คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย tell me about our brand new moves[newtmas] tell me about our brand new moves[newtmas] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 28 ธ.ค. 61 / 18:59


          แสงไฟหลากสีสาดลงไปตามทาง มากเกินกว่าจะนับ เสียงจังหวะของดนตรีโรมรันประโคมกันมาจากสารทิศจนจับจังหวะไม่ได้ว่านี่มันเพลงหรือแค่บีทมั่วๆที่เปิดพร้อมกันกันแน่ จังหวะของหัวใจยังคงเต้นและสั่นระรัวตามจังหวะของเสียงดังๆเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง ถี่จนรู้สึกเหมือนตัวมันอยากจะกระโดดออกมาแจมร่วมกับเพลงเหล่านั้น 

          ร่างสูงยังคงดำเนินฝีเท้าต่อไป สายตาสอดส่องไปตามตึกราบ้านช่องที่เหมือนเดิม แต่แตกต่างตรงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป แทบจะทุกตึกที่ถูกตกแต่งให้ดูโดดเด่นจากตึกข้างๆหรือตรงข้ามให้มากที่สุด แน่ล่ะ ทุกคนรักที่จะเป็นจุดเด่นและเป็นที่สนใจ      การตกแต่งอาคารร้านค้าในช่วงปีใหม่ไม่ได้ทำให้ร่างสูงรู้สึกแปลกใจอะไรเลย เขาเห็นตั้งแต่เด็กจากความตื่นเต้นในวัยนั้นจนถึงตอนนี้มันกลายเป็นเพียงแค่ความอยากรู้  ว่าเทรนด์ปีนี้คืออะไรแล้วเจ้าของตึกพวกนั้นจะตกแต่งตึกของพวกเขาให้ออกมาเข้ากับเทรนด์แต่แตกต่างได้อย่างไร แต่ก็ยาก แทบจะเหมือนกันทุกร้านในละแวกที่เขาย่างเท้าอยู่นี้ 

          ปีนี้แนวมินิมอลหรือลอฟท์คงมาแรงสินะร่างสูงคิด เขาเดินเลี้ยวออกมาจากถนนใหญ่เข้ามายังซอยแคบๆที่แทรกตัวอยู่ระหว่างสองตึกใหญ่ ต่อให้ซอยนี้แคบอย่างไรแต่ก็ยังคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เสียงดนตรี แสงไฟและกลิ่นบุหรี่

            จะว่าเสพติดกลิ่นบุหรี่เขาก็ไม่ปฏิเสธ เพราะมันผ่อนคลายเขาเสมอ  ร่างสูงเดินเข้ามาหยุดที่หน้าตึกใหญ่ เสียงจังหวะดนตรีดังออกมาเหมือนเวลาเราเปิดเพลงดังๆในโทรศัพท์แล้วเอามันยัดไว้ในกล่องปิดสนิท เหมือนจังหวะเหล่านั้นอัดอั้นพร้อมระเบิดเต็มที

มือเรียวผลักประตูโลหะสีดำบานเบอเริ่มเข้าไปอย่างเต็มแรงไม่ได้สนใจว่าจะโดนใครเข้าให้ เขาแทรกตัวผ่านผู้คนที่โยกย้ายตัวเองไปตามจังหวะของดนตรีเหมือนลืมหน้ากากอีกหน้าของตัวเองที่หลังจากพ้นตึกนี้ไปแล้วคงเป็นคนละคน แก้วเหล้าที่ถูกคนเหล่านั้นชูสูงเหนือหัวจนแม้แต่ตัวเขาเองยังเกรงว่ามันจะหกใส่ผมเขา สองมือล้วงเข้าไปในโค้ทของตัวเองหรี่ตาลง เพ่งมองหากลุ่มคนที่เขาได้นัดกันไว้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับการหาคนในที่ที่ทั้งมีแค่แสงสลัวๆชวนปวดตา กับผู้คนขาดสติที่พร้อมเบียดเขาขนาดนี้

            “เหี้ย!” ร่างสูงอุทาน ถ้าเสียงเลเวลนี้ออกจากปากเขาตอนอยู่ข้างนอกคงโดนคนทั้งถนนหันมอง

            “ไงนิวท์ มาช้านะมึง” เสียงทุ้มของชายหนุ่มอารมณ์กรึ่มๆจะว่าเมาก็ไม่ แต่จะว่าสติครบก็คงไม่ใช่เช่นกันแทรกผ่านเข้ามาหาเขา ไม่ได้มาแค่เสียงแต่ร่างของเจ้าของเสียงก็ตามมา มือพาดบ่าคนถูกเรียกนิวท์

           “ไอ้มิน มึงอย่าทักกูแบบนี้อีกนะ” นิวท์จับแขนของเพื่อนเขาแล้วหันไปตึงหน้าใส่

            “นี่ ถ้ากูไม่ทักมึงมึงจะเห็นกูเหรอ นู่น พวกกูนั่งนู่น” มินเริ่มตัวเซเขายกแขนขวาขึ้นแล้วชี้กลับไปทางที่นิวท์เพิ่งเดินเลยมา   นิวท์มองไปตามนิ้วชี้ของมินที่ปลายนิ้วตกลงหาพื้น แถมตัวยังเซมาเขาอีกจนเขาต้องใช้มืออีกข้างพยุงไว้

            “เมาง่ายจังนะมึงอะ ไปกลับโต๊ะเลย”

            “ไม่ได้เมา กูพูดจริงถ้าเมากูไม่เดินมาหามึงหรอก กรึ่มอยู่” มินยกยิ้มอ่อนๆ

            “เออ” นิวท์ตอบ เขาคล้องคอเพื่อนกลับไปทางโต๊ะ มีเพื่อนๆที่เขานัดกันไว้ดูเหมือนจะมากันครบแล้ว นิวท์ทิ้งตัวมินลงบนเบาะ ส่วนตัวเขาถอดโค้ทออกแล้ววางลงบนพนักวางแขน เขานั่งลงข้างๆมิน ถอนหายใจเนือยๆ มือเรียวข้างขวาเสยผมที่ปรกหน้าขึ้น

            “ไง กว่าจะมานะ สายทุกงานจริง” กัลเพื่อนของเขาเอ่ยทัก

            “อือ งานเยอะ” นิวท์ตอบ พลางกวาดสายตาไปบนโต๊ะมองหาของโปรดเขา

            “หมด” อัลบี้เพื่อนอีกคนของเขากล่าวขึ้นหลังจากเห็นสายตากระหายของเพื่อนตัวเอง

            “เวรเอ้ย แล้วนี่ไอเบนไม่มาเหรอวะ” นิวท์ถาม

            “รายนั้นหนักกว่ามึงอีก ไม่ใช่สายทุกงาน เททุกงาน” กัลพูดแล้วหยิบมันฝรั่งแผ่นทอดเข้าปาก

            “พวกกูตามสามรอบ ทำงานเหมือนใช้หนี้ไม่ทันอะ”  อัลบี้เสริม

            “ไปว่าไอ้เบน พวกมึงเหมือนกันนั่นแหละ” มินพยุงตัวเองขึ้น เท้าศอกลงบนโต๊ะแล้วใช้มือนวดคลายขมับตัวเอง

            “แซะเก่ง” กัลปาขนมใส่เขา

            “ไอ้! ของกินโว้ย” มินบ่น คิ้วตีเข้าหากัน

            “พวกแม่ง กูไปสูบบุหรี่แปปนะนิวท์” อัลบี้ลุกขึ้น

            “ไปด้วย” นิวท์ลุกขึ้นตาม

            “อ้าวทิ้งพวกกู” กัลโพล่งขึ้น

            “เออ เดี๋ยวพวกกูมา” นิวท์ตอบ แล้วเดินนำออกมาตามด้วยอัลบี้ ทั้งคู่เดินออกมายังลานกว้างๆข้างๆร้าน โชคดีที่ตรงนี้คนไม่ได้พลุกพล่านเหมือนข้างในนัก

            “ไงชีวิตมึงช่วงนี้” นิวท์เอ่ยถามเพื่อนตัวเอง เขาเอาหลังพิงกำแพงร้านแล้วล้วงบุหรี่จากกระเป๋ากางเกงขึ้นจุด อัลบี้ก็เช่นกัน ทั้งคู่พ่นลมหายใจปล่อยควันพิษออกมาอย่างผ่อนคลายก่อนที่อัลบี้จะกระแอมแล้วลดบุหรี่ลงตอบนิวท์

            “เรื่อยๆว่ะ งานไปได้ดีมีตังค์ใช้กูก็โอแล้ว มึงล่ะ” อัลบี้เอยถามแล้วยกบุหรี่ขึ้นสูบต่อ

            “เหมือนกัน หัวหมุนว่ะช่วงนี้งานรัดตัวไปหน่อย นี่หมดปิดปีใหม่กูก็ต้องขึ้นเหนือไปเป็นตัวแทนบอสัมมนาอีก” นิวท์ถอนหายใจเฮือกใหญ่

            “สู้เว้ยมึง ชีวิตก็งี้ ถือว่ามาคืนนี้หาอะไรผ่อนคลายละกัน”

            “เออ ถ้าเจอก็ไม่ปล่อยว่ะคืนนี้” นิวท์ลดบุหรี่ลงแล้วอมยิ้ม

            “เดี๋ยวกูไปห้องน้ำแปป อย่าเพิ่งหายนะ”

            “...” นิวท์พยักหน้า แล้วสูบบุหรี่ต่อ อัลบี้เดินออกไป

            ร่างสูงพ่นควันพิษออกแล้วออกเล่าจนเขาถอนมันออกมาพร้อมลมหายใจเป็นเฮือกสุดท้ายแล้วปล่อยให้ก้านบุหรี่ร่วงหล่นจากระหว่างนิ้วชี้และกลางลง เขาขยับแล้วใช้เท้าซ้ายบดขยี้มันจนมอดดับไปกับพื้นดิน ร่างสูงเอนตัวไปข้างหลัง ศีรษะพิงผนังร้านอีกครั้ง ใบหน้าคมเชิดขึ้นแล้วหลับตาพริ้ม ยกมือขึ้นกอดอก

            ตรงนี้เสียงเบาจนเขาออกจะรู้สึกแปลกหน่อยเพราะหลังจากต้องทนอยู่กับเสียงอื้อๆมาหลายชั่วโมง พอมาเจอที่พอให้เขาได้พักโสตประสาทการรับฟังเสียบ้างก็ผ่อนคลายไม่น้อย ร่างสูงลืมตาแต่ใบหน้ายังคงแหงนมองท้องฟ้า วันนี้ดาวเยอะเป็นพิเศษเขามองได้โดยไม่รู้สึกเบื่อเลย

            การปล่อยความคิดให้ไหลไป ไม่ต้องกังวลสักชั่วสิบนาทีก็ทำให้เขาเหมือนเกิดใหม่ ยิ่งถ้าเป็นหลังจากได้สูบบุหรี่สักมวนของยี่ห้อโปรด มันดีไม่น้อยเลยล่ะ

          .

            .

            .

            .

 

            “พี่ครับ ยืมไฟแช็กหน่อยได้ไหมครับ” เสียงใครสักคนดังขึ้นข้างๆตัวเขา นิวท์ลดใบหน้าลงหันไปยังต้นเสียงที่ยืนอยู่ข้างเขา ถ้าจะใกล้ขนาดนี้ไม่มาล้วงไปเลยล่ะนิวท์คิด หลังจากเขาประเมินแล้วระยะห่างของคนข้างๆกับเขาคงห่างกันแทบไม่ถึงครึ่งไม้บรรทัด

            “...” นิวท์ไม่ตอบ เขาเขยิบตัวออกห่างมาหน่อย

สำหรับเขาต่อให้รู้จักยังไงระยะห่างเวลาคุยกันแบบนี้ก็ต้องมีไม่มากก็น้อย แต่ระยะห่างที่ว่าเนี่ยให้แค่เรื่องคุยกันนะ อย่างอื่นที่ว่ายิ่งห่างน้อยยิ่งดี

            “เอ่อ ผมเข้าใกล้คุณมากไปใช่ไหม โอเคขอโทษฮะ” เด็กหนุ่มค้อมหัวลง

            “อืม” นิวท์พยักหน้า

            “เอ่อ แล้วผมยืมไฟแช็กหน่อยได้ไหมครับ” เด็กหนุ่มยังคงคำถามเดิม แต่ถ้านิวท์ไม่ได้ตาฝาดไปเหมือนเจ้าเด็กคนนั้นจะเพิ่มแววตาลูกเล่นขี้อ้อนเพิ่มมาด้วย หรือเขาไม่ได้สังเกตเองตั้งแต่ครั้งแรกที่เด็กนั่นถามกันนะ

            “ชื่ออะไรอะเรา” นิวท์ถาม

            “ผมเหรอ” เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว เอียงขอมาทางขวาอ่อนๆ  ถามเป็นเชิงสงสัย

                        นิวท์ไม่ได้ตอบกลับแต่อย่างใด เขาเพียงแค่กอดอกแล้วมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาเด็กคนนั้นเพื่อตอกย้ำสิ่งที่เขาถาม

            “โทมัสฮะ คุณอยากรู้ไปทำไมเหรอ หรือคุณกลัวผมจะจิ๊กไฟแช็กคุณอะ ไม่หรอกผมให้คุณจุดตรงนี้เลยก็ได้นะ”

            “นี่น้องโทมัสฟังพี่นะ ถ้าไม่ได้เข้าหาเรื่องอย่างว่าอย่าเข้าใกล้คนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้ ให้คิดดีกับน้องด้วยมันยาก” นิวท์พูด

            “...” ไม่มีเสียงตอบรับใดใด ถ้าใส่เอฟเฟกต์ซาวนด์แบบในหนังได้คงต้องยกเสียง กากากา ให้กับบรรยากาศตอนนี้  ก็แหงล่ะ ท่าทางขึงขังคิ้วสวยตีขมวดเข้าหากัน จริงจังเกินกว่านี้คงเป็นเวลาที่นายกฯแถลงข่าวแล้วล่ะ เป็นใครก็อึ้งเชื่อเถอะ

            “เฮ้น้อง” นิวท์โบกมือ

            “ฮะ ฮะ ครับ เอ่อ ผมไม่ยืมแล้วก็ได้ครับไม่เป็นไร” โทมัสก้มหน้างุด

            “ไม่ใช่พี่ไม่ให้ยืม แค่บอก เอ้านี่” นิวท์ล้วงไฟแช็กออกจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมา แล้วส่งให้โทมัส แต่เจ้าตัวเพียงแค่เงยหน้าแต่ไม่ได้ยื่นมือออกมารับ

            “ถ้าไม่รบกวนพี่ช่วยจุดให้หน่อยนะครับ” โทมัสกล่าวแล้วยกสิ่งที่อยู่ในมือขึ้นสูงอีก ก็แหงล่ะระยะความสูงเค้ากับร่างตรงหน้า ถ้าเป็นในนิยายก็คงเป็นอารมณ์แบบร่างเล็กยืนสบสายตากับร่างสูง

            “...” นิวท์เพียงแค่พยักหน้าแล้วจุดลงไป

            “ขอบคุณมากนะครับ เพื่อนผมต้องมีความสุขมากๆแน่ มันชอบบอกผมว่าถ้าคนหล่อๆถือเค้กหรือจุดให้จะถือเป็นการเริ่มต้นช่วงอายุใหม่ที่ดีของมันอะครับ” โทมัสยิ้มกว้าง แววตาใสซื่อของเขาจ้องกลับไปหาร่างสูงตรงหน้าอย่างจริงใจว่าขอบคุณ

            นิวท์ออกจะรู้สึกประหม่า นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้รับสายตาที่ไม่ได้ซับซ้อนหรือแฝงไปด้วยนัยยะอะไรที่ทำให้เขาต้องเพ่งมองเพื่อตีความหาความจริงใจ

            “อ...อืม แล้วนี่น้องเซอร์ไพรส์เพื่อนเหรอ” นิวท์เอ่ยถาม

            “ครับ เนี่ยอีกไม่กี่นาทีก็จะจุดพลุกันแล้วใช่ไหมล่ะครับ พวกผมอยากให้เป็นแบบอารมณ์ได้เป่าเค้กตอนนาทีสุดท้ายของปีเลย ผมล่ะอิจฉาคนที่เกิดวันสุดท้ายของปี วันแรกของปีอะไรแบบนี้มากๆ เลยนะ คงรู้สึกพิเศษสุดๆไปเลย” โทมัสพูดสีหน้าท่าทางของเขาดูเหมือนเด็กเพิ่งพร้อมที่จะเห็นโลกใบใหม่อะไรทำนองนั้น

            นานแค่ไหนกันที่ชีวิตของนิวท์ขาดความสดใสแบบนี้

            “จริงของเรา แล้วนี่เราจัดเซอร์ไพรส์เพื่อนเองคนเดียวเหรอ” นิวท์ถาม

            “เปล่าหรอกครับ ผมแค่มีหน้าที่ออกมาซ่อนแล้วถือเค้กเข้าไป เพื่อนบอกผมอะ ว่าผมโกหกไม่เก่ง พวกมันกลัวแผนล่ม เนี่ยแถมยังบอกด้วยว่าอย่าทำเค้กหลุดมือนะ พี่คิดว่าไงอะ คนเรามันไม่มีทางเซ่อซ่าได้ขนาดนั้นหรอกจริงไหมฮะ จะน้อยใจเพื่อนผมก็ทำไม่ลงอะ พวกมันชอบซื้อขนมให้ผม”

            สาบานเถอะว่าเด็กคนนี้ไม่ได้เก็บกดจากการพูดมาเป็นปีๆแล้วมาปล่อยระเบิดให้เขาเนี่ยนิวท์คิด

            “งั้นให้พี่ช่วยถือไปให้ไหมล่ะ” นิวท์พูด

            “จริงไหมครับ โอ้พระเจ้าสุดยอดไปเลยครับ ได้อยู่แล้วครับพี่อาจจะเป็นของขวัญที่เพื่อนผมชอบที่สุดเลยก็ได้นะ”

“พูดขนาดนี้แล้วผูกโบแดงให้พี่เลยไหม” นิวท์พูดติดตลก เขายกยิ้มมุมปากตามแบบฉบับของเขา แล้วยื่นมือไปรับกล่องเค้กมาถือแทน ต้องเบามือหน่อยเพราะเดี๋ยวไฟจิ๋วๆพวกนี้จะดับหมด

“ได้เหรอครับ ผมจะวิ่งไปหาพ่อครัวแล้วนะ” โทมัสหัวเราะร่า

“แต่พี่ขออะไรเราเป็นการแลกเปลี่ยนได้ไหม” นิวท์กล่าว เขาสบตาเข้ากับอีกฝ่าย

“ได้เลยครับ” โทมัสตอบรับ

“พอเสร็จแล้วไปนั่งกับพี่แปปนึงได้ไหม”

“หืม คือ...” คิ้วของโทมัสขมวดเข้าหากัน  เกิดมาไม่โดนขออะไรแบบนี้มาก่อนเลย

“แค่คุยก็ได้นะ ไม่รู้สิ ไม่บังคับหรอกไปก็ได้หรือไม่ก็ได้ แล้วอายุ?” นิวท์ถาม

“ผมเหรอ ปีนี้20ครับ” โทมัสชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

“โอเค ไม่พรากผู้เยาว์” นิวท์เปรยออกมาเบาๆ

“ห้ะ ผู้เยาว์อะไรนะครับได้ยินไม่ถนัด” โทมัสถาม

“ไม่มีอะไร นำพี่ไปสิเดี๋ยวก็ไม่ทันเซอไพรส์เพื่อเราหรอก” นิวท์พูด

            โทมัสพยักหน้าแล้วเดินนำเขากลับเข้าไปข้างใน

            .

            .

            .

“เป็นไงฮะ เพื่อนๆผมน่ารักกันไหม” โทมัสเอ่ยถาม พวกเขาเดินกลับออกมาที่ลานข้างๆร้าน คนยังน้อยเหมือนเดิมในตรงนี้ซึ่งนั่นเป็นเรื่องดี หลังจากที่โทมัสได้ไหว้วานนิวท์บุคคลซึ่งเขาเองก็ไม่ได้รู้จักอะไรให้ช่วยถือเค้กไปเซอร์ไพรส์เพื่อนคนนึงในกลุ่มของเขาหน่อย แต่กลับกลายมาเป็นว่าไม่ได้เซอร์ไพรส์แค่คนเดียวแต่ดันกลายเป็นเซอร์ไพรส์ทั้งกลุ่มน่ะสิ โทมัสรู้ว่ามันออกจะผิดแผนแต่แผนก็ไม่ได้ล่มดีเกินคาดอีกด้วยซ้ำ เพื่อนในกลุ่มถึงขั้นลากเขาไปซุบซิบนึกว่าเขากับนิวท์มีซัมธิงกัน  โอ้ให้ตายทำไมเพื่อนเราถึงมีแต่ความคิดกับเรื่องพวกนี้นะโทมัสคิด

“ก็ดี เพื่อนเราน่ารักดี” นิวท์ตอบ ทั้งคู่เดินมาหยุดนั่งลงบนม้านั่ง ดูเหมือนจะมีคนเพิ่งลุกออกไปเพราะก้นบุหรี่ติดไฟยังหล่นอยู่ที่ขาเก้าอี้อยู่เลย นิวท์ใช้เท้าบี้ๆมันแล้วก็นั่งลง ตามด้วยโทมัส

“ผมขอโทษแทนเพื่อนๆด้วยนะครับ ผมแอบเห็นว่ามีหลายคนขอคอนแทคพี่” เสียงหงอยๆของคนข้างๆทำเอานิวท์รู้สึกไปไม่เป็น เขาไม่เคยเจอคนมาขอโทษแล้วน่ารักขนาดนี้มาก่อนเลย

“เฮ้ย ไม่หรอกยังไงพี่ก็ไม่ได้เล่นอะไรอยู่แล้ว มีแค่เบอร์โทรแล้วพี่ก็ไม่ได้ให้ใครด้วย” นิวท์ตอบ

“ก็ขอโทษจริงๆนะครับ”

 นิวท์แค่เพียงพยักหน้าแต่ไม่ได้ตอบกลับไป

“พี่ครับ ไปเต้นกันไหม” โทมัสเอ่ย

“...” นิวท์หันขวับกลับมาจ้องตาคนข้างๆ

“พี่ดูไม่น่าจะเคยเต้นอะไรนะครับ ไปนะไปเถอะ ให้ผมสอนนะ” ร่างเล็กทำสายตาเว้าวอน

            ให้ตายเถอะ ให้ตาย เด็กมันจะรู้ไหมนะว่าทำแบบนี้หัวใจแบบเขามันต้านไม่ไหว

“ไม่ล่ะ ไม่ถนัดจริงๆ” นิวท์ตอบบ่ายเบี่ยงไป เกิดมาทั้งชีวิตนี้เขาไม่เคยเต้นเลยด้วยซ้ำมั้ง แล้วจะให้มาเต้นกับใครที่ไหนก็ไม่รู้คงไม่ใช่

“เถอะครับพี่ ให้ผมตอบแทนไง พี่ไม่รู้จักผมแต่ยังช่วยผมถือเค้กไปเซอร์ไพรส์เพื่อน แถมยังจุดไฟแช็กให้อีก นะครับ ไม่ต้องอายหรอก เราไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอนะ เนี่ยผมรู้แค่ชื่อพี่ ไม่บอกใครหรอก”

“คือมันไม่ใช่ว่าเราจะไปบอกใครไง แต่ใครจะมาเห็นอีกเราเข้าใจพี่ไหม”

“ในนี้ วันแบบบนี้มันไม่มีใครมาให้ความสนใจกับใครหรอกครับพี่ ปีใหม่แล้วทำอะไรใหม่ๆเถอะฮะ พี่ดูสิขนาดสีพลุยังไม่ซ้ำกันเลย พี่ก็อย่าทำอะไรซ้ำๆสิ มามาไปกับผมนะ” โทมัสจับที่ข้อมือร่างสูงแล้วลุกขึ้น นิวท์ยังคงนั่งอยู่ไม่ได้ลุกตามแรงดึงของร่างเล็กตรงหน้า เขามองสลับข้อมือของเขาที่ถูกอีกคนกุมอยู่กับสายตาที่ส่งมา

ตัดสินใจเลือกคณะก็ยังไม่ยากขนาดนี้นิวท์คิด

            “เดี๋ยว สีพลุเกี่ยวอะไรด้วย” นิวท์ถามร่างเล็กตรงหน้า แล้วใช้มืออีกข้างของตนกุมเหนือมือของคนร่างเล็กที่กุมข้อมือของเขาไว้

“ไม่รู้สิครับ แฮะๆ ผมได้วิชาเชื่อมโยงน้อยนะ ฮ่าๆ” โทมัสเกาหัวอ่อนๆ

ให้ตายเถอะเด็กเดี๋ยวนี้ ยิ่งกับคนที่ไม่ได้ตั้งรับกับอะไรแบบนี้บ่อยนนักอย่างเขาก็ไปไม่เป็นเลยทีเดียว

“ไปเถอะครับ นานๆทีน่ะ เราไปหามุมหลบๆก็ได้นะถ้าพี่อายจริงๆ” โทมัสบอกร่างสูงตรงหน้า

“นี่รู้ตัวไหมว่าพูดอะไร” นิวท์ลุกขึ้นยืน คลายมือที่ถูกอีกฝ่ายกุมและตัวเขาเองก็กุมอีกฝ่ายอยู่ออก แล้วเปลี่ยนมาเป็นจับมือของร่างบางตรงหน้าเข้ามาทาบที่อก แขนอีกข้างก็ไวจัดการโอบแผ่นหลังร่างบางเข้ามาประชิดตัวมากขึ้น ระยะห่างน่ะเหรอ เขาไม่ต้องการแล้ว นิวท์กระชับอ้อมแขนขึ้น ร่างบางในอ้อมอกเขาตัวเกร็งไปหมด โทมัสสอดสายตาขึ้นมองคนตรงหน้าอย่างกล้าๆกลัวๆจนหลุบต่ำลง อันที่จริงไม่ถึงวินาทีด้วยซ้ำที่เขากล้าจะเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า

 นิวท์ก้มลงอีกครั้ง ปลายจมูกเขาคลอเคลียอยู่ที่ผมคนตัวเล็กหอมเป็นบ้า หอมเหมือนขนมเลย   จะน่ากินไปหมดเลยรึไงนะ โทมัสที่โดนล็อกตัวรู้แน่ว่าทั้งหน้าของเขาต้องแดงไม่ต่างจากลูกตำลึง แถมเขายังรู้แน่ว่าอุณหภูมิในร่างกายของเขาต้องไม่ปกติ ยิ่งจังหวะหัวใจที่มันแทบจะกระเด็นออกมาเต้นอยู่รอมร่อนี่อีก มันยิ่งกว่าสับสนเขาควรกลัวสิที่อยู่ๆคนแปลกหน้าก็เข้ามาแอทแทคตัวเขาแบบนี้

เหมือจิตใตสำนึกเกิดพายุลูกใหญ่ ให้ตายเถอะ ให้ตาย สิ่งเดียวที่เขาภาวนาตอนนี้คือให้เสียงพลุกับดนตรีกลบๆเสียงจังหวะหัวใจของตัวเอง มันคงออกจะเว่ออยู่หน่อยถ้าอีกฝ่ายจะได้ยิน แต่ถ้าร่างสูงตรงหน้าสัมผัสได้ถึงเหงื่อชื้นๆจากมือที่โอบกุมกันอยู่ ก็คงไม่ยากที่จะคาดเดาอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ของตัวเขาในตอนนี้

“แก้มแดงแข่งแสงไฟเลยนะเรา รู้ตัวไหม” นิวท์ก้มลงอีก ปลายจมูกโด่งแตะเข้าที่ติ่งหู ลมหายใจอุ่นๆระรานอยู่ที่ต้นคอของร่างเล็ก มันถูกปล่อยมาพร้อมคำพูดที่ทำให้ตัวเขาเองแทบหยุดหายใจ

โทมัสไม่ได้เปล่งคำใดตอบออกไป บางครั้งคำถามก็ดูเหมือนไม่ได้ต้องการคำตอบ

“พี่เตือนเราแล้วนะว่าอย่าพูดอะไรให้มันชวนคิด เรารู้ตัวไหมว่าแค่ท่าทางที่ไม่ระมัดระวังเอาซะเลยของเราน่ะ ก็ทำให้ให้ตัวเราตกลงหลุมพรางแล้วนะ” นิวท์เขยิบใบหน้าขึ้นสูงอีกเขาเอาแก้มตัวเองพิงไปอย่างเบาๆที่ศีรษะของอีกฝ่าย เขาสูดเอากลิ่นขนมหอมๆนั่นเข้าไปอีกเต็มปอด มันทำให้เขาแทบบ้า

“ม...ไม่เต้นก็ได้ฮะ ผมขอนั่งได้ไหม” โทมัสรวบสติเฮือกใหญ่บอกร่างสูงตรงหน้า ถ้าขืนเขาไม่ท้วงติงอะไรออกไปเลย เขาก็คงเป็นเหล็กที่โดนเตาร้อนๆหลอม อันที่จริงถ้าร่างสูงตรงหน้าไม่โอบเขาแน่นซะขนาดนี้เขาอาจจะล้มเข่าพับแบบเว่อๆเหมือนในละครแล้วก็ได้นะ

“ไม่ล่ะ เด็กดีต้องทำตามคำพูดนะรู้ไหม สอนพี่เต้นแบบที่บอกสิ แล้วพี่จะส่งเด็กดีเข้านอนเอง”

ร่างสูงไม่ปล่อยให้จังหวะต้องติดขัด เขาฉวยโอกาสเข้ายึดพื้นที่ริมฝีปากอวบอิ่มแดงๆนั่นจนเจ้าคนตัวเล็กเองที่สติแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอยู่แล้วยิ่งเหมือนโดนกระชากสติให้หลุดหายไปทั้งหมดอย่างไม่เห็นใจกันเลย เขาอาจจะไม่ได้รู้สึกแค่ให้ตายเถอะ ให้ตาย แต่เขาอาจจะตายไปแล้วจริงๆก็ได้นะ

ผลงานอื่นๆ ของ callmebysp

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 .•:*´Lenna`*:•. (@koystar) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 20:22
    ฮื้อออ​ ฟิน
    #2
    0
  2. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:22
    ฮื้อ เขินสุดๆไปเลย
    #1
    0