FanFic Attack on Titan | I Love | Levi x Oc

ตอนที่ 16 : I love 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,273
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 245 ครั้ง
    2 ก.พ. 64

I love 16

 




อเดลถือใบมีดยืนข้างๆกันกับมิคาสะ ด้านหลังของเธอสองคนมีอาร์มินและเอเรนที่กำลังตั้งสติไม่ได้


เอเรนเอาแต่พึมพัมว่าจะฆ่า และจะฆ่าอีกอยู่แบบนั้นอีกทั้งยังยิ้มแสยะ


"ฉันจะ..ฆ่าพวกแกอีก" อาร์มินที่ประคองเขาอยู่แสดงสีหน้าตกใจกับสิ่งที่เอเรนกระทำ ยกยิ้มแล้วบอกว่าจะฆ่า


มิคาสะกับอเดลถึงได้มายืนคุ้มกันพวกเขาอยู่ข้างหน้า


"เอเรน ขยับได้รึเปล่า ได้สติรึยัง!" คนผมบลอนด์ดวงตาสีฟ้าพูดกับเพื่อนสนิท น้ำตาคลอด้วยความหวาดกลัว เพราะทหารที่กำลังล้อมรอบพวกเรา


"บอกพวกเขาทั้งหมดที่นายรู้สิ! พวกเขาต้องเข้าใจแน่!" ดวงตาสีมรกตที่สั่นไหวสบกับดวงตาคนเป็นเพื่อนสนิท สีหน้าของน้องชายเธอฉายแววไม่เข้าใจอย่างชัดเจน


"ได้ยินไหม มันบอกว่าจะฆ่าพวกเรา" 


ทหารทุกคนตอนนี้ต่างกำลังหวาดกลัวเอเรน พวกเขาหันดาบที่ใช้ฆ่าไททันใส่ และแววตาที่มองมา


อเดลปิดริมฝีปากเงียบ เธอยกใบมีดขึ้นขยับ


"ทหารฝึกหัดเยเกอร์ อัคเคอร์มัน อาร์เลิร์ต แมเดอลีน!!"


"สิ่งที่พวกแกทำถือเป็นการกบฏ! จะอยู่หรือตายก็อยู่กับพวกแก!" อเดลเห็นสีหน้าของชายที่มีหนวดเคราเต็มใบหน้าคนนั้น


เขากำลังหวาดกลัว ใบที่ซีดของเขาพอบ่งบอกได้อย่างดีเลยล่ะ


คนพวกนี้ไม่ได้เห็นตอนที่เอเรนต่อสู้ช่วยเหลือเลยหรือยังไงกัน


"ถ้าเล่นตุกติกหรือขยับจากตรงนั้นล่ะก็เราจะยิงพวกแกทันที!"


อเดลข้างบนที่มีปืนใหญ่กำลังจ่อมาที่พวกเรา ใบหน้าขมวดคิ้วมุ่นใช้ความคิดในการออกไปจากสถานการณ์นี้


"ฉันจะถามตรงๆ! แกเป็นตัวอะไรกันแน่!!"


"มนุษย์หรือไททัน!"


สายตาพวกเขาที่จ้องมองราวกับกำลังจ้องมองสัตว์ประหลาด


"ผมไม่เข้าใจคำถามครับ!" เอเรนนั่งคุกเข่าตะโกนตอบกลับไป


หัวหน้ากองกำลังรักษาการคงคิดว่าเอเรนกำลังเล่นละครตีหน้าซื่อ จึงขู่พวกเราว่าจะยิงปืนใหญ่ใส่ก่อนที่จะเอเรนจะเผยร่างที่แท้จริง


"มีพยานพบเห็นมากมายว่าแกโผล่ออกมาจากร่างของไททัน!" 


เห็นตรงนั้นแต่ไม่เห็นตอนที่เขาช่วยกำจัดไททันให้งั้นเหรอ งี่เง่าสิ้นดี


พอคิดแบบนั้นฝ่ามือที่จับใบมีดก็แน่นขึ้น


"หัวหน้า! ตอนนี้แหละครับ!" ทหารหน่วยรักษาการณ์ตะโกนขึ้นสายจดจ้องมาทางพวกเธอ


"เราควรรีบจัดการมันตอนที่ยังอยู่ในร่างมนุษย์!"


มิคาสะก้าวเดินขึ้นไปข้างหน้า "ความสามารถพิเศษของฉัน คือการเฉือนเนื้อ ฉันยินดีจะสาธิตให้ดูถ้าจำเป็นค่ะ..ถ้าใครอยากเห็นล่ะก็ดาหน้าเข้ามาได้เลย" จิตสังหารปล่อยออกมาจากคนตระกูลแอคเคอร์มัน อเดลเลียยกแขนขึ้นบังเดินนำหน้ามิคาสะ


"ทำไมเราไม่ลองหาเวลามานั่งคุยกันสักหน่อยล่ะคะ หัวหน้า อย่างน้อยก็น่าจะฟังกันสักหน่อยนะคะ" 


"อเดล..มิคาสะ อาร์มิน นี่มันเรื่องอะไรกัน" เอเรนเอ่ยเรียกชื่อทั้งสามคนถามด้วยความไม่เข้าใจและสับสน


"มิคาสะ! โจมตีผู้คนไปก็ไม่ช่วยอะไรหรอกนะ!"


"เจรจากันก่อน ถ้าเกิดว่ามันไม่ได้ผลล่ะก็..เราต้องหนี" อเดลเลียเอ่ยกระซิบกับมิคาสะ หันไปสบตากับคนอายุน้อยกว่าทั้งสามคน


ไม่เป็นไร


ฉันไม่ยอมให้มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเธอสามคนหรอก


"ฉันจะถามอีกรอบ!! แกเป็นตัวอะไรกันแน่!" 


ทุกอย่างรอบตัวพลันเงียบลงไป เอเรนก็ยังคงตอบออกมาในสิ่งที่เขามั่นใจ "มนุษย์ครับ!!"


อเดลเห็นเขาค่อยๆยกฝ่ามือขึ้นส่งสัญญาณ 


มิคาสะ อเดลเลียหันวิ่งไปพร้อมกันราวกับรู้ใจ เธอคว้าตัวอาร์มินเอาไว้ในขณะที่เอเรนถูกมิคาสะแบก


แต่จู่ๆเขาก็ออกแรงดิ้นคว้าแขนมิคาสะวิ่งมาทางเธอกับอาร์มิน เอเรนเกี่ยวแขนของทั้งสามเข้าหาตัวเอง พร้อมๆกับเสียงปืนใหญ่ที่ยิงลงมา


คนผมน้ำตาลกัดเข้าที่ฝ่ามือตัวเองจนเลือดกระเซ็น 


และหลังจากนั้นอเดลก็ได้ยินเสียงปะทะกันของบางอย่างที่แรงมากๆ และควันที่แผ่ออกมาจนมองอะไรไม่เห็น


เมื่อควันจางลง อเดลเลีย มิคาสะและอาร์มินนั่งอยู่ภายใต้โครงกระดูกอันใหญ่ยักษ์ ทำให้พวกเธอต่างตกใจจนพูดกันไม่ออก


"เอเรนปกป้องพวกเราไงล่ะ ตอนนี้เรารู้แค่นี้ก็พอแล้ว"


เอเรนวิ่งเข้ามาหาพวกเราภายใต้โครงกระดูกจากร่างไททันของเขาเอง "พวกนายเป็นอะไรกันรึเปล่า!" 


"เอเรน..นี่มันอะไรกัน" อาร์มินถามชายหนุ่มกลับไปด้วยสีหน้าตื่นตระหนก


"ฉันก็ไม่รู้ แต่มันเริ่มมีไอระเหยออกมาเหมือนศพไททันเลย รีบออกห่างจากตรงนี้เถอะ"


อเดลเดินออกมาเงยหน้ามองโครงกระดูกไททันมีเพียงแค่ครึ่งตัวเท่านั้น เธอลอบมองทหารและปืนใหญ่


ถึงจะยังไม่จัดการตอนนี้แต่ก็ไม่มีอะไรประกันว่าเขาจะยิงอีก


"ฉันจำได้อย่างหนึ่ง ห้องใต้ดิน..ห้องใต้ดินที่บ้านฉัน พ่อฉันบอกว่าถ้าไปที่นั่นก็จะรู้ทุกอย่างเอง และเป็นต้นเหตุที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ด้วย" 


ถ้าไปห้องใต้ดินที่บ้าน อาจรู้ปริศนาของไททัน..


อเดลมองดูเอเรนที่กล่าวอย่างเจ็บใจถึงความจริงที่ว่าพ่อตนเองปิดเรื่องนี้เป็นความลับและหายตัวไปตลอด5ปี ทั้งที่มีหน่วยสำรวจต้องตายไปนับพันเพื่อให้ได้ซึ่งข้อมูลที่จำเป็น


"เข้าไปหลบข้างในก่อน มานั่งวางแผนกัน" ทั้งสามคนเดินตามเธอมา ซากไททันของเอเรนหัวหลุดและกระแทกพื้นควันสีดำฟุ้งออกมายิ่งกว่าเดิม


"ฉันจะออกไปจากที่นี่" อเดลหันไปมองหน้าคนเป็นน้องชาย


"แล้วจะไปที่ไหนเอเรน" คนผมน้ำตาลแววตามุ่งมั่นราวกับคิดมาดีเปิดปากตอบคำถามอเดล "ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่ จากนั้นฉันจะออกนอกกำแพงไปที่ห้องใต้ดิน หลังจากที่ฉันแปลงเป็นไททันอีกหน"


"จะทำแบบนั้นจริงๆเหรอ" 


เอเรนอธิบายไม่ได้ว่าเขาแปลงร่างได้ยังไง รู้เพียงแค่เขาคิดว่าเขาทำได้แน่ เอเรนตั้งใจจะแปลงร่างเป็นตัว15เมตรเหมือนก่อนหน้าที่บดขยี้ไททันตัวอื่นๆ


"เอเรน เลือดกำเดาไหล.." เจ้าของดวงตาสีมรกตสั่นไหวเบาๆพลางเช็ดเลือดออกจากจมูก


"หน้านายซีดเผือดเลย แถมหายใจก็ติดขัด..ต้องมีอะไรแน่ นายดูไม่ดีเลย" ชายหนุ่มอีกคนที่เฝ้าสังเกตเห็นดูแต่ทีแรกกล่าวบอก เอเรนเช็ดมันออกไป ทำหน้าเคร่งเครียด 


"ตอนนี้สุขภาพฉันไม่ใช่เรื่องสำคัญ" 


เอเรนคิดเอาไว้สองเรื่อง หนึ่งคือการที่พวกเราออกตัวปกป้องเขาทำให้ในสายตาทหารพวกนั้น พวกเราคือกบฏ ถ้าเลิกปกป้องก็มีสิทธิรอด


"เอเรน ฉันจะไปด้วย"


"ไม่ได้" สองเพื่อนสมัยเด็กโต้เถียงกัน มิคาสะดึงดันว่ายังไงซะเธอก็อยากจะไปกับเอเรน อเดลเลียถอนหายใจอาการปวดหัวแล่นเข้ามาเป็นระยะ ยิ่งได้ฟังบทสนทนาที่พวกเขากำลังเถียงกันในสถานการณ์แบบนี้


"มิคาสะ เอเรนยังพูดไม่จบ ใจเย็นๆก่อน" อเดลเลียแปะฝ่ามือตัวเองกับคนผมดำ "บอกแล้วไงว่าฉันคิดไว้สองอย่าง"


เอเรนหันไปสบตากับอาร์มิน "อาร์มินฉันจะให้นายตัดสินใจ" 


"ถึงฉันจะรู้ว่าแผนนี้ฟังดูเพ้อเจ้อ แต่ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการใช้ความสามารถแปลงเป็นไททันภายใต้การชี้นำของกองทัพ" หญิงสาวครุ่นคิดตามที่เอเรนว่ามา


อาร์มินต้องพูดโน้มน้าวพวกเขาว่าเอเรนไม่เป็นภัย แบบนั้นแผนที่หนึ่งก็ไม่จำเป็นถึงจะไม่มีอะไรมารับประกันความเสี่ยงที่ว่าอีกฝ่ายจะไม่ยิงปืนใส่เราก่อน


"ตัดสินใจภายใน15วินาที นายทำได้ไหม" 


อเดลมองดูใบหน้าซีดเผือดของอาร์มินที่ต้องตัดสินใจภายใต้ความกดดันโดยมีความเป็นความตายของพวกเราสี่คนค้ำคอ


อเดลวางมือบนกลุ่มผมของเขา ร่างกายที่กำลังสั่นของอาร์มินหยุดชะงัก


"ไม่เป็นไร...พวกเราเคารพการตัดสินใจของนาย"


"ทำไมถึงให้ผมตัดสินใจเรื่องสำคัญขนาดนี้.." 


เอเรนยกยิ้มแม้สีหน้าจะดูไม่ค่อยดีนัก 


"เพราะในสถานการณ์ที่เลวร้าย นายมักตัดสินใจได้ถูกต้องเสมอเลยล่ะ" อเดลพยักหน้าสมทบ


"ฉันเลยคิดว่าหวังพึ่งนายได้ไงล่ะ"


อาร์มินมักตัดสินใจได้ดีในเวลาแบบนี้ รอยยิ้มเอเรน มิคาสะและอเดลที่มีบนใบหน้าเป็นเครื่องช่วยยืนยัน


อาร์มินทำมันได้ และทำมาตลอด เหมือนเมื่อ5ปีก่อน


ถ้าอาร์มินไม่เรียกคุณฮันเนสมา พวกเราก็คงโดนไททันกินไปแล้ว..


"อาร์มิน ไม่มีเวลาแล้ว" 


เจ้าของชื่อลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วพูดคำที่ทำให้พวกเธอเชื่อมั่นว่าทำได้


"ผมจะเจรจาให้สำเร็จให้ได้ อยากให้พวกนายแสดงท่าทีอ่อนน้อมให้มากที่สุด" ทั้งสามคนพยักหน้ารับ จากนั้นอาร์มินก็วิ่งออกไป อเดลมองตามแผ่นหลังของเขา


นายทำได้แน่ อาร์มิน


อาร์มินถอดเครื่องเคลื่อนย้ายและฝ่าควันที่ฟุ้งกระจายวิ่งออกไป ยกสองมือขึ้นเหนือราวกับยอมจำนน


อเดลใจจดจ่อกับสิ่งที่อาร์มินเจรจากับพวกเขา


ร่างเล็กนั่นในตอนนี้กลับดูแข็งแกร่งและพึ่งพาได้ หัวกองกำลังรักษาการณ์ยังคงมีท่าทีหวาดระแวงแม้ว่าทหารรอบข้างจะลดดาบลงเพราะข้อเท็จจริงที่ว่าเอเรนเองก็ถูกมองว่าเป็นอาหาร


แต่ชายคนนั้นกลับหวาดกลัวเสียจนไม่กล้าคิดด้วยซ้ำ เขาพูดขึ้นว่าพวกเรายังมีท่าทีต่อต้าน นั่นทำให้ทหารที่ลดดาบลงในทีแรกหันกลับมาจ้องจะฆ่าฟันอีกครั้ง


อาร์มินหันมามองใบหน้าพวกเราอย่างหมดหนทาง แต่สิ่งที่ทำก็เพียงแค่ยกยิ้มและพยักหน้าให้อย่างเชื่อมั่น


อาร์มินทำท่าเคารพมือขวากำแน่นที่อกซ้ายทุบมันอย่างแรง "ผมคือทหารปฏิญาณว่าจะถวายชีวิตเพื่อกู้เกียรติยศของมนุษยชาติคืนมา! เพื่อการนี้แล้ว! ผมยินดีสละแม้ชีพตัวเอง!"


"ถ้าเรารวมพลังไททันของเอเรนกับกำลังทหารที่เหลือ ก็จะสามารถกู้เมืองกลับมาได้! เพื่อเกียรติภูมิของมนุษยชาติด้วยเวลาอันน้อยนิดที่ผมมีชีวิตอยู่ ก็ขอยืนกรานว่าเขามีคุณค่าต่อมนุษยชาติครับ!!" 


แต่หัวหน้าเวอร์มันคนนัันก็ยังคงไม่คิดรับฟัง เขาค่อยๆยกแขนตัวเองขึ้นช้าๆขึ้นเหนือหัว


และก่อนที่จะได้ให้สัญญาณยิง..


"พอได้แล้ว" อเดลมองใบหน้าของชายผู้มาใหม่ ที่มีรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า 


"ผู้บัญชาการพิกซิส" 


"ไม่เห็นเหรอว่าท่าทำความเคารพนั้นสง่างามมาก" 


ทั้งสี่คนรอดมาได้ราวกับปาฏิหาริย์ อาร์มินที่ได้ยินว่าผู้บัญชาการดอท พิกซิสจะยอมรับฟังเรื่องถึงกับทรุดลงไปนั่งกับพื้นด้วยความโล่งใจ







อเดลขึ้นมาบนกำแพงนั่งฟังผู้บัญชาการของกองรักษาการณ์พูดคุยถึงเรื่องแผนของอาร์มินที่ว่า


สรุปง่ายๆ เอเรนต้องยกหินขนาดใหญ่นั้นไปอุดรูรั่วที่กำแพง แม้ว่าจะไม่รู้ว่าสามารถทำได้ไหม


"แล้วเธอว่าไงล่ะ จะทำ..หรือไม่ทำ" เอเรนได้ยินคำถามนั้นเขาหันหลังกลับไปมองเมืองที่อยู่ข้างใน แววตามุ่งมั่นหันมาสบกับชายตรงหน้า


"ผมจะทำครับ"


"ผมไม่รู้ว่าจะอุดช่องนั่นได้ไหม แต่ผมจะทำครับ" 


อเดลหันไปมองเมืองที่เบื้องหลังกำแพงทั้งสามชั้น


เอเรน เยเกอร์คือความหวังทั้งหมดของมนุษยชาติ


ไม่ว่าเขาจะพอใจหรือไม่


แต่นี่ก็เป็นโชคชะตาที่เขาไม่อาจหลีกหนี





Talk with sou

อันนี้ตั้งอัพอัตโนมัตินะคะ55555 กี้ดด

ทุกคนจะย้ายไปเรือแจนหมดแร้ว แต่บอกเรยยังมีอีกหลายเรือ---//ไม่ได้

เรือหลวงหลักๆคือรีไวล์ค่ะ ด้วยการดำเนินเรื่องของอเดลที่อยู่ตัวหลักซะส่วนใหญ่เลยทำให้ได้เจอกับพระเอกเราได้ช้าบวกค่าตัวแพงสุโก่ย

แต่เอาเปงว่าถ้าทุกคนชอบเค้ากะดีใจจจ

แอบกาซิบ แจนบอยมีคู่แร้วนะคะ จะรวมแซมๆในเรื่องนี้ไปเรย ถ้ามีแพลนจะแต่งแจนแยกจะมาบอกอีกทีนะคะ!

สำหรับวันนี้ติชมได้เสมอ ฝันดีนะคะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 245 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

747 ความคิดเห็น

  1. #113 นินจาแมว (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 07:21
    มิคาสะกะแจนแน่เลยยย อะฮึ้ยย
    #113
    1
  2. #112 ลุนแลงอ้ะ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:31
    เย้ย รอตามคู่ยัยแจนบอยเลย
    #112
    1
  3. #111 Paam555 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:40
    โมเม้นไม่มาเลย~บู่ๆ~
    #111
    1
  4. #110 ขอถาม1คำ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:40
    ฮันเเน่ ค่าตัวแพงขนาดนี้จะผ่อนจ่ายไม่หวัยเเล้วนะคะ
    #110
    1
  5. #109 Iด็กไม่รู้จัnโต (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:39
    สำอร เราจะลงเรือกินเด็กกินครอบครัวละนะ ถึงจะรู้ว่ายังไม่ถึงเนื้อเรื่องสำอรกะเถอะ แต่ไม่มีบทแบบนี้เรืออื่นเขามาแทนนะ!
    #109
    1
  6. #108 Sweet lemon (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:24

    สำอรคะ เมื่อไหร่จะได้เจอกัน ค่าตัวช่างแพงเหลือเกิน
    #108
    1
    • #108-1 เนเธ‹เนเธ‹เนเธง(จากตอนที่ 16)
      2 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:26
      ถ้ามะมีอะไรผิดพลาดก็อีก3-4ตอนค่ะ!
      #108-1