแต่ละอาณาจักรมีไว้ในครอบครองเพียง หนึ่งถึงสองบทเท่านั้น  ดังนั้นแล้ว บทเวทย์ระดับสูงก็มีค่าอย่างมากแล้วที่ได้ครอบครอง     ด้วยคลังความรู้ของปีเตอร์ในสมัยที่เป็นเทพอสูร เขาครอบครองบทเวทย์หลายพันหลายหมื่นบท อย่าว่าแต่ระดับจักรพรรดิเลย แม้แต่ระดับตำนานเขาก็มีไม่น้อย  แต่ในขณะนี้หากเขาคิดจะใช้มัน มันคงยังอีกไกลนัก



            ปีเตอร์นั่งพักใต้ต้นไม้เพื่อฟื้นฟูจิตวิญญาณที่ใช้ไปในการบรรลุธาตุไฟระดับที่หนึ่ง หลังจากนี้การจะบรรลุความเข้าใจธาตุในเวลาอันสั้นคงต้องอาศัยพลังจิตวิญญาณ แต่หากใช้เพียงบทเวทย์ก็อาศัยพลังเวทย์อย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว ปีเตอร์เรียกลูกไฟออกมาอีกครั้ง เขาเร่งเร้าพลังเวทย์ให้มากขึ้น เปลวไฟขยายใหญ่จนมีขนาดเท่ากับลูกบอล



                        เราต้องคงรูปร่างของมันเอาไว้ในนานที่สุด เพื่อที่ได้คุ้นเคยกับเปลวไฟมากยิ่งขึ้น ปีเตอร์หลับตาแล้วปลุกประสาทการรับรู้ทั้งหมด เพื่อสัมผัสกับเปลวไฟ การที่ทำให้ร่างกายได้คุ้นชินกับเปลวไฟ จากการรับรู้ในหลายๆส่วน จะทำให้เขาสามารถใช้เปลวไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  เวลาผ่านไปสามชั่วโมง เปลวไฟของปีเตอร์ลุกไหม้สว่างไสว เปลวไฟมีความเสถียรสูง ปีเตอร์ได้เลือกบทเวทย์ธาตุไฟที่เขาจะฝึกฝนจากบทเวทย์พื้นฐานในตำราโบราณ 



            หนึ่งคือ เพลิงแผดเผา เป็นทักษะที่จะทำให้ทั้งสองมือห่อหุ้มไปด้วยเปลวไฟ ทั้งยังสามารถขว้างลูกไฟออกไปใส่เป้าหมายได้ด้วย เป็นบทเวทย์ที่ใช้ได้ทั้งในระยะใกล้และระยะไกล



            สองคือเพลิงร่ายรำ เป็นทักษะที่จะสร้างลูกไฟขึ้นรอบตัว วิ่งวนโคจรไปรอบตัวเองในระยะหนึ่งเมตร เป็นท่าที่ใช้พลังเวทย์เพียงเล็กน้อย จำนวนลูกไฟที่สร้างได้จะขึ้นอยู่กับความเข้าใจในธาตุไฟ หากศัตรูเข้าใกล้ในระยะหนึ่งเมตร หากโดนลูกไฟจะติดสถานะเผาไหม้สร้างความเสียหายไปเรื่อยๆที่โดนไฟ



            สามคือ มหาเวทย์เสาเพลิงผลาญ เป็นมหาเวทย์ขั้นพื้นฐานที่ทรงพลังที่สุดในตำราโบราณเล่มนั้น ใช้ผู้ร่ายในขอบเขตผู้ใช้เวทย์ขึ้นไปสี่คน ยืนประจำสี่ทิศร่ายเวทย์พร้อมกันสี่คน จะกำเนิดเสาเพลิงขนาดใหญ่ขึ้นบริเวณตรงกลางของทั้งสี่  เนื่องจากเป็นเวทย์ที่รายค้อนข้างนานจึงไม่เหมาะในการต่อสู้ที่เป้าหมายเคลื่อนไหวได้ จำเป็นต้องตรึงเป้าหมายให้อยู่กับที่เสียก่อน



                        เพลิงแผดเผาปีเตอร์เรียกเปลวเพลิงออกมาบนมือทั้งสองข้างของเขา แล้วขว้างออกทางเสาไม้ที่ใช้ฝึกเวทย์ ระยะห่างประมาณสิบเมตร



                        ฟิ้ววว!!!  ฟู่!!!       ลูกบอลเพลิงถูกขว้างไปได้ประมาณห้าเมตรก็มอดดับ



                        โถ่เว้ย แม้แต่เรายังไม่อาจทำสำเร็จได้ในครั้งแรกงั้นหรือปีเตอร์ถอนหายใจ เขาก็ได้คิดว่าจะทำสำเร็จได้ในครั้งแรก แต่ในใจก็แอบหวังอยู่ลึกๆ เขาไม่ได้มีพร้อมทุกอย่างเหมือนครั้งอดีต ในตอนนี้มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นคือความพยายามและความมุมานะหมั่นฝึกฝน



                        ฟิ้ววว!!!  ฟู่!!!      


                        ฟิ้ววว!!!  ฟู่!!!      


                        ฟิ้ววว!!!  ฟู่!!!      


                        ฟิ้ววว!!!  ตู้มมมม!!!! 



                        สำเร็จแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่าในที่สุดปีเตอร์ก็ทำได้สำเร็จในครั้งที่ห้า เสาไม้ต้นนั้นลุกไหม้ เปลวเพลิงคล้ายเคลือบไปทั่วทั้งเสา   ควันสีดำลอยคลุ้งไปรอบ หลังจากลุกไหม้อยู่ได้ประมาณสิบนาทีเสาไม้ต้นนั้นก็เป็นขี้เถ้าไป ปีเตอร์เดินเข้าไปดูใกล้ๆก็พบแม้แต่พื้นดินบริเวณนั้นยังไหม้เกรียมกลายเป็นสีดำ เนื่องจากเขามีปริมาณพลังเวทย์ ในจักรวาลพลังเวทย์มากกว่าคนอื่น ความทรงพลังของบทเวทย์จึงรุนแรงกว่าปกติเช่นกัน



            ปีเตอร์ฝึกเวทย์เพลิงแผดเผาตลอดทั้งวัน จนในขณะนี้ตะวันได้ลับขอบฟ้าไปแล้ว การฝึกมาตลอดทั้งวันของปีเตอร์ ทำให้ในขณะนี้เขาบรรลุความเข้าใจธาตุไฟระดับสองแล้ว ปีเตอร์รู้สึกว่าตนเองสามารถควบคุมไฟได้ดีขึ้น เรียกใช้งานได้คล่องขึ้นและยังลดเวลาในการร่ายได้อีกด้วย ในเวลานั้นเบอร์ลินก็ได้มารับเขากลับปราสาท  ระหว่างที่เบอร์ลินกำลังอาบน้ำให้กับเขาอยู่นั้น ปีเตอร์ก็ได้กล่าวถามว่า



                        เบอร์ลินพรุ่งนี้เจ้าพาข้าไปเดินเล่นภายในเมืองได้หรือไม่



                        ได้สิขอรับเบอร์ลินกล่าวตกใจเล็กน้อย ตั้งแต่งานประมูลที่เกิดเรื่องวันนั้น ปีเตอร์ก็ไม่ได้ออกไปไหนอีกเลย เขาคิดว่านี้เป็นการดีเสียอีก ปีเตอร์จะได้ผ่อนคลายลงบ้าง   ตัวของปีเตอร์เองก็คิดจะพักอีกสักสองสามวัน เนื่องจากร่างกายของเขาในนี้ ได้รับบาดเจ็บจากการฝึกฝนธาตุไฟตอนที่ยังใช้ได้ไม่คล่อง หากเขาฝืนมากไปคงจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดีเป็นแน่     หลังจากรับประทานอาหารเสร็จปีเตอร์ก็ขอตัวกลับห้อง ระหว่างนั้นเขาก็ได้นอนคิดถึงการฝึกในวันนี้ หากเขาสามารถใช้ได้เพียงธาตุเดียวมันคงจะไม่เพียงพอต่อการฝึกฝนในอนาคตของเขา อย่างน้อยก่อนที่เขาจะไปที่โรงเรียนเวทย์เขาต้องบรรลุความเข้าใจในธาตุอื่นระดับที่หนึ่งเสียก่อน และควรจะฝึกฝนบทเวทย์อย่างน้อยธาตุละหนึ่งบทเพื่อใช้ในเวทย์ประสานบทอื่นๆ และเขาก็เผลอหลับไป



                        ก๊อกกก!!! ก๊อกกก!!! ก๊อกกก!!!



                        อ่าๆ ตื่นแล้วๆปีเตอร์ก็กล่าวพร้อมลุกออกจากที่นอน อาการขี้เซาของเขานี่แก้ไม่หายสักที  หลังจากอาบน้ำเสร็จ วันนี้เขาเลือกที่จะแต่งกายด้วยชุดชนชั้นสูงธรรมดา ไม่ใช่ชุดราชวงศ์เนื่องจากเขาไม่อยากเป็นจุดสนใจมากเกินไป ใจจริงเขาอยากจะแต่งชุดแบบคนทั่วไปด้วยซ้ำ แต่เบอร์ลินก็ยืนกรานปฏิเสธอย่างเดียว เขาขี้เกลียดจะต่อปากด้วย เลยใส่ชุดนี้ก็ได้ ชุดที่ใช้เนื้อผ้าคุณภาพดี มันเงา โปร่งสบาย สีขาวสะอาดผ้าคลุมสีน้ำตาลอ่อน



           ปีเตอร์และเบอร์ลินเดินเข้าไปในตัวเมืองด้านตะวันออก ซึ่งเป็นโซนของตลาดร้านค้าแผงลอย  ผู้คนต่างเดินเลือกซื้อสิ่งของกันอย่างครึกครื้น ผู้คนที่เดินในยานนี้ส่วนใหญ่จะมีฐานะยากจนถึงปานกลาง ข้าวของที่ขายในบริเวณนี้จะถูกกว่าส่วนอื่นๆของเมือง เป็นโซนที่เก็บภาษีน้อย เพื่อช่วยเหลือประชาชน นอกจากผู้คนแล้ว ก็ยังเห็นสัตว์อสูรเดินติดตามเจ้านายอยู่บ้าง บ้างก็ใช้เป็นพาหนะ  ปีเตอร์กับเบอร์ลินเดินดูร้านแผงลอยได้หลายสิบร้านแล้ว ของส่วนใหญ่ของเป็นของที่ใช้ภายในชีวิตประจำวัน



           จนมาถึงร้านร้านหนึ่ง เป็นร้านที่ขายของที่หามาได้จากป่า  ปีเตอร์สะดุดตากับของชิ้นหนึ่งเป็นอย่างมาก ของสิ่งนี้แผ่กลิ่นอายของเผ่าเทพออกมาอ่อนๆ หากเขาไม่มีจิตของเทพอสูรเขาคงไม่อาจสัมผัสถึงกลิ่นอายของเผ่าเทพที่อ่อนจางนี้ได้เลย อีกทั้งมันยังแผ่กลิ่นอายพลังเวทย์ออกมาอีกเล็กน้อย สิ่งนี้คือ กะโหลกศีรษะของสัตว์อสูรชนิดหนึ่งมีขนาดเล็กเท่าฝ่ามือของเขาเท่านั้น 



                        ของสิ่งนี้ท่านลุงได้มาจากที่ใดงั้นหรือปีเตอร์กล่าวถามชายวัยกลางคน ที่แต่งตัวคล้ายชาวบ้านทั่วไป



                        เรียนคุณชาย ข้าได้มาจากป่า ทุ่งมรกตที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ข้าเข้าไปหาของป่า จนไปพบกับกะโหลกศีรษะนี้เข้าโดยบังเอิญ แต่ข้าไม่รู้ว่าเป็นของสัตว์ชนิดใดถามใครก็ไม่มีใครรู้ ข้าเห็นว่ามันมีพลังเวทย์แผ่ออกมาจึงได้นำมาขายขอรับชายวัยกลางคนกล่าวด้วยท่าทีสุภาพอ่อนน้อม ชิ้นส่วนของสัตว์อสูรหากสามารถระบุชนิดได้ จะสามารถนำมาหลอมสร้างอาวุธหรือนำมาปรุงยาได้ แต่หากไม่รู้แล้วละก็มันแทบจะไม่มีประโยชน์ใดๆอยู่เลย แต่นั่นไม่ใช่สำหรับปีเตอร์เขารู้จักมันดี ว่ามันคือสิ่งใด



                        ท่านลุงจะขายสิ่งนี้เท่าไหร่



                        ข้าขายห้าร้อยเหรียญทอง



                        ตกลงในตอนแรกชายวัยกลางคนคิดว่าปีเตอร์อาจจะต่อราคาลง เนื่องจากสำหรับกะโหลกสัตว์ที่ไม่อาจระบุชนิดได้นั่น ราคาห้าร้อยเหรียญทองถือว่าแพงอย่างมาก แต่ปีเตอร์ก็ตอบตกลงทันที สร้างความตกใจเล็กน้อยกับชายคนนั้น จากนั้นปีเตอร์ก็เดินจากไป    ในขณะที่เขากำลังเดินชมแผงสิ้นค้าอยู่นั้น เสียงหนึ่งก็ตะโกนดังขึ้น



                        หลบไปเจ้าพวกชั้นต่ำปีเตอร์หันไปมองตามน้ำเสียงนั้น ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งอายุราวสิบสี่สิบห้าปี อยู่ในขอบเขตสัมผัสเวทย์ ร่างกายกำยำเล็กน้อย จมูกเป็นสัน ดวงตาสีน้ำเงิน ผมสีดำสนิท แต่งกายคล้ายลูกของขุนนาง   ปีเตอร์ถามเบอร์ลินว่าเขาคือใคร



                        เขาชื่อว่า เดียฟาร์ท บุตรชายคนที่สามของเจ้าเมืองหนึ่งทางตะวันออกขอรับการที่เบอร์ลินไม่ได้กล่าวถึงชื่อเมืองนั้นแก่เขา แสดงว่ามันไม่ได้สำคัญหรือมีอันใด  ปีเตอร์เดินดูของต่อไป



                        บึก!!   ชายหนุ่มคนนั้นเดินชนเขาแต่ปีเตอร์ก็ไม่ได้หันกลับไปมอง



                        เห้ย!!! ไอ้เด็กเหลือขอ แกชนข้าทำไมไม่ขอโทษปีเตอร์ยังนิ่ง ผู้คนเริ่มแหวกออกและมุงดูสิ่งที่จะเกิดขึ้น



                        นี่ไอ้เด็กเหลือขอ แกไม่ได้ยินที่ข้าเรียกหรือไง!!! แกรู้ไหมว่าข้าเป็นใคร ข้าคือ...ในขณะนั้นเองเดียฟาร์ทก็เอื้อมมือมากำลังจะจับไหล่ของเขา เบอร์ลินที่เห็นก็เตรียมจะพุ่งเข้าใส่ แต่ปีเตอร์ยกมือห้ามเอาไว้



                        เพลิงร่ายรำ



                        ฟู่วว!!! ฟู่วว!!!  เปลวเพลิงสองลูกวิ่งวนรอบตัวปีเตอร์ หลังจากเขาบรรลุความเข้าใจธาตุไฟระดับที่สอง เขาก็สามารถเรียกเปลวเพลิงออกมาได้ถึงสองลูกด้วยกัน



                        อ๊ากกกก....  เสียงร้องตะโกนโหยหวนดังขึ้น มือขวาของเดียฟาร์ท ถูกเปลวเพลิงคุมเอาไว้แผดเผาจนผิวหนังเริ่มพองขึ้น เดียฟาร์ทรีบวิ่งเอามือไปจุ่มถังน้ำที่อยู่บริเวณนั้นจนเปลวไฟดับลง แต่เพลิงโทสะของเขากลับพวยพุ่งออกมาแทน



                        แก...ไอ้เด็กเหลือขอ ข้าจะฆ่าแก  เดียฟาร์ทปลดปล่อยพลังเวทย์ออกมา ละอองสีน้ำตาลหมุนวนอยู่รอบตัวของเขาแสดงถึงความสามารถในการใช้งานธาตุดิน



                        โซ่ปฐพีเดียฟาร์ทร่ายเวทย์ออกมา แสงสีน้ำตาลสาดส่องออกมาจากใต้เท้าของปีเตอร์ โซ่เส้นสีน้ำตาลพุ่งออกมาจากดินสองเส้นพันรัดตั้งแต่เท้าถึงเอวของเขา



                        ฮ่า ฮ่า ฮ่า เท่านี้แกก็ขยับไม่ได้แล้วเดียฟาร์ทหัวเราะอย่างสะใจ เขาชักดาบที่แขวนด้านข้างตัวเขาออกมา ดาบยาวประมาณสามฟุตถูกนำออก เขาหวังจะฆ่าเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้า เนื่องเพราะเด็กเหลือขอคนนี้ยั่วโทสะของเขาอย่างยิ่ง  เขาอัดพลังเวทย์เข้าไปในดาบ แล้วฟาดออกไปเป็นคลื่นพลังเวทย์



                        ฟิ้ววววว



                        เพลิงแผดเผา  ปีเตอร์ยิงลูกไฟออกจากมือของเขาสามลูกด้วยความเร็วสูง



                        ตูมมม!!!   บอลเพลิงลูกแรกกระทบเข้ากลับคลื่นพลังเวทย์ที่ออกมาจากดาบแรงปะทะทำให้เกิดการระเบิดขึ้น ในขณะนั้นบอลไฟอีกสองลูกก็ลอยตรงไปยังเดียฟาร์ท   เดียฟาร์ท ที่อยู่ในอาการตกตะลึงจึงไม่สามารถหลบการโจมตีนี้ได้



                        ฟุบบ!! ฟุบบ!!



                        อ๊ากกก...เดียฟาร์ท ร้องอย่างเจ็บปวดทรมาน เปลวเพลิงปกคลุมไปทั่วร่างของเขา แผดเผาผิวเนื้อของเขาสมกับชื่อของบทเวทย์เพลิงแผดเผา โซ่ที่พันธนาการปีเตอร์อยู่ก็สลายหายไป ผิวเนื้อของเดียฟาร์ทเริ่มหลุดลอกออก เลือดไหลออกมาจากบาดแผลเหล่านั้น  บัดนี้ทหารที่เดินยามสองนายก็วิ่งตรงเขามาทันที ทั้งสองต่างตกตะลึงกับภาพที่เกิดขึ้น สร้างความสยดสยองอย่างมาก ปีเตอร์สะบัดมือหนึ่งครั้งเปลวเพลิงที่ไหม้อยู่ก็ดับลงทันที



                        เบอร์ลินทำการบ่มเพาะพลังเวทย์ของเขาซะ นี่ถือเป็นบทลงโทษที่ปราณีที่สุดของเราแล้วเบอร์ลินตกใจอยู่เล็ก  แต่ก็เดินตรงไปเดียฟาร์ทที่นอนอยู่ ดวงตาของเดียฟาร์ทจองมองเบอร์ลินที่เดินเข้ามาอย่างโกรธแค้น



                        นี่เป็นบทลงโทษที่ปราณีที่สุด ในการลอบสังหารองค์ชายลำดับที่สามแห่งอาณาจักรอสูรพฤกษาเมื่อทุกคนได้ฟังต่างก็ตกตะลึงอย่างมาก ไม่คาดคิดว่าเด็กน้อยคนนี้จะเป็นองค์ชายลำดับสามปีเตอร์ในคราแรกเขาคิดว่าการกระทำของเด็กน้อยคนนี้โหดเหี้ยมเกินวัย แต่เมื่อได้รู้ว่าเขาเป็นองค์ชายความคิดนั้นก็เปลี่ยนไป การที่เขาทำแบบนี้ถือว่าเป็นความเมตตาอย่างมากแล้ว เนื่องจากโทษลอบสังหารราชวงศ์คงไม่พ้นประหารชีวิตเป็นแน่  เมื่อทหารสองคนนั้นได้ยินก็คุกเข่าทำความเคารพในทันที ในด้านของเดียฟาร์ท ตอนนี้แววตาเลื่อนลอยตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน ร่างกายสั่นด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด ฉี่ไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้  เบอร์ลินปล่อยกระแสพลังเวทย์ตรงเข้าสู่จักรวาลการบ่มเพาะที่ไร้ซึ่งการป้องกันของเดียฟาร์ท เขาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแล้วหมดสติไป  



                        พาเขาไปรักษาที่สมาคมปรุงยาเดี๋ยวนี้ปีเตอร์หันไปกล่าวกับทหารทั้งสองคน



                        ขอรับ!!!”  ทหารทั้งสองอุ้มเดียฟาร์ท ขึ้นจากพื้นแล้วช่วยกันแบกไปยังทิศของสมาคมปรุงยา มองจากภายนอกแล้ว บาดแผลที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงบาดแผลภายนอกเท่านั้น แต่การจะฟื้นฟูร่างกายเมื่อจักรวาลบ่มเพาะถูกทำลายไปแล้วนั้นคงจะเป็นไปได้ช้ามาก สภาพของเดียฟาร์ทในตอนนี้น่าเวทน่ายิ่งนัก แต่ก็คงดีกว่าการได้รับโทษประหาร



                        เราก็ไปกันบ้างเถอะเบอร์ลินปีเตอร์และเบอร์ลินเดินตามทหารทั้งสองคนนั้นไป เบอร์ลินไม่เข้าใจเลยว่าปีเตอร์จะไปยังสมาคมปรุงยาเพื่ออะไรกัน  หลังจากเดินมาได้ประมาณสิบห้านาที ทั้งสองก็พบกับอาคารหลังใหญ่ภายนอกรายล้อมไปด้วยต้นไม้สูง เถาวัลย์เลื้อยพันตัวตึกที่เก่าแก่ กลิ่นหอมของสมุนไพรฟุ้งกระจายออกมาจากด้านใน บานประตูไม้สลักลวดลายพฤกษาเปิดออกตอนรับทุกคนที่ต้องการใช้บริการ สถานที่แห่งนี้ให้บริการในการรักษา และยังเป็นที่ฝึกสอน รวมตัวและปรุงยาของนักปรุงยาในอาณาจักรแห่งนี้



                        มาถึงแล้วสินะ สมาคมปรุงยา

 

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.589K ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #830 •นิลกาฬ• (@junkskidz) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 22:54
    ในโลกที่ไร้ซึ่งพลังถูกมองว่าไร้ค่า การทำลายการบ่มเพาะนี่มันเมตตาตรงไหนฟระ สงสัยเรื่องนี้มานานละ
    #830
    3
    • #830-1 hothza01a (@hothza01a) (จากตอนที่ 9)
      6 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:10
      ทำลายไม่ได้ตายยังเริ่มใหม่จริงมั้ยครับ
      #830-1
    • #830-2 นักอ่านสายฟรี (@wuttichaiwutti) (จากตอนที่ 9)
      18 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:19
      ก็ถ้าติดคุกตลอดชีวิตกับประหาร อย่างไหนมันโทษเบากว่ากัน มันก็ติดคุกปะ
      #830-2
  2. #781 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 00:57
    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #781
    0
  3. #570 Icescorpio (@lkbscorpion) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 09:46
    บริหารบ้านเมืองดีจัง มีแต่คนชั้นสูงหาเรื่องชาวบ้านธรรมดา ออกมาเดินนอกวังครั้งหน้า คงไม่เจอมุขอะไรแบบนี้อีกน๊าาาา
    #570
    0
  4. #428 โทรุมัตโต (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 23:40

    ปีเตอร์ : เบอร์ลิน เก็บเสื้อผ้าที่ดูหรูหราเอาไว้ ข้าอยากโชว์พาว ทุกครั้งที่ข้าออกมาข้างนอกเครื่องแต่งกายของข้าต้องล่ออวัยวะส่วนล่าง ดุ้นไม่ใช่อวัยวะส่วนล่าง

    เบอร์ลิน : แล้วตราประจำราชวงศ์ล่ะกระหม่อม?

    ปีเตอร์ : ติดไว้ในที่มิดชิด ข้าอยากโชว์พาว

    #428
    0
  5. #414 than1024 (@than1024) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 10:31
    ลอบสังหารเชื้อพระวงศ์นี่ตายคนเดียวหรือครับ
    #414
    0
  6. #322 DECEMTUES (@DECEMTUES) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 17:34
    ไปที่ไหนก็มีแต่คนมาหาเรื่องเน้อ
    #322
    0
  7. #211 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 01:37

    jsskaia
    #211
    1
    • #211-1 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 9)
      3 พฤศจิกายน 2561 / 01:38
      แซ่บแสบทรวง
      #211-1
  8. #184 hong_kachuu (@hong_kachuu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 21:42
    เนื้อเรื่องน่าสนใจครับ แหะๆ

    ปล. ขี้เกียจ* นะครับ
    #184
    0
  9. #122 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 14:00

    ป่วนเลยไหม

    #122
    0
  10. #113 pomafsdzxcv (@pomafsdzxcv) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 11:25
    ทำไมต้องฝึกอีกในเมื่อตอนเกิดเป็นก็พ่อแม่ให้ฝึกอยู่แล้วเรื่องแค่นี้ไม่รู้จะมาเป็นเทพทำไม ต่อให้เทพมันก็ต้องฝึก แต่มันแตกต่างจากมนุษย์เพียงแค่ทำครั้งสองครั้งก็ได้แล้ว

    เรื่องแค่นี้ทำเหมือนทำไมเป็น
    #113
    1
    • #113-1 Supakit_Chacha (@Supakit_Chacha) (จากตอนที่ 9)
      11 ตุลาคม 2561 / 11:31
      ขอบคุณสำหรับคำติชมครับ
      #113-1
  11. #31 smathi_gap (@smathi_gap) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 15:02

    ขอบคุณที่เขียนเรื่องสนุกๆให้อ่านนะคะ
    #31
    0
  12. #16 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 11:12
    พอเข้าใจได้เรื่องระดับพลัง เพราะพึ่งได้ร่างของปีเตอร์ แต่ด้านความเข้าใจในพลังธาตุ อันนี้มันแปลกๆ เป็นถึงเทพอสูร ใช้ได้ 7 ธาตุ มีมหาเวทย์ และเวทย์ประสานมากมาย มันน่าจะเข้าใจธาตุได้ดีโดยแทบไม่ต้องมาฝึกความเข้าใจธาตุนะครับ
    #16
    9
    • #16-8 Icescorpio (@lkbscorpion) (จากตอนที่ 9)
      3 มกราคม 2562 / 09:49
      มันก็ตลกดีเข้าใจมหาเวทได้แต่ไม่เข้าใจพื้นฐาน
      เอาไปเปรียบกับคนรวยแต่เดิดไม่ได้นะ
      งั้นเข้าใจ คูณ หาร แต่ บวกลบไม่เป็น มันก็จะเพียรนๆหน่อย
      #16-8
    • #16-9 The Killer Princess (@rebornmini) (จากตอนที่ 9)
      9 มกราคม 2562 / 07:38
      เข้าใจแต่ไม่ใช้ให้กายใหม่คุ้นชินก็แย่นะ(อาจจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองได้เลยด้วยซ้ำ) อย่าลืมว่าร่างนี้ไม่ใช่ร่างเทพอสูรที่ใช้บทเวทย์ระดับสูง,อื่นๆเป็นว่าเล่น
      #16-9
  13. #8 dpsdfnxx (@dpsdfnxx) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 00:14
    นางเอกเอาเบอร์ลินมาเป็นได้มั้ย 555 มีความจิ้น
    #8
    1
  14. #1 palm-mild (@palm-mild) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 09:56
    รอๆร่อรอ
    #1
    1
    • #1-1 Supakit_Chacha (@Supakit_Chacha) (จากตอนที่ 9)
      20 กันยายน 2561 / 23:50
      จะพยายามอัพให้วันละตอนนะครับ
      #1-1