Love With ROSE|กุหลาบต้องสาป#วั่งเซี่ยน

ตอนที่ 23 : Love Rose:Chapter TWENTY-ONE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    2 ก.พ. 63

•อวิ๋นเมิ่งเจียง•
เสียงกระบี่ประทะกันยังคงดังไปทั่ว หลานวั่งจีรับมือกับคนตั้งมากมายด้วยตัวคนเดียวกระบี่ปี้เฉินยังคงถูกวาดลายออกมาเรื่อยๆ ศิษย์สกุลเจียงล้มตายไปมากมายเพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างมิทันตั้งตัว เพียงชั่ววินาทีที่กำลังมีความสุข งานสังสรรค์ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นลานสังหาร แต่ยังคงโชคดีนักที่บุตรีของประมุขเจียง เจียงเยียนหลีนั้นอยู่ที่สกุลจินในยามนี้จึงรอดตัวไปได้อย่างน่าดีใจ

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

การต่อสู้ดำเนินยืดเยื้อต่อไป ทางตระกูลเจียงก็ยิ่งสูญเสีย อวี๋จื่อเหยียนและเจียงเฟิ่งเหมียนบาดเจ็บหนัก จนแทบจะยืนไม่ไหว แต่ก็ฝืนทนต่อสู้ต่อไปมิหยุดพัก เจียงหวั่นอิ๋นเองก็ใช่ว่าจะมิมีบาดแผลเลย เพียงแต่ไม่มากนัก

"พอกันได้แล้ว เหล่าศิษย์ผู้ซื่อสัตย์ของข้า :)"และในยามที่จะเกิดการสูญเสียมากมายขึ้นกว่าเดิม จินเฟิ่งฉีก็ปรากฏขึ้นเหนือศรีษะของคนทั้งหลาย ร่างสูงศักดิ์อดีตคุณชายตระกูลจินยืนอยู่บนกระบี่สีเงินที่มีด้ามจับสีทองอร่ามตามต้นแบบตระกูลจิน ก่อนจะค่อยๆเหาะลงบนพื้นลานฝึกตระกูลเจียง

"จินเฟิ่งฉี?!!"เจียงหวั่นอิ๋นเอ่ยนามของบุรุษตรงหน้าอย่างแค้นเคือง ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาชายตรงหน้าตน ทว่า... หลานวั่งจีกลับยกมือห้าม

"หลานวั่งจีเจ้าจะห้ามข้าทำไม!?"

"อย่ารีบร้อนจนเกินไป"

"โห~ สมกับเป็นเจ้าเลยนะ คุณชายรองหลาน ใจเย็น สุขุม มารยาทงาม แต่ว่า..."จินเฟิ่งฉียกยิ้มแสยะขึ้นก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "หากแต่ถ้าข้ามีบางคนอยู่ในกำมือ เจ้าจะยังใจเย็นได้อยู่ไหมหลานวั่งจี"

สิ้นคำกล่าวนั้น ชายในชุดอาภรณ์สีดำสนิทก็ปรากฏกายออกมาพร้อมกับใครอีกสองคนที่คุ้นเคยดี หลานวั่งจีนิ่งงันก่อนจะเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว "อาเยวียน..."

"แม่นางเวิน!!!"เจียงหวั่นอิ๋นร้องเรียกเวินฉิง ใบหน้าคมดูร้อนรนยิ่งขึ้น หากทำได้เกรงว่าเจียงเฉิงคงพุ่งไปกระชากคอเฟิ่งฉีเสียแล้วกระมัง

"เจ้าต้องการอะไร"หลานวั่งจีกล่าวถามเสียงเรียบที่แฝงความเย็นเยียบมากกว่าปกติ จินเฟิ่งฉีไม่ตอบอะไรเพียงแค่แย้มยิ้มที่ดูน่ารังเกียจนักสำหรับคุณชายรองหลาน

"ข้าหรือ? ต้องการชีวิตเจ้า กับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเว่ยอู๋เซี่ยนอย่างไรเล่า"

"เกี่ยวอันใดกับเว่ยอิง"

"เพราะเว่ยอู๋เซี่ยนคือคนในคำทำนายอย่างไรเล่า ข้ารู้ว่าเจ้าเองก็คงเคยได้ยินมันมาก่อน คำทำนายของเยว่ซูเหมยเมียรักข้าอย่างไรเล่า :)"คำกล่าวของจินเฟิ่งฉีทำให้คนทั้งหลายตกตะลึงยกเว้นเพียงหลานวั่งจีที่ทราบอยู่แล้วจึงไร้ความตกใจดังเช่นผู้อื่น สิ่งที่หลานวั่งจีคิดมีเพียงคำทำนายที่ตินเฟิ่งฉีกล่าวถึง หากเขาเข้าใจมิผิดคงเป็นคำทำนายของบุรุษแดนเหมยกุ้ยที่ท่านอาเคยเล่าให้ฟังกระมัง

การใหญ่หลวง

หนึ่งดินแดนมอดดับสี่ดินแดนเตรียมรับ

เริ่มโต้กลับร่วมน้อมรับความสูญเสีย

ผู้เสียสละแห่งแดนเหมยกุ้ยจะนำพา

คืนทุกสิ่งที่สูญหายให้กลับคืน

แลกกับสูญหนึ่งชีวาเป็นของตน


"ทำคำนายนั้นหมายถึงเว่ยอิง..."หลานวั่งจีกล่าวเปรยขึ้นเบาๆหากแต่มิพ้นหูของจินเฟิ่งฉี

"ถูกแล้ว เพราะเหตุนั้นข้าจึงต้องกำจัดเขาเสีย"

"เพื่ออะไรกัน"เจียงเฉิงเอ่ยถามเสียงแค้นเคือง แม้นจะไม่รู้ว่าคำทำนายที่กล่าวถึงคือสิ่งใด แต่หากนั่นเป็นสาเหตุที่คุณชายจินท่านนี้สังหารเว่ยอู๋เซี่ยนละก็ คงอภัยให้มิได้

"เพื่ออำนาจอย่างไรเล่า อำนาจที่มากมาย ข้าเคยได้รับคำทำนายจากเหมยเอ๋อร์เมิ่อครั้งยังเด็ก หากไม่มีคนในแดนเหมยกุ้ยเหลืออยู่ข้าก็จะเป็นใหญ่ มีอำนาจจะทำสิ่งใดก็ย่อมได้ นั่นเป็นเหตุผลของข้า"

"ที่เจ้าทำมาทั้งหมดเพราะเหตุนี้สินะ ไร้สาระสิ้นดี!!! เจ้าฆ่าน้องชายข้าเพียงเพื่ออำนาจน่ะหรือ!!!"เวินฉิงกล่าวกร้าว แค้น แค้นชายคนนี้เหลือเกิน เพียงเพื่ออำนาจบารมีน่ะหรือ ที่ฆ่าอาอิงน้องชายนางก็เพื่ออำนาจเพียงเท่านั้นน่ะหรือ ชายคนนี้น่ารังเกียจเกินไปแล้ว

"แล้วอย่างไรแม่นางเวิน ข้าไม่เห็นว่าคนไร้ค่าเช่นเว่ยอู๋เซี่ยนจะส่งผลอะไรกับยุทธภพ เจ้าสมควรขอบคุณข้าที่ช่วยจัดการกับคนไร้ค่าเช่นเขามากกว่ามิใช่หรือ"

"หากพี่อิงไร้ค่า เจ้ามิไร้ค่ายิ่งกว่าหรือ!!!"เวินหนิงที่คอยดูแลประมุขเจียงเถียงกลับอย่างมิยอมแพ้ จะว่าผู้ใดก็ได้แต่ต้องมิใช่ศิษย์พี่ของเขา จะว่าเช่นไรก็ได้แต่อย่ากล่าวหาพี่อิงของเขา เพราะเวินฉงหลินคนนี้คงยอมมิได้

"อีกทั้งผู้คนมากมายที่ตายไปเพราะเจ้าจินเฟิ่งฉี ผู้คนเล่านั้นเกี่ยวอะไรด้วย ใยต้องพรากชีวิตเขาเช่นนั้น!!!"เวินหนิงประกาศกร้าว น่าฆ่าทิ้งบุรุษผู้นี้สมควรฆ่าทิ้ง ไร้ค่าหรือคำนั้นเหมาะกับจินเฟิ่งฉีเสียยิ่งกว่าผู้ใดทั้งนั้น

"เงียบซะ!!! ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด แต่เจ้าทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนต้องกลายเชลยของข้า และอย่าได้คิดขัดขืน มิเช่นนั้นก็บอกลาคุณชายน้อยซือจุยได้เลย"สิ้นคำสั่งนั้น คนชุดดำก็กรูเข้าจับกุมอวี๋ฟูเหริน เจียงเฟิ่งเหมียน เจียงหวั่นอิ๋น เวินหนิง เวินเฉา เวินจู๋หลิวและหลานวั่งจีทันที

"เตรียมตัวตายเสียตั้งแต่ยามนี้เสีย เพราะรุ่งขึ้นจะเป็นวันตายของพวกเจ้า :)"

...

•ล่วนจั้งกัง•
ขณะเดียวกันที่ล้วนจั้งกัง เว่ยอู๋เซี่ยนกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อหลอมเหล็กทมิฬที่ได้รับจากเยว่ซูเหมยกับเหล็กทมิฬที่อยู่ในกายของตน ให้กลายเป็นอาวุธวิเศษ ใบหน้าเรียวชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อที่ไหลซึมไปทั่ว

'จำไว้ให้ดี หากเหล็กทมิฬในกายเจ้าถูกดึงออกไป พลังวิญญญาณของเจ้าจะะหลือเพียง 1 ใน 4 ส่วน'

'จินตานของเจ้าจะสูญสลายไปครึ่งหนึ่งเพื่อทดแทนกับพบังวิญญาณที่หายไป เจ้าจะได้มิอ่อนแอมากนัก'

'หากหลอมตราพยักทมิฬเสร็จเมื่อใด พวกข้าจะพาเจ้าไปยังปู๋เยว่เทียน'

'จำไว้ว่า ให้ใช้ตราพยักทมิฬเมื่อจำเป็นเท่านั้น พลังวิญญาณเจ้สตอนนี้ใช้มันได้เพียงสองครั้ง เมื่อครบสองครั้งเมื่อใด ตราพยักทมิฬจะสูญสลายหายไปตลอดกาล รวมถึงจินตานอีกครึ่งของเจ้าด้วย'

'เว่ยอิงจำเอาไว้ว่าเจ้าต้องมิฝืนร่างกาย เจ้ายังมีคนที่รอเจ้าอยู่เสมอ ฉะนั้น... สัญญากับอาว่าเจ้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไป'

ตลอดการทำสมาธิหลอมตราพยักทมิฬเสียงของเซวียหยาง เสี่ยวซิงเฉินและซ่งหลานยังคงดังก้องอยู่ภายในหูทั้งสองข้างอยู่เสมอๆราวกับย้ำเตือนถึงข้อจำกัดของตนและตราพยักทมิฬที่กำลังหลอมนี้ ใบหน้างามระสับระส่าย หยาดเหงื่อไหลรินมิหยุด เซวียหยาง ซ่งหลานและเสี่ยวซิงเฉินเห็นท่าไม่ดีรีบใช้พลังวิญญาณตนเข้าช่วยอีกแรง

"อึ่ก... อ้ากกกกกกกกกก"เสียงกรีดร้องของเว่ยอู๋เซี่ยนดังลั่นไปทั่วล้วนจั้งกัง พร้อมกับเหล็กทมิฬที่ถูกหลอมรวมจนกลายเป็นตราพยักทมิฬ เปลือกตาสีมุกเปิดขึ้นช้าๆ ริมฝีปากหอบหายใจอย่างหนัก รู้สึกได้ถึงร่างกายที่อ่อนแอลง และพลังวิญญาณที่หายไป

"เป็นอย่างไรบ้าง"ซ่งหลานเอ่ยถาม เว่ยอิงส่ายหน้าเป็นเชิงมิเป็นไร หากแต่ร่างกายกลับมิยอมฟังเมื่อร่างกายบางนั้นลุกขึ้นยืนก็ซวนเซ จนเกือบจะล้มลง

"พักก่อนเถอะหนาเว่ยอิง ขึ้นไปปู๋เยว่เทียนพรุ่งนี้ก็คงมิสาย"เสี่ยวซิงเฉินกล่าวบอกเสียงอ่อน

"มิได้ พรุ่งนี้มิได้หรอกท่านอา ข้าต้องรีบไป"เว่ยอู๋เซี่ยนปฏิเสธ แม้นร่างกายจะอ่อนแอเพียงใด แต่ความรู้สึกของเว่ยอู๋เซี่ยนกลับร่ำร้องบอกให้รีบกลับไป หากช้ากว่านี้คงมิทันการ

"เฮ้อ~ ถ้าเช่นนั้นก็เตรียมตัวเถอะ"

"ขอรับท่านอา"

รอก่อนนะอาเยวียน หลานจ้านแล้วก็พี่ฉิง อาหนิง ข้าจะรีบกลับไป

...

•จินหลิงไถ-โถงกลาง•
"เราต้องเตรียมกองกำลังให้พร้อม หากข้าคาดการณ์ไม่ผิด ตอนนี้เฟิ่งฉีคงกำลังไปที่ปู๋เยว่เทียนตามคำกล่าวของแม่นางซูเหมยที่เคยทำนายไว้"ชื่อเฟิงจุน หรือประมุขเนี่ยกล่าวบอกเสียงเครียด หลังได้รับข่าวว่าอวิ๋นเมิ่งถูกทำลาย เหล่าตระกูลเซียนทั้งหลานจึงต้องรวบรวมกองกำลังจัดการกับจินเฟิ่งฉีเสียที

"วันรุ่งเราจะจัดการกับจินเฟิ่งฉีอย่างเด็ดขาด หากผู้ใดมิต้องการสู้ ข้าไม่ว่า"เสียงประกาศดังก้องห้องโถงกลางของตระกูลจิน หากแต่ไร้ผู้ใดยกมือ

"หากมิมีผู้ใดต้องการหลบเลี่ยง ข้าก็ยินดี พรุ่งนี้ชัยชนะต้องเป็นของเรา!!"

"เฮ้!!!!!"เสียงโหร้องดังขึ้นสนั่น คนทั้งหลายต่างพร้อมใจกันร้องเฮ เตรียมพร้อมจัดการอดีตคุณชายผู้แสนดีอย่างจินเฟิ่งฉีเสีย

"พี่หลานฮ่วนหากเราไป แล้วจิ่งอี๋เล่า"จินกวงเหยากล่าวถามถึงศิษย์สกุลหลานที่เปรียบดั่งบุตรชายตนทันที เพราะให้วันรุ่งตนและหลานซีเฉินจะไปยังปู๋เยว่เทียนทั้งคู่จึงนึกกังวล

"ฝากไว้กับแม่นางเจียงก็ย่อมได้ ยามนี้แม่นางเจียงเองก็คงต้องการคนอยู่ด้วยเช่นกัน"

"ถ้าเช่นนั้นข้าก็วางใจ..."จินกวงเหยากล่าวพลางถอนหายใจ ก่อนจะผินหน้ามองหลานซีเฉินเบ็กน้อยแล้วกล่าวถาม "พรุ่งนี้ ท่านสัญญากับข้าได้หรือไม่ ว่าจะระวัง มิจากข้าไป"

"อาเหยานี่เจ้า..."

"ท่านคงมิรู้ ตั้งแต่ข้าเกิดมามิเคยมีผู้ใดเห็นจ้าในสายตา ข้าเป็นดั่งคนไร้ตัวตน มิมีผู้ใดสนใจ ขนาดที่ข้าคำนับพวกเขายังเมินเฉย ต่างจากท่าน"

"..."

"ข้าเคยคิดอยู่เสมอว่า บางทีการที่ข้าเกิดมาคงเป็นความพลั้งพลาดของสวรรค์ จนนึกอยากตายตายไปเสีย แต่ว่าเมื่อตอนที่เจอท่าน ท่านต่างจากคนอื่นๆ

ท่านมิเคยเมินข้า มิเคยคิดว่าข้าไร้ตัวตน ที่ข้าะยายามจะบอกนั้นคือ ทั้งชีวิตนี้ท่านคือคนที่ข้า ไม่เคยคิดหักหลัง โกหกหรือทำร้ายแม้แต่น้อย เพราะท่าน... คือคนสำคัญของข้า ฉะนั้นสัญญากับข้าได้หรือไม่ ว่าท่านจะไม่ตายจากข้าไป"

"ข้าสัญญา เจ้าเองก็ต้องระวังตัวอย่าได้จากข้าและจิ่งอี๋ไป เข้าใจหรือไม่"

"ขอรับ"

...

ทางฝั่งเจียงเยียนหลี
ร่างกายบอบบางของบุตรีของประมุขเจียงและอวี๋จื่อเหยียน นั่งตากลมยามค่ำคืนอยู่หน้าประตูเรือนนอนตน ใบหน้าเศร้าหมองเมิ่อนึกย้อนไปยังตอนที่รู้ว่าน้องชายตน รวมถึงคนสำคัญของตนที่อวิ๋นเมิ่งถูกจับไป

"แม่นางเจียง... มิหนาวหรือ"จินจื่อเซวียนกล่าวถาม ตนนั้นกำลังจะมาหาคู่หมั้นพอดี ตึงกล่าวถามเมื่อเห็นนางนั่งรับลมหนาวยามคำคืนที่ระเบียงหน้าเรือน

"คุณชายจิน... ข้ามิหนาวหรอก เพียงแต่เป็นห่วงทุกคนที่ถูกจับไป"

"... วันรุ่งข้าเองก็จะเดินทางไปกับคนอื่นๆเช่นกัน"จินจื่อเซวียนกล่าว เจียงเยียนหลีได้ยินดังนั้นก็หันมามองหน้าคู่หทั้นตนด้วยความเป็นห่วง

"นี่ท่าน..."

"ข้าเองก็บุตรของประมุขจิน อีกทั้งข้ายังเป็นห่วงอาเหยาที่ร่วมเดินทางไปด้วย อย่างไรอาเหยาก็คือน้องชายข้า"

"เช่นนั้นเอง..."เจียงเยียนหลีกล่าวเปรย ก่อนจะมองขึ้นไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาราที่กระจายไปทั่วฟ้า "หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็คงทำได้เพียงขอให้ท่านกลับมาอย่างปลอดภัย กลับมาหาข้า กลับมาหาคู่หมั้นของท่านคนนี้"

"แน่นอน ข้าจะกลับมา"
.
.
.
.
.
.
.
.
จุดจบใกล้มาถึง
ดวงชีวาใกล้ดับสูญ
ชะตาใหม่ใกล้เริ่มขึ้น
ทุกอย่างล้วนเป็นดั่ง
กาลเวลาที่ผันผ่าน
ผ่านมาและพ้นไป
หมุนเวียนใหม่ตลอดไป

.
.
.
.
.
.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น