ll หัวขโมยแห่งบารามอส ll ForEver TiME... ชั่วนิรันดร์...

ตอนที่ 3 : ~๐(^O^)๐~ ผูกพัน ~๐(^O^)๐~ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1884
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    18 ส.ค. 48



ปีนี้ถือเป็นปีแรกสำหรับพวกเฟรินที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างรูปแบบ ธงสีม่วงของโรงเรียนพระราชาเอดินเบิร์กปลิวไสว รวมถึงธงของป้อมอัศวิน ปราสาทขุนนาง ปราการปราชญ์ และแผ่นดินประชาชน มหาปราชญ์เลโมธียืนอยู่บนแท่นประกาศ ส่วนหัวหน้าป้อมก็ยืนประจำที่เฉกเช่นทุกๆปีที่ผ่านมา ตามด้วย 2 เสนาธิการ 4 ผู้คุมกฏ 3 ขุนพล 12 ผู้พิทักษ์ ถึงแม้ว่าเธอจะอยู่ปี 6 แล้ว แต่ความรู้สึกตื่นเต้นนี้มันก็ไม่ได้จางหายไปเลย



บรรยากาศเป็นไปอย่างตื่นเต้น จนเสียงของมหาปราชญ์เลโมธีดังขึ้น เสียงพูดคุยทั้งหมดจึงเงียบลงโดยอัตโนมัติ



\"ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่โรงเรียนพระราชาเอดินเบิร์ก โรงเรียนของเราจะแบ่งหอพักออกเป็น 4 หอพักด้วยกัน อันได้แก่ ป้อมอัศวิน ปราสาทขุนนาง ปราการปราชญ์ และแผ่นดินประชาชน ซึ่งจะมีหัวหน้าป้อมเป็นผู้ดูแล ร่วมกับอาจารย์ประจำป้อม เมื่อฉันเรียกชื่อใคร ให้เดินออกมาข้างหน้า\" มหาปราชญ์เลโมธีพูดจบ กระดาษรายชื่อก็ถูกส่งจากอาจารย์มาไว้ในมือของเขา



\"คนแรก ซาลิสซ่า เวลุส เดอะ คิลเลอร์ ออฟ แกรนด์ไลน์\" เสียงประกาศชื่อแรกดังขึ้น หญิงสาวคนหนึ่งก้าวออกมายืนข้างหน้า ผมสีทองสวยถูกซอยสั้น นัยต์ตาสีฟ้าบ่งบอกถึงความมุ่งมั่นเต็มที่



\"ป้อมอัศวิน!!\" เสียงประกาศดังขึ้น พร้อมกับหญิงสาวก้าวเดินมาทางคาโลที่ยืนรอรับอยู่ เฟรินยื่นผ้าคลุมให้คาโล แล้วคาโลก็ยื่นต่อให้รุ่นน้อง เธอรับไว้ แล้วยิ้มให้เขาเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน



\"มาด้า บิสเทย์ เดอะ พรีส ออฟ ฟรานซ์\" เสียงประกาศชื่อที่สองตามมา หญิงสาวดูเรียบร้อยคนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้า ผมสีชายาวถึงกลางหลัง นัตย์ตาสีดำสนิทบ่งบอกถึงความลึกลับ



\"ป้อมอัศวิน!!\" หญิงสาวยิ้มน้อยๆ แล้วเดินมารับผ้าคลุมจากคาโล แล้วเดินเข้าไปข้างใน



เสียงประกาศยังคงดังต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงคนสุดท้าย คนที่ทำเอาทุกคนตะลึงอย่างที่สุด เพราะเขา เขาก็คือ....



\"คาโอ ฟานาเรส เดอะ ซอเซอร์เรอร์ ออฟ คาโนวาล\" เมื่อได้ยินเสียงประกาศ คาโอก็เดินออกมา บนใบหน้าประดับไว้ด้วยรอยยิ้มที่พวกเฟรินก็ไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไรกันแน่ ส่วนสูงของเขาลดลงเล็กน้อยแต่ก็ยังมีเคล้าเดิมเหลืออยู่ ใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ลงแต่ก็แฝงไปด้วยความลึกลับ



\"ป้อมอัศวิน!!\" สิ้นเสียงประกาศของมหาปราชญ์เลโมธี คาโอก็เดินมารับผ้าคลุมไปจากมือคาโล แล้วเดินเข้าไปข้างในด้วยสีหน้าเรียบเฉย





-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





~ห้องประชุมรวม-ป้อมอัศวิน~



\"ยินดีต้อนรับทุกคนสู่ป้อมอัศวิน ฉันคาโล วาเนบลี เดอะ ปรินซ์ ออฟ คาโนวาลเป็นหัวหน้าป้อมอัศวิน\" คาโลพูดแล้วหยุดไป เสียงซุบซิบจึงดังขึ้น



\"กฏระเบียบของป้อมอัศวินก็ไม่มีอะไรมาก คิดว่าอาจารย์คงจะแจ้งให้พวกเธอทราบแล้วตั้งแต่ตอนปฐมนิเทศน์ อาจารย์ประจำป้อมของเราก็ได้แก่ อาจารย์ลูคัส ซาโดเรีย เดอะ ซอเซอร์เรอร์ ออฟ ทริสทอร์ และอาจารย์ลอเรนซ์ โมนาโรค เดอะ ปรินเซส ออฟ แอเรียส อาจารย์ลูคัสจะสอนวิชาเวทมนตร์ ส่วนอาจารย์ลอเรนซ์จะสอนวิชาประวัติศาสตร์\" คาโลยังคงกล่าวต่อไปเรื่อยๆ จนถึงเรื่องสุดท้าย



\"เรื่องสุดท้ายฉันจะให้โรเป็นคนพูดแล้วกัน\" คาโลพูดแล้วหลีกทางให้โรขึ้นมาพูด



\"สวัสดีทุกคน ฉันโร เซวาเรส เดอะ เบกการ์ ออฟ ทริสทอร์ เป็นเสนาธิการฝ่ายซ้ายของป้อม ที่ฉันจะพูดก็ไม่มีอะไรมาก คือเรื่องห้องพัก ห้องพักชั้น 2 เป็นของปี 1 ตั้งแต่ชั้น 3 เป็นต้นไปเป็นของปี 2-7 ถ้าไม่มีความจำเป็นก็อย่าขึ้นไป แล้วอีกอย่างเราจะมีการเลือกหัวหน้าชั้นปีด้วย ผู้ที่ได้เป็นหัวหน้าชั้นปี คือผู้ที่ทำคะแนนเข้ามาได้สูงสุด ผู้ที่เป็นหัวหน้าชั้นปีจะต้องรับคำท้ายโดยไม่ปฏิเสธ เพราะฉะนั้นก็ไม่แน่ว่าคนที่ได้เป็นหัวหน้าชั้นปีจะดำรงตำแหน่งได้จนจบปี 7\" โรเอ่ยแล้วเว้นไว้ เพราะเสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้น



\"คนแรก........\" เหมือนกับมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ เสียงทั้งห้องเงียบลงทันที



\"คาโอ ฟานาเรส เดอะ ซอเซอร์เรอร์ ออฟ คาโนวาล  ซาลิสซ่า เวลุส เดอะ คิลเลอร์ ออฟ แกรนด์ไลน์  และ  มาด้า บิสเทย์ เดอะ พรีส ออฟ ฟรานซ์  ส่วนเรื่องห้องพักไม่ต้องเป็นห่วง เพราะปีนี้มีผู้หญิงแค่ 3 คน ทั้งสามคนจึงพักด้วยกัน ส่วนคาโอก็พักห้องเดี่ยวแล้วกัน ฉันมีเรื่องจะพูดแค่นี้ เชิญท่านหัวหน้าป้อมต่อ\" โรพูดแล้วเดินกลับไปยืนที่เก่า



\"มีใครมีอะไรจะถามมั้ย\" คาโลถามขึ้น รุ่นน้องผู้ชายคนหนึ่งจึงยกมือขึ้น



\"เชิญ\"



\"คือว่า อยากให้พี่ๆแนะนำตัวทีละคนครับ\" เขาพูดก่อนจะนั่งลง



\"เอางั้นก็ได้ เริ่มจากนายแล้วกัน คิล\" คาโลพูดแล้วหลีกให้คิลขึ้นมาพูด



\"พี่ชื่อ คิลมัส ฟีลมัส เดอะ คิลเลอร์ ออฟ ซาเรส เป็นเสนาธิการฝ่ายขวาของป้อม\" คิลพูดจบก็เดินลงไป



\"พี่ชื่อ เรนอน ธีน๊อท เดอะ ปรินเซส ออฟ คาโนวาลจ้ะ เป็นผู้คุมกฏ\" เรนอนพูดพลางยิ้มให้รุ่นน้องอย่างอ่อนโยน เล่นเอารุ่นน้องแถวนั่งแทบหัวคะมำกันเป็นแถบ



\"พี่ชื่อ แองเจลีน่า โรมานอฟ เดอะ วิทช์ ออฟ วิทช์นะ\" แองจี้กล่าวทักทายรุ่นน้องอย่างสดใส โดยหารู้ไม่ว่า รุ่นน้องกลับมองเธออย่างคนหลงเสน่ห์



\"ส่วนพี่ก็ มาทิลด้า ซิลเวอร์ เดอะ ปรินเซส ออฟ อเมซอน\" มาทิลด้าพูดสั้นๆ แล้วกลับไปยืนที่เดิม คราวนี้ก็ถึงคิวเจ้าตัวยุ่งที่ต้องแนะนำตัวบ้าง



\"พี่ชื่อเฟริน เดอเบอโรว์ เดอะ ทีฟ ออฟ บารามอสนะ\" เฟรินกล่าวแนะนำตัวพลางยิ้มอย่างสดใส ก่อนที่เสียงกระแอมจะตามมา



\"เฟลิโอน่า เกรเดเวล เดอะ ปรินเซส ออฟ บารามอส แอนด์ เดมอส\" คาโลแก้ให้เองเสร็จสรรพ เฟรินได้แต่กัดฟันเก็บความแค้นไว้ในใจ แล้วเดินกลับไปที่ที่ตัวเองที่คาเรยืนอยู่



\"เอาล่ะ พอแค่นี้ก่อนดีกว่า ที่เหลือ ใครอยากรู้จักพวกพี่ๆก็ไปถามกันเอาแล้วกัน\" คาโลพูด แล้วก็มีมือๆหนึ่งยกขึ้นมา



\"นั่นใครคะ\" มาด้าลุกขึ้นถาม พลางชี้ไปที่คาเรที่เฟรินกำลังอุ้มอยู่



\"นั่น... เอ่อ... คือ...\" คาโลอ้ำอึ้งไม่ยอมพูดซะที รุ่นน้องทั้งหลายก็ทำหน้าอยากรู้เต็มที่



\"ท่านพ่อ เสร็จยังฮะ\" เสียงของคาเรที่ทำลายความเงียบทันที ภายในห้องเกิดเสียงฮือฮาอย่างไม่อาจควบคุมได้



\"ลูกพี่คาโลหรอ\"



\"แล้วใครเป็นแม่ล่ะ\"



เสียงซุบซิบนินทาดังกึกก้องไปทั่ว จนคนๆหนึ่งพูดขึ้นมาเสียงจึงเงียบไป



\"ไม่ใช่ครับ นั่นน้องชายผมเอง พี่คาโลบอกว่าจะรับดูแลให้ เพราะเดี๋ยวจะเสียการเรียน\" คาโอเอ่ยขึ้น ทำให้ทั้งหมดกลับมาเงียบอีกครั้ง ปัญหานี้จึงแก้ได้ไปหนึ่งเปราะ



\"งั้นไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ย\" คาโลถามอีกครั้ง



\"เดี๋ยวครับ\" เสียงรุ่นน้องคนหนึ่งเบรกคาโลไว้ก่อน



\"พี่เฟลิโอน่า พี่เรนอน พี่แองเจลีน่า แล้วก็พี่มาทิลด้ามีแฟนยังฮะ\" รุ่นน้องคนนั้นถาม และก็เป็นคำถามที่ตรงใจนักเรียนชายคนอื่นๆอย่างมากด้วย



\"ยังไม่มีจ้ะ!!\" เสียง 4 สาวตอบออกมาพร้อมกันอย่างไม่นึกลังเลแม้แต่น้อย ทำเอาเหล่าชายหนุ่มหน้าบึ้งตึงทันที



\"มีแล้วต่างหากล่ะ\" คิลพูดขึ้นก่อนพลางดึงเรนอนเข้ามากอดอย่างไม่อายสายตาชาวบ้าน รุ่นน้องที่แอบชอบเรนอนหน้าจ๋อยไปตามๆกัน



\"ใช่ มีแล้ว\" โรพูดขึ้นบ้างพลางดึงมาทิลด้ามายืนใกล้ๆ



\"ยังไม่มีแฟน แต่มีคู่หมั้น\" คราวนี้คาโลพูดขึ้นบ้างแล้วดึงเฟรินเข้ามากอด ยิ่งทำให้เหมือนครอบครัวเข้าไปใหญ่ เพราะคาเรที่เหมือนคาโลยังกับออกมาจากพิมพ์เดียวกัน



\"ยังไม่หมั้นแต่จองไว้ก่อนครับ\" ซีบิลก็พูดขึ้นบ้าง ทำเอาแม่มดสาวหน้าขึ้นสีเรื่อด้วยความอาย



\"งั้นไม่มีอะไรแล้วเดี๋ยวครี้ดกับกัสจะพาพวกนายไปที่ห้องพัก\" คาโลพูดแล้วก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกับเฟรินและคาเร ภาพของทั้งสามเปรียบเสมือนพ่อ แม่ ลูกกันจริงๆ ถ้าใครไม่รู้ก็คงจะคิดว่าต้องเป็นลูกของสองคนนั้นแน่ๆ





---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





~ห้องเฟริน~



ตอนนี้เฟรินย้ายมาอยู่ห้องเดี่ยวเรียบร้อยแล้ว เพราะต้องแต่ปี 6 เป็นต้นไป ทุกคนจะมีห้องส่วนตัวของตัวเอง ห้องนี้ดูเรียบๆเหมือนห้องเดิมไม่มีผิด มีเตียง ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเขียนหนังสือ หน้าต่างบานใหญ่ก็ยังคงอยู่หัวเตียงนอนเช่นเดิม ภายในห้องมีห้องน้ำในตัวด้วย และด้วยความที่เป็นห้องหัวหน้าชั้นปี จึงมีประตูเชื่อมห้องข้างๆ ซึ่งห้องข้างๆจะเป็นของใครไม่ได้ นอกจากคาโล แล้วห้องถัดไปก็เป็นห้องของคิล



\"ว้าว! กว้างจัง\" คาเรพูดพลางกระโดดลงไปนอนอยู่บนเตียง



\"คาเรอย่าทำอย่างนั้นสิ เดี๋ยวก็เจ็บตัวหรอก\" เฟรินพูดเตือนพลางเริ่มจัดของเข้าตู้เสื้อผ้า



\"ก็ได้ฮะ ท่านแม่\" คาเรพูด คำว่า \"ท่ามแม่\" ที่ตามหลังมา ทำให้หัวขโมยตัวยุ่งสะดุ้งเฮือกทันที



\"บอกแล้วไงว่าให้เรียกว่า น้าเฟริน แบบเดิมดีกว่า\" เฟรินพูด มือยังคงจัดของเข้าตู้ต่อไป



\"โธ่ ท่านแม่ฮะ ให้ผมเรียก ท่ามแม่เถอะนะฮะ\" คาเรพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน เมื่อเห็นเฟรินไม่มีท่าทีเปลี่ยนไป จึงเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆเฟริน



\"นะฮะ นะฮะ\" คาเรพูดอีกพลางกระตุกแขนเสื้อเฟรินเบาๆ



\"โอเค เอางั้นก็ได้\" หลังจากผ่านไปไม่ถึง 5 นาที ในที่สุดเฟรินก็ใจอ่อนจนได้



\"เย้ ผมรักท่านแม่ที่สุดเลย\" คาเรพูดพลางกอดเฟรินแน่น



\"งั้นแสดงว่าไม่รักพ่อใช่มั้ยคาเร\" เสียงๆหนุ่งดังขึ้น ทำให้เจ้าตัวยุ่งตวัดสายตาไปมองทันที



\"ใครบอกล่ะฮะ ผมรักท่านพ่อจะตาย\" คาเรพูดพลางวิ่งเข้าไปกอดคาโลอีกคน



\"นายไม่ต้องเลยคาโล ฉันเป็นแม่คนเดียวก็พอแล้ว ไม่ต้องการพ่ออย่างนายหรอก\" เฟรินพูดพลางเดินไปอุ้มคาเรอย่างหวงๆ



\"มีแม่ก็ต้องมีพ่อด้วยใช่มั้ยคาเร\" คาโลพูด คาเรพยักหน้าเห็นด้วยเต็มที่



\"ช่างนายแล้วกัน\" เฟรินพูดกับคาโล ก่อนจะหันไปพูดกับคาเรต่อ



\"ไปอาบน้ำกับแม่ดีกว่านะ\" เฟรินพูด



\"ฮะ\" คาเรรับคำ



\"เดี๋ยวสิ เป็นพ่อ แม่ ลูกกันก็ต้องอาบน้ำด้วยกันจริงมั้ย\" คาโลพูด แต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆกลับมา



\"นายไม่เกี่ยวคาโล\" เฟรินพูดออกมาในที่สุด



\"ใช่ฮะ พ่อไม่เกี่ยว\" คาเรสนับสนุนเต็มที่



\"นายไปได้ละ ฉันกับคาเรจะอาบน้ำ\"



\"เดี๋ยวสิ.............\" คาโลทำท่าจะพูดต่อ แต่เฟรินก็ผลักคาโลกลับไปห้องตัวเอง แล้วปิดประตูล็อคกลอน แล้วเข้าไปอาบน้ำกับคาเรอย่างสนุกสนาน ปล่อยให้คาโลนึกแค้นลูกชายตัวเองในใจ





----------------------------------------------------------------------------------------------------------------





เช้าที่อากาศสดใส ประตูเชื่อมระหว่างห้องถูกเปิดออก พร้อมกับร่างของเจ้าชายน้ำแข็งเดินเข้ามาในห้อง เตียงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องมีร่างของหญิงสาวและเด็กน้อยนอนอยู่ ถ้าจะบอกว่าทั้งคู่เป็นแม่ลูกกันจริงๆ ก็ไม่แปลก เพราะท่านอนเหมือนกันอย่างกับอะไรดี คาโลส่ายหน้าน้อยๆก่อนจะเริ่มลงมือปลุกคุณแม่มือใหม่และคุณลูกขี้อ้อน



\"เฟริน ตื่นๆ คาเร ตื่นได้แล้วนะ\"



\"อือ เดี๋ยวอีก 5 นาที\" เสียงคุณแม่มือใหม่ตอบกลับมา



\"10 นาทีฮะ ท่านพ่อ\" คาเรตอบกลับมาบ้าง



\"ไม่ต้อง 5 หรือ 10 นาทีทั้งนั้นแหละ ตื่นเดี๋ยวนี้นะ\" คาโลพูดพลางดึงผ้าห่มออก



\"คาโล เมื่อไหร่นายจะเลิกรบกวนเวลานอนฉันซะที\" เฟรินพูดอย่างหัวเสีย



\"นั่นสิฮะ ท่านพ่อ\" คาเรพูดพลางเอามือขยี้ตา



\"ก็ต่อเมื่อพวกนายทั้งสองรู้จักตื่นเช้าน่ะสิ\" คาโลพูดอย่างอดทน



\"นายไปอาบน้ำแล้วนะเฟริน ส่วนคาเรไปอาบห้องฉันแล้วกัน\" คาโลพูดพลางดันเจ้าตัวยุ่งเข้าห้องน้ำไป



\"ไม่เอา ผมจะอาบกับท่านแม่\" คาเรร้องงอแง



\"ไม่ได้ เดี๋ยวจะสายนะ คาเรไปอาบห้องพ่อดีกว่า\" คาโลพูดพลางอุ้มคาเรแล้วพาเข้าห้องตัวเองไป



เมื่อนาฬิกาชี้บอกเวลา 8 โมงตรง ทั้งสามคนก็จัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยหมดแล้ว



\"จะไปกันได้ยัง\" คาโลถามพลางมองเฟรินที่ยังเล่นกับคาเรไม่เลิก



\"เดี๋ยวนะ อีกนิด\" เฟรินพูด



\"ถ้านายไม่ไปตอนนี้ จะไม่ทันกินข้าวนะ\" คาโลพูดต่อ เมื่อได้ยินคำว่า \"ข้าว\" เฟรินก็ลุกขึ้นทันที



\"งั้นไปกันเถอะ\" เฟรินพูดพลางจูงมือคาเรข้างหนึ่ง อีกข้างคาโลเป็นคนจูง





----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





ภายในห้องอาหารดราก้อน เสียงพูดคุยดังกระหึ่มอย่างไม่มีใครเกรงใจใคร ผู้คนเดินกันพลุกพล่าน โต๊ะทุกโต๊ะภายในห้องอาหารถูกจับจองไว้เรียบร้อยหมดแล้ว



แอ๊ด!!



เสียงเปิดประตูห้องอาหารดังขึ้น เสียงที่เคยพูดคุยกันเสียงดัง กลับกลายเป็นจางหายไปหมด คนสามคนเดินเข้ามาให้ห้องอาหาร ถ้าหากว่าเป็นแค่คนธรรมดาเดินเข้ามาในห้องอาหารก็คงจะไม่มีใครสนใจ แต่นี่เป็นถึงหัวหน้าป้อมกับผู้คุมกฏที่เดินเข้ามา ทุกคนจึงเงียบกริบทันที คาเรเดินอยู่ระหว่างท่านพ่อและท่านแม่จำเป็น บนใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข คงจะไม่มีใครกล้าพูดว่าไม่ใช่ลูกคาโลและเฟรินแน่นอน เพราะรอยยิ้มที่เหมือนหัวขโมยตัวยุ่งและยังท่าทางที่เหมือนเจ้าชายน้ำแข็งอีก ส่วนเฟรินก็เดินเถียงกับคาโลมาตลอดทาง ใบหน้าของเธอดูจะหงุดหงิดเล็กน้อย และจะเป็นเรื่องอะไรไม่ได้นอกจากเรื่องของลูกชายสุดที่รักนั่นเอง



\"นี่ๆ เฟริน คาโล ทางนี้\" เสียงของคิลดังขึ้นจากโต๊ะหนึ่งๆที่ยังเหลือที่ว่างพออีก 3 คน ที่มุมห้องอาหารที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านมากนัก ทั้งสามจึงเดินไปที่โต๊ะ พร้อมกับเสียงพูดคุยที่ดังขึ้นมาอีกครั้ง



\"ไงเฟริน เดี๋ยวนี้ตื่นเช้าเป็นแล้วหรอ\" เสียงหยอกล้อดังมากจากทายาทนักฆ่าทันทีที่ทั้งสามนั่งลงที่โต๊ะ



\"ฉันน่ะตื่นเป็นตั้งนานแล้ว แล้วแกล่ะ วันนี้ใครไปปลุก\" เฟรินพูดพลางหันไปถามเรนอนที่นั่งอยู่ข้างๆ



\"วันนี้มีอะไรกินฮะ\"



\"อ๋อ วันนี้ก็มีสลัดค่ะคุณเฟริน แล้วก็ขนมปัง\" เรนอนตอบ



\"ก็คาโลนั่นแหละ\" คิลตอบอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่ สายตาจับจ้องไปที่คาเรที่นั่งอยู่ระหว่างเฟรินกับเรนอน



\"ท่านแม่ฮะ ผมหิวแล้ว\" เสียงคาเรดังขึ้น ทำให้เฟรินเลิกสนใจเพื่อนตรงหน้า แล้วหันกลับไปพูดกับลูกชายอย่างอ่อนโยน



\"งั้นก็ไปหาอะไรกินกันดีกว่านะ\" เฟรินพูด คาเรพยักหน้า แล้วทั้งสองก็ลุกออกจากโต๊ะไป



\"เป็นไงบ้าง\" คิลหันไปถามคาโลที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ



\"หมายความว่าไง เป็นไง\" คาโลถามกลับมาอย่างสงสัย



\"ฉันหมายถึงเฟรินกับคาเรไง\"



\"ก็เห็นสนิทกันดี ขนาดอาบน้ำด้วยกัน แล้วไล่ฉันออกจากห้อง\" คาโลตอบ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความน้อยใจน้อยๆ



\"อืม เฟรินมันก็เหมาะเป็นแม่คนเหมือนกันนะ\" คิลเปรย แต่สายตากลับจับจ้องไปที่เจ้าหญิงคนสวยที่นั่งกินข้าวอยู่ตรงข้าม ทำเอาเจ้าหล่อนนั่งแทบไม่ติด แต่ก็ต้องฝืนทนนั่งกินข้าวต่อไป



พอใกล้จะ 9 โมง ห้องอาหารก็กลับมาว่างอีกครั้ง เพราะทุกคนเริ่มทยอยกันไปเข้าห้องเรียนไปแล้ว จะเหลือก็แต่โต๊ะเฟรินที่ยังนั่งกันอยู่ และเหตุผลเดียวที่ทั้งโต๊ะยังไม่ลุกไปไหนเพราะเจ้าตัวยุ่งและลูกชายสุดที่รักที่กินอาหารเข้าไปจานที่ 3 แล้วก็ยังไม่อิ่ม และยังมีทีท่าว่าจะกินต่อไปอีก



\"เฟริน พอได้แล้ว แล้วก็กินให้เรียบร้อยด้วย\" คาโลปรามอย่างใจเย็น



\"อำไอ <ทำไม>\" เฟรินถาม แต่ปากก็ยังไม่หยุดกิน



\"ดูสิ คาเรทำตามแล้วเห็นมั้ย แย่จริงๆเลย\" คาโลพูด ขณะที่อารมณ์ที่เยือกเย็นเริ่มละลายลงบ้างแล้ว



\"ท่างเออะ อาเออินอีอีอ้า <ช่างเถอะ คาเรกินดีดีน้า>\" เฟรินหันไปพูดกับลูกชายที่นั่งกินแบบเดียวกันอยู่ข้างๆ



\"ท่านแม่ พอได้แล้วล่ะครับ เดี๋ยวจะไปเรียนไม่ทันนะ\" คาเรกลืนอาหารจนหมดแล้วค่อยพูด บุคลิกเปลี่ยนไปเป็นคนละคนทันที



\"ก็ได้ งั้นไปกันเถอะ\" เฟรินพูดพลางดื่มน้ำ แล้วลุกขึ้นยืน



\'ถ้าเป็นลูกชายบอกล่ะก็ อะไรก็ทำหมด ทีฉันบอกล่ะไม่เคยฟังเล้ย\' คาโลคิดในใจอย่างอิจฉา แต่ในเมื่อเป็นพ่อจะอิจฉาลูกชายมันก็ไม่สมควร เพราะอย่างนั้นก็ได้แต่เก็บอารมณ์ไว้อย่างเดียว





---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





วิชาแรกของภาคเรียนนี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากวิชาเวทมนตร์ของท่านอาจารย์ลูคัส ซาโดเรีย หรือท่านราชบุตรเขยแห่งแอเรียส ในการเรียนนั้น คาเรถูกห้ามพามานั่งเรียนด้วย เพราะอาจจะรบกวนการเรียนการสอนได้ จึงเอาไปฝากไว้กับอาจารย์ลอเรนซ์ที่ไม่มีสอนในคาบนี้ แต่วันนี้วิชาเวทมนตร์คงจะไม่ได้เรียนเป็นแน่ เนื่องจากท่านอาจารย์ลอเรนซ์มานั่งอยู่ในห้องเรียนด้วย ท่านอาจารย์ลูคัสจึงไม่มีกระจิตกระใจที่จะสอนเลยซักนิด



\"ลูคัส สอนไปสิ\" ลอเรนซ์พูด ขณะเล่นกับคาเรอยู่ที่มุมห้องอย่างสนุกสนาน



\"แต่ลอรี่ ฉันก็อยากเล่นด้วยหนิ\" ลูคัสตอบกลับมาอย่างงอแงเหมือนเด็กๆ ใบหน้ากำลังบึ้งตึงเพราะงอนที่ลอเรนซ์เล่นอยู่คนเดียว ไม่ยอมให้เขาเล่นด้วยเลย



\"ไม่ได้ นายต้องสอน\" ลอเรนซ์ยื่นคำขาด ลูคัสทำหน้าเสียใจอยู่แวบหนึ่งก่อนจะหลับมาสอนนักเรียนตามเดิม แต่พอสอนไปได้ 10 นาที อาการเก่าก็กำเริบขึ้นอีก



\"คาบนี้ฉันไม่สอนไม่ได้หรอลอรี่\" ซาตานถามด้วยเสียงที่ออดอ้อนเต็มที่



\"ไม่ได้ สอนไปเถอะ\" นักบวชตอบกลับมา เธอใจแข็งพอที่จะไม่ฟังคำอ้อนที่ลูคัสยื่นมาให้



\"พี่ลูคัส ตกลงจะสอนมั้ยครับ\" ครี้ดถามออกมาในที่สุด หลังจากเริ่มเรียนมาได้ 20 นาที ลูคัสไม่ได้ตั้งใจจะสอนแม้แต่น้อย



\"ช่างเถอะ วันนี้ฉันไม่สอนละ อยากทำอะไรก็ทำไป\" ลูคัสพูด แล้วถลาไปนั่งเล่นกับลอเรนซ์กับคาเรที่มุมห้องทันทีอย่างไม่สนใจสายตารุ่นน้องส่งมาให้



\"ในเมื่อพี่ลูคัสไม่สอน ฉันว่าเรากลับไปนอนดีกว่า\" เฟรินเปรยขึ้น ก่อนจะลุกจากที่นั่ง แล้วส่งเสียงเรียกคาเรที่เล่นอยู่กับลอเรนซ์และลูคัส



\"คาเร กลับกันเถอะ ไปนอนดีกว่า\"



\"ฮะ ท่านแม่ ผมไปก่อนนะฮะ ป้าลอเรนซ์ ลุงลูคัส ไว้วันหลังเล่นกันต่อนะฮะ\" คาเรขานรับเฟริน แล้วหันไปพูดกับลูคัสและลอเรนซ์ ก่อนจะวิ่งไปหาท่านแม่สุดที่รักที่ยืนรออยู่ที่ประตูห้อง



\"แล้วท่านพ่อล่ะฮะ\" คาเรถาม เมื่อเดินมาถึงประตูแต่ก็ไม่เห็นท่านพ่อแม้แต่น้อย



\"คาโลน่ะหรอ มันไปประชุมน่ะ ไม่ตองไปห่วงมันหรอก\" เฟรินตอบ แล้วอุ้มคาเรขึ้น ก่อนจะเดินกลับห้องไป โดยมีคิลกับเรนอนติดสอยห้อยตามไปด้วยตามคำสั่งคาโลที่สั่งไว้ก่นไปว่า



\'ดูมันไว้ให้ดีล่ะ อย่าให้ก่อเรื่อง แล้วก็อย่าให้ไปไหนนะ\' ซึ่งคิลบอกได้คำเดียวว่า มันเป็นไปไม่ได้ จะให้ดูหัวขโมยเนี่ยนะไม่ให้ไปไหนเนี่ยนะ ทำได้ที่ไหนกันเล่า แล้วยังมีลูกชายตัวแสบอีก ยิ่งคิดก็ยิ่งเหนื่อยใจจริงๆ



และแล้วทั้งสี่ก็มาถึงที่หน้าห้องเฟริน เฟรินปล่อยคาเรลง แล้วเอื้อมมือไปเปิดประตู



\'ก่อนไปก็ล็อคไว้หนิ\' เฟรินคิดในใจ \'สงสัยจะลืม\' แล้วก็รีบแก้ใหม่ทันที มันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญที่เธอจะลืมล็อคประตูก็ได้ แต่คิดอีกทีก็อาจจะมีอะไรเกิดขึ้นภายในห้อง



อีกครั้งที่ร่างกายไวกว่าความคิด เฟรินเอื้อมมือไปเปิดประตู และเมื่อประตูถูกเปิดออก ภาพที่อยู่เบื้องหน้า ก็ทำให้เฟริน คิล และเรนอนตาโตด้วยความตกใจทันที





...................................................................................................................................................................................





จบแล้วค่า



เฮ้อ..คิดม่ายค่อยออกจริงๆนะเนี่ย



แต่ก็อัพจบจนได้



เย้ๆๆ!!



ขอบคุณทุกท่านมากมายเลยนะคะ



รักคนอ่านเสมอน้า..^^



P.s. ครายอยากติ หรือว่าเสนอแนะอะไร ก็บอกมาได้เลยนะคะ



มูนพร้อมจะรับฟังเสมอค่ะ







                                                                                     >>Minnie~Moonie<<





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

353 ความคิดเห็น

  1. #339 TaiNawansa (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 09:45
    คาเรน่ารัก นึกถึงคาโลตอนโดนเวทย์ย้อนเวลากลายเป็นเด็ก
    #339
    0
  2. #318 Helena. (@mint-fah) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2555 / 21:16
    อะไรอะ
    #318
    0