คัดลอกลิงก์เเล้ว

บีบยอน จำกัด

โดย SunxoeSis

บุญชนิตประธานบริษัทผลิตเครื่องสำอางค์และสกินแคร์ ถูกพ่อของเขากลั่นแกล้งให้ไปเจรจาร่วมธุรกิจที่ไร่ของนายหัวอย่าง ชิ้น ชนินธร

ยอดวิวรวม

39

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


39

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  30 เม.ย. 63 / 23:48 น.
นิยาย պ͹ ӡѴ บีบยอน จำกัด | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคในโปรเจค

#614SYNOPTIC

TWITTER ;   614SYNOPTIC

เนื้อเรื่อง อัปเดต 30 เม.ย. 63 / 23:48


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ ผมว่าเรากลับกันก่อนมั้ยครับ ฟ้ามันแลครึ้ม ๆ ”

 

“ อืม…ครับ ผมก็ได้กลิ่นชื้นดิน หน่อย ๆ เหมือนกัน”

 

บุญชนิต หรือ “ บุน” ว่าที่ประธานบริษัทBBYUN (บีบยอน )จำกัด แห่งประเทศไทย

รับไม้ต่อสานจากคุณพ่อ เป็นบริษัทเลื่องชื่อมากในจังหวัดเพชรบุรี จนกระทั่งย้ายตำแหน่งบริษัทจากเดิมไปยังกรุงเทพมหานครฯ เพื่อขยายตัวอาคารและติดต่อธุรกิจยิ่งสะดวกขึ้น

 

“ คุณบุนก็เก่งมากเลยนะครับที่พยายามติดต่อจน นายหัว ยอมรับข้อตกลงของบริษัทนี้ได้”

“ ขอบคุณครับ”บุนยกยิ้มเพียงเล็กน้อยหลังเอ่ยขอบคุณ

ไร่มะเขือเทศกว้างสุดลูกหูลูกตา บุนสูดกลิ่นชื้นไอดินเข้าเต็มปอดอย่างสาแก่ใจ ลูกน้องของนายหัวเจ้าของไร่นี้เดินนำทีมล่วงหน้าคุณบุนไปยังเนินทางเข้าไร่มะเขือเทศแห่งนี้

 

ขาเรียวก้าวขึ้นรถอีแต๋นตามมัคคุเทศชาวไร่คนนี้ อาสาพาทัวร์ไร่สวนต่าง ๆ นา ๆ

แทนนายหัวของเขา จนบรรจบลงที่ไร่มะเขือเทศ

ซ่า ซ่า

จู่ ๆ เสียงฝนตกกะหน่ำโปรยลงมาอย่างหนักรถอีแต๋นเสริมด้วยหลังคาแค่เพียงบังแด ยามฝนเทลงมากระหน่ำขนาดนี้คงช่วยอะไรไม่ได้ ถนนซีเมนต์เป็นหลุมเป็นบ่อ บวกกับรถเริ่มสูญเสียการควบคุม

“คุณบุนโอเคมั้ยครับ”ชาวไร่เอ่ยถาม

ใบหน้านวลโชกน้ำฝน หันไปพยักหน้าแทนการเอ่ยกล่าว

สองร่างเปียกชุ่มไปทั้งตัว ชาวไร่เห็นท่าทีคุณบุนยกมือบังสายฝนเสมอคิ้ว  แล้วเร่งเครื่องยนตร์อีแต๋นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

บุนโอบกอดร่างของเขาเมื่อความเย็นชื้นปะทะลมฝน ดินลูกรังกระเด็นกระดอนเลอะ

เปรอะเปรื้อนชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อน

“อ้าวนายหัว ! คุณบุนครับรถนายหัวอยู่นู่น ผมว่าคุณบุนติดรถนายหัวไปดีกว่านะครับ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมเปียกทั้งตัวแล้ว”

 

ชาวไร่ยกมือโบกสุดความยาวแขน

รถกระบะขนผักทางเลนขวามุ่งตรงมายังรถอีแต๋น พร้อมกระพริบไฟสูงต่ำเป็นสัญญาณ

     

  คนขับกระบะเลื่อนกระจกลงชายตามอง  “ ขึ้นมา ” 

                                      “ คุณบุนขึ้นไปเถอะครับ นายหัวอุตส่าห์มารับ”

 

ร่างเชิ้ตน้ำตาลกอดห่อตนเอง ค่อย ๆ ลงจากรถอีแต๋นแล้วรีบวิ่งขึ้นรถกระบะ 

 

เรียวนิ้วคนขับปรับแอร์ลดความเย็นลง

“ แน่จริง ๆ เลยนะครับเนี่ย เมื่อเดือนก่อนมาคุยแล้วไม่สำเร็จ สัปดาห์ก่อนก็แอบหัวเสียที่ผมไม่ยอมเสนอหน้ามา แต่ก็ถือว่าสำเร็จแล้วไม่ใช่หรอครับที่ผมยอมตกลงข้อเสนอของบริษัทคุณ   แหม่  เหมาะกับชื่อจริงๆเลยนะครับ บุญชนิต ” 

“ อือ”  บุนกำลังก้มหน้างุด ๆ จัดขากางเกง

“ตอบอะไรที่มันยาวๆกว่านี้หน่อยได้มั้ยบุน “   ใบหน้าจิ้มลิ้มค่อยๆหันไปมองอีกฝ่ายที่บุกถามเขาแบบนี้ เสียมารยาทจริง ๆ 

ทันใดนั้นเรียวตาสวยเบิกตากว้าง รู้ตัวว่าเผลอเดดแอร์กลางอากาศ ก็รีบกอบโกยความเป็นตัวเองเข้าสู่โหมดเดิม 

“ชิ้น..”    ชิ้น หรือ ชนินธร เจ้าของพืชไร่พืชสวน  นายหัว คนนี้ที่ชาวไร่พูดถึงอยู่บ่อย ๆ

 

  “ เก่งฉลาดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ โน้มน้าวหัวหน้าลูกน้องผมจนเขายอมเจรจาด้วย และมาคุยกับผมเรื่องนี้”

“ขอบคุณ” 

“หนาวมากมั้ย ผมเอาเสื้อคลุมมาให้ อยู่หลังเบาะน่ะ” พูดพลางยกนิ้วโป้งชี้ไปด้านหลังเบาะของคนตัวเล็ก

บุนพยักหน้าตอบรับ เอี้ยวตัวเอื้อมหยิบเสื้อคลุมของตน

“ไปบ้านมาหรอ” โทนเสียงแน่วนิ่ง เพราะวันนี้เขาใส่เบลเซอร์คุยงานข้างนอกทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ต้องถอดพักไว้บ้านคุณยายลุยไร่ลุยสวนได้สะดวก

“ชิ้นไม่ได้ย้ายออกไปไหน แค่เข้าไปเรียนในกรุงเทพ”

“….”

“ไม่เหมือนคนแถวนี้หรอก ไปเรียนต่อนอกไม่บอกสักคำ”

 

 

 

“แล้ว…โน้มใจคนอื่นให้คล้อยตามบุนแบบนี้ตลอดเลยรึเปล่า….” น้ำเสียงเริ่มแผ่วลง

บุนชะงัก สายฝนโปรยปรายด้านนอกตัวรถแทบหยุดกลางอากาศเมื่อสายตาเฉียบชาพาสะกด 

ลมแอร์ภายในรถเย็นขึ้นแต่ความแรงลมเท่าเดิม

“ อะไร”

“เปล่า ก็แค่รู้สึก… ใจมันคล้อยไปหาบุนตลอดที่เราอยู่ด้วยกัน”

บุนกรอกตามองบน ผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ บุนไม่ตอบอะไรมาก เขารู้อยู่แก่ใจว่าชิ้นรู้สึกแบบไหน  บุนเอนเบาะลง หยิบเสื้อห่อห่มร่างของเขา

ชิ้นลักลอบมองคนตัวเล็กที่นอนหันหลังใส่เขาพลางยกยิ้ม

รถกระบะขนผักแล่นตามท้องถนนลูกรังไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดหมาย

 

“ คุณยายย พี่จิน คะ   พี่บุนมาแล้วค่ะ”  เสียงเด็กผู้หญิงวัยมัธยมปลายเจื้อยแจ้วรายงานเจ้าของเรือนกับคุณเลขาของบุน

มายด์  เด็กผู้หญิงที่คุณยายอุปถัมภ์เลี้ยงดูตั้งแต่ยังเล็กเสมือนใช้นามสกุลร่วมกัน

 

          “หยิบร่มไปรับตาบุนเร็ว”      คุณยายเอ่ยเร่งสาวทั้งสอง 

“มายด์ไม่ต้องไปๆ พี่ไปเอง เดี๋ยวเปียก”  จิน พนักงานบริษัท บีบยอน ตำแหน่งเลขาฯ ของคุณบุญชนิต

จินฉวยร่มมาสองคันแล้วรีบสาวเท้า

 

ซ่า   ซ่า  ซ่า

 

“บุนตื่นเร็ว” ชิ้นกระซิบข้างใบหู …แต่กลับไม่มีวี่แวว “บุน ถึงแล้วครับ” ชิ้นสะกิดร่างบุนเล็กน้อย

“อือ”

ไม่นานนักเกิดเสียงเคาะกระจกรถ

“ขอบคุณ” หันไปเอ่ยเจ้าของพาหนะ

จินกางร่มอีกคัน  บุนพาร่างตัวเองเข้าไปภายใต้ร่มหลบฝนแล้วจึงปิดประตูรถ และทั้งคู่รีบสาวเท้าเข้าเรือน

 

 

“ตัวเปียกมาเชียว รีบไปอาบน้ำมาแล้วมากินข้าวกินปลากันนะบุน” คุณยายเอ่ยห่วงใยบุน

“ได้ครับ แต่ผม ไม่มีชุด…” บุนมองเลือนร่างจินหัวจรดเท้า

“อ้อ ชุดน้องมายด์ค่ะ น้องมายด์ให้ยืมใส่ ในรถก็ไม่มีชุดที่น้องบุนติดรถมานะคะ”

“ครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะค้างที่นี่ “

“ พี่บุนไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวมายด์ไปหาชุดมาให้”

“ขอบใจ”

 

 

 

ยามราตรีแสงสลัวจากดวงจันทร์เพิ่มเติมด้วยหมู่ดาว บุนเงยหน้ายกยิ้มเพียงมุมปาก เขาเปิดหน้าต่างไม้มองดูความสวยงามของหมู่ดาว ในกรุงเทพวันๆเจอแต่เครื่องบิน

 

“ ตัวลุมๆนะ” บุนหุบยิ้มเมื่อเสียงคุ้นเคยแทรกการสนทนาระหว่างเขากับดวงดาว

ชิ้นนั่งขอบหน้าต่างกล่าวทักทายเพื่อนซี้สมัยม.ปลาย บ้านบุนกับชิ้นติดกัน มีแค่กระถางต้นไม้เป็นตัวแทนแบ่งอาณาเขตแทนรั้วกั้นเหล็กของสองบ้านนี้

บุนหลุบสายตามองดวงดาว

“เสื้อใหญ่ไปนะ”

“เสือก”

“อืม สั้นๆได้ใจความ งั้นถ้าผมเสือกคุณก็ถอดคืนมาให้ผมเดี๋ยวนี้เลย ตอนนี้ ไม่ต้องปิดหรอกหน้าต่าง”

 

ทันใดนั้น

ปัง เสียงบานหน้าต่างไม้ปิดลง    ประมาณเสี้ยวนาทีบานหน้าต่างเปิดออก

“ขอโทษ “ 

ชิ้นขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ฝันดี” บุนเอ่ยลาค่ำคืนนี้ พลางค่อยๆปิดบานหน้าต่าง

 

 

 

 

“นอนหลับฝันดีมั้ยครับเมื่อคืน

“ดีเลยค่ะน้องบุน ที่นี่บรรยากาศดีมากเลย”

“มายด์ นี่เสื้อไอ้ชิ้นหรอ” บุน ชูชุดที่เขาสวมเมื่อคืน

“ใช่ ทำไมอ่อ ที่ไอ้…ไอ้ นี่ รู้จักพี่ชิ้นด้วยหรอ” มายด์มองตาปริบ ๆ 

“อือ เพื่อนสมัยเรียน “

“แค่เพื่อนหรอ”

“ถามอะไรก็แค่เพื่อน”

 

 

ทั้งสี่คนล้อมวงทานข้าวด้วยกัน

 

 

ไม่นานนักรถออดี้รุ่น Rs7 ขับเคลื่อนแล่นสู่ท้องถนนเส้นทางหลักมุ่งห้นาไปยังกรุงเทพมหานคร

 

 

 

“เป็นไง เรียบร้อยมั้ย เมื่อวานเจอนายหัวที่ว่ามั้ยละ” คุณพ่อของบุน กร่อนหัวเราะเมื่อบุนได้ยินสรรพนามนั้นแล้วสีหน้าเรียบตึงกว่าเดิม

“ผมเดาถูก พ่อเล่นงานผม ยกเลิกรับพืชผักจากแหล่งเก่ากลางคัน จนวัตถุดิบเกือบไม่พอ”

“ชั้นไม่ทำวิธีนี้แกจะได้เจอมันมั้ย”

“พ่อ ผมกำลังออกสูตรใหม่”

“ก็นี่ไง ถือโอกาสนี่สะสิ”

“พ่อครับ”

“ทำไมละ หายไปหลายปีโดยไม่บอกไม่กล่าวไอ้ชิ้นมันสักนิด ไม่คิดจะไปง้อมันหน่อยหรอ”

“ผมไปเรียนต่อนอก ไม่ได้หายไปไหน”

“ไม่บอกมันก่อนละ จะได้ไม่ต้องมาแอบหัวเสียไอ้ชิ้นที่มันลีลากับข้อตกลง กลัวมันเสียใจ”

 

“ครับ”

“ไอ้หายไปแล้วไม่บอกนี่แหละมันยิ่งทำให้เสียใจหนักกว่าเดิม”

 

 

 

 

 

สามวันผ่านไป

 

รถออดี้สีดำ รุ่น Rs7 เคลื่อนตัวถอยเข้าโรงจอดรถ

“คุณยายพี่บุนมาแล้วค่า “

 

“เอกสารที่น้องบุนต้องอ่านปึกนี้นะคะ ส่วนปึกนี้เก็บไว้กับพี่ก่อนเนาะ”

“ครับ”   บุนยกกระเป๋าเสื้อผ้าลงจากรถสองใบ มายด์ช่วยยกเสริมอีกแรง

“หนูจินก็มาด้วยหรอลูก”

“ค่ะ ต้องมาช่วยคุยทางนั้นกับคุณบุนเขาอีกน่ะค่ะ “

“ดีเลยงั้นมากินข้าวกัน”

“ส่วนตรงนี้เป็นแปลงผักแครอทกับหัวไชเท้าครับ ถ้าสุดลูกหาลูกตาตรงนู้นนก็แปลงมะละกอกับมะนาวครับ”   

เข้าสู่ช่วงชาวไร่พาทัวร์   สองร่างหญิงชายเดินสำรวจกรรมวิธีการปลูก จากนั้นนั่งรถอีแต๋นไปเรื่อยๆ  แทบหมดไป1วันกับการสำรวจแปลงผักต่างๆ

“เดี๋ยวผมแวะที่นี่สักครู่นึงนะครับ สั่งเมนูน้ำปั่นผักผลไม้ไร่เราดื่มกันได้นะครับ”

“อ้อครับ”

บุนเหลือบไปเห็นชิ้นกำลังวาดภาพกับข้อความลงบนกระดานไวท์บอร์ด  ที่มีใครต่อใครนั่งฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ

“คุณชิ้นเป็นผู้ใหญ่บ้านด้วยหรอครับพี่จิน” เลขาจินผู้หาข้อมูลต่างๆให้ประธานบริษัท

“ไม่ได้เป็นนะคะ”

 

ผ่านไปชั่วครู่บุนเอ่ยถามชาวไร่ จึงได้ใจความว่า ตั้งแต่ชิ้นเป็นเจ้าของไร่แล้วเริ่มข้อเสนอแนะเรื่องถนนกับผู้ใหญ่บ้าน จวบจนทุกวันนี้ชาวบ้านสัญจรทางถนนได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่วนถนนลูกรังยังมีบ้างตามไร่ตามสวน

 

บ่ายสามโมงสิบนาที

 

“ทำไมไม่เอาแตงกวาด้วย” ชิ้นเอ่ยถามเมื่อเห็นลิสต์ผักที่บุนจดไว้

“มันไม่ดีต่อบริษัท”

“ไม่ดีต่อบริษัทหรือไม่ดีต่อตัวเองกันแน่  ยอดขายดีด้วย ”

“ใช่ค่ะน้องบุน พี่ไปดูแปลงแตงกวาแทนได้นะ”

“ไม่ครับ”

“ค่ะก็ได้ค่ะ”

 

ถึงแม้ว่าเขาเองเป็นประธานบริษัทที่ทำธุรกิจด้านผลิตเครื่องสำอางค์และสกินแคร์จากแหล่งธรรมชาติ เช่น พืช ผัก   สกินแคร์จากแตงกวาของบริษัทนับเป็นยอดขายอันดับ1 มาหลายปีซ้อน ทั้งพนักงานบริษัทรวมถึง R&D ต่างตั้งข้อสงสัยว่าทำไมยกเลิกการผลิตสินค้าตัวนี้

 

ผมยกเลิกก็คือยกเลิก ไม่เอาก็คือไม่เอาครับ 

พนักงานพยายามโน้มน้าม ออกความเห็นกันยกใหญ่ คุณบุนไม่ฟังสักเสียง 

 

“บุน  บุน”  ชิ้นโยนลูกไม้ใส่บานหน้าต่างบ้านตรงข้าม

“อะไรหนักหนา”

“วันนี้ที่โรงเรียนวัดมีงานจัดให้เด็กใกล้ปิดเทอม  ชิ้นจองถังไอติมไว้ ไปแจกเด็กๆกัน”

“อืม”

“มีงานวัดด้วยนะที่เราสองคนชอบไปกันไงบุน”

“จะนอน”

 

“บุน…” เสียงอีกฝ่ายแผ่วเบา บุนเริ่มรู้สึกผิด

“ลงไปรอ”

 

 

เวลาหกโมงครึ่ง ณ  โรงเรียนวัด

ไฟจากเวทีแสดงความสามารถเด็กเริ่มต้นขึ้น ชุดการแสดงผ่านไปหลายชุด

ไอติมในถังยุบลงเรื่อย ๆ 

“พี่คับ อันนี้เท่าไหย่ “

“ฟรีครับ” บุนตอบพร้อมกับยื่นไอติมที่ชิ้นตักส่งให้

“ไม่เป็นไรคับ แลกกัง” กำปั้นน้อยยื่นดอกคาร์เนชั่นสีเหลือง

“ขอบใจ” บุนรับดอกไม้นั้นพลางส่งยิ้ม เด็กน้อยเดินนออกไป ชิ้นกลับได้รับสายตาพิฆาตจากบุน

ชิ้นหยักไหล่ไม่รู้ไม่ชี้

 

เวลาสองทุ่มครึ่งไอติมหมดเกลี้ยง  บุนชิ้นช่วยกันยกถังไอติมขึ้นท้ายรถ จากนั้นตัวรถเคลลื่อนไปตามถนน สองร่างในรถกระบะตอนนี้ไม่มีบทสนทนาใดใดทั้งสิ้น

“วัวลาน…” ทุ่งฟางลานกว้าง คาดว่าแต่ก่อนเมื่อไม่นานมานี้มีประเพณีวัวลานเกิดขึ้นที่นี่

“ยกเลิกไปแล้ว ชิ้นขอยกเลิกเอง มันทรมานสัตว์ ตอนนี้ทำแผนยกเลิกทั้งจังหวัดอยู่”

“ก็ดี”  บุนหลุดยิ้มกับคาร์เนชั่นสีแดงในมือ

“รู้ใช่มั้ย”

“อือ”

“รู้แล้วยังไงต่อ”

บุนน่ะฉลาดรอบด้าน เขาทันควันชิ้นตลอดแหละ ดอกคาร์เนชั่นสีเหลืองความหมายของมันคือ

ความรู้สึกงอน อยากให้อีกฝ่าย…

“ง้อ”

 

ชิ้นเหยียบเบรกกะทันหัน ตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรแล้วนอกจากคนข้างตัวเขา

“ทำเหี้ยไรเนี้ย” บุนชะเง้อมองกระจกหลังสำรวจรถ

“เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ”

“ ขับต่อไปกูง่วง”

“คุยกันก่อน”

“แล้วทำไมมึงลีลากว่าจะตอบข้อตกลงกับกูตั้งแต่แรก”

“บุน”

“กูลงจากรถนะ”

“แล้วจู่ๆไอ้บริษัทที่ไหนไม่รู้ยกเลิกไร่เก่าที่ทำร่วมกันนับสิบปี มายื่นข้อเสนอขอร่วมธุรกิจไร่กระจอกลอกง้อยนี้แทน กูกลัวโดนหลอก และ กูอยากขายให้ชาวบ้านอื่นๆด้วยให้เขามีรายได้บ้าง”

“ตอนแรกเก๊กบอก ไม่ๆ อย่างเดียว สั่งลูกน้องเฉดหัวไล่กูกลับ เด็ดขาดเชียวนะมึง”

“งงนะ ตอนด่าปากจัดแถมพูดเยอะ”

“เสือก”

ห้าวันผ่านไป

 

ยามเช้า ณ บ้านชิ้น

“วันนี้กลับแล้ว”

“คิดถึงชิ้นมั้ย”

“….”  บุนขมวดคิ้วเมื่อหลุบสายตาลงเจอดอกลิลลี่สีส้มบนตัก ความหมายก็คือ

“สุขใจที่ได้ใกล้มึง”

“อือรู้แล้ว”

“กลับมาอีกนะ ติดต่อมาบ้าง”

“ขอโทษ” บุนสวมกอดเจ้าของบ้าน ชิ้นชะงักไปเชื่อครู่พลางเลื่อนมือขึ้นโอบกอดเช่นกัน

“ไม่มีใครโกรธมึงลงหรอก”

“มึงไงชิ้น”

“ใครจะกล้าโกรธมึง”

“ชิ้น..”

“น่ากลัว ขัดใจนิดหน่อยใบไล่ออกจากปธ.สั่นริกๆ”

บุนรีบสาวเท้าเดินออก  อย่าหาความโรแมนติกกับผู้ชายคนชื่อ ชิ้น

 

 

 

บ๊ายยยยยย บายย เสียงคุณยายกับมายด์ผสานกันพร้อมโบกมือลา รถหรูเคลื่อนตัวออกจากชายหลังคา

บทสนทนาในรถหรูเริ่มขึ้น

 

“ดอกเยอบีร่าช่อนี้ใครให้มาหรอคะน้องบุน” จินเอ่ยถาม

“อ่อคนรู้จักน่ะครับ”

“ความหมายน่ารักมากเลยนะคะ”

“ครับ?”

“เธอคือแสงอาทิตย์ของฉัน แถมดูดพวกสารพิษในอาคารด้วยนะ ช่างเลือกมากเลย”

บุนอาศัยจังหวะพี่จินคุยงานจึงลักลอบยิ้ม

 

 

ณ กทม.  บ้านบุน 

“ ขอบคุณมากเลยนะครับ ผมอุตส่าห์ไม่ให้ลำบากไปหาให้เป็นภาระแท้ๆ”

“ไม่เห็นเป็นอะไรเลย นานๆมาทีแค่ของฝากนิดหน่อยๆ นะลูกนะ กินให้อร่อยนะครับ”

“ครับคุณยาย งั้นแค่นี้ก่อนนะครับ”

 

บุนเหลือบไปเห็นถุงพลาสติกสีอีกถุง ฝ่ามือสวยค่อยคลี่ปมออก

ดอกคาร์เนชั่นสีแดง   บุนควานหาโทรศัพท์รีบกดโทรหาคนคนนึง

“โปรดเห็นรักฉันด้วย” ชิ้นชิงพูดสายก่อน

“ความหมายดี”

“โปรดเห็นรักชิ้นด้วย”

“เห็นแล้ว”

 

จบ

 

ขอบคุณมากนะคะที่อ่านจบ

 

 

เป็นฟิคตอนเดียวจบนะคะ เนื้อเรื่องอาจดำเนินเร็วมากไปเลยใช่มั้ย แงง5555 เดือนหน้ามีอีกเรื่องค่ะ จะตั้งใจแบ่งเวลาดีๆเลยยย จะได้ไม่ปั่นล่กๆ ขอบคุณมากเลยนะคร้าบ

ย้ำอีกทีว่าฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคในโปรเจค #614SYNOPTIC  ") ไปติดตามกันทางทวิตเตอร์ได้นะคะ มีนักเขียนผลิตเนื้อหาดีๆเยอะแยะเลยนะคะ 



                        * ยังไม่ได้ตรวจคำผิด *

ผลงานอื่นๆ ของ SunxoeSis

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น