ll หัวขโมยแห่งบารามอส ll ForEver TiME... ชั่วนิรันดร์...

ตอนที่ 4 : ~๐(-*-)๐~ ความหลัง - หมากกระดานเกียรติ์ยศ ~๐(-*-)๐~

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1579
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    18 ส.ค. 48



ภาพเบื้องหน้าที่สะท้อนเข้ามาในดวงตาสีน้ำตาลคู่สวย ถึงแม้อยากจะให้มันเป็นเพียงแค่ความฝัน แต่ความจริงก็คือความจริง ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป นับจากเวลานี้ไปจะไม่สามารถหวนกลับไปได้อีกแล้ว ทำได้อย่างเดียวคือปกป้องไว้เท่านั้น สิ่งที่สำคัญที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาในชีวิต สิ่งที่ต้องปกป้องให้ถึงที่สุด แม้ว่าจะต้องตายก็ตาม



\"มะ..มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย\" คิลพูดขึ้นหลังจากอึ้งไปนานกับสภาพห้องที่เห็น



ภายในห้องข้าวของกระจัดกระจายเต็มไปหมด ที่นอนและหมอนถูกกรีดซะกระจุยกระจาย หนังสือมากมายที่เจ้าตัวยุ่งไม่คิดจะอ่านถูกฉีกขาดเป็นชิ้นเล็ก ตู้เสื้อผ้าที่เคยเป็นระเบียบเรียบร้อยถูกรื้อค้น เสื้อผ้ามากมายกองอยู่ที่พื้นอย่างระเกะระกระ ห้องที่เคยสะอาดเรียบร้อย บัดนี้ไม่เหลือแม้เค้าเดิมให้เห็นอีกต่อไป



\"ฉันก็ไม่รู้สิ เราก็อยู่ด้วยกันตลอด แล้วฉันจะรู้ได้ไง\" เฟรินตอบพลางเดินเข้าไปสำรวจในห้อง



ห้องที่ถูกรื้อค้น คนร้ายคงมาหาอะไรบางอย่างแน่นอน แต่หาไม่เจอ มันคงจะไม่ถอดใจง่ายๆแน่นอน แต่ไม่ว่าห้องจะเป็นยังไงก็ตาม ที่สำคัญตอนนี้คือ สิ่งที่มันต้องการคืออะไรกันแน่ และมันต้องการจะทำอะไร เฟรินตวัดสายตาไปมองที่คาเรที่ยืนไม่รู้เรื่องอยู่ที่หน้าห้องอย่างเป็นห่วง



\"เรนอนฮะ พาคาเรไปรอที่ห้องก่อนได้มั้ย\" เฟรินถาม คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน ในหัวสมองกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก ใบหน้าเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆราวกับว่าเรื่องนี้ต้องไม่ใช้เรื่องเล็กแน่นอน เรนอนพยักหน้าเล็กน้อย แล้วจูงคาเรกลับไปที่ห้องของตัวเองที่อยู่ไม่ไกลมากนัก



\"คิล นายไปตามคาโลมา บอกว่ามีเรื่องด่วน\" เฟรินหันไปพูดกับเพื่อนรักที่ตอนนี้ก็มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างจากเธอซักเท่าไหร่



\"แล้วนายล่ะ\"



\"ฉันจะไปตามคาโอ อีก 10 นาทีมาเจอกันที่หน้าห้องคาโล เจอไม่เจอค่อยว่ากันทีหลัง\" เฟรินพูดอย่างร้อนรนขึ้นเรื่อยๆ คิลพยักหน้า แล้วเริ่มออกตามหาคาโลทันที



ขาเรียวสวยวิ่งไปเรื่อยๆ เสียงหอบเพราะความเหนื่อยจากการวิ่งไม่หยุดยังคงรัวและเร็วขึ้นเรื่อยๆถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใด แต่ขาก็ไม่ได้หยุดแม้แต่น้อย เธอวิ่งตามหาคาโอรอบป้อมแล้ว แต่ไม่ว่าที่ไหนก็ไม่มี พอลองถามพวกปี 1 ด้วยกัน ก็บอกว่าคาบนี้ไม่มีเรียน แล้วคาโอไปอยู่ไหนกันแน่นะ ยิ่งคิดก็ยิ่งร้อนใจ นึกเป็นห่วงคาเรที่อยู่กับเรนอนขึ้นมาจับใจ อยากจะไปอยู่ด้วย คอยปกป้อง แต่ถ้าไม่ตามหาคาโอให้เจอซะก่อน ก็คงทำอะไรไม่ได้มากแน่ๆ และด้วยความร้อนใจที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขาเรียวสวยจึงวิ่งด้วยความเร็วที่เร็วกว่าเดิมมากนัก



ในที่สุดก็มาหยุดอยู่ที่สวนหลังป้อมอัศวิน ที่สุดท้ายที่ยังไม่ได้หา แต่ก็ไม่คิดว่าน่าจะอยู่ ถึงอย่างนั้นก็ต้องลองมาดูซะก่อน ไม่อย่างนั้นก็คงจะเสียเที่ยวที่อุตส่าห์วิ่งรอบป้อม ภายในสวนสวย ลมเย็นพัดผ่านไปเรื่อยๆ ทุกสิ่งเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดเท่านั้น เฟรินก้าวเท้าเข้าไปในสวน ตรงไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ และเป็นไปดังเธอคิด ทีใต้ต้นไม้ มีร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งนอนอยู่ ผมสีเงินสวยพัดไปตามลม นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยปิดสนิท เฟรินจึงค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดเสียงรบกวน แต่แล้วเธอก็ไปเหยียบกิ่งไม้เข้า



เปรี้ยะ!!



\"ใครน่ะ!!\" เสียงดังออกมาจากปากของชายหนุ่มที่เมื่อกี้ยังนอนอยู่ แต่บัดนี้เขาตื่นเต็มตาแล้ว



\"ฉันเอง คาโอ\" เฟรินพูดพลางเดินเข้าไปใกล้คาโอมากขึ้น



\"มีอะไรหรอ\" คาโอถามพลางยิ้มอย่างดีใจที่ได้เห็นเฟริน



\"เรามีเรื่องต้องคุยกัน แต่คุยที่นี่ไม่ได้ ไปด้วยกันหน่อย\" เฟรินพูดอย่างรวดเร็ว ใจหนึ่งนึกเป็นห่วงคาเรที่อยู่กับเรนอน อีกใจหนึ่งก็นึกเป็นห่วงคิลและคาโลที่ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนกันแน่



\"งั้นไปกัน\" คาโอพูด แล้วลุกขึ้นเดินตามเฟรินไปอย่างว่าง่าย





-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





ที่หน้าห้องคาโล คิลและคาโลยืนรออยู่แล้ว ใบหน้าของชายหนุ่มดูจะหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะตอนที่กำลังประชุมอยู่ คิลก็พรวดพราดเข้าไป แล้วก็ลากตัวเขาออกมาจากห้องประชุม บอกว่าเกิดเรื่องขึ้นแล้ว แต่พอมาถึงหน้าห้อง ปรากฏว่าไม่มีอะไรผิดปกติแม้แต่น้อย รวมถึงใครซักคนด้วย คิลยืนยันว่าให้รอก่อน เพราะเฟรินกำลังไปตามคาโอมา และนี่ก็เป็นเรื่องด่วนและสำคัญมากด้วย แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องสำคัญขนาดที่เขาต้องโดดประชุมมา



\"แล้วตกลงว่าเรียกมา มีอะไรกันแน่\" คาโลถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดที่เพิ่มมากขึ้น เมื่อเห็นคนที่เดินตามเฟรินมาพลางยิ้มร่าไม่ยอมหยุดอย่างกวนประสาท



\"พวกนายอย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลย เข้าไปดูในห้องเดี๋ยวก็รู้\" เฟรินพูด ก่อนจะเดินไปที่ประตูห้องของตัวเอง คาโลและคาโอก็เดินตามมา แล้วตามด้วยคิลที่รู้เรื่องอยู่แล้ว



\"ตกลงว่ามีอะไรกันแน่\" คาโลถามอีก แต่เฟรินก็ไม่ได้สนใจจะตอบคำถามแม้แต่น้อย เธอค่อยๆเปิดประตูห้องออก และความจริงก็ปรากฏแก่สายตาของชายหนุ่มทั้งสอง ที่บอกเรื่องด่วน มันก็ด่วนจริงๆอย่างที่เจ้าหล่อนว่านั่นแหละ



\"เกิดอะไรขึ้น\" คาโลถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ



\"ฉันก็ไม่รู้ พอฉันกับคิลมาก็เป็นอย่างนี้แล้ว ฉันก็เลยให้เรนอนพาคาเรไปที่ห้องก่อน\" เฟรินอธิบายพลางปิดประตูห้องไว้อย่างเดิม แล้วเริ่มเดินนำไปที่ห้องเรนอน



\"ตกลงว่าไม่รู้ใช่มั้ยว่ามันเกิดอะไรขึ้น\" คาโลถามอีกครั้ง เฟรินพยักหน้า แล้วเอื้อมมือไปเคาะประตูห้อง



ก๊อก ก๊อก!!



\"ใครคะ\" เสียงหวานดังลอดออกมาจากในห้อง



\"ผมเองฮะเรนอน เปิดประตูหน่อย\" เฟรินตอบกลับไป ไม่นานนักประตูห้องก็ถูกเปิดออก พร้อมกับใบหน้าของเจ้าหญิงแห่งคาโนวาลที่แสดงสีหน้าแปลกใจเมื่อเห็นคาโลกับคาโอที่ยืนอยู่ข้างหลังเฟริน



\"คาเรล่ะฮะ\" เฟรินถามเรนอนอย่างร้อนใจ



\"หลับไปแล้วล่ะค่ะ พอกินอิ่มก็หลับเลย\" เรนอนตอบแล้วหลีกทางให้ทุกคนเดินเข้ามาในห้อง ที่เตียงคาเรกำลังนอนหลับอย่างสบายอยู่



\"แล้วเรื่องห้องคุณเฟรินล่ะคะ\" เรนอนถามพลางปิดประตูห้อง



\"ไม่มีอะไรครับ คงแค่แมวน่ะ สงสัยผมเผลอเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ ถ้างั้นผมขอตัวกลับห้องก่อนนะฮะ\" เฟรินพูดพลางอุ้มคาเรที่นอนหลับแล้วขึ้นมา เรนอนพยักหน้า แล้วเปิดประตูให้เฟริน ทุกคนเดินตามออกไป หญิงสาวได้แต่แปลกใจเท่านั้น เพราะเธอรู้ว่าถ้าเกิดถามออกไป เฟรินก็คงจะไม่ตอบอยู่ดี ในเมื่อมันไม่ใช่เรื่องที่เธอควรจะรู้ เธอก็ไม่อยากถามซักไซร้ให้มากความ





-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อนแลดูสวยงาม พระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า ความมืดเริ่มครอบคุลมทุกพื้นที่ แต่เฟรินก็ไม่ได้คิดที่จะเหลียวแลทัศนียภาพที่สวยงามเช่นนี้แม้แต่น้อย เธอนั่งจ้องหน้าคาเรตั้งแต่กลับมาจากห้องเรนอน แม้สายตาจะจับจ้องอยู่ที่หนึ่ง แต่ในใจเธอกลับว้าวุ่นจนแทบมคุมไม่อยู่



ตั้งแต่กลับมาจากห้องเรนอนก็ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาอีกเลย ความเงียบเริ่มเข้าปกคลุมห้องในไม่ช้า ทายาทนักฆ่าที่นั่งอยู่ข้างเตียง เริ่มเบื่อหน่ายเต็มทีแล้ว เพราะเขานั่งอยู่อย่างนี้มาตังแต่ตอนบ่ายแล้ว เฟรินก็นั่งจ้องหน้าคาเรไม่หยุด คาโลก็อ่านหนังสืออย่างที่ชอบทำโดยไม่สนใจใครเลย ส่วนคาโอยิ่งแล้วใหญ่ เหมือนเข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวยังไงยังงั้นเลย



\"นี่พวกนายจะไม่พูดกับเลยรึไง ถ้าไม่พูดก็แยกย้ายกันเถอะ\" คิลพูดขึ้นอย่างเอือมระอา เฟรินจึงละสายตามาจากใบหน้าของคาเรในรอบ 4 ชั่วโมงที่ผ่าน เธอมองหน้าเขาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองที่คาโล และตามด้วยคาโอ ก่อนจะพูดออกมาในที่สุด



\"งั้นฉันจะพูดเลยแล้วกัน คาโอ นายมีอะไรปิดบังเราเรื่องคาเร นายเล่ามาให้หมด ฉันอยากรู้เรื่องราวทั้งหมดที่นายยังไม่ได้บอก ฉันรู้ว่านายเป็นห่วงคาเร แต่ฉันก็เป็นห่วงคาเรไม่ได้น้อยกว่านายเลยนะ\" เฟรินพูดอย่างจริงจัง คาโอหันมามองหน้าเฟริน นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตและนัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยสบกันเล็กน้อย ก่อนที่คาโอจะเป็นผ่านเบียนหน้าหนี



\"นายเล่ามาเถอะ ไม่อย่างนั้นเราก็ไม่รู้ว่าจะช่วยคาเรยังไงดี\" เฟรินพยายามพูดเกลี้ยกล่อมคาโอเต็มที่ คาโอหันกลับมามองเฟรินอีกครั้ง ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเริ่มพูดในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทุกอย่างที่เกี่ยวกับคาเร



\"ในตระกูลของเราที่เป็นผู้วิเศษ ในทุกๆรอบ 1000 ปี จะมีเด็กที่เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถหยุดได้ เด็กคนนั้นจะถูกเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ถ้าดูภายนอกก็จะไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเด็กธรรมดาแม้แต่น้อย แต่ความจริงแล้วพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวเด็กคนนั้นมีอำนาจมหาศาลและน่ากลัวมาก จึงเชื่อกันว่าต้องดูแลเด็กคนนั้นให้ดี และก็มีบางส่วนที่คิดว่าควรจะกำจัดเด็กอย่างนั้นตั้งแต่เนิ่นๆ\" คาโอกล่าวอธิบายพร้อมหลุบเปลือกตาลง ความทรงจำเมื่อครั้งที่คาเรอายุแค่ 3 ขวบ เริ่มไหลเข้ามาในสมอง ไม่ใช่สิ!! ความจริงเขาไม่เคยลืมมันไปเลย แม้แต่วันเดียว มันยังคงตามมาหลอกหลอนเขาทุกค่ำคืน ยามที่เขาหลับตาลง ภาพเหล่านั้นก็จะตราตรึงเข้าไปในจิตใจของเขามากขึ้นทุกวัน



\"นั่นหมายถึงคาเรหรอ\" เฟรินถามขึ้นหลังจากเงียบไปนาน เด็กชายตัวเล็กๆที่เรียกเธอว่า ท่านแม่ มีพลังอำนาจที่ลึกลับ และเก่งกาจขนาดนี้เชียวหรอ แต่ที่สำคัญกว่าอะไรทั้งหมดคือ มีคนต้องการชีวิตเขา



\"ใช่ คาเรกำลังถูกไล่ล่าอยู่ ท่านพ่อและท่านแม่พยามที่จะห้ามพวกเขาไว้ แต่ก็ห้ามไว้ไม่ได้ ท่านทั้งสองจึงใช้พลังเฮือกสุดท้าย ส่งฉันกับคาเรออกจากคาโนวาล\" คาโอพูดพลางหลุบเปลือกตาลงอีกครั้ง ผมยังจำได้ดี วันนั้นเมื่อ 2 เดือนก่อน วันที่ผมกับคาเร ท่านพ่อ ท่านแม่ กำลังเล่นอย่างมีความสุขในสวน แล้วก็มีกลุ่มคนขนาดใหญ่เข้ามาในสวน และคุยกับท่านพ่อท่านแม่อยู่นาน จนเสียงเริ่มดังขึ้นเรื่อย ผมคิดว่าไม่สมควรที่จะอยู่ที่นี่ ผมจึงหันไปบอกคาเรที่ยืนอยู่ข้างตัว



\"คาเร ไปกันเถอะ\" คาเรยิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยน แล้วเดินตามผมเข้าบ้านแต่โดยดี แต่เสียงก็ยังไม่สงบลง มันดังขึ้นเรื่อยๆ ผ่านไปครึ่งชม. 1 ชม ก็แล้ว ผมก็ยังไม่เห็นท่านพ่อ ท่านแม่กลับเข้ามาซะที จนเสียงๆหนึ่งดังขึ้นจากข้างนอก



ตูม!!



ผมรีบผละจากคาเร แล้ววิ่งตรงออกไปยังนอกบ้านทันที ภาพที่ผมเห็นคือ ท่านพ่อ ท่านแม่กำลังสู้กับกลุ่มคนขนาดใหญ่อยู่ พวกท่านเหลือบมาเห็นผมก็ทำสีหน้าตกใจอย่างมาก แต่ผมกลับยืนนิ่งเพราะไม่รู้ว่าจะทำไง



\"คาโอ!! พาคาเรหนีไป หนีไปให้ไกลที่สุดเลย\" ท่านพ่อตะโกนออกมา แต่ผมก็ยังยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น คาเรเดินออกมาจากบ้านตอนไหนไม่รู้ เขากระตุกที่แขนผมเบาๆ ผมจึงเบนสายตาไปมองเขา



\"เกิดอะไรหรอพี่\"



\"มะ..ไม่มีอะไรหรอกคาเร\" ผมตอบน้องชายที่กำลังทำหน้างงๆอยู่ แล้วท่านแม่ก็เหลือบมาเห็นผมกับคาเร ท่านทำสีหน้าตกใจสุดขีด ก่อนที่จะตะโกนออกมา ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำอย่างนั้น



\"คาโอ!! พาคาเรหนีไปลูก\" และเพราะท่านแม่ละสายตาจากการต่อสู้ข้างหน้า ผู้ชายร่างใหญ่คนหนึ่งอาศัยจังหวะตอนท่านเผลอ ซัดพลังใส่ท่าน จนล้มลงไปนอนกับพื้น ผมอึ้งมากจนพูดไม่ออก แม้แต่เรี่ยวแรงที่จะขยับขาก็ไม่มี



\"ท่านแม่!!\" คาเรร้องออกมาเสียงดังลั่น ทำให้สติผมกลับคืนมา ที่ตัวของคาเรเริ่มมีแสงออกมา ในไม่ช้า มันก็สว่างจ้าจนต้องเอามือเข้ามาบังตาไว้ แต่มันช่างอบอุ่นเหลือเกิน นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสพลังที่แท้จริงของคาเร แสงพวกนั้นก็พุ่งเข้าหาศัครูทีละคน ทีละคน จนพวกมันทั้งหมดล้มลงไปนอนกับพื้น แต่พวกมันก็ลุกขึ้นมายืนใหม่ในไม่ช้า



\"คาโอพาคาเรหนีไป!! ดูแลคาเรดีๆนะ\" ท่านพ่อตะโกนบอกผมอีกครั้ง แต่ผมก็ยังไม่ขยับ ท่านพ่อจึงรวบรวมพลังเฮืกสุดท้าย ส่งผมและคาเรออกมามาจากคาโนวาล ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้น แต่ยามที่ผมอยู่คนเดียว ผมก็ยังคงคิดถึงคนพูดสุดท้ายที่ท่านพ่อพูดกับผม



\'คาโอพาคาเรหนีไป!! ดูแลคาเรดีๆนะ\'



\"สรุปว่าคาเรกำลังถูกตามล่า และท่านพ่อ ท่านแม่ของนายก็สละชีวิตเพื่อปกป้องคาเร\" เฟรินถามย้ำอีกครั้ง ถึงมันจะอิงนิยายไปหน่อย แต่เธอก็เชื่อว่าทั้งหมดที่คาโอพูดเป็นเรื่องจริง



\"แล้วนายจะทำยังไงต่อไป\"



\"ก็คงต้องให้คาเรอยู่ที่นี่ต่อไป ฉันก็จะปลอมตัวเป็นนักเรียนปี 1 ต่อ ยังไงก็ต้องฝากพวกนายดูแลคาเรด้วยนะ\" คาโอพูด แววตาของเขาแฝงไปด้วยหลายความรู้สึก ทั้งเศร้า เสียใจ มุ่งมั่น เชื่อมั่น



\"งั้นฉันขอตัวก่อนล่ะ ฝากดูแลคาเรด้วยนะ\" คาโอพูดพลางลุกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ หันไปมองหน้าคาเร แล้วหันหลังกลับไป แต่เสียงๆหนึ่งก็หยุดเท้าของเขาไว้



\"พี่ชายจะไปไหนหรอฮะ\" เสียงงัวเงียของคาเรดังขึ้น



\"พี่ต้องกลับไปเรียนแล้วล่ะ คาเรอยู่กับท่านพ่อ ท่านแม่นะ\"



\"ฮะ\" คาเรรับคำ แล้วคาโอก็เดินออกจากห้องไป



ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวนานนัก ถ้าคิดว่ามันจะจบเพียงเท่านี้ ก็คิดผิดไปแล้วล่ะ ยามที่ท้องฟ้ามืดสนิท ไร้แสงดาวเช่นนี้ ช่างเหมาะแก่การลงมือเสียจริง ถ้าเพียงไม่มีตัวขัดขวาง ภารกิจก็คงจะสำเร็จตามเป้าหมายแน่นอน...!!



แต่แล้วก็มีบางอย่างมาขัดขวางอีกจนได้ ชายลึกลับที่ตามไล่ล่าคาเรและคาโอจึงได้แต่ถอนหายใจ แล้วพับภารกิจที่จะลงมือวันนี้ไปวันอื่นแทนอย่างอดนึกเสียดายในใจไม่ได้ ทั้งๆที่มีโอกาสดีๆอย่างนี้แล้วแท้ๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดใจ แล้วร่างนั้นก็หายไปทันที





-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





แสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้อง กระทบที่ร่างบางของหญิงสาวที่นอนกอดเด็กน้อยอยู่ เพื่อนนักฆ่านอนอยู่ที่ข้างเตียงกับเจ้าของห้อง นัยน์ตาสีฟ้าสวยลืมขึ้นช้าๆพลางปรับตาให้รับแสงที่สาดส่องเข้ามา ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่ง แล้วสะกิดเพื่อนนักฆ่าเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป



\"เฟริน ตื่นๆ คาเร ตื่นได้แล้วนะ ทำไมปลุกยากปลุกเย็นอยางนี้วะ เป็นเหมือนกันทั้งแม่ทั้งลูกเลย\" คิลบ่นร่ายยาวเป็นกิโล เพราะเขาปลุกเจ้าหัวขโมยตัวยุ่งมาตั้ง 10 กว่านาทีแล้ว แต่มันก็ไม่ลุกเลย แล้วยังลูกชายมันอีกคน ถ้ามีใครถามว่าใช่ลูกมันรึเปล่า คงต้องให้ดูตอนนอนกับตอนกินถึงจะเชื่อ คิดแล้วก็นึกหนักใจแทนเพื่อนอีกคนที่อยู่ในห้องน้ำ มันจะลำบากขนาดไหนนะ



เสียงประตูห้องน้ำเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของเจ้าชายน้ำแข็งเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ เขาเหลือบมามองที่เตียงเล็กน้อย คิลจึงได้โอกาสพูดขึ้น



\"นายจัดการ\" ว่าแล้วนักฆ่าก็รีบแจ้นเข้าห้องน้ำไปทันที โดยไม่สนใจฟังคำค้านของเจ้าชายน้ำแข็งแม้แต่น้อย ชายหนุ่มมองไปที่เตียงอีกครั้ง ถอนหายใจเล็กน้อย แล้วเริ่มปลุกเจ้าตัวยุ่งทันที



ผ่านไป 10 นาทีกว่า คิลเดินออกมาจากห้องน้ำ เฟรินกับคาเรตื่นแล้ว แต่ก็ยังดูงัวเงียอยู่ จนนักฆ่าอดขำกับภาพที่เห็นไม่ได้



\"แกขำอะไรของแก\" เฟรินพูดอย่างหงุดหงิด ถูกปลุกแต่เช้าแล้วยังต้องมาโดนมันขำอีก



\"เปล่าๆ ไม่มีอะไร\" ถึงแม้จะตอบอย่างนั้นคิลก็ยังไม่เลิกหัวเราะซะที จนความอดทนของเจ้าตัวยุ่งสิ้นสุดลง กระโดดเตะนักฆ่าเข้าไปอย่างจัง แล้วก่อนที่สงครามย่อๆจะเริ่มขึ้น เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างจึงสงบลง ประตูถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างของขอทานที่ยืนยิ้มหน้าบานอยู่หน้าห้อง



\"วันนี้มีประชุม อย่าสายล่ะ\" พูดเสร็จมันก็ไปทันที ไม่คิดจะบอกก่อนด้วยว่าเรื่องอะไร เฟรินผละออกจากคิล แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างหน่ายๆ แต่ก็ไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมา



หลังจากที่ทุกคนอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยเสร็จแล้ว ก็ออกจากห้อง เพื่อไปที่ห้องประชุมที่ป่านนี้คนทั้งป้อมคงกำลังรอพวกเขาอยู่ คิลรู้สึกน้อยใจเล็กน้อย เพราะระหว่างทางเดินไป เฟรินกับคาโลสนใจแต่คาเรคนเดียว ทิ้งให้นักฆ่าผู้น่ารักอย่างเขาต้องเดินโดดเดี่ยวเดียวดายคนเดียว ถ้ามีเรนอนมาเดินด้วยก็ดีหรอก และนักฆ่าก็ต้องหยุดความคิดลง เมื่อมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องประชุม



แอ๊ดด!!



เสียงประตูถูกเปิดออก ทำให้เสียงในห้องเงียบกริบลงทันที คาโลเดินไปที่แท่น ส่วนเฟรินกับคิลก็จูงคาเรไปที่นั่งของผู้คุมกฏ ก่อนที่คาโลจะพูดอะไรออกมา โรก็เดินมาพูดอะไรด้วยก็ไม่รู้ แต่ดูสีหน้าจริงจังมาก



\"เอาล่ะ ที่เรียกมาประชุมวันนี้ก็มี 2 เรื่องด้วยกัน เรื่องแรกเกี่ยวกับปี 1 และ ปี 6 คือเรื่อง วิชาหัวใจกษัตริย์ ซึ่งปี 1 ต้องเขียนรายงานส่ง และวิชานี้จะเรียนร่วมกับพี่ปี 6 ซึ่งก็คือวิชาหัวใจประชาชน เรื่องรายละเอียดฉันจะให้โรอธิบายทีหลังแล้วกัน\" คาโลเปรยออกมา เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที



\"เรื่องสุดท้ายแล้ว เงียบหน่อย\" เหมือนคำประกาศิต ห้องทั้งห้องกลับมาเงียบอีกครั้งทันที



\"เรื่องหมากกระดานเกียรติ์ยศ ปีนี้จะไม่เหมือนทุกๆปี เพราะเราจะรวมกันเป็นทีมเดียว ปีไหนไม่จำกัด ที่สำคัญคือ เราจะต้องแข่งกับปราการปราญช์เป็นนัดเปิดสนาม เพราะฉะนั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะมีการฝึกซ้อม และอย่าได้ใจไปเชียว ทุกคนต้องเขียนใบรายชื่อ พร้อมความสามารถของตัวเอง ส่งไปให้เฟรินที่เป็นคนเดินหมากคัดเลือก ขอบอกว่างานนี้เป็นงานใหญ่ เพราะฉะนั้นฉันอยากมั่นใจว่าเราจะได้คนที่มีฝีมือจริงๆมาร่วมทีม จบแค่นี้ ทุกคนแยกย้ายกันได้ เรื่องหัวใจกษัตริย์หัวหน้าชั้นปีของพวกเธอและโรจะเป็นคนไปชี้แจงที่ห้องประชุมปี 1\" คาโลพูดแล้วเดินลงจากแท่นตรงไปหาเฟรินที่นั่งอยู่



แต่เจ้าหล่อนกลับค้อนขวับเข้าให้ จนเขางงว่าไปทำอะไรให้เธอไม่พอใจรึไง



\"นายเป็นอะไร\"



\"เปล่า\"



\"นายจะบอกดีๆมั้ย\"



\"ฉันเคยบอกนายแล้วหนิ ว่าฉันไม่อยากเดินหมาก แล้วนายทำอย่างนี้มันหมายความว่ายังไง\"



\"เฟริน ฉันอยากให้นายเข้าใจนะ เพราะงานนี้สำคัญจริงๆ ฉันถึงตัดสินใจไปโดยพละการ ฉันไว้ใจนายนะ\" คาโลเอ่ยทิ้งท้ายไว้ ก่อนจะเดินไปคุยกับโร ไว้ใจอย่างนั้นหรอ มันก็เป็นเพียงแค่คำพูดเท่านั้น คำว่าไว้ใจมันไม่เคยมีในโลกหรอก เธอไม่เคยเชื่อคำว่า ไว้ใจ อีกเลย ตั้งแต่วันนั้น เมื่อ 10 ปีก่อน



\"ท่านแม่ฮะ ผมหิวแล้ว\" คาเรพูดลพางดึงแขนเสื้อเฟรินเบาๆ เมื่อเห็นว่าเธอเข้าไปในโลกส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว



\"หรอ งั้นไปกินกันเถอะ คาโลกินข้าว\" เฟรินพูด แล้วเดินไปกับคาเรก่อน



หลังจากวันที่คาโลประกาศเรื่อง หมากกระดานเกีนรติยศ กระดาษมากมายก็ถูกส่งมาที่เฟริน รายชื่อ ความสามารถ ซึ่งเธอก็ได้ตระหนักตอนนี้เองว่า ทุกคนในป้อมล้วนแล้วแต่มีความสามารถตางกัน แต่ที่เธอจะเลือกใช้จริงๆ ก็คงมีแต่ปี 6 ด้วยกัน แล้วก็คาโอเท่านั้นเอง เพราะเธอรู้ฝีมือของพวกเขาดี เธอจึงเลือกอะไรที่มันชัวร์ๆกับชัยชนะของป้อมอัศวินที่จะได้รับมาอย่างสวยงาม





------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





ลมหนาวแรกแห่งปีพัดมา บอกถึงเวลาแห่งกระดานเกียรติยศครั้งยิ่งใหญ่ที่กำลังจะเริ่มขึ้น การแข่งขันกลางแสงแดดอ่อนๆ กับลมหนาวที่พัดผ่านไป ใบไม้มากมายกำลังร่วงโรยลง พื้นสนามถูกโบกด้วยหินแกร่งแผ่นหนาปูลาดยาวถูกตีเป็นตารางหกสิบสี่ช่องตามแบบของตารางหมากรุกเฉกเช่นทุกปี ผู้ชมมากมายจากทั่วทุกที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์หินรูปโค้งครึ่งวงกลมที่รายล้อมสนามจุคนได้หลายร้อย นักเรียน ประชาชน คิงจากประเทศต่างๆกำลังจับตารอการแข่งขันนัดเปิดสนามที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ธงสีม่วงแห่งเอดินเบิร์กปลิวไหวไปตามลม



เสียงแตรยาวเปิดการสนามดังขึ้นอย่างเป็นทางการก็เริ่มขึ้น เพลงประจำชาติเอดินเบิร์กดังมาก่อนแล้วตามด้วยพลงประจำโรงเรียนพระราชา จากนั้นเจ้าชายอาเธอร์ เลโอนาท บิรสตั้นก็ดินขึ้นมาบนแท่นปะรำพิธีกล่าวดำเนินพิธีการต่างๆ และในไม่ช้านักกีฬาทั้งหมดก็ออกมาประจำที่ ณ สนามแข่ง เฟรินเดินไปนั่งที่เก้าอี้ผู้เดินหมากฝั่งป้อมอัศวินพร้อมกับคาเร และเรนอน



\"ท่านแม่ฮะ ทำไมท่านพ่อไปยืนตรงนั้นล่ะ\" คาเรถามอย่างสงสัย คิ้วเรียวสวยของเด็กน้อยผูกเข้าหากันเกือบจะเป็นโบว์แล้ว เฟรินยิ้มน้อยๆกันท่าทีของเด็กน้อย ก่อนจะตอบคำถามที่ถูกถามมา



\"คาโลต้องประลองน่ะ คาเรนั่งอยู่กับแม่นะ\" เฟรินว่าพลางลูบหัวคาเรอย่างเอ็นดู คาเรพยักหน้ารับ



\"สวัสดีครับ วันนี้ฝากตัวด้วยะครับ\" เสียงๆหนึ่งขึ้น เฟรินคิดว่าคงจะเป็นผู้ที่จะมาเดินหมากแข่งกับเธอเป็นแน่



\"ค่ะ ฝากตัวเช่นกัน\" เฟรินพูดตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ก่อนจะเบนสายตาไปมองคู่แข่งของตน แล้วดวงตาของเธอก็เบิกกว้างด้วยความตกใจกับบุคคลที่อยู่ข้างหน้า คนๆนี้ที่เธอจะไม่มีวันลืม คนๆนี้ที่ทำลายความไว้ใจและลบมันออกจากใจของเธอไป คนๆนี้ที่ถึงต่อให้เวลาผ่านไปแค่ไหนเธอก็จะไม่มีวันให้อภัยกับสิ่งที่เขาได้กระทำ เขาคนนั้นก็คือ.............................





...................................................................................................................................................................................





เย้ๆ ในที่สุดก็จบแล้วน้า



ที่คุณหมีขาวถามมูนน่ะค่ะ



มูนว่าอย่ารังแกเรนอนจังเลยนะคะ



สงสารอ่าค่ะ ถ้าคิลไปอยู่กับทานุ ทานุจังจริงๆล่ะก็



เรนอนจะอยู่กะครายล่ะคะ



ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันส่งตัวละครเข้ามานะคะ



ขอบคุณค่า



รักคนอ่านมากมายเลยน้า...^^





                                                                                     >>Minnie~Moonie<<





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

353 ความคิดเห็น