คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic DC_Batfam] Switch

โดย Goblin_W

"นั่นนายหรอทิมมี่?" "หรือว่าคุณคือดิ๊ก?" "นี่พวกเราสลับร่างกันหรอครับ!!/นี่พวกเราสลับร่างกันหรอเนี่ย!!"

ยอดวิวรวม

629

ยอดวิวเดือนนี้

16

ยอดวิวรวม


629

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


14
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  2 ก.ย. 62 / 15:13 น.
นิยาย [Fic DC_Batfam] Switch [Fic DC_Batfam] Switch | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
     อยู่ดีๆก็นึกฉากนี้ขึ้นมา ชอบโมเม้นพี่น้องจอมกัดกัน 

     ถ้าผิดพลาดประการใดไรท์ก็ต้องขออภัยด้วย เพราะไรท์พึ่งเริ่มติดตาม Batfam กับ DC จากรุ่นพี่ได้แค่สองเดือนกว่าเอง ^^;

เนื้อเรื่อง อัปเดต 2 ก.ย. 62 / 15:13



    
    
    
    รถแบทโมบิวสุดยอดเทคโนโลยีประจำตัวแบทแมนขับผ่านความมืดมุ่งหน้ากลับถ้ำ แต่คนที่ขับตอนนี้ไม่ใช่บุรุษรัตติกาลประจำเมืองก็อตแธม เป็นชายหนุ่มโรบินคนแรกที่ตอนนี้ผันตัวมาเป็นไนท์วิงแทน ด้านข้างมีเด็กสิบขวบ--โรบินคนปัจจุบันนั่งอยู่ด้วย เขาหันหน้ามองวิวนอกตัวรถที่เปลี่ยนผ่านไปเรื่อยๆอย่างไม่สนใจอะไรเป็นพิเศษ 
    ถ้าถามว่าทำไมไนท์วิงอย่างเขาถึงมาขับแบทโมบิวกับโรบินได้ ก็ต้องย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ที่จัสติกลีกเรียกตัวแบทแมนกะทันหันทำให้ไม่สามารถไปลาดตระเวนได้ แล้วคนอย่างแบทแมนก็ไม่มีวันปล่อยให้โรบินไปลาดตระเวนคนเดียวแน่ๆ แม้โรบินจะยืนยันว่าสามารถออกลาดตระเวนคนเดียวได้ก็ตาม ดังนั้นแบทแมนจึงโทรเรียกเขามาจากบลัดเฮฟเว่นเพื่อมาช่วยโรบิน 
    
    
    ท่ามกลางความเงียบในรถ ไม่ได้ยินเสียงอื่นนอกจากเสียงลมหายใจของคนสองคนและเสียงเครื่องยนต์ ดิ๊กมองน้องชายท่ามกลางความมืดในรถที่มีแสงไฟส่องเข้ามาจากภายนอกเป็นครั้งคราว ความเงียบสิ้นสุดลงเมื่อเขาเปิดปากชวนน้องชายคนสุดท้องคุย
    "เดเมี่ยน"
    "..."
    "นี่ ลิตเติ้ลดี"
    "..."
    "ลิตเติ้ลดี ได้ยินพี่ชายรึเปล่า"
    "จะพูดอะไรก็พูดมาเกรย์สัน"
    "พรุ่งนี้ไปเที่ยวกันนะ"
    "ห่ะ?" เดเมี่ยนหันมามองพี่ชายอย่างงุนงง อยู่ๆก็ชวนเขาไปเที่ยวนี่นะ แต่ว่ามันก็เป็นเรื่องปกติของพี่ชายคนโตผู้ร่าเริงสดใสอยู่แล้วนี่
    
    
    "รึว่านายมีนัดแล้ว" ไนท์วิงถามออกมาเมื่อเห็นสีหน้าตกใจของน้องชายที่นั่งข้างๆ 
    "ยัง"
    "งั้นก็ไปเที่ยวกันนะ" 
    "-tt- ไปไหนล่ะ" เมื่อเดเมี่ยนไม่สามารถหาข้ออ้างมาปฏิเสธพี่ชายคนโตได้จำต้องยอมไป อีกอย่าง ถึงเขาจะปฏิเสธเกรย์สันก็ต้องมาตามตื้อจนน่ารำคาญเหมือนเดิม ไปๆให้มันจบๆซะดีกว่า
    
    
    "นั่นสิ ไปไหนดี นายมีที่ที่อยากไปไหม" เพราะเขาพึ่งคิดจะชวนเมื่อกี้เลยไม่ได้คิดไว้เลยน่ะสิว่าจะไปไหน
    "ถ้ายังไม่คิดก็อย่าพึ่งมาชวนสิเกรย์สัน" เด็กชายกลอกตามองบน
    "พี่ชายอยากให้นายคิดนี่" 
    "-tt- งั้นก็..." เดเมี่ยนมองความมืดข้างทางผ่านกระจกรถอีกครั้ง ความจริงเขาไม่มีที่ๆอยากไปเที่ยวด้วยซ้ำ เพราะเขาก็ไปมาหลายที่เหมือนกันตอนอยู่กับท่านแม่ แม้จะเป็นการไปทำงานก็ตาม 
    
    
    "...สวนสาธารณะก็อตแธม"
    "สวนสาธารณะหรอ ผิดคาดนะเนี่ย" ดิ๊กเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ยินชื่อสถานที่ มันอยู่ใกล้ๆเอง ห่างจากบ้านไม่ถึงสิบกิโลแล้วยังไปมาหลายครั้งแล้วด้วยซ้ำ ไม่คิดว่าน้องชายเขาอยากไปสวนสาธารณะ
    "ทำไม? ถ้าไม่อยากก็ไม่ต้องไป"
    "เปล่า นึกว่านายอยากไปต่างประเทศซะอีก" 
    "อย่ามางี่เง่าเกรย์สัน ให้ไปเช้าเย็นกลับเนี่ยนะ เผื่อนายลืม มะรืนนี้ผมมีเรียนและนายก็ต้องไปทำงาน" เดเมี่ยนถลึงตามองพี่ชายสุดงี่เง่าที่กำลังขับรถ เดินทางไปกลับเป็นว่าเล่นเดี๋ยวก็ไปทำงานไม่ไหว อย่ามาโทษเขาล่ะกัน เขาขอไปที่ใกล้ๆก็ดีแล้วไหม 
    
    
    
    
____________________________________________
    
    
    
    แบทโมบิวขับเข้ามาจอดภายในถ้ำค้างคาว พร้อมเสียงพูดคุยกันของไนท์วิงและโรบินดังออกมากลบความเงียบภายในถ้ำที่ไร้ผู้คน
    "เดเมี่ยน นายควรไปนอนได้แล้ว นี่ถึงเวลานอนแล้ว" พ่อบ้านถือถาดน้ำชาเข้ามาเสิร์ฟพร้อมกับมองดูการคุยกันของนายน้อยทั้งสอง
    "แต่นี่มันเวลานอนของเด็ก"
    "นายพึ่ง 10 ปีเดเมี่ยน"
    "13 ต่างหาก แล้วผมไม่ใช่เด็กธรรมดาเกรย์สัน"
    "แต่ยังไงนายก็ยังเป็นเด็ก ฉันสัญญาแล้วว่าจะให้นายได้มีชีวิตธรรมดาทั่วไป เพราะงั้นไปนอนซะ พรุ่งนี้จะได้ไปสวนสาธารณะกัน"
    "-tt-" เด็กชายจิ๊ปากอย่างไม่พอใจที่ถูกทำเหมือนเป็นเด็ก แต่เขาก็ขัดอะไรไม่ได้เพราะบางทีเรื่องนี้อาจถึงหูพ่อเขาทำให้เขาโดนกักบริเวณก็ได้ แม้เขาเชื่อว่าพี่ชายคนโตจะไม่ทำ แต่พ่อบ้านชราไม่แน่ 
    ดิ๊กมองตามแผ่นหลังเล็กหายลับไปจากสายตา เดินไปหยิบชาของพ่อบ้านขึ้นมาดื่มให้สดชื่น 
    
    
    
    บรึ้น! เสียงรถมอเตอร์ไซด์ดังกึกก้องในถ้ำก่อนปรากฎร่างเรดโรบินพร้อมรถประจำตัว
    "ว่าไงทิมมี่"
    "ยังไม่นอนหรอครับดิ๊ก" ทิมมองพี่ชายคนโตที่นั่งโบกไม้โบกมือให้หน้าแบทคอมพิวเตอร์
    "อื้ม พึ่งกลับมาไม่นานนี่เอง"
    "งั้นเจ้าปีศาจ.." ถ้าดิ๊กพึ่งกลับมางั้นเจ้าเด็กปีศาจก็ต้องอยู่แถวนี่น่ะสิ ทิมมองซ้ายขวาหาเด็กชายเจ้าปัญหาที่อาจจะปาแบทตาแรงค์ใส่หัวเขาทั่วแบทเคฟ แต่ก็ไร้วี่แวว
    "เดเมี่ยนไปนอนแล้วล่ะ"
    "วันนี้นึกกลับตัวกลับใจเป็นเด็กดีรึไงนะ" แม้เจ้าตัวจะไม่อยู่แต่ทิมก็ยังแซะเดเมี่ยนอยู่เสมอ เหมือนเป็นชีวิตประจำวัน
    
    
    "พรุ่งนี้ฉันจะไปสวนสาธารณะกับลิตเติ้ลดีนะ นายจะไปด้วยไหมทิมมี่"
    "ไม่ดีกว่าครับ" ถ้าไปด้วยมีหวังเขาคงได้ประสาทแตกแน่ๆ ดิ๊กพยักหน้ารับ แม้จะเสียดายที่ไม่ได้ไปกันพร้อมหน้า แต่เขาก็พอเข้าใจว่าสองคนนี้ไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่
    "งั้นกระผมจะทำแซนวิชเป็นอาหารว่างไปให้นะครับ" พ่อบ้านชราเสนอขึ้นพร้อมยกแก้วชาไปให้ทิม
    "ขอบคุณครับอัลเฟรด แต่ผมอยากได้กาแฟมากกว่านะ" ชายหนุ่มมองแก้วชาตาละห้อย แต่ก็ไม่ปฏิเสธที่จะยกมันขึ้นดื่ม ความอบอุ่นและกลิ่นหอมหวานอ่อนๆของชาทำให้ร่างกายที่เหนื่อยล้ารู้สึกสดชื่นขึ้นเยอะ
    "นายท่านทิมคุณควรลดกาแฟลงบ้าง การกินกาแฟยามดึกมันไม่ดีต่อสุขภาพของคุณ เพราะงั้นดื่มแค่ชารอยบอสก็พอแล้วครับ มันมีสรรพคุณช่วยให้นอนหลับสบาย" พ่อบ้านชรารินชาเพิ่มให้ลูกบุญธรรมคนโตพร้อมกับสาธยายเรื่องชารอยบอสให้นายน้อยติดกาแฟฟังไปด้วย
    
    
    
____________________________________________
    
    
    
    [อันตราย! อันตราย! ตรวจพบพลังงานผิดปกติ ไม่สามารถระบุได้] เสียงเอไอประจำสุดยอดเทคโนโลยีของแบทเคฟดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ไนท์วิงหยิบหน้ากากขึ้นมาสวม พร้อมจับกระบองคู่ใจในมือแน่น เรดโรบินก็หยิบกระบองออกมาเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น 
    
    "อัลเฟรดคุณหลบไปก่อน"
    ดิ๊กเอ่ยกับพ่อบ้าน เพียงอึดใจพลังงานบางอย่างก็ปรากฏขึ้นใกล้กับแบทโมบิว มันขยายตัวออกเป็นวงกลมเกือบสองเมตรแล้วก็หยุด
    "นั่นอะไรน่ะ นายรู้ไหมเรดโรบิน"
    "ไม่รู้ แต่มันดูเหมือนบูมทูบเลยนะ"
    
    สิ้นสุดคำพูดของเรดโรบิน ก็ปรากฏร่างหญิงสาวสวยในชุดเกาะอกสีขาว สวมกระโปรงสั้นสีดำ ใส่ถุงมือและถุงน่องสีดำ หญิงสาวที่พวกเขาก็รู้จัก
    "ซาทาน่า? อย่าทำให้ตกใจสิ" ทั้งสามชีวิตในแบทเคฟมองหญิงสาวผู้มาใหม่แล้วลดอาวุธลง 
    
    
    "ทั้งคู่หลบไป!!!" เสียงตะโกนที่คุ้นเคยดังออกมาจากบูมทูบ ภาพข้างหลังหญิงสาวคือแบทแมนที่บาดเจ็บที่ฉากหลังคือวอชทาวเวอร์ และเดอะแฟลชที่กำลังจะวิ่งมาทางนี้ แต่ไม่ทันที่จะเอ่ยถามเหตุผล แสงจากการร่ายเวทย์ก็พุ่งไปใส่พวกเขาทั้งสองคนทันที 
    
    
    ไนท์วิงและเรดโรบินลอยขึ้นเหนือพื้นจากพลังเวทย์มนตร์
    ชึก!! ฟู่!! แบทตาแรงถูกปาอย่างแม่นยำปักลงที่พื้นใกล้ตัวหญิงสาว ควันสีเข้มปล่อยออกมาบังทัศนวิสัย พร้อมแฟลชวิ่งผ่านบูมทูบชนหญิงสาวล้มลง เวทย์มนตร์ก็หยุดลงเช่นกัน ร่างของไนท์วิงและเรดโรบินร่วงลงนอนที่พื้นอย่างอ่อนแรง
    "ตอนนี้แหละด็อกเตอร์เฟซ"
    "รู้แล้ว" ด็อกเตอร์เฟซพุ่งตัวผ่านบูมทูบเข้าไปแตะที่ศีรษะของซาทาน่าเบาๆ สัญลักษณ์แสงสว่างรูปคล้ายไม้กางเขนประจำตัวด็อกเตอร์เฟซปรากฏที่กลางหน้าผากของเธอก่อนที่จะสลบไป
    
    
    "ไนท์วิง เฮ้ ไนท์วิง โอเคไหม" แฟลชตีที่หน้าเขาเบาๆเป็นการเรียกสติ ชายผู้ได้ชื่อว่าไนท์วิงลืมตาขึ้นมาด้วยอาการมึนงง ด้านข้างมีเรดโรบินกำลังนั่งส่ายหน้าไล้อาการปวดหัวออก 
    
    
    แต่เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมแฟลชถึงเรียกเขาว่าไนท์วิงล่ะ?
    
    
    "เมื่อกี้คุณเรียกผมว่าอะไรนะ?"
    "ไนท์วิง ทำไม? รึว่านายสูญเสียจำเสียความทรงจำ?" แฟลชมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยใบหน้าเครียดและกังวล แบทแมนที่ได้ยินดังนั้นก็เดินมาทางนี้ทันที
    "จำได้ไหมว่าฉันเป็นใคร" แบทแมนถามไนท์วิงเสียงเรียบ
    "แบทแมนไง บรูซผมไม่ได้เสียความทรงจำ ผมจะบอกว่----"
    
    
    
    "ทำไมมีฉันอยู่ตรงนั้นล่ะ!!?" 
    
    
    เสียงๆหนึ่งดังขึ้นสะท้อนกึกก้องไปทั่วถ้ำขัดจังหวะการพูด ทำให้แบทแมนและไนท์วิงหันไปมอง เรดโรบินที่ชี้นิ้วมาทางเขา
    "แล้วทำไมมีผมอยู่ตรงนั้นล่ะ?" ชายหนุ่มทั้งสองมองหน้ากันอย่างงงงวย
    "อย่าบอกนะนั่นนาย ทิมมี่" เรดโรบินชี้หน้าไนท์วิง
    "รึว่าคุณคือดิ๊ก?" ไนท์วิงก็ชี้หน้าเรดโรบินเช่นกัน
    "พวกเราสลับร่างกันหรอครับ!!/พวกเราสลับร่างกันหรอเนี่ย!!" เดอะแฟลชมองทั้งสองด้วยสายตาสับสน ยกเว้นแต่แบทแมนกับด็อกเตอร์เฟซที่ยังคงใบหน้าเรียบนิ่งไว้
    
    "เฟซ.." ชายหนุ่มรัตติกาลมองหน้าคนที่เชี่ยวชาญเรื่องเวทย์มนต์ที่สุดในกลุ่มพวกเขาสามคน
    "จะลองดูว่าแก้ได้ไหม" ด็อกเตอร์เฟซลอยเข้ามาใกล้ แตะมือที่หัวของทั้งคู่ แสงสว่างสาดไปทั่วก่อนที่จะหายไป ไนท์วิงและเรดโรบินก้มลงมองตัวเอง แต่พวกเขาก็ยังไม่กลับร่างของตัวเอง
    "ผมยังอยู่ในร่างของดิ๊กอยู่เลยครับ"
    "ฉันก็ยังอยู่ในร่างนายเหมือนกันทิมมี่"
    
    
    "เป็นไงเฟซ" แบทแมนมายืนด้านข้างเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าทั้งสองยังคงไม่กลับไปร่างของตัวเอง
    "ตอนนี้แก้ไม่ได้ แต่ผ่านไปหนึ่งวันก็จะกลับเป็นปกติ"
    "อืม" บุรุษรัตติกาลพยักหน้ารับ ด็อกเตอร์เฟซและแฟลชที่อุ้มซาทาน่าขึ้นเดินผ่านบูมทูบกลับไปที่วอชทาวเวอร์ ทิ้งให้แบทแมนอยู่เคลียร์กับสมาชิกครอบครัวเอง
    
    
    "เรื่องมันเป็นมายังไงครับบรูซ" ไนท์วิงหรือตอนนี้ภายในคือทิมเอ่ยถามพ่อบุญธรรมที่ถอดหน้ากากค้างคาวออก 
    "ปัญหาด้านการใช้พลัง ทำให้ซาทาน่าถูกปีศาจควบคุม"
    "เพราะงั้นลีกถึงเรียกตัวคุณไปหรอ แต่คุณเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาจะหยุดได้ไง" เรดโรบินหรือตอนนี้คือดิ๊กเอ่ยถามถึงความไม่สมเหตุสมผล ไม่ได้จะว่าแบทแมนไม่ได้เรื่องนะ แต่มันเรื่องจริงนี่ที่เราเป็นแค่คนธรรมดา 
    "ที่วอชทาวเวอร์เหลือสมาชิกลีกแค่สองคน แล้วที่พวกเขาเรียกไปไม่ได้ให้ไปหยุดซาทาน่า แต่ให้ไปแก้ระบบหยุดวอชทาวเวอร์ที่กำลังจะร่วงตกลงกลางกรุงลอนดอนในระหว่างที่พวกเขาหยุดเธอ ขอบใจอัลเฟรด" บรูซอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นให้ลูกๆทั้งสองฟัง เอ่ยขอบคุณพ่อบ้านสำหรับชาที่ยกมาเสิร์ฟ
    "ยังไงวันนี้พวกนายก็ไปนอนเถอะ เฟซบอกแล้วว่าอีกหนึ่งวันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม" เศรษฐีพันล้านบรูซ เวย์นหันหลังกลับไปพิมพ์อะไรสักอย่างที่แบทคอมพิวเตอร์ ปล่อยให้ชายหนุ่มทั้งสองอ้าปากเหวอกับความใจเย็นของพ่อบุญธรรม
    
    
    
    
___________________________________________
    
    
    
    
    "คุณพ่อกลับมาแล้วหรอ?" 
    เสียงเล็กๆของเด็กชายคนหนึ่งดังขึ้นเรียกความสนใจของคนทั้งสี่ให้หันไปมองทางเดียวกัน เดเมี่ยนเดินออกมาจากประตูสำหรับขึ้นคฤหาสน์ในชุดเสื้อคอเต่าสีดำและกางเกงขายาวตามปกติของเจ้าตัว ผ้าขนหนูสีขาวผืนเล็กวางอยู่บนกลุ่มผมสีดำที่ยังคงมีหยดน้ำเกาะอยู่
    "เดเมี่ยน มาตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ" เด็กชายเลิกคิ้วมองพี่ชายคนสุดท้อง--ลูกบุญธรรมคนที่สามของคุณพ่ออย่างแปลกใจ
    "ไม่คิดว่านายจะเรียกชื่อคนอื่นเป็นด้วยนะเดรก แล้วจะมาเมื่อไหร่มันก็ไม่เกี่ยวกับนาย" ดิ๊กในสภาพเรดโรบินอ้าปากเหวอทันที ลืมไปได้ยังไงตอนนี้เขาอยู่ในร่างของทิมมี่นี่นา 
    "ทำไมยังไม่ไปนอนอีกเดเมี่ยน" ทิมประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่างในสมองอย่างรวดเร็ว เอ่ยถามเด็กชายด้วยน้ำเสียงโทนปกติของพี่ชายคนโต จนเขารู้สึกอยากกัดลิ้นตัวเองตาย แต่จะทำไงได้ ถ้าเจ้าปีศาจรู้คงได้เอาเขาไปล้อแน่ อีกอย่างเขาก็ทนเห็นร่างตัวเองไปโอบกอดแนบชิดกับเข้าเด็กปีศาจเหมือนที่พี่ชายคนโตทำไม่ได้หรอก เพราะงั้นเขาถึงเลือกที่จะแสดงบทบาทใหม่ให้เนียน ซึ่งเจ้าของคฤหาสน์และพ่อบ้านก็ไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกมา
    
    "แค่ลงมาเอาของเอง แล้วผมก็พึ่งอาบน้ำเสร็จเกรย์สัน" เด็กชายบ่นอุบอิบ เดินมาหยิบดาบของเขาที่วางอยู่ข้างๆกับแบทคอมพิวเตอร์ก่อนหันหลังกลับ ทิมเลิกคิ้วขึ้นด้วยความไม่ชินที่เด็กชายจะพูดอะไรดีๆด้วย ก็คุยกับเขาแต่ละครั้งทุกครั้งต้องมีปากเสียงกันตลอดเลยนี่นา เจ้าเด็กนี่มันเป็นคนสองมาตรฐานชัดๆ 
    "พรุ่งนี้อย่าตื่นสายล่ะเกรย์สัน นายเป็นคนนัดเองนะ" เดเมี่ยนทิ้งท้ายไว้อย่างนั้นก่อนเดินขึ้นคฤหาสน์ไป
    
    
    เมื่อแผ่นหลังเล็กของเด็กชายหายลับไปจากสายตา ดิ๊กในร่างเรดโรบินก็เอาศอกกระทุ้งเข้าที่สีข้างของไนท์วิงทันที
    "เหมือนว่านายคงต้องไปเที่ยวกับลิตเติ้ลดีแล้วนะดิ๊ก อืม...เรียกคนอื่นด้วยชื่อตัวเองแถมร่างตัวเองนี่รู้สึกแปลกชะมัด" เรดโรบินพึมพำบ่นกับตัวเอง 
    "แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่สองคนแล้วนะครับ"
    "?"
    "ก็เพราะริชาร์ด เกรย์สันจะชวนทิโมธี เดรกไปด้วยไง อัลเฟรดครับ ทำแซนวิชเผื่อสามคนด้วยนะครับ แล้วก็อย่าลืมแสดงให้มันเนียนๆละครับดิ๊ก โอ้...ตอนนี้ต้องเรียกว่าทิมนี่นา" ทิมยิ้มรับใบหน้าลำบากใจของพี่ชายคนโตที่ต้องโดนเดเมี่ยนด่ายับเพราะอยู่ในร่างของทิมแน่ๆ แต่เขาไม่มีวันไปเที่ยวกับเจ้าเด็กปีศาจนั่นแค่สองคนเด็ดขาด 
    
    
    
____________________________________________
    
    
    
    
    เช้าอันสดใสในวันหยุด แต่ที่คฤหาสน์เวย์นกลับมีเสียงบ่นของเด็กชายดังขึ้นไม่ขาดสาย
    "เกรย์สัน!! นี่มันหมายความว่ายังไง ทำไมเดรกถึงจะมาด้วยล่ะ" ลูกชายคนเล็กชี้หน้าพี่ชายคนที่สามอย่างเอาเรื่อง ดิ๊กในร่างทิมพยายามทำหน้าให้นิ่งที่สุดไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมา สมแล้วที่เป็นอดีตสมาชิกคณะละครสัตว์
    
    "ไม่เอาน่าเดเมี่ยน" เขาเอ่ยปรามเด็กชาย ถ้าเกิดผมพูดอย่างนี้ตอนอยู่ในร่างตัวเองคงเกิดสงครามแน่ แต่พอดิ๊กพูดเจ้าปีศาจกลับยอมไปดื้อๆเลยแฮะ เดเมี่ยนมองหน้าทิมที่กำลังทำสีหน้าลำบากใจอย่างกินเลือดกินเนื้อ ก่อนสะบัดหน้าเดินไปนั่งทานอาหารที่พ่อบ้านยกมาเสิร์ฟ ผมไม่เคยทำหน้าอย่างนั้นกับเจ้าเด็กปีศาจนะครับดิ๊ก 
    
    
    ร่างสูงเพรียวของลูกชายคนโตเดินไปนั่งลงข้างๆลูกชายคนที่สามพลางกระซิบข้างหูเบาๆ
    "แสดงให้มันเนียนๆหน่อยสิครับดิ๊ก"
    "นายก็เหมือนกันทิมมี่ เรียกลิตเติ้ลดีสิ แล้วก็ยิ้มหน่อยยิ้ม"
    
    
    "เกรย์สันจะกินไหมข้าว ถ้าไม่กินจะได้รีบไป อย่ามาบ่นว่าปวดท้องทีหลังแล้วกัน" เสียงเรียกของเด็กชายทำให้ทั้งคู่หันไปมอง ทิมยกศอกกระแทกเข้าสีข้างของดิ๊กให้ลุกไปกินข้าว พลางส่งยิ้มไปให้เด็กชาย
    "ยิ้มอะไรเดรก มันขนลุก นี่เพี้ยนขึ้นสมองรึไง อ้อ ลืมไปนายเพี้ยนอยู่แล้วนี่" 
    "อย่าทะเลาะกันสิ" ดิ๊กเอ่ยห้ามทั้งคู่เป็นปกติ แต่ในใจกลับกำลังก่นด่าใครบางคน พลางระงับมือตัวเองไม่ให้ยกขึ้นมาตบหัวเด็กชายปากไม่ดี หนอย ว่าใครเพี้ยนห่ะปีศาจ 
    
    
    
    
____________________________________________
    
    
    
    
    
    สวนสาธารณะก็อตแธม
    
    สายลมพัดเอื่อยกระทบใบหน้า แสงแดดอ่อนส่องสว่างอบอุ่น ความเงียบสงบไร้เสียงดังรบกวนทำให้จิตใจที่อ่อนล้าได้รับการเยียวยา 
    ในวันหยุดที่เหล่าผู้คนพากันพักผ่อนเพื่อเตรียมเผชิญกับความเหนื่อยในวันทำงาน
    ที่มุมหนึ่งของสวนสาธารณะ ถูกโอบล้อมไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ บรรยากาศเงียบสงบซึ่งหาได้ยากสำหรับเมืองแห่งอาชญากรรม มีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งกินขนมและอีกคนกำลังจิบชาพร้อมอ่านหนังสือไปด้วย ใต้ต้นไม้ไม่ใกล้ไม่ไกล เด็กชายผู้มีผิวสีแทนน้ำผึ้งเป็นเอกลักษณ์นั่งอยู่หน้าขาตั้งวาดรูป ดวงตาสีเขียวมรกตกำลังจดจ่อกับการวาดและลงสีบนผืนผ้าใบขนาดเกือบเมตรคูณเมตร ขณะที่ข้างๆมีหมาพันธุ์เกรทเดนสีดำตัวใหญ่กำลังนอนอยู่
    
    
    "ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าปีศาจจะรู้จักคำว่าสงบเป็นกับเขาด้วย" ดิ๊ก---ทิมเอ่ยออกมาเมื่อมองดูแล้วแน่ใจว่าระยะห่างระหว่างพวกเขากับเด็กชายไกลพอที่อีกฝ่ายจะไม่ได้ยิน
    "ทิมมี่ ถ้านายพยายามเข้าใจเดเมี่ยนเดี๋ยวนายก็รู้ว่าเด็กคนนั้นน่ารักกว่าที่คิดนะ" ทิม---ดิ๊กชี้ขนมคุกกี้ไปที่หน้าน้องชายในร่างตัวเอง อมยิ้มขณะพูด
    "ผมเข้าใจเขาครับดิ๊ก การที่ถูกเลี้ยงมาในสมาพันธ์นักฆ่าทำให้เจ้าปีศาจบิดเบี้ยว ผมยอมรับและเข้าใจมัน แต่ไอ้การที่พูดชวนทะเลาะทุกครั้งที่เจอหน้านี่ยังไงก็ไม่เข้าใจ เจ้าเด็กนั่นชอบพูดหาเรื่องชวนตีตลอด"
    "นายลองปฏิบัติกับเดเมี่ยน เหมือนที่ฉันทำกับนายดูสิ ลิตเติ้ลดีน่ะไม่เคยได้รู้จักคำว่า 'รัก' ที่ถูกต้องเลยตลอดการอยู่ในสมาพันธ์นักฆ่า เขาจึงต้องการความรักไง แม้วิธีเรียกความสนใจจะแปลกๆก็เถอะ"
    
    "ผมควรบอกว่าคุณเพ้อไปแล้วรึเปล่า" 
    "ฮ่ะๆๆ ฉันไม่ได้เพ้อหรือเห่อน้องหรอกนะ ดูอย่างเมื่อเช้าสิ ถึงเดเมี่ยนจะพูดเชิงจิกกัด แต่จุดประสงค์จริงๆคงเป็นห่วงถ้าไม่กินข้าวแล้วจะปวดท้อง เด็กคนนั้นน่ะปากแข็งเกินจะพูดออกมาตรงๆน่ะสิ พันธุกรรมใครนายก็รู้" ดิ๊กกลั้นขำขณะเอ่ยถึงพ่อบุญธรรมที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ รายนั้นก็เป็นพวกปากแข็งและหัวแข็งเหมือนกัน 
    ทิมทำหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งขณะมองหน้าพี่ใหญ่ในร่างเขาเอง แต่จะว่าไป ที่พูดเมื่อเช้านี้ถ้าจะตีความแบบนั้นมันก็ได้เหมือนกัน 
    
    
    เสียงเห่าของสุนัขเรียกทั้งคู่ให้หันไปมองเด็กชายที่วางพู่กันและจานสีลง ลุกขึ้นบิดตัวคลายความเมื่อยขบ ก่อนจะเดินออกไปกับทิทัสโดยทิ้งภาพวาดไว้ 
    "โอ้ วาดออกมาสวยแฮะ" พี่ชายคนโตในร่างเขาหายตัวไปชื่นชมภาพวาดของเด็กชายเมื่อไหร่ไม่รู้ เขาจึงเดินตามไปดูด้วย 
    ภาพที่เด็กชายวาดตรงหน้าดูสมจริงราวกับเป็นภาพถ่าย แม้เขาจะไม่ค่อยเก่งเรื่องศิลปะเท่าไหร่นักแต่ก็บอกได้เลยว่า ภาพสีน้ำตรงหน้าดูสวยมากราวกับให้จิตรกรระดับโลกมาวาดเองกับมือ 
    แม้มันเป็นภาพที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ก็ตาม ด้านบนของภาพเป็นท้องฟ้าที่สดใสมีเมฆล่องลอยประปรายด้านข้างทั้งสองข้างเป็นต้นไม้ แต่ตรงกลางยังว่างเปล่าไร้การลงสี มีเพียงเส้นดินสอร่างบางเบาหลายเส้นทับกันไปมากับรอยลบอยู่หลายรอบ แสดงถึงความไม่แน่ใจกับการทำภาพตรงนั้นออกมา
    
    
    "ผมเคยบอกรึเปล่าว่าการแอบดูผลงานคนอื่นทั้งที่ยังไม่เสร็จดีมันเสียมารยาทเกรย์สัน เดรก" เด็กชายคนเดิมเดินกลับมายืนด้านหลังพวกเขา กอดอกและแสดงความไม่พอใจออกมาทางสีหน้า แล้วเดินผ่านพวกเขาเข้าไปนั่งลงหน้าภาพวาด
    "จะวาดอะไรตรงกลางหรอ?" ทิมในร่างพี่ชายคนโตเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น 
    "..." เด็กชายชะงักมือที่จับผู้กันนิ่ง เหลือบมองหน้าพี่ชายคนโตที่จดจ้องที่รูปของเขาเล็กน้อยก่อนกลับไปวาดรูปเหมือนเดิม ชั่งใจว่าจะตอบหรือไม่ตอบดี สุดท้ายก็พูดออกไป
    "แค่อะไรสักอย่างที่บังเอิญคิดออก"
    "แล้วมันคืออะไรล่ะ" ดิ๊กในร่างทิมเอ่ยถาม อะไรที่เด็กชายอยากจะวาดกันนะ
    "ยุ่งอะไรด้วยเดรก วันนี้เพนนีเวร์ทวางยานายรึเปล่าทำตัวน่ารำคาญชะมัด" ดิ๊กที่โดนน้องชายว่าชะงักนิ่งแล้วเงียบไป เดินกลับไปนั่งกินขนมเงียบๆ สงสัยหงอยแน่เลย แต่ดิ๊กครับ ผมไม่เคยหงอยเพราะเจ้าปีศาจหรอกนะ
    
    
    "บอกหน่อยไม่ได้หรอ" ทิมก็ชักสงสัยเหมือนกัน เขากอดเข้าที่คอเด็กชายเหมือนที่ดิ๊กชอบทำ จนคิดว่าจะโดนต่อยกลับมาอยู่ถ้าเจ้าเด็กนี่รู้ว่าจริงๆแล้วเขาเป็นใคร
    "ป..ปล่อยนะเกรย์สัน ผมอึดอัด" เด็กชายดิ้นไปมาในอ้อมกอด แต่แก้มและใบหูที่ขึ้นสีเลือดฝาดทำให้ทิมเผลออมยิ้มออกมา
    "บอกก่อนสิลิตเติ้ลดี^^" ทิมชักรู้สึกว่าการได้แกล้งเด็กชายมันสนุกยังไงไม่รู้ สงสัยคงติดเชื้อบ้ามาจากดิ๊กแน่ๆเลย
    "คงเป็นใครสักคนในครอบครัว...มั้ง" เดเมี่ยนตอบอ้อมๆแอ้มๆไม่เต็มปาก
    "จะวาดทิมหรอ" เขายิ้มแหย่
    "ใครจะไปวาดหมอนั่นกัน ปล่อยสักทีเซ่!! มันอึดอัด" เดเมี่ยนดิ้นขลุกขลักในมือปลาหมึกที่ไม่มีท่าจะหลุดง่ายๆ
    "ถ้าวาดเสร็จแล้วขอดูคนแรกได้รึเปล่า"
    "จะดูคนแรกก็ดู! ทีนี้ปล่อยมือปลาหมึกของนายออกได้แล้วเกรย์สัน มันร้อน!!" สุดท้ายทิมก็ยอมละออกมาจะเด็กชายเพื่อให้เขาได้มีสมาธิกับการวาดภาพเหมือนเดิม แอบหัวเราะกับใบหน้าที่ยังขึ้นสีเลือดฝาดหน่อยๆ เหมือนคนไม่ชินกับการถูกกอด
    
    
    'เจ้าเด็กปากแข็งนี่ก็มีมุมน่ารักแบบที่ดิ๊กพูดจริงๆด้วยแฮะ'
    
    
    
    
____________________________________________
    
    
    
    
    ตะวันบ่ายคล้อยทั้งสามก็พากันกลับคฤหาสน์เวย์น ยังไม่มีใครได้เห็นภาพวาดของเด็กชายเลยแม้แต่คนเดียว ด้วยเหตุผลที่เด็กชายว่ายังวาดไม่เสร็จ เย็นวันนั้นพวกเขากลับมาเป็นตัวของตัวเองได้เหมือนที่ด็อกเตอร์เฟซบอกเอาไว้ 
    
    
    แต่หลังจากผ่านพ้นวันนั้นไปก็มีรูปภาพในกรอบทองใบใหม่ถูกยกขึ้นมาประดับที่ห้องนั่งเล่นด้วยฝีมือของพ่อบ้านชรา เจ้าตัวบอกว่าไปขอเอารูปที่นายน้อยเดเมี่ยนวาดมาใส่กรอบ ซึ่งนายน้อยเดเมี่ยนก็บ่นให้พ่อบ้านฟังตลอดว่าเป็นรูปที่ไม่สวยบ้างล่ะ เขาจะเอาไปทิ้งบ้างล่ะ แต่ใครในคฤหาสน์หรือจะไปสู้พ่อบ้านชราได้ สุดท้ายเด็กชายก็ต้องยอมแพ้ไป 
    เมื่อทิมกลับคฤหาสน์มาเห็นก็ต้องหัวเราะออกมากับรูปที่น้องชายคนสุดท้องวาด

    
    "ไหนบอกจะไม่วาดฉันไงปีศาจ ปากแข็งจริงๆเลย" รูปใบใหม่ที่ติดอยู่บนผนังเป็นรูปครอบครัวไปปิ๊กนิ๊กกันพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็นบรูซ อัลเฟรด ดิ๊ก เจสัน(ที่ดูเลือนรางมองไม่ค่อยออก ไม่รู้ว่าจงใจไหม) เขา เดเมี่ยนและสัตว์ทั้งหลายของเจ้าตัว 

    
    ทำตัวแบบนี้บ่อยๆกับเขาจะดีมากเลย โลกคงสงบขึ้นเยอะ พ่อน้องชายจอมซึน
    
    
    
    
____________________________________________
    
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    ย้อนกลับไปขณะที่เดเมี่ยนวาดภาพเสร็จแล้วและเตรียมเก็บอุปกรณ์ต่างๆ 
    
    
    ทำไมวันนี้สองคนนั้ดูแปลกๆนะ เหมือนสลับร่างกันงั้นแหละ ด้วยความสงสัยเด็กชายจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดเข้าโปรแกรมที่เขาสร้างขึ้น แล้วแฮกเข้าไปในเครือข่ายของแบทเคฟเอาข้อมูลภาพกล้องวงจรปิดเมื่อคืนมา
    
    
    เมื่อดูจบเหมือนใบหน้าเขาจะเห่อร้อนขึ้นมาอีกรอบโดยไม่รู้ตัว นี่เขาพูดอะไรกับเดรกไปมั่งเนี่ย ให้ตายสิ น่าขายหน้าชะมัด เด็กชายกำพู่กันในมือแน่จนมันหักเป็นสองท่อน

    
    "เดเมี่ยนกลับกันเถอะ" เสียงเรียกของพี่ชายคนโตทำให้เขาหันไปมอง ก่อนต้องหลบตาเมื่อความจริงที่ได้รับรู้วนกลับเข้ามาในหัว
    "วาดเสร็จแล้วหรอ ขอดูหน่อยสิ"
    "ยังไม่เสร็จไม่ต้องดู" เขาเอาผ้าคลุมภาพที่เสร็จแล้วก่อนหอบอุปกรณ์ต่างเดินไปที่รถซึ่งพี่ชายทั้งสองก็มองตามแผ่นหลังเล็กอย่างงงงวย ก่อนไปเดินขนาบข้างแล้วหยิบของในมือเด็กชายมาช่วยถือ เดเมี่ยนไม่ได้พูดอะไรที่ถูกแย่งของในมือไปถือ แต่รูปภาพผืนใหญ่นั้นเด็กชายไม่ยอมให้ใครถือให้เลย ก่อนจะเดินก้าวฉับๆขึ้นรถโดยไม่พูดอะไร





END~~


ผลงานอื่นๆ ของ Goblin_W

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 22:00

    ฮือออ พี่น้องบ้านนี้น่ารักมากค่ะ ตะก่อนเมี่ยนๆ ก็สองมาตรฐาน แต่ยังไงก็น่ารักที่สุดเลยแอแง

    #1
    0