[YURI] ตัวตนของฉันเธอไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ !

ตอนที่ 74 : คำถามที่มิอาจตอบได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 338
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    7 ก.ย. 63

     CHAPTER [74] คำถามที่มิอาจตอบได้


     ชายร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ไร้ซึ่งเจตนาร้าย เขาคุกเข่าลงราวกับเป็นอัศวินผู้สง่าผ่าเผยพลางยื่นมือซ้ายผายออกมาให้เด็กสาว


     อื๋อ...?


     ฉันยืนมองอย่างสงสัยพลางยื่นมือขวาออกไปตามสิ่งที่เคยประสบมา


     และแน่นอนว่าเขาก็ได้ก้มจูบลงที่ฝ่ามือของฉันอย่างแผ่วเบา


     เป็นการทักทายที่ไม่เคยจะชินสักที


     “นี่มัน...”


     ชายร่างสูงเริ่มมีสีหน้าหวั่นวิตก พริบตาเดียวไอสังหารก็แผ่กระจายออกมาอย่างหนักหน่วงจนสัญชาตญาณกรีดร้องตักเตือน เด็กสาวสะบัดมือเขาทิ้งแล้วกระโดดถอยหลังออกมาเพื่อตั้งหลักพลางร่ายเวทเสริมพลัง


     ดวงตาสีม่วงอเมทิสต์จ้องมองไปยังชายที่อยู่ด้านหน้าอย่างแน่นิ่ง มือขวาหยิบน็อคซ์ออกมาจากไอเทมบ็อกซ์พลางตั้งท่าการ์ด


     ไม่ผิดแน่


     ถึงรูปลักษณ์จะไม่ใช่อย่างมอนสเตอร์ที่เคยเห็นตามปกติ แต่ปริมาณมานาอันมหาศาลที่มากเสียจนพวยพุ่งทะลักออกมาจากร่างกายนั่น...


     คนที่อยู่เบื้องหน้าของฉันคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก...


     จอมมาร


     เห...สรุปแล้วฉันโดนล่อมาฆ่าอย่างนั้นสินะ...


     ไม่สิ


     เฟเลสเหลือบมองไปยังฝาแฝดทั้งสองแวบหนึ่ง แต่พวกเธอกลับมีสีหน้างุนงงราวกับพวกเธอเองก็ไม่เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้เช่นกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น


     “ข้าขออนุญาตถามคำถามองค์หญิงสักหนึ่งคำถามจะได้หรือเปล่าขอรับ...”


     จอมมารกดเสียงลงต่ำ ถึงใบหน้าของเขาจะนิ่งเฉียบ แต่ก็เห็นได้ชัดเลยว่าเขาแทบที่จะกดความโกรธเอาไว้ไม่อยู่


     จอมมารดันกรอบแว่นขึ้นทีหนึ่งพลางส่งสายตามาอย่างแข็งกร้าว


     เด็กสาวมองจ้องกลับไปโดยที่สมองพลางคิดคะนึงพิจารณาว่าเขากำลังพูดอะไรอยู่


     จะถามก็ถามออกมาสิคะ...ถึงบางครั้งมันจะเป็นมารยาทก็จริง แต่ในสถานการณ์แบบนี้นี่มันจำเป็นด้วยเหรอ ?


     มารยาทน่ะ...


     ฝั่งนู้นเป็นถึงจอมมารเชียวนา...แปลกจริงๆ


     “เช่นนั้นขอฉันถามก่อนจะได้หรือเปล่าคะ ?”


     เฟเลสถามออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยพลางมองจอมมารอย่างไม่ละสายตา


     ปกติแล้วศึกจะถูกตัดสินทันทีที่เมื่อใครก็ตามเผยความหวาดกลัวออกมา แต่สำหรับฉันที่ผ่านมาสงครามจิตวิทยามาหลายต่อหลายครั้งแล้วเลยไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ


     “เชิญขอรับ”


     เขายังคงความสุภาพไว้อยู่เฉกเช่นเดิม เด็กสาวพยักหน้าลงครั้งหนึ่งแทนคำขอบคุณก่อนเริ่มต้นถามคำถามที่สงสัยมากที่สุด


     “ทำไมคุณถึงเรียกฉันว่า ‘องค์หญิง’ ล่ะคะ...?”


     ตั้งแต่ที่ฉันจำความได้ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เคยเรียกฉันว่าองค์หญิง


     หนึ่งเลยคือเหล่าผู้คนในราชวังก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรม


     สองคือเหล่าทหารทั้งหลายแหล่ที่เคยทำงานร่วมกันมา เหตุมาจากผู้บังคับบัญชาที่เลี้ยงดูฉันมาตลอดสิบกว่าปีโดยเขานั้นตั้งโค้ดเนมพิลึกแบบนี้ให้ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้


     พอลองถามไปเขาก็ตอบกลับมาว่า ‘ก็มันเข้ากับเฟเลสจะตายไป’


     และอีกคนหนึ่งที่เคยเรียกฉัน...ไม่สิ ต้องเรียกว่าหลุดพูดออกมาแล้วฉันค่อยไปยืนยันทีหลังก็ตอนค้นเอกสารและไดอารี่ต่างๆ


     และนั่นก็คือพ่อบุญธรรมเฮงซวย


     อืม...เท่าที่จำได้ก็น่าจะมีแค่นั้นนะ แล้วทำไมจอมมารที่ฉันเพิ่งจะเคยเจอครั้งแรกถึงเรียกฉันว่าองค์หญิงกันล่ะ


     อีกอย่างคือต่อให้เรียกใครก็ตามที่เป็นหญิงสาวเชื้อพระวงศ์ ขนบธรรมเนียมที่ฉันเคยเห็นมาไม่ว่าจะเป็นที่อาณาจักรแกรนดิสหรืออาณาจักรป่าไม้ พวกเขาจะใช้คำว่า ’เจ้าหญิง’ แทนที่จะเป็นคำว่า ‘องค์หญิง’ ที่มักใช้กับประเทศหรืออาณาจักรทางด้านทิศตะวันออก


     ถึงจะอ้างอิงจากโลกก่อนหน้า แต่ที่ฉันจะสื่อก็คือในโลกแห่งนี้นั้นไม่มีใครใช้คำว่าองค์หญิงเลยสักคนเดียว


     ซึ่งถ้าจำไม่ผิด อาณาจักรปีศาจเองก็ใช้คำว่าเจ้าหญิงเช่นกัน ถึงจะไม่มีเชื้อพระวงศ์อยู่เลยก็เถอะ


     จอมมารเอียงหัวไม่เข้าใจราวกับไม่เข้าใจคำถาม


     “ก็เพราะองค์หญิงเฟเลสคือองค์หญิง แล้วจะให้ข้าเรียกองค์หญิงว่าอะไรกันล่ะขอรับ”


     เห...อย่างนี้นี่เอง


     อะไรล่ะคะนั่น


     เฟเลสถอนหายใจยาวออกมาอย่างท้อแท้ รู้สึกว่าช่วงนี้นี่...หลายครั้งหลายคนแล้วนะที่ฉันไม่ได้คำตอบจากพวกเขาตามที่ต้องการสักที


     “ถ้าเช่นนั้น เชิญทางนั้นถามก่อนเลยค่ะ...”


     ชายผู้เป็นจอมมารพยักหน้าลงทีหนึ่ง แม้ว่าความกดดันจะเบาบางลงแต่จอมมารก็ยังแผ่จิตสังหารที่มาจากความโกรธเกรี้ยว เป็นจิตสังหารที่พุ่งมาหาฉันโดยตรงและก็ไม่ใช่ในเวลาเดียวกัน


     ว่าแต่เขาโกรธอะไรใครอยู่ล่ะนั่น...


     “พลังนั่น...องค์หญิงไปได้จากใครมาเหรอขอรับ ?”


     พลัง ?


     อืม...ถ้าไม่นับปริมาณมานาที่ฉันฝึกฝนมาเองก็คงจะเป็น...คุณแกะสินะ


     ทั้งสกิลไอเทมบ็อกซ์เอย ต้นกำเนิดแห่งความมืดอะไรนั่นเอยก็มาจากคุณแกะทั้งนั้น


     ทว่า การเผยตัวตนของผู้ว่าจ้างก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไร


     สิ่งหนึ่งคือไม่ดีต่อตัวฉันแน่ๆ ถ้าอีกฝ่ายมีความประสงค์ร้าย


     เผลอๆ ถ้าบอกว่า ‘คุณแกะ’ ออกไป อีกฝ่ายอาจจะทำหน้าเหวอออกมาก็ได้


     ได้พลังมาจากแกะ...ขนาดลองนึกดูก็ยังรู้สึกทะแม่งๆ เองเลย


     “เรื่องนั้นฉันไม่สามารถตอบได้ค่ะ”


     เด็กสาวตอบกลับไปหลังจากที่พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างและความคุ้มค่า


     “อย่างนี้นี่เอง ข้าเข้าใจแล้วล่ะขอรับ...”


     พอสิ้นเสียงพูดเขาก็แสยะยิ้มออกมา พื้นที่หน้าปราสาทใหญ่เริ่มสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหว ร่างของจอมมารถูกโอบล้อมไปด้วยเปลวเพลิงมานาที่ไร้ซึ่งสีใดๆ


     ฉันใช้เนตรเทพปีศาจมองเพื่อสำรวจ แม้จะไม่เห็นสีมานาของจอมมารแต่ก็ไม่ผิดแน่


     เขากำลังใช้เวทเสริมพลังอยู่แถมรูปแบบยังคล้ายๆ กับของฉันอีกต่างหาก มีความเสถียรของเวทเสริมพลังที่เรียกได้ว่าอยู่ในระดับสุดยอด


     “อย่างนี้นี่เอง...มานาอันมหาศาลนั่น องค์หญิงเป็น ‘ลูกผสม’ สินะขอรับ”


     ลูกผสม ? อะไรคะนั่น...


     แต่ถ้าฉันจำไม่ผิด


     “ท่านพ่อกับท่านแม่ของฉันก็มีเรือนผมสีดำกันทั้งคู่นะคะ...”


     แถมหน้าตาก็ไม่ได้แตกต่างกันชนิดที่ว่าเป็นคนละสายพันธุ์เสียด้วยซ้ำ


     อื้ม ! ไม่ผิดแน่ ถึงจะเป็นตอนเด็กๆ แต่ความจำของฉันก็แม่นอยู่พอตัว...


     เพราะงั้น


     จะมาเป็นลูกผสมหรือลูกครึ่งอะไรกันคะ ไร้สาระ...


     “ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น...แต่ก็เอาเถอะขอรับ ขอแค่ข้าได้อ่านความทรงจำขององค์หญิงโดยตรง เท่านั้นก็พอแล้ว”


     เฮะ อ่านความทรงจำ ! เวทมนตร์ประเภทไหนคะนั่น !?


     เด็กสาวกลืนน้ำลายดังเอื้อกพลางก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว


     “แล้วถ้าฉันไม่ยอมล่ะคะ”


     ไม่เอาน่าคุณจอมมาร มันมีหลายเรื่องที่ฉันไม่อยากให้ใครเห็นอยู่นะคะ เคารพสิทธิส่วนบุคคลหน่อยสิ...


     ขนาดเรื่องนั้นแค่ซิลเลียกับเรน่ารู้กันอยู่แค่สองคนฉันก็โดนแซวไม่หยุดแล้ว


     ต่อให้ต้องตายก็ต้องปกป้องความน่าอับอายนั้นเอาไว้ให้จงได้...


     “แน่นอนขอรับองค์หญิง ถึงจะเสียมารยาทต่อท่านก็ตามแต่ข้าจำเป็นต้องรู้ให้ได้ แม้ว่าจะต้องใช้กำลังก็ตาม...”


     เอาแล้วไง มังกรสองจอมมารหนึ่ง แบบนี้ไม่ตลกแล้วนะคะ


     เด็กสาวเหลือบมองไปหาสองพี่สาวหุ่นสะพรั่งอีกครา


     นั่นไง พวกเธอกำลัง...ตั้งโต๊ะน้ำชากับของว่าง...?


     เฮะ !?


     แถมยังโบกมือพลางส่งรอยยิ้มแย้มมาอีกต่างหาก !


     เอ่อ...คุณโอเปอเรเตอร์คะ พอจะมีคำแนะนำสำหรับสถานการณ์แบบนี้หรือเปล่าคะ


     ...


     แย่ละ


     เงียบหายไปเลย...


     คุณโอเปอเรเตอร์คะ ! กลับมาช่วยกันก๊อนนน ! อย่างน้อยก็บอกหน่อยเถอะค่ะว่าฉันจะสู้ได้หรือเปล่า...!?


     ...


     อื้ม ! ตายหอง...


     “ขอเสียมารยาทนะขอรับ !”


     จอมมารกางมือออกมาด้านหน้า พริบตาเดียวทิวทัศน์รอบด้านก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นห้องโถงใหญ่อย่างกับว่าถูกเทเลพอร์ตเข้ามาในปราสาท


     เป็นห้องโถงที่กว้างใหญ่แบบสุดๆ เหมาะสมกับการต่อสู้ระหว่างผู้กล้ากับจอมมารเลยจริงๆ


     ถึงตอนนี้จะเป็นฉันที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรเลยก็เถอะ


     จอมมารยื่นมือออกมาข้างหน้าอีกครั้งพลางกำมือบีบทีละนิดราวกับกำลังจับอะไรบางอย่าง ในเวลาเดียวกันร่างกายของฉันก็รู้สึกเหมือนกำลังถูกบีบด้วยมือขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็น


     เวทบ้าอะไรคะเนี่ย !


     เด็กสาวปล่อยมานาสีดำไหลออกมาทั่วร่างอย่างรวดเร็ว ผ่านไปเพียงไม่กี่วินาทีฉันก็หลุดออกมาจากเวทกักขังได้อย่างง่ายดาย


     จอมมารเดาะลิ้นออกมาพลางยิ้มแสยะ


     “สมแล้วจริงๆ ขอรับ ผู้ที่มีสายเลือดแท้ที่แข็งแกร่งที่สุด”


     เขาหยิบไม้คทาขนาดใหญ่ออกมาจากห้วงมิติมาไว้ในมือขวา ในชั่วขณะก็มีวงเวทจำนวนมหาศาลลอยอยู่บนฟ้าโดยมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวนั่นก็คือเด็กสาวผู้ซึ่งยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว


     เป็นวงเวทที่มีมานาของธาตุทั้งสี่ปะปนกันไปทั่ว


     ต้องหลบ !


     ก่อนที่ฉันจะดีดตัวหลบออกไปข้างๆ ก็นึกอะไรได้บางอย่าง


     ใช่แล้ว !


     เด็กสาวหยิบหัวใจมังกรออกมาจากไอเทมบ็อกซ์ เพียงพริบตาเดียววงเวททั้งหมดก็ถูกลบล้างหายไปจนหมดสิ้นราวกับไม่เคยมีมาก่อน


     “นั่นมัน...องค์หญิงก็ไปเกี่ยวข้องกับไอพวกเวรศาสนจักรด้วยเหรอขอรับ !”


     “เฮะ ! เปล่าค่ะ อันนี้เก็บได้...”


     ถึงจะแบบบังเอิญก็เถอะ


     ชายผู้เป็นจอมมารหยุดนิ่งอยู่กับที่ เขาสะบัดมือลงพื้นครั้งหนึ่งจากนั้นร่างของเขาก็ค่อยๆ ลอยขึ้นบนฟ้าซึ่งน่าจะเป็นเวทมนตร์ธาตุลมระดับพิเศษ


     หัวใจมังกรไม่สามารถลบล้างเวทมนตร์ระดับพิเศษและเวทมนตร์เฉพาะได้ แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะลดขอบเขตการโจมตีของอีกฝ่าย


     แต่ลอยขึ้นสูงแบบนั้นมันขี้โกงชะมัด ! ถึงฉันจะสามารถกระโดดได้ถึงก็จริงแต่ก็ต้องเป็นตกเป้านิ่งตอนร่อนลงพื้นอย่างไม่ต้องสงสัย


     ระหว่างที่คิดอยู่คุณจอมมารก็ผายมือออกมาด้านหน้าอีกครั้ง วงเวทนับสิบปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของชายร่างสูง เขาดันกรอบแว่นทีหนึ่งพลางยิ้มแสยะออกมา


     อย่างกับเป็นคนละคนกับตอนแรก


     “ยอมแพ้เสียเถิดขอรับ องค์หญิง !”


     “ขอปฏิเสธค่ะ !”


     จอมมารถอนหายใจออกมาทีหนึ่ง จากนั้นอาวุธหลากหลายชนิดก็ค่อยๆ โผล่ออกมาจากแต่ละวงเวท


     ไม่ใช่อาวุธที่ทำจากมานาเสียด้วย...แสดงว่าเป็นของจริงทั้งหมด !?


     ทำได้ยังไงกันคะนั่น !


     ดาบ หอก ขวาน หลากหลายศัสตราพุ่งลงมาจากฟากฟ้าด้วยความเร็วสูง เด็กสาววิ่งหลบซิกแซ็กไปรอบๆ พลางมองหาช่องว่าง


     เคร้ง !


     อาวุธบางส่วนพุ่งมาดักด้านหน้า เฟเลสเหวี่ยงน็อคซ์ฟันทิ้งพลางคอยกระโดดหลบได้อย่างไม่ยากเย็น และทันใดนั้นเอง


     ฟุ่บ


     ร่างของเด็กสาวหายไปจากเป้าสายตา เสี้ยววินาทีนั้นจอมมารก็เบี่ยงหัวหลบออกไปทางขวาได้อย่างฉิวเฉียด


     ฉัวะ


     คมดาบสีดำวาดเฉี่ยวลำคอของชายร่างสูงฝากรอยแผลไว้ได้เพียงแค่ไม่กี่มิลลิเมตร


     ฮึ่ม ! ยังจะหลบทันอีก


     เด็กสาวหมุนตัวถีบไปที่สีข้างของจอมมาร และแน่นอนว่าเขายกมือขึ้นมาป้องกันได้อย่างรวดเร็ว


     แต่นั่นคือสิ่งที่อยู่ในการคำนวณอยู่แล้วเพื่อเร่งเวลาในการร่อนลงพื้น


     อาวุธจำนวนหนึ่งยังคงบินลอยตามอย่างกับอาวุธนำวิถี เด็กสาวสะบัดดาบสีดำสนิทฟันไปที่พวกมันกลางอากาศพลางกะเวลาเพื่อลงพื้น ในเวลาเดียวกันสายตาก็จ้องประจันไปที่จอมมารผู้ซึ่งกำลังลอยแน่นิ่งอยู่บนฟ้า


     ถึงจะแค่นิดเดียว แต่มานาของฉันก็ติดอยู่ตรงลำคอของเขา


     “คึคึคึ เล็งที่คอ...ไม่น่าเชื่อเลยขอรับองค์หญิงเฟเลส ! ความเจ็บปวดนี้ ! ความทรมานนี้ ! เคี้ยกฮ่าฮ่าฮ่า !!! สุดยอด ! สุดยอดดด !”


     จอมมารเริ่มหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง รอยฟันที่แฝงไปด้วยมานาธาตุมืดก็ค่อยๆ แผ่ขยายออกเป็นวงกว้างกัดกินมานาของผู้ที่ลอยอยู่สูง และถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่เขากลับปล่อยให้มันอยู่อย่างนั้นไปโดยไม่คิดที่จะทำอะไรกับมันเลยแม้แต่น้อย


     สงสัยจะเป็นบ้าไปแล้ว...


     ส่วนเรื่องเล็งจุดตายน่ะ นั่นมันแน่อยู่แล้ว


     อีกฝ่ายเป็นอมตะ ส่วนฉันน่ะเหรอ...โดนทีเดียวอาจจะเดี้ยงไม่รู้ตื่นเลยก็ได้...


     จอมมารยังคงหัวเราะไม่หยุดหย่อนจนดูเหมือนกับว่าเขาชอบใจที่ได้รับบาดแผลเสียด้วยซ้ำ


     แต่จู่ๆ เขาก็นิ่งเงียบไป ชายร่างสูงค่อยๆ ร่อนตัวลงมาอย่างช้าๆ ในขณะที่มานาธาตุมืดยังคงกัดกร่อนตรงลำคอของเขาจนแทบจะลามขึ้นใบหน้า


     ในพริบตานั้น มานาของจอมมารก็พวยพุ่งออกมาจนกลบมานาธาตุมืดที่มีอยู่ไม่มากนักไปจนหมดสิ้น


     “คึคึคึ...เอาล่ะขอรับ พวกมาเอาจริงกันดีกว่า...”


     จอมมารเลียริมฝีปากพลางจ้องมองเด็กสาวด้วยสายตาแห่งความพึงพอใจ


     ร่างของเขาค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ จนในที่สุดฉันถึงกับต้องอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออก


     เอิ่ม...


     ให้สู้กับสัตว์ประหลาดพรรค์นี้เนี่ยนะคะ...?


     เอาจริงดิ...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

248 ความคิดเห็น

  1. #124 ABC5929y (@ABC5929y) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 08:38
    จอมมารเหมือนจิตไม่ปกติอ่ะ #จะเอาอีกจะเอาอีก สนุกมากครับไรท์
    #124
    0
  2. #123 Iloveyuir (@Iloveyuir) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 03:28
    อ่า~~ดีจริมที่ยังไม่นอน555
    #123
    0