บิ้นไม่เก็ท

ตอนที่ 2 : บิ้นไม่เก็ท1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 903
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 122 ครั้ง
    12 ม.ค. 63

บิ้นไม่เก็ท1

พอกลับมาคิดๆดูแล้วสิ่งที่ได้ตกลงไว้กับนายกวินก็เหมือนว่าเป็นสิ่งที่ผมได้ตัดสินใจไปในทางที่ผิด โคตรผิด โคตรดับเบิ้ลผิดเลย ทำไมตอนนั้นไม่มีสติยับยั้งความสงสารของตัวเองวะไอ้บิ้นเอ้ย!

แล้วต่อจากนี้ชีวิตที่สดใสของผมจะมาหม่นหมองแปดเปื้อนเพราะนายกวินไหม ผมเริ่มกลัวแล้วจริงๆนะ

“ฮัลโหลครับพ่อ”

พ่อผมโทรมาปลุกตั้งแต่เช้าแบบนี้คงไม่พ้นบอกให้รีบกลับบ้านเพื่อไปช่วยขายทองที่ร้านอีกแน่ ลุงเขาโทรมาทุกวัน ตามตื้อผมอยู่นั่นแหละ เฮ้อ..

(กลับวันไหน พ่อบอกให้ไปแค่อาทิตย์เดียวไม่ใช่เหรอบิ้น)

“โหยพ่อก็ บิ้นมาพักร้อนไง มาสำรวจพื้นที่ด้วย”

(ที่เที่ยวน่ะสิไม่ว่า)

“อิอิ สมกับเป็นพ่อบิ้นเลยน้า”

(อย่ามาตลก อาทิตย์หน้าต้องกลับมาเข้าใจไหม)

“โอเคพ่อรู้แล้วๆ งั้นแค่นี้นะบิ้นง่วง”

(ขี้เซานัก ระวังผีหลอก)

“โตขนาดนี้แล้วบิ้นไม่กลัวหรอกน่าอย่ามาหลอกกันซะให้ยากครับลุง”

(เออๆแค่นี้แหละแล้วอย่าลืมที่แม่สั่งให้ซื้อด้วยล่ะ)

“คร้าบๆ”

วางสายจากพ่อก็กวาดสายตามองไปทั่วห้องนอนของตัวเอง เมื่อไม่เห็นว่าจะมีสิ่งเหนือธรรมชาติอยู่ภายในห้องนี้เหมือนที่พ่อบอกก็หลับตานอนต่อแต่ฟีลมันก็ไม่ได้แล้วอ่ะผมเลยต้องลุกขึ้นนั่งด้วยใบหน้าที่เซ็งเต็มที่

วันนี้ไปไหนดีวะ ภัทรก็ไม่ว่าง ไอ้รามงานก็ยุ่งแล้วบิ้นคนนี้จะอยู่กับใครวะเนี่ย

ในห้องนี้ก็อุดอู้น่าเบื่อซะเหลือเกิน

“ไปซื้อของให้แม่ก็แล้วกัน”

ผมตกลงกับตัวเองเสร็จสรรพก็ลุกขึ้นจากเตียงไปล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำให้เรียบร้อยก่อนจะออกไปตะลอนๆข้างนอก

 

 

ช่วงนี้คงจะเป็นช่วงวิกฤตของผมร้อยวันพันปีออกมาเดินตะลอนเที่ยวคนเดียวไม่เคยจะได้พบเจอทว่าวันนี้อย่างที่บอกว่าเป็นวันซวยของผมอีกวันเมื่อผมต้องมาเจอไอ้นายกวินที่เดินซื้อของอยู่อีกฝั่งหนึ่งของถนน

แทบจะก้มลงหมอบคลานบนพื้นฟุตปาธเพื่อที่จะหนีหน้านายกวินให้พ้น ที่เคยรับปากไปก็ถือเป็นความผิดพลาดละกันนะนายกวินตอนนี้บิ้นขอเอาตัวรอดก่อน

ปั่ก

“โอ๊ะ!”

“หลบผมอยู่เหรอคุณริบบิ้น”

ผมมองปลายรองเท้ามันปลาบของคนที่เอ่ยทักค่อยๆไล่สายตาขึ้นเรื่อยๆกระทั่งเจอกับรอยยิ้มและหน้าตาอันคุ้นเคย

แหะ

“ใครหลบคุณ คนอย่างผมเนี่ยนะเหอะๆจะหลบทำไมตลกละ”

“ไม่หลบแน่เหรอคุณแต่ท่าทางของคุณน่ะ…”

เมื่อรู้ตัวผมก็รีบลุกขึ้น ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปัดเศษดินอันน้อยนิดออกก่อนจะโต้กลับไปอย่างไม่ยอมแพ้

“หาเหรียญไงเมื่อกี้ทำตกกลิ้งไปไหนแล้วก็ไม่รู้เนี่ย”

“อ้อหรอครับ”

มันน่าหมั่นไส้นักไอ้นายคนนี้

“เออแล้วคุณจะทำไมหลบไปเลยไปผมจะรีบไปซื้อของ”

“ไปซื้ออะไรคุณผมว่างนะให้ไปช่วยไหม”

“ไม่จำเป็นจะไปไหนก็ไปเหอะไป”

ผมไล่เขาอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะก้าวเดินเร็วๆเพื่อหนีคนที่อาสาจะไปซื้อของเป็นเพื่อน คือมันก็ไม่จำเป็นอ่ะนะที่ผมจะชวนเขาไปด้วยและผมก็คิดว่าการอยู่ห่างๆนายกวินคนนี้น่าจะเป็นผลดีกับผมมากกว่า

สิ่งที่แม่ฝากมาซื้อคือยานวดที่มีขายแค่ในจังหวัดนี้ ผมมักจะอาสามาซื้อให้แม่ทุกทีเวลายาของแม่หมด พูดตามตรงผมก็แค่อยากมาเที่ยวหารามกับภัทรที่นี่เฉยๆแต่พ่อกับแม่ไม่รู้ไง คิดว่าผมเป็นลูกที่น่ารักของท่าน ยาหมดทีไรอาสามาทุกที

ผมว่าถ้าท่านรู้ผมอาจจะโดนไล่ออกจากกองมรดก ความฝันที่จะแอบเอาทองพ่อไปขายก็จะหมดสิ้นไปเพราะงั้นท่านทั้งสองจะไม่มีทางรู้จุดประสงค์นี้ของผมแน่นอน

...หมายถึงจุดประสงค์ที่อาสามาซื้อยาน่ะเหรอ ไม่ใช่หรอกผมหมายถึงจุดประสงค์วางแผนขโมยทองพ่อไปขายต่างหาก

“มีอะไรให้ช่วยไหมคะคุณผู้ชาย”

พนักงานคนหนึ่งของร้านเดินเข้ามาสอบถาม ผมชอบที่ร้านนี้มีการบริการที่ดีแถมพนักงานยังดูเป็นมิตรและอัธยาศัยดีอีก ถึงว่าล่ะแม่ถึงติดใจนักกับการมาซื้อยานวดที่ร้านนี้

“ไม่เป็นไรครับ ผมขอเดินดูก่อนนะครับ”

“ได้ค่ะ เชิญค่ะ”

ผมผงกหัวให้คุณพนักงานเพื่อเป็นการขอบคุณก่อนจะเดินดูในร้านไปเรื่อยๆ ผมกะว่าซื้อยานวดให้แม่ไปสักแพ็คสองแพ็ค เอาไปตุนเก็บไว้น่าจะดี ส่วนของพ่อผมว่าจะซื้อแผ่นแปะสมุนไพรในร้านให้สักหน่อย เห็นว่าช่วยแก้อาหารปวดเมื่อยตามร่างกายได้ดีกว่ายานวดของแม่

“คุณเอาไปใช้เองเหรอครับ”

เสียงคุ้นๆนะผมว่า

“มาได้ไงวะคุณ”

“เดินตามมาตั้งนานแล้ว คุณไม่เห็นผมเองนี่”

“แล้วจะตามมาทำไมไม่ทราบ”

“ผมเห็นคุณมาคนเดียวก็กลัวจะเหงาเลยมาเป็นเพื่อน”

“ผมไม่เหงา โอเคนะ คุณไปไหนก็ไปเลยไป”

ผมจะมีชีวิตเพื่ออยู่ไล่นายกวินให้ออกไปไกลๆจากตัวเองทั้งชีวิตไหมผมก็ไม่รู้แต่วันนี้ผมไล่เขาไปสองครั้งแล้ว นายนี่ก็ไม่เข็ดไม่ขยาดอะไรเลยนะ ยังคงยิ้มหน้าระรื่นอย่างอารมณ์ดีเกินมนุษย์มนาหรือว่านายนี่จะไม่ใช่มนุษย์วะ เป็นสิ่งเหนือธรรมชาติจริงๆใช่ไหม

อ่า...มโนไปไกลแล้วขอโทษครับกลับมาอยู่ในโลกแห่งความจริงเถอะ

“ไม่ต้องเกรงใจคุณวันนี้ผมว่างจริงๆ”

โอ้ยน้อ ผมไม่เคยพูดกับเขาเลยนะว่าผมเกรงใจเขาอ่ะ

ผมว่าผมขี้มโนแล้วนะนายนี่ยิ่งกว่าผมอีกเหรอ

“แล้วคุณจะอยากตามผมทำไมนักหรือพิสวาสตัวผมจริงๆน่ะห้ะ!” ผมมองเขาอยากระแวง ยกมือขึ้นมากอดอกตัวเองทั้งสองข้าง

“เฮ้อ..ผมก็คิดว่าคุณน่าจะปกตินะ”

“อ้าวๆ นี่ว่าผมปัญญาอ่อนเหรอ”

“ผมไม่พูดอะไรเลยคุณ”

“ก็เมื่อกี้คุณพูด”

“ผมไม่ได้พูด”

“ไอ้คุณกวิน”

“ครับคุณริบบิ้น”

“ฮึ่ย!”

มันน่าโมโหนัก ถ้ามีไม้หน้าสามตอนนี้ผมจะเอามาใช้แล้ว ไม่ได้เอาไปตีหัวนายกวินนะแต่จะเอามาตีหัวตัวเองนี่

บิ้นไม่อยากรับรู้แล้ว!

 

 

 

มันจะใครบนโลกนี้อีกบ้างที่ชอบเดินตามคนอื่นต้อยๆโดยที่ไม่บ่นอะไรทั้งสิ้น แกล้งเดินในระยะทางที่ยาวๆนายกวินก็ยังเอาแต่เดินไปยิ้มไป คนที่แกล้งอย่างผมนี่สิหอบแฮ่กๆจนสุดท้ายก็ยอมแพ้ไปจนได้ ตอนนี้เลยแวะหาอะไรกินก่อนเดี๋ยวเอาไว้แกล้งเขาใหม่

“เฮ้ยๆ มีร้านแบบนี้ที่นี่ด้วยอ่ะ”

เผลอลืมตัวหันไปยิ้มดีใจพลางชี้นิ้วไปทางร้านคาเฟ่ลูกเจี๊ยบสีเหลืองน่ารักๆ ไม่ใช่ลูกเจี๊ยบตัวเป็นๆหรอกครับแต่เป็นลูกเจี๊ยบตัวปลอมที่ใช้ตกแต่งร้าน เหลืองอ๋อยเชียวเลยนะน้องๆ

“คุณชอบเหรอ?”

“อือๆ ชอบมากเข้าไปกันคุณ”

ผมยื่นมือไปจับจูงข้อมือของคนข้างๆอย่างเผลอไผล ผมชอบลืมตัวไงเพราะเวลามาร้านลูกเจี๊ยบก็จะมากับเพื่อนๆแล้วชอบจูงมือพวกมันเข้าร้าน

“เมนูน่ารักอ่ะ” ผมมองดูเมนูละลานตาที่อยู่บนป้าย “มีเมนูแนะนำด้วย...โห ลูกเจี๊ยบหรรษา”

“อะไรนะคุณ มันกินได้จริงๆเหรอ”

“ไม่รู้ๆแต่น่าลอง” ผมหันไปบอกคนข้างๆ “เอาแบบนี้ที่นึงครับ คุณเอาไหม?”

“อืม เอาเหมือนคุณนั่นแหละ”

ผมพยักหน้า รู้สึกปลื้มปริ่มที่มีคนอยากลองชิมเมนูนี้ด้วยกัน

“เอาแบบนี้เพิ่มอีกหนึ่งครับ ขอเค้กบลูเบอรี่ที่นึงด้วยครับ”

ผมยื่นเงินให้พนักงานไปหนึ่งพันบาทโดยที่คนข้างๆก็เอาแต่มองหน้าผมจนผมต้องหันไปมองเขากลับ

“เลี้ยงผมเหรอ?”

“อ่า...” ลืมไปเลยว่าผมไม่อยากอยู่กับเขานานๆ แล้วนี่เผลอเลี้ยงขนมกับน้ำเขาอีก ไอ้บิ้นเอ้ยเจอของกินแล้วลืมทุกอย่างบนโลกนี้จริงๆสินะ “กินไปเหอะน่า ถามมาก”

“ขอบคุณนะคุณริบบิ้น”

“จะไม่รับคำขอบคุณเพราะเรียกว่าริบบิ้นนี่แหละ”

“ก็มันน่ารักนี่คุณ เหมาะกับคุณดี”

“โว้ะ เลี่ยนว่ะอย่าเอาอะไรแบบนี้มาพูดกับผม เคนะ”

“....” กวินไม่ตอบเอาแต่ยืนยิ้มให้ผมเท่านั้น

มันน่าหงุดหงิดจริงๆนะคนแบบนี้

“ไปนั่งเถอะคุณเดี๋ยวผมยกไปให้”ผมบอกเขาตอนที่รับเงินทอนจากพนักงานมาเก็บใส่กระเป๋าเรียบร้อยแล้ว

“คุณนั่นแหละไปนั่ง เดี๋ยวผมเอาไปให้คุณเองไหนๆคุณก็เป็นคนเลี้ยงแล้วด้วย”

ผมพยักหน้าไม่ปฏิเสธ ดีซะอีกจะได้ไม่ต้องยืนรอตรงนี้ให้เมื่อย มีคนยกไปให้กินสบายดีออก อย่าหวังความเป็นคนดีจากผมครับเพราะมันมีแค่กับบางคนเท่านั้น โอเคนะ

ระหว่างรอก็เลื่อนโทรศัพท์เล่นไปพลาง ช่วงนี้ทองราคาลงคนแห่มาซื้อเก็บไว้เพียบเลย พ่อส่งไลน์มาบอกว่าคนเข้าเต็มร้านตั้งแต่เช้าพึ่งจะได้พักเมื่อกี้ เห็นแล้วก็รู้สึกผิดที่หนีมาเที่ยวเลยได้แต่ขอโทษในใจ

ขอบิ้นเที่ยวอีกสักอาทิตย์นะพ่อ เดี๋ยวกลับไปช่วย

“นี่นาย!”

 

50%

นั่งเหม่อๆอยู่คนเดียวได้ไม่นานเสียงแหลมของผู้หญิงจากที่ไหนก็ไม่รู้เรียกผมให้ต้องหลุดออกจากภวังค์ จะบอกว่าผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้มันก็คงไม่ได้ ผมรู้แหละว่าเธอคือขวัญคนที่จะแต่งงานกับนายกวินไง

“เรียกผมเหรอ?” ผมชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ทำหน้างงๆให้ดูใสซื่อเข้าไว้

“แล้วคุณเห็นว่าขวัญเรียกใครล่ะคะในเมื่อที่ตรงนี้ก็มีแค่คุณคนเดียว”

“ไม่รู้สิครับ พอดีได้ยินว่า‘นี่นาย’ ผมไม่ได้ชื่อนี้ไงนึกว่าเรียกผิดคน”

“นี่คุณจะกวนประสาทฉันเหรอคะ”

“ผมเปล่านะครับ ผมก็แค่ตอบไปตามความจริงเฉยๆนี่นา”

เว้ยๆ ไม่คิดว่าต้องมาเล่นบทพระเอกฉะกับนางร้ายเลยนะเนี่ย ตื่นเต้นเป็นบ้า

“เอาเถอะค่ะขวัญไม่อยากเสียเวลา” เธอว่าพลางนั่งลงโดยที่ไม่ได้รับคำอนุญาตจากผมด้วยซ้ำ อะไรกันนะผู้หญิงคนนี้

“มีอะไรเหรอครับ ผมว่าผมก็ไม่ได้เชิญคุณนั่งเลยนะ”

ผมมองใบหน้าของเธอที่แสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจนแต่ผมสนที่ไหนล่ะ ผมพูดความจริงทุกอย่างแล้วจะมาโกรธอะไรผม

“ค่ะ ฉันนั่งเองล่ะค่ะ ฉันแค่อยากจะมาบอกให้คุณเลิกกับกวินซะ”

สรรพนามที่แทนตัวเองว่าขวัญเปลี่ยนไปเป็นคำว่าฉันแทน เอาแล้วล่ะผมว่าคุณขวัญนี่น่าจะเกลียดขี้หน้าผมแล้วล่ะ

“ทำไมครับ?”

“เอ๊ะ! ครั้งก่อนฉันก็บอกชัดเจนแล้วนะคะว่าฉันกับเขาจะแต่งงานกัน”

“เอ๊ะ! แต่ตอนนี้ก็ยังไม่แต่งนี่ครับ อีกอย่างกวินไม่เห็นบอกผมเลยว่าเขาจะแต่งกับคุณ คุณโมเมคิดไปเองรึเปล่าครับเนี่ย น่าสงสารจริงๆ”

มือของเธอกำเข้าหากันแน่นอย่างระงับอารมณ์ เกิดมาผมไม่เคยโดนผู้หญิงตบแต่ทว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าก็ไม่แน่ผมอาจจะโดนก็ได้ เพราะงั้นขอสงบปากสงบคำแป๊บนึงไม่อยากเจ็บตัวเท่าไร

“คุณโดนจ้างมาเท่าไร”

“จ้างอะไร”

“จ้างมาแกล้งเป็นแฟนกับกวินไงคะ”

โอ๊ย อยากจะบอกว่าฟรีครับคุณผู้หญิง เพราะความเป็นคนดีผิดเวลาของผมล้วนๆเลยครับที่ทำให้มาพบชะตากรรมแบบนี้เนี่ย

“ไม่ได้จ้างครับ เรารักกันปานจะกลืนกินขนาดนั้นคุณดูไม่ออกเลยเหรอ”

“ฉันไม่เชื่อหรอกค่ะ ทั้งชีวิตกวินก็คบแค่ผู้หญิง”

กวินมันอาจจะเปลี่ยนมาชอบผู้ชายก็ได้ปะวะ อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละน่า

“แล้วคุณอยู่กับเขาทุกเวลารึไงถึงได้รู้ลึกขนาดนั้นอ่ะครับ”

“นี่...”

“บิ้นครับ จะได้เรียกถูกสักที”

เรียกนี่ๆอยู่ได้ จนผมชักสงสัยแล้วว่าตัวเองอาจจะชื่อนี่

“ฉันบอกคุณแล้วนะคะ ถ้าหลังจากนี้กวินต้องมาเดือดร้อนเพราะคุณ คุณจะต้องเสียใจค่ะ”

ผมจะเอาอะไรมาเสียใจก่อนเถอะ เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะไอ้คุณกวินที่ปากพล่อยๆบอกว่าผมเป็นแฟนเขาโน่นน่ะ

“อ้อเหรอครับ”

“เชิญรับเงินค่าจ้างแล้วแกล้งเป็นแฟนปลอมๆต่อไปนะคะเพราะยังไงแล้วกวินเขาก็ต้องแต่งงานกับฉันอยู่ดี”

“ยินดีด้วยนะครับสำหรับงานแต่งที่มโนขึ้นมาเองคนเดียว”

“นี่นาย!”

“มีอะไรกันรึเปล่าครับ”

เหมือนฉากในละครที่พระเอกชอบมาตอนนางร้ายกำลังจะทำร้ายพระเอกอีกคนเลยว่ะแต่ผมเห็นนะว่าไอ้นายนี่มันยืนมองผมกับขวัญมาตั้งแต่เธอเดินเข้าร้านมาแล้ว

ผมบอกแล้วว่าไอ้คนๆนี้น่ะร้ายกาจกว่าที่คิดเยอะ

“กวินคะ”น้ำเสียงอ่อนหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้านั่นน่ะมันคืออะไรกันนะ เมื่อกี้คุยกับผมไม่ใช่เสียงนี้นี่หว่า สองมาตรฐานจริงๆเลย

“ครับ”

กวินตอบรับด้วยน้ำเสียงสุภาพแล้วเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆผม

“สนใจขวัญก่อนสิคะกวิน”

“ขอโทษทีครับ” เขาเหมือนพูดเพื่อปัดรำคาญเท่านั้นเพราะเมื่อพูดเสร็จเขาก็หันมาหาผมทันที “รอนานไหมครับ?”

แล้วไอ้เสียงหวานแหวนนี่มันออกจะเลี่ยนไปหน่อยไหมแต่ลืมไปว่ากำลังแสดงเป็นแฟนกันอยู่ผมจึงต้องเล่นไปให้สมบทบาทตามน้ำเขาไปก่อนแล้วกัน

“ไม่นานครับ พอดีคุณขวัญเขาเข้ามาคุยเป็นเพื่อนพอดี”ไม่รู้จะเรียกว่าคุยได้ไหมแต่ตอบแบบนี้คงดีแล้วจะได้ไม่เป็นการหักหน้าคุณขวัญเขาด้วย

“คุยอะไรกันเหรอครับ”

“อ้อก็เรื่อง...”ผมกำลังจะตอบ

“งั้นขวัญขอตัวก่อนนะคะ”

จะกลัวอะไรมากันขนาดนี้แล้วแต่ก็ดีแล้วล่ะที่เธอกลับไปเพราะถ้าพูดกันตามจริงแล้วผมก็แอบสงสารเธอเหมือนกันนะ เวลาได้เห็นววตาของเธอที่มองกวินน่ะมันเป็นสายตาที่ทั้งรักทั้งอาวรณ์เลย

คิดเอาเถอะขนาดคนนอกอย่างผมยังดูออกว่าขวัญรักกวินขนาดไหนแต่กวินนี่สิ คนไม่รักก็คือไม่รักอยู่วันยันคำนั่นแหละนะ

“ครับ กลับดีๆครับ”

เธอยืนมองกวินอย่างไว้อาลัยส่วนไอ้นายนี่ก็พยายามจะยัดเค้กบลูเบอรี่เข้าปากผมให้ได้

“เธอไปแล้วเลิกป้อนสักที”

“เอาอีกคำคุณ อร่อยไม่ใช่เหรอ”

ผมทำหน้ารำคาญ ยอมอ้าปากรับเค้กคำนั้นเข้าปากอย่างว่าง่าย มันอร่อยอย่างที่เขาว่าจริงๆนี่หว่า

“พอแล้วนะผมอิ่ม”

เขาขำอย่างถูกใจส่วนผมก็ดูดน้องลูกเจี๊ยบหรรษาเพื่อให้คล่องคอ

“แล้วเมื่อกี้ขวัญเข้ามาคุยอะไร”

ผมถอนหายใจเซ็งๆ ใช้พลังงานปะทะกับคุณขวัญนั่นไปซะเยอะเลย ไม่คิดว่าจะเหนื่อยขนาดนี้

“เขาบอกให้เลิกยุ่งกับคุณ บอกว่าผมเป็นแฟนปลอมๆที่คุณจ้างมาซึ่งมันก็จริงว่าผมเป็นแฟนปลอมๆส่วนที่จ้างมานั่น เหอะๆ จ้างกับผีน่ะสิ”

“แค่นี้เหรอ?”

“ก็บอกว่าถ้าไม่ยอมเลิกกับคุณ ผมจะทำให้คุณเดือดร้อนประมาณนั้นแหละ แล้วก็มาอวดๆว่าจะได้แต่งงานกับคุณด้วย”

“อาห้ะ” เขาพยักหน้าหงึกหงัก

“แล้วถามจริงๆเหอะนะ คุณขวัญอะไรนี่ก็ดูสวยดี บ้านก็น่าจะรวยพอๆกับคุณปะทำไมไม่ลองเปิดใจศึกษาเขาดูล่ะ”

“ไม่เอาหรอกคุณ ภายนอกอาจจะสวยหรูแต่ข้างในน่ะใครจะไปรู้”

“จริงของคุณแหละ”

“ขอบคุณนะคุณที่ช่วยผมน่ะ”

“เมื่อกี้มันจำเป็นหรอกน่าแต่ก็แอบสงสารเธอเหมือนกันนะคุณ”

“ทำไงได้ล่ะ ผมปฏิเสธไปแล้วแต่เธอก็ไม่ยอม”

“เออๆเอาเถอะ ผมจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ละกัน ถือว่าทำบุญ”

“บุญใหญ่เลยล่ะมั้งเนี่ย”

“สาธุรอไว้ก่อนเลย”

เสียงหัวเราะของเขาทำให้ผมต้องยิ้มตาม เมื่อกี้เขาคงไม่รู้ตัวเองล่ะมั้งว่าทำหน้านิ่วคิ้วขมวดขนาดไหน ผมว่าเป็นใครมันก็ต้องเครียดกันทั้งนั้นแหละเวลาที่โดนคลุมถุงชนให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักอ่ะ

นี่ถ้าที่บ้านไอ้คุณกวินจะเข้าใจลูกเขาสักหน่อยก็น่าจะดีนะทุกคนจะได้ไม่ต้องวุ่นวายและลำบากใจต่อกันขนาดนี้

แต่ว่าก็ว่าเถอะ รสชาดเครื่องดื่มลูกเจี๊ยบหรรษามันประแล่มๆจังเลยวะ บิ้นว่าเมนูนี้ไม่ผ่านอ่ะ

 

 

“แล้วคุณจะเดินตามผมาอีกทำไมเนี่ย ไม่มีอะไรทำรึไงวะ”

เอี้ยวตัวไปถามคนข้างหลังก่อนจะเดินมองของที่จะซื้อไปพลางระหว่างรอคำตอบ ผมว่าวันนี้ผมก็หมดหน้าที่แฟนปลอมๆของเขาแล้วนะ แล้วไอ้ตานี่ทำไมไม่ยอมหายไปจากตรงนี้สักทีล่ะวะ

“ผมบอกว่าจะมาเดินเที่ยวเป็นเพื่อนคุณไงจำไม่ได้เหรอ”

“ผมบอกว่าผมไม่ได้อยากมีเพื่อนแบบคุณไง จำไม่ได้เหรอ” ผมถามย้อนเขากลับเผื่อจะทำให้เขาหัวร้อนได้แต่ทว่าคงคิดผิดไปเพราะนายกวินมันยังยืนยิ้มหน้าระรื่นเหมือนเดิม

“แต่เราก็ไม่ได้เป็นเพื่อนกันสักหน่อยนี่คุณ”

นายกวินพูดถูกใจผมก็วันนี้นี่แหละ ไม่เคยจะรู้สึกดีกับคำพูดไหนของนายนี่ทำกับคำพูดในวันนี้เลย สงสัยผลบุญที่ช่วยไอ้คุณกวินจากคุณขวัญไว้มาส่งผลต่อคำพูดของเขาล่ะมั้งเนี่ย

“ใช่ไหมล่ะ”

“เพราะเราน่ะเป็นแฟนกันต่างหาก”

ขอถอนคำพูดแล้วกันที่ไอ้คุณกวินมันพูดดี พูดถูกใจ ไอ้คำว่าเป็นแฟนนี่มันยิ่งกว่าเป็นเพื่อนอีกไม่ใช่รึไง นี่มันจะจริงจังอะไรไปได้วะ ก็แค่แฟนปลอมๆไว้หลอกชาวบ้านเขา

“โอ๊ยๆ คุณ เลิกมโนได้แล้วนะ ผมรู้ว่าผมหน้าตาดีมากๆแต่ผมก็ไม่ได้อยากจะเป็นแฟนคุณหรอกนะ เค๊?”

“เอาเถอะๆ แล้วคุณจะซื้ออะไรครับ”

ตอบปัดแบบนี้มันน่ากระโดดเข่าคู่ใส่จริงๆเลยวะ

หงุดหงิด

.....

 

ฝากคอมเม้นหรือเล่นแท็กบอกกันได้นะคะ ขอบคุณมากๆค่า

#บิ้นไม่เก็ท

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 122 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น

  1. #14 Pam25751 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 08:41
    บิ้นน่ารักกก
    #14
    0
  2. #13 PP_WEDNESDAY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 01:13
    น่าร้ากกกกด
    #13
    0
  3. #12 pleaseme_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 01:10
    แหน่ะ ทำมาเปงยืมเป็นแฟนปลอมๆ อยากได้เค้าใช่ม้ะดูออกยะพ่อกวินนนน
    #12
    0
  4. #10 Patcharee_AP (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 20:08
    รอออออออ
    #10
    0
  5. #9 ao_Sumaree (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 11:14

    สู้ๆนะบิ้น
    #9
    0
  6. #8 KK_P1610 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 11:08
    กวินก็อยากได้บิ้นเป็นแฟนจริงๆนั้นแหละ ใช่มั้ย!!!!!!
    #8
    0
  7. #6 ao_Sumaree (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 21:41
    สู้ๆนะบิ้น
    #6
    0