FanFic Attack on Titan | I Love | Levi x Oc

ตอนที่ 12 : I love 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,415
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 263 ครั้ง
    29 ม.ค. 64

I love 12

 




อเดลยืนนิ่งอย่างใช้ความคิดขณะที่มองใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้า


แอนนี่ เลออนฮาร์ท


ดวงดีเหลือเกินนะอเดล


ถึงขนาดได้คู่กับแอนนี่ในการฝึกต่อสู้ตัวต่อตัว


แอนนี่ใบหน้าเรียบนิ่งไม่ได้แสดงความรู้สึก


ถึงเธอจะไม่เคยเห็นแอนนี่สู้มาก่อนเพราะเธอมักจะชอบอู้ไปหลบที่ไหนสักที่ แต่จากที่รู้มาคร่าวๆว่าจริงๆเธอเก่งพอสมควร


"รอบเดียวก็ได้ แอนนี่ แล้วเธอค่อยไปพักเถอะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวโดนจับได้เอา" อเดลมองคนที่ยังคงใบหน้าเรียบนิ่ง 


เดาไม่ออกจริงๆว่าคิดอะไรอยู่ 


แอนนี่ไม่ได้พยักหน้าตกลงเธอเพียงแค่ตั้งท่ารับขณะที่ในมือหญิงสาวผมบลอนด์น้ำตาลถือมีดไม้เอาไว้ 


เธอควงมันด้วยความรู้สึกที่คุ้นชิน


ไม่ได้จับมีดนานแค่ไหนแล้วนะ...


อเดลตวัดมีดใส่อีกฝ่าย ร่างบางของแอนนี่ถอยหลังหลบ 


เจ้าของดวงตาสีฟ้าเตรียมจะเตะเข้าหน้าขา แต่เธอหลบทัน แอนนี่มีท่าทีประหลาดใจ


อเดลยังคงตวัดมีดใส่แม้ว่าแอนนี่จะหลบได้ทุกครั้ง ดวงตาสีม่วงชมพูกระพริบปริบๆเมื่อเห็นแอนนี่ชะงักไป


"แอนนี่...?" แอนนี่พุ่งตัวเข้ามาจะล็อกคอเธอ


อเดลชะงัก ไหวตัวทัน เธอปัดแขนแอนนี่ที่คว้าเข้ามาแล้วเบี่ยงตัวหลบ สวนด้วยการตวัดดาบด้วยท่าทางที่เชี่ยวชาญ


หญิงสาวผมบลอนด์ซีดก็ทำเหมือนเธอ ปัดมีดที่ถูกแทงเข้ามาออกไปได้หมด


แต่ดูเหมือนอเดลจะประมาทไปหน่อย 


เพราะไม่คิดว่าแอนนี่ เลออนฮาร์ทจะเอาจริง 


แอนนี่จับแขนขวาเธอที่กำลังฟาดฟันมีดใส่เอาไว้ เธอตั้งศอกขึ้น ทำท่าจะแทงศอกลงที่แขนเธอเต็มแรง


นี่คิดจะหักแขนเลยงั้นเหรอ


อเดลประชิดเข้าไปใกล้ใช้แขนซ้ายแทงศอกขึ้นหวังให้กระแทงคางอีกฝ่าย แต่แอนนี่หลบมันได้ แขนขวาเธอเป็นอิสระ คนตัวเล็กกว่าเธอถอยไปตั้งหลัก


แอนนี่ยกกำปั้นตั้งการ์ดขึ้น ใบหน้านั่นดูขึงขังจริงขึ้น


อเดลชะงัก เธอยกยิ้มบางๆ ตัดสินใจโยนมีดในมือทิ้งไป


หญิงสาวสองคนไม่ได้รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าการที่พวกเธอกำลังต่อสู้กันทำให้เริ่มมีคนอื่นๆเข้ามามุงดู


"สองคนนั้น...แอนนี่เอาจริงงั้นเหรอ"


"ฉันว่ายังไงแอนนี่ก็ชนะ" 


"อเดลก็อาจจะพลิกชนะก็ได้นี่"


เอเรนยืนอยู่ข้างๆเพื่อนสนิททั้งสองของเขามองเหตุการณ์ "หา ทำไมอเดลถึง.." 


"อเดลจับคู่ได้กับแอนนี่น่ะ" เป็นอาร์มินที่ตอบคำถามของชายหนุ่ม


หญิงสาวผมบลอนด์ซีดยังคงยืนตั้งท่า เช่นเดียวกับอเดลที่ยังยืนนิ่ง


กลุ่มคนที่กำลังยืนมุงดู มีเพียงเสียงลมที่พัดฝุ่นปลิวมาตามแรง


"ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าอเดลคงไม่แพ้แน่" มิคาสะกล่าวอย่างมั่นใจสายตาไม่ได้ละออกจากการสองคนนั้นแม้แต่น้อย


สองคนที่สู้กันต่างยืนนิ่ง ราวกับว่าการโจมตีครั้งนี้


คือตัวตัดสินทุกอย่าง


"เริ่มแล้ว"


แอนนี่ยกขาข้างขวาขึ้นเพื่อจะเตะใส่สีข้างเธอ อเดลเบี่ยงตัวหลบไปขวาเพียงนิดและจับเข้าที่ขาของหญิงสาว


จิตใต้สำนึกมันคิดขึ้นมาณ ตอนนั้น


ในเมื่อเธอคิดจะหักแขนฉัน


ฉันก็ไม่คิดลังเลที่จะทำมันเธอเหมือนกัน


ราวกับทุกอย่างรอบข้างช้าลง อเดลยกศอกขึ้นภาพย้อนฉายราวกับตอนที่แอนนี่จะพยายามทำกับเธอ คนถูกจับขาไว้เบิกตากว้างนิดๆ


"ถ้าไม่หยุดล่ะก็แอนนี่ขาหักแน่.." มิคาสะพูดออกมาทุกคนตรงนั้นแตกตื่น


"อะไรนะ!"


แต่การกระทำอเดลก็ต้องหยุดชะงัก


"พวกแกกำลังทำอะไรกัน" 


ศอกที่จะกำลังจะกระแทกที่เข่าแอนนี่หยุดลงค้างกลางอากาศ พร้อมใจกับทุกคนที่ยืนนิ่งค้างในท่าเชียร์ 


"ฉันให้พวกแกฝึกต่อสู้แต่กลับมีเรื่องวิวาททะเลาะกันเองงั้นเหรอ" คีธ ซาดีสยืนนิ่งมองพวกเธอด้วยใบหน้ากดดัน


อเดลเลียปล่อยขาแอนนี่ให้เป็นอิสระ 


ใบหน้าเรียบนิ่งของทั้งสองคนปรากฏต่อหน้าครูฝึก


ทุกคนต่างแตกกระจายจากบริเวณนั้นรีบกลับไปหาคู่ของตัวเอง ทำเหมือนกับไม่รู้ไม่ชี้ 


อเดลยกฝ่ามือขึ้น "ฉันเป็นคนเริ่มก่อนเองค่ะ" 


"งั้นเหรอ แมเดอลีน แกเริ่มงั้นสินะ"


"ค่ะ" อเดลเลียพยักหน้ารับอย่างไม่มีข้อแก้ตัว เธอสบตากับแอนนี่ "ขอโทษนะแอนนี่"


ครูฝึกคีธนิ่งเงียบไปอเดลหลับตารอรับชะตากรรม เขาถอนหายใจ


"คิดว่าขอโทษแล้วฉันจะลดโทษให้พวกแกงั้นเหรอ"






แจนวางแขนตัวเองไว้บนหัวราวกับจะดูถูกความสูงของเธอ "ไม่หิวรึไงฮะแม่สาวอายุ17"  


"อย่าค้ำหัวฉัน" อเดลที่พึ่งหอบเหนื่อยจากการวิ่งเสร็จเหยียบเท้าแจน สมหน้าเขานิดหน่อยพอเห็นเขามาแยกเขี้ยวใส่


หยอกกันตามประสาเพื่อน


อเดลไม่ได้กัดฟันพูด จริงๆ


บทลงโทษของเธอคืนงดข้าวเย็น และต้องวิ่งจนกว่าจะเหนื่อยตาย


แอนนี่ก็โดนแบบเดียวกันแค่ไม่ต้องงดข้าวเย็นแค่นั้นแต่เธอไม่แยแส 


แจนกับเธอสนิทกันมากขึ้น พวกเราเป็นเหมือนคู่หูที่เข้าขากันได้ดี


"คนเขาอุตส่าห์ถามดีๆนะเฮ้ย" 


"ก็อย่ามาค้ำหัวฉันซะสิแจนบอย" 


ขอถอนคำพูด


คอเสื้อแจนถูกเธอดึง เช่นเดียวกันคอเสื้อเธอก็ถูกแจนดึง พร้อมจะกัดกันเต็มที่


"อย่ามาเรียกแจนบอยนะเฮ้ย! แม่สาวอายุ17"


"สาว17บ้านนายสิ! จะต่อยใช่ไหม!" 


"แมเดอลีน กิลชูไตน์ พวกแกทำอะไรกัน" ครูฝึกคีธเดินมาหยุดต่อหน้า แจนแตกตื่นแสดงท่าทีมีพิรุธ


"เธอคราวก่อนก็เลออนฮาร์ท คราวนี้กิลชูไตน์งั้นเหรอ" ครูฝึกหันมาพูดกับเธอ


อเดลยกยิ้มแก้สถานการณ์ "พอดีมีฝุ่นน่ะค่ะที่คอเสื้อน่ะค่ะ เลยช่วยๆกันปัด--"


"ไปวิ่งจนกว่าจะเหนื่อยตายซะ" อเดลยิ้มค้าง


แค้นนี้ฉันต้องชำระ แจนบอย






ช่วงหัวค่ำอเดลเดินเข้ามาโรงอาหารด้วยสภาพเหงื่อโชกและหอบอย่างหนัก 


"โอ๊ะ อึดใช้ได้เลยแฮะเธอนี่" ยูมิลที่นั่งอยู่ใกล้ๆยกยิ้มขึ่นเอ่ยแซว อเดลยักไหล่ไม่ใส่ใจ 


เธอเข้ามาก็ได้ยินบทสนทนาของเอเรนกับแจนที่โต้เถียงกันทำท่าจะมีเรื่องกัน


"หา! ปล่อยนะ! เดี๋ยวเสื้อก็ขาด!" 


"ช่างเสื้อแกสิ! ก็ฉันอิจฉานี่หว่า!" 


"หา พูดอะไรของนาย!" 


เอเรนนิ่งชะงักไปขณะที่แจนก็ยังคงโวยวาย อเดลถอนหายใจ


จากนั้นเอเรนก็ดูเหมือนจะใช้เทคนิคเดียวกับการแอนนี่ทำให้แจนล้มลง "ทำบ้าอะไรน่ะ!" 


"ฉันเรียนการต่อสู้มือเปล่ามาอย่างหนัก ขณะที่นายเอาแต่เล่น" เอเรนก้มมองแจนที่นั่งอยู่ที่พื้นพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง


"ชีวิตที่ทำอะไรได้ตามใจ คิดว่าโลกความจริงเป็นแบบนั้นเหรอ"


"แถมยังมีหน้ามาเรียกตัวเองว่าเป็นทหารอีก"


ถึงจะไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่อเดลคิดว่าหลังจากนี้แจนคงได้จำคำพูดเอเรนไปอีกนาน บรรยากาศรอบข้างเงียบเฉียบลงอย่างเห็นได้ชัด


ครูฝึกคีธเปิดประตูมาด้วยใบหน้าเหี้ยม "เมื่อกี้ฉันได้ยินเสียงดัง มีใครอยากอธิบายหน่อยไหม"


เอเรน แจนเดินกลับไปนั่งที่ มิคาสะเป็นคนใจกล้าที่โกหกหน้าตายพูดออกไป 


"เสียงซาช่าตดค่ะ"


อเดลกลั้นขำ คนอื่นๆเองก็เหมือนกัน เจ้าตัวที่โดนแอบอ้างทั้งที่ไม่ได้ทำเธอมองใบหน้าของมิคาสะ 


"แกอีกแล้วเหรอ" ครูฝึกเดินเข้ามา มือของปิดจมูก ท่าทางนั่นทำให้อเดลยิ่งกลั้นขำเข้าไปใหญ่ "หัดมีมารยาทซะบ้างนะ" 


ทุกคนรอดจากการทำโทษของครูฝึกได้เพราะคำโกหกของมิคาสะ ซาช่าโวยวายเพียงนิดหน่อยก่อนจะทำสีหน้าเคลิ้มเมื่อขนมปังถูกนำใส่ปาก


"เลิกจ้องกัน แล้วทานอาหารต่อเดี๋ยวนี้" อเดลเดินมาห้ามปราม หยิบจานอาหารของแจนแล้ววางลงตรงหน้าเขา  แจนและเอเรนจ้องมองเธอในสภาพเหงื่อโชกทั้งตัว


แต่พวกเขายังคงจ้องกัน ราวกับไม่ยอมเข็ด


ทำตัวดีๆใส่กันมันจะตายรึไงนะ


แต่อเดลก็ลืมไปว่าเธอไม่มีสิทธิพูด เพราะเธอเองก็ตีกับแจนบ่อย






และแล้วก็ถึงวันที่พวกเราทหาร218นายจบการศึกษา


หลังจากจบการศึกษา จากทหารฝึกหัด ก็มีตัวเลือกสามทาง 


นั่นคือเสริมความแข็งแกร่งให้กำแพงและปกป้องเมือง กองกำลังรักษาการณ์


เสี่ยงชีวิตออกนอกกำแพง ไปยังเขตพวกไททันกับกองสำรวจ


รับใช้พระราชากับกองสารวัตรทหาร


และทหารหัวกะทิสิบคนจะสามารถเลือกเข้าสารวัตรทหารได้


ความจริง อเดลติดในอันดับที่4เทียบเท่ากับแอนนี่เพราะคะแนนเท่ากัน 


แต่อเดลก็ไม่มีความคิดที่จะเข้าสารวัตรทหารตั้งแต่แรกอยู่แล้ว อันดับจึงไม่สำคัญกับเธอ


"นายจะไม่เข้าสารวัตรทหารจริงๆเหรอ เอเรน" คนถูกถามไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆออกมาเป็นพิเศษ


"อุตส่าห์ติดหนึ่งในสิบทั้งที"


อื้ม เอาตรงมันก็น่าเสียดายนี่นะ 


คิดกับตัวเองในใจขณะยืนอยู่ข้างเอเรนก็กระดกน้ำขึ้นดื่ม 


อเดลเขย่าแก้วนิดหน่อยเมื่อเห็นว่าน้ำหมด เธอผละออกไป วางแก้วที่โต๊ะหยิบขนมปังในจานขึ้นมา


"ซาช่า! กินขนมปังไหม" อเดลพูดขึ้นพร้อมกับถือขนมปังเดินไปทางซาช่า สาวผมหางม้าน้ำลายส่อแล้วรีบคว้าไปกิน


"ยังมีให้อีกเยอะน่า ไม่ต้องรีบหรอก" 


"เราเอาชนะมันไม่ได้หรอก!" โทมัสพูดขึ้นเสียงดัง บทสนทนารอบข้างหยุดลง ทุกคนต่างหันไปมองเขา โทมัสรู้ตัวจึงลดเสียงพูดลง


"รู้ไหม ว่ามีคนโดนพวกมันกินไปกี่หมื่นคนแล้ว เราเสียประชากรไปตั้งร้อยละ20 คำตอบก็ชัดเจนอยู่แล้วนี่"


"มนุษยชาติน่ะเอาชนะไททันไม่ได้หรอก" บรรยากาศอึดอัดมากขึ้นไม่มีกล้าพูดอะไรออกมา


"แล้วไง.." เอเรนเอ่ยท่ามกลางความเงียบ อเดลหันไปมองคนเป็นน้องชาย


"นายจะยอมแพ้เพราะคิดว่าเราไม่ชนะงั้นเหรอ" 


ก็จริงอยู่ อเดลไม่เถียงหรอกว่าที่ผ่านมามนุษย์เป็นฝ่ายแพ้ 


ถ้าจะไม่มีอะไรมารับประกันว่าจะชนะ


ก็ไม่มีอะไรมารับประกันเหมือนกันว่าพวกเราจะไม่ชนะในสักวันนี่


"ฉันน่ะจะฆ่าพวกไททันทุกตัวและออกไปนอกกำแพง นั่นคือความฝันของฉัน" ดวงตาสีมรกตฉายแววแน่วแน่และมุ่งมั่น 


"มนุษยชาติยังไม่แพ้สักหน่อย"


เอเรนพูดจบ เขาก็รีบวิ่งออกไป อเดลฝากจานไว้กับซาช่าแล้วก็วิ่งตามไปเช่นเดียวกับมิคาสะ อาร์มิน


ขอบตาเอเรนแดงจางๆเพราะร้องไห้ อเดลทิ้งตัวลงนั่งที่ขั้นบันได นั่งคนอายุน้อยกว่าทั้งสามพูดคุยกัน


เธอเหม่อมองแผ่นหลังของทั้งสามคนที่เธอเคยเห็นตั้งแต่9ขวบ ไม่ได้จับใจความฟังที่พวกเขาพูดนัก


"ตัวโตขึ้นกันเยอะเลยนะ.." อเดลเลียพึมพัมออกมาอย่างไม่รู้ตัว สายตาสามคู่จ้องมองมาที่เธอ เอเรนยกยิ้ม สายตาล้อเลียนนั้นส่งมาหาเธอ


"พูดอะไรเหมือนคนแก่อีกแล้ว อเดล" 


"มีปัญหาเหรอ เอเรน" อเดลขมวดคิ้วพูดประชดกลับไป


"แค่เป็นคนที่อายุ20เพียงคนเดียวในรุ่นไม่ถือว่าแก่หรอกนะ เอเรน" 


"อาร์มินหยุดตอกย้ำเดี๋ยวนี้นะ" 


มิคาสะจับไหล่เธอ ใบหน้าเรียบนิ่งพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงใจไม่เข้ากับใบหน้า "อายุมากกว่าแค่5ปี ยังไม่แก่หรอก อเดล"


"มิคาสะ…." 


ท่ามกลางพื้นที่ที่นั่งกันก็มีเพียงแค่สี่คนที่หัวเราะพูดคุยอย่างสนุกสนาน


อเดลก็หวังว่าคงจะไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อนอีกแล้ว






Talk with sou

มาแน้ววว มะวานมะได้ตอบเม้นเพราะปั่นรายงานสองเล่มค่ะ55555555

โซจงใจวางให้อเดลเขาสนิทกับแจนนะคะแต่มะต้องห่วงพวกเค้าแค่เพื่อน--

อเดลอาจจะดูเก่งเกินๆไปหน่อยแต่สำหรับคนที่ฝึกสู้มาตั้งแต่อายุพอๆกับแอนนี่มันทำให้คิดว่าฝีมือพวกเขาน่าจะพอกัน

บอกเรยที่ช้าเพราะฉากสู้555555 มะรู้ว่าเขียนให้ทุกคนอ่านเข้าใจไหมแงง แต่เต็มที่แร้ว

ดีใจที่มีคนอ่านเข้ามาเรื่อยๆ มีคนที่รอ มีคนชอบ มีคนบอกว่าสนุก ทุกคนรู้ไหมนี่นั่งอ่านแต่เม้นทั้งวันเรยย แง กำลังใจที่ดือ

สุดท้ายนี้ ฝากขายเรือแจนเดล---//โดนตี

แจนอเดลแค่สกินชิพกันมากกว่าปกตินิดหน่อยค่ะ ออกแนวคู่หูกัน แล้วแจนบอยเค้าก็ไม่ได้มองอเดลในมุมความรักเท่าไหร่แต่มองเป็นเพื่อนสนิทมากกว่าาา

บ่นยาวเลยกี้ดดด เอาเปงว่าๆ สำหรับวันนี้ ติชมได้เสมอ ฝันดีนะคะ!


(เมื่อวานอัพไปตอนตีสองยังมีคนอ่าน ตกใจมาก)



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 263 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

762 ความคิดเห็น

  1. #311 zingerjj (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:38
    ลงเรือแจนเดลค่ะ//โดนตบ
    #311
    1
    • #311-1 SouSo(จากตอนที่ 12)
      12 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:58
      ไปค่ะ!
      #311-1
  2. #232 kan_okporn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:10
    โอ้ยยย"ตายๆ-ต้าววผู้ชอบน้องหมาน้องแมว"😂😂 น่ารักกอ่า~
    #232
    1
  3. #68 Park_jimin95 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 18:37
    สนุกมากๆเลยค่ะไรท์สู้ๆนะะ🌷✨
    #68
    1
    • #68-1 เนเธ‹เนเธ‹เนเธง(จากตอนที่ 12)
      31 มกราคม 2564 / 00:20
      ดีใจที่สนุกนะคะ ได้รับกำลังใจแน้วววว
      #68-1
  4. #67 Monalovenct (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 13:12

    รอเลยค่ะไรท์🥺
    #67
    1
  5. #66 Kim_Songeunn42 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 11:51

    ถ้าอเดลเจอกับรีไวล์คงจะแบบ-ง-คนที่เคยจะฆ่าตรู5https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-10.png 55

    #66
    1
    • #66-1 เนเธ‹เนเธ‹เนเธง(จากตอนที่ 12)
      31 มกราคม 2564 / 00:20
      เหมือนแอบมาเปิดไฟล์เค้าดูเลยย เดาแม่นมั่ก!
      #66-1
  6. #65 98eheo83 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 10:48
    เมื่อไร่นะ ที่รีไวล์ฉันจะได้ออกโรงชะที่😂
    #65
    2
  7. #64 ขอถาม1คำ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 07:57
    รอค่ะ เอาอีกๆๆๆๆๆ
    #64
    1
  8. #63 นิยาย ขออ่านที (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 04:56
    แจนเดลก็ดีนะคะ//กระซิบ
    #63
    1
  9. #62 Ririnji (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 02:46
    อยากอ่านตอนต่อไปเเล้ว สู้ๆค่ะ!
    #62
    1
  10. #61 reddy2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 01:35

    ทำไมตอนนี้น้องอเดลน่าสงสารจังเลย55555555555 วิ่งอีกลูก วิ่งอีก! ว่าแต่ทำไมพระเอกเราค่าตัวแพงจังเลยคะ
    #61
    1
    • #61-1 โซโซ่ว(จากตอนที่ 12)
      30 มกราคม 2564 / 02:02
      วิ่งนะวิ่งนะแฮมทาโร่---//ผิดๆ พระเอกเราค่าตัวแพงจริงค่ะ ล่าสุดยังไม่ได้จ่ายค่าตัวให้อาร์มินตั้งแต่ตอนก่อนนู้นเรยค่ะ--//โดนตี
      #61-1
  11. #60 ลุนแลงอ้ะ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 01:29
    ขำ ยัยแจนชอบตีกับคนนู้นคนนี้ นางดูเป็นคนที่ยิ่งตีกับใครยิ่งสนิทกับคนนั้นอะ5555 ตอนเด็กก็ชวนตีตอนวัยรุ่นก็ชวนตีตอนโตก็ชวนทะเลาะ เรียกได้ว่าแจนใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่าจริงๆ ชีวิตมีสีสันเกิ๊น
    #60
    1
    • #60-1 โซโซ่ว(จากตอนที่ 12)
      30 มกราคม 2564 / 02:00
      แจนบอยผู้ผูกมิตรด้วยการทะเลาะค่ะ! 555555
      #60-1
  12. #59 aum_chan2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 00:51

    ไรท์แต่งได้ดีมากกกกกกก ชอบๆๆๆๆๆ
    #59
    1
    • #59-1 โซโซ่ว(จากตอนที่ 12)
      30 มกราคม 2564 / 01:03
      ดีใจที่ชอบนะคะ!
      #59-1
  13. #58 Yuna_Yuna (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 00:47

    ดึกอีกแล้ว5555 สงสารน้องอเดลโดนสั่งให้วิ่งส่ะน่าสงสารแถมยังโดนว่า20ปียังไม่แก่หรอก555
    #58
    1
    • #58-1 โซโซ่ว(จากตอนที่ 12)
      30 มกราคม 2564 / 01:03
      แค่อายุมากกว่า5ปีเอ๊งงงง
      #58-1
  14. #57 Iด็กไม่รู้จัnโต (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 00:02
    กะยังไม่หลับนะ พ่อพระเอกค่าตัวแพงจีๆ //บอกตรงว่าจากชื่อเรื่องและอื่นๆ นั้น เราเลยคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นแนวเลิฟคอมเมดี้แบบหวานเลี่ยนจ๋า (คอมเมดี้โรแมนซ์อ่านได้ แต่ชอบเรียลๆ แบบมีสิ่งอื่นปนด้วยน่ะ เอเอะรักเอะอะกดไม่ใช่แนว) โชคดีที่คิดจะลองอ่านเลยไม่พลาดนิยายดีๆ ไป
    #57
    2
    • #57-1 โซโซ่ว(จากตอนที่ 12)
      30 มกราคม 2564 / 00:20
      โอ้โห คูมคะ มันแบบ แอแง ดีใจจัง สารภาพก่อนเลยค่ะ ว่าชื่อเรื่องเอาอินไปรมาจากชื่อเพลงค่ะ เพลงมันหวานๆแต่เนื้อหาก็ไม่ได้วางให้หวานขนาดนั้นเรยย--//โดนตี
      แต่ใดๆคือคอมเม้นคูมเป็นกำลังใจที่ดีมากให้เค้า อ่านแล้วปลื้มมากหลงรัก(?) ฮือออ ขอบคุณนะคะ!
      #57-1
    • #57-2 Iด็กไม่รู้จัnโต(จากตอนที่ 12)
      30 มกราคม 2564 / 12:05
      เค้าไม่รู้จักเพลงนี้ไงคะ 555+ อาจจะยังมีคนที่เป็นแบบเรานะ ถ้าแนวทางเรื่องไม่ได้หวานมาก ลองเปลี่ยนคำโปรยดูก็พอจะดึงดูดนักอ่านสายอื่นได้นะคะ อันนี้ก็แนะนำจากประสบการณ์แบบคหสต.นะ
      #57-2