Love With ROSE|กุหลาบต้องสาป#วั่งเซี่ยน

ตอนที่ 24 : Love Rose:Chapter END

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 404
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    2 ก.พ. 63

•ปู๋เยว่เทียน-ฉีซานเวิน•
เล่าคนมากมายเริ่มเข้าล้อมปู๋เยว่เทียนเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ถูกจับ และเพื่อสังหารจินเฟิ่งฉี โดยมีผู้นำทั้งสี่ตระกูลนำทัพจากทั่วทั้งสี่ทิศ ให้ตรงกับการเตรียมการที่ประมุขเนี่ยเป็นผู้วางแผนหลังได้รับคำแนะนำจากน้องชายที่เคยได้ยินเยว่ซูเหมยกล่าวถึงสงครามสิ้นสุดนี้

ฝ่ายจินเฟิ่งฉีนั้นยังไม่ทันได้รู้ตัว ในยามนี้จึงตั้งเป้าอยู่ที่หลานวั่งจี หลานซือจุยและคนอื่นๆที่ถูกจับตัวมา โดยข้างกายของเฟิ่งฉีมีเยว่ซูเหมยยืนอยู่ด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแต่เศร้าสลดเหลือคณา

"ว่าอย่างไรคุณชายรอง รู้สึกเช่นไรบ้างเมื่อตกอยู่ในมือข้า หากบีบก็ตาย หากคลายก็รอด หึ:)"เฟิ่งฉียกยิ้มมุมปากนิดๆ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆคุณชายน้อยตระกูลหลานที่ถูกจับมัดไว้ข้างๆกันกับหลานวั่งจี ซือจุยมองหน้าชายตระกูลจินด้วยความหวั่นเกรงเล็กน้อย แต่ไม่ได้หลบตาซึ่งนั่นนับว่าเจ้าก้อนแป้งกล้าหาญไม่น้อย

"ข้าลืมไปได้อย่างไรกันว่า คุณชายรองไม่ค่อยพูด เช่นนั้น... คุณชายน้อยตอบข้ามาหน่อยได้รึไม่"มือหยาบกร้านจากการจับกระบี่แตะลงบนแก้มกลมของหลานซือจุย ก่อนจะไล้ไปตามกรอบหน้าน่ารักน่าชังแล้วจบที่คางมน ออกแรงบีบเล็กน้อยทว่ามิผ่อนแรง ย่อมส่งผลในหลานซือจุยจำต้องแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมาอย่างมิอาจหักห้าม แต่กลับไร้เสียงใดเล็ดรอดออกมา

"หึ ดีจริงเชียว อดทนเก่งเสียจริง มาดูสิว่า... หากเจ้าเข้าใกล้ความตายเสียหน่อยจะยอมปริปากพูดรึไม่ "กล่าวจบจินเฟิ่งฉีก็ล่าถอยออกไป พร้อมกับการปรากฏขึ้นของบางสิ่งที่ทำให้หลานวั่งจีนิ่งงันพร้อมกับที่ถุงเชียนคุนของตนนั้นถูกแรงบางอย่างกระชากออกไปพร้อมกับเหล็กทมิฬที่ถือครองลอยไปอยู่ในเงื้อมือของเฟิ่งฉี เยว่ซูเหมยเห็นท่าไม่ดีจึงรีบห้าม

"เฟิ่งฉีหยุดนะ เจ้าคิดจะทำอะไร เหล็กทมิฬทั้งสามชิ้นนี้เจ้าก็รู้ว่ามันมีอำนาจมากมายเกินต้านรับ อย่าได้คิดใช้มัน คิดเสียว่าข้าขอได้รึไม่เล่า"

"หึ เหมยเอ๋อร์เจ้ากำลังขออะไรจากข้ารู้ใช่หรือไม่ ข้าคงจะยอมเชื่อฟังเจ้า หากเจ้า... ไม่คิดหักหลังข้า!!! เจ้าคิดหรือว่าข้าจะลืมว่าตัวข้ามีเหล็กทมิฬอยู่สามชิ้น!!! เจ้าคิดว่าข้าจะไม่รู้หรือว่าเจ้าขโมยอีกชิ้นไปเพื่อนำไปให้ผู้ใด!!! เจ้าคิดหรือว่าข้างจะหลงกลง่ายๆของเจ้า!!! เยว่ซูเหมย!!!"จินเฟิ่งฉีตวาดลั่นด้วยโกรธเกรี้ยว เมื่อย้อนนึกถึงวันวานนี้ที่นางผู้เป็นที่รักลอบหนีจากไปพร้อมเหล็กทมิฬชิ้นที่สาม เพราะตนพลั้งพลาดดื่มชาผสมยานอนหลับและน้ำยาลบความจำไป ทำให้นางลอบออกไปได้

"แล้วอย่างไรจินเฟิ่งฉี เจ้ารู้แล้วอย่างไรในเมื่อวันนี้ทุกอย่างจำต้องสิ้นสุดลง"น้ำเสียงที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นจากหลังคาเรือนโถงกลางของฉีซาน หลานวั่งจีและหลานซือจุยมิรีรอรีบหันไปมองผู้เป็นเจ้าของเสียงที่แสนจะคุ้นเคย ร่างกายเพรียวบางในชุดสีดำแดงยังคงเหมือนเดิม เหมือนวันวานที่เคยอยู่ด้วยกัน

"เจ้าเป็นไปได้อย่างไรกัน!!"เฟิ่งฉีกล่าวขึ้นอย่างตกตะลึง ในขณะที่เล่าผู้ที่ผูกผันกับนิ่งเงียบไป เจียงเฟิ่งเหมียนและอวี๋จื่อเหยียนเองก็เช่นกัน ทว่า... ในขณะเดียวกันเล่าเซียนฝ่ายเฟิ่งฉีที่คอยระวังรอบบริเวณก็ถูกจัดการโดยคนจากสี่ตระกูลใหญ่และเซียนซื่อจากตระกูลเล็กอีกมากมาย จนภายในลานกว้างนั้นคับแน่นไปด้วยคนมากมายทั้งฝ่ายจินเฟิ่งฉีทั้งฝ่ายสี่ตระกูลใหญ่

"จินเฟิ่งฉีวันนี้คือจุดจบของเจ้า!!!"คนมากมายที่บุกเข้ามาร้องกู่ตะโกน เพราะความมุ่งมั่นที่อยากจะจบสงครามทุกอย่าง ทำให้พวกเขาเล่านี้ไม่มีเวลามาตกใจของการปรากฏตัวของเว่ยอู๋เซี่ยนที่มมีข่าวคราวว่าตายไปแล้วแม้สักนิด

"อย่าได้คิดเลย!!!"สิ้นเสียงประกาศกร้าว เสียงปะทะกันของคนทั้งหลายก็เริ่มขึ้น เซวียหยาง เสี่ยวซิงเฉินและซ่งหลานที่มาพร้อมกับเว่ยอู๋เซี่ยนเองก็เข้าร่วมด้วย แต่เซวียหยางนั้นแรกเริ่มก็คือการช่วยเหลือผู้ที่ถูกจับไว้ ซึ่งด้วยความเร็วของเซวียหยางนั้นการจะช่วยคนที่ถูกจับก็ไม่ยากเลย ทันทีที่หลานซือจุยถูกปล่อยตัวเว่ยอู่เซี่ยนก็รีบกระโดดลงมาหาบุตรชายทันทีเช่นเดียวกับหลานซือจุยที่วิ่งเข้าหามารดาบุญธรรมทั้งน้ำตา

"ท่านแม่!!!"เสียงเล็กร้องเรียกพร้อมกับแรงปะทะที่เกิดขึ้นเมื่อร่างเล็กๆของบุตรชายพุ่งเข้ากอดตนทั้งน้ำตา เว่ยอู๋เซี่ยนนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะกอดตอบ เวินฉิงและเวินหนิงเองก็ไม่รอช้ารีบวิ่งมาหาคนที่แสนคิดถึงทันที หลานวั่งจีก็เช่นกัน

"อาอิง... ทำไมเจ้า----"

"พวกเจ้ามัวทำอะไรกันอยู่ใยมิรีบจัดการเว่ยอู๋เซี่ยนอีก!!!"ไม่ทันที่เวินฉิงจะได้กล่าวถาม เสียงสั่งของจินเฟิ่งฉีก็ดังขึ้นเสียก่อน ทำให้มีผู้คนบางส่วนหันความสนใจมายังเว่ยอู๋เซี่ยนพร้อมกับพุ่งเข้าโจมตี

"มิมีเวลาแล้วขอรับพี่ฉิง ข้าฝากอาเยวียนด้วย อาหนิงพี่ฉิงช่วยทีนะขอรับ"เวินหนิงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจสถานการณ์ แม้จะอยากรู้เรื่องศิษย์พี่รูปงามของตนว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แต่อย่างไรเสียตอนนี้ที่สำคัญคือสงครามที่กำลังปะทุอยู่นี้ต่างหากเล่า เมื่อเวินหนิงและเวินฉิงวิ่งจากไปพร้อมเจ้าตัวน้อยที่ถูกอุ้มติดไปด้วย หลานวั่งจีก็รีบถลาเข้ามาป้องกันการโจมตีที่มุ่งเข้าสู่เว่ยอู๋เซี่ยนอย่างทันท่วงที

"ขอบคุณมากหลานจ้านที่ช่วยข้า แล้วก็...ขอโทษที่หายไปเสียนาน"เว่ยอิงกล่าวพร้อมรอยยิ้มเล็กๆที่ปรากฏขึ้นสู่สายตา ก่อนจะคว้าขลุ่ยสีดำขลำขึ้นมาขว้างคมกระบี่ที่่ฝ่ามาหาตน

"ไม่เป็นไร และจำเอาไว้ว่า... ระหว่างข้ากับเจ้า จะไม่มีคำว่าขอบคุณและขอโทษเพราะนั่นไม่จำเป็น"สิ้นเสียงเรียบนิ่งนั้น เว่ยอิงก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะแย้มยิ้มขึ้นมา 

"แน่นอน ข้าจะจำไว้" เสียงคมกระบี่ที่ฟาดฟันกันดังขึ้นต่อไปเรื่อยๆ จนจินเฟิ่งฉีตัดสินใจใช้เหล็กทมิฬเสีย ศพมากมายที่ล้มตายจึงถูกเปลี่ยนเป็นหุ่นเชิดเข้าจัดการคนทั้งหลาย เว่ยอิงเห็นท่าไม่ดี รีบกระโดดขึ้นไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัยก่อนจะเริ่มบรรเลงบทเพลงควบคุมอาวุธวิเศษที่ตนทุ่มเทแรงมากมายในการสร้าง


หวืดด~ ตู้ม!

เหล็กทมิฬทั้งสามถูกทำลายจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเพราะอาวุธวิเศษที่มีอำนาจมากกว่าของเว่ยอู๋เซี่ยน ตราพยักฆ์ทมิฬที่ลอยอยู่ข้างๆเว่ยอู๋เซี่ยนนั้นเองที่ทำลายเหล็กทมิฬจนย่อยยับ เพียงแต่ไม่นานนักตราพยักฆ์ทมิฬนั้นก็แตกสลายไปเช่นเดียวกับเว่ยอู๋เซี่ยนที่สูญเสียพลังวิญญาณ แท้จริงแล้วตราพยักฆ์ทมิฬนั้นมีโอกาสใช้สองครั้งทว่า... เพราะอำนาจที่มากเกินไปบวกกับแรงอาฆาตที่เกินรับไหวทำให้ส่งผลกระทบถึงร่างกายของผู้ใช้และแตกสลายไป

"เว่ยอิง!!!"หลานวั่งจีร้องเรียกขึ้นด้วยความเป็นห่วงจนพลั้งพลาดถูกหุ่นเชิดฟันเข้าที่แขนซ้ายแต่ไม่ลึกมากเพราะตนนั้นไหวตัวทัน ในขณะที่จินเฟิ่งฉีได้แต่แค้นเคืองที่ถกบุรุษเพียงผู้เดียวทำให้ตนไร้ทางเดินต่อได้ถึงเพียงนี้ เว่ยอิงทรุดตัวลงกับพื้นเพระพลังวิญญาณที่หายไปและจินตานในร่างกายที่กำลังหายไปอย่างช้าๆ ทว่า... เสียงร้องตกใจของศิษย์พี่คนงามของตนกลับเรียกให้เว่ยอิงต้องฝืนร่างกายตนวิ่งออกไปเพราะ... "อาเยวียน!!!!" เซียนซื่อฝ่ายจินเฟิ่งฉีคนหนึ่งกำลังยิงธนูเข้าใส่ใครบางคน ใครบางคนที่สำคัญมากเหลือเกิน
อาเยวียนมองลูกธนูที่ถูกยิงมาทางตนด้วยความตื่นกลัว และชั่วพริบตาที่เผลอตกใจจนต้องหลับตาลง กลับรู้สึกได้ถึงอ้อมกอดที่แสนคุ้นเคย จนต้องลืมตาขึ้นมอง ใบหน้าเรียวงามที่ตนเฝ้าคำนึงหามาตลอดสองเดือนอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ ใบหน้าขาวนวลที่มีรอยยิ้มอยู่เสมอก็ยังคงเหมือนเมื่อครั้งวันวานที่เนิ่นนาน มือเล็กป้อมยกขึ้นช้าๆก่อนจะแตะลงที่ใบหน้างามของมารดาที่รัก "ท่านแม่..."

ฉึก ฉึก

เสียงลูกธนูดังขึ้นอีกครั้ง นัยต์ตางามของเว่ยอู๋เซี่ยนหลับลงกดความเจ็บปวดเล็กน้อย ก่อนจะลืมตามองหลานซือจุยที่อยู่ในอ้อมกอดตน พร้อมรอยยิ้มที่งดงามแต่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด คนจากทั้งสี่ตระกูลใหญ่เห็นเช่นนั้นจึงช่วยกันขว้างการโจมตีไว้ให้ หลานวั่งจีรีบละการต่อสู้ตรงหน้า มาหาร่างกายบอบบางที่ยังคงโอบกอดร่างกายเล็กของบุตรชายเอาไว้ไม่ปล่อย "เว่ยอิง!"

"หลานจ้าน... อ่า ต้องลำบากเจ้าดึงมันออกไปที"เว่ยอู๋เซี่นกล่าวขอเสียงทะเล้นปนสั่นเครือ หลานวั่งจีเองก็ปฏิบัติตามคำขอนั้นอย่างอ่อนโยน โดยใช้พลังวิญญาณตนคอยประคองบาดแผลมิให้กว้างกว่าเดิมและเพื่อคอยลดความเจ็บปวด ธนูทั้งสามดอกถูกทำลายทิ้งทันทีเมื่อหลุดออกจากกายบางของเว่ยอิง อ้อมแขนบางค่อยๆคลายออกจากบุตรชายช้าๆ ก่อนจะถูกหลานวั่งจีจับให้นั่งอิงซบอกตน เสียงหอบหายใจดังขึ้นเล็กน้อยเพราะความเหนื่อยล้าพุ่งเข้ามาหา

"เว่ยอิงเป็นเช่นไรบ้าง"หลานวั่งจีเอ่ยถามอย่างร้อนรน ยิ่งเห็นใบหน้างามนั้นซีดเซียวยิ่งห่วงหา กลัวว่าร่างคนตนหน้าจะจางหายไป หากเป็นเช่นนั้นก็อยากขอต่อชะตาว่าให้เรื่องนี้เป็นเพียงความฝันที่เกิดขึ้นเพียงชั่วค่ำคืน แต่นั่นคงเป็นไปมิได้

"หากบอกว่ามิเป็นไรข้าคงโกหก เพราะตอนนี้ร่างกายข้าเหนื่อยล้าเหลือเกิน"เสียงทุ้มนุ่มที่เคยนึกดีใจที่ได้ยินมายามนี้กลับไม่อยากจะฟัง เพราะเสียงนั้นช่างอ่อนแรงเหลือเกิน เวินฉิงรีบใช้วิชาแพทย์ของตนตรวจสอบทันที เมื่อมั่นใจนางก็ได้แ่นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ก่อนจะกล่าวออกมา

"เว่ยอิง... นี่เจ้า... ทำไมพลังวิญญาณของเจ้าถึงคอยๆหายไป มะ...ไม่จริงใช่ไหม เจ้า...กำลังจะตาย"เสียงกล่าวอย่างสั่นเครือนั้นต่างทำให้คนทั้งหลายที่พอได้ยินนิ่งอึ้ง หลานซือจุยรู้สึกเหมือนดวงใจดวงน้อยกำลังจะแตกสลาย เป็นเพราะเขาใช่หรือไม่ เพราะท่านแม่มารับธนูแทนเขาใช่ไหม ในยามนี้ท่านแม่ที่รักจึงกำลังจะจากไป เพราะเขาอ่อนแอและไร้ประโยชน์ใช่หรือไม่

"ท่านแม่... ฮึก เพราะอาเยวียนใช่หรือไม่ขอรับ"เสียงสะอื้นแผ่วเบาดังขึ้นมา เว่ยอู๋เซี่ยนมองบุตรชายที่กำลังกล่าวโทษตนด้วยรอยยิ้มนิดๆเพราะอ่อนแรงเกินทน ก่อนจะคว้างตัวหลานเยวียนเข้ามาหา "อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย เพราะ แม่เองต่างหากเล่า เพราะแม่เจ้าคนนี้ อ่อนแอเองมิใช่ความผิดเจ้า จะร้องไห้ไปใย อาเยวียน... เจ้าฟังแม่ หากว่าเจ้าต้องตาย ในคนผู้นั้นเป็นแม่ย่อมดีกว่า เพียงเจ้าปลอดภัยแม่ย่อมดีใจ"

"พี่ฉิง อาหนิง ขอ... ขอโทษที่ข้าไม่ได้เรื่อง ทั้งที่ข้าควรอยู่ให้นานกว่านี้แท้ๆ แต่ว่า.... ข้านั้้นทน...ไม่ไหวแล้ว ขอบคุณที่คอยดูแลข้ามาตลอด ขอบคุณจริงๆ"เมื่อกล่าวกับผู้เป็นพี่และน้องจบ ก็ผินใบหน้ามาทางใครอีกคนที่ตนเป็นห่วงมากเช่นกัน

"หลานจ้าน... ข้ามีเรื่องอยากบอกเจ้ามากมาย แต่คงมิมีเวลา มากนัก... ความจริงแล้ว หากข้าบอกเจ้า ตั้งแต่วันนั้นที่ชิงเหอ เรื่องวันนี้จะยังเหมือนเดิมรึไม่นะ... ข้าน่ะ... เคยคิดว่าบางทีถ้าวันนั้นข้าบอกไปว่า ข้า...รักเจ้า จะเป็นเช่นไรบ้าง บางทีเจ้าอาจจะปฏิเสธข้าก็ได้ แต่อย่างน้อย... วันนี้ข้าก็ได้บอก อ่า...ทนไม่ไหวแล้วสิ อาเยวียน.... แล้วก็หลานจ้าน ข้าคงต้องลาแล้ว..."

สิ้นคำนั้นร่างกายงามราวอิสตรีก็ค่อยๆสลายกลายเป็นกลีบกุหลาบลอยตามสายลมโชยไป กลีบเหมยกุ้ยสีแดงงามล่องลอยอย่างอิสระ พร้อมกับที่การต่อสู้หยุดลงดุจดั่งพรจากสวรรค์ที่ช่วยหยุดการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นอย่างไม่มีหยุดยั้ง ทว่า...จินเฟิ่งฉีกลับต่างจากเล่าคนที่หยุดต่อสู้ไป ความเดือดดานที่มากจนเกินห้ามทำให้ไม่พอใจที่การต่อสู้นั้นหยุดลง

"หยุดทำไม!!!จัดการพวกนั้นเสียสิ ฆ่ามันเสีย!!!"เสียงกล่าวนั้นทำให้เนี่ยหวายซังที่ขอพี่ชายติดตามมาด้วยทนไม่ไหว หยิบกระบี่ที่ตกอยู่กับพื้นพุ่งเข้าหาจินเฟิ่งฉีทันที แต่เพราะการบุกซึ่งๆหน้าทำให้เฟิ่งฉีสามารถตั้งรับได้ รีบสวนกระบี่กลับทันที ทั้งสองจึงต่อสู้กันโดยไร้ผู้ใดเข้าขว้าง เพราะเนี่ยหวายซังเองก็ใช่ว่าจะไร้ฝีมือ แต่ทุกอย่างย่อมมีพลาดพลั้ง

กระบี่สีเงินเงางามวาดผ่านขึ้นมาก่อนจะถูดฟาดฟันเข้าใส่คุณชายน้อยตระกูลเนี่ย เพราะความตกใจกับความเร็วที่เกิดขึ้นทำให้เนี่ยหวายซังนิ่งงันไป

หมับ!ฉึก

อ้อมกอดอุ่นที่รู้สึกได้ ราวกับเหตุการณ์การสูญเสียของหลานวั่งจีและหลานซือจุยถูกฉายซ้ำอีกครา หากเป็นเช่นนั้นเยว่ซูเหมยและเว่ยอู๋เซี่ยนคงมีชะตากรรมที่เหมือนกัน ความเสียสละความกล้าหาญ ใครบ้างจะกล้าทำ
ทว่า... นางหาได้ตายเปล่าเพราะชั่ววินาทีที่เนี่ยหวายซังพลาดท่าในขณะที่นางรับคมดาบแทนผู้เป็นดั่งน้องชายนั้น จินเฟิ่งฉีเองก็ถูกสังหารเช่นกัน ด้วยน้ำมือของหลานวั่งจี คมกระบี่ปี้เฉินถูกดึงออกอย่างรุนแรง พร้อมกับร่างของจินเฟิ่งฉีที่ทรุดลงไป

"เจ้า... หลานวั่งจี..."

"ชีวิตที่ไร้ค่าของเจ้า ข้าขอเอาเป็นเครื่องทดแทนกับชีวิตผู้คนมากมายที่ล้มตาย แม้นว่ามันจะไร้ค่ามากขนาดไหนก็ตาม การตายของเจ้าก็คือจุดสิ้นสุดอยู่ดี"สิ้นคำกล่าวที่เฉยชา ชีวิตอันไร้ค่าของชายสกุลจินก็ดับไป แม้นใจอยากจะทรมานชายคนนี้มากเพียงใด แต่จิตใจของคุณชายรองตอนนี้คงทำมิได้ เพราะการสูญเสียที่มาพร้อมกับคำถามที่คนตั้งมิรอรับคำตอบนั้น ทำให้จิตใจที่ด้านชากลับรู้สึกสูญเสียจนอยากจะตายเสียให้ได้

เมื่อสิ้นหนึ่งชีวิต อีกหนึ่งชีวาเองก็กำลังจะหมอดดับ เยว่ซูเหมยที่หายใจรวยริน ล้มลงต่อหน้าต่อตาเนี่ยหวายซัง จนจำต้องทรุดลงรับร่างกายนั้นเอาไว้อย่างนิ่งอึ้ง

พรึ่บ!

เวินฉิงหมอสาวรีบปรี่มาหา ตรวจเช็คชีพจรด้วยความเร่งรีบ แม้นจะเสียใจเรื่องน้องชาย แต่นางจะยอมให้ผู้ใดตายจากเพราะสงครามไร้สาระนี่อีกมิได้ แค่น้องชายของนางก็เกินพอแล้ว อย่าให้ผู้ใดได้สูญเสียอีกเลย

"รีบพาแม่นางเยว่ไปหาหมอเร็ว มิเช่นนั้นนางและอีกหนึ่วชีวิตในครรถ์จะมิรอด!"ได้นินเช่นนั้นเนี่ยหมิงเจี๋ยก็รีบมาช่วยน้องชายตนพาเซียนนักทำนายไปหาหมอทันที พร้อมกับทุกคนที่โฮร้องยินดีกับการจบศึกสงครามเว้นเพียงผู้ที่สูญเสียมากมายกับสงครามอันไร้แก่นสาร ไร้เหตุและผล มีเพียงคำว่าอำนาจและพลังเป็นสิ่งจุดชนวนแห่งความวุ่นวาย

ทุกคนกลับไปแล้วเหลือเพียงหลานวั่งจี หลานซือจุย เวินฉิง เวินหนิง หลานซีเฉิน จินกวงเหยา เวินเฉา และเวินจู๋หลิวที่ยังคงอยู่ที่เดิมที่ที่เว่ยอิงจากไป

"พี่ฉิง พี่หนิงแล้วก็ทุกคน ข้ากับเวินจู๋หลิวคิดว่าจะละทางโลกและใช้ชีวิตอยู่อย่างคนธรรมดาขอรับ"เวินเฉากล่าวบอกเสียงเข้ม

"คิดดีแล้วใช่หรือไม่ หากคิดดีแล้วก็ไปเถอะ อาอิงเองก็คงมิห้ามเจ้าเช่นกัน"เวินฉิงตอบเสียงเศร้า นางจะไม่ห้ามหากเวินเฉาต้องการเช่นนั้น เพราะต่อจากนี้ตระกูลเวินคงต้องหายไปจริงๆ เมื่อได้รับคำตอบนั้นเวินเฉาและเวินจู๋หลิวก็จากไป

"ท่านพ่อ... อาเยวียนจะได้เจอท่านแม่อีกหรือไม่ขอรับ"

"แน่นอน ในสักวันเราจะได้เจอแม่เจ้าอีกแน่นอน"หลานวั่งจีกล่าวตอบ

"ถ้าเช่นนั้น อาเยวียนจะรอให้ถึงวันนั้นขอรับ^^"สิ้นเสียงเล็กที่พยายามกดความเศร้าไว้นั้น ลานต่อสู้ที่เคยเต็มไปด้วยสีแดงเดือดก็พลันเกิดเป็นต้นเหมยกุ้ยดอกงามขึ้นจากที่ตรงนั้นก็พลันลามไปทั่วลานกว้าง เปลี่ยนจากสถานที่แห่งความสูญเสียเป็นสถานที่แห่งการรอคอย

"คุณชายเว่ยคงจะส่งสวนเหมยกุ้ยนี้มาเพื่อแทนคำสัญญาว่าจะกลับมากระมัง"จินกวงเหยาพูดขึ้น คนที่ยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งเหมยกุ้ยล้วนมองมันอย่างมีความหวัง หวังว่าสักวัน เขาคนนั้นจะกลับมา กลับมาเป็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และเป็นความสุขของทุกคนอีกครา

"ข้าและอาเยวียนจะเฝ้ารอวันนั้น ไม่ว่าจะนานเพียงใด..."
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
"แน่นอน ข้าจะกลับมาในสักวัน"
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

ข้าสัญญา อีกไม่นาน ข้าจะกลับมา...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #45 supernei46 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:47
    จบแบบนี้ม่ายยยด้ายยยยย ฮื่ออออออ ค้างงงงงงงง
    #45
    0