คัดลอกลิงก์เเล้ว

ถ้าขอพรได้ Wish You By My Side

โดย GEERAA

“นายคิดว่าแค่นี้มันจะพอกินเหรอ?” “ต่อให้เป็นเงาะกระป๋อง ผมก็ไม่ยอมใจอ่อนหรอกนะ” “เราไปทำบุญกันไหม”

ยอดวิวรวม

15

ยอดวิวเดือนนี้

15

ยอดวิวรวม


15

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  2 ส.ค. 63 / 22:53 น.
นิยาย Ң; Wish You By My Side ถ้าขอพรได้ Wish You By My Side | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ถ้าขอพรได้ Wish You By My Side



“นายคิดว่าแค่นี้มันจะพอกินเหรอ?” 
“ต่อให้เป็นเงาะกระป๋อง ผมก็ไม่ยอมใจอ่อนหรอกนะ” 
“เราไปทำบุญกันไหม”


          
      


          @MGeera

เนื้อเรื่อง อัปเดต 2 ส.ค. 63 / 22:53


ถ้าขอพรได้ Wish You By My Side

 

“ถ้าขอพรได้หนึ่งข้อ คุณอยากจะขออะไรเหรอ” ผมเอ่ยถามเธอที่ยืนอยู่ข้างๆ ตอนนี้เราทั้งสองยืนอาบแสงจันทร์ที่ริมหน้าต่าง  คืนนี้พระจันทร์ส่องแสงสว่างไสว ท้องฟ้าปลอดโปร่ง มองเห็นดาวระยิบระยับแข่งกันส่องแสง ราวกับว่าพวกมันกำลังปลอบใจพวกเราทั้งสองจากความเศร้าโศกที่มี

ผมกับเธอ เราเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว.... นานจนทำให้ผมคิดกับเธอไกลเกินคำว่าเพื่อน... 

“คงขอให้มีชีวิตที่ดีกว่านี้ล่ะมั้ง” เธอตอบผมด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ขณะพูดเธอไม่ได้มองหน้าผมเลยเพราะเอาแต่มองเหม่อไปข้างหน้า ดวงตาที่เคยสดใสคู่นั้น ตอนนี้มันสะท้อนกับแสงจันทร์บนฟ้าจนเกิดเป็นประกายในแววตา มันเผยความเสียใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดจนผมรู้สึกได้

วันนี้เป็นวันครบรอบการจากไปของพ่อกับแม่ ทั้งของผมและเธอ...

พวกท่านถูกพวกคนใจร้ายฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ทั้งๆที่เราก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่พวกเขาเลยสักนิด แต่ทำไมกันล่ะ...ทำไมพวกเขาถึงทำขนาดนี้ ความเมตตาปรานีไม่เคยมีอยู่ในจิตใจเลยหรือยังไงกัน

.....สภาพศพเละเทะจนไม่น่ามอง จนผมและเธอนึกกลัว ถึงขนาดต้องย้ายมาอยู่ในบ้านหลังใหม่ จะพูดว่าบ้านของเราก็พูดได้ไม่เต็มปากเพราะผมไม่ใช่เจ้าของ แค่มาอาศัยอยู่ มีอาหารให้กิน และต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ 

การจากไปของพ่อแม่เป็นไปอย่างกะทันหัน สร้างความสะเทือนใจให้ทุกคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก  เมื่อไม่มีพ่อกับแม่ พวกเราก็ต่างต้องใช้ชีวิตด้วยตัวเอง  พี่ๆน้องๆก็แยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง โอกาสที่จะกลับมาเจอกันก็ยากลำบาก

ชีวิตหนอชีวิต.... ถ้าเป็นผมก็คงอยากจะขอพรเหมือนเธอ 

เราทั้งสองอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้มาสองเดือนเต็ม อยู่ที่นี่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องอาหารเพราะคนบ้านนี้ไม่ชอบล้างจานหลังทานเสร็จ ทานเสร็จในตอนเช้าและตอนเที่ยง รอล้างพร้อมกันทีเดียวในตอนเย็น และเมื่อทานข้าวเย็นเสร็จก็ทิ้งข้ามคืนไว้ล้างตอนเช้าของวันถัดไป ถึงแม้ความคร้านของมนุษย์จะเป็นวิสัยที่ไม่ดี แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมและเธอมีอาหารประทังชีวิตจนถึงทุกวันนี้ อาหารของเราคือเศษอาหารที่อยู่ในจานของพวกเขาล่ะ....

หลังจากที่ยืนอาบแสงให้พระจันทร์และดวงดาวกล่อมความเศร้าให้คลายลง เราจึงค่อยๆย่องไปในห้องครัวเพื่อไปกินอาหารอย่างเช่นทุกวัน ตอนนี้คงจะดึกมากแล้ว และนี่คือเวลาที่เหมาะสมที่สุดเพราะอย่างน้อยในเวลานี้คนพวกนั้นก็คงนอนหลับกันหมด มันเป็นผลดีต่อผมและเธอเพราะพวกเขาไม่รู้ถึงการมีอยู่ของเรา หากพวกเขาเห็น เราคงไม่ปลอดภัยแน่

ขณะที่ผมและเธอกำลังลงมือจัดการเศษอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่เหมือนกำลังเดินมุ่งตรงมายังห้องครัวพร้อมกับเสียงคุยจอแจของสามีและภรรยาผู้เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้

เห็นดังนั้นทั้งผมและเธอจึงรีบระรัวขาไปหาที่หลบซ่อน ก่อนจะได้ยินบทสนทนาที่พวกเขาคุยกัน

สวิตช์ไฟในห้องครัวถูกกดเปิด ทำให้แสงไฟในห้องครัวสว่างจ้า ผู้เป็นภรรยาเปิดตู้เย็นก่อนจะหยิบกล่องนมออกมา ก่อนจะค่อยๆเทลงในแก้วสองใบแล้วเอาพวกมันเข้าไปวางในไมโครเวฟ ก่อนเธอจะกดขยุกขยิกที่เครื่องนั้นอยู่สักพัก

“อย่าลืมเตรียมตัวด้วยล่ะ วันนี้วันพฤหัสแล้ว พรุ่งนี้อย่าลืมเก็บของนะ”

“ในที่สุดพี่ก็มีเวลาว่างพาหนูกับลูกไปเที่ยวสักที แล้วพี่ลางานวันไหนบ้างคะ”

“วันจันทร์วันเดียวครับ เพราะพุธกับพฤหัสตรงกับวันหยุดพอดี”

เมื่อภรรยาสาวได้ฟัง เธอก็ยกนิ้วมือขึ้นมานับ

“หนึ่งอาทิตย์พอดีเลย เราไปเกาะช้างกันดีไหมคะ”

“ตามใจหนูเลยครับ”

ผมจับใจความได้ว่าพวกเขาจะไปเที่ยวกันทั้งครอบครัวหนึ่งอาทิตย์.....

หนึ่งอาทิตย์เลยเหรอ

....แล้วผมกับเธอจะเอาอาหารที่ไหนประทังชีวิตในหนึ่งอาทิตย์นี้กัน

 

“นายคิดว่าแค่นี้มันจะพอกินเหรอ?” เธอมองอาหารที่ผมขอมาจากเพื่อนข้างบ้าน  วันนี้เป็นวันที่สาม ที่เราได้กินอาหารที่น้อยกว่าเศษอาหารที่เคยกิน ชนิดที่ว่าถ้าเธอกินแล้วผมจะอด แถมปริมาณมันน้อยนิดมากจนทำให้ไม่อิ่ม 

และสามวันมานี้....ผมรู้สึกว่าเธอแปลกๆไป คงเป็นเพราะโมโหหิวล่ะมั้ง ....

“นายไม่คิดบ้างเหรอว่าทำไมเราถึงต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ ทำไมเราถึงมีชีวิตที่แย่ ทำไมโชคชะตาไม่เข้าข้างเราบ้าง ทำไมเราต้องเกิดเป็น-”

“แต่อย่างน้อยเราก็ได้เกิดมาไม่ใช่เหรอ” 

“เกิดเพื่อมามีชีวิตแบบนี้ ใครจะอยากเกิดมา! ฉันไม่มีความสุขเลย ได้ยินไหม! แล้วไม่ต้องไปขออาหารจากบ้านหลังนั้นอีกนะ นายก็เห็นว่ามันน้อยนิดขนาดไหน ฉันไม่อิ่ม” ทันทีที่พูดจบ เธอก็หันหลังใส่ผม แล้วก้าวออกไปจนลับสายตา...

เธอบอกว่าเธอไม่มีความสุข

แล้วตอนที่อยู่กับผม เธอไม่มีความสุขเลยเหรอ....

ทุกอย่างที่ผมทำ ที่ผมหาอาหารมาให้ ที่ผมคอยอยู่ข้างๆ คอยเป็นเพื่อนในตอนที่เธอเศร้า มันไม่มีค่าเลยหรอ.... อย่างน้อยในตอนที่อยู่ด้วยกัน ผมก็อยากให้เธอมีความสุข 

ผมว่าผมควรปรับทัศนคติให้เธอใหม่แล้วล่ะ

 

ตกเย็น

“ไม่หิวเหรอ”

“ไม่”

“อร่อยนะ”

“บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องไปขออาหารจากบ้านหลังนั้น”

“ก็อยากหาอะไรมาให้กิน”

“บ้านหลังอื่นก็มี”

ผมว่าเธอเริ่มแปลกๆแล้วล่ะ

“แต่ว่าวันนี้กินอันนี้ไปก่อนนะ” ผมพูดพลางยื่นอาหารให้เธอ  

“ไม่”

“กินก่อน เดี๋ยวปวดท้องนะ” ผมพยายามคะยั้นคะยอให้เธอรับอาหารจากผมไป ถ้าปวดท้องขึ้นมา มันจะแย่

“บอกว่าไม่ไง!” เธอตวาดใส่ผมราวกับไม่พอใจอะไรนักหนา ก่อนจะปัดอาหารในมือของผม จนมันหล่นกระจัดกระจายเต็มพื้นไปหมด

ตุบ!

โอเค...ผมว่า ผมควรปล่อยให้เธอสงบสติอารมณ์ตัวเองให้ได้ก่อนดีกว่า คิดได้ดังนั้น ผมเลยเดินออกมาจากตรงนั้น ปล่อยให้เธออยู่คนเดียวไปก่อน 

ก่อนจะหันหลังให้ ผมเห็นแววตาของเธอเผยความรู้สึกผิดออกมา 

 

 

หลังจากเหตุการณ์นั้น คืนนั้นทั้งคืนไม่มีบทสนทนาของเธอกับผมเลย พอเช้าวันต่อมา เธอทำท่าเหมือนจะพูดด้วย แต่เธอก็ไม่กล้า ท่าทางกล้าๆกลัวๆแบบนั้น ผมไม่เคยเห็นจากเธอเลยสักครั้ง ดวงตาใสที่ผมชอบมอง ฉายความรู้สึกผิดออกมาไม่หยุด.... แต่ในบางเวลา  ผมก็รับรู้ถึงสายตาบางอย่างที่คาดเดาไม่ได้จากเธอ

และกลับกลายเป็นว่า ตอนนี้เราก็ยังไม่ได้คุยกัน...

 

 

ผมไม่เห็นเธอตั้งแต่ช่วงสายๆแล้ว ตอนนี้จวบจนจะเที่ยง ผมก็ยังไม่เห็น 

เธอหายไปไหนนะ....หรือว่าจะโดนทำร้าย หรือว่าจะ-

“นี่” ผมรับรู้ถึงแรงสะกิดจากด้านหลัง เสียงหวานๆที่ได้ยิน เสียงที่ผมคุ้นเคย ทำให้ผมรู้สึกโล่งอก อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้เป็นอะไร อย่างน้อยเธอก็กลับมา

“......”

“ทำไมไม่พูดด้วยล่ะ ยังโกรธฉันอยู่เหรอ”  

“....” ผมไม่ตอบ เพราะอยากรู้ว่าเธอจะทำยังไงถ้าผมโกรธ.... ก็แค่อยากให้เธอง้อ อยากให้เธออ้อนผมบ้างก็เท่านั้น....

 

 “งั้นเดี๋ยวต่อไปฉันจะหาอาหารมาให้นายทาน ดีไหม”

“ไม่”

“งั้น-”

“ไม่”

“ยังพูดไม่จบเลยอ่า จะไม่หายโกรธจริงๆหรอ”

“ไม่”

“ใจแข็งจัง”

“…..”

“งั้นตามมานี่เร็ว จะพาไปดูอะไร นายต้องชอบมากแน่ๆ” นี่เธอกำลังง้อผมใช่ไหม.. 

“....” ขอเล่นตัวสักหน่อยแล้วกัน 

“อะ มาเร็ว” เพราะผมไม่พูดด้วย แถมยังทำเป็นไม่สนใจ

หมับ!

เมื่อความอดทนของเธอหมดลง เธอเลยคว้ามือผมไว้ ก่อนจะดึงแกมลากให้ผมไปยังสถานที่ที่เธอบอกไปก่อนหน้า

เธอเป็นคนคว้ามือผมมาจับก่อนเชียวนะ รู้สึกดีจัง J

 

 

“ถึงแล้ววววว เซอร์ไพรส์!”

“เงาะกระป๋อง?” ผมพูดพลางทำหน้าไปงงๆราวกับไม่สนใจ เล่นตัวไปงั้นแหละ ทั้งที่ในใจมันรู้สึกดีไม่น้อย เธอจำได้ด้วยว่าผมชอบกินเงาะกระป๋อง.... 

....น่ารักเนอะ

“ฉันจำได้ว่านายชอบกินเงาะกระป๋อง”

“ต่อให้เป็นเงาะกระป๋อง ผมก็ไม่ยอมใจอ่อนหรอกนะ” พูดไป.... ตอนนี้ใจผมมันเหลวไปหมดแล้ว...

“แล้วต้องทำยังไงอีกเนี่ย ฉันง้อไม่ค่อยเป็นนะ” 

“.....”

“อะงั้นหลับตาก่อน แป๊บเดียว”

 

 

ฟู่ววว

ฉันหายใจเข้าออกเพื่อเรียกความกล้าของตัวเองอยู่หลายครั้ง สิ่งที่ฉันจะทำต่อไปนี้ มีผลลัพธ์อยู่สองแบบ อย่างแรกคือเขาต้องหายโกรธฉันแน่ๆ และความสัมพันธ์ของเราก็จะ....ขยับขึ้นมา

อย่างที่สอง คงจะโกรธกว่าเดิมและความสัมพันธ์ของเราต่อจากนี้ ฉันเดาไว้สองทาง เขาอาจจะพยายามเป็นเพื่อนเหมือนเดิม หรืออาจจะตีตัวออกห่าง... แต่แล้วยังไงล่ะ อย่างน้อยฉันก็ได้บอกความรู้สึกที่มีออกไป

ฉันเคยคิดเข้าข้างตัวเองอยู่หลายครั้งหลายหน เพราะการกระทำของเขาทำให้ฉันคิด เขาคอยดูแล คอยอยู่ข้างๆและคอยอยู่เป็นเพื่อนในเวลาที่ฉันเศร้า หรือมันเป็นสิ่งที่เพื่อนปกติเขาทำกันเหรอ.....

ถ้าจริง คงมีฉันที่ไม่ปกติ แต่มาถึงขนาดนี้แล้ว ฉันจะไม่ยอมถอยแน่ๆ วันนี้ฉันต้องได้สารภาพความรู้สึกออกไป ถ้าช้ากว่านี้ คนข้างบ้านที่ชอบไปขออาหารบ่อยๆได้คาบเขาไปจากฉันแน่ๆ!

อือ... ที่ไม่อยากให้ไปขอข้าวบ้านนั้น เหตุผลก็แค่....หวง   ฉันไม่รู้จะแสดงออกยังไงว่าไม่พอใจ  ถ้าพูดไปตรงๆว่าหวง... ตอนนั้นก็กลัว เลยหาเรื่อง....ชักแม่น้ำทั้งห้า เอาทั้งความจริงและเรื่องไม่จริงมาพูด

ที่ฉันบอกว่าไม่เคยมีความสุข....ไม่จริงเลย

ตอนที่ได้อยู่กับเขา คนที่รู้สึกดีด้วย....ก็ต้องมีความสุขอยู่แล้ว

 

“ลืมตาได้ยัง”

“อย่าพึ่งสิ ใจร้อนจริงๆเลยพ่อคุณ”

“อีกนิดคือจะหลับแล้วนะ”

“อะ งั้นลืมตาได้”

“...”

“คะ คือฉัน มีเรื่องจะบอก” สายตาเขาที่มองมาเริ่มทำฉัน...เขิน 

“....”

ฉันสูดหายใจเข้าลึกที่สุด ก่อนจะกลั้นใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก่อนจะพูดออกมา 

“ฉันชอบนาย!”

“ว่าอะไรนะ” เขาดูอึ้งกับสิ่งที่ฉันสารภาพออกไป ตาของเขาแทบถลนออกมาจากเบ้า เขาอ้าปากค้างกับคำพูดของฉัน โห... รีแอคชั่นโอเวอร์ไปนะ

“ไม่เอาแล้ว ไม่พูดแล้ว” ฉันพูดพลางสะบัดหน้าหนี ฉันก็เขินเป็นนะโว้ย

“ไหนพูดอีกที”

“แล้วจะหายโกรธไหม”

“อื้อ”

“ฉันชอบนาย”

“ผมก็ชอบเธอนะ” ว่าอะไรนะ!!!?

อะ โอเค ฉันเข้าใจความรู้สึกของเขาเมื่อกี้แล้ว... มันอึ้งปนดีใจจนพูดไม่ออก 

การที่ชอบใครแล้วเขาก็ชอบเรากลับนี่ มันดีจังเลยเนอะ....

“งั้นเรา...เป็นมากกว่าเพื่อนได้ไหม>>//<<”

“แน่นอนสิ งั้นเรา....เป็นแฟนกันนะ” ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองหน้าแดงขนาดไหน แต่ที่รู้ๆหน้าเขาก็แดงไม่แพ้กัน เวลาเขินเนี่ย...น่ารักจัง

“...”

“อย่าพึ่งทำหน้าดีใจไป มาเคลียร์กันก่อน”

“เรื่องไรอ่า”

“เรื่องที่เธอพูดเมื่อวาน ที่บอกว่าไม่มีความสุข...”

“คือที่จริง... ฉันแค่หึงนายกับเพื่อนข้างบ้านน่ะ ฉันเลยหาเรื่องพูดไปงั้น แต่จริงๆฉันมีความสุขนะ หมายถึงตอนที่ได้อยู่กับนาย....”

“แล้วที่บอกว่า-”

“ไม่เอาแล้ว ไม่พูดเรื่องนี้ได้ไหม คือฉันไม่ได้ตั้งใจพูดออกไป ตั้งแต่วันนี้และวันต่อๆไป เรามาใช้ชีวิตให้มีความสุขกันเถอะนะ” 

เขาพยักหน้าตอบรับคำพูดของฉัน ตอนนี้ฉันมีความสุขจัง รู้แบบนี้พูดออกไปตั้งนานแล้ว ไม่เก็บไว้ให้อึดอัดอยู่คนเดียวตั้งนานสองนานหรอก

 

 

ตกดึก

ฉันกับเขา มายืนอาบแสงจันทร์ ณ จุดๆเดิม อย่างเช่นที่เคยทำ ที่เปลี่ยนไปคงมีแค่ความรู้สึก ปกติแล้วเราจะมายืนบนนี้ด้วยความรู้สึกโศกเศร้า.... แต่วันนี้ไม่ใช่

วันนี้เป็นเป็นวันข้างแรม พระจันทร์หายไปเหลือเพียงเสี้ยวเดียว ไม่ได้ส่องสว่างเหมือนวันนั้น แถมวันนี้ท้องฟ้ายังปกคลุมไปด้วยก้อนเมฆ บรรยากาศน่าหดหู่..... แต่อารมณ์ของฉันไม่ได้มืดหม่นไปตามมันเลย วันนี้ฉันมีความสุข.... อย่างน้อยก็เป็นเขาที่ทำให้ฉันอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปเรื่อยๆ

แต่ถ้าขอพรได้แค่ข้อเดียว ฉันก็ยังอยากจะขอพรข้อเดิม แต่ต้องมีเขาคอยอยู่ข้างๆฉันไปตลอด แล้วจะทำยังไงนะ....

“นี่”

“หืม”

“เราไปทำบุญกันไหม”

“ไปทำบุญเหรอ”

“ใช่ ชาติหน้าและชาติต่อๆไป เราจะได้เกิดมาเจอกันอีกไง”

“ได้สิ แล้วชาติหน้าเราจะได้เกิดเป็นอะไรล่ะ ชาตินี้เป็นแมลงสาบ.....แล้วชาติหน้า เธออยากเกิดเป็นอะไรเหรอ”

 

 

 

TALK

แหะ ฮัลโหลวววว เรามาเขียนวันช็อตให้อ่านกันค่ะ ไม่ค่อยมีเวลาเขียนนิยายเลย รอเราอีกนิดนะคะ เรากำลังจะกลับไปต่อเรื่องที่ค้างไว้ รออีกไม่นานค่ะ คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ได้ค่า

@MGeera

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ GEERAA

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น