ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 12 : เหม็นที่สุดคือกลิ่นเกลือเป็นหนอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,868
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 285 ครั้ง
    10 พ.ย. 59






        เป๊าะ!




          ในความเงียบ เสียงนั้นดังเป็นพิเศษ พู่กันทำจากไม้หอมชั้นดีแกะสลักงดงามในมือขาวหักครึ่งทำให้ผู้รายงานมีสีหน้าจืดเจื่อน ตอนที่ได้ข่าวนี้ ข้ากำลังนั่งตรวจบัญชีร้านค้าอยู่ในห้องหนังสือ  อารมณ์ดีๆที่เกิดขึ้นหายวับไปหมด ก่อนจะรู้ตัวอีกทีพู่กันในมือก็เป็นผู้รับเคราะห์รายแรก ขณะที่ตัวเองก็ต้องขบริมฝีปากข่มไม่ให้เสียงสถบที่แล่นมาจุกคอหลุดออกไป ข้าไม่พูด แต่สีหน้าก็บอกได้ทุกอย่าง แม้ในใจกำลังด่าหวงไท่หยางชนิดฮ่องเต้มาได้ยินต้องสะดุ้ง ข้าก็ยังต้องยิ้ม ยื่นส่งพู่กันที่หักคามือให้เหล่าไท่เอาไปทิ้ง รับพู่กันด้ามหยกมาอย่างเรียบร้อย เอ่ยปากบอกเขาให้ออกไปจากห้องอย่างอ่อนโยน..



            หวง ไท่ หยาง



              ปลายพู่กันตวัดเขียนชื่ออีกฝ่ายด้วยแรงแค้น ถ้าเป็นในยุคนี้ ความคิดของข้าคงถูกเรียกว่าเต็มไปด้วยจิตสังหาร ลับหลังเหล่าไท่ข้ายังต้องห้ามใจตัวเองไม่ให้ปาพู่กันลงพื้นอีกรอบเพราะเสียดายของ แต่ตอนนี้ยังไงก็อยากระบายโกรธทางไหนสักทาง  ข้าอยากฆ่าคน อยากเอารองเท้าชุบน้ำไปตบหน้ามันจนกว่าจะแห้ง อยากเดินไปต่อยรัชทายาทตัวต้นเหตุให้ยับ จับเข้าซ่องให้เกย์หื่นสามสิบคนเรียงคิวอัดตูด จากนั้นก็จับแก้ผ้าเดินกลางสาธารณชนแล้วตัดไอ้จ้oนออกมาสั----เออ! ข้ารู้ว่าทำไม่ได้ รู้ดีว่าอีกฝ่ายมีอำนาจและกำลังคนเหนือกว่า รู้ว่ามันเป็นว่าทีฮ่องเต้ในอนาคต ข้ารู้! รู้ดีแก่ใจแต่ก็โกรธเป็นบ้า!!



             ความรู้สึกเหมือนกำลังจะเดินเข้าเส้นชัยแล้วถูกไอ้หน้าไหนไม่รู้เอาไม้มาฟาดขามันเป็นแบบนี้นี่เอง ความโกรธที่ต้องอดทนไม่อาละวาดจนเลือดลมปั่นป่วนแทบกระอักเลือดคงเป็นแบบนี้  ข้าไม่เคยเชื่อว่าตัวเองจะได้รับประสบการณ์ตรง การต้องยิ้มทั้งๆที่กำลังกัดฟันกรอดๆมันช่างเกินบรรยาย ซ้ำยังรู้สึกดั่งถูกหยามด้วยถ้อยคำที่ร้ายกาจและเจ็บแสบที่สุดด้วยฝีมือขององค์รัชทายาทหวงไท่หยางคนนั้น แม้ข้าตัดสินใจจะยังไม่ขอเกี่ยวกับวังตะวันออกเมื่อได้ทราบความจริงจากปากหลินจวินเจ๋อ แต่การเลือกเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายจะเห็นพ้อง เป็นข้าที่พลาดเอง ส่งเทียบเชิญให้หวงไท่หยางมาเยือน ยกเรื่องสกุลจ้าวมาหวังให้เขาลงมือจัดการ อีกฝ่ายก็จัดการให้ข้าจริงๆ จัดการดีเสียจนทำให้แผนทุกอย่างที่วางมาไว้พังหมด!



               ไม่กี่วันก่อนข้ายังกระหยิ่มยินดีกับทางเลือกของหลินจวินเจ๋อ เขาผู้เชื่อมั่นในความรักกำลังเริ่มทำลายความสัมพันธ์ของตัวเองและแม่นางจ้าวผู้นั้นด้วยสองมือ ข้าจะอย่างไรก็ไม่เชื่อว่าระหว่างความเป็นศัตรูกันของวังจวิ้นอ๋องและจวนเสนาบดีความรักของสองหนุ่มสาวจะราบรื่น จากนี้ขอเพียงเวลาและสร้างสถานการณ์เล็กๆน้อยๆไม่นานความสัมพันธ์ก็จะขาดสะบั้น ข้ากำลังจะกลายเป็นผู้ชนะ เหลือแค่ออกแรงอีกไม่มากก็สามารถคว้าหัวใจของหลินจวินเจ๋อมามอบให้คนงามในดวงใจ แต่หวงไท่หยางเพียงลงมือหนึ่งครั้ง ทุกสิ่งพังทลาย หรือควรต้องชมว่าฝีมือช่างร้ายกาจยิ่ง



               เรื่องแม่นางจ้าวจะแต่งไปโดยเต็มใจหรือไม่ก็ช่างเถอะ แต่ข้าเชื่อแน่ว่านางต้องแต่ง เป็นอนุภรรยารัชทายาทย่อมดีกว่าอนุภรรยาของแม่ทัพ ในอนาคตหากหวงไท่หยางขึ้นครองราชย์อีกฝ่ายยังมีสิทธิ์เป็นถึงพระสนม ดูอย่างไรก็อนาคตรุ่งเรือง เสนาบดีจ้าวเองจากนี้ก็ได้ชื่อว่ามีองค์รัชทายาทหนุนหลัง เขามีแต่ได้กับได้ กับข้าหวงไท่หยางก็กระทำตามที่กล่าวเรียบร้อย จัดการจวนเสนาบดีจ้าวอย่างที่ไม่มีทางมาเป็นศัตรูกับข้าได้อีก จ้าวลี่เซียนแต่งออกแล้วหลินจวินเจ๋อจะแต่งกับนางอีกได้ยังไง ในที่สุดเขาก็ยังเป็นของจวิ้นอ๋อง ช่างดีต่อทุกฝ่ายยิ่งนัก ส่วนเรื่องที่ข้ากลายเป็นผู้ร้ายในสายตาของหลินจวินเจ๋อน่ะหรือ..ใครจะไปสน หวงไท่หยางเพียงทำตามข้อตกลง ไม่สามารถต่อว่าได้ซ้ำยังต้องตอบแทน ข้าจะเป็นยังไงในสายตาผู้คนไม่ใช่เรื่องของเขา ข้าจะถูกรังเกียจเพียงไรก็ไม่เกี่ยวกับเขา แผนของข้าจะพังก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องมาพัวพัน ไม่เกี่ยวสักนิด!!



               ปัง!



               ไม่เกี่ยวบ้านเสด็จพ่อฮ่องเต้ของเจ้าสิ พวกเจ้าสิไม่เกี่ยวเรื่องพังแผนข้าทั้งตระกูล!



               ลากเก้าอี้ที่ล้มลงเพราะข้าลุกพรวดพราดให้อยู่ที่เดิมแล้วเริ่มเดินว่อนรอบห้อง พยายามทำตัวให้ใจเย็นลงแต่ก็ทำได้ยากยิ่งนักด้วยสิ่งที่เพียรทำมากลับกลายเป็นดาบทิ่มเข้าหาตัวเองเสียได้ นอกจากความโกรธแล้วยังต้องคิดหาวิธีรับมืออย่างเร่งด่วน แต่มารดามันเถอะ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วข้าจะแก้ยังไง แน่นอนว่าวิธีรับมือไม่ใช่ไปหยุดงานแต่งหรือทำอะไรโง่ๆ ตอนนี้เรื่องสำคัญที่ข้าต้องคิดคือการหาวิธีรับมือกับหลินจวินเจ๋อซึ่งไม่ทราบว่าจะโกรธถึงเพียงไหน           



               จะบอกว่าไม่เกี่ยว ข้าไม่เกี่ยวไม่ทันแล้ว  เล่าเรื่องที่ตัวเองขอให้รัชทายาทจัดการจวนเสนาบดีไปหมาดๆ จะไม่เกี่ยวได้อย่างไร ทุกอย่างมันช่างประกอบกันอย่างพอดีจนไม่รู้จะเอ่ยแก้ตัวคำไหน ต่อให้ข้าจะบอกว่าไม่ได้บังคับให้รัชทายาทรับจ้าวลี่เซียนเป็นอนุก็เปล่าประโยชน์



          “เหล่า--



                คิดออกปากเรียกให้คนสนิทไปดูลาดเลาว่าหลินจวินเจ๋ออยู่ที่ไหนแต่ก็เงียบเสียง รู้แล้วอย่างไร รู้แล้วรีบคุยกับเขาไปก็เท่านั้น ข้าไม่มีคำแก้ตัวที่พอฟังขึ้น ดังนั้นต่อให้พบหน้าก็ไม่อาจทำอะไรได้นอกจากกระตุ้นโทสะอีกฝ่าย บีบน้ำตาแสร้งทำตัวน่าสงสารหรือ นั่นไม่ใช่สิ่งที่หวงเทียนหยางเป็นมาตลอดรึ อีกฝ่ายมีรักจากใจจริงยังถูกหมางเมิน แล้วนับประสาอะไรกับน้ำตาหลอกๆของข้า หรือให้ทำตัวหน้าทนท้าทายเขายิ่งไม่ใช่เรื่องฉลาด มีแต่ทำให้หลินจวินเจ๋อคว้าดาบมาบั่นคอเสียมากกว่า เรื่องมันก้าวมาไกลจนเกินจะถอยแล้ว ทุกอย่างมันพังเพราะหวงไท่หยางคนเดียว   



               ข้าได้แต่สถบด่าตัวเองไปพลางสาปแช่งอีกฝ่ายไปพลางด้วยความเจ็บใจ ความผิดพลาดครั้งแรกตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ทำให้ข้าจิตใจไม่สงบ ที่ผ่านมาคิดว่าไม่มีใครตามทัน แต่ไหนเลยจะรู้ว่าคู่ต่อสู้ที่ร้ายกาจกว่าหลินจวินเจ๋อคือหวงไท่หยาง สำหรับสามีคนนั้นข้าจัดการเขาได้เพราะรู้จักเขาอย่างดี แต่กับหวงไท่หยาง รัชทายาทที่ข้าทำไม่ได้แม้กระทั่งเข้าใกล้อย่างไม่สั่นกลัว ข้าจะจัดการเขาได้ยังไร



                รอก่อนเถอะ หวงไท่หยาง คนเราไหนเลยจะไม่มีจุดอ่อน ถึงคราวข้าเมื่อไหร่ เจ้าไม่ได้ตายดีแน่!



               กล่าวคำอาฆาตนับเอารัชทายาทที่น่าตายเป็นพันๆครั้งคนนั้นไว้ในรายนามศัตรูอันดับหนึ่งแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าที่บอกเวลายามสาย ข้าถอนหายใจออกมาอีกครา สุดท้ายแล้วจึงทำได้เพียงขังตัวเองไว้ในห้องหนังสือ ทบทวนความสัมพันธ์ของผู้คนและคิดหาวิธี วางแผน ช่วงชิงสถานการณ์สร้างความได้เปรียบให้ตัวเองอย่างเคร่งเครียดจนผ่านไปถึงเย็นและออกมาโดยไม่ได้มั่นใจมากขึ้นเลย







              “เหล่าไท่ เอาน้ำแกงพวกนี้กับหมั่นโถวและของชอบของเขาสองสามอย่างใส่กล่องมาให้ข้า ข้าจะไปจวนแม่ทัพ”



            ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่มื้อเย็นวันนี้ไม่มีร่างของหลินจวินเจ๋อ     


           

              สั่งการให้คนสนิทจัดอาหารใส่กล่องแล้วข้าก็นั่งรออย่างสงบ จับตะเกียบมองเต้าหู้น้ำแดง นกพิราบทอดกรอบ ไก่ผัดถั่วลิสงและอาหารเลิศรสนานาชนิดแล้วสุดท้ายก็วาง อาหารน่ารับประทาน แต่ความกังวลใจที่สั่งสมมาทำให้รู้สึกไม่อยากกินอะไร ข้าหยิบหมั่นโถวมากินไส้เล่นสองสามลูกท่ามกลางสายตาห่วงใยของบ่าวไพร่ เมื่อจัดอาหารเสร็จแล้วจึงลุกขึ้นทันที



              “ไม่ต้องตามมา ข้าไปเองได้”



              “ท่านอ๋อง” เสี่ยวเฉียวส่งเสียงครางอ่อย ข้าจึงยิ้มน้อยๆและส่ายหน้าให้เขา วันนี้ข้าไม่อยากให้ใครตามไปด้วยเนื่องจากอยากคุยกับหลินจวินเจ๋อสองคน อีกทั้งมีเรื่องหนึ่งที่คาใจและอยากหาคำตอบ



              ต้องมีใครสักคนเป็นคนของรัชทายาท



             การส่งคนของตัวเองเข้าไปหาความลับของอีกฝ่ายไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ขนาดปัจจุบันบริษัทที่เป็นคู่แข่งกันยังส่งสปายสืบหาความลับและซื้อตัวพนักงานในบริษัทด้วยจำนวนเงินสูงลิ่ว การต่อสู้ชิงไหวพริบกันในวงการธุรกิจว่าดุเดือดแล้วดูจะไม่เท่าเรื่องที่ข้าเผชิญตอนนี้  ในแวดวงการเมืองระดับแคว้น การคิดว่าตัวเองไม่ยุ่งกับใครแล้วจะปลอดภัยเป็นความคิดที่อ่อนด้อยเกินไปจริงๆ



             ที่ผ่านมาข้าไม่สนใจเรื่องการชิงอำนาจในแคว้นนี้มากนัก ก็คงไม่ต่างกับหลายคนที่ไม่สนใจว่าใครจะเป็นผู้นำประเทศและกำลังนำพาบ้านเมืองไปทางไหน ทุกๆวันที่ข้าสนใจมีแต่ชีวิตตัวเอง งานของตัวเอง พยายามหาเงินเข้ากระเป๋า หาคู่นอนและเปลี่ยนไปเรื่อยตามความพอใจ เมื่อมาอยู่ในร่างนี้ข้าก็คิดว่าเป็นโชค มีเงิน มีอำนาจ มีตำแหน่งที่ผู้คนก้มหัวให้ ในฐานะอ๋องที่ไม่ใช่ลูกของฮ่องเต้ ไม่มีสิทธิ์ในราชบัลลังก์ย่อมไม่ต้องปวดหัว แต่ดูเหมือนข้าจะลืมคิดว่าอำนาจและเงินในมือก็เป็นสิ่งดึงดูดเรื่องวุ่นวายเข้าหาตัวทางหนึ่ง



             วันนี้ทั้งวันข้านั่งทบทวนความจำของจวิ้นอ๋อง เขียนชื่อคนในตำแหน่งต่างๆ อ่านดูบันทึกเรื่องราวในปีที่แล้วมาของราชสำนัก พยายามทำความเข้าใจกับสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อจะได้ไม่ต้องไปพลาดตกหลุมโง่ๆอีกครั้ง ส่วนหวงไท่หยางน่ะหรือ ตอนนี้หมายหัวเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งไปแล้ว มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเขาข้าก็พยายามเค้นสมองนึกหาออกมาให้หมดล่ะ แต่จะทำอะไรได้แค่ไหน เรื่องนี้ข้าไม่รู้...ตอนนี้ที่แน่ใจคือมีคนของหวงไท่หยางในวังของข้า กลิ่นเกลือเป็นหนอนเหม็นหึ่งจนต้องรีบคีบมันออกมาแล้วบี้ให้ตาย



              ก๊อก ก๊อก ก๊อก.



              ระยะทางจากตำหนักกลางมาจนแม่ทัพนั้นไกลไม่น้อย ข้าเดินถืออาหารในมือซ้ายและโคมไฟในมือขวา พาตัวเองจากวังฝั่งตะวันตกอันงามวิจิตรมาในส่วนตะวันออกอันเป็นจวนแม่ทัพ เรือนที่พักขนาดใหญ่แต่สร้างบรรยากาศเคร่งขรึมนั่นคือที่อยู่ของหลินจวินเจ๋อไม่ผิดแน่ โดยรอบนั้นไม่มีการตกแต่งด้วยพรรณไม้งดงาม แต่มีรูปปั้นสิงโตและมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นโดยรอบดูเคร่งขรึมเหมาะสมกับชื่อจวนแม่ทัพ ทหารยามที่เฝ้าในจวนก็เป็นทหารของเขามิใช่ทหารของวังจวิ้นอ๋อง ทว่านี่ไม่ช่ปัญหาของข้า คนเหล่านี้ทราบดีว่าข้าเป็นใครจึงก้มตัวคำนับและปล่อยให้เข้าไปถึงหน้าห้องของหลินจวินเจ๋อแต่โดยดี



              “ท่านพี่” ข้าเคาะประตูแล้ว แต่เขาไม่ได้ลุกมาเปิด ถ้าไม่โกรธจนไม่อยากเจอหน้าก็คงเพราะนี่ไม่ใช่ธรรมเนียมปกติ ดังนั้นข้าจึงเป็นฝ่ายผลักประตูเปิดเข้าไปง่ายๆ โดยไม่รอให้เจ้าของห้องเอ่ยปาก มองเห็นแผ่นหลังกว้างในชุดลำลองซึ่งกำลังคร่ำเคร่งเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะไม่ยอมหันแล้วก็ต้องลอบถอนใจ



             “ท่านพี่ เย็นนี้ท่านไม่ได้ไปทานอาหาร ข้าจึงนำมาให้” อีกฝ่ายไม่คุยก็ช่างปะไร ข้าหน้าด้านซะอย่าง ว่าแล้วก็เดินไปยังชุดโต๊ะเก้าอี้กลางห้อง เปิดกล่องใส่อาหารที่จัดเตรียมมื้อเย็นไว้ในถ้วยชามเรียบร้อย เรียงกับข้าวแต่ละจานที่ยังคงอุ่นและส่งกลิ่นหอมฉุย “วันนี้มีเป็ดสับราดเห็ดหอมที่ท่านชอบ เต้าหู้ผัดเสฉวน  ไก่..”



             “ออกไป”



            น้ำสียงเย็นเยียบดังขึ้นขัดจังหวะการแนะนำอาหาร ข้าชะงักมือเล็กน้อย แต่ก็ตัดสินใจหน้าด้านพูดต่อ



            “แล้วยังมีน้ำแกงโสม เคี่ยวกับ-



            “ข้าบอกให้ออกไป!!



              ก็ได้ ทำไม่รู้ไม่ได้แล้ว ข้าวางมือหลังจากจัดอาหารทุกอย่างลงบนโต๊ะ จ้องมองกับข้าวหน้าตาน่ารับประทานสลับกับเจ้าของห้องซึ่งยังเอาแต่คร่ำเคร่งเขียนอะไรอยู่ไม่ยอมหันมา เห็นแต่แผ่นหลังกว้างซึ่งไม่อาจเดาได้ว่าอยู่ในสภาวะอารมณ์แบบไหน ดังนั้นจึงเป็นฝ่ายดึงเก้าอี้ออกมานั่งกอดอกท่ามกลางกลิ่นหอมยั่วน้ำลายแทน



            “ท่านไม่คิดจะหันมาคุยกันหรือ?”



            “คุยอันใด”



            “เราทั้งคู่ต่างก็รู้ดีว่าเรื่องอะไร ” ข้าไม่อยากนึกถึงเรื่องน่าปวดหัวนี่เลย แต่ก็เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นจึงได้แต่กล่าวออกไปตรงๆ วันนี้ข้าเองก็ไม่มีลูกเล่นอะไรจะมานำเสมอนอกจากจะบอกความจริงกับเขา “ข้าทราบดีว่าท่านกำลังโกรธ แต่ไม่ว่าท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นนี่ไม่ใช่ความต้องการของข้า ท่านพี่”



              “ไม่ใช่ความต้องการของเจ้า งั้นหรือ” คำพูดนี้คงทำให้คนฟังมีโทสะแล้ว ข้ามองแผ่นหลังท่ามกลางแสงตะเกียงซึ่งสร้างบรรยากาศมืดทะมึนน่าเกรงขามค่อยๆขยับ หลินจวินเจ๋อหันมาสบตาข้าในที่สุด ใบหน้าของเขาเรียบสนิทแต่ปลายฟันขบกันแน่น ดวงตาทั้งสองข้างเหมือนมีเปลวไฟลุกโชน รัศมีความโกรธเข้มข้นประหนึ่งจะฆ่าคนได้ เขาฟังข้ากล่าวแล้วจึงหัวเราะออกมาอย่างไร้ความขบขันเสียครั้งหนึ่ง 



             “ไม่ใช่ความต้องการของเจ้า ช่างง่ายดายดีนี่ ฮูหยิน เมื่อไม่กี่วันก่อนเจ้ายังบอกให้ข้าทราบว่าได้ทำข้อตกลงบางอย่างกับรัชทายาท ที่แท้การทำให้สกุลจ้าวไม่แตะต้องจวนจวิ้นอ๋องอีกคือวิธีนี้เองหรือ ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ”



              ว่าแล้วไง เรื่องราวมันเรียงร้อยกันมาอย่างเป็นเหตุเป็นผลและชวนให้เข้าใจแบบนั้นจริงๆ ข้าเองก็รู้ถึงได้โกรธนักหนา แต่จะให้ปล่อยไปได้ที่ไหน ถ้ามีคนฉวยโอกาสถมหินลงบ่อทุกอย่างก็พังกันพอดี คิดแล้วจึงส่ายหน้าแล้วถอนใจอีกเฮือกอย่างรู้สึกจนปัญญา



              “ฟังข้าก่อนได้ไหม ท่านพี่ ข้าต้องการให้รัชทายาทจัดการกับตระกูลจ้าวก็จริง แต่ข้าเพียงอยากให้เขาไปตักเตือนตระกูลจ้าว ข้าอยากเล่นงานจ้าวหนิงเฉิง ไม่ใช่แบบนี้ ข้าไม่ได้ต้องกา...”



               ”สิ่งที่ทำให้ข้าโกรธ” ยังพูดไม่จบอีกฝ่ายก็แทรกขึ้นทันควัน บ่งชัดว่าคำแก้ตัวของข้าช่างฟังไม่ขึ้น “ไม่ใช่แค่เรื่องของเซียนเอ๋อร์ แต่เป็นการกระทำของเจ้า เจ้าพาตัวเองไปให้รัชทายาทมาทรมาร ข้าห่วงเจ้า! ทุกคนในวังกังวลแทนเจ้า! พวกเขาต่างก็ไม่อยากให้เจ้าต้องทุกข์ทนเพราะรัชทายาท ข้าเองก็เช่นกัน แต่ข้าไม่นึกเลยว่าหลังกล่าวเหตุผลมากมายที่สุดกลับกลายเป็นเช่นนี้  ฮูหยิน เจ้าไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ยังคงนิยมใช้อุบายสกปรกเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการเสมอ..ไม่สิ ต้องบอกว่าเจ้าพัฒนาขึ้นมาก ข้าเองก็หลงคารมเจ้า แทบทำลายสัมพันธ์กับสกุลจ้าวไปแล้ว  ฝีมือเจ้าช่างล้ำลึกยิ่งนัก!!” 



            คำพูดอันหนักแน่นเต็มไปด้วยความรู้สึกของหลินจวินเจ๋อสะกดข้าให้นิ่งงัน ได้แต่เบิกตาค้างจ้องมองเขาอยู่อย่างนั้น ในหัวเต็มไปด้วยถ้อยคำมากมายแต่ไม่อาจกล่าว ข้าใช้อุบายสกปรกหรือ ก็ใช่ ข้าหลอกลวงเขา ก็ใช่อีก ข้าเป็นคนใช้เล่ห์กลมากมายเพื่อให้เขาติดกับ สิ่งนี้ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ คำต่อว่าที่เต็มไปด้วยอารมณ์พลุ้งพล่านทั้งโกรธและผิดหวังนั้นทำให้ได้แต่นิ่งงัน ถ้าเพียงแต่หลินจวินเจ๋อจะโกรธด้วยเรื่องของจ้าวลี่เซียนเพียงอย่างเดียวมันคงง่ายกว่านี้ ข้าอาจสามารถคิดหาวิธีหลอกล่อให้เขาทุเลาความโกรธเคือง อาจเล่นมุกแต่งไปแล้วจะไปช่วยขอให้รัชทายาทยกแม่นางจ้าวให้อีกฝ่าย ถ้าเพียงแต่เขาจะสนใจแค่เรื่องนั้น มันคงง่ายกว่านี้..



               “ท่านไม่เชื่อข้าเลยหรือ” หลังจากนิ่งงันไปพักใหญ่เพราะคำพูดของหลินจวินเจ๋อ ข้าก็กล่าวออกมาเบาๆ “ที่พี่ ข้าอยากให้ท่านคิดตามสักหน่อย ทำเช่นนี้มีอะไรดีต่อข้า ที่ผ่านมาข้าบังคับท่าน ท่านยังรังเกียจข้าไม่พอหรือจึงต้องหาเรื่องใส่ตัว ข้าแยกพวกท่านออกจากกันแล้วได้อะไร บอกให้รัชทายาทแต่งกับแม่นางจ้าวแล้วได้อะไร ในเมื่อทำยังไงพวกท่านก็ยังรักกัน”



                “ใช่!ทำอย่างไรพวกเราก็ยังรักกัน ข้ายังคงรักจ้าวลี่เซียน ไม่ได้รักเจ้า!” หลินจวินเจ๋อกล่าวแล้วร้องเฮอะออกมาเบาๆแววตาฉายประกายรังเกียจที่เคยจางไปกลับคืนมาอีกครั้ง “แต่ลืมไปแล้วหรือ ฮูหยิน เจ้าทราบดีแก่ใจเช่นนี้ยังคงเรียกร้องขอสมรสพระราชทานใช่หรือไม่ เจ้ารู้อยู่ว่าข้ารักเซียนเอ๋อร์ยามข้าบอกจะแต่งนางเป็นอนุเจ้ายังไม่ยอมรับ แล้วทำไมเจ้าจะไม่พยายามทำทุกอย่างให้เซียนเอ๋อร์กับข้าแยกจากกัน นางตกเป็นของคนอื่น เพียงเท่านี้ก็ทำให้ข้าไม่อาจอยู่กับนางได้อีกมิใช่หรือ!



               “ถ้าข้าจะทำแบบนั้นอีก ในวันนั้นข้าบอกว่าจะปล่อยท่านไปทำไม พวกเรากำลังถูกปั่นหัว ท่าน--



              “พอแล้ว!!   



              เสียงตวาดลั่นทำให้ทุกอย่างเงียบลงอีกครั้ง ข้ากลืนคำพูดลงคอมองสบดวงตาวาววับของหลินจวินเจ๋อ ท่านแม่ทัพแดนใต้ซึ่งบัดนี้ใบหน้าอันหล่อเหลากำลังบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ดวงตาคู่นั้นจ้องเขม็งมาอย่างแข็งกร้าว ร่างของเขามีบรรยากาศบางอย่างที่ดลบันดาลให้ห้องนี้พลันอึดอัดและหนาวเหน็บ ความโกรธเย็นเยียบที่ข้าเคยพบเห็นเมื่อวันนั้น บัดนี้กลับเป็นตัวเองต้องมารับมันต่อหน้า สองมือนั้นกำแน่นข้างกาย ร่างแกร่งกร้าวราวกับภูผายืนนิ่งประจัญไม่ขยับเคลื่อนไหว ข้าทราบดีว่าหาเขาคิดลงมือ มีหรือตัวเองจะหลบพ้น..



                   “ออกไปซะ ข้าไม่มีเรื่องสนทนากับเจ้าอีก”



            “ท่านพี่”



            “ออกไป!



               กล่าวแล้วคนตรงหน้าก็หันหลังให้ไม่ยอมสนใจอีก ข้ามองตามเจ้าของแผ่นหลังกว้างซึ่งหันไปจับพู่กันต่อ รู้สึกพูดไม่ออกด้วยทั้งโมโหและหงุดหงิดในใจ แต่สิ่งที่หลินจวินเจ๋อกล่าวมาข้าเองก็ไม่อาจเถียง หากเป็นใครพบเจอเรื่องนี้ก็ต้องคิดแบบนั้น เรื่องราวทุกอย่างมันบ่งชี้ บอกชัดจนเกินกว่าเหตุผลที่ว่าไม่ได้ต้องการให้เป็นของข้าจะฟังขึ้น



              แต่ข้าเป็นใคร ข้าไม่ใช่แค่หวงเทียนหยางแต่ยังเป็นเหลียงจื่อซิ่น คิดว่าเท่านี้จะหยุดข้าได้งั้นหรือ เรื่องราวถึงขั้นนี้ถ้าปล่อยไปก็ไม่ต้องหวังคืนฟื้นความสัมพันธ์แล้ว ข้าไม่คิดทำอะไรโง่ๆอย่างการปล่อยไปแล้วมาแก้ตัวทีหลังอีกหรอกนะ แล้วยังการถูกป้ายความผิดใส่แบบนี้  คิดว่าข้าจะยอมเลิกราง่ายๆหรือ!



        “ท่านพี่ ท่านต้องฟังข้า หันมาเดี๋ยวนี้!



              ข้าก้าวยาวๆไปหาเขา ออกแรงกระชากไหล่อีกฝ่ายอย่างไม่ออมแรงแล้วตวาดสวนเข้าให้ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรอยู่ก็ช่างเถอะ งานสำคัญแค่ไหนก็ต้องหันมาสนใจข้าเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่หันมาเหล่าจือจะจัดการเอ็งนะโว้ย



               คิดแบบนั้นแต่การดึงเอาคนที่มีเรี่ยวแรงมหาศาลอย่างหลินจวินเจ๋อให้หันมาอีกครั้งไม่ใช่เรื่องง่ายๆถ้าอีกฝ่ายไม่ให้ความร่วมมือ ข้าดึงไหล่เขาขณะที่หางตากลับไพล่ไปเห็นอะไรบางอย่างที่ทำให้ตัวแข็งทื่อ จ้องกระดาษที่ถูกเขียนด้วยตัวอักษรหนักแน่นทรงพลังของหลินจวินเจ๋อ ดวงตาก็พลันเบิกกว้าง ตัวอักษรเป็นเช่นไรชดช้อยหรือทุเรศทุรังข้าไม่สน แต่ที่สนใจคือเนื้อความของมันต่างหาก แม้จะเห็นเพียงแว้บเดียวข้าก็แล้วว่านั่นคืออะไร




           มันคือหนังสือหย่า!



              แคว่ก!



             “หยุดนะ! เจ้าทำอะไร!



             “ฉีกทิ้งไง ท่านไม่เห็นหรือ!” ไม่พูดเปล่าข้าขยำมันออกมาแล้วยังฉีกขย้ำด้วยสองมือไม่หยุด ดวงตาวาวโรจน์มองความโกรธในแววตาสีดำคู่นั้นอย่างไม่ยอมแพ้ ข้ากัดฟันกรอดๆแข่งกับเขาอย่างไม่มีใครยอมใคร บัดซบเอ๊ย! นี่ถึงขั้นจะหย่ากันเลยเหรอ คนอย่างเจ้ากล้าหย่ากับข้าเหรอ หนี้ยังไม่ได้ใช้ คืนเงินก็ไม่ได้คืน หลงรักข้าก็ยังไม่ได้รัก มากล้าทิ้งท่านอาซื่อผู้นี้เชียวหรือ นี่แกกล้าทิ้งผีเสื้อราตรีแห่งเกาะฮ่องกงอย่างข้าเรอะ!



              “ฉีกเลย เจ้าฉีกได้ข้าก็เขียนใหม่ได้ ต่อให้จะไล่ฉีกอีกกี่ร้อยฉบับ หากข้าจะหย่ากับเจ้า ข้าก็ต้องได้หย่า!—อุ๊ก!



              เศษกระดาษถูกปล่อยทิ้งลงบนพื้น ขณะที่สองแขนเรียวขาวกระชากคอเสื้อเจ้าของร่างสูงใหญ่กว่าอย่างไม่ให้ได้ทันตั้งตัว ร่างแกร่งเซลงไปตามแรงเป็นผลให้ใบหน้าคมคายก้มลงมาหาคนที่รอท่าอยู่ก่อน ริมฝีปากแดงเรื่อโผเข้าทาบทับซ้ำบดขยี้กลืนกินถ้อยคำทุกอย่างของอีกฝ่ายให้เงียบหาย แสงจากเปลวเทียนส่องให้เห็นเงาของทั้งคู่ใกล้ชิดกันจนไม่อาจแยกได้ว่าใครเป็นใคร ซ้ำจวิ้นอ๋องยังสอดปลายลิ้นเข้าไปในเรียวปากอีกฝ่ายอย่างใจกล้า ดวงตาคู่งามนั้นวาววับด้วยความไม่ยินยอมและถือดีอย่างที่สุด



             “เจ้า!!!



        เสียงตะโกนดังขึ้นหลังร่างเพรียวถูกกระชากออกมาอย่างรวดเร็วด้วยน้ำมือผู้ที่แข็งแกร่งกว่า หลินจวินเจ๋อเบิกตาโพลงมองเจ้าของใบหน้างามที่ยังคงแสยะยิ้มถือดีแม้ว่าจะถูกผลักให้ถอยไปจนชนกับขอบโต๊ะ เสียงถ้วยชามดังกระแทกกันทำให้ตนทราบว่าเรี่ยวแรงที่ลงมือไปนั้นมากแค่ไหน แต่จวิ้นอ๋องกลับไม่แยแส ร่างงามระหงย่างสามขุมเข้ามาช้าๆ ทั้งที่ไม่ได้แกร่งกร้าวเช่นชายชาติทหารแต่กลับสร้างกระแสกดดันบางอย่าง สองมือน้อยยังคงเอื้อมมากำที่คอเสื้อ แต่ครั้งนี้แม่ทัพแดนใต้กำมืออีกฝ่ายไว้แน่น เกร็งร่างมิยอมให้ตนเองถูกเอาเปรียบซ้ำ  



              “ข้าไม่ยอมให้หย่า ไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอม คนที่จะเป็นฝ่ายทิ้งได้คือข้าไม่ใช่เจ้า!” น้ำเสียงกังวานดังออกมาจากเรียวปากบางที่แดงก่ำเพราะแรงบดขยี้ ใบหน้างามเชิดรั้น ยิ่งทรงสเน่ห์อย่างประหลาดท่ามกลางแสงเทียนและแววตาวาวระยับคุโชนดั่งเปลวไฟ “ไม่ว่าจะเขียนจดหมายหย่ามาอีกกี่พันฉบับข้าก็ไม่ประทับตรายินยอม ถ้าหากข้าไม่ทิ้ง เจ้าก็ต้องอยู่กับข้า อยู่ตรงนี้ชั่วชีวิต!!”     




              ปัง!




              ข้าเอนหลังพิงบานประตูห้องหลังออกแรงปิดสุดมือด้วยความโมโห พ่นลมหายใจพรูเพื่อบรรเทาความโกรธที่จุกอกจนแทบไม่มีสติ ยกมือลูบปากขึ้นๆลงๆเพราะมันกำลังบวมช้ำหลังกระแทกลงไปสุดแรงแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ น้ำตาคลอแทบเล็ดเมื่อคิดว่าต้องเอาริมฝีปากของคนงามไปมองให้ไอ้ลูกเต่าตัวนั้น ถ้าเป็นไปได้ข้าก็ไม่อยากใช้วิธีนี้หรอก แต่ถึงขนาดบ้าเขียนจดหมายหย่า ไม่หยุดไว้แล้วจะปล่อยให้เอากระดาษมาโปรยใส่หน้าทุกวันหรือ คิดแล้วยังหงุดหงิดไม่หาย ข้าเข้าใจดีว่าทำไมถึงต้องโกรธและคิดว่าหลินจวินเจ๋อสามารถโกรธได้ วันนี้ข้าจึงเป็นฝ่ายมาง้อ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีสิทธิ์มาปาหนังสือหย่าใส่กันแบบนี้!




              คำรามเบาๆแล้วแยกเขี้ยวหงุดหงิด ข้ารู้สึกประหนึ่งถูกหยามศักดิ์ศรีอย่างรุนแรงที่สุดในชีวิต  เจ้าของฉายาผีเสื้อราตรีที่ถนัดแต่บอกเลิกคนอื่นกลับถูกสามีตัวเองหย่าเนี่ยนะ หึ ไม่ขำ ข้าไม่มีวันยอมหย่า ยิ่งอยากหย่าเท่าไหร่จะยิ่งแกล้งให้จุกอกตายไป!




            เดินฟึดฟัดออกจากจวนแม่ทัพมาถึงเขตตำหนักกลางข้าก็เริ่มใจเย็นลงอีกหน่อย ข้าสูดหายใจลึกๆสงบสติอารมณ์ไม่ให้พลุ้งพล่าน แต่เมื่อมองเห็นร่างของเหล่าไท่และข้ารับใช้ยืนถือโคมรอด้วยสีหน้าห่วงใยแล้วฝีเท้ากลับช้าลง ข้าเห็นความห่วงหาบนสีหน้าแววตาของทุกคน ข้าทราบดีว่าพวกเขาจงรักภักดีกับจวิ้นอ๋อง แต่ที่สุดแล้วกลับมีใครสักคนเอาข่าวของข้าไปบอกหวงไท่หยาง คนๆนั้นมีส่วนทำให้ข้าต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้  คนที่ทำลายแผนการณ์ที่ข้าวางไว้กับมือ



            ข้ายิ้มน้อยๆส่งให้กับเหล่าไท่และบ่าวไพร่ที่มารอรับอยู่ บอกพวกเขาว่าไม่เป็นไรขณะที่ต่างคนก็ถามไถ่อย่างห่วงใย ข้ายิ้มให้พวกเขา หากแต่แววตาชืดชา สองมือกำเข้าหากันและรักษารอยยิ้มไว้บนหน้าแต่ความคิดกลับล่องลอยไปไกล



            หวงไท่หยาง ข้ายังจัดการเขาไม่ได้ เสนาบดีจ้าว ยังไม่อาจลงมือได้ตอนนี้ หลินจวินเจ๋อ สามีบ้านั่นข้าก็ได้แต่ปล่อยให้เขาสติแตกต่อไป ตอนนี้สิ่งที่ข้าทำได้ คือการหาหนอนตัวนั้นให้เจอก่อนลงมือทำอะไร ไม่เช่นนั้นก็คงถูกขัดขวางและถูกสอดส่องไม่หยุด



           “เหล่าไท่ เรื่องนี้เป็นความลับ เจ้าช่วยจัดการให้ข้าหน่อย พรุ่งนี้ตอนเที่ยงส่งเทียบเชิญไปที่จวนเสนาบดีจ้าว ข้าต้องการคุยกับจ้าวหนิงเฉิง”


          “เสี่ยวเฉียว เรื่องนี้เป็นความลับอย่าได้บอกใคร เจ้าช่วยจัดการให้ข้าหน่อย อีกสองวันตอนสายจงไปที่จวนเสนาบดีจ้าว แจ้งว่าข้าต้องการคุยกับจ้าวหนิงเฉิง”


           “หลิวหลี ข้ามีเรื่องให้ทำ แต่เจ้าต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ยามเช้าของอีกสามวันไปที่จวนเสนาบดีจ้าว ขอพบสาวใช้ของคุณหนูจ้าวลี่เซียน บอกว่าข้าอยากคุยกับนางโดยตรง”


            “อาหง...”


                ฯลฯ



             หลังกลับมาถึง ข้าก็อยู่ที่ห้องอักษรจัดการสั่งความกับบ่าวรับใช้ที่ถูกเรียกมาคนแล้วคนเล่าโดยเว้นระยะห่างกันบ้างถี่บ้างอย่างไม่ให้ผิดสังเกต จวบจนคนสุดท้ายออกไปเวลาก็ผ่านไปดึกดื่น วันนี้ช่างเป็นวันที่ชวนเหนื่อยใจในหลายๆความหมายจริงๆ  ที่ผ่านมา ข้าเข้าใจว่าพวกเขาคือคนของจวิ้นอ๋อง จงรักภักดีกับจวิ้นอ๋องมากที่สุด แต่ผลที่ออกมากลับไม่เป็นเช่นนั้น ข้ามองร่างของบ่าวรับใช้ที่เดินออกไปเป็นคนสุดท้าย เอื้อมมือนวดเอวตัวเองที่รู้สึกว่ามันเริ่มระบมจากการถูกผลัก หัวคิ้วยังขมวดมุ่นเข้าหากันไม่คลาย



               ในยุคสมัยปัจจุบัน ข้าเคยชินกับสภาพที่ไม่สามารถไว้ใจใครได้นอกจากตัวเอง แต่เมื่อมาอยู่ที่นี่ ความห่วงใยและภักดีของทุกคนกลับเริ่มทำให้นิสัยนั้นเริ่มเปลี่ยนแปลง แม้ข้ายังไม่ชินกับความห่วงใยของพวกเขา แต่ก็ยังยินดีเมื่อเห็นสีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความภักดี เรื่องครั้งนี้แม้อยากหาหนอนตัวการให้เจอ แต่ข้าไม่อยากให้เป็นคนพวกนี้เลยจริงๆ





+++++++++++++++++++++++++++




ตอนนี้ไม่ฮาแล้วมาเครียดทั้งตอนเลย /แต่ยังได้ลวนลามท่านแม่ทัพตามปกติ #..



แผนยุแยงให้คนทั้งสองคนแตกกัน การลงมือของรัชทายาทรอบนี้ถือว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนืออาซิ่นก็มีคนที่เล่นเกมกับความรู้สึกเช่นกัน และยังได้เปรียบกว่าตรงมีสปาย จัดการจนอาซิ่นแทบหาทางรับมือไม่ไหว แต่ยังไงก็ไม่ใช่ลาสบอสนะคะ บอสยังไม่โผล่--//แค่กๆ  

  

ตอนที่แล้วพูดถึงความร้ายของอาซิ่น ตัวอาซิ่นเองไม่ได้ร้ายแบบฉลาดเฉลียวอะไรมากนะคะ เลเวลคนธรรมดายุคสองพันนี่แหละ 

ต่อให้จะได้ความทรงจำและสกิลบางอย่างจากจวิ้นอ๋อง แต่ไม่ได้สมองมาด้วย(..) ความร้ายในแง่ของเราคือร้ายด้วยการเอาความรู้สึกคนอื่นมาเล่น หลอกคน อำคน และร้ายสุดคือใจร้าย ไม่มีหัวใจและนิสัยบิดๆเบี้ยวๆนี่ล่ะค่ะ อาซิ่นไม่ได้เมพแบบตัวเอนิยายทะลุมิติเรื่องอื่นนะคะ เห็นได้ชัดคือตอนนี้เสียท่าก็เสียท่าอย่างชัดเจนเลย คนจะอัพเวลต้องใช้เวลา!


ขอแปะเพลงประจำตัวท่านแม่ทัพด้วยค่ะ  เพลงนี้ แทนใจได้ทั้งให้อาซิ่นและแม่นางจ้าวเลย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 285 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13771 nanq (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 04:11
    จริงๆพระเอกดูน่าสงสารสุดเลยนะ โดนบังคับแต่งงาน ต้องหาวิธีให้ได้อยู่กับแฟน โดนลากมาเกี่ยวกับรัชทายาท ล่าสุดโดนรัชทายาทแย่งแฟน คืออาภัพรักมาก555555 //นี่ว่าอาซิ่นกับรัชทายาทศีลเสมอกัน ถ้าไม่ใช่พี่น้องกันก็เชียร์เลยนะคู่นี้ 5555
    #13,771
    0
  2. #13635 DARA T. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:02
    แม่ เอาเลยไหมแม่ หน่องชักจะหมดความอดทน
    #13,635
    0
  3. #13630 angrymuse (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:06
    ถ้า-แม่ทัพมันเป็นพระเอกก็ปลดมันเหอะ น่ารำคาญ
    #13,630
    0
  4. #13538 ununchuahong (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 13:41
    หาหนอนมาขยี้กันคะ
    #13,538
    0
  5. #13453 Vagabond Picha (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 10:17
    หนอนนนนน
    #13,453
    0
  6. #13401 ploybrf2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 23:13
    เครียดขัดใจ โอ้ย
    #13,401
    0
  7. #13370 น้ำสมสายชู (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:36
    อ่านแล้วขัดใจสุดๆ ทำอะไรยุ่งยากกันจังเล๊ย เป็นเรานะจะตัดคอทิ้งแม่ง!
    #13,370
    0
  8. #13337 พญานก T^T (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:50
    พัง จุดๆนี้ แต่จะรอดู นางต้องทำได้
    #13,337
    0
  9. #13259 lakkee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 16:51
    ขอบคุณ
    #13,259
    0
  10. #12786 มูตี้ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 16:13
    ^______^
    #12,786
    0
  11. #11835 dreamoverdose (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 09:14
    ตกลงเสียดายเงิน 555555
    #11,835
    0
  12. #8603 luknamalotte (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 12:31
    ทำเอาคนอ่านอึ้งไปเลยค่ะ ถึงว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้าจริงๆ
    รัชทายาททำแผนทุกอย่างพังหมดเลย ฉลาดจริงๆ
    เรานึกว่าจะเป็นลาสบอสซะแล้ว แต่ยังมีคนร้ายกว่านี้อีก
    คนเขียนเขียนเรื่องได้ดีมากค่ะ ภาษาสวยงาม
    อ่านไม่สะดุด ถึงเป็นเรื่องโบราณแต่ก็ไม่น่าเบื่อ
    แถมมีปมนู่นนี่ให้น่าติดตามไปหมด คนเขียนเก่งมากค่ะ
    #8,603
    0
  13. #8365 MatteMe (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 04:52
    ทำไมถึงเชียร์อาซิ่นกับรัชทายาท ดูสมกันดีอ่ะ ฮรือออออ ใจบาปมากเค้าเป็นญาติ สกุลเดียวกันเชียว
    #8,365
    0
  14. #8353 softyyy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 01:00
    ขอบคุณมากค่ะ
    #8,353
    0
  15. #7089 TAT47 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 21:32
    มีตัวใหม่อีกแล้ว โอ้ยยยย
    #7,089
    0
  16. #6838 TOEY_KCR (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 09:36
    หาให้เจอน้า นายเอกต้องสตรองเอาพระเอกให้อยู่หมัด บังอาจมาเขียนใบหย่าได้ยังไงกัน เราเชื่อว่านายเอกต้องจัดการรัชทายาทได้ เพราะนางเป็นเด็กยุค2000 ย่อมรู้อะไรมากกว่า
    #6,838
    0
  17. #6690 [เส้นขนในจมูกแจ็คสัน] (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 16:09
    โอยยย เริ่มมึนและงง 555
    #6,690
    0
  18. #6642 Shenoraq (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 11:34
    ปะทะคารมกันดุเดือดมากค่ะ นึกว่าเจ้าลูกเสือจะพลั้งเผลอลงไม้ลงมือ ยังเป็นคนที่ใช้ได้อยู่นะ!
    #6,642
    0
  19. #6452 noo_parekapoom (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 18:25
    โหดมาก ชอบๆ
    #6,452
    0
  20. #6382 SeowooPark (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 21:26
    นี่ยังไม่โผล่ก็แย่แล้ว แค่กๆ
    #6,382
    0
  21. #6208 Mina_Chu+Chu (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 16:31
    รู้สึกอาซิ่นเอาแต่ใจตัวเองมากเลยแต่เราเข้าใจตามประสาคนเลือดร้อน หัวร้อนค่ะ ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ นี่มันเด็กยุคสองพันของจริง???????????? เนื้อเรื่องเรียลตัวละครมีมิติน่าติดตามมากค่ะ
    #6,208
    0
  22. #6194 Sarun Yok (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 12:28
    ก็ยังเชียร์รัชทายาทอยู่ดี หมั่นไส้ท่านแม่ทัพมากบอกตรง มีของมีค่าในมือไม่รู้จักรักษาไว้ ชิชะ!
    #6,194
    0
  23. #6176 Mongmong (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 10:32
    อาซิ่นนี่เครียดเเค่ไหนก็หาเศษหาเลยได้เนาะ
    #6,176
    0
  24. #5980 MindGmini (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 01:52
    ใจเย็นนะอาซิ่น เดี๋ยวก็หาหนอนเจออ
    #5,980
    0
  25. #5514 dyodo_8812 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 21:55
    โดนเล่นงานซะแล้วสู้เขานะอาซิ้น
    #5,514
    0