ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 11 : โบราณว่าไม่ร้ายไม่ใช่ผู้ชาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,703
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 334 ครั้ง
    9 พ.ย. 59

  





           มือเหี่ยวย่นเจือกลิ่นยาพลิกดูฝ่ามือขาวที่มีเลือดซึมชื้น สีหน้าแววตาของผู้มองซับซ้อนอย่างยิ่งขณะค่อยๆใส่ยาและพันแผลอย่างเบามือ ภายในห้องกว้างแม้ผู้คนจะยืนอยู่หลายชีวิตแต่กลับเงียบแทบไม่มีเสียงหายใจ ดวงตาทุกคู่ต่างจดจ่ออยู่ที่รอยแผลในมือของเจ้าของตำหนักที่นั่งเอนหลังบนเตียงกว้าง ผ่านไปอึดใจใหญ่ทุกอย่างจึงแล้วเสร็จ



              “ท่านอ๋อง”ท่านหมอชรานิ่งคิดชั่วครู่ก่อนจะหยิบล่วมยามาสะพาย ดวงตาที่ยังแจ่มใสจับจ้องวงหน้างามงดของเจ้าของตำหนัก “รอยแผลนี้ แม้ไม่นับว่าบาดเจ็บมาก แต่อย่างไรก็ตาม โปรดถนอมพระวรกาย”



               ถ้าข้าไม่เจ็บป่วยบ้างอะไรบ้างท่านจะมีงานทำเหรอ คันปากอยากตอบแบบนั้นเต็มกำลังแต่ข้าก็รู้ว่าคนพูดแสดงความห่วงใยในฐานะหมอ ดังนั้นจึงพยักหน้าแล้วยิ้มน้อยๆ “ข้าทราบแล้ว ขอบคุณท่านหมอ”



               “ท่านหมอเชิญทางนี้”



               แล้วบรรยากาศเหมือนงานศพนี่มันอะไร?



               หลังจากเหล่าไท่ลุกขึ้นเชิญท่านหมอจากไป ทุกอย่างก็อยู่ในความสงบ ข้านั่งนิ่ง มองทุกคนที่ยังคงเงียบแสนเงียบ พร้อมใจกันหุบปากฉับและเอาแต่จ้องข้าด้วยแววตา..เออ รู้แล้วน่ะว่าข้าพลาด รู้แล้วว่าทำพวกเจ้าเป็นห่วง แต่อย่ามามองกันแบบนี้ได้ไหม ไอ้แววตาทั้งห่วงทั้งกล่าวหาทั้ง..โอ้ยย ข้ารู้สึกคันโคตรๆ คันยิบในดวงใจเหลือจะกล่าว อย่ามองมาแบบนี้ ข้าไม่ชิน!



               หลบตาแดงก่ำยังกับจะร้องไห้ของกวางน้อยเสี่ยวเฉียวและสายตากึ่งพ้อกึ่งคร่ำครวญของหลิวหลี ไม่นับสายตาคู่อื่นในห้องอีกอย่างน้อยสามคู่ก่อนจะหันไปหาหลินจวินเจ๋อ ตอนนี้ต่อให้ท่านแม่ทัพแดนใต้มองข้าด้วยแววตารังเกียจเดียจฉันท์ก็ไม่คิดจะโมโห แต่บัดซบ..รายนั้นก็มองข้าด้วยแววตาดุจเดียวกัน ไม่สิ เพิ่มเติมคือความโกรธหน่อยๆ ข้าเองก็ทราบจากเหล่าไท่ว่าที่หลินจวินเจ๋อมาปรากฏตัวในจวนอย่างรวดเร็วแบบนั้นเพราะเขาส่งคนของทางตำหนักไปเรียก ข้านึกถึงท่าทีร้อนรนของท่านแม่ทัพแดนใต้เบื้องหน้า รึเขาคิดจะมาเอาเรื่อง?



              “ข้าจะนอน” รู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ธรรมดา ข้าเลยขอหนีหางจุกตูดชั่วคราวเพราะเดาใจคนเหล่านี้ไม่ถูก รีบดึงผ้าห่มคลุมแล้วหันหลังให้ ในสมองกำลังคิดไปหาคำตอบที่แย่ที่สุดโดยอัตโนมัติ ถ้าหากพวกเขารู้ว่าข้าไม่ใช่จวิ้นอ๋อง..



               “เดี๋ยว ข้ามีเรื่องคุยกับเข้า” หลินจวินเจ๋อคว้าแขนข้าไว้แล้วลากออกมาจากผ้าห่มอย่างอุกอาจ สามีที่รักวันนี้ช่างใช้แรงได้ถูกกาละเทศะจริงๆ ฮึบเดียวก็ลากข้าออกมาจากผ้าห่มและจับให้นั่งได้อย่างรวดเร็วแถมด้วยลูบหัวสองทีเหมือนปลอบเด็กน้อย เจ้าลูกเสือนี่ ไม่คิดว่าล่วงเกินท่านอาซิ่นผู้นี้มากไปหน่อยเหรอห๊ะ  



               “ข้าง่วง” นึกขึ้นมาได้ว่ายังต้องเล่นมุกท่านอ๋องผู้โดนทำร้ายจิตใจอยู่ ข้าจึงเปลี่ยนจากถลึงตาใส่เป็นเผลอสบตาแล้วหลบอย่างรวดเร็ว ลูกไม้นี้แน่นอนว่าทำให้หลินจวินเจ๋อชะงักไป เขาเองก็คงเพิ่งนึกได้ว่าระหว่างตนเองกับจวิ้นอ๋องมีประเด็นชวนอิหลักอิเหลื่อกันอยู่ คิดออกแล้วใช่ไหม ดีมาก ฉะนั้นไสหัวไป-



                “ไม่ได้” เสียงแข็งทำไม แค่เพราะเป็นฮีโร่เข้ามาขวางระหว่างข้ากับรัชทายาทสายเอสนั่นทำให้หลงระเริงคิดว่ามีบุญคุณหรือสั่งได้รึ สำคัญตัวผิดแล้วพ่อหนุ่ม ลูกเต่าแม้จะอัพเกรดแล้วก็เป็นได้แค่ลูกเสือ คิดมาสั่งข้ายังเร็วไป..ข้าหรี่ตามองเขาด้วยอารมณ์ที่เริ่มกรุ่นๆ พยายามบอกตัวเองว่าที่เคืองไม่ใช่เพราะชนักติดหลัง..



                 “ทุกคนออกไปก่อน ข้ามีธุระคุยกับท่านอ๋อง”



                  ไม่ต้องรอให้ข้าอ้าปากเถียง หลินจวินเจ๋อก็ชิงสั่งการพร้อมชี้นิ้วให้คนของข้าลุกออกไปแต่โดยดี ซึ่งบ่าวรับใช้แค่ละคนก็เชื่อฟังเป็นที่สุด ออกไปเฉยๆไม่พอมีงับประตูแถมให้อีกขั้น นี่เรียกว่ากำลังส่งเสริมสนับสนุนข้าหรือกำลังทำอะไรกันแน่ ที่สำคัญนายของเจ้าคือใคร จวิ้นอ๋องไม่ใช่เหรอ พวกคนทรยศ!



              “ทำไมวันนี้เจ้าเชิญรัชทายาทมา?”   



                 คำถามดังชัดเจน ชัดมากจนข้าไม่มีโอกาสบ่ายเบี่ยง ไม่มีเวลาเล่นมุกผู้สะเทือนใจจากศึกยามเมาอีกแล้ว ข้านิ่งเงียบไปครู่หนึ่งพลางมองหลินจวินเจ๋อซึ่งกอดอกหน้าตาเคร่งเครียดเบื้องหน้าแล้วลอบถอนใจ เขายังคงนิ่งรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ แสดงออกอย่างชัดเจนว่าหากไม่ได้สิ่งที่ต้องการก็จะไม่ลุกออกไปให้ข้าตอบยังไงดีล่ะ บอกว่าเชิญรัชทายาทมาเพราะอยากให้เขาเล่นงานเสนาบดีจ้าวให้หมอบงั้นหรือ คิดว่าข้าสมองเสื่อมรึไงถึงจำไม่ได้ว่านั่นเป็นพ่อของคุณหนูจ้าว ข้าบอกเขาแล้วได้อะไร เขารู้แล้วยังไง สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีนั่นเอง



                “อาซิ่น” เมื่อเห็นข้าไม่ตอบ หลินจวินเจ๋อก็เรียกชื่อแล้วถามย้ำ “เจ้าทราบดีว่าตนเองมีอาการเช่นใดต่อหน้าเขา ทำไมถึงเรียกเขามา แล้วยังตกลงอะไรกันอีก?”          



          “ข้าจำไม่ได้”



                 “อะไรนะ?”



                 “ข้าบอกว่า ข้าจำไม่ได้”เงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมเงียบๆ ข้าตัดสินใจกล่าวอ้างถึงอีกหนึ่งสาเหตุก่อนแล้วเก็บประเด็นที่สองเอาไว้ จากประสบการณ์วันนี้ หากข้าทะเล่อทะล่าเข้าหารัชทายาทอย่างไม่รู้อะไรเหมือนคนตาบอดผลคงออกมาน่าสมเพชเหมือนเดิม ถามคนอื่นแล้วไม่มีใครกล้าตอบ วันนี้หลินจวินเจ๋อนั่งอยู่ตรงหน้า ไม่ต้องเมาแล้วก็ได้ ข้าจะถามคำถามที่ค้างคาให้จบกันไปเสียที



                 “ตั้งแต่ที่ข้าเมาเหล้าพับไปครั้งก่อน หลังตื่นขึ้นมาบางความทรงจำก็ขาดหาย บางอย่างก็เลือนลาง ข้าจำไม่ได้ว่าระหว่างข้าและรัชทายาทมีเรื่องราวอันใดเกิดขึ้น ข้าไม่รู้ว่าเขาและข้าเคยคุยกันอย่างไร สนิทสนมกันหรือไม่ ทำไมร่างกายของข้าจึงได้สั่นกลัวอย่างแปลกประหลาดยามเข้าใกล้เขา ข้าไม่รู้ ดังนั้นจึงต้องการจะรู้”



                “เจ้าจึงเชิญเขามางั้นหรือ?” สีหน้าแววตาของหลินจวินเจ๋อดั่งจะถามว่าข้าบ้าไปรึเปล่า ทั้งที่มีอาการเช่นนั้นแล้วยังเชิญหวงไท่หยางมาพบ



                “แล้วอย่างไร ข้าไม่ต้องการอยู่กับความไม่รู้” ต่อให้จริงๆมีเจตนาจะถีบก้นเสนาบดีจ้าวให้คว่ำ แต่นี่ก็เป็นคำถามหนึ่งที่อยากทราบเหมือนกัน ดังนั้นข้าจึงตอบไปอย่างไม่ยอมแพ้ การเดินท่ามกลางเครื่องหมายเควชั่นมาร์กสนี่ คิดว่าสนุกงั้นหรือ นั่นก็ไม่รู้นี่ก็ไม่รู้ ไอ้คำว่าลืมแล้วก็ดีนั่นมันคำปลอบใจชั้นเลวเท่านั้นเอง คนต้องเกี่ยวข้องกันแต่จำอะไรไม่ได้เลยนี่ตลกหรือ ต้องเอาสมองเขวี้ยงผนังห้องก่อนสิถึงจะคิดแบบนั้นได้



                “ข้าอยากทราบ แต่ถามไปก็ไม่มีใครกล้าพูด ทุกคนกล่าวว่าเพราะราชโองการ..ราชโองการ แล้วอย่างไร? หรือข้าต้องอยู่อย่างไม่รู้เรื่องของตัวเอง  ข้าและเขาไม่เกี่ยวข้องกันได้หรือ ท่านพี่ ท่านเองก็รู้ดีเรื่องอำนาจภายในราชสำนัก ข้าไม่ปรารถนาจะเป็นหมากให้ผู้อื่นจับเดิน ดังนั้นจึงต้องได้รู้ หากไม่อยากให้ข้าพบเขาอีก ก็จงบอกมาสิ”



                “เจ้า...ให้ท่านหมอตรวจดูแล้วหรือ”



               “ร่างกายและหัวของข้า สมบูรณ์ดีทุกประการ”



                 อย่ามาเนียนเปลี่ยนเรื่องกับเหล่าจือนะเว้ย!



              คิ้วกระตุกหงุดหงิดจนเกือบออกลายนิสัยเก่า ข้าพยายามปั้นหน้ารักษารอยยิ้ม ไม่อยากให้ใบหน้าน้อยๆของจวิ้นอ๋องกับปากสวยๆนี่ปล่อยคำสถาบหยาบคายของปีสองพันมาให้เป็นราคีแก่คนงาม พยายามแล้วก็ทำได้แค่กระตุกมุมปากเป็นรอยยิ้มแปลกๆ และกำลังห้ามตัวเองไม่ให้จับกด เอ๊ย จับหลินจวินเจ๋อมาชกหน้าสักที เพราะต่อให้คิดไปข้าก็ไม่มีปัญญาทำให้กำแพงฉางเฉิงสั่นสะเทือน 



             “ดีแล้ว ถ้าอย่างนั้น.....”



                “ท่านพี่” ข้ายิ้มหวานมากขึ้นอีกระดับเมื่อเห็นการพยายามบ่ายเบี่ยงอย่างสุดกำลังของอีกฝ่าย ยิ้มนี่หวานมากแค่ไหนก็แสดงถึงอันตรายมากขึ้นเท่านั้นหลินจวินเจ๋อน่าจะทราบดี ดังนั้นท่านแม่ทัพแดนใต้จึงสูดหายใจลึก ข้าเอื้อมมือไปหาเขา จับบนไหล่หนาแล้วบีบแรงๆสักที



                 “หากไม่กล้า ก็จงบอกว่าไม่กล้า อย่าบ่ายเบี่ยง อย่าพยายามเปลี่ยนเรื่อง แค่ท่านบอกว่าเกรงพระราชอาญาแค่นี้ข้าก็เข้าใจแล้ว อาซิ่นเองก็ทำใจไว้แล้วว่าคงไม่ได้คำตอบ อย่าได้กล่าววาจามากมายเลย ท่านโกหกไม่เก่ง พาลเสียเวลาเปล่าๆ”



                  “ใครว่าข้ากลัว!



                  ต่อให้ลูกเต่ากลายมาเป็นลูกเสือ แต่หลุมที่เคยขุดแล้วดักได้ยังไง ก็ยังคงได้ผลอยู่อย่างนั้น



              ข้ายิ้มละไมมองหลินจวินเจ๋อที่สวนคำออกมาทันควันด้วยความรู้สึกหลากหลาย จะว่าประทับใจกับความสำเร็จในการหลอกล่อของตนเองก็ใช่ แต่ที่เหนือกว่าคือความรู้สึกเอ็นดูปนสิ้นหวังในพัฒนาการของมนุษย์ชอบกล หลินจวินเจ๋อท่านแม่ทัพคนนี้หลังถูกข้าจัดการตบๆไปหลายทีก็สำแดงความฉลาดและจิตสำนึกออกมาจนรู้ว่ามีดีอยู่บ้าง หลายวันก่อนเขายังระแวงว่าจะโดนข้าจัดฉากตบตาทำเอาปลาบปลื้มกับระดับไอคิวที่เพิ่มขึ้น แต่วันนี้พอโดนแหย่ไปทีก็เดินตกหลุมอย่างเดิม จะมอบคำว่าโง่ให้ก็ยังเกรงใจเปลี่ยนเป็นซื่อบื้อก็แล้วกัน



                  อาการเกาถูกที่คันมันแบบนี้สินะ คนเรามีจุดต้องห้ามไม่เหมือนกัน อย่างข้าให้โดนด่าว่าชั่ว เลว ไร้จิตสำนึก ไร้หัวใจยังรู้สึกเฉยๆ แต่จะโมโหเป็นฟืนเป็นไฟถ้าโดนด่าว่าหน้าตาแย่ ส่วนหลินจวินเจ๋อ แหย่อะไรเขาไม่ได้ผลเท่ากับการพูดว่าเป็นคนขี้ขลาดกลัว ช่างเป็นหลุมเล็กๆที่ขุดได้ง่ายแต่ประสิทธิภาพสูงจริงๆ



                  ท่านแม่ทัพแดนใต้โพล่งออกมาเหมือนจะรู้ว่าตกหลุมพรางแล้วจึงนิ่งงันไป ส่วนข้าที่รู้สึกว่าเล่นมุกท่านอ๋องผู้เศร้าโศกต่อไปไม่ถนัดแล้วก็ระบายยิ้ม สบตาอย่างจำเพาะเจาะจงให้คนไม่กลัวคายมันออกมา อย่าได้คิดปิดเรื่องของข้าจากตัวข้าเด็ดขาด!



                  “ก็ได้ เจ้าชนะข้าจะเล่า ถ้าเจ้าต้องการฟังจริงๆ” เชื่อฟังแบบนี้แต่แรกก็ไม่มีเรื่องแล้ว ข้านิ่งรอฟังเรื่องทั้งหลายจากหลินจวินเจ๋อด้วยอาการสงบ ท่านแม่ทัพแดนใต้นั่งนิ่งขรึมจ้องมองตรงมา สองมือวางบนเข่าอากัปกริยาดูเป็นทางการซ้ำยังจริงจังอย่างยิ่ง ความจริงใจที่อีกฝ่ายแสดงออกทำให้ข้าพอใจไม่น้อย ถ้ารู้ว่าถามตรงๆจะได้คำตอบคงไม่ลำบากไล่ถามคนอื่นให้เมื่อย



                  “ข้าต้องการทราบจริงๆ ท่านพี่”



                  “ไม่เสียใจ?”



                  “อย่าร่ำไรอีก”




                 “เรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนเราจะแต่งงานกัน” ในที่สุดก็เริ่มเล่า ข้าพยักหน้ารับรู้ ขณะที่ใบหน้าของหลินจวินเจ๋อมีสีจางๆระบายข้างแก้มดูน่าขันไม่น้อย คงจะเขินคำว่างานแต่งกระมัง ไม่ก็เขินเรื่องความวินาศในงานที่ตัวเองทำไว้ ดูแล้วคาดว่าคงเป็นประเด็นหลัง “สองเดือนหลังจบศึกทะเลตงไห่ เจ้ากลับมาพร้อมชัยชนะ ตอนนั้นราชโองการประทานสมรสออกมาแล้ว จวนจวิ้นอ๋องกำลังเร่งจัดงาน..แต่ก่อนเจ้าและองค์รัชทายาทสนิทสนมกันดี ทั้งยังเคยเป็นเพื่อนเรียนหนังสือด้วยกันในวังหลวง”



                  นิ่งฟังแล้วข้าพยักหน้ารับทราบ เรื่องราวความสนิทสนมของทั้งสองไม่ผิดไปจากที่คิดนักเพราะนับจากชาติกำเนิดแล้วถือว่าสามารถสนิทสนมกันได้ ข้ามุ่นหัวคิ้วเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บที่ข้างขมับ เอาอีกแล้ว..นึกถึงเรื่องของหวงไท่หยางทีไรก็ปวดหัวเสมอ



                  “หนึ่งอาทิตย์ก่อนแต่งงาน เจ้าหายตัวไป” หา..ข้าเบิกตากว้างหันไปมองหลินจวินเจ๋อ “ออกตามหาแล้วไม่พบตัว จนในที่สุดสามวันให้หลังเจ้าก็กลับมา เจ้าอยู่ที่ตำหนักรัชทายาทและหลังจากนั้นเจ้าก็จะมีอาการเช่นนี้เวลาพบกับเขา แต่เรื่องราวนอกเหนือไปจากนั้น ข้าไม่รู้”



                  “ไม่รู้”



                  “ใช่ ข้าไม่ทราบ” สามีแต่ในนามหันมาจ้องสบตาข้าเงียบๆและพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “นี่คือเรื่องที่ผู้คนฝั่งรัชทายาท ฮ่องเต้ ตลอดจนคนของวังจวิ้นอ๋องได้รู้ แต่เจ้าพบเจออะไร เจ้าทำอะไรที่นั่น มีเพียงเจ้ากับรัชทายาทเท่านั้นที่ทราบ ผู้คนรู้เพียงเจ้าหายตัวไปและถูกพบอีกครั้งที่ตำหนักของเขา แต่ไม่มีใครทราบรายละเอียด เจ้าไม่พูด รัชทายาทกล่าวเพียงว่าเดินหมากกันข้ามวันข้ามคืนจนลืมแจ้งเท่านั้น..” หางเสียงคนพูดมีแววเยาะ นัยน์ตาคู่นั้นฉายประกายเดียจฉันท์วาบผ่าน “หลังจากนั้นทุกคนถึงค่อยทราบเรื่องที่เจ้าแปลกไป แต่อีกฝ่ายคือองค์รัชทายาท จะทำอะไรได้เล่า ฝ่าบาทก็ทำเพียงออกราชโองการห้ามคบหาติดต่อ ไม่เช่นนั้นเขาคงมากลั่นแกล้งเจ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเป็นบ้าไป”



               “ทั้งที่รู้ว่าข้าโดนลักพาตัวไป วันเข้าหอท่านยังพูดจาโหดร้ายกับข้าอีกนะ ท่านพี่” ไม่รู้ทำไมข้าถึงพูดแบบนี้ ข้าหลับตาลง อาการปวดหัวยังคงอยู่ขณะหัวใจเต้นตุบๆ ได้รู้ในสิ่งที่ต้องการแต่ดูไปก็เหมือนจะไม่รู้อะไรเลย ข้าก้มลงมองฝ่ามือตนเองที่ถูกพันไว้ นึกย้อนไปถึงหวงเทียนหยางว่าจะต้องทุกข์ทรมารกับมันแค่ไหนแล้วรู้สึกอึดอัดเป็นที่สุด



              ข้าไม่รู้และยังคงจำไม่ได้ว่าอะไรเกิดขึ้น ความทรงจำทุกอย่างยังว่างเปล่าบอดใบ้เหมือนวันแรกไม่มีผิดเพี้ยน แต่ฟังจากที่หลินจวินเจ๋อบอกเล่า สิ่งที่จวิ้นอ๋องต้องเจอย่อมไม่ใช่เรื่องดี เรื่องร้ายอาจแบบไหนล่ะที่จะทำให้คนๆหนึ่งเกิดอาการกลัวอีกฝ่ายจนขึ้นสมองได้ขนาดนี้ แม้กระทั่งจำไม่ได้ กระทั่งวิญญาณเขาจากไปร่างกายก็ยังหวาดหวั่นจนเรียกได้ว่าแทบประสาทเสีย



            “ข้าขอโทษ ฮูหยิน” น้ำเสียงทุ้มต่ำกล่าวเบาๆทำให้ข้าละออกจากหวังค์ ฝ่ามือของหลินจวินเจ๋อกำลังวางบนศีรษะและลูบช้าๆด้วยท่าทีอ่อนโยนนัก อัปกริยาระมัดระวังราวกับข้าเป็นแค่แก้วบางๆพร้อมแหลกสลายทุกเมื่อจุดรอยยิ้มขัน ข้ารู้ดีว่าเรี่ยวแรงอีกฝ่ายมีมาก การจะมาระวังอะไรแบบนี้คงทำเอาเกร็งไม่น้อย ขนาดข้าเป็นผู้ชายเจ้ายังคิดมาก แล้วกับแม่นางจ้าวคนงามผู้นั้น..



               “เรื่องมันผ่านไปแล้ว  ไม่ต้องขอโทษ”



               “โอ๊ย..เจ้าทำอะไร?!



               “กัดไง” ข้าละคมเขี้ยวออกมาแล้วพ่นลมหายใจพรืด ลอยหน้าไม่รู้สึกรู้สากับท่าทีตกอกตกใจนั่น ขณะที่มือของหลินจวินเจ๋อก็ปรากฏรอยเขี้ยวเล็กๆขึ้นทันตา อา..เห็นรอยแผลแล้วข้าสบายใจขึ้นเยอะ



               “เจ้ากัดข้าทำไม ฮูหยิน” หลินจวินเจ๋อส่งเสียงลอดไรฟัน สีหน้าท่าทางพยายามคุมความโกรธอย่างสุดกำลังนั่นดูน่ารักไม่น้อย



               “พอดีข้าคันเขี้ยว”



               “อะไรนะ!



              ข้ายิ้มหวาน ปล่อยมืออีกฝ่ายแล้วทำหน้าไม่รู้มีชี้เสีย ผู้ชายอกสามศอกกะอีแค่โดนกัดไม่จับไม่คันอะไรหรอก ไม่รู้เขาจะโวยไวไปทำไม ข้าก็แค่เอาคืนส่วนของคนงามไปเท่านั้น แค่รู้หมั่นไส้ปนๆหงุดหงิดใจเมื่อคิดว่าสามีสุดที่รักเบื้องหน้าจะไปลูบหัวกอดประโลมคุณหนูจ้าวอันเป็นที่รักยิ่ง คิดแล้วมัน..



               “ภรรยา ข้าเล่าให้เจ้าฟังไปแล้ว เจ้าพอนึกอะไรออกบ้างไหม?” ท่านแม่ทัพแดนใต้มองสบตาข้า แล้วเขาก็ขยับตัวถอยห่างจากข้างเตียง



              “ไม่ ยังจำอะไรไม่ได้” เรียกภรรยาก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก ข้าอยากบอกเขาแบบนั้น แต่เห็นท่าทีถอยพรวดๆเหมือนกลัวโดนกระโจนกัดคอแล้วมันน่าหมั่นไส้ยิ่งนัก ดังนั้นข้าจึงป่ายผ้าห่มออกจากข้างกาย เคลื่อนตัวลงจากเตียงช้าๆ



              “เจ้าควรพักผ่อน” หลินจวินเจ๋อลุกพรวดแล้วใช้สองมือยันบ่าข้าไว้มั่น แรงกดหนักๆทำเอาต้องยิ้มหวานมากกว่าเดิม



               คนงามคลี่รอยยิ้มดั่งบุปผาเบ่งบาน ผู้คนที่ได้เห็นควรจะนิ่งงันแล้วทำตาลอยเคลิบเคลิ้มถึงจะถูก คงมีแต่คนบ้าเช่นหลินจวินเจ๋อที่เหงื่อตกคล้ายกลัวถูกเล่นงานเป็นกำลัง ยิ่งเห็นแล้วยิ่งหมั่นไส้ปนน่าหงุดหงิด นี่น่ะเรอะท่านแม่ทัพแดนใต้ผู้ยิ่งใหญ่ เขาร้อนรนกลัวอะไรแบบนี้ ไม่ใช่ว่าไปทำความผิดอันใดไว้หรอกนะ



                “ข้าเจ็บมือ อย่างอื่นปกติดี ท่านพี่” ข้าหรี่ตามองเขา เอื้อมมือไปจับมืออีกฝ่ายที่กดไหล่ไว้ ปลายนิ้วเล็กๆลูบหลังมือกร้านเบาๆ พลางลากเล่นและยิ้มหวานชวนเคลิบเคลิ้ม ข้าเอียงคอมองท่านแม่ทัพเบื้องหน้า รอดูว่าเขาจะมีปฏิกริยาเช่นไร หากปล่อยมือ แน่นอนว่าข้ารอเล่นงานอยู่แล้ว ไม่ว่าหว่างขาหรือหน้าท้องก็น่าจับทั้งนั้นแหละ แต่ถ้าไม่ปล่อย..อืม เขาจะปล่อยให้ข้าลูบหลังมมือเล่นไปเรื่อยๆก็ไม่มีปัญหา ข้าเตรียมลากมือขึ้นสูงอยู่แล้ว



                “ฮูหยิน สำรวมกริยาด้วย”



               “หือ ข้าทำอะไรหรือท่านพี่?” ข้าทำหน้าเหรอหรา สามีภรรยาจับมือกันเรียกว่าลวนลามหรือ กระทั่งไม่ได้เป็นอะไรกัน แค่จับมือลูบมือเล่นก็ไม่เรียกลวนลาม หวงไท่หยางยังเคยทำมาแล้ว หลินจวินเจ๋อเองก็ไม่ใช่ประเภทไก่อ่อนไม่เคยแตะต้องอิสตรี มาสะดีดสะดิ้งเพราะโดนผู้ชายลวนลามนี่เรียกขวัญอ่อนหรือเว่อร์เกินดีล่ะ



               “ข้าเผลอไปทำอะไรให้เจ้าขุ่นเคืองอีกหรือ” ดูเหมือนจะถูกรู้ทันแล้ว ข้ามองอีกคนทำหน้าปั้นยากแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ ยอมละมือออกแต่โดยดี เลิกเล่นก็ได้ ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาอาหาร ไว้ได้มาในกำมือแล้วข้าจะจับให้หนำใจตั้งแต่หัวจรดเท้าเลย     



              “ขุ่นเคืองอะไร ท่านพี่ข้าก็บอกว่าเรื่องมันแล้วไปแล้ว” แต่นี่คือการระบายแค้นย้อนหลัง



              “เจ้าเปลี่ยนไปมากจริงๆ” หลินจวินเจ๋อส่ายหัวน้อยๆ ท่าทีทั้งอ่อนใจทั้งโล่งใจที่ข้ายอมรามือ เขาปล่อยมือจากไหล่ข้า แต่ก็ไม่ได้ขยับนี ตรงกันข้ามกลับนั่งลงที่เดิม ในแววตาที่ทอดมองมาทอแววอ่อนโยนลงไม่ได้แข็งกร้าวด้วยความเดียจฉันท์เช่นวันเก่า นี่ทำให้ข้าแน่ใจว่าวิธีแทรกซึมเข้าไปในหัวใจของเขาเริ่มเห็นผล



              “ท่านพูดสองครั้งแล้ว..ตกลงชอบแบบไหนมากกว่ากัน”



             “เจ้าก็คือเจ้า อาซิ่น”



             ข้าเงยหน้ามองเขา ดวงตาเป็นประกายวาบ คำพูดของหลินจวินเจ๋อไม่มีอะไรพิเศษ ฟังแล้วมันก็รื่นหูดี แต่ชื่อนั่นต่างหากที่ทำให้ข้าต้องยกมุมปากยิ้ม อาซิ่น...อาซิ่น ชื่อนี้เป็นของข้าแต่ก็ไม่เหมือนของข้า ข้าคืออาซิ่นแต่ไม่ใช่จวิ้นอ๋อง ที่อยู่ตรงหน้าคือจวิ้นอ๋องเหลียงจื่อซิ่น ความรักความภักดี ผู้คนที่สนิทสนมมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน มองแล้วก็ได้แต่บอกว่านี่ไม่ใช่ของข้า พวกเขาไม่ได้ห่วงข้า แต่ห่วงจวิ้นอ๋อง ไม่ได้รู้จักข้าแต่รู้จักจวิ้นอ๋อง..



            แต่ตอนนี้ข้าก็คือจวิ้นอ๋อง ไอ้ประเด็นดราม่าน้ำเน่าอย่างรักฉันที่ตัวฉันหรือรักฉันเพราะเห็นฉันเป็นใครน่ะมันเก่าแล้ว ยังไงวิญญาณจวิ้นอ๋องคนเดิมก็คงไปเกิดใหม่ ร่างนี้กลายมาเป็นของข้าแล้วยังจะคร่ำครวญอะไรอีก ไม่ต้องเสียเวลานอนดื่มนมก็โตเลยแถมก็มีโบนัสทั้งหน้าตาดี มีเงิน มีอำนาจแถมผู้ชายรอบตัว จะบ่นไปทำไม๊ให้เสียหลาย ที่ข้าเสียดายจริงๆจังๆตั้งแต่ลืมตาขึ้นมามีอย่างเดียวคือกินคนงามไม่ได้เท่านั้น!



           “เจ้ายังไมได้บอกข้าว่าตกลงอะไรกับรัชทายาท”



               นี่ก็ยังไม่ลืม ข้ามองท่านแม่ทัพเบื้องหน้าจ้องเขม็งแล้วนิ่ง ยิ้มจางขณะในหัวเต็มไปด้วยความคิดมากมาย



              “ท่านเองก็น่าจะทราบมิใช่หรือ” ออกปากถามมาก็เปล่าการจะปฏิเสธ อีกฝ่ายจงใจพูดขนาดนี้แล้วบ่ายเบี่ยงได้อย่างไร ข้าเงยหน้าขึ้นมองสบดวงตาสีดำสนิทคมปลาบเบื้องหน้า ยิ้มและตอบออกมาอย่างฉะฉาน ตาวาววับฉายประกายกล้าไม่ยอมแพ้ซึ่งนั่นทำให้เขานิ่งงัน หลินจวินเจ๋อเองคงทราบแล้วเช่นกันว่าข้าคุยเรื่องอะไร



               “ข้าบอกว่าจะจัดการให้เจ้า”



              “ไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อท่านหรอกนะ ท่านพี่” ได้ยินคำตอบชวนขันก็ต้องยิ้มออกมาเสียทีหนึ่ง “ข้าไม่ได้คำนึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับจ้าวหนิงเฉิงมากนัก แต่เห็นว่าแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจะถูกกว่า ในเมื่อตระกูลจ้าวเป็นคนของรัชทายาท ข้าก็แค่อยากให้รัชทายาทช่วยเหลืออะไรเล็กๆน้อยๆ...ให้พวกเขาหุบปาก”



               “เจ้า..เพราะเหตุนั้นถึงกับทรมารตัวเอง..”



               “ไม่ได้ทรมารแต่อย่างใด” ข้าหัวเราะแล้วมองสีหน้าอันฉายแววอารมณ์หลากหลายเบื้องหน้า เอื้อมมือไปกุมมือหลินจวินเจ๋อแล้วบีบเบาๆเสียคราหนึ่งราวกับจะให้กำลังใจ “นี่คือสิ่งที่ข้าต้องทำ และควรทำมานานแล้ว ไม่ปกป้องตนเองมีหรือใครจะมาปกป้อง ข้าจะไม่อยู่เฉยๆให้ผู้คนเอาโคลนมาปาใส่กำแพงวังจวิ้นอ๋องอีก เรื่องครั้งนี้ต่อให้ท่านบอกจะไปคุยกับเสนาบดีจ้าว ด้วยตำแหน่งแล้วท่านก็ไม่อาจทำอะไรอีกฝ่ายได้ แต่กับข้ามันต่างกัน”



               “เรื่องราวระหว่างเราที่แล้วมาก็ช่างมันเถอะ เห็นท่านเคร่งเครียดมาหลายวันข้าเองก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เพียงแต่..หากจะต้องเป็นศัตรูกับรัชทายาทหรือตระกูลจ้าวจริงๆ ท่านเองก็คงถูกผูกติดกับข้าไปด้วย ที่ข้าลงมือเองในครั้งนี้ก็เป็นการดีกับท่าน จะอย่างไรกับคุณหนูจ้าวผู้นั้นก็ผูกสัมพันธ์รักใคร่กัน  ให้ท่านออกตัวไปวิวาทกับเขาอนาคตอาจเข้าหน้ากันไม่ติด เมื่อถึงเวลานั้น..เอาเถอะ...เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ ข้าเองก็คงต้องปล่...”



              “เหลวไหล”



                ไม่ทันพูดจบ ฝ่ามือหนาก็ตะปบเข้าให้ที่ไหล่แล้วออกแรงดันให้ทิ้งตัวลงบนเตียงอีกครั้ง ข้ากระพริบตาปริบมองหน้าเขา หลินจวินเจ๋อมีสีหน้าเคร่งเครียดทั้งยังเม้มปากแน่น หัวคิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบเป็นปม คนแรงมากกว่ากล่าวเสียงแข็ง ดันตัวข้านอนซ้ำเอาผ้าห่มคลุมเรียบร้อย แถมกดไหล่แน่นๆไม่ยอมให้ลุก ข้ามองหน้าเขาตาปริบๆ ในใจคิดว่าถ้าขู่จะปล้ำสักรอบคงสมยอมไป..แค่กๆ



                “อาการป่วยทำให้เจ้าพูดจาเหลวไหลคิดอะไรมากมายเสียจริง นอนเสีย นอนพักมากๆจะได้ดีขึ้น“ คนตรงหน้าปั้นหน้าเคร่งสอนแล้วถอนใจเบาๆ “เรื่องที่เสนาบดีจ้าวทำลงไป ข้าไม่ชอบ ไม่เห็นด้วย นี่คือขัดแย้งแล้ว ไม่ว่าจะส่งผลกระทบอย่างไร ข้าก็ยอมรับ แม้ข้าจะรักชอบลูกสาวของเขาแต่ข้าจะไม่ให้เขานำเรื่องนี้มาข่มขู่ได้ คนรักกันจริงย่อมสามารถจับมือกันก้าวผ่านอุปสรรค เจ้าอย่าได้คิดมากไป ไม่ว่าอย่างไรที่ข้าออกตัวพูดจาตำหนิพวกเขาก็เป็นสิ่งที่ข้าคิดจากใจจริง”



                “ข้ายื่นโอกาสให้ท่านแล้วนะ ท่านพี่” ฟังว่าเขาหมายถึงอะไร ข้าก็หัวเราะออกมา



                “นอนพักซะ ฮูหยิน” หลินจวินเจ๋อมองข้าด้วยดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น ภาพสะท้อนเข้าไปในเงาตาของกันและกันขณะที่เขาขยับปาก คิดจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เงียบไป แม่ทัพแดนใต้ใช้มือปลดม่านมุ้งรอบเตียงให้คลี่ตัวลง เขาส่งข้าให้นอนทั้งอย่างนั้นแล้วผละออกมาโดยไม่สนใจท่าทีงวยงงสุดชีวิตของข้าแม้แต่นิดเดียว



                 “อ้อ จริงสิ..” คนกำลังก้าวขาออกไปจากห้องชะงักเท้า ชะโงกหน้ามามองจากนอกเตียงด้วยท่าทีขัดเขินแปลกๆ “..กับข้าวมีมากมาย ตั้งโต๊ะให้ข้าทานคนเดียวก็เสียดาย กลับมากินด้วยกันเถอะ”



               ท่านพี่ ท่านช่างน่าเอ็นดูเสียจริง



               ข้าตะแคงศอกมองคนที่เดินออกไปแล้วหัวเราะเบาๆในลำคอ ดวงตาเป็นประกายวิบวับเมื่อได้ยินคำพูดนั้น หลินจวินเจ๋อก็ยังคงเป็นหลินจวินเจ๋อ คนรักความยุติธรรมเห็นใครโดนรังแกหน่อยเป็นต้องเข้าไปขวาง เป็นอีกครั้งแล้วที่ความมีคุณธรรมของเขาถูกข้าจับมาใช้ประโยชน์ ไอ้ที่พูดๆไปนั่นคิดว่ามาจากใจจริงงั้นรึ..ฝันไปเถอะ ข้าก็แค่เล่นมุกจะจับแสร้งปล่อย ให้สอดคล้องกับสภาพท่านอ๋องผู้โศกเศร้าหลังเสียตัวแล้วก็คิดตกเท่านั้น เดิมทีก็แค่ต้องการให้เขาเห็นใจข้า ไม่นึกว่านอกจากทำให้หลินจวินเจ๋อเอนมาทางตัวเองได้แล้ว ยังตัดสินใจอะไรบ้าๆอีกต่างหาก



               คนรักกันจริงย่อมสามารถจับมือกันก้าวผ่านอุปสรรค เขาคิดเช่นนั้นจริงหรือ หลินจวินเจ๋อรู้หรือแสร้งไม่รู้กันแน่ว่าที่เขาทำคือการฆ่าตัวตาย ข้าเห็นมาเยอะแล้วกับคนที่เชื่อเรื่องแบบนี้ เชื่อว่ารักแล้วสามารถข้ามผ่านเรื่องราวเลวร้ายมากมายได้ เชื่อด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความหวังว่าจะผ่านไปได้ด้วยดี เชื่อแล้วทุกสิ่งก็พังทลาย...ที่เจ้ากำลังทำคือการทำลายความสัมพันธ์ที่ตัวเองสร้างมากับมือแท้ๆ



               แต่ข้าไม่เสียใจหรอกนะ สามี  เพราะแบบนี้มันเข้าทางสุดๆไปเลย!



              คนยื่นของดีมาจะไม่รับได้อย่างไร ทุกอย่างเป็นเขาตัดสินใจเองข้าก็แค่ยืนทำตาปริบๆปล่อยให้เขาผดุงคุณธรรมในฐานะคนถูกกลั่นแกล้งให้ร้ายไป ข้ายิ้มกระหยิ่มย่องใจกับความสำเร็จและโชคที่ตัวเองได้รับ ตัดสินใจพักเรื่องตบตีกับรัชทายาทและจ้าวหนิงเฉิง นั่งชมดูหลินจวินเจ๋อแทนที่ และยังคงพอใจอยู่แบบนั้นจนอีกสามวันต่อมา



              “ท่านอ๋อง ข้ามีข่าวมาแจ้ง องค์รัชทายาทจะรับแม่นางจ้าวลี่เซียนเป็นอนุขอรับ”



               หวงไท่หยาง ไอ้XXX !!





+++++++++++++++++++++++++



ชื่อตอนนี้จริงๆอาจเป็นของรัชทายาท55 ส่วนความลับก็ยังคงเป็นความลับต่อไปเพราะมันเป็นเรื่องของคนสองคน

แต่เพราะอะไรทำไมอาซิ่นโกรธนัก คำตอนอยู่ที่ตอนต่อไปค่า แล้วพบกัน


ปล.จะมีคนผิดหวังรึเปล่าหว่าที่อาซิ่นแกร้ายขนาดนี้ และในอนาคตยังจะร้ายมากขึ้นด้วย(...)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 334 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13745 สีขาวผู้โง่เขลา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 21:11

    ไม่ค่ะ!ไม่เลย!ไม่มีความผิดหวังเลยสักนิดแบบนี้แหละชอบบบบบ~~~
    #13,745
    0
  2. #13740 Jupitersadd (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 18:02
    เดินหมากกันแส่ยไปเลยจ้ะ //นั่งดูและหยิบป๊อปคอร์น
    #13,740
    0
  3. #13610 ปีศาจมาม่า (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 18:50
    สมหน้า
    #13,610
    0
  4. #13537 ununchuahong (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 13:28
    วอททททททททท??????
    #13,537
    0
  5. #13452 Vagabond Picha (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 09:57
    ง่ะ รับไปทำไมอะ
    #13,452
    0
  6. #13400 ploybrf2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 22:46
    OMG นี้มันข่าวใหญ่ระดับชาติ(ในนืยาย)
    #13,400
    0
  7. #13325 MaliLa 111 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:48
    สนุกอ่ะร้ายๆแบบนี้แหละชอบ
    #13,325
    0
  8. #13279 จ้าวแมวน้อย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 04:06
    อือหืมมมม องค์รัชทายาท เอ็งโดนอาซิ่นเฉือนแน่ๆ
    #13,279
    1
    • #13279-1 จ้าวแมวน้อย(จากตอนที่ 11)
      22 มกราคม 2561 / 04:08
      แต่รู้ทั้งรู้ว่านางตอแห- แค่ก เล่นละคร ฉันก็ยังเศร้าอยู่ดี แงงงง
      #13279-1
  9. #13258 lakkee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 16:43
    ขอบคุณ
    #13,258
    1
    • #13258-1 พญานก T^T(จากตอนที่ 11)
      8 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:30
      สมมมม ลาก่อนแม่ลี่เซียน
      #13258-1
  10. #12899 Pineapples (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 12:33
    ยิ่งร้ายก็ยิ่งดีนะเจ้าคะจะได้ปราบเหล่าสามี(?)ได้อยู่หมัด...
    #12,899
    0
  11. #12785 มูตี้ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 13:49
    ^_____^
    #12,785
    0
  12. #12784 Ployngern (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 11:03
    สรุปคือรัชทายาทจะเอาอาซิ่นของเราจริงๆถูกม่ะ??
    #12,784
    0
  13. #12734 PrincesSFungi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 06:05
    โอ้โห เดินหมากกันข้ามวันข้ามคืนเลยเหรอ ขนาดนั้นเชียวนะ อมก.รัชทายาทสุดยอด FCเพคะ ขอhowtoเปงเมีย
    #12,734
    0
  14. #12733 PrincesSFungi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 06:02
    โอ้โห เดินหมากกันข้ามวันข้ามคืนเลยเหรอ ขนาดนั้นเชียวนะ อมก.รัชทายาทสุดยอด FCเพคะ ของhowtoเปงเมีย
    #12,733
    0
  15. #12539 Nutsu_Nutsu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 20:08
    ไม่โกรธเลยไรท์ เราชอบมาก ต้องราชินีแบบนี้ซิดี เริ่ดจะตาย จะมีหนุ่มๆคนใหม่มาติดพันอาซิ่นอีกไหม ชอบ
    #12,539
    0
  16. #12083 manabi kaminaga (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 19:03
    ทำไมต้องร้องไห้ รู้ทั้งรู้ว่าอาซิ่นเสแสร้งแกล้งทำแต่เราก็อดร้องไห้ไม่ได้ ทำไมเนี่ยยย รู้สึกเศร้า(เป็นคนเดียวรึเปล่าไม่รู้แหะ)
    #12,083
    0
  17. #11326 phetlovrwwww (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 11:44
    เราชอบอาซินแบบร้ายๆมันเป็นอะไรที่ดีต่อใจมาก
    #11,326
    0
  18. #9097 Plankton J (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 00:40
    ร้ายแบบนี้แหละดี
    #9,097
    0
  19. #8696 sprinkle star (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 11:40
    ตอนแรกนึกว่าอาซิ่นจะเศร้าใจเรื่องท่านอ๋อง แต่ดันคิดว่าประเด็นนั้นน้ำเน่าซะงั้น 555555 จิตใจเข้มแข็งขนาดนี้เป็นเทพเมกกะทรูเถอะค่ะ!
    #8,696
    0
  20. #7763 gracenofhobia (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 21:00
    คิดไปคิดมา

    ถ้าลาสต์บอสจริงๆแล้วเป็นจวิ้นอ๋องตัวจริงขึ้นมาล่ะ (...)

    อารมณ์แบบ วิญญาณยังหลับอยู่ในส่วนลึกของร่างกาย แล้วตื่นขึ้นมา

    ผ่างงงงงงง
    #7,763
    1
    • #7763-1 sanpahaha(จากตอนที่ 11)
      5 มกราคม 2560 / 01:39
      ถ้าเป็นงั้นจริงคนแต่งมีเจ็บค่ะ5555 แค่นี้ปมก็เยอะจนจะพันคอตายแล้วไหนจะลุ้นเรื่องพระนางอีกถ้าโผล่มาอีกคงไม่ไหว55555
      #7763-1
  21. #7084 TAT47 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 21:21
    รัชทายาทคนแบด555555555555555555
    #7,084
    0
  22. #6954 For_Flame (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 16:56
    ถ้านายเอกร้ายรัชทายาทนี่ลาสบอสมาก....
    ตอนอ่านนี่อุทานแบบเดียวกับนายเอกเลย555
    #6,954
    0
  23. #6834 TOEY_KCR (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 09:15
    โอ้ยยยยยยน รัชทายาทนี่มันยังไงเนี่ย ดูเเล้วก่อนวันเเต่งต้องมีอะไรเเน่ๆ อยากให้นายเอกรู้เรื่องแล้วจัง แล้วจัดรัชทายาทให้หน้าหงายไปเลย
    #6,834
    0
  24. #6638 Shenoraq (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 11:20
    ตลก5555555555555555555555555 รัชทายาทนี่มันรัชทายาทจริงๆ กินกันไม่ลงสุดๆ แถมยังมีเค้าว่าจื่อซิ่นจะพ่ายแพ้อีกด้วยถถถถถถถถถถถถถถ /ขอให้เจ้าลูกเสือไปสู่สุคติ โดนภรรยากิเลนคนงามบีบตายแน่ๆ
    #6,638
    0
  25. #6281 ALoHaTheStars (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 03:57
    อืม ทำไมหลายคนเชียร์รัชทายาทจัง เราไม่ชอบเลยอ่ะ มันบังอาจทำอาซิ่นของเราแท้ๆ ให้ตายไงก็ไม่ชอบง่ะ
    มีบางวูบก็คิดนะว่าอาซิ่นบางทีก็ร้ายไปหน่อย แต่คิดไปคิดมามันก็เข้ากับที่ตัวเองสัญญากับร่างเดิมอาซิ่นไว้ตั้งแต่แรกเลยเข้าใจได้อยู่นะ555 ถือว่าสมเหตุสมผลและเดินเกมเก่งมาก/ปรบมือให้ 55555555
    #6,281
    0