ll หัวขโมยแห่งบารามอส ll ForEver TiME... ชั่วนิรันดร์...

ตอนที่ 19 : ~๐(^O^)๐~ ปริศนา ~๐(^O^)๐~

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 916
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ก.ย. 48



เสียงกระพือปีกของมังกรดำสายพันธุ์หายากที่เกรียงไกรแห่งเดมอสกระพือขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะ ภาคพื้นเบื้องล่างคือ เมืองฟรอนเทียร์ที่เป็นเมืองหน้าด่านระหว่างเอเดนกับเดมอส ประชาชนพลุกพล่านไปหมดไม่ว่าจะตามตรอก ซอกซอยเล็กๆ หรือแม้แต่ถนนใหญ่ก็แออัดยัดเหยียดไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่ต่างใช้เป็นทางผ่านไปเอเดนหรือเดมอสทั้งนั้น



เส้นผมสีน้ำตาลสวยถูกปล่อยออกหลังจากที่มังกรทะยานขึ้นฟ้าปลิวลู่หลังไปตามแรงลม นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตฉายแววสนุกสนานเมื่อนึกถึงความทรงจำเมื่อครั้งที่ไปเดมอสครั้งแรก ริมฝีปากบางสีกุหลาบแย้มรอยยิ้มกว้างอย่างสุขใจ



พอผ่านเมืองฟรอนเทียร์ ก็เข้าเขตป่าหลงลืมอันเคยเป็นที่ตั้งของกองทัพอันเกรียงไกรแห่งเอเดนที่ทำให้นึกถึงวิเวียนขึ้นมา ป่านนี้น้องหญิงของเธอจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ คิดแล้วก็อยากจะไปเยี่ยมเหลือเกิน ต่อจากป่าหลงลืมก็คือ หุบเขาหัวกะโหลกที่ต่อให้ตายเธอก็ไม่เคยคิดอยากจะเหยียบย่างเข้าไปอีก และมันยังเป็นที่ที่ทำให้ใบหน้าหวานของอิสตรีผู้ซึ่งทำตัวไม่สมฐานะขึ้นสีเรื่อด้วยความอาย เมื่อนึกถึงครั้งที่ใช้ผ่าปฐพีแทงตัวเอง แล้วพอฟื้นขึ้นมาก็ทำอะไรบ้าๆลงไป



หลังจากนั้นก็เป็นนครจันทราที่นึกอยากจะให้มันเปลี่ยนเป็นนครแห่งการโกหกซะเลย เพราะถ้าพูดถึงการพูดความจริงแล้ว มันก็ขัดกับหัวขโมยอย่างเธอเอามากๆเลยล่ะ ราชินีจันทราที่มีราชกิจที่ต้องสะสางด่วน จึงออกจากขบวนเสด็จแล้วมุ่งกลับวังจันทราไปก่อน หลังจากผ่านเขตนครจันทราของราชินีจันทรา ก็เข้าเขตเมืองหลวงแห่งเดมอส พระราชวังขนาดใหญ่ตั้งตะหง่านแม้จะมองจากเขตแดนระหว่างนครจันทราและเมืองหลวงก็ตาม



ที่พื้นเบื้องล่างประชาชนกำลังโห่ร้องด้วยความดีใจที่เห็นราชันย์ของพวกเขากลับมาสู่เดมอสเสียที รวมถึงเจ้าหญิงเฟลิโอน่าคนสวยที่ใครๆก็อยากจะยลโฉมเจ้าหล่อนซักครั้งก่อนตาย มังกรดำทั้งหมดบินต่ำลงๆเรื่อยเมื่อใกล้พระราชวัง และมันก็หยุดสนิทที่ลานกว้างหน้าพระราชวังที่แสนจะโอ่อ่าแห่งเดมอส ข้าราชบริพารต่างตั้งแถวต้อนรับนายเหนือหัวทั้งสองที่กลับมา



ร่างเล็กกระทัดรัดของโกโดม โคมุสรีบวิ่งออกมาต้อนรับอย่างหน้าตาตื่นในชุดเต็มยศที่ดูแล้วน่าขันซะเหลือเกิน มันวิ่งมาใกล้มาซะจนแทบจะไปติดรองเท้าได้ ก่อนที่จะค้อมตัวลงถวายบังคมนายเหนือหัวทั้งสองอย่างจงรักภักดี



\"ถวายบังคมฝ่าบาทของจงทรงพระเจริญแสนๆปีพระเจ้าค่ะ ขอประทานอภัยที่หม่อมฉันมาต้อนรับล่าช้า เนื่องจาก................\" โกโดมถวายพระพรแล้วเริ่มกล่าว แต่ก็หยุดชะงักลง จนนายเหนือหัวทั้งสองนึกสงสัยใจ



\"มีอะไรโกโดม\" เสียงทุ้มดังออกมาจากปากราชาผู้ยิ่งใหญ่แห่งเดมอส คิ้วสีดำเรียวเลิกขึ้นอย่างสงสัย นัยน์ตาสีดำสนิทเริ่มแข็งกร้าวขึ้นมาอย่างต้องการเข้นคำตอบ



\"คือว่าเจ้าชายคาเรน่ะพระเจ้าค่ะ..........\" โกโดมพูดขึ้น แต่ก็ต้องหยุด เมื่อเสียงหวานขัดขึ้นมาทันทีที่ชื่อคนที่แสนจะเป็นห่วงนักหนาดังออกมาจากปากของเจ้ากวางตัวน้อย



\"คาเรอยู่ที่ไหน\" เสียงหวานถามเชิงตวาด นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตดุดันไม่แพ้กับพระบิดาที่ยืนอยู่ข้างๆแม้แต่น้อย โกโดมเหงื่อตกเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับไปอย่างติดๆขัดๆ



\"ห้องหนังสือพระเจ้าค่ะ\" หลังจากได้ฟังคำตอบ ร่างบางของหญิงสาวก็ตรงออกจากลานกว้างมุ่งเข้าไปในพระราชวังทันที ขาเรียวสวยเร่งความเร็วขึ้นราวกับว่าจะไปแข่งกับใครที่ไหน ผ่านห้องต่างๆมากมาย เดินขึ้นบันได้ไปยังชั้นสามที่เป็นห้องหนังสือขนาดใหญ่ที่เธอไม่เคยพิศมัยอยากจะเข้าไปดูหรือเข้าไปเฉียดมันซักครั้ง



ขาเรียวสวยหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องหนังสือ เสียงหอบหายใจรัวดังติดต่อกันไม่หยุดหย่อน จัดแจงผมเผ้าและเสื้อผ้าให้เข้าที่ รอจนเสียงหายใจกลับมาเป็นปกติ มือบางของหญิงสาวก็เอื้อมไปที่บานประตู แล้วผลักมันออกอย่างเชื่องช้า



แอ๊ดดด!!



เสียงเปิดประตูดังขึ้น นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยของผู้ที่นั่งอยู่ในห้องอยู่แล้วเบนมามองพลางยิ้มกว้างอย่างดีใจ หนังสือเล่มที่เคยอ่านอยู่ในมือเมื่อกี้ถูกวางกองไว้บนโต๊ะ ลุกจากเกาอี้นวมตัวโตกว่าร่างกายที่อยู่หน้าเตาพิง แล้ววิ่งเข้ามาสวมกอดร่างบางของผู้เป็นแม่ด้วยความคิดถึง



\"ผมคิดถึงท่านแม่ที่สุดเลยฮะ\" เสียงเจื้อยแจ้วดังออกมาจากปากของเด็กน้อยผู้ซึ่งกอดเฟรินไว้แน่น เธอเองก็กอดเขาไว้แน่นเช่นกัน ทั้งความคิดถึง ความเป็นห่วงต่างๆนานาจางหายไป เมื่อได้สวมกอดคนที่เฝ้าที่จะพบเจอมานาน



\"แม่ก็คิดถึงคาเรนะ แล้วอยู่ที่นี่เป็นยังไงบ้าง สบายดีรึเปล่า กินอาหารครบสามมื้อมั้ย มีใครรังแกรึเปล่า\" เฟรินถามรัวเป็นชุด จนเด็กน้อยๆได้แต่ชักสีหน้างงๆอย่างไม่รูจะตอบคำถามไหนก่อนดี



\"สบายดีฮะท่านแม่ ที่นี่ทุกคนดีกับผมมากเลย อาหารที่นี่ก็อร่อยมาก แล้วก็มีหนังสือมากมายให้อ่าน จะเสียก็แต่โกโดมที่ชอบให้ผมออกไปทำนู่ทำนี่ข้างนอก ทั้งๆที่มีหนังสือมากมายให้อ่าน\" คาเรพูดอย่างไม่พอใจน้อยๆ ใบหน้ารูปสลักงอด้วยความที่เจ้าโคมุสตัวน้อยดันมาขัดใจไม่ให้อ่านหนังสืออย่างที่ชอบทำ



\"เจ้ากวางก็ทำถูกแล้วล่ะลูก คาเรน่าจะออกไปเที่ยวข้างนอกซะบ้าง เด็กวัยนี้ไม่มีใครเค้าขลุกอยู่ในห้องหนังสือกันหรอกนะ เดมอสมีสถานที่ที่น่าเที่ยวมากมาย เดี๋ยวอีกซัก 2-3 วัน แม่จะพาไปเที่ยวนะ\" เฟรินพูดพลางลูบหัวเด็กน้อยอย่างเอ็นดู



\"จริงหรอฮะ ท่านแม่สัญญาแล้วนะฮะ ห้ามผิดสัญญานะ\" คาเรพูดอย่างร่าเริง เมื่อคำว่า \'ไปเที่ยว\' หลุดออกมาจากปากของเฟริน เธอแย้มรอยยิ้มน้อยๆ แล้วพยักหน้าเป็นเชิงตกลง



\"ไปข้างล่างกันดีกว่านะ ท่านตาคงจะคิดถึงคาเรมากแน่ๆเลย\" เฟรินพูด แล้วอุ้มเด็กชายขึ้น เดินออกจากห้องหนังสือไปอย่างนึกขยาดในใจ ไม่รู้ว่าเมื่อกี้เธอเข้าไปได้ยังไง



พอเดินลงมาถึงข้างล่าง เจ้าโกโดม โคมุสตัวจิ๋วก็ยืนรออยู่แล้ว มันโค้งคำนับอีกครั้งอย่างให้เกียรติ์นายเหนือหัวสองคนที่เดินลงมาจากข้างบน



\"ท่านจ้าว ท่านคาโอ และท่านคิลรออยู่ที่สวนด้านหลังพระเจ้าค่ะ\" โกโดมกล่าว เฟรินพยักหน้ารับ แล้วโกโดมก็เดินนำทั้งสองไปยังสวนกว้างด้านหลังวังที่บรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การนั่งดื่มน้ำชาเป็นที่สุด





----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





\"..งั้นหรอ เอาอย่างนั้นก็ได้\" เสียงทุ้มของราชันย์ผู้เป็นใหญ่แห่งเดมอสดังตอบรับ คำเสนอแนะจากทายาทนักฆ่าที่นั่งร่วมจิบน้ำชา



\"แต่มันจะไม่เป็นไรหรอ ถ้าเกิดว่ามีคนลอบทำร้ายล่ะ\" ท่านจ้าวถามอีกครั้งอย่างนึกเป็นห่วงแผนการของทายาทนักฆ่าซะเหลือเกิน นัยน์ตาสีม่วงของคนถูกถามฉายแววสนุกสนานอย่างปกติ



\"ไม่เป็นไรหรอกพระเจ้าค่ะ ถ้ามันเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ เราก็ยังมีคาโออยู่นะพระเจ้าค่ะ\" คิลตอบอย่างมั่นใจ และเมื่อนัยน์ตาเนตรสีดำสนิทของผู้เป็นใหญ่ในเดมอสเบนไปมองคนที่นั่งจิบน้ำชาเงียบๆอยู่ ก็ได้รับการพยักหน้ากลับมา



\"เอาอย่างนั้นก็ได้ เรื่องเวลาเดี๋ยวเราค่อยตกลงกันอีกทีแล้วกัน\" จ้าวปีศาจพูดพลางถอนหายใจอย่างรู้ว่าไม่อาจจะขัดการเดินทางครั้งนี้ได้ เสียงพูดคุยอย่างจริงจังยังคงดังต่อไป ไม่มีใครรู้ว่ามีผู้มาเยียนใหม่ 2 คนกับอีกหนึ่งตัวเข้ามาในสวน



\"ท่านตา!! อาคิล!! ท่านพี่!!\" เสียงใสของเด็กน้อยดังเรียกให้ผู้ที่นั่งคุยกันอย่างจริงจัง หันมามอง ร่างเล็กวิ่งเข้าไปสวมกอดผู้เป็นพี่ที่นั่งอยู่ใกล้ที่สุด



\"คาเร ใจเย็นๆสิ เดี๋ยวพี่ก็ตกเก้าอี้หรอก\" คาโอพูดแล้วอุ้มเด็กน้อยขึ้นมานั่งบนตัก มือใหญ่ลูบหัวอย่างเอ็นดูด้วยความที่ไม่เห็นหน้าซะนาน



\"คุยอะไรกันหรอฮะ ทำไมทำหน้าเครียดกันจัง\" เสียงหวานดังขึ้น ถึงแม้คำพูดจะไม่สมกับเสียงขนาดไหน แต่มันก็หวานซะจนคนฟังเคลิ้ม ร่างบางของธิดาแห่งความมืดนั่งลงเก้าอี้ทางซ้ายมือของพระบิดา แล้วแย้มรอยยิ้มอย่างร่าเริง



\"เปล่าหรอก ว่าแต่คาเรล่ะเป็นยังไงบ้าง\" จ้าวปีศาจตอบพระธิดาสุดที่รัก แล้วหันไปไตร่ถามหลานชายที่นั่งเล่นกับคาโออย่างสนุกสนาน



\"สบายดีฮะท่านตา ที่นี่มีหนังสือให้อ่านเยอะเลย ผมไม่เบื่อง่ายๆหรอก\" คาเรตอบเสียงใส เรียกให้รอยยิ้มฝุดขึ้นบนใบหน้าของราชาผู้ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ ..เดมอส!!



\"ท่านพ่อยังไม่บอกพวกเราเลยนะฮะ ว่าทำไมคาเรยังไม่ตาย แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่เดมอสได้ล่ะฮะ\" เฟรินถามในสิ่งที่สงสัยมานาน แต่ท่านพ่อของเธอก็ไม่เคยตอบ และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน



\"เอ่อ..เฟลิโอน่า ลูกทานอะไรรึยัง นี่ก็บ่ายแก่แล้วลูกคงหิวแล้วสินะ..เดี๋ยวพ่อให้โกโดมไปจัดการให้...\" เอวิเดสพูดแล้วทำท่าจะหันไปหาโกโดม แต่เสียงหวานก็ดังขัดขึ้นมาซะก่อน



\"ไม่เป็นไรเพคะท่านพ่อ ลูกยังไม่หิวแต่อย่างใด หากแต่ท่านพ่อจะตอบคำถามที่ลูกถามไป จะเป็นพระกรุณาอย่างมาก\" เสียงหวานออกแนวดุดังออกมาจากปากเฟริน คำพูดที่ฟังแล้วทำเอาจ้าวปีศาจลอบกลืนน้ำลาย ลองลูกสาวผู้อย่างนี้ล่ะก็ ถ้าไม่ตอบกลับไปตามความจริง มีหวังพระราชวังได้ถล่มแน่ๆ



เอวิเดสมองลูกสาวอย่างชั่งใจ นัยน์เนตรสีน้ำตาลคู่โตที่ได้รับมาจากพระมารดาจับจ้องมาที่ราชาผู้เป็นใหญ่อย่างต้องการคำตอบ ถึงจะเปลี่ยนเรื่องหรือพยายมเลี่ยงยังไง แต่ครั้งนี้ก็คงต้องบอกแล้วล่ะ จ้าวปีศาจถอนหายใจเล็กน้อยอย่างปลงๆ แล้วเริ่มเอ่ยปากในสิ่งที่เฝ้าปกปิดมาหลายวัน



\"เอ่อ..เรื่องมันมีอยู่ว่า........\" แล้วเอวิเดสก็เริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ทุกคนฟัง ใบหน้ามนของพระธิดาสุดที่รักเริ่มงออย่างไม่พอใจที่ถูกพระบิดาหลอกเอา



\"ท่านพ่อก็ไม่น่าทำอย่างนี้เลยนะฮะ รู้มั้ยว่าพวกผมใจหายแค่ไหน\" เฟรินพูดพลางยกแก้วชาขึ้นมาจิบ เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าคาเรเป็นอะไรไปจริงๆ ชีวิตเธอที่เหลือจะเป็นยังไงต่อไป



\"แต่พ่อก็ทำถูกนะเฟลิโอน่า ถ้าพ่อไม่เอาตัวคาเรมาเดมอส ป่านนี้คาเรก็คงจะตายไปแล้วล่ะ\" เอวิเดสพูดอย่างน้อยใจนิดที่ทำดี แล้วยังโดนต่อว่า



\"ฮะ ผมรู้ งั้นผมขอตัวก่อนนะฮะ คาเรไปกันเถอะ\" เฟรินพูด แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ เรียกเด็กน้อยที่นั่งอยู่บนตักคาโอ แล้วเดินจูงมือกันเข้าไปข้างใน ท่ามกลางสายตาของคนทั้งสามที่ยังเหลืออยู่



\"แล้วถ้าต้องทำอย่างที่เธอพูดจริงเฟลิโอน่าจะยอมหรือ\" เอวิเดสเปรยออกมาแผ่วเบาให้ได้ยินกันแค่ 3 คนเท่านั้น ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา ตอนนี้ทุกคนชักสีหน้าปั้นยาก ถ้าเกิดว่ามันต้องเป็นไปอย่างที่พวกเขาคิดจริงๆล่ะก็ เฟรินจะเป็นเช่นไร เธอคงจะอาละวาดจนพระราชวังและเดมอสพินาศแน่ๆ



\"งั้นฉันขอตัวก่อนล่ะ พวกเธอลองเอาไปปรึกษากันดีๆก่อนแล้วกัน ว่าที่จะทำน่ะ แน่ใจแล้วหรือ เพราะฉันคิดว่ามันคงไม่ส่งผลกระทบแค่เฟลิโอน่าคนเดียวแน่ๆ\" เอวิเดสพูด แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินเข้าไปข้างใน ทิ้งให้สองหนุ่มตกอยู่ในห้วงความคิด ความคิดที่ไม่จบไม่สิ้น ความคิดที่อาจจะนำมาซึ่งความพินาศ ความคิดที่อาจจะทำร้ายชีวิตของคนๆหนึ่งตลอดกาล..!!





-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





~ทางคาโลกับเรนอน~



เกวียนมุ่งหน้าสู่คาโนวาลอย่างเชื่องช้า ภายในเกวียนมีแต่ความเงียบ ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา ทั้งๆที่ปกติเจ้าหญิงคนงามจะชวนคุยแท้ๆ แต่วันนี้เจ้าหล่อนกลับเงียบสนิท อย่างกับลืมเอาปากกลับมาด้วย เจ้าของใบหน้าสลักนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่มุมหนึ่งของเกวียนอย่างเงียๆ แต่มันก็เงียบจนชวนให้แปลกใจ เงยหน้าขึ้นมองไปที่อีกฟากของเกวียน



เรนอนนั่งอยู่เงียบๆจริงๆ ใบหน้าหวานไม่แสดงความรู้สึกใดๆ แต่คิ้วเรียวสวยกลับขมวดเข้าหากันอย่างคนใช้ความคิด เพราะเธอเองก็มีเรื่องให้คิดมากมาย หนำซ้ำยังมีเรื่องคืนวันนั้นเข้ามาเพิ่มอีก  ถ้าหากว่าเธอตัดสินใจเลือกทางใดทางหนึ่งจริงๆแล้ว ชีวิตของเธอที่เหลือจะเป็นอย่างไรต่อไป ถ้าเธอเลือกทางนั้น ทางที่มีคนหยิบยื่นมาให้ เธอจะต้องสูญเสียเค้าไปตลอดกาล มันคุ้มแล้วหรอ มันคุ้มค่าแล้วจริงๆหรอ ถ้าเธอทำอย่างนั้นจริงๆ เธอก็คงจะเป็นคนที่เห็นแก่ตัวเองมากๆ มากมายซะจนเธอคงไม่อาจให้อภัยตัวเองไปชั่วชีวิต และที่สำคัญคือเธอจะไม่ได้อยู่ข้างๆเค้าอีกแล้ว



\"เรนอน  เรนอน!!\" เสียงทุ้งดังขึ้น ทำให้หญิงสาวหลุดจากห้วงความคิด แล้วเงยหน้าไปมองคนที่เงียบมาตลอดทางที่อยู่อีกฟากหนึ่งของเกวียน คนที่ปกติจะเงียบเสมอเปิดปากพูดกับเธอก่อน แสดงว่าจะต้องมีเรื่องสำคัญมากแน่ๆ



\"มีอะไรหรอคาโล\" เรนอนเอ่ยถามออกไป พลางปรับสีหน้าที่ตื่นตกใจให้กลับมาเป็นเรียบเฉยอีกครั้ง รอยยิ้มหวานถูกแย้มออกมาเพื่อปกปิดความรู้สึกในใจ ความรู้สึกที่ถูกทิ้งลงไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ แต่ก็พร้อมที่จะขึ้นมาทำให้จิตใจปั่นป่วนเสมอ



\"เป็นอะไรรึเปล่า เห็นนั่งเหม่อตั้งนานแล้ว เดี๋ยวเราก็จะเข้าคาโนวาลแล้วนะ\" คาโลถามอย่างเป็นห่วงหญิงสาว ด้วยความที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ เขารู้ดีว่าเธอกำลังมีเรื่องกลุ้มใจอย่างหนัก เธอก็เป็นคนอย่างนี้แหละ เอาแต่ยิ้มอย่างเดียว ยิ้มเพื่อให้คนอื่นมีความสุข ยิ้มเพื่อปกปิดความทุกข์ของตัวเอง ทั้งๆที่ตัวเองรู้สึกทุกข์แค่ไหน เศร้าใจแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยแสดงออกมาเลยซักครั้ง



\"เปล่าหรอก ฉันไม่ได้เป็นอะไร\" เรนอนตอบพลางยิ้มเฝื่อนๆซึ่งบอกได้เลยว่าเธอกำลัง..โกหก!!~



\"บอกฉันมาเถอะ เผื่อว่าฉันจะช่วยอะไรได้ ถึงเธอจะเก็บไว้คนเดียว มันก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาอยู่ดี ฉันจะได้ช่วยคิดหาทางออกด้วย\" คาโลพูดแล้วเก็บหนังสือเล่มที่เคยอ่านไป แล้วหันไปนั่งจ้องหน้าหญิงสาวอย่างจริงจัง



\"ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะคาโล แต่ฉันไม่ได้เป็นไรจริงๆ\" เรนอนพูดแล้วยิ้มให้คาโลอย่างอ่อนโยน



\"งั้นก็..ถ้ามีอะไรก็ปรึกษาฉันได้นะ อย่ากลุ้มอยู่คนเดียวล่ะ\" คาโลพูด แล้วถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะกลับไปอ่านหนังสือต่อ ถึงแม้จะบังคับเธอ เธอก็คงไม่พูดอยู่ดี ไว้รอจนกว่าที่เธอพร้อมที่จะบอกดีกว่า ด้วยนิสัยอย่างเรนอนแล้ว บังคับไปก็มีแต่เสียแรงเปล่า



เกวียนยังคงแล่นต่อไปเรื่อยๆ จนมาถึงคาโนวาลราวๆเที่ยงคืนกว่า แม้จะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางซักเพียงใด ดวงตากลับปิดไม่ลง เพราะมีเรื่องค้างคาใจอยู่ ร่างบางระหงของเจ้าหญิงคนงามจึงลุกขึ้นจากเตียง แล้วเดินออกไปยังระเบียงเพื่อรับลม หวังเพียงมันจะทำให้เธอง่วงนอนขึ้นมาบ้าง



คืนนี้เป็นคืนที่ท้องฟ้าโปร่ง ไม่มีเมฆบดบังพระจันทร์เต็มดวงที่ส่องแสงสว่างตา ดวงดาวนับล้านพราวระริกอยู่บนฟากฟ้า ชวนให้คิดถึงใครบางคนที่อยู่ห่างไกลกันเหลือเกิน ใบหน้าคมลอยไปลอยมา พร้อมคำพูดที่ตราตรึงอยู่ในจิตใจมาจนถึงวันนี้ \'ฉันรักเธอ\' เพราะเธอเชื่อในเขา เชื่อว่าเขาจะมอบความสุขให้เธอได้ และเค้าก็ไม่เคยทำให้เธอผิดหวังเลยซักครั้งเดียว



เค้าจะมองพระจันทร์อยู่เช่นเดียวกันรึเปล่า เค้าจะรู้มั้ยนะ ว่าคืนนี้ดาวสวยซักแค่ไหน เค้าจะรู้รึเปล่าว่าจากกันมาแค่วันเดียว เธอก็คิดถึงเค้าแทบขาดใจ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะฝากความคิดถึง ให้สายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิพัดพาความคิดถึงของเธอไปยังเค้าที่อยู่ห่างกันไกลแสนไกล เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในระหว่าง 6 ปีที่อยู่ด้วยกันวนเวียนอยู่ในหัวสมอง ริมฝีปากเรียวสวยแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ พลันเปลือกตาก็ค่อยๆปรือลงช้าๆ แล้วปิดสนิทไปในที่สุด





-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





รุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยือน แสงอาทิตย์จับขอบฟ้าในยามเช้า หมอกเริ่มจางลงเรื่อยๆ น้ำค้างส่องประกายแวววาวยามแสงแดดส่องมากระทบ แพขนตาหนาค่อยๆกระพือขึ้นช้าๆ เปลือกตาเปิดขึ้น ระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสายตาให้รับกับแสงที่ส่องกระทบเข้ามา นัยน์ตาสีม่วงสวยมองไปรอบๆอย่างงงๆ



\'ทำไมถึงมานอนอยู่ที่ระเบียงได้นะ\' คำถามแรกผุดขึ้นในใจทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วความทรงจำเมื่อคืนก็กลับเข้ามาในสมองอีกครั้ง จริงสิ เมื่อคืนนี้เธอออกมารับลมที่ระเบียงแล้วเผลอหลับไป พอรู้ถึงเหตุผลที่ตัวเองมานอนที่นี่แล้ว ร่างบางของเจ้าหญิงคนสวยก็ค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นจากพื้น แล้วเดินกลับเข้าห้องไป



ซ่า!! ซ่า!!



เสียงน้ำจากฝักบัวไหลลงไปที่พื้นห้องน้ำ เส้นผมสีม่วงสลวยยาวถึงกลางหลังเปียกชุ่ม ร่างบางไร้อาภรณ์ใดๆภายใต้น้ำที่หลั่งไหลออกมาจากฝักบัวสวยงามไร้ที่ติใดๆ มือเรียวยกขึ้นลูบใบหน้าหวาน ในใจเพียรนึกถึงสิ่งที่ยังค้างคาใจอยู่ มันตามหลอกหลอนไปเรื่อย ไม่ว่าจะยามหลับหรือยามตื่น คราที่ใดที่หลับตาลงก็จะเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นลอยมา แต่เมื่อครั้งลืมตาขึ้นกลับเห็นอีกคน เธอไม่เข้าใจตัวเองเลยแม้แต่น้อย มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่



มือเรียวเอื้อมไปหมุนปิดฝักบัว จัดการบีบน้ำออกจากผม แล้วดึงผ้าขนหนูสีขาวสะอาดราวกับสีผิวมาคุลมตัวไว้



แอ๊ดด!!



เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังขึ้น เหล่านางกำนัลทั้งหลายรีบเข้ามาถวายการรับใช้ตามหน้าที่ที่เคยปฏิบัติ แม้จะห่างเหินไปนานมากแล้วก็ตาม ชุดกระโปรงยาวกลอมเท้าสีขาวตัวโปรดถูกสวมใส่ให้อย่างรู้ว่าเธอต้องเจาะจงตัวนี้แน่นอน หลังจากที่สวมเสื้อผ้าเสร็จ ก็มาถึงผม นางกำนัลคนหนึ่งหยิบหวีขึ้นมาแปรงผมให้เธอ อย่างที่เคยบอกไว้แล้วว่าไม่ต้องทำให้ก็ได้ แต่ก็ยังทำอยู่ดี ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางๆเข้ากับรูปลักษณ์ภายนอก



\"องค์หญิงเชิญเสด็จเพคะ ฝ่าบาทและเจ้าชายคาโลรอเสวยพระกายาหารเช้าที่อยู่ที่ห้องอาหาร\" เสียงเอ่ยอย่างนอบน้อมดังขึ้นจากปากของชาเนีย แม่นมของคาโลที่เธอรู้จักดี เพราะชาเนียก็ช่วยเลี้ยงเธอด้วยในบางครั้ง



\"จ้ะ\" เรนอนรับคำ แล้วยิ้มให้ชาเนีย ถึงแม้จะเป็นรอยยิ้มที่สดใสเพียงใด แต่คนที่เลี้ยงเธอมากลับมือจะไม่รู้ได้ยังไง ว่าภายใต้รอยยิ้มที่แสนจะอ่อนโยนนั้นกำลังแฝงไปด้วยความทุกข์ใจ ชาเนียเดินนำเรนอนไปที่ห้องอาหารอย่างที่ถึงแม้ไม่ทำเธอก็จำทางมาห้องอาหารได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว



แอ๊ดด!!



เสียงประตูถูกเปิดทำให้สองบุรุษที่นั่งอยู่ก่อนแล้วหันมามองร่างบางของหญิงสาวผู้เข้ามาใหม่ เธอจัดแจงถวายบังคมคนที่มีศักดิ์เป็นลุง แล้วนั่งลงทางเก้าอี้ขวามือติดกับกษัตริย์บาโรผู้ยิ่งใหญ่



\"ใส่ชุดนี้อีกแล้วนะเรนอน หรือว่าที่นี่จะมีเสื้อผ้าไม่มากพอ\" คิงบาโรเอ่ยขึ้นมาก่อนเฉกเช่นทุกทีที่กลับมาจากโรงเรียนพระราชา



\"ไม่หรอกค่ะท่านลุง เรนอนชอบใส่ชุดนี้ ที่นี่มีเสื้อผ้ามากมายจนเลือกไม่ถูกเลยล่ะค่ะ\" เรนอนตอบกลับมาเสียงหวาน แม้มันจะสั่นเครือเล็กน้อยก็ตาม



\"งั้นหรอ ชาเนียวันนี้เรามีอะไรกินบ้างล่ะ\" คิงบาโรพูดแล้วหันกลับไปถามชาเนียที่ยืนอยู่ข้างๆ



\"มีสลัดผักเป็นอาหารจานหลัก แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ คุ้กกี้เป็นของหวาน ส่วนเครื่องดื่มก็เป็นน้ำส้มคั้นเพคะ\" ชาเนียตอบพลางประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง นางกำนัลเดินเข้ามาพร้อมกับถาดอาหาร จัดแจงวางลงตรงหน้าทั้งสาม แล้วเดินกลับออกไปเหมือนเดิม



\"งั้นก็ทานกันดีกว่า\" คิงบาโรพูด แล้วการรับประทานอาหารก็เริ่มขึ้นอย่างเงียบๆ เงียบมาก ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลย ทั้งๆที่ปกติจะมีเสียงพูดคุยไปตลอดการรับประทานอาหาร หลังจากทานไปได้ซักพักคิงบาโรก็วางช้อมส้อมลงเป็นเชิงว่า ทานเสร็จแล้ว คาโลและเรนอนเองก็เช่นกัน



\"เรนอน เดี๋ยวตามลุงไปที่ห้องทำงานหน่อยนะ มีเรื่องจะพูดด้วย\" คิงบาโรพูด แล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่สนใจจะรอฟังคำตอบจากหญิงสาวแม้แต่น้อย คาโลมองหน้าเรนอนอย่างต้องการคำตอบ แต่ก็ได้กลับมาเพียงแค่รอยยิ้ม ก่อนร่างบางจะลุกจากเก้าอี้แล้วเดินออกจากห้องไป



มันต้องมีอะไรแน่ๆ มันต้องมีอะไรสักอย่างที่เค้าไม่รู้ แล้วมันคืออะไรล่ะ อะไรที่ทำให้เรนอนต้องทุกข์ใจ ท่านพ่อก็รู้ เรนอนก็รู้ แล้วทำไมเค้ายังไม่รู้ มันคืออะไรกันแน่..!! คำถามต่างๆวนเวียนอยู่ในหัวของเจ้าชายหนุ่ม ก่อนเจ้าตัวจะสะบัดหัวเป็นเชิงไล่ความคิดออกไป แล้วเดินออกไปจากห้องทันที





--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





ภายในห้องขนาดไม่ใหญ่มาก พนังสีขาวสบายตา หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับให้ลมเข้ามาในห้อง รอบๆมีชั้นวางหนังสือมากมายที่ไม่รู้ว่าชาตินี้จะอ่านจบรึเปล่า กลางห้องมีโต๊ะทำงานทำจากไม้มะฮอกกานีเนื้อดี เก้าอี้นวมตัวใหญ่มีร่างสูงของกษัตริย์ผู้เป็นใหญ่แห่งคาโนวาลนั่งอยู่ พระพักตร์ดูตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันราวกับจะถูกผูกให้เป็นโบว์ นัยน์เนตรสีฟ้าสวยฉายแววทุกข์ใจอย่างเห็นได้ชัด



ก๊อก ก๊อก!!



เสียงเคาะประตูดังขึ้น เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคนที่รอคอยมาถึงแล้ว ประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างบางของหญิงสาวเดินเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าสง่างาม



\"ท่านลุง...\" เสียงหวานดังลอดออกมาจากปากเรียวของเธอ แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อบุรุษตรงหน้าเอ่ยขัดขึ้นมาก่อน



\"นั่งลงก่อนสิ\" คิงบาโรเอ่ยด้วยสุรเสียงที่อ่อนโยน เรนอนมองพระพักตร์ของบุรุษผู้เป็นใหญ่ที่มีฐานะเป็นลุงเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้นวมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับโต๊ะทำงาน



\"หลานคงรู้เรื่องจากพ่อของหลานมาแล้วสินะ ลุงไม่คิดจะบังคับหลานหรอก เพราะถึงแม้หลานไม่ตกลง คาโนวาลก็ไม่เคยแพ้ใครอยู่แล้ว\" คิงบาโรตรัสด้วยสรุเสียงที่เข้มแข็ง



\"เรนอนยังตัดสินใจไม่ได้ค่ะ ขอโทษนะคะ แต่ถ้าหากว่ามันจำเป็นจริงๆแล้วล่ะก็ เรนอนก็ตกลงค่ะ เพราะถ้าสงครามเกิดขึ้น ประชาชนทุกคนจะต้องเดือดร้อนแน่ๆ เรนอนยอมให้มันเป็นอย่างนั้นไม่ได้หรอกค่ะ\" หญิงสาวตอบกลับมาด้วยเสียงเด็ดเดี่ยว นัยน์ตาสีม่วงสวยฉายแววมั่นใจ ถึงแม้มันจะแฝงไปด้วยความโศกเศร้าก็ตาม



\"หลานลองเอาไปคิอดดูอีกทีก็แล้วกัน แต่จำไว้นะ อย่าฝืนใจตัวเอง ไม่มีใครโทษหลานหรอก หากสงครามต้องเกิดขึ้น\" คิงบาโรตรัส เรนอนพยักหน้ารับ แล้วลุกจากเก้าอี้ ก่อนเดินออกจากห้องไป



ร่างบางของหญิงสาวผู้มีเรื่องทุกข์ใจเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมาย พระราชวังที่ใหญ่โตนี้แคบขึ้นเยอะ เพราะเมื่อรู้สึกตัวอีกที เธอก็เดินซะรอบวังแล้ว และเมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งก็มาอยู่ในห้องพักของตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้



ปังง!!



เสียงปิดประตูดังขึ้น พร้อมกับร่างบางทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยล้า ทั้งๆที่ยังเพิ่งสายๆเท่านั้นเอง ทำไมเธอถึงรู้สึกเหนื่อยถึงเพียงนี้ก็ไม่รู้ ทุกสิง่ทุกอย่างดูน่าเวียนหัวไปซะหมด ไม่ว่าจะมองไปทางไหน หรือใครจะพูดอะไร ก็มีแต่เพียงเสียงของท่านพ่อที่บอกกล่าวถึงเรื่องที่ทำให้เธอหนักใจอยู่ตอนนี้ หรือว่ามันจะเป็นชะตากรรมที่ถูกฟ้ากำหนดมา



ถ้าเธอเลือกคนรัก ก็จะเป็น คนเห็นแก่ตัว...!! แต่ถ้าเธอเลือกประเทศชาติ ก็จะเป็น คนทรยศ หักหลัง...!! ไม่ว่าจะเลือกทางไหนๆ มันก็ไม่ดีทั้งนั้น



หยาดน้ำตาไหลรินออกมาจากดวงตาคู่สวย ไหลลงอาบแก้ม หยดลงที่หมอน เธอเหนื่อยมากแล้ว เธอเหนื่อยมามากแล้วจริงๆ คงถึงคราที่เธอจะปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วพักผ่อนเสียที เปลือกตาค่อยๆปรือลงเรื่อยๆอย่างเหนื่อยอ่อน สิ่งสุดท้ายที่จำได้ดูเลือนลางเหลือเกิน คำๆนั้นที่ก้องกังวาลอยู่ในหู เป็นคำชั้นเลิศที่ทำให้เธอนอนหลับฝันดียิ่งกว่าครั้งไหนๆ ..ฉันรักเธอ..





...................................................................................................................................................................................





100% ค่ะ เฮ้อ..ต้องขอโทษจริงๆนะคะ คือว่ามูนม่ายสบายอ่าTT^TT



เพิ่งเป็นเมื่อวานนี้น่ะค่ะ ลุกไม่ขึ้นเลยT-T ไปเรียนได้แค่ครึ่งวัน ก็กลับมานอนอยู่บ้าน



แล้วก็หลับเป็นตายเลยอ่า รู้สึกตัวอีกทีก็สองทุ่มแล้วอ่าค่ะ



ยังไงก็ขอโทษจริงๆนะคะ..T^T



Don\'t you know??.. I  LoVE  U ..^^



P.s. เนื่องจากว่าวันที่ 3 ที่ผ่านมาคือวันเกิดเพื่อนมูนอะค่ะ



ถือเป็นวันพิเศษวันหนึ่ง เพราะฉะนั้นมูนก็จาอัพตอนพิเศษให้หนึ่งตอน



แต่เลือกไม่ถูกจริงๆว่าจะให้เกี่ยวกับใคร



มีตัวเลือกอยู่ประมาณ 6 ตัวเลือกค่ะ



1.ลอเรนซ์ - ลูคัส



2.ชิวาส - โซมาเนีย



3.มาทิลด้า - โร



4.ซีบิล - แองเจลีน่า



5.คาเดีย - บาโร <เป็นตอนต่อจากตอนที่แล้วค่ะ>



6.อลิเซีย - เอวิเดส



ยังไงก็ช่วยๆกันโหวตหน่อยนะคะ



ถ้าม่ายมีคนโหวต ตอนพิเศษตอนนี้ถือว่าโมฆะนะคะ



จะตัดสินผลวันที่ 10 ค่ะ แล้วก็จาอัพประมาณ วันที่ 11 น้า



***หลังจากที่มีการโหวตเข้ามานะคะ คู่ที่เป็นอันดับหนึ่งอยู่ตอนนี้คือ ลอเรนซ์ - ลูคัสเหมือนเดิมค่ะ ตามติดๆคือ อลิเซีย - เอวิเดส ค่า..^^





                                                                                      >>Minnie~Moonie<<





353 ความคิดเห็น

  1. #344 TaiNawansa (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 23:48
    เรื่องของคาเรคือ???
    #344
    0
  2. #317 Shiori (@i-love-yaoi) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 มีนาคม 2555 / 21:44
     ลูคัส-ลอเรนซ์
    #317
    0