นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย ♥ OS | Rose |Viken

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 พ.ค. 60 / 18:08


Sf •Raken 



You’re my rose.
 
 __________
 
                    หลังจากจบโปรโมทอัลบั้มThe Closer ทุกๆคนก็ได้พักผ่อนกันไปบ้าง แต่ผมยังคงเดินหน้าทำเพลงในอัลบั้มเดี่ยวต่อไปด้วยความฝันและความรักในเพลงฮิปฮอบ แต่ว่า…
 

“ฮัลโหลฮยอง มาหาผมหน่อยได้ไหม ตอนนี้หรอ...อยู่ที่ห้องทำเพลง”

 
                    ผมกดวางสายก่อนจะจ้องมองรูปภาพบนหน้าจอโทรศัพท์ที่ค้างแอปพลิเคชั่นอินสตาแกรมไว้ เขาน่ารักจริงๆนั่นแหละ ก็เขาเป็นเมนโวคอลที่น่ารักของวงเรานี่นะ

 
“วอนชิกอ่า”
“มาแล้วหรอครับ?”
“ฉันไปกินข้าวกับซอกจินมาเลยซื้อขนมมาฝาก ขนมแบบที่นายชอบกินเลยนะวอนชิก”
 

                    สายตาผมมองไปตามถุงที่เขาถือเข้ามา แจฮวานวางมันไว้บนโต๊ะก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวใหญ่ที่ผมพึ่งจะใช้เงินจากค่าลิขสิทธิ์ในการแต่งเพลงซื้อมา เขางอขาขึ้นมาอย่างที่ชอบทำประจำก่อนจะเอาหมอนอิงไปคั่นไว้ตรงกลางระหว่างขาเหมือนกับว่ามันเป็นหมอนข้าง

 
“นายเป็นยังไงบ้าง?”
“ไม่ถึงไหนเลยว่ะฮยอง ผมคิดอะไรไม่ออกเลย”
“ให้ช่วยอะไรไหม?”
 

                    แจฮวานฮยองมักจะแวะเข้ามาเล่นกับผมในห้องทำเพลง ซื้อขนมและมาอยู่เป็นเพื่อนบ้างบางครั้งบางคราว เขามีรอยยิ้มที่สดใสเมื่อผมได้อยู่ข้างๆเขามันทำให้มีไอเดียในการทำเพลงมากขึ้นอย่างบอกไม่ถูก บางครั้งผมก็แต่งเพลงโดยมีเขาอยู่ในความคิด ไม่รู้สิบางครั้งผมก็รู้สึกตัวเองจะตั้งใจเขียนเพลงนั่นเพื่อเขาอย่างไรอย่างนั้น เขาเดินเข้ามาบีบนวดที่ไหล่อันหนักอึ้งไปด้วยความกดดันและความเครียด ความตึงมันค่อยลดลงผ่อนคลายขึ้นเมื่อแรงบีบกดไปตามจุดคลายตัวของเส้นประสาท เขานวดได้ดีจริงๆ

 
“พวกนายพร้อมหรือยัง?”
 

                    เสียงทีมงานดังขึ้นในห้องเตรียมตัวของรายการเพลงXXXXทำให้เหล่าเมมเบอร์และผมวางสิ่งที่กำลังทำและมาเตรียมตัวเข้ากล้องอัดรายการ พวกเขามีเกมให้เราเล่นเสมอ เพื่อเอนเตอร์เทนแฟนคลับ และผมก็คิดว่ามันสนุกดี


 
“พร้อมแล้วครับ”
 

               เอ็นฮยองหันไปบอกกับทีมงานตามหน้าที่ พวกเรามายืนอยู่หน้ากล้อง ทั้งๆที่มีแค่หกคนแต่มันกลับดูคับและเต็มจอจนเราต้องเบียดกันยืน ผมเผลอคว้าร่างคนตรงหน้าเข้ามากอดอย่างชินมือด้วยการกอดจากด้านหลังแจฮวานฮยองหัวเราะและยังคงยิ้มให้กับผม และเขายิ่งชอบใจไปใหญ่เมื่อเราเล่นเกมและได้รางวัลเป็นขนมมาการอง

“ฉันว่าไอ้เครื่องนี้มันกำลังเล่นตลกกับพวกเราแน่ๆเลย”
“ให้เคนฮยองเล่นเหอะ”
 

               แจฮวานนี่พูดขึ้นหลังจากเราเล่นเครื่องจับเท็จเอาแต่ประมวลผลว่าพวกเราพูดโกหก ฮงบินจึงเสนอและยื่นเครื่องนั่นให้กับแจฮวานฮยอง เขาสอดนิ้วเข้าไปวางบนตำแหน่ง ดวงตาฉายแววกังวลขึ้นมาเล็กน้อยแม้ว่าจะยังยิ้มแย้ม เขากำลังกลัวถ้าให้ผมเดาคงกลัวเจ็บมือมากกว่า          
 
“ช่วงโปรโมท Fantasy มีเกิร์ลกรุ้ปที่เคนสนใจอยู่”
“มีครับผม!”

 
               แจฮวานตะโกนตอบอย่างมั่นใจ ไปสนใจเอาตอนไหนของเขา? ผมกอดคอเขานิ่งๆ แอบเฟลที่ได้ยินแบบนั้น ให้ตายสิ... จู่ๆก็เริ่มรู้สึกไม่ดีขึ้นมาซะอย่างนั้น แม้ว่าอีกฝั่งจะเป็นผู้หญิงก็ตามเนี่ยนะ? แต่เสียงเอื่อยๆของผมกลับหลุดออกจากปากไปเบาๆยิ่งกว่าคำกระซิบ เหมือนภาวนาซะมากกว่า
 

“ไม่เป็นความจริง”
 
 
 ตื้ดดดดด!!
 

“อ้ากกกกกก...”
 

               เครื่องจับเท็จร้องดังลั่นบอกว่าเขาโกหกพร้อมกับเสียงร้องที่ดังขึ้นเพราะความเจ็บ นั่นทำให้หัวใจผมมันโล่งอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาซะอย่างนั้น อีกอย่างแจฮวานกระชากจนแผ่นโลหะหลุดออกมาจากเครื่องนั่นเลย ทำให้ทุกคนหัวเราะลั่น เขาหันไปที่กล้องและโบกมืออย่างน่ารักพร้อมพูดคำว่าสวัสดี
 

“ที่จริงฉันจะตอบว่าไม่แต่กลัวเครื่องนี่จะบอกว่าโกหก…”
“ไม่ได้สิ นายจะโกหกไม่ได้”
 

               ฮงบินว่าเข้าเมื่อแจฮวานพึมพำๆถึงการคาดเดาของตัวเอง นั่นทำให้เมมเบอร์ต่างพากันหัวเราะ แต่เจ้าตัวกลับเถียงออกมาด้วยน้ำเสียงน่ารักอย่างใสซื่อแทน
 

“ไม่ได้ดิ  เราต้องได้กินนะมาการองนะ”


                รายการจบลงตรงที่พวกเราได้มาการองเพราะมิชชั่นคอมพลีทเอาตรงคำตอบของมักเน่ที่ดูไม่ได้น่าเชื่อถือเสียเท่าไหร่ แต่โอเค... ต้องยอมรับว่าพวกผมปิดท้ายรายการไปได้อย่างน่าสนใจและสลดไปพร้อมๆกับหน้าที่ลีดเดอร์ คิกๆ เอาเถอะตอนนี้พวกเมมเบอร์เตรียมตัวไปทำอย่างอื่นต่อ ส่วนงานของผมจบลงแล้วในวันนี้และพวกเรากำลังแต่งหน้ากัน
 
 
“พวกแกนี่ยังไงกันวะ?”
“ผม?”
 

               เอ็นฮยองถามขึ้นขณะที่ผมกำลังนั่งทำผมอยู่ข้างๆ ฮยองถามหลังจากที่ผมละสายตาออกจากเงาสะท้อนของแจฮวานฮยองในกระจก บางทีมันก็รู้ตัวแต่บางทีมันก็เผลอมองร่างสูงโปร่งนั่น เขามักโดดเด่นร่าเริงและมีสีสัน 
 

“แกสังเกตตัวเองบ้างไหมว่าเอาแต่มองแจฮวานนี่ ในรายการเมื่อกี้ก็เอาแต่กอดหมอนั่นนะ”
“แล้วฮยองมาสังเกตอะไรผมเล่า”
“ทุกคนเขาสังเกตแกหมดนั่นแหละ เนอะนูน่า”
 

               พี่สาวช่างทำผมพยักหน้าให้กับคำถามของเอ็นฮยองอย่างเห็นด้วยนั่นทำให้ผมหลุดหัวเราะออกมานิดหน่อย ไม่รู้เพราะเขินหรือเพราะถูกจับได้ซะแล้ว 
 

“ก็ไม่ยังไง ผมมองเพราะแจฮวานฮยองน่ารักดี เหมือนลูกหมาเลย”
“อ๋อ งั้นหรอ… แต่สงสัยไม่ได้มีแค่แกคนเดียวมั้งที่คิดว่าหมอนั่นน่ารัก”

 
               เอ็นฮยองพยักเพยิดหน้าให้มองคนที่เข้ามาดึงตัวแจฮวานฮยองออกไปจากห้องแต่งตัว เพื่อนต่างวงต่างค่ายที่รู้สึกจะสนิทสนมกับแจฮวานฮยองเป็นพิเศษ เขาพึ่งจะเข้ามาจูงมือคนพี่ออกไปด้านนอก

 
“ตรงนี้มีดอกไม้เหี่ยวเฉาใกล้ตายอยู่ด้วยครับ”
 


               ฮยอกมักเน่ตัวแสบพูดแทรกขึ้นทำเอาคนในห้องต่างพากันหัวเราะครืด ส่วนผมทำได้แค่ส่งสายตาอาฆาตไปให้แทน อย่าให้ถึงทีแกนะไอ้มักเน่! ฮงบินที่นั่งข้างๆก็เอาแต่หัวเราะรับมุกตลกของมักเน่ตัวแสบอย่างขำขัน
 

“ไม่ต้องคิดมากหรอก สองคนนั้นน่ะเป็นเพื่อนกันนะ”

 
               เลโอฮยองพูดขึ้นข้างๆผมโดยที่ผมไม่ทันสังเกตว่าเขาเข้ามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ น้ำเสียงของเขาดูเป็นห่วงและกังวลกับผมนิดหน่อย ผมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ก็แค่… 
 

ไม่รู้สิ ผมก็แค่หงุดหงิดนิดหน่อย
      
 
“วอนชิกอ่า … ฮยองขอนอนด้วยได้ไหม”
 

              เสียงหวานสั่นเล็กน้อยด้วยความกลัว สายตาผมละออกจากไอแพดตรงหน้าไปมองคนร่างบางที่ใส่เสื้อตัวใหญ่ๆกับกางเกงขาสั้นในแบบที่เขาชอบใส่ เขาใช้แขนพยายามโอบอุ้มตุ๊กตาตัวโปรด มือก็เอาแต่ปิดหูเอาไว้อย่างนั้น เสียงฟ้าร้องด้านนอกดังลั่นประกอบกับไฟที่ดับพรึบลงทันที สายตาผมมืดสนิทพร้อมเสียงร้องผวาของคนพี่ ร่างบางกระโดดลงบนที่นอนจนที่นอนนุ่มยุบตัวลง เป็นการระบุตำแหน่งของเขาได้เป็นอย่างดี
 

“แจฮวานฮยอง?”
“...วอนชิกอ่า ฮึก”
 

               คนพี่ทำเสียงคล้ายแกล้งสะอื้นให้ผมใจไม่ค่อยดีเล่นๆ เขาไม่ได้ร้องไห้จริงๆหรอกเพียงแค่ทำเสียงงอแงเหมือนเด็ก อันที่จริงแจฮวานฮยองไม่ชอบเสียงฟ้าร้องสักเท่าไหร่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่เขามานอนกับผมเวลาที่มีพายุเข้า แต่ครั้งนี้เมมเบอร์ทุกคนไม่อยู่หอยกเว้นผม ถึงเอ็นฮยองจะไม่อยู่แต่ฝนก็ตกได้นะครับ ฮ่าๆ
 

“ฮยอง”
 


               ผมควานมือไปยังจุดที่คิดว่าเขาควรจะอยู่ พี่เขากำลังกลัวเลยล่ะร่างบางสั่นเหมือนลูกหมาตัวน้อยๆ ประกอบกับเสียงฟ้าที่ดังลั่นอีกครั้ง ผมดึงคนตรงหน้าเข้ามากอดไว้แน่นไม่ต่างกับคนพี่ที่สะดุ้งเฮือกแทบจะกระโดดขึ้นมานั่งบนตักของผม แม้คนตรงหน้าจะตัวเล็กกว่าผมไม่เท่าไหร่ แต่ก็จมลงไปในอ้อมกอดของผมอย่างพอดี

 
“น...น่ากลัวจังแหะ”
“ไม่ต้องกลัวนะครับ”

 
               มือของผมยกลูบเลือนผมนิ่มเบาๆอย่างปลอบปะโลม เสียงหวานสั่นพอๆกับร่างกายของเขาถึงแม้ว่าแจฮวานฮยองจะพยายามทำให้มันเรียบนิ่งเหมือนไม่ได้กลัวเท่าไหร่ก็เถอะ มือเรียวคว้ากอดไปรอบต้นคอของผมเหมือนลูกลิงติดแม่เสียอย่างนั้น เรากอดกันอยู่นานจนฟ้าเริ่มสงบและไฟกลับมาใช้งานได้ เขาถึงละออกจากร่างกายของผมไป

นั่นมันน่าเสียดายนะครับ
 

“พวกนั้น(เมมเบอร์)จะเป็นยังไงกันบ้างนะ”
“คงไม่เป็นอะไรหรอก ว่าแต่พี่เถอะตัวสั่นไปหมดแล้ว”
“มันน่ากลัวนี่…”
 

               หน้าหวานซุกลงบนตุ๊กตาตัวโปรดที่เดินกอดเข้ามาเมื่อครู่ ผมดึงมันออกจากแขนของแจฮวานฮยอง แล้วโยนออกไปห่างตัวคนพี่ส่งสายตาไปมองตุ้กตาตัวนั้นที่นอนแอ้งแม้งอยู่ไม่ไกลมากเท่าไหร่ ก่อนจะเบนสายตามามองที่ผม เขามีสีหน้างุนงงเล็กน้อยก่อนที่ผมจะกระชับกอดให้แน่นขึ้นและขยับใบหน้าเข้าไปใกล้พี่เขาแล้วพูดออกมา จนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของคนตรงหน้า จมูกโด่งๆของเขาเกือบจะชนเข้าที่แก้มของผมอยู่แล้ว
 

“ทำไมล่ะ กอดผมสิ ผมหึงนะเอาแต่กอดมันอยู่ได้”
“ห...หึงอะไรกันเล่า”
“หึงอี แจฮวาน”
"เจ้าบ้า…"

 
               เขาพึมพำออกมาเบาๆ แจฮวานที่นั่งทับบนร่างของผมต้องล้มนอนตามแรงที่ผมเป็นคนดัน ร่างบางนอนราบไปกับที่นอนแม้ยังคงอยู่ในอ้อมกอดของผม แจฮวานฮยองเบียดตัวเข้ามาในอ้อมกอดของผมมากยิ่งขึ้น ตอนนี้อากาศก็เย็นพอให้คนตัวเล็กข้างหน้าผมพยายามจะหาที่อบอุ่นซุกและเป็นที่พึ่งยามเขากลัว ผมปล่อยให้คนพี่นอนซุกแบบนั้นไปแม้อีกมือจะถือโทรศัพท์เอาไว้ เขาขยับตัวยุกยิกๆอยู่ไม่นานก็นิ่งเงียบไป
 

“หลับซะแล้ว?”
 

               ผมเผลอยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู  นอนยังน่ารักเลย เขาดูสบายใจเมื่อได้นอนตรงนี้ ผมกดหน้าลงไปบนแก้มของเขาอย่างหมั่นเขี้ยว และไม่ลืมแวะทักทายริมฝีปากนุ่มสีแดงระเรื่อนั่น เขาขยับหนีผมอย่างนึกรำคาญ ฮ่าๆ น่ารักเป็นบ้า

               ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็ไม่พบเจ้าของร่างบางแล้ว แจฮวานนี่คงตื่นและออกไปทำงานหรือซ้อมละครเวทีของเขาแล้ว ผมเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ด้วยสิ มือเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มาดูอย่างเคยชิน แม้ว่ามันยังเช้าอยู่แต่ผมก็จัดแจงร่างกายและตรงไปที่ห้องทำงาน วันนี้ตารางงานไม่มีผมก็คงคลุกอยู่กับงานเพลงทั้งวัน ผมบิดขี้เกียจหลังทำเพลงไปได้เกือบครึ่ง 


Rrrrr*Rrrrr


               เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำให้ผมผงกหัวขึ้นและเอื้อมไปหยิบมาแนบที่หู ก่อนจะกรอกเสียงลงไปโดยไม่สนใจว่าเป็นใครที่โทรเข้ามา  เพราะความเหน็ดเหนื่อยที่กำลังทำให้บ่าผมรู้สึกหนัก 
 

“ฮยอง? ผมหรอ ห้องทำเพลง… ฮยองล่ะ?”
“ฉันหรอ... อยู่นี่ไงงง!!”

 
               มือเรียวเกาะที่ไหล่ทั้งสองข้างของผมก่อนจะหัวเราะร่าอย่างสนุกที่แกล้งผมได้ มือหนาบีบขยำช่วงไหล่ของผมช่วยให้ผมผ่อยคลายลง 
 

“ทำไมไม่กินอะไรเลย นายจะป่วยนะวอนชิกอา”
“ผมแค่ลืม”
 
               แจฮวานฮยองยัดเบอร์เกอร์หน้าตาน่าอร่อยลงมาในมือของผม ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้มาข้างๆกาย เรานั่งกินและคุยแลกเปลี่ยนความคิดกันหลายๆเรื่องจนอิ่มหนำ ผมก็ว่าจะทำเพลงต่ออยู่หรอกแต่ว่านะ..
 


“คิดไม่ออก เฮ้ออ”

 
               ผมทิ้งร่างกายตัวเองลงบนโซฟา ผมอาจจะเครียดเกินไปหรือเปล่านะ แจฮวานฮยองกำลังง่วนอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์ทั้งอมยิ้มและหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข.. หงุดหงิดนะ!

 
“แจฮวานฮยอง..”
“หืม ว่าไง? คิกๆ"
 
               เขาตอบผมนะ แต่ว่านะสายตาก็ไม่ละออกจากหน้าจอตรงหน้าอยู่ดี ผมลุกเดินเข้าไปก่อนจะยืนค้ำร่างบาง เขาไม่สนใจที่จะเงยหน้ามามองผมสักนิด มือข้างหนึ่งถูกค้ำไว้บนพนักโซฟาส่วนอีกข้างจัดการเชยปลายคางของแจฮวานฮยองให้เงยมามองหน้าผม 
     
 
“หืม อะไรหรอราวี่?”
 
               

               ผมไม่มีคำตอบให้กับสิ่งที่เขาถาม นั่นเพราะผมกดจูบลงไปบนปากนุ่ม มันลึกซึ้ง มันดูดดื่ม แน่ล่ะ... นั่นนะมันเป็นแค่สิ่งที่ผมคิดเท่านั้นแหละ ที่ผมทำก็แค่ผละร่างกายของตัวเองออกจากเขาและทิ้งตัวลงไปนอนบนโซฟาที่เจ้าของร่างบางนั่งอยู่ ถือวิสาสะยึดตักของเขาเอาไว้ซะเลย โทษฐานที่เอาแต่คุยโทรศัพท์ไม่สนใจผมสักนิดเดียว เมื่อผมทำแบบนั้นเขาก็วางมันลงได้เสียที แต่ผมก็ยังคงหลับตาลงเบาๆ เหนื่อยนี่น่า.... ผมก็อยากจะพักบ้างสักสองสามนาที แต่ก่อนที่ผมจะทิ้งให้ตัวเองจมลงไปกับห้วงแห่งนิทรา มือนิ่มลูบลงบนเรือนผมของผมอย่างช้าๆ มันอ่อนโยนจนน่าเคลิบเคลิ้มเลยแหละ
 

“เหนื่อยหรอครับ คุณราวี่”
“เหนื่อยสิครับ. ..”

 
               แจฮวานฮยองหัวเราะออกมาสองสามครั้ง เสียงเล็กๆนั่นน่ารักชะมัดเลย ผมอยากได้เขามาครอบครอง เก็บเอาไว้ในกระเป๋า หรือเลี้ยงไว้ที่บ้านซะจริงๆเลย
 

“นายทำงานหนักมากเลยนะ พักเถอะฉันอยู่เป็นเพื่อนเอง”
 
 
                   ไม่รู้เวลานานขนาดไหนที่หลับ แจฮวานยังคงอยู่เป็นเพื่อนผมแบบที่เขาบอก เพียงแต่เจ้าตัวเองก็คงเผลอหลับลงไปด้วยเหมือนกัน เจ้าของใบหน้าหวานกำลังสัปหงกจนศีรษะจะทิ่มลงมาโดนใบหน้าผม นั่นทำให้ผมหลุดขำออกมาเบาๆ ก่อนจะยกตัวเองออกจากตักกว้าง  จับร่างกายนั่นเอนนอนลงบนโซฟาในท่าทางสบายๆ หยิบผ้าห่มที่อยู่ไม่ไกลมาห่มคลุมให้อย่างนึกเป็นห่วง
 

“ฮยองนอนเก่งกว่าผมอีกนะ”
 


               ผมจูบไปที่หน้าผากของเขาโดยที่ไม่ให้เขารู้ตัวเลยสักนิด แต่ก็จะโทษเขาไม่ได้แจฮวานเองก็งานเยอะเป็นบ้า ได้พักผ่อนบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ ดีไม่ดีเขาเองนั่นแหละที่ทำงานหนักมากกว่าผมเสียอีก ผมรู้สึกดีทุกครั้งที่เห็นพวกเขา(เมมเบอร์)นอนหลับอย่างไม่เป็นกังวลนะ แต่บางครั้งผมก็ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรของเขา ฮยองจะชอบผมบ้างหรือเปล่ายังไม่รู้เลย เหมือนกับว่าทุกอย่างที่เราทำให้กันมันเป็นเรื่องปกติกันไปซะแล้ว ดูแลกัน ใส่ใจกัน หรือแม้แต่... ที่ผมแอบจูบเขาบ่อยๆ
 

ยอมรับ... ว่าชอบ มากพอที่จะไม่ต้องโกหกเลย

 
               ยอมรับตรงนี้เลยแบบมั่นใจมากเท่าที่ชีวิตจะเคยมั่นใจได้ ผมชอบแจฮวานฮยอง ไม่ต้องพูดใครๆก็รู้แล้วหรือเปล่า ผมชัดเจนกับเขาขนาดนี้ ไม่ต้องมีคำพูดมาเป็นตัววัดความจริงใจจากผมเลยด้วยซ้ำ ผมไม่เคยปฏิเสธว่าชอบเขา และไม่เคยปฏิบัติอย่างคนไม่ชอบกันด้วย
 

“ถ้าฮยองชอบผมได้สักครึ่งหนึ่งของที่ผมชอบฮยองบ้างก็คงดี”

 
               มือผมวางลงไปบนเรือนผมนิ่มและออกแรงลูบมันเพียงเบาๆ เจ้าของร่างขยับกายเล็กน้อย ผมยกยิ้มออกมา 

"วอนชิกอ่าา"
"....."
"วอนชิกกก!"
"....."
"วอนชิ้กกกกกกก!"
"ครับ?"


               เพราะราวี่กำลังสนใจและจมดิ่งไปกับการทำเพลง กว่าเคนจะเรียกจนเขาหันมาตอบสนองได้ก็ปาไปสามสี่ครั้ง เคนตีหน้ามุ่ยนิดหน่อยที่เขาไม่ได้รับความสนใจ ใบหน้าหวานทำปากยู่อย่างน่ารักใส่คนตรงหน้า 


"ตื่นแล้วหรอครับ ?"
"อื้ม"
"พี่พร้อมจะไกด์เสียงให้ผมหน่อยได้ไหม?"
"ได้สิ"



               เคนลุกขึ้นบิดร่างกายไปมาเพื่อไล่ความเมื่อยและอ่อนเพลียที่เกาะอยู่บนร่างกาย ก่อนขะไกด์เสียงเขาจะต้องได้อ่านเพลงและร้องคลอทำนองที่ราวี่ทำเสียก่อน เคนหย่อนตัวลงบนเก้าอี้สำนักงานอีกตัวข้างๆราวี่ เขาส่งกระดาษที่เขียนเนื้อไว้ลวกๆมาให้


You're my rose
แม้จะถูกทิ่มแทงด้วยหนามของเธอ ฉันก็เต็มใจ
You're my rose
ถ้าได้ครอบครองเธอ บาดแผลนั้นฉันจะรับมือเอง
เอาเถอะ ถึงแม้ว่าเธอ
จะทำให้ฉันเจ็บปวดไปทั้งวันก็ไม่เป็นไร
ถ้าได้กุมเธอไว้ด้วยมือของฉัน ไม่ว่าอะไรก็โอเคทั้งนั้น

Rose oh rose girl you are my rose

Girl you are my rose




"โอ๊ะ ฉันชอบมันนะ"
"ผมเขียนมาเพื่อใครบางคน"
"ฮอล... คนๆนั้นทำให้นายครอบครองไม่ได้หรอ?"


          ราวี่ส่ายหัวให้กับคำถาม เขาไม่รู้ว่าจะเรียกมันว่าอะไร เคนไม่ได้ปิดกั้น แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเปิดรับเขาไหม ทำนองเพลงเปิดคลอให้กับเคน เสียใสๆกำลังร้องเพลงนี้ออกมา แล้วมันฟังดูดีทีเดียว


"งั้นฮยองลองฟังนี่หน่อยนะ..."
"ได้สิ"



ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอออกเล็กน้อย
ดวงตาเปล่งประกายทุกครั้งที่กระพริบตา
ราวกับคริสตัลสีน้ำตาล
ผู้ชายคนอื่นจะว่ายังไง เธอไม่ต้องไปสนใจ 
ค่อยๆ ส่งมาให้ฉัน ส่งสายตายั่วยวนมาให้ฉันสิ

ใช่ ฉันอยากรู้จักเธอ
แต่กลัวว่าเมื่อได้สัมผัสแล้วเธอจะหายไป
จึงทำได้เพียง
ลูบไล้ด้วยตา และเกลี้ยกล่อม
ศักดิ์ศรีอันหยิ่งยโสของตัวเอง
ช่องว่างแห่งความเหงานั้น
เธอเหมาะสมที่จะเข้ามาเติมเต็ม

เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น
ฉันจึงก้าวเข้าไปหาเธอ
ฉันถูกดึงดูดเข้าไป
มุมมองของฉันแคบลง
ดอกกุหลาบที่เปล่งประกายสีแดง
ฉันจับเธอไว้แน่น และถูกหนามของเธอทิ่มแทง
แม้จะต้องเจ็บปวด ฉันก็อยากจะกอดเธอไว้



               ราวี่มองเคนไปด้วยในขณะที่ออกเสียงแรปเป็นจังหวะ เพียงแค่ความหมายคงไม่ทำให้เคนรู้สึกเห่อร้อนบนใบหน้าได้ ราวี่มองลึกเข้ามาในดวงตาของเขาอย่างมีความหมาย มือหนาที่ลูบอยู่ข้างแก้มประครองกรอบหน้าอย่างถนอม สัมผัสผิวเขาอย่างอ่อนโยน และขยับใบหน้าเข้ามาก่อนกดจูบลงเบาๆบนริมฝีปากของเคน


"ผมรักเคนฮยอง"
"ฉ...ฉันกลับก่อนนะ"

     
               ช็อค.... เคนรีบลุกและออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ราวี่ถึงกับนั่งคอตกเหมือนกับถูกปฏิเสธทางอ้อม เขากำลังจะอกหักสินะ.. เคนปฏิเสธเขางั้นหรอ? ร่างสูงคิดไม่ตกด้วยซ้ำ เขาเอาแต่คิดเรื่องของเคนจนแทบจะทำเพลงต่อไปไม่ได้ คืนนั้นทั้งคืนเขาก็เอาแต่นั่งเพลงจนไม่ได้กลับไปที่หอ
หลายวันได้แล้วล่ะมั้งที่เขาไม่ได้เจอเคน แต่ก็เป็นวันที่ค่อนข้างทำงานอย่างหนัก แม้แต่คาทกคนพี่ก็ยังไม่อ่านและไม่ตอบเขา 



"เพลงนี้ดีนะ ถ้าเป็นเสียงของแจฮวาน ฉันว่ามันต้องดีแน่..."


               หนึ่งในผู้ร่วมทำเพลงพูดขึ้นหลังจากผมนำเพลงไปให้พวกเขาฟัง ก็อยากอยู่หรอกนะ... แต่ติดต่อไม่ได้นี่และ เขาอาจไม่อยากเจอกันแล้วก็ได้ 


"พึ่งจะกลับมาเอาตอนนี้เนี่ยนะ?"
"ทำงานนะครับ"
     


               พอเข้าหอมาฮงบินก็ทักขึ้นเป็นคนแรก เขากำลังจะออกไป สงสัยว่าจะไปทำงาน ผมเดินตรงเข้าไปในห้องนอนตัวเองก่อน ประตูที่เปิดไว้ทำให้รู้ว่าฮยอกยังอยู่ด้านใน แต่เสียงที่คุ้นเคยทำให้เท้าผมหยุดอยู่ตรงหน้าประตู


"เคนฮยอง ฮ่าๆ ผมจะไปทำงานแล้วนะ ปล่อยได้แล้ว"
"งื้อ  นายก็จะทิ้งฉันหรอเด็กไม่ดีㅠ ㅠ"
"เดี๋ยวผมรีบกลับมา โอเคนะ"


               พวกเขากอดกันด้วยล่ะ นั่นทำให้ผมชาไปทั้งตัวเลยก็ว่าได้ ที่เขาปฏิเสธเพราะแบบนี้อย่างนั้นหรอ? เคนฮยองกับซังฮยอก? ก่อนที่ในหัวผมจะตีกันวุ่นวาย มักเน่ของวงก็ก้าวออกมาพอดี 


"กลับมาแล้วหรอครับ?"
"อ่า.. พวกนาย?"
"ผมต้องรีบไปทำงาน งั้นคืนนี้ค่อยคุยกันนะครับ"


               ฮยอกก้าวเท้าไวๆวิ่งตามฮงบินไปทันที เขาต้องไปถ่ายรายการเล่นเกมกับมอนส์ต้าเอ็กซ์ แล้วอีกอย่างเขาก็ทิ้งระเบิดไว้ให้เคนเก็บกู้แล้วด้วย ถือว่าเป็นอันจบงาน


"..."


               หลังจากแน่ใจว่าไม่มีเมมเบอร์อยู่ในหอแล้ว ราวี่เดินเข้าไปเผชิญหน้ากับคนด้านใน เคนดูตกใจนิดหน่อยที่เห็นเขา แขนเรียวที่กอดตุ้กตาเอาไว้ถึงกับปล่อยมันกลิ้งลงมาที่พื้น ราวี่ก้มลงไปเก็บมันขึ้นมาก่อนจะส่งคืนให้เคน จนลืมมองไปเลยว่าตุ้กตาตัวนั้นมันเป็นของเขาเอง


"ถ้าจะจู๋จี๋กันก็ไปทำที่ห้องพี่สิ นี่มันเตียงผมนะ"


               เสียงทุ้มตีเรียบแสดงออกชัดว่ากำลังโกรธ ความรู้สึกเจ็บตีขึ้นอยู่ทั่วอก สมองปนะมวลผลแต่คำหยาบคาย อยากจะสบถใส่หน้าคนตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอด หึงจนจะบ้าตายอยู่แล้ว หวงจนอยากจะเดินไปล็อคประตูห้องไม่ให้เคนออกไปไหน เสียใจจนอยากจะร้องไห้ให้เขาเห็นไปเลย


"ฮยองถ้าไม่ได้ชอบผม ก็พูดออกมาตรงๆเลย อย่ามาทำให้มันค้างคากันดีกว่า"
"ฉันไม่.. ไม่รู้สิวอนชิก สับสนไปหมดเลย"



               เขาขมวดคิ้วและแสดงออกสีหย้าว่ากังวลอย่างเห็นได้ชัด รอยยิ้มที่มีก่อนหน้านี้ก็หายไป เหมือนร่างบางแบกความรู้สึกอะไรสักอย่างไว้บนบ่า


"งั้นผมไป"
"ไม่เอา!"


               มือเล็กคว้าไว้ที่ชายเสื้อยืดของราวี่ จนมันถูกดึงยืดและก็ยืนกันอยู่อย่างนั้นอีกหลายนาที ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกา ปากอิ่มกัดงับกันไว้ราวกับกำบังกลั้นใจจะพูดบางสิ่งออกมา 


"ฉันว่า..."
"ผมจะไปอาบน้ำ แล้วเดี๋ยวออกมาเราจะคุยกัน"
"..."
"เว้นแต่ว่าพี่จะออกไปจากห้องของผม แล้วหลังจากนั้นเราจะไม่คุยเรื่องนี้กันอีก ผมจะทำเป็นลืมๆมันไปซะ"


               ราวี่แกะฝ่ามือของเคนออกจากเสื้อของเขา ร่างสูงถอดมันออกแล้วเขวี้ยงใส่ลงในตระกร้าไม่ไกล ผ้าขนหนูผืนใหญ่ถูกคว้าติดมือไปด้ว
ย เขาอาบน้ำนานกว่าปกติพอควร ในหัวก็เอาแต่คิดถึงอีกคนด้านใน ถ้ากลับไปแล้วเคนไม่อยู่เขาก็จะถือว่าคนพี่ปฏิเสธเขาแล้วจริงๆ เขาก็คงไม่หวังอะไรอีกแล้ว... 

               ฟักบัวถูกปิดลง ผ้าขนหนูผืนใหญ่ถูกพันรอยสอบเอวแกร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ผิวสีแทนคล้ายคนเล่นกีฬากลางแจ้งไม่คล้ำมากและไม่ขาวไปของเขาดูดีแม้กระทั่งจะถูกเกาะไปด้วยหยดน้ำ  ขายาวก้าวออกจากห้องน้ำด้วยหัวใจอันหนักอึ้ง ประตูห้องนอนเขาถูกปิดเอาไว้ ยิ่งทำให้ลุ้นว่าคนพี่ยังอยู่หรือเปล่า ลูกบิดถูกกดลงและพลักประตูไปด้านหน้าช้าๆ 


"....."


                 มือหนาปิดประตูลงเบาๆก่อนจะลงกลอนล็อคประตูไว้ด้วย เขาแทบไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าเคนยังคงนั่งอยู่บนเตียงของเขาเอง ราวี่ก้าวท้าวเร็วๆตรงเข้าไปหาเป้าหมายที่กำลังจะหลบสายตาของเขาอีกครั้ง


"เพราะเอ็นฮยองคิดว่าเราโกรธกัน เขาให้ฉันมาเคลียกับนายตามกฎ..."
"ไม่พูดถึงคนอื่นตอนอยู่กับผมสิครับฮยอง"


               ราวี่หย่อนตัวลงนั่งข้างๆเคน นิ้วเรียวของเขาถูกแตะเบาๆลงบนริมฝีปากเคนที่กำลังพูดอ้างว่าทำไมเขาไม่ลุกออกจากห้องนี้ไปเสีย แล้วไม่ต้องคุยเรื่องพวกนี้อีก


"ฮยองเองก็รู้อยู่แล้วว่าเราไม่ได้โกรธกัน อย่าอ้างเลยครับ"
"มันยากจัง"


               เคนหลับตาลงช้าๆ มือของเขาส่งไปกุมมือหนาของราวี่ก่อนจะเลื่อนมันขึ้นมาแนบกับแก้มของตัวเอง ฝ่ามือนุ่มของราวี่แนบชิดเบาๆที่แก้มใสและริมฝีปากอิ่มนิ่ม ดวงตากลมสีน้ำตาลลืมขึ้นสบสายตากับเขาบ้าง


"ถ้ามันยาก ฮยองคงไม่อยู่รอผมออกมาหรอกครับ"


               ต้นคอขาวถูกคว้าเข้ามาเพื่อรับจูบของราวี่ เขากดเม้มริมฝีปากตัวเองลงบนริมฝีปากของเคน ดูดดึงเบาๆจนเกิดเสียง ทั้งคู่ปฏิเสธไม่ได้ด้วยซ้ำว่ากำลังเอียงใบหน้าเพื่อรับสัมผัสที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ปลายลิ้นร้อนคลอเคลียกันไม่ห่างในโพลงปากนุ่ม ก่อนทั้งสองจะถอนจูบออกจากกันช้าๆ 


"ผมรักพี่"


                   ผมก็ยังยืนยันคำเดิม ต่อให้มันต้องเจ็บอีกเท่าไหร่ จะถูกปฏิเสธอีกแค่ไหน เขาก็เป็นคนที่ทำให้ผมยอมเจ็บปวดได้อยู่ดี ต่อให้จะมีบาดแผลสักเท่าไหร่ ผมก็ยอม เพราะเขา...
เคนฮยองไม่ตอบเขากลับคลานขึ้นมาคร่อมลงบนตัวของผม มือนุ่มของเขาสัมผัสลงบนกรอบหน้าของผมเบาๆ ใบหน้สหวานเลื่อนเข้ามาใกล้ก่อนกดจูบเบาๆที่ริมฝีปากของผม
ไม่ต้องมีคำพูดใดๆ จูบหนักๆซ้ำๆที่ริมฝีปากกำลังบอกผม เขาเป็นฝ่ายเชิญชวน เย้ายวนให้สัมผัส มือของผมเผลอวางลงบนสะโพกคนตรงหน้าเบาๆ 


"วอนชิก... อันที่จริงพี่ไม่ได้จะปฏิเสธนาย แต่มันรู้สึกตกใจ"
"..."
"จริงๆแล้ว ฉันก็ชอบนาย อาจจะสักพักแล้วด้วยมั้ง"
"จริงๆหรอ?"
"อื้อ"
"พี่ทำผมเสียใจ"
"ขอโทษ ที่ทำให้เสียใจ"


               เคนกดจูบซ้ำอีกครั้งบนริมฝีปากของคนใต้ร่าง ราวี่ตอบรับอย่างรู้งานและดูเหมือนจะพลิกมาเป็นนำ เสียงครางเล็ดรอดออกจากลำคอของเมนโวคอล ไม่ต้องใช้เส้นเสียงร้องเพลงแต่เปลี่ยนเป็นร้องอย่าอื่นก็น่าฟังไม่หยอก


"ผมจะลงโทษพี่"
"ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย"
"นั่นมันเพราะพี่น่ารักเกินไปยังไงล่ะ"


               คืนนี้เขายอมให้เคนอยู่เหนือกว่าเขาสักครั้งเพื่อเป็นการเอาอกเอาใจ และเขาก็อารมณ์ดีเกินกว่าจะขัดในส่วนที่เคนพยายามกำลังเอาใจเขาด้วย ปล่อยให้ร่างบางทำอะไรๆให้โดยไม่ทักถ้วงเลยสักนิด 



//หลังจากจบคอนฯ Real1ze

"วอนชิกอ่านายถอดเสื้ออีกแล้วนะ"
"พี่ก็ชอบมันไม่ใช่หรอ?"
"ฉันชอบ ถ้ามันเป็นเวลาที่เราอยู่ด้วยกันแค่สองคน"


               เคนทำหน้ามุ่ยหลังจากที่คอนฯจบและทุกคนกำลังเคลียของ เขานั่งกันอยู่ในห้องรับรอง ที่จริงฮยอกก็มาด้วยแต่กลับไปก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้เขากำลังรับกรรมที่ถอดเสื้อบนสเตจไป  


"คราวหน้าถ้าเป็นฉันถอดบ้าง นายโอเคไหมละ?"
"ไม่!!"


               ม่ต้องคิดสักเสี้ยววิ ผมยอมให้ตัวเองแก้ผ้าเลยก็ได้ แต่เคนฮยองห้ามถอดแม้แต่ชิ้นเดียว สำหรับเขานะการไม่มีเสื้อผ้าปกปิดร่างกายให้มันเป็นแค่ตอนอาบน้ำกับอยู่ในอ้อมกอดของผมก็พอ


"เลิกถอดเรี่ยราดได้แล้ว หวงโว้ย! แล้วก็โอนเงินให้ฉันด้วยนะ!"


               เขาโวยวายๆแล้วก็เดินหายออกไป ให้เดาก็คงไปรออยู่บนรถตู้แล้วนั่นแหละ ผมหัวเราะออกมานิดหน่อย ก่อนจะหยิบกระเป๋าของเขาและของผมเดินตามออกไป อัพสถานะจากน้องมาเป็นแฟนผสมเบ๊ ส่วนเคนฮยองก็อัพจากสกิลพี่ชายมาเป็นแฟนและเจ้านายทางการเงิน ??
 
แต่ก็รักนะแจฮวานอา 
ซาอุงเง ♡
THE END.

ผลงานอื่นๆ ของ PM__

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. #7 1185 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 09:50
    น่าร๊ากกกก ชอบอ่าาา
    #7
    1
    • #7-1 pmaxx_(จากตอนที่ 1)
      14 ตุลาคม 2561 / 21:20
      ขอบคุณนะคะะ
      #7-1
  2. #6 UBLOCK (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 10:26
    งื้ออออออ น่ารักกกกกก น่ารักมากๆเลย โอ้ยยย ชอบบบบ เขินตามไปด้วยเลยยย งื้อออ ขอบคุณไรต์ อิอิ ฟินนนน พี่เคนน้องสี่น่ารักไปหมดดดด เจ้ามักเน่ก็มาป่วนด้วย นั่ลล้าคคคคค
    #6
    1
    • #6-1 pmaxx_(จากตอนที่ 1)
      17 ตุลาคม 2560 / 21:33
      ขอบคุณที่เข้ามาติชมผลงานนะคะะ พิเคนน่ารักก ไรต์รัก55555
      #6-1
  3. #5 SoKeke
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 00:11
    งื้ออออออออออออ ทำไมมันน่ารักแบบนี้ หลงแจฮวานมากค่ะ คนอะไรทำอะไรก็ดูน่ารักไปหมด ไม่แปลกใจที่วอนชิกจะหลงเอาๆ ฮือออออ
    #5
    1
    • #5-1 pmaxx_
      17 ตุลาคม 2560 / 21:32
      ขอบคุณที่เข้ามาติชมผลงานนะคะ ไว้มีโอกาสจะเขียนเพิ่มนะคะ :)
      #5-1
  4. #4 wqinge_
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 23:04
    ให้ตายสิบ้าเอ้ย ไม่เคยอ่านฟิคเเล้วยิ้มบ้าคนเดียวขนาดนี้ ยูวอามายโรสสสสสสสส อื่ออ ปาดน้ำหูน้ำตา มันปลิ้มปริ่มมาก เป็นอะไรที่ฟินมาก ในหัวจะมีแต่ภาพเเจฮวานอุ่งอุ่งขี้อ้อน 
    #4
    1
    • #4-1 Show_Joker
      24 พฤษภาคม 2560 / 01:29
      แจฮวานอุ๋งๆ เจ้าขี้อ้อนแห่งวิกซึ ฝากอ่าน Candy ด้วยนะคะะ > <
      #4-1
  5. #3 เด็กน้อยแสงดาว
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 21:03
    เหมือนชีวิตอ่ะไรท์ ^^
    #3
    1
    • #3-1 Show_Joker
      23 พฤษภาคม 2560 / 21:52
      ชีวิตของคุณหรอคะ งั้นมันก็คงหวานน่ารักมากเลยสิ >/////<
      #3-1
  6. วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 15:10
    โอ้ย!!! เขินนนน น่ารักมาก อ่าน แ ล้ม เขิน><
    #2
    1
    • #2-1 Show_Joker
      23 พฤษภาคม 2560 / 21:52
      เขินไปด้วยกันเลยค่ะะะ
      #2-1
  7. #1 พิเอเลี่ยน
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 14:13
    น่ารักมากกก อ่านแล้วอยากเขินม้วนต้วน
    #1
    2
    • #1-1 พิเอเลี่ยน
      23 พฤษภาคม 2560 / 14:15
      ***อยากกรี๊ด



      แว้กกกกกกกกกกกกกกกกกก
      #1-1
    • #1-2 Show_Joker
      23 พฤษภาคม 2560 / 21:51
      ม้วนไปด้วยกันเลยค่ะ เขียนเองเราก็เขินเองง 5555555
      #1-2