นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

The Little Mermaid (เกรย์ x จูเบีย )

รวมเรื่องราวความรักของเหล่าจอมเวทย์แห่งแฟรี่เทล

ยอดวิวรวม

318

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


318

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


4
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  17 ต.ค. 62 / 17:45 น.
นิยาย The Little Mermaid ( x )

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
มีใครชอบการ์ตูนเรื่องนี้มากๆไหมเอ่ย ถึงเรื่องจะจบไปแล้ว (แต่ภาคเควสร้อยปียังไม่จบนะ) แต่ก็ยังเป็นหนึ่งในการ์ตูนที่ชอบมากที่สุดอยู่ดี นอกจากคู่หลักแล้วยังมีอีกหลายคู่ให้จินตนาการได้อีก ซึ่งก็จะเอาเรื่องรักสั้นๆของเหล่าจอมเวทย์มาลง ฝากติดตามด้วยน๊าาา

เนื้อเรื่อง อัปเดต 17 ต.ค. 62 / 17:45


ท้องสมุทรอันกว้างใหญ่สุดสายตา ภายใต้ท้องฟ้าสีครามลึกลงไปเบื้องล่างสุดจะหยั่งใจกลางสมุทร ยังมีนครบาดาลอันยิ่งใหญ่ที่ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเงือก ภายใต้การปกครองของจ้าวสมุทรผู้ทรงอำนาจ มาคารอฟ ชาวเงือกอาศัยกันอย่างมีความสุขกับชีวิตใต้น้ำ ความสงบแผ่ปกคลุมไปทั่ว ไร้ซึ่งปัญหาและความขัดแย้ง แต่ไม่ไร้สีสันแห่งความสนุกสนานรื่นเริง

กระนั้นยังมีเงือกน้อยนางหนึ่งนาม จูเบีย ผู้ซึ่งมีความกระหายใคร่รู้และปรารถนาที่จะออกไปใช้ชีวิตใต้แสงอาทิตย์อยู่เต็มหัวใจ บ่อยครั้งที่นางแอบว่ายน้ำขึ้นไปเหนือผิวน้ำ เกยก่ายโขดหินในยามค่ำคืน อาศัยแสงจันทร์ส่องสว่างนำทางสายตาจับจ้องสังเกตแสงไฟจากเรือประมงที่ส่องอยู่ไกลๆ บ้างก็แอบว่ายวนรอบเรือสำราญอย่างริษยาระคนปรารถนาในเสียงดนตรีและงานเต้นรำนั้น

กระทั่งค่ำคืนหนึ่งที่จูเบียว่ายขึ้นไปเหนือผิวน้ำเช่นทุกคืนเดือนหงายที่ผ่านมา แสงจันทร์ส่องสว่างอาบไล้ทั่วผืนน้ำ จูเบียขับขานบทเพลงอันไพเราะของชาวเงือกออกมาอย่างสุนทรีย์ นางสางผมยาวสลวยไปพลางร้องเพลงไปพลางโดยไม่ทันสังเกตถึงเค้าลางของพายุที่ส่งสัญญาณมาแต่ไกล ไม่นานคลื่นน้ำลูกใหญ่พลันโหมกระหน่ำอย่างเกรี้ยวกราด พายุและลมฝนทำให้สภาพอากาศเหนือท้องทะเลเลวร้ายเกินจินตนาการ จูเบียเห็นดังนั้นจึงรีบร้อนลงจากโขดหินเพื่อกลับนครบาดาล แต่ทันใดนั้นเองนางก็สังเกตเห็นเรือสำราญลำใหญ่ที่ลอยเต้งเท้งอย่างไร้การควบคุมท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำ นางรีบส่ายสะบัดหางมุ่งหน้าที่ทางที่เรืออยู่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น มนุษย์บนเรือจำนวนมากส่งเสียงกรีดร้องอย่างเสียขวัญ ต่างคนต่างวิ่งชนกันอย่างโกลาหล มีเพียงชายผู้หนึ่งเท่านั้นที่ยังคงครองสติเอาไว้ได้ เม็ดฝนที่กระทบใบหน้ากับเสื้อผ้าที่ลู่ลงแนบกายไม่อาจข่มความสูงศักดิ์ที่กระจายออกมาจากเขา

จิตใจอันเข้มแข็งและสายตาคมกล้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นดึงดูดสายตาของจูเบียไปจนหมดสิ้น นางจับจ้องไปที่ร่างสูงสง่าท่ามกลางพายุนั้นอย่างเคลิบเคลิ้มหลงไหล แต่เพียงไม่นานจูเบียก็ต้องดำดิ่งลงไปใต้ท้องสมุทรเนื่องจากเหตุเรือแตกเพราะไม่อาจทานแรงพายุได้ไหว นางว่ายวนอยู่ในน้ำหลบเศษซากเรือพลางกวาดสายตามองหาร่างของชายหนุ่มรูปงามผู้นั้นไปพลาง

ภายหลังจากพายุสงบลงในเวลาย่ำรุ่ง แสงแดดรำไร ณ ปลายขอบฟ้า เงือกน้อยจูเบียกับร่างไร้สติของชายหนุ่มก็ปรากฏตัวขึ้นที่ริมหาดอันเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ด้วยความที่ไม่มีขาอย่างมนุษย์ทำให้จูเบียไม่สามารถพาเขาไปขอความช่วยเหลือได้ นางได้แต่เจ็บใจแล้วเป่าเปลือกหอยเป็นเสียงดังกังวาลไปทั่วเพื่อเรียกร้องความสนใจมาที่ชายหาดที่ตนอยู่ ก่อนที่จะจับจ้องไปที่ใบหน้าอันหล่อเหลาสง่างามเป็นครั้งสุดท้ายแล้วผลุบหายลงไปในทะเล

แม้จะผ่านมาแล้วหลายวันแต่ภาพชายหนุ่มผู้นั้นยังตราตรึงอยู่ในใจไม่เสื่อมคลาย จูเบียมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะมีขาอย่างมนุษย์เพื่อที่จะได้ไปหาชายในฝันของนาง นางตัดสินใจไปของความช่วยเหลือจากแม่มดแห่งท้องทะเลให้ทำให้นางมีขา แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเมื่อแม่มดโพลยุชก้าตอบปฏิเสธ จูเบียเสียใจหากแต่ไม่ยอมแพ้ นางอาศัยจังหวะที่แม่มดเผลอฉวยน้ำตาสมุทรที่ทรงอำนาจแล้วดื่มเข้าไปจนหมดโดยที่แม่มดไม่อาจห้ามได้ทันเวลา จึงได้แต่เตือนจูเบียว่า

"เมื่อเจ้ามีขาอย่างมนุษย์ เจ้ามีเวลาถึงคืนที่วันพระจันทร์เต็มดวงเท่านั้น จงจำไว้ว่าหากเจ้าทำให้ชายผู้นั้นรักเจ้าอย่างแท้จริงก่อนแสงจันทร์จะหมดไปไม่ได้ เจ้าจะกลายเป็นสัตว์น้ำลึกที่น่าเกลียดที่สุดและดุร้ายที่สุด ไม่อาจหวนคืนนครใต้สมุทรแห่งนี้ได้อีกต่อไป มาเถอะ นี่จะเป็นการช่วยเหลือเจ้าเป็นครั้งสุดท้ายของการเป็นเงือก ข้าจะหาที่อยู่ของเจ้าหนุ่มนั่นให้เจ้าเอง"

จูเบียไม่เสียใจภายหลังที่ดื่มน้ำตาสมุทรเข้าไป นางจดจำที่อยู่นั้นจนขึ้นใจแล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่แม่มดบอก จนกระทั่งถึงพระราชวังริมทะเล จูเบียจึงรู้ตัวว่าได้มาถึงที่ที่ชายหนุ่มอยู่แล้ว นางว่ายน้ำขึ้นมาบนชายหาดที่ไร้ผู้คน จากนางเงือกที่งดงามสดใสค่อยๆกลายเป็นมนุษย์ นางลองเดินดูอย่างตื่นเต้นแต่ก็ต้องตกใจเมื่อมีชายท่าทางหยาบคายสองคนเข้ามาฉุดกระชากแขนและพยายามลวนลามนาง จูเบียกรีดร้องอย่างตกใจในความป่าเถื่อนของมนุษย์ นางสะบัดแขนจนหลุดแล้ววิ่งหนีจนชนกับคนคู่หนึ่ง เมื่อมองหน้าก็พบว่าเขาคือคนที่นางใฝ่ฝันถึงทุกค่ำคืน นางสวมกอดเขาอย่างดีใจและยิ่งประทับใจมากขึ้นเมื่อเขาถอดเสื้อมาคลุมให้นางอย่างนุ่มนวล

 เจ้าตามข้ามาเถอะชายหนุ่มดันตัวจูเบียออกอย่างช้า ๆ พร้อมกับสีหน้างงงันเพราะเขามั่นใจว่าตนเองไม่เคยพบเจอกับนางมาก่อน จูเบียเก็บแขนเรียวของตัวเองอย่างเสียดาย แต่ก็เดินตามชายหนุ่มไปอย่างอารมณ์ดี

เจ้าชื่ออะไรหรือเขาเอ่ยถามขณะนำทางนางมุ่งหน้าไปสู่ปราสาท  

จูเบียนางตอบอย่างเคอะเขิน

จูเบีย...เป็นชื่อที่น่ารักดีเหมาะกับเจ้ามากชายหนุ่มสง่างามพูดต่อ ข้าเกรย์ เป็นเจ้าชายแห่งอาณาจักรนี้ แล้วเจ้าล่ะเป็นคนที่ใด ไปแต่งตัวแล้วข้าจะส่งเจ้ากลับบ้าน

 ไม่ไปจูเบียรีบร้อนพูดอย่างตกใจ เพียงแค่คิดว่าจะไม่ได้อยู่กับเขาก็อดใจหายไม่ได้ ไม่เพียงเท่านี้ ตอนนี้นางเองก็ไม่ได้เป็นชาวเงือกแล้ว ไม่มีที่ใดให้นางกลับไปอีกแล้ว

 เกรย์เดินขึ้นหน้ามาประจันหน้ากับจูเบีย เมื่อเห็นคนตัวเล็กตรงหน้านั้นทำตัวห่อเหี่ยวไร้เรี่ยวแรง เห็นใบหน้าน่ารักยับย่นก็รู้สึกสงสาร

บอกข้า คนที่บ้านเจ้าไม่ดีกับเจ้างั้นหรือ

พวกเขาดีกับข้ามากจูเบียส่ายหน้า จะให้บอกอย่างไรว่าครอบครัวของนางเป็นชาวเงือก

แล้วทำไมเจ้าถึงไม่อยากกลับบ้านเจ้าชายหนุ่มถามต่อ

ไม่ใช่ข้าไม่อยากกลับ แต่ข้าไม่มีที่ไปนางไม่ได้โป้ปดเขาแม้แต่ครึ่งคำ หลังจากที่นางมีขา เป้าหมายของนางก็มีแค่เขาแต่เพียงเท่านั้น จะให้นางไปที่ใดเล่า คนรู้จักที่เป็นมนุษย์นางก็ไม่มี

ข้าจะอยู่กับท่านจูเบียย้ำอีกครั้งอย่างหนักแน่น

เกรย์จับจ้องไปที่ร่างบางอย่างพิจารณา นางดูไร้เดียงสา ไม่น่าจะเป็นนักฆ่าจากที่ใดได้ แววตาใสซื่อบ่งบอกทุกอย่างที่คิดออก เขารู้ว่านางไม่ได้โกหก ใบหน้าเศร้าสร้อยนั่นทำให้เขาคิดว่าครอบครัวนางอาจมีเหตุให้ต้องแยกจาก แม้แต่เสื้อผ้าติดกายยังไม่มี เขานึกสงสารนางขึ้นมาทันใด

ถ้าอย่างนั้นเจ้ามาอยู่กับข้าดีหรือไม่เกรย์ยิ้มอย่างดีใจให้กับเด็กสาวตรงหน้า เมื่อเห็นว่านางยิ้มแย้มออกมาก็อดยิ้มตามไม่ได้ เขาลูบหัวจูเบียเบาๆอย่างเอ็นดูก่อนจะเดินนำหน้าไปทางปราสาท ส่วนจูเบียเมื่อโดนลูบหัวแล้วก็ได้แต่เขินอายหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นแรงด้วยคิดว่าชายหนุ่มยอมรับตนแล้ว นางตามหลังเขาไปพลางกระชับเสื้อคลุมที่ยังหลงเหลือไออุ่นของเขาอยู่กับตัวอย่างเป็นสุข

จูเบียหลงใหลอยู่กับการใช้ชีวิตแบบมนุษย์จนแทบลืมวันเวลา นางมักซักถามเจ้าชายเสมอเมื่อเห็นสิ่งต่างๆที่น่าสนใจ เจ้าชายเองก็เอ็นดูนางอยู่ไม่น้อย เขาพานางเที่ยวชมรอบปราสาทและมักให้นางติดตามเวลา พาออกนอกเมืองอยู่บ่อยครั้ง เขาถูกใจในความร่าเริงสดใสของนาง ไม่ว่านางจะถามอะไรหรืออยากไปที่ไหนเขาก็จะเป็นคนที่ใจอ่อนยอมตามใจนางไปเสียทุกครั้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ท่านเกรย์” เสียงหวานใสดังขึ้นทันทีที่ศีรษะเล็กๆโผล่พ้นผิวน้ำ “ท่านเกรย์มาดูนี่สิคะ จูเบียมีอะไรมาฝากท่านเกรย์ด้วยค่ะ”

เกรย์มองไปยังเด็กสาวที่กำลังโบกมือไหวๆอยู่อย่างร่าเริง ไม่ใช่เขามองไม่ออกว่านางรู้สึกอย่างไร ส่วนตัวแล้วเขาก็สนใจนางอยู่ไม่น้อยเช่นกัน แต่เขาไม่รู้ว่าควรจะบอกนางอย่างไรจึงจะทำให้นางเจ็บปวดน้อยที่สุด

"ท่านเกรย์ดูนี่สิคะ"  จูเบียนั่งลงบนเสื่อข้างเจ้าชายหนุ่มพร้อมกับยื่นของในมือให้ดู มันคือมุกเม็ดงามสีขาว ดูแล้วทั้งบริสุทธิ์และล้ำค่า

"ท่านเกรย์เคยได้ยินหรือไม่คะ ตำนานเล่าว่า หากมีผู้ใดได้รับอัญมณีจากท้องทะเล ผู้นั้นจะได้รับพรให้มีชีวิตที่ประสบความสำเร็จและปลอดภัย จูเบียให้ท่านเกรย์ค่ะ" จูเบียยื่นมุกเม็ดนั้นให้เจ้าชายในดวงใจของนางอย่างเอียงอาย เกรย์มองนางอย่างลึกซึ้งก่อนรับมุกจากมือนางแล้วมาเก็บไว้กับตัว

แท้จริงแล้วจูเบียนั้นเศร้าใจอย่างยิ่ง ทันทีที่นางย่างเท้าลงสู่ทะเลความทรงจำในวันที่นางจากมาพลันหวนเข้ามาดั่งสายน้ำ ทำให้นางคิดได้ว่าพรุ่งนี้คือวันสุดท้ายแล้วที่นางจะมีโอกาสได้อยู่กับเขา แม้จะรู้ดีว่าเวลาของตัวเองเหลือน้อยแค่ไหน หากแต่นางก็ไม่อาจรู้ได้ว่าเจ้าชายรู้สึกกับนางเช่นไร นางไม่มีความกล้าพอที่จะเอ่ยถามกับเขาโดยตรง

 

  วันต่อมาขณะที่จูเบียกำลังสับสนอยู่ในวังวนของความคิด เกรย์กับราชาก็กำลังสนทนากันอย่างจริงจัง ภาพที่เกรย์เหลือบมองจูเบียเป็นระยะอย่างกังวลนั้นอยู่ในสายตาของราชาทั้งหมด นั่นยิ่งทำให้ราชากังวลจนถึงกับเร่งเร้าบุตรชาย

"พ่อว่ามันควรถึงแก่เวลาแล้ว หากรอเนิ่นนานไปมากกว่านี้เกรงว่าทำให้ฝ่ายนั้นไม่พอใจเอาได้"

"แต่ว่าท่านพ่อ..."

"เอาเป็นว่าพ่อตัดสินใจแล้ว เจ้าเตรียมตัวให้ดีเป็นพอ"

ราชาตัดบทไม่ทันให้เกรย์ได้พูดจบ ทิ้งความหนักใจให้เจ้าชายที่ทั้งกังวลและสับสนกับหัวใจของตัวเองเป็นอย่างยิ่ง

ฝ่ายจูเบียที่แม้จะคิดเรื่องของตัวเองอยู่ แต่ด้วยความที่นางใส่ใจเกรย์อยู่ตลอดเวลาทำให้นางได้ยินทุกบทสนทนาที่ราชาและเจ้าชายคุยกัน นางไม่ต้องการสร้างความกังวลใจให้กับเจ้าชาย จูเบียแบกหัวใจอันหนักอึ้งของตนแล้วยิ้มออกมาอย่างยากลำบากให้กับชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า

"จูเบีย... " เกรย์มองหน้างดงามนั้นอย่างเศร้าสร้อย ไม่คิดเลยว่าการเอ่ยชื่อของนางจะทำให้ปวดร้าวได้เช่นนี้

"คืนนี้ท่านเกรย์ออกมาพบกับจูเบียที่ชายหาดได้หรือไม่" จูเบียตัดสินใจได้ในที่สุด

" เอาสิ " เจ้าชายหนุ่มเห็นรอยยิ้มของนางแล้วอดใจหายไม่ได้คล้ายกับว่าจะได้เห็นนางเป็นครั้งสุดท้าย แต่เพราะไม่อยากทำให้นางผิดหวัง ด้วยความที่เขาไม่เคยขัดใจนางสักครั้ง เขาจึงได้แต่ตอบรับด้วยความหนักใจ

 

คืนจันทร์เต็มดวงแสงนวลส่องสว่าง เงาร่างสองร่างปรากฏขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่แสนงดงามราวกับภาพฝัน จูเบียยืนหันหน้าเข้าหาท่านเกรย์ของนางเช่นทุกครั้ง นางยิ้มบางเบาประหนึ่งสายลมยามค่ำคืนในขณะนี้ แต่รอยยิ้มนั้นกลับยังความไม่สบายใจมาให้เจ้าชายเป็นอย่างมาก

“จูเบีย เจ้ามีอะไรในใจหรือ” เขาถามนางในที่สุดเพราะทนมองรอยยิ้มที่บาดลึกเข้าไปในใจนั้นไม่ได้อีกต่อไป

“ถึงเวลาของจูเบียแล้วค่ะ” จูเบียช้อนสายตาขึ้นสานสบกับเกรย์พอดี นางมองเขาด้วยความรักไม่ต่างจากวันแรกที่พบเจอ

“เวลา... เวลาอะไรกัน” เกรย์ถามอย่างร้อนรนแต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อจูเบียถอดเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ออกจนหมด แต่ที่ทำให้เขาตกใจมากกว่าคือบนร่างกายของนางไม่ใช่ผิวขาวเรียบเนียนเช่นวันแรกี่พบเจอ หากแต่เต็มไปด้วยเกร็ดสีดำหยาบกระด้างทั่วร่างกาย

“ความจริงแล้วจูเบียเป็นเงือกค่ะ อาจจะฟังดูน่าขันแต่มันคือเรื่องจริง ตั้งแต่ครั้งแรกที่จูเบียได้พบกับทะเลในคืนที่มีพายุครั้งนั้นจูเบียก็ปักใจรักท่านเกรย์มาตลอด หลังจากที่มาส่งท่านเกรย์ที่ชายหาดแล้วจูเบียก็เลยไปขอให้แม่มดทำให้จูเบียมีขาเพื่อที่จะได้มาหาท่านเกรย์” จูเบียเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมาทั้งน้ำตา เสียงสะอื้นขาดหายเป็นช่วงๆนั้นราวกับมีอะไรมาบีบรัดหัวใจของเกรย์จนเขาแทบทนไม่ไหว

“คนที่ช่วยข้าในตอนนั้นแท้จริงก็คือเจ้า” เขาพึมพำ

“แต่จูเบียมีเวลาน้อยเหลือเกิน” จูเบียสะอื้น “ถ้ามีเวลามากกว่านี้จูเบียอาจจะอยู่ที่นี่เพื่อท่านเกรย์ได้แม้ว่าจะไม่มีฐานะใดๆเลยก็ตาม แต่จูเบียในตอนนี้ไม่อาจให้ท่านเกรย์เห็นจูเบียในสภาพที่เลวร้ายที่สุดเช่นนี้ได้”

“แต่ข้ามั่นใจว่าจะรักเจ้าได้” เกรย์เอ่ยเสียงดังออกมาขัดเมื่อเห็นว่าจูเบียเริ่มเคลื่อนถอยหลังเข้าหาท้องทะเลลึกลงไปทุกที

“ไม่ค่ะ” จูเบียพูดไปพลางร้องไห้ นางส่ายหน้าไปมาอย่างน่าสงสาร “ท่านเกรย์คือความสุขของจูเบีย แต่ไหนแต่ไรมาก็เป็นเช่นนั้นและจะเป็นตลอดไป หากการมีตัวตนอยู่ของจูเบียต้องทำให้ท่านเกรย์ลำบากใจ การมีอยู่ของจูเบียอาจทำให้ราชาผิดหวังในตัวท่านเกรย์ หากการมีอยู่ของจูเบียทำให้ท่านเกรย์อยู่อย่างไม่มีความสุข จูเบียขอหายไปตลอดกาลเสียยังดีกว่า” จูเบียมองเกรย์ด้วยความรักน้ำตานองหน้า นางประทับเขาไว้ในความทรงจำเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะค่อยๆหายลงทะเลไป ทิ้งให้เกรย์มองตามด้วยความร้าวรานที่ไม่อาจยืนหยัดเพื่อสตรีที่รักได้

“ท่านเกรย์ต้องมีความสุขนะคะ ลาก่อนค่ะ”

 

ผลงานอื่นๆ ของ เพียรวิจิตร

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 10:41

    เศร้าอะไรเยี่ยงนี้https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-10.png

    #1
    0