ll หัวขโมยแห่งบารามอส ll ForEver TiME... ชั่วนิรันดร์...

ตอนที่ 20 : ~๐(T^T)๐~ เมื่อตัดสินใจแล้วก็ไม่คิดจะหวนกลับ ~๐(T^T)๐~

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 950
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 ก.ย. 48



แสงอรุณแห่งวันใหม่สาดส่องเข้ามาในห้อง กระทบกับร่างสูงบนเตียงขนาดใหญ่เกินกว่าตัวมากนัก ร่างสูงขยับตัวเล็กน้อยก่อนที่เปลือกตาจะเปิดขึ้นอย่างช้าๆ นัยน์ตาสีม่วงกวาดไปทั่วห้องอย่างสงสัยว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหนกันแน่พลางลุกขึ้นมานั่งอยู่ที่ขอบเตียง เส้นผมสีดำสนิทดูยุ่งเหยิงเฉกเช่นปกติ มองรอบๆอย่างพิจารณา พลันความทรงจำเรื่องเมื่อคืนนี้ก็ผุดขึ้นมา



จริงสิ เมื่อวานนี้เรามาถึงเดมอส แล้วตอนเย็นก็มีงานเลี้ยงเลยดื่มเข้าไปซะเยอะ หลังจากนั้นก็ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนนี้นี่แหละ หลังจากทวนความทรงจำเรียบร้อยแล้ว คิลก็ลุกขึ้นจากเตียง แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป



\"ไอ้คิล ตื่นยัง!!\" เสียงหวานตะโกนลั่นห้อง ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นใคร ที่ขนาดกล้าเข้ามาในห้องของทายาทนักฆ่าโดยไม่เกรงใจแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตของหญิงสาวมองไปรอบๆห้องเพื่อหาตัวเจ้าของชื่อที่ตะโกนเรียกไป แต่ก็ไม่มีวี่แววแม้แต่น้อย



\"มีอะไรแต่เช้าเฟริน ไม่เห็นต้องตะโกนซะดังขนาดนั้นเลยนี่\" เสียงทุ้มดังตอบกลับมาจาทางประตูห้องน้ำ ร่างบางจึงตวัดตัวหันกลับไปมองทันที แต่ก็ต้องรีบหมุนกลับมาแทบไม่ทัน เมื่อร่างสูงของเพื่อนรักดันออกมาจากห้องน้ำทั้งๆที่มีผ้าขนหนูติดตัวแค่ผืนเดียวเท่านั้น ใบหน้าหวานขึ้นสีเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะตะโกนด่ากลับไปแก้เขิน



\"ไอ้คิล!! แก ทำไมไม่แต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนออกมาห๊ะ!!\" เสียงหวานตวาดกลับไป ใบหน้าทายาทนักฆ่ามุ่ยด้วยความไม่พอใจ เขาก็ทำแบบทุกทีนี่นา ตอนอยู่เอดินเบิร์กก็เป็นอย่างนี้ แล้วมันผิดตรงไหนเนี่ย??



\"ทำไมล่ะ ฉันก็ทำแบบปกติ\" คิลตอบ พลางเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าหน้าตาเฉย สาวน้อยผู้ที่ไม่เคยทำตัวสมกับความเป็นสาวรีบหันหน้าหนีทันที คิลมองเฟรินอย่างแปลกใจ แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า ไอ้เพื่อนคนนี้มันเป็นผู้หญิงเต็มตัวแล้วนี่หว่า มันก็ต้องอายเป็นธรรมดา



\"คิล!! แกกลับเข้าไปใส่เสื้อผ้าในห้องน้ำเดี๋ยวนี้เลย!!\" เฟรินสั่งพลางหันหน้าหนีไปอีกทาง เมื่อเพื่อนสุดที่รักทำท่าจะใส่เสื้อผ้ากลางแจ้งอย่างไม่นึกจะอายใครเลยด้วยซ้ำ



\"ทำไมฉันต้องทำอย่างนั้นด้วยล่ะ\" คิลหันไปถามเฟริน แต่สิ่งที่ได้ตอบกลับมาคือ นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตจ้องเขม็งอย่างอยากจะบอกว่า ถ้าแกไม่ทำตายยย!!...



\"โอเคๆ ไปก็ได้\" คิลพูดแล้วหยิบเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำไป ในใจนึกหัวเราะเพื่อนที่เป็นสาวเต็มตัวแล้ว ไม่นึกว่ามันจะอาการหนักอย่างนี้ แต่ถ้าขืนแกล้งมันต่อไป เขาต้องโดยผ่าปฐพีฟันขาดครึ่งแน่ๆ



\"เฮ้อออ!!~\" เฟรินถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อไล่ทายาทนักฆ่าเข้าห้องน้ำไปได้สำเร็จ ว่าแต่เธอเป็นอะไรไปนะ ทำไมต้องเขิน ต้องหน้าแดงด้วย กะอีแค่มันถอดเสื้อทำไมต้องอายด้วย แถมหัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะอีกต่างหาก นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่นะ เฟรินคิดในใจอย่างไม่เข้าใจตัวเอง ถึงแม้ว่าเธอจะอยู่ในร่างนี้มา 4 ปีแล้ว แต่มันก็ยังไม่คุ้นอยู่ดีนั่นแหละ



แอ๊ดดด!!~



เสียงประตูห้องน้ำถูกเปิดออก ทำให้คนกำลังคิดอะไรเพลินๆหยุดคิด ร่างของทายาทนักฆ่าเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนทุกที



\"ไปกินข้าวได้แล้ว หิว!!\" ประโยคสั้นๆดังออกมาจากปากเจ้าหญิงคนสวย ก่อนที่เจ้าหล่อนจะตวัดตัวเดินออกจากห้องไปโดยไม่คิดจะรอทายาทนักฆ่าเลยแม้แต่น้อย





------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





ก๊อก ก๊อก!!~



เสียงเคาะประตูห้องอาหารดังขึ้น ก่อนจะเปิดออกอย่างเชื่องช้า ร่างบางของหญิงสาวผู้สูงศักดิ์และร่างสูงของทายาทนักฆ่าเดินเข้ามาพร้อมกัน ทั้งคู่หยอกล้อกันมาตลอดทางอย่างสุขสนาน และดูมีความสุขไม่น้อย จนข้าราชบริพารทั้งหลายอดคิดไม่ได้ว่า องค์หญิงของพวกเขาจะเลือกทายาทนักฆ่าคนนี้แหละเป็นพระสวามี



ภายในห้องร่างของราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเดมอสนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ส่วนคาโอกับคาเรก็นั่งอยู่ทางขวามือ เฟรินยิ้มแหยๆเมื่อรู้ว่าตัวเองสายแล้ว ก่อนจะเดินไปนั่งลงทางซ้ายมือพร้อมกับคิลที่โค้งคำนับเรียบร้อยแล้ว



\"ลูกสาย\" จ้าวปิศาจเปรยออกมาอย่างลอยๆ แต่ก็ทำเอาพระธิดาสะดุ้งด้วยความตกใจ



\"คือว่าผมไปตามคิลน่ะฮะท่านพ่อ มันไม่ยอมตื่นซะที ที่มาสายก็ความผิดมัน\" เฟรินแก้ตัวพลางโยนความผิดไปให้เพื่อนรักที่นั่งอยู่ข้างๆ นัยน์เนตรสีดำราวรัตติกาลจึงหันไปมองยังคิลแทน แต่จ้าวปิศาจก็ไม่ได้เอ่ยเอื้อนอะไรออกมา อาหารถูกนำมาเสิร์ฟทันทีหลังจากที่ทุกคนนั่งที่โต๊ะครบแล้ว



\"ท่านพ่อเพคะ\" เสียงหวานที่ใช้สรรพนามอย่างที่ราชาผู้ยิ่งใหญ่คิดได้อย่างเดียวว่าต้องขออะไรอีกแน่นอนดังออกมาจากปากคนที่นั่งกินข้าวไม่พูดไม่จาอยู่นาน จ้าวปิศาจจึงหันไปมองใบหน้าหวานที่กำลังแย้มรอยยิ้มอย่างออดอ้อนอยู่ข้างๆ



\"ลูกอยากจะขออะไรเฟลิโอ่นา\" เสียงทุ้มเอ่ยถามออกมาราวกับรู้ทัน ใบหน้าหวานมุ่ยทันที



\"รู้ทันอีกแล้วนะเพคะ\" เฟรินพูดแล้วทำท่างอนน้อยๆที่มีคนรู้ทันตัวเอง



\"ก็เวลาที่ลูกพูดอย่างนี้ทีไร เป็นอันต้องมีเรื่องขอร้องทุกทีนี่นา แล้วคราวนี้เรื่องอะไรล่ะ\" เอวิเดสตอบพลางหัวเราะน้อยๆ



\"คือว่าลูกอยากจะไปคาโนวาล..........\"



\"ไม่ได้!!\" พอได้ยินคำว่า คาโนวาล ออกมาจากปากพระธิดาสุดที่รัก จ้าวปิศาจก็ลุกขึ้นทุบโต๊ะแล้วตะโกนก้องอย่างโกรธาทันที เฟรินมองพระบิดาอย่างไม่เข้าใจ ทำไมถึงห้าม แล้วดูเหมือนว่าเอวิเดสจะรู้ตัว จึงปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้เป็นปกติก่อนที่จะเอ่ยตามมาเพื่อแก้ไข



\"ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเฟลิโอน่า ไว้อีก 2 อาทิตย์เปิดเรียนค่อยไป\" เอวิเดสพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทั้งๆที่ในใจนึกอยากจะตะโกนออกไปดังก้องว่าไม่อยากให้พระธิดาสุดที่รักไปคาโนวาล เพราะรู้สถานการณ์ในเอเดนตอนนี้ดียิ่งกว่าชาวเอเดนบางคนซะอีก



\"ก็ได้เพคะ ถ้าท่านพ่อพูดอย่างนั้น\" เฟรินตอบกลับมาอย่างไม่ใส่ใจมากนัก เพราะยังไงการเดินทางไปคาโนวาลและกลับมาที่เดมอสอีกครั้งก็กินเวลามาก ถ้าหากว่าจะรอไปตอนจะเปิดเรียนแล้วเข้าโรงเรียนไปเลยคงจะดีกว่า



\"พ่ออิ่มแล้วล่ะ ขอตัวก่อนนะ\" เอวิเดสพูด แล้วลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร แต่ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป ก็เอ่ยขึ้นมาอีก



\"คิล คาโอ เดี๋ยวถ้าพวกเจ้ากินกันเสร็จแล้ว ช่วยมาหาข้าที่ห้องทำงานที\" ราชาปิศาจเอ่ยด้วยสุรเสียงราบเรียบ ถึงแม้จะสั่นเล็กน้อย แต่ก็ยังควบคุมน้ำเสียงไว้ได้เช่นเดิม แล้วประตูห้องก็ถูกปิดลง



คิลและคาโอมองหน้ากันแวบหนึ่งก่อนจะวางช้อนส้อมที่อยู่ในมือ แล้วเดินออกจากห้องอาหารโดยไม่คิดจะเอ่ยอะไรออกมา แต่ขาของทั้งสองก็หยุดชะงักเมื่อเสียงหวานดังขึ้น



\"พวกนายอิ่มกันแล้วหรอ\"



\"เอ่อ..อิ่มแล้ว!!\" ทั้งสองตอบออกมาพร้อมกัน แล้วรีบเดินออกจากห้องไปทันทีด้วยความกลัวว่าเธอจะรู้ตัวแล้วบังคับให้พวกเขาพูดออกมา เฟรินมองประตูที่ปิดลงอย่างประหลาดใจ



\"แปลก...\" เปรยออกมาเบาๆ แล้วกินอาหารต่ออย่างไม่นึกจะสนใจสองคนที่เพิ่งออกไปอีกเลย หลังจากทานอาหารเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เฟรินกับคาเรก็ออกไปเล่นที่สวนกัน





------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ก๊อก ก๊อก!!



เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนจะถูกเปิดออกโดยสองหนุ่ม ทายาทนักฆ่าและผู้วิเศษแห่งคาโนวาล ร่างสูงของราชันย์แห่งเดมอสประทับอยู่บนโซฟาตัวโปรดข้างๆเตาพิง พระพักตร์ตึงเครียดอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก นัยน์เนตรฉายแวววิตกกังวลเต็มที่ แต่มันก็ดูว่างเปล่าเสียจนหน้ากลัวเช่นเดียวกัน ทั้งสองจึงเดินไปนั่งลงที่โซฟาตัวที่อยู่ตรงกันข้ามอย่างแผ่วเบา



\"ฝ่าบาทเรียกพวกหม่อมฉันมาพบ มีเหตุอันใดหรือพระเจ้าค่ะ\" คาโอเอ่ยถามออกมาอย่างเป็นงานเป็นการ



\"ที่ข้าเรียกพวกเจ้ามาพบก็เพราะมีเรื่องอยากจะให้พวกเจ้าทำซักหน่อย\" จ้าวปิศาจตรัสด้วยสุรเสียงราบเรียบแต่ก็ยังแฝงไปด้วยความกังวลที่มีอยู่เต็มหัวใจ



\"เรื่องอะไรหรือพระเจ้าค่ะ\" คิลถามขึ้นมาบ้าง จะมีสิ่งใดที่พวกเขาสามารถทำได้ มันคงจะเป็นเรื่องที่ยากจริงๆเพราะขนาดจ้าวปิศาจเอวิเดสพูดยิ่งใหญ่ยังทำไมได้ แล้วคนอย่างพวกเขาจะทำได้อย่างไร



\"ข้าอยากพวกเจ้ากลับไปที่เอเดนเพื่อสืบข่าวคาวว่าช่วงนี้เอเดนเป็นอย่างไรบ้าง เพราะเท่าที่ข้ารู้มาสถานการณ์ในเอเดนตอนนี้ไม่สู้ดีนัก ข้าไม่อยากเฟลิโอน่าและคาเรเดินทางไปเอเดนอย่างไม่ปลอดภัย\" จ้าวปิศาจตรัส พระพักตร์เริ่มหายตึงเครียดขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังแฝงไปด้วยความเป็นห่วงลูกสาวและหลานชายที่ต้องเดินทางไปเอเดนอย่างจับใจ



\"ได้พระเจ้าค่ะ พวกหม่อมฉันจะลองไปสืบข่าวมาให้\"คาโอตอบกลับมา เขาเพิ่งจะเข้าใจเดี๋ยวนี้เอง เอเดนที่เมื่อ 2-3 วันก่อนที่จะจากมายังสงบสุขอยู่ แต่อย่างว่าจิตใจของมนุษย์นั้นยากแท้ยั่งถึง สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อาจเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น ที่เรื่องราววุ่นวายต่างๆจะถูกปลุกขึ้นมาอีก ความเดือดร้อนทุกข์ยากย่อมแพร่กระจายไปทั่วทุกย่อมหญ้า



\"งั้นก็ดี ขอบใจพวกเจ้ามาก อีกซัก 3-4 วันพวกเจ้าค่อยออกเดินทางแล้วกัน เพราะข้ากลัวว่าเฟลิโอน่าจะจับผิดสังเกตได้ซะก่อน ข้าจะบอกเฟลิโอน่าว่าพวกเจ้าถูกเวส ฟีลมัสเรียกกลับไปซักพักก็แล้วกัน เรื่องพาหนะเดี๋ยวข้าจะจัดหาให้เอง\" จ้าวปิศาจตรัสด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลงเรื่อยๆ เรื่องทุกข์ใจบัดนี้เริ่มจางลงไปแล้ว



\"พระเจ้าค่ะ ถ้าฝ่าบาทไม่มีอะไรอีกแล้ว พวกหม่อมฉันก็ขอตัวพระเจ้าค่ะ\" คิลพูดแล้วลุกขึ้นจากโซฟาทันที แต่เสียงของราชาผู้ยิ่งใหญ่ก็ดังขัดขึ้นซะก่อน



\"เดี๋ยว!! ข้ามีอีกเรื่อง\"



\"มีอะไรอีกหรือพระเจ้าค่ะ\" คิลถามด้วยความสงสัย นอกจากเรื่องจะให้ไปสืบข่าวแล้วยังจะมีอะไรที่พวกเขาทำได้งั้นหรอ



\"ข้าอยากให้พวกเจ้าพาตัวคนๆหนึ่งกลับมาด้วย\" จ้าวปิศาจตรัสด้วยน้ำเสียงมาดมั่น คนๆนั้น คนที่อาจจะช่วยแก้ไขเรื่องยุ่งยากทั้งหมดนี้ออกไปได้ คนที่รอบรู้ดั่งจอมปราญ์ผู้ยิ่งใหญ่..



\"ใครหรือพระเจ้าค่ะ\" คาโอถามออกมาอย่างสงสัย ใครกันนะที่สำคัญขนาดที่ราชันย์แห่งเดมอสต้องการพบตัวในยามที่ท่านกลัดกลุ้มถึงเพียงนี้ คนๆนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน



\"โร เซวาเรส...........\"





--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





พระอาทิตย์เริ่มเคลื่อนลงต่ำลงเรื่อยๆจนเกือบจะลาลับขอบฟ้าไปแล้ว เหล่าวิหคต่างพากันบินกลับรัง ท้องฟาสีฟ้าสวยในยามกลางวันแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อนแลดูงามตา ร้านค้าต่างๆเริ่มปิดทำการ ผู้คนที่เคยเดินพลุกพล่านกันตามถนนก็กลับเข้าบ้านไปจนหมด ทุกกิจกรรมของวันดูจะสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ หากแต่ยังมีร่างบางและร่างเล็กที่อยู่ในสวนด้านหลังพระราชวังแห่งเดมอสที่ยังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเช่นเดิม



เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขดังคละเคล้าไปกับธรรมชาติยามเย็นที่สวยงาม ร่างบางของหญิงสาวทรุดตัวนั่งลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยหลังจากวิ่งจับเด็กน้อยที่ไม่รู้ว่าเอาแรงจากไหนมาวิ่งหนีเธอ



\"ท่านแม่เหนื่อยแล้วหรอฮะ\" เสียงใสเจื้อยแจ้วถามมา ก่อนที่ร่างเล็กจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ



\"เหนื่อยแล้วสิ คาเรยังไม่เหนื่อยหรอ\" เฟรินถาม เสียงหอบหายใจยังคงดังต่อไปเรื่อยๆอย่างเหนื่อยล้า



\"ยังเลยฮะ\" เด็กชายตอบกลับมา เฟรินมองหน้าเขาเล็กน้อยก่อนจะดึงร่างเล็กเข้ามาสวมกอดอย่างเอ็นดู เธอคงจะหมดวัยที่จะวิ่งไล่จับแล้วจริงๆ อายุก็ 20 แล้วนี่นา ร่างกายที่แต่ก่อนมีเรี่ยวแรงมากมายก็ไม่มีอยู่แล้ว กลับไปร่างบอบบางนี่มาแทน คิดแล้วก็อยากได้แหวนเหลือเกิน



\"องค์หญิงพระเจ้าค่ะ ได้เวลาทานอาหารเย็นแล้วพระเจ้าค่ะ\" เสียงของโกโดม โคมุสดังขึ้น ก่อนที่ร่างเล้ฏๆของมันจะปรากฏตัวอยู่ข้างหน้าเฟริน มันยังคงสวมชุดเต็มยศเช่นเคย เธอเคยถามมันครั้งหนึ่งว่าไม่หนักบ้างหรอ สวมไว้อย่างนั้นน่ะ แต่คำตอบที่ได้กลับมานี่สิ ทำเอาเธอล้มลงไปนอนหัวเราะบนพื้นเชียวล่ะ



\"รู้แล้ว ไปกันเถอะคาเร\" เฟรินตอบรับกลับไป แล้วลุกขึ้นจากพื้น เดินจูงมือเด็กน้อยเข้าไปข้างในพระราชวัง โดยมีเจ้ากวางขาสั้นวิ่งตามไปอย่างสุดกำลังที่ขาสั้นๆของมันจะทำได้



เมื่อเฟรินและคาเรไปถึงห้องอาหาร เอวิเดส คาโอ และคิลก็นั่งรออยู่ก่อนแล้ว เฟรินจึงเดินไปนั่งลงที่เดียวกันกับเมื่อเช้า ส่วนคาเรก็ไปนั่งข้างๆคาโอเหมือนเดิม



\"เล่นซะเหงื่อออกเยอะเลยนะ\" เอวิเดสเปรยออกมาพลางกลั้วหัวเราะอแย่งนึกเอ็นดูพระธิดาที่โตแล้วยังทำตัวเหมือนเด็กและหลานชายคนโปรด



\"ท่านตาฮะ พรุ่งนี้ผมกับท่านแม่ไปเที่ยวที่ภูเขาไฟโลกันต์ได้รึเปล่าฮะ\" คาเรเอ่ยถามเสียงใส เอวิเดสมองหลานชานอย่างชั่งใจ ใจหนึ่งก็นึกเป็นห่วงกลัวว่าจะเป็นอะไรขึ้นมา อีกใจก็อยากให้ไปเพราะรู้ว่ายังไงที่นั่นก็ยังมีเกรเซอร์อยู่ คงจะไม่เป็นไรหรอกมั้ง



\"ได้สิ ถ้าคาเรอยากไปก็ไปได้ แต่ว่าห้ามค้างนะ ต้องไปแล้วกลับภายในวันนั้น\" เอวิเดสพูดแล้วเริ่มลงเมื่อกินอาหารที่ถูกนำมาเสิร์ฟเมื่อครู่



\"ขอบคุณฮะท่านตา\" คาเรกล่าวขอบคุณอย่างดีใจ แล้วเริ่มลงเมื่อกินอาหารบ้าง เขาเริ่มจะชินกับอาหารมังสวิรัตบ้างแล้ว ท่านแม่กับท่านตาของเขากินอย่างนี้ แต่ลุงคิลกับท่านพี่ยังกินเนื้อสัตว์อยู่ ท่านแม่บอกว่าการที่ไม่กินเนื้อคือการที่ไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น ซึ่งเขาก็เห็นด้วยอย่างมาก



หลังจากการรับประทานอาหารเสร็จสิ้นลง ทุกคนต่างก็แยกย้ายกลับไปพัดที่ห้องของตัวเอง มีเรื่องให้คิดมากมาย มากเกินกว่าที่จะมีใครปิดตาลง คนที่ไม่เรื่องให้คิดเลยคงจะไม่เว้นเจ้าตัวยุ่งที่ไม่คิดอะไรมากอยู่แล้ว กับคาเรที่ยังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่





----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





หลังจากที่เฟรินกับคาเรตะลอนไปเที่ยวที่นู่นที่นี่ไปทั่วเดมอสอยู่หลายอาทิตย์ นี่ก็ผ่านไปเดือนกว่าแล้วหลังจากที่จากเอเดนมา คิลและคาโอยังคงไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ จากกำหนดการที่ต้องไปสืบข่าวเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน กลับถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เมื่อเฟรินลากทั้งสองไปด้วยแทบจะทุกที่ๆย่างก้าวก็ว่าได้ ราวกับรู้ว่าพวกเขาจะต้องกลับไปที่เอเดน แต่ในเมื่อการทัวร์จบลง มันคงจะเป็นโอกาสดีในการเดินทางเสียที ถ้าไม่ไปตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะไปตอนไหนแล้ว เพราะอีกแค่เดือนกว่าเท่านั้น โรงเรียนพระราชาเอดินเบิร์กก็จะเปิดภาคเรียนแล้ว



ส่วนทางเอเดนตอนนี้สถานการณ์กำลังขับขัน กำลังพลถูกเคลื่อนย้ายอย่างเงียบเชียบราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ประชาชนยังใช้ชีวิตเช่นเดิม แต่แผ่นดินกำลังจะลุกเป็นไฟ..!! เหตุการณ์ดูจะย่ำแย่ขึ้นทุกที เมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้วโรมันกับลิบราประกาศสงครามกันเพียงเพราะการแบ่งแยกพื้นที่ไม่ลงรอยซึ่งมันน่าแปลกมากที่ประเทศรักสงบทั้งสองจะทำสงครามเพียงเพราะเรื่องเล็กๆแค่นี้ พอมากลางสัปดาห์ฟรานซ์กับไนล์ก็ประกาศสงครามอีก ซึ่งสาเหตุก็ไม่พ้นเรื่องเล็กๆน้อยๆอีกเช่นเคย



สภาพการณ์ในเอเดนเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ ประเทศเล็กๆถูกแทรงแซงโดยกลุ่มคนที่หวังให้เกิดสงครามและความแตกแยก ประเทศใหญ่ๆถึงแม้จะได้รับผลกระทบไม่มาก แต่หากว่าสงครามขยายวงกว้างขึ้น ก็คงจะแย่เหมือนกัน และด้วยสงครามที่กำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องนี้กลับกลายมาเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เจ้าหญิงเรนอนตัดสินใจเร็วขึ้น ด้วยกลัวที่คาโนวาลจะต้องทำสงครามขึ้นมาบ้าง



นัยน์ตาสีม่วงคู่สวยมองทอดภายกระจกบนหอคอยสูงออกไปยังพื้นดินเบื้องล่าง ในยามเช้าเช่นนี้ประชาชนกำลังจับจ่ายซื้อของกันอย่างสงบสุขเฉกเช่นทุกวัน ถ้าหากว่าสงครามจะต้องเกิดขึ้น ภาพเหล่านี้คงจะไม่มีเหลืออีกแล้ว เธอคิดมันมานานแล้ว คิดมานานมาก มากจนไม่รู้ว่าเธอกลายเป็นคนที่ลังเลที่จะทำสิ่งที่ถูกอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้าหากว่าเสียสละเธอเพียงคนเดียวแล้วทำให้สงครามนี้สงบลง เธอก็ยินดี ไปอย่างนัยน์ตาสีม่วงไหววูบเล็กน้อย ก่อนจะมั่นคงราวกับว่าตัดสินใจดีแล้ว ขาเรียวก้าวยาวออกจากห้องไม่คิดเหลียวกลับมามอง



ก๊อก ก๊อก!!



เสียงเคาะประตูดังขึ้น คิงบาโรจึงละนัยน์เนตรจากงานเบื้องหน้าขึ้นมามอง พระพักตร์ไม่ฉายแววใดๆททั้งสิ้น ประตูถูกเปิดออกพร้อมกับร่างบางของผู้มีศักดิ์เป็นหลานสาวเดินเข้ามาในห้อง ใบหน้าหวานบ่งบอกถึงความมาดมั่นที่จางหายไปเสียนาน นัยน์ตาสีม่วงสวยมั่นคง เธอนั่งลงบนเก้าอี้นวมตัวตรงข้ามกับโต๊ะ



\"มาหาลุงมีอะไรหรอเรนอน\" คิงบาโรตรัสถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขารู้ดีไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าเธอมาหาเขาทำไม แต่มันยากที่จะทำใจให้ยอมรับได้ มันยากจริงๆ



\"เรื่องนั้นน่ะค่ะท่านลุง เรนอนตกลงค่ะ เรนอนจะแต่งงานกับเจ้าชายแห่งสกอร์ปิโอ\" เรนอนตอบด้วยความมั่นใจ หากจะมีครั้งไหนที่เธอจะแน่ใจในสิ่งที่ตัวเองคิดดีแล้ว ก็คงจะมีครั้งนี้แหละที่เธอคิดว่าเธอทำถูกแล้ว เธอยอมเป็นคนทรยศ หักหลัง ดีกว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว



\"หลานแน่ใจแล้วหรอเรนอน เรื่องนี้มันเกี่ยวกับชีวิตหลานทั้งชีวิตนะ หลานจะมีความสุขหรอถ้าได้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก หลานจะมีความสุขหรอหากจะต้องฝืนใจ โกหกใจของตัวเอง\" คิงบาโรตรัสถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงอย่างมาก



\"แน่ใจค่ะท่านลุง เรนอนไม่เคยคิดเปลี่ยนใจ ตอบตกลงฝั่งนั้นได้เลยนะคะ งานอยากจะให้จัดขึ้นในอีก 2 อาทิตย์ข้างหน้าค่ะ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ยิ่งเร็วยิ่งดี.......\" เธอเอ่ยเสร็จแล้วเดินออกจากห้องไป คำพูดต่อท้ายที่ยังพูดไม่จบ คำพูโสุดท้ายที่ยังค้างคาอยู่ในใจ \'ก่อนที่คุณคิลจะกลับมา\'



ชื่อชายผู้เป็นที่รักยิ่งดังกึกก้องอยู่ในหัว พร้อมกับคำบอกรักของเขาที่มอบให้แก่เธอ หยาดน้ำตาเม็ดเล็กๆผุดขึ้นที่ขอบตา ก่อนจะร่วงไหลลงมาอาบแก้มเนียนขาว ร่างบางทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง อยากจะเจอเหลือเกิน อยากเจอหน้าเหลือเกิน คนๆนั้นที่อยู่ห่างไกลแสนไกล คนๆนั้นที่คิดถึงเสมอ คนๆนั้นที่รักที่สุด พลันเปลือกตาก็หนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆจนปิดสนิทไปในที่สุด..!!





...................................................................................................................................................................................





อัพแล้วค่า  100% แล้ว เย้!! ดีใจจังเลย



แล้วคิลจะมาช่วยเรนอนได้มั้ยเนี่ย หรือว่าเรนอนต้องแต่งงานจริงๆ ฮืออๆๆ อย่าน้า!!~



ถ้าอยากรู้ต้องรอตอนหน้านะคะ



ส่วนตอนพิเศษคิดว่าจาลงให้พรุ่งนี้ค่ะ



รักคนอ่านมากมาย แต่คนอ่านจะรักมูนมั้ยน้อ..TT^TT



>>ประกาศผลโหวตค่ะ<< [แค่ก แค่กๆๆ]



สรุปคือเป็นคู่ของลอเรนซ์กับลูคัสนะคะ ^^

    





                                                                                        >>Minnie~Moonie<<





353 ความคิดเห็น

  1. #345 TaiNawansa (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 00:02
    อยากเชียร์คิลxเฟรินนะ ชอบ
    #345
    0
  2. #335 mybook (@melovebook) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2555 / 20:07
    สงสารเรนอน
    #335
    0
  3. #325 Helena. (@mint-fah) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2555 / 00:37
    สงสารเรนอนจังเลย
    #325
    0