นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

Gradence | You Are my Life

โดย Hi_Monday

คุณนำพาความกลัวนั้นออกไปและคุณได้พาผมกลับไปสู่แสงสว่างดังเดิม คุณคือแรงบันดาลใจในการมีลมหายใจอยู่ของผม

ยอดวิวรวม

42

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


42

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


4
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  13 ก.ค. 62 / 21:39 น.
นิยาย Gradence | You Are my Life

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีนักอ่านที่น่ารักทุกท่านค่า ถ้าอ่านฟิคสั้นนี้แล้วเกิดรู้สึกเหงาไปบ้างต้องขออภัยนะคะ เราก็แต่งออกมาจากความรู้สึกในตอนนี้จริงๆ ถ้าคุณกำลังเศร้าไม่ว่าด้วยเรื่องอะไรก็ตาม เราขอเป็นหนึ่งกำลังใจให้คุณอยู่ตรงนี้นะคะ มองหาสิ่งดีๆที่เป็นความสุขของคุณไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามที่สร้างรอยยิ้มให้คุณได้ก็ทำมันไปเลยค่ะ(แต่ต้องไม่ทำให้ใครเดือดร้อนน้าาา) ผ่อนคลายกับตัวเองเยอะๆ ไม่ต้องไปคาดหวังกดดันอะไร คุณก็เป็นแค่คนๆนึงที่มีชีวิตจิตใจ มีความพิเศษในตัวของคุณเอง ภูมิใจในตัวเองเข้าไว้นะคะ ^^ 


อย่างเราเองก็มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเป็นผู้ชายธรรมดาคนนึงค่ะ เขาเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยมมากๆและเป็นความรักทั้งหมดของเราเลยล่ะค่ะ ตามหวีดผลงานอยู่ห่างๆคนละซีกโลกแบบนี้ก็สุขใจแล้ว ฮ่าๆ แต่หวังว่าวันนึงจะมีโอกาสได้ทำตามฝันไปพบเขาสักครั้งคงเป็นอะไรที่รู้สึกว่าชีวิตนี้คอมพลีทแล้วแค่คิดก็ฟินมากเลย ฮือ สู้ต่อไปทาเคชิและตัวเราค่ะ ฮ่าๆๆๆ <3

เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 ก.ค. 62 / 21:39


คนเราจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไรกัน


ความหมายของคำว่าความสุขที่แท้จริงมันหมายถึงสิ่งใด


เงินทอง? หน้าที่การงาน?  ชื่อเสียง? อำนาจ? หรือแค่ต้องการใครสักคนที่เข้าใจ...


นิ้วที่กำลังส่งแรงลงบนแป้นพิมพ์แล็ปท็อปอย่างบ้าคลั่งพร้อมสีหน้าที่เคร่งเครียดได้หยุดลง ครีเดนซ์ แบร์โบน กำลังคิดว่าแล้วสิ่งที่เขาต้องการล่ะมันคืออะไรกันแน่นะ ดวงตาเหม่อลอยนั่งมองผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ 


สิ่งที่ผมต้องการมันคืออะไร


ครีเดนซ์เป็นนักเขียนอยู่ในสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง เขาถนัดการเขียนนิยายรักแต่ทว่ากลับไม่เคยมีความรักเลยแถมตอนนี้อารมณ์ในการเขียนมันก็หายไปซะดื้อๆ มีคำถามและปัญหามากมายที่อยากจะเล่าให้ใครสักคนฟัง คนข้างๆที่ไม่เคยมีตัวตนยกเว้นความเจ็บปวด ความผิดหวัง ความโดดเดี่ยว ที่คอยสลับหมุนเวียนมาอยู่เคียงข้าง 


ความเศร้ามันกำลังกัดกินความรู้สึกของผม


จนบางครั้งแทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่แต่ใครจะรู้


ทุกครั้งที่ได้กลับบ้านครีเดนซ์มักจะเป็นฝ่ายรับฟังปัญหาจากคนอื่นๆเสมอโดยที่เขาไม่มีโอกาสได้พูดในส่วนของเขาเลย ครีเดนซ์ถูกมองว่าเป็นเด็กเก่งและร่าเริงแต่นั่นเป็นเพียงแค่เปลือกนอก โลกที่แท้จริงมันช่างอ้างว้างไม่มีใครเข้าถึง พี่ที่สนิทกับครีเดนซ์ได้แนะนำว่าให้เขาบอกความจริงไปว่าตัวเองรู้สึกยังไง เปราะบางแค่ไหน ครีเดนซ์คิดว่าเขาก็อยากจะบอกถ้าคนอื่นๆจะเข้าใจเขามากขึ้น


แต่เปล่าเลย.. คนข้างๆไม่รู้วิธีปลอบโยน คำพูดที่ทำร้ายความรู้สึกยังคงพ่นออกมาอย่างไม่รู้ตัว ครีเดนซ์เคยเกือบทะเลาะกับแมรี่ ผู้เป็นแม่กับข่าวที่มีคนจบชีวิตลงเพราะเรื่องส่วนตัว แมรี่กล่าวว่าทำไมไม่สู้ ทำไมหนีปัญหาแต่ครีเดนซ์กลับคิดว่านี่อาจเป็นวิธีหลุดพ้นความเจ็บปวดทั้งหมดที่เขาคนนั้นต้องเผชิญ บางคนอาจจะคิดว่ามันไม่ใช่ทางที่ถูกต้องแต่เราไม่รู้หรอกว่าคนๆนึงต้องเจอกับอะไรบ้าง ต่อสู้มามากแค่ไหน สิ่งที่ตามหลอกหลอนครีเดนซ์อยู่มันก็สร้างความทรมานให้มากเหมือนกัน


มันเป็นทางที่เขาเลือกแล้วเราก็ต้องยอมรับและเคารพในสิ่งที่เขาตัดสินใจ.. และมันอาจเป็นทางที่สงบสุขของผมเช่นกัน



ทุกครั้งที่คุยกันเรื่องนี้ครีเดนซ์และแมรี่มักจะมีความเห็นกันไปคนละทาง นับวันยิ่งเหมือนอยู่ตัวคนเดียว ไม่อยากพบเจอผู้คน ไร้ค่าไร้ตัวตน นอนไม่ค่อยหลับและมักจะตื่นกลางดึกเสมอ จากคนเข้มแข็งแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนไหว ร้องไห้กับเรื่องเล็กๆ กินน้อยลงไปถนัดตา เงียบขรึมมากกว่าเดิม ความเคยเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นที่เคยมีก็หายไป


ผมเป็นคนล้มเหลวอย่างนั้นเหรอ


ผมทำให้ทุกคนผิดหวังอย่างนั้นเหรอ


ผมมันไร้ค่าจริงๆ


ความรู้สึกแบบนี้มันกลับมาอีกครั้ง ครีเดนซ์หยุดคิดถึงมันไม่ได้เขาอยากจะไปพบจิตแพทย์เสียจริงถ้าไม่ติดว่าต้องมานั่งพิมพ์งานอยู่แบบนี้แต่ให้ตายสิ ถึงจะพยายามเขกหัวเรียกสติให้ทำงานเพื่อให้ทันกำหนดส่งแต่เขายังไม่ได้พิมพ์อะไรเกี่ยวกับตัวงานเลยแม้แต่น้อย


โลกของผมมันมืดบอดไปหมดแล้ว


ถ้าไม่มีผมทุกคนก็คงอยู่ได้



ครีเดนซ์ก้มหน้ามาจดจ้องอยู่กับแล็ปท็อปคู่บารมีที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันหลายปี จิตใจเริ่มสงบเมื่อค้นพบทางใหม่ที่เขากำลังจะเลือกเดิน เสียงลมหายใจหนักแน่นถูกผ่อนออก ดวงตาคู่สวยปิดเปลือกตาลงก่อนจะค่อยๆเปิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง


ทำให้มันเสร็จแล้วเราจะได้จบกันเสียที


ครีเดนซ์พยายามดึงอารมณ์ให้ต่อเนื่องเพื่อเขียนงานชิ้นสุดท้ายให้สมบูรณ์ต่อจากนี้ไปเขาคงเขียนมันไม่ได้อีกแล้วเว้นเสียแต่ว่า.. โลกที่ปกคลุมด้วยความมืดมิดมีแต่ความหนาวเหน็บจากความเดียวดาย เริ่มมีแสงสว่างที่อบอุ่นโผล่พ้นออกมาให้เห็นความสวยงามอยู่รำไร ครีเดนซ์ยังคงมองตามชายหนุ่มรูปงามที่เดินไปยังเคาน์เตอร์เพื่อสั่งเบอร์เกอร์มากิน ชายคนดังกล่าวถือถาดมานั่งที่โต๊ะเยื้องกับครีเดนซ์อยู่ไม่ห่าง ซึ่งจากมุมของครีเดนซ์ทำให้เห็นหน้าเขาได้ชัดถนัดตา


พระเจ้า! เขาดูดีมาก


ครีเดนซ์เหลือบมองเป็นระยะๆกลัวจะโดนอีกฝ่ายลุกขึ้นมาซัดหน้าเอา พ่อหนุ่มรูปหล่อกำลังอ้าปากกว้างกินดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์ชิ้นโตไหนจะกองเฟรนช์ฟรายส์ไซส์xl กับโค้กแก้วใหญ่นั่นอีก 


ทำไมเขาดูกินได้อร่อยขนาดนั้นนะ


มันช่างเพลินเสียจริงยิ่งกว่านอนดูแพนด้านั่งแทะใบไผ่เสียอีก ครีเดนซ์หันมองบนโต๊ะตัวเองมีเพียงน้ำส้มแก้วเดียวที่ถูกดูดน้ำจนหมดวางอยู่จึงลุกไปสั่งนักเก็ตไก่และชิคสติ๊กมาไว้กินเล่นไปพลางๆ เดี๋ยวจะโดนพนักงานมองหน้าเอาได้ สีหน้ายิ้มกริ่มหลุดออกมาในรอบปี ใช่ ครีเดนซ์กำลังเขินคนที่เขานั่งมองอยู่ ในตอนนี้ชายรูปหล่อของครีเดนซ์กำลังนั่งทำงานผ่านMacBookเครื่องบางเฉียบ


บางพอๆกับริมฝีปากของเขาเลย


ครีเดนซ์เหมือนตกอยู่ในอาการเคลิ้ม สีหน้าจริงจังแบบนั้นมันยิ่งทำให้ดูหล่อมากขึ้นอีก 


อยากเห็นตอนเขายิ้มชะมัดเลยแฮะ


ราวกับสวรรค์เห็นใจคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิตให้มีกำลังใจอยู่ต่อ เมื่อมีพนักงานยกกาแฟมาเสิร์ฟให้เนื่องจากชายหนุ่มทำงานจนลืมว่าเขาสั่งอเมริกาโน่ไว้อีกทั้งยังเอาแต่คุยงานผ่านโทรศัพท์จึงทำให้ไม่ได้ยินเสียงเรียกออเดอร์ รอยยิ้มที่แสนสุภาพเฉิดฉายอยู่บนใบหน้าคมคาย 


แสงสว่างของผม


ครีเดนซ์รีบก้มหน้าซ่อนอาการเขิน อะไรก็ตามที่เคยคิดไว้ตอนนี้ได้ลืมไปหมดแล้ว ในใจคิดแค่ว่าทำยังไงถึงจะได้เจอผู้ชายคนนี้ วันพรุ่งนี้เขามจะมากินเบอร์เกอร์ที่ร้านนี้อีกไหม


ถ้ารีๆรอๆอาจจะแห้วก็ได้ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เอาวะ!


ครีเดนซ์ลุกขึ้นยืนพร้อมเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายโดยหวังที่จะทำความรู้จักแต่พอไปถึงกลับทำได้แค่ก้มเก็บกระดาษทิชชู่ที่ตกอยู่ให้ด้วยสีหน้าเคอะเขิน ชายหนุ่มรับทิชชู่มาอย่างงงๆแต่ก็อมยิ้มเล็กๆเป็นการขอบคุณ หัวใจพองโตของครีเดนซ์ได้ลอยไปตกอยู่ที่สุดหล่อคนนั้นเข้าอย่างจัง


หลังจากนั้นคุณความรักของครีเดนซ์ก็เดินหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เพราะครีเดนซ์เอาแต่นั่งพิมพ์นิยายของเขาต่อจนเสร็จทันกำหนดส่ง กว่าจะรู้ตัวก็ตามหาไม่เจอเสียแล้ว ครีเดนซ์เดินบ่นงุบงิบๆอยู่คนเดียวโอดครวญว่าเสียดายน่าจะใจกล้ามากกว่าเสียหน่อยแต่อย่างน้อยครีเดนซ์ก็เจอแรงบันดาลใจในการเขียนนิยายและการมีชีวิตอยู่ต่อของเขาแล้วล่ะ


เพราะผมยังอยากเจอเขาอีกครั้ง ผมจะต้องอยู่ต่อเพื่อให้ได้พบเขา


ไม่รู้อะไรที่ดลใจให้รู้สึกปิ๊งรักขนาดนี้กับคนอื่นไม่เคยเป็นเลยถึงจะมีคนที่หล่อกว่านี้ก็ตาม ครีเดนซ์รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ดึงดูดทุกลมหายใจของเขาเลยด้วยซ้ำ อยากมอง อยากคุย อยากสัมผัส แค่ได้เห็นเขาในทุกๆวันนี่ก็คงเป็นความสุขที่ครีเดนซ์เฝ้าถามถึง


ความสุขเล็กๆที่ยิ่งใหญ่มันเกิดขึ้นได้เสมอแค่เรารู้จักมองให้เห็นมัน


ครีเดนซ์ยังคงไปนั่งพิมพ์งานสั่งอาหารในร้านเดิมเสมอ อีกนัยนึงก็อยากเจอชายคนนั้นของเขา แน่นอนว่าบางวันก็เจอบางวันก็ไม่เจอ นิยายที่ดูไปถึงทางตันก็กลับมาเขียนได้อย่างลื่นไหลอีกครั้ง โลกที่น่าเบื่อหน่ายยังคงมีความลับซ่อนอยู่เสมอ ครีเดนซ์ที่ชอบหอบหิ้วแล็ปท็อปมานั่งทำงานด้วยจนพนักงานเริ่มจำหน้าได้หมด ของกินที่เคยสั่งเพียงน้ำส้มก็เปลี่ยนเป็นเบอร์เกอร์บ้าง สลัดบ้าง เฟรนช์ฟรายส์บ้าง จนโดนพนักงานแซวว่ากินเยอะขึ้นแล้ว ครีเดนซ์ยิ้มเหนียมอายแต่รอยยิ้มนั้นก็เจื่อนลงทันทีเมื่อเขาไม่ได้หยิบกระเป๋าสตางค์มาด้วย


ซวยแล้วไง เฮ้อ 


จะค้างออเดอร์ไว้แล้ววิ่งกลับไปหอที่อยู่ไม่ห่างจากห้างสรรพสินค้านี้ก็ไม่ได้ ลูกค้าเริ่มทยอยเข้าร้านแล้ว ทางเดียวที่คิดออกคงต้องยกเลิกออเดอร์นี้ไปก่อนแต่ว่าถ้าสั่งภายในยี่สิบคนแรกจะได้พุดดิ้งนมสดของโปรดซะด้วยสิ อุตส่าห์มาแต่เช้าแถมได้ส่วนลดพิเศษด้วย ครีเดนซ์ยืนหน้าละห้อยคอตก พนักงานก็ช่วยอะไรไม่ได้ได้แต่ยิ้มปลอบใจ


"งั้นผมขอยกเลิ..." ครีเดนซ์กำลังจะพูดแต่หยุดก่อนเพราะมีเสียงข้างหลังดังขึ้น


"คิดรวมกับของผมก็ได้ครับ" 


ครีเดนซ์ได้แต่คิดว่าเสียงใครกันและด้วยความสงสัยจึงหันไปมองทันที


นั่นเขา!


"เอ่อ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมมาสั่งใหม่ก็ได้ ขอบคุณมากครับ" ครีเดนซ์ยิ้มขอบคุณทั้งๆที่ในใจอยากจะตอบรับน้ำใจนั้นมากมาย


อย่ารบกวนเขาเลยความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี (แม่สอนมาแบบนั้น)


แต่ใบหน้าห่อเหี่ยวยังคงอยู่ ครีเดนซ์ขยับหลีกทางให้ชายหนุ่มเข้ามาสั่งต่อ


"ผมเอาดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์นะครับแล้วก็เอาชุดโปรโมชั่นวันนี้ครับ"


"ได้ค่ะ เพิ่มขนาดเฟรนช์ฟรายส์กับน้ำด้วยไหมคะ"


"เพิ่มครับ คิดรวมกับของคุณคนนั้นนะครับ"


"ได้ค่ะ"


ชายหนุ่มจ่ายเงินตามที่พนักงานสาวบอก ก่อนจะหันไปหาครีเดนซ์ที่ยืนเก็บกระเป๋าเตรียมกลับหอ ขาเรียวยาวก้าวเข้ามาจนประชิดกับครีเดนซ์


"ผมขอนั่งด้วยคนสิ"


"เอ๊ะ? เอ่อ..ได้สิครับ ผมกำลังจะกลับพอดี" ครีเดนซ์ยิ้ม ใจเต้นถี่แต่เก็บอาการอยู่


"อย่าเพิ่งกลับสิครับ ไม่กินของที่คุณสั่งก่อนหรอ"


"ผมยกเลิกไปแล้วนี่ครับ" ครีเดนซ์งุงงงหนัก หรือว่าเขาจะสั่งให้เราจริงๆ


"ออเดอร์11ค่ะ" เสียงเรียกออเดอร์ดังขึ้น ชายหนุ่มเดินไปรับที่เคาน์เตอร์ เขากดซอสใส่ถาดเล็กๆมาเรียบร้อย


"มาแล้วครับ" ร่างสูงสมส่วนวางถาดที่เต็มไปด้วยเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟรายส์ โค้ก พุดดิ้ง อย่างละสองชุดลง


"สั่งมาให้ผมด้วยเหรอครับ" 


"ครับ เดี๋ยวค่อยจ่ายผมก็ได้" รอยยิ้มพราวเสน่ห์เผยขึ้นมาอีกครั้ง ครีเดนซ์นั่งลงตรงข้ามชายหนุ่ม ไม่ใช่อยากนั่งเองหรอกนะแต่เป็นเพราะแข้งขาอ่อนหมดแรงยืนตั้งหาก


"คุณใจดีจังเลยนะครับ" ครีเดนซ์ยิ้ม


"ก็ไม่หรอกครับ ผมเห็นคุณมาสักพักแล้ว"


"คุณจำผมได้หรอ"


"ครับ จำได้.. อีกอย่างผมเห็นท่าทางหงอยๆเพราะอดพุดดิ้งแบบนั้นแล้วอดเห็นใจไม่ได้น่ะครับ"


"ฮ่าๆ ก็มันอร่อยนี่ครับ"


"งั้นก็เอาของผมไปสิ"


"ไม่เป็นไรๆครับ แค่นี้ผมก็เกรงใจแย่แล้ว"


"จริงสิ เรายังไม่ได้แนะนำตัวกันเลย ผมเพอร์ซิวาล เกรฟส์ครับ"


ชื่อยังหล่อเลย


"ผมครีเดนซ์ครับ ครีเดนซ์ แบร์โบน ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณเกรฟส์"


"เช่นกันครับ" รอยยิ้มพิฆาตใจส่งกลับไปหาครีเดนซ์อีกครั้ง ละมุนยิ่งกว่าฟองนมนุ่มๆก็คุณเกรฟส์นี่แหละ ยิ่งได้พูด คุณเกรฟส์ มันยิ่งอยากจะกรี๊ดให้ตัวระเบิด สวรรค์มาโปรดผมแล้ว


"คุณเกรฟส์ชอบมาร้านนี้หรอครับ" ครีเดนซ์ถามขึ้น 


"อ่าฮะ ผมชอบกินชีสเบอร์เกอร์น่ะแต่ผมไม่ชอบของหวานเท่าไหร่เพราะฉะนั้นคุณช่วยผมกินพุดดิ้งแล้วกัน" เพอร์ซิวาลเลื่อนพุดดิ้งไปไว้หน้าครีเดนซ์


อดคิดไม่ได้เลยว่าเขาสั่งชุดโปรนี้มาเพื่อให้เรากินพุดดิ้ง เข้าเข้างตัวเองไปหรือเปล่านะแต่ช่างเถอะเข้าข้างไปไว้ก่อนแล้วกัน


"ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่เกรงใจแล้วนะครับ"


"เต็มที่เลย" เพอร์ซิวาลขำเบาๆอย่างเป็นกันเอง 


ชายหนุ่มทั้งสองนั่งกินกันไปพร้อมกับพูดคุยกันไปด้วย ครีเดนซ์รู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่เขากินได้อร่อยที่สุด ได้สัมผัสถึงความสุขอย่างเต็มหัวใจ ถึงจะออกอาการประหม่าไปบ้างบางคราวแต่อีกฝ่ายก็มีแต่สายตาเอ็นดูที่เขามองเห็น ครีเดนซ์เพิ่งเข้าใจว่าการมีใครสักคนเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจมันดีอย่างไง โลกที่เคยมีแต่ความหม่นหมองค่อยๆจางหายไปเปลี่ยนเป็นสีชมพูสดใสเข้ามาแทนที่ เพอร์ซิวาลเองก็คงไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังเป็นที่พักพิงใจให้กับครีเดนซ์และไม่อาจรู้เลยว่าตัวเขาได้ช่วยชีวิตคนๆนึงไว้จากโรคที่แสนโหดร้าย


คุณเกรฟส์คือแรงบันดาลใจในการมีชีวิตอยู่ต่อไปของผม


เพราะความสุขมันอยู่รอบตัวเรา


                               Once all alone                                            กาลครั้งหนึ่งเมื่ออยู่ตัวคนเดียว 
                               I was lost in a world of strangers                 ฉันหลงทางอยู่ในโลกของคนแปลกหน้า 
                               No one to trust                                          ไม่มีใครให้เชื่อใจได้เลย
                               On my own, I was lonely                             โดยลำพัง ฉันนั้นโดดเดี่ยว
                               You suddenly appeared                               แล้วเธอก็ปรากฏตัวมาในทันใด
                               It was cloudy before                                   ก่อนนั้นเมฆหม่นนัก
                               Now it’s all clear                                         ตอนนี้ทุกอย่างสดใส
                               You took away the fear                               เธอนำพาความกลัวนั้นออกไป
                               And you brought me back to the light           และเธอได้พาฉันไปสู่แสงสว่างดังเดิม



ผลงานอื่นๆ ของ Hi_Monday

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น