คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic DC_Batfam] Warm

โดย Goblin_W

ความอบอุ่นแทรกผ่านผิวกายเข้ามาให้เด็กชายในอ้อมแขนที่ใบหน้าเริ่มมีสีเลือดฝาดและอุณหภูมิร่างกายที่อุ่นขึ้น "เดรก ผมขอกอดนายได้ไหม" "สมองนายกระทบกระเทือนหรอ ปีศาจ"

ยอดวิวรวม

549

ยอดวิวเดือนนี้

15

ยอดวิวรวม


549

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


24
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  29 ก.ค. 62 / 10:03 น.
นิยาย [Fic DC_Batfam] Warm [Fic DC_Batfam] Warm | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


   เดเมี่ยนก็มีมุมน่ารักๆเหมือนกันนะ กับพี่คนสุดท้องที่ตีกันตลอดเวลา ~♡♡



   ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest ค่ะ


เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 ก.ค. 62 / 10:03


    




    
    เดเมี่ยน อัล กูล-เวย์น กำลังประสบปัญหาหนักในเช้านี้ ใช่ หนักมากๆเลยด้วย เมื่อเขาตื่นมาตอนตีห้าเพื่อจะไปฝึกตามปกติ แต่ทันทีที่เท้าก้าวลงจากเตียงเหยียบพื้นยืนเต็มความสูง เขาก็ต้องทรุดลงไปนั่งที่พื้นทันที 
    
    เดเมี่ยนพบว่าเขาไม่มีแรงเลย ยกมือจับที่หน้าตัวเองก็รู้สึกได้ถึงไอความร้อนแผ่ออกมาจากตัว ก็คิดไปถึงเรื่องไม่กี่วันก่อนที่เขาไล่จับโจ๊กเกอร์กับคุณพ่อและดันพลาดท่า โดนของเล่นประหลาดของมันยิงตกน้ำไป 
    
    
    เดเมี่ยนรู้ตัวดีว่าตอนนี้เขากำลังเป็นหวัด แต่เพราะความที่ไม่คิดว่าจะเป็นหนักเท่าไหร่นัก เพราะเขาก็ดูแลตัวเองอย่างดี ทำให้เขาฝืนตัวลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปฝึก แต่เหมือนมันจะเป็นการดูแลตัวเองที่ไม่ดีพอ เมื่อผ่านไปได้เพียงครึ่งชั่วโมงเขาก็ต้องมานั่งหอบอยู่พื้นโดยใช้ดาบพยุงตัวเองไม่ให้ล้มลงไป ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาตระหนักได้ว่าร่างกายของเขาเหนื่อยจากอาการป่วยเกินไปแล้ว จึงต้องพาตัวเองขึ้นห้องก่อนจะมีใครมาเห็นด้านที่อ่อนแอของเขา 
    
    แต่นั่นก็ไม่สามารถหลุดรอดสายตาของพ่อบ้านตระกูลเวย์นที่มองออกมาจากทางหน้าต่าง ผู้ซึ่งต้องตื่นแต่เข้ามาจัดการทุกอย่างรอเหล่าเจ้านายของเขา สงสัยคงต้องไปพบนายน้อยเดเมี่ยนซะแล้ว 




_____________________________________________


    
    
    เดเมี่ยนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามานั่งกับเตียง มองออกไปนอกหน้าต่างที่มีปุยหิมะสีขาวร่วงลงหล่นจนทำให้สวนกลายเป็นสีขาว ความร้อนจากตัวทำให้เขาตาพร่าไปหลายครั้ง เขาล้มตัวลงนอนที่เตียงพลางคิดว่าควรจะบอกกับพวกผู้ใหญ่ยังไง พอนึกถึงใบหน้าจู้จี้จุกจิกของเกรย์สันก็ทำให้มีความคิดอื่นผุดขึ้นมา 
    หรือไม่ควรบอกเพราะมันอาจจะมีเรื่องน่ารำคาญตามมา ตอนนั้นเองเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นหยุดความคิดของเขา
    
    
    "นายน้อยเดเมี่ยน กระผมเองครับ"
    "เข้า..มา..." น้ำเสียงแหบแห้งจนน่ากลัวทำให้ใบหน้าของเขาเหย๋เก เขายกมือขึ้นจับที่ลำคอแล้วลูบมันเบาๆ
    "นายน้อยเดเมี่ยน? อยู่ไหมครับ" ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินที่เขาพูด แต่ตอนนี้เขาเจ็บคอและไม่มีเสียงเกินกว่าจะเอ่ยตอบออกไป ทำให้เขาต้องลุกไปเปิดประตูเอง
    "อรุณสวัสดิ์ครับนายน้อยเดเมี่ยน" เดเมี่ยนเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่ามีอะไรก่อนเดินหันหลังเข้าไปในห้อง ซึ่งมันน่าแปลกใจมาสำหรับพ่อบ้านคนนี้ อัลเฟรดเดินเขามาในห้องของโรบินคนสุดท้องโดยไม่ลืมปิดประตูเอาไว้ มองคนที่เดินไปล้มตัวนอนบนเตียงเงียบๆโดยไม่มีการเอ่ยอะไรออกมาสักคำ
    
    "นายน้อยเดเมี่ยนคุณโอเครึเปล่า เมื่อเช้ากระผมเห็นคุณดูไม่ดีเลย" เดเมี่ยนได้แต่ด่าตัวเองในหัว เขาลืมไปได้ยังไงว่าเพนนีเวร์ทตื่นเช้า แถมเมื่อเช้านี้ยังไม่สังเกตว่าถูกมองอยู่ด้วย แต่ความเหนื่อยและอาการมึนหัวทำให้เดเมี่ยนเลือกที่จะนอนหลับตาอยู่เฉยๆ ไม่เอ่ยตอบพ่อบ้านที่ยืนอยู่
    "นายน้อยเดเมี่ยน? ขออนุญาตนะครับ" เมื่ออัลเฟรดมองนายน้อยที่นอนนิ่งไม่ตอบกลับมาเหมือนทุกทียิ่งทำให้เขากังวลใจ เขาเดินเข้าไปใกล้และวางมือลงบนหน้าผากของอีกฝ่าย ไอความร้อนแผ่ออกมาจนทำให้เขาเผลออุทานออกมา
    "โอ้...นายน้อยเดเมี่ยน คุณมีไข้นี่ครับ"
    "อย่า....บอก...แค่กๆๆ" เดเมี่ยนคว้าแขนของพ่อบ้านไว้พลางเอ่ยบอกเสียงเบา ก่อนจะไอออกมา
    "สงสัยนอกจากยาลดไข้คุณคงต้องทานยาแก้ไอด้วยนะครับ"
    
    "..." เขาจ้องหน้าพ่อบ้านเงียบๆและไม่ยอมปล่อยมือ อัลเฟรดได้แต่ถอนหายใจกับความหัวดื่อของตระกูลนี้ แต่ก็ยอมเอ่ยออกไปพร้อมกับมีข้อแม้ 
    "ได้ครับ กระผมจะไม่บอกพวกเขา แต่นายน้อยเดเมี่ยนต้องยอมให้กระผมดูแล และวันนี้ห้ามออกไปลาดตระเวนกับนายท่านบรูซนะครับ" เมื่อได้ยินสิ่งที่ตัวเองต้องการแล้ว เขาจึงยอมปล่อยมือออกและพยักหน้ารับข้อตกลงนั่นแต่โดยดี 
    
    
    อัลเฟรดที่เห็นโรบินคนสุดท้องล้มตัวลงนอนและพยักหน้ายอมรับข้อตกลงอย่าว่าง่ายก็จัดการอุ้มตัวนกน้อยที่ไม่สบายขึ้นไปนอนดีๆ แน่นอนเดเมี่ยนผงะและผลักตัวเขาออกเพราะไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัว แต่คงเพราะอาการป่วยทำให้เด็กชายรู้ว่ามันช่างเปล่าประโยชน์สิ้นดี เขาไม่มีแรง เหนื่อยมากและอยากนอน เขาเลยปล่อยตัวให้พ่อบ้านจัดการทุกอย่างไป
    
    
    "นายน้อยเดเมี่ยนมีอาการยังไงบ้างครับบอกกระผมได้รึเปล่า"
    "..." เดเมี่ยนเอ่ยตอบพ่อบ้านไป แต่ไร้เสียงออกมา มีแค่การขยับปากพูด ทำให้เขาต้องเบ๋หน้า เขาไม่ได้ป่วยมานานแล้ว และถ้าหากอาการป่วยครั้งนี้หายเขาจะไม่ยอมป่วยอีกแน่ๆ 
    "ดูเหมือนคุณจะไม่มีเสียงนะครับ" ในเมื่อเขาไม่สามารถพูดได้ เดเมี่ยนจึงต้องพยักหน้าตอบพ่อบ้านตระกูลเวย์นแทน
    "คุณน่าจะเป็นกล่องเสียงอักเสบ รอสักครู่ เดี๋ยวกระผมจะไปทำอาหารอ่อนๆมาให้นะครับ แล้วคุณต้องทานยาด้วย" เดเมี่ยนพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย หลังจากที่พ่อบ้านออกไปเขาก็หลับทันที หวังว่าการหลับระหว่างรออาหารจากเพนนีเวิร์ทจะช่วยให้เขาดีขึ้นมาบ้าง
    
    
    
    
_____________________________________________
    
    
    
    ทิโมธี แจ็กสัน เดรก-เวย์น รู้สึกว่าเช้าวันนี้คฤหาสน์เวย์นจะเงียบกว่าปกติ เมื่อเขาเดินลงมาที่ห้องอาหารก็เห็นดิ๊กรีบร้อนเดินสวนทางเขาออกไปพอดี
    
    "อัลเฟรดครับ ดิ๊กรีบไปไหนน่ะครับ" ทิมเอ่ยถามถึงพี่ชายคนโตที่รีบร้อนวิ่งสวนทางเขาออกไป เห็นคาบขนมปังไปด้วย
    "นายท่านดิ๊กมีงานด่วนเข้ามาที่กรมตำรวจครับ" ทิมพยักหน้ารับรู้และเดินไปนั่งที่นั่งประจำ 
    "นี่กาแฟครับนายท่านทิม" 
    "ขอบคุณครับอัลเฟรด แล้วบรูซยังไม่กลับมาหรอครับ" ทิมถามถึงบรูซ เวย์น พ่อบุญธรรมของเขาที่กำลังหัวปั่นกับงานเอกสารกองท่วมหัว เพราะเจ้าตัวเอาแต่แต่งตัวเป็นแบทแมนไปลาดตระเวนทุกคืนจนไม่มีเวลาทำงาน 
    "ครับ และดูท่าวันนี้นายท่านบรูซคงไม่สามารถกลับมาพักที่คฤหาสน์หรอกครับ" ทิมพยักหน้ารับและยกกาแฟขึ้นมาจิบ มองไปที่ที่นั่งประจำของโรบินคนปัจจุบันที่ยังไร้ร่างคนนั่งตรงนั่น คนที่มีฝีปากชวนทะเลาะและเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเขา 
    
    เจ้าปีศาจยังไม่ลงมาหรอเนี่ย มิน่าละคฤหาสน์ถึงเงียบนัก เขามองไปที่นาฬิกาพบว่าเป็นเวลาเกือบเจ็ดโมงครึ่งแล้ว น่าแปลกใจที่ยังไม่เห็นหน้าอีกฝ่าย แม้แต่เสียงก็ไม่ได้ยิน ปกติเจ็ดโมงก็น่าจะลงมาแล้ว แต่นั่นไม่ได้เกี่ยวกับเขาสักหน่อย ทิมจัดการอาหารตรงหน้าและกลับขึ้นไปจัดการงานที่อาจารย์มหาวิทยาลัยสั่ง ระหว่างเดินขึ้นไปก็เห็นอัลเฟรดถืออะไรเขาไปในห้องเจ้าปีศาจด้วย แต่เขาก็เลิกสนใจแล้วเดินเข้าห้องไป 
    
    เวลาเกือบบ่ายโมงทิมก็พาตัวเองออกมาจากห้องพอดีกับที่อัลเฟรดเดินมาบอกกับเขาว่าจะออกไปซื้อของข้างนอกให้ช่วยเฝ้าคฤหาสน์ให้หน่อย เขาพยักหน้าตกลงและพาตัวเองไปนอนเล่นเลปท็อบพร้อมกับคุกกี้ฝีมือพอบ้านที่ห้องนั่งเล่น 
    
    
    
____________________________________________
    
    
    
    เพล้ง!!! เสียงกระจกแตกเรียกให้เปลือกตาบางลืมขึ้นจากนิทรา ดวงตาสีมรกตกวาดมองทั่วห้องหาต้นเหตุของเสียง 
    เดเมี่ยนมองไปที่หน้าต่างที่มีเศษกระจกแตกกระจายเต็มพื้น ตอนนั้นเองก็มีเงาคนย่องมาข้างหลังและล็อกคอเขาไว้ 
    ก็อกๆๆ 
    "ปีศาจนายทำอะไรแตกน่ะ" เสียงของเดรกดังขึ้นหน้าประตู แม้จะไม่อยากทำแต่ตอนนี้เขาอ่อนแอเกินกว่าจะสู้ไหว แต่เดเมี่ยนลืมไป ตอนนี้เขาไม่มีเสียงทำให้ไม่สามารถเอ่ยเรียกอีกฝ่ายได้ ชายที่ล็อกคอเขาไว้ใช้ผ้าปิดจมูกเขาพร้อมกลิ่นยาที่คุ้นเคยยามเป็นโรบินดี ยาสลบ เดเมี่ยนพยายามแกะมือของอีกฝ่ายออก แต่ด้วยร่างกายที่กำลังป่วยทำให้เขาไม่สามารถสู้แรงคนๆนั้นได้ ภาพที่เห็นเริ่มพร่ามัวก่อนสติเขาจะดับลงไป 
    ชายในร่างกำยำแบกลูกชายคนสุดท้องของบรูซเวย์นขึ้นบ่าและกระโดดหนีออกไปก่อนที่จะมีคนเข้ามา
    
    
____________________________________________
    
    
    
    เพล้ง!!! เสียงบางอย่างแตกกระจายดังมาจากชั้นสอง คงเป็นใครไม่ได้นอกจากเจ้าปีศาจ โรบินคนปัจจุบันที่เขายังไม่เห็นหน้าและยังไม่ได้ยินเสียงเลยวันนี้ อีกเพราะทั้งคฤหาสน์มีแค่เขาสองคน ในเมื่อไม่ใช่เขา ก็ต้องเป็นเจ้าเด็กนั่นแน่นอนอยู่แล้ว เสียงของพ่อบ้านที่ดังในหัวบอกให้เฝ้าคฤหาสน์ทำให้เขาต้องขุดตัวเองจากโซฟาไปที่ห้องน้องคนสุดท้อง
    
    ก็อกๆๆ
    "ปีศาจนายทำอะไรแตกน่ะ" เขาเอ่ยถามออกไป แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ เสียงลมและความเย็นที่ลอดผ่านช่องใต้ประตูออกมาทำให้ทิมต้องเลิกคิว
    "ปีศาจนายเปิดหน้าต่างไว้หรอ" เขาถามออกไปอีกครั้งแต่ก็ยังคงไร้เสียงตอบกลับ สุดท้ายเขาตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปเพราะเมื่อไม่กี่เดือนก่อนเจ้าปีศาจมีวีรกรรมแอบหนีออกไปบ่อยๆ เขาจะได้บอกอัลเฟรดถูก
    
    ภายในห้องว่างเปล่าไร้ร่างโรบินคนปัจจุบัน ลมหนาวพัดเข้ามาผ่านทางกระจกที่แตกกระจายอยู่ที่พื้น เตียงที่ยับยู่ยี่ไม่เป็นระเบียบ แต่บนเตียงยังคงมีไออุ่นของร่างเจ้าของเตียงหลงเหลืออยู่ แม้จะดูเหมือนคนข้างในรีบร้อนออกไปเอง แต่ความผิดปกติเพียงเล็กน้อยก็ไม่สามารถหลุดรอดสายตาของเรดโรบิน-อดีตโรบิน ที่มีความสามารถในการสืบสวนดีพอๆกับแบทแมนไปได้ 
    ถ้าเจ้าปีศาจคิดจะแอบออกไปไม่เห็นจำเป็นต้องพังหน้าต่างออกไปเลยนี่ แถมเศษกระจกยังกองอยู่ภายในห้องไม่ใช่ข้างนอก แสดงว่าต้องมีคนพังเข้ามาจากข้างนอก ทิมหยิบเศษกระจกขึ้นมาพิจารณา
    เหลือบไปเห็นถ้วยอาหารที่เหลืออยู่วางอยู่ที่โต๊ะข้างหัวเตียง ที่ดูแล้วน่าจะเป็นอาหารอ่อน ข้างๆจานมีซองยาแก้ปวดหัวและยาแก้ไอว่างเปล่าวางอยู่ พร้อมกับขวดยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ที่เพิ่งเปิดใช้
    
    เดี๋ยวนะ! ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์? อัลเฟรดเอายาคอร์ติโคสเตียรอยด์ให้เจ้าปีศาจกินหรอ ทิมรู้ดีว่ายาตัวนี้คืออะไร เพราะวันนี้เขาต้องนั่งหัวปั่นทำรายงานเรื่องยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ส่งครู 
    ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ เป็นยาที่ใช้เพื่อลดอาการอักเสบของเส้นเสียงของคนที่เป็นโรคกล่องเสียงอักเสบ นี่เจ้าปีศาจเป็นโรคกล่องเสียงอักเสบหรอ?
    
    ทิมมองไปที่ผ้าปูที่นอนที่ยับขึ้นมาเป็นรอยขย้ำ ตรงนั้นมีกลิ่นของยาสลบ เท่านี้เขาก็ประมวลผลทุกอย่างได้ทันที เจ้าปีศาจโดนลักพาตัวไปแล้ว เขาควรจะไปช่วยไหม คนอย่างเจ้าปีศาจคงดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว...แต่อีกฝ่ายกำลังป่วย แถมยังสามารถโดนลักพาตัวไปได้แบบนี้ คงไม่ปกติแล้ว
    ถึงจะไม่ค่อยชอบหน้ากันเท่าไหร่...โอเค ไม่ถูกกัน แต่ใช่ว่าเขาจะไม่เป็นห่วงอีกฝ่ายสักหน่อย เจ้าปีศาจก็ถือเป็นน้องเขาเหมือนกัน แม้เจ้าตัวจะไม่ค่อยอยากรับเขาเป็นพี่เท่าไหร่ ทิมรีบวิ่งไปที่แบทเคฟโดยที่มือยังง่วนกับการกดโทรศัพท์ไปหาพ่อบ้านที่ตอนนี้ยังไม่กลับมา
    
    
____________________________________________
    
    
    ณ เวย์นเอ็นเตอร์ไพรส์
    อัลเฟรดยืนอยู่ในห้องของนายท่านตน เพราะต้องเอาของมาส่งให้อีกฝ่าย
    ตรือ~ ตรือ~ เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงดังขึ้นปรากฏเป็นเบอร์ของนายท่านทิม คงไม่ใช่ทะเลาะกันใช่ไหม แต่คงไม่น่าใช่เพราะนายน้อยเดเมี่ยนยังนอนซมอยู่ในห้องอยู่เลย
    "สวัสดีครับ นายท่านทิม"
    [อัลเฟรด เกิดเรื่องแล้วครับ!]
    "รอสักครู่นะครับ พอดีว่านายท่านบรูซมีข้อความเข้า" เสียงข้อความของบรูซดังขึ้นขัดจังหวะสนทนาของพ่อบ้านพอดี ทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดคุยกันก่อน ข้อความที่ส่งมาเป็นคลิปวิดีโอยาวไม่ถึงหนึ่งนาที ประธานบริษัทเวย์นเลิกคิ้วอย่างสงสัยก่อนกดเล่นคลิปนั้น 
    
    
    [สวัสดีครับมิสเตอร์เวย์น ผมได้ยินว่าคุณเป็นคนใจบุญนี่ครับ เราอยากให้คุณแบ่งเงินมาให้พวกเราใช้สักนิดหน่อยจะได้ไหม] 
    ชายสวมหน้ากากปิดบังใบหน้ามิดชิดโผล่ขึ้นมาบนหน้าจอ ข้างหลังมีคนสวมหน้ากากแบบเดียวกันเกือบสิบคนกำลังมองมาทางกล้อง
    
    
    [ผมอยากจะบอกว่าตอนนี้ ลูกชายคนสุดท้องของคุณอยู่กับเรา] 
    มุมกล้องขยับเปลี่ยนหมุนไปถ่ายภาพลูกชายคนสุดท้องของเขาที่ถูกโซ่มัดห้อยไว้สูงจากพื้นเกือบหนึ่งเมตรและข้างล่างมีกองระเบิดที่กำลังนับเวลาถอยหลังวางอยู่หลายลูก บรูซถึงกับนั่งไม่ติดและรู้สึกเหมือนหาเสียงของตัวเองไม่เจอไปชั่วขณะ แม้แต่อัลเฟรดก็พูดไม่ออกได้แต่มองมองไปอย่างเป็นห่วง
    
    
    [ผมจะให้โอกาสคุณภายในหนึ่งชั่วโมง นำเงินสามร้อยล้านดอลลาร์มาในสถานที่ๆผมจะส่งไปให้ ห้ามบอกตำรวจ ถ้ามาช้ากว่านั้นผมไม่รับประกันชีวิตลูกชายคุณนะ แต่เร็วหน่อยก็ดี เพราะดูเหมือนว่าลูกชายคุณจะไม่ค่อยถูกกับอากาศหนาวสักเท่าไหร่ ฮึๆๆ] 
    กล้องขยับไปใกล้หน้าของเด็กชายที่ขึ้นสีแดงระเรื่อและกำลังหอบหายใจ ควันสีขาวถูกพ่นออกทางปากตามจังหวะหายใจแสดงได้ว่าเด็กชายยังมีชีวิตอยู่ เดเมี่ยนปรื่อตาขึ้นสบกับกล้องที่ขยับมาใกล้ ภายในแววตาปรากฏความแข็งกร้าว แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่อำนวย ทั้งเขายังไม่ได้ใส่เสื้อกันหนาว มีเพียงเสื้อแขนยาวสีดำตัวบางที่เขาใส่ประจำและกางเกงขายาว ซึ่งในสภาพอากาศที่มีหิมะตกและอุณหภูมิติดลบทำให้อาการหวัดกำเริบขึ้นอีก เดเมี่ยนไอด้วยเสียงแหบแห้งก่อนวิดีโอจะจบลง 
    
    
    [เรื่องนี้แหละที่ผมจะบอกคุณอัลเฟรด] เสียงทิมดังลอดเครื่องมือสื่อสารที่ยังเปิดค้างไว้ของอัลเฟรดออกมา พร้อมกับเสียงสตาร์ทรถดังขึ้นแทรก
    [บรูซ ส่งคลิปนั่นมาให้ผมที เดี๋ยวผมจะไปช่วยเขาเองไม่ต้องเป็นห่วง คุณทำงานของคุณให้เสร็จก่อนดีกว่า] ไม่ทันให้พ่อบุญธรรมไปปฏิเสธ ทิมก็วางสายไปทันที บรูซส่งคลิปและสถานที่ไปให้ตามที่ทิมขอ และเขาก็ทำงานต่อ แต่สีหน้ากระวนกระวายและจิตใจที่อยู่ไม่ค่อยสุขทำให้งานคืบหน้าช้ากว่าเดิมมาก ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อใจทิม เพราะเท่าที่ดูพวกมันเป็นแค่โจรกระจอกๆไม่ได้ร้ายแรงอะไร แต่มันก็ไม่วายเป็นห่วงลูกชายเขาที่ไม่สบายซึ่งเขาได้รับคำอธิบายจากอัลเฟรดหลังทิมวางสายไปอยู่ดี 
    แถมวันนี้สภาพอากาศยังเป็นแบบวันนั้นเลยด้วย วันที่เขาเสียเจสันไป 
    
    
    
____________________________________________
    
    
    
    
    ทิมในชุดเรดโรบินขับแบทไซเคิลออกจากถ้ำค้างคาววิ่งไปตามถนนที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว จากการวิเคราะห์วิดีโอทำให้เขาพอรู้ว่าสถานที่ที่เจ้าปีศาจถูกจับไปอยู่แถวไหน แต่ก็ยังไม่รู้สถานที่แน่ชัดอยู่ดี 
    เขาเปิดวิดีโอดูอีกรอบทั้งที่มือนึงยังขับรถอยู่ และสังเกตเห็นตอนช่วงที่วิดีโอยังไม่ได้ซูมเข้าไปใกล้หน้า เจ้าปีศาจกำลังขยับปากพูดบางอย่างแบบไร้เสียง
    ทิมซูมวิดีโอเขาไปใกล้เพื่อให้ง่ายต่อการสังเกต เดเมี่ยนขยับปากพูดชื่อสถานที่ที่ตนถูกจับเอาไว้ แต่มันก็อยู่ไกลจากที่ที่เขาอยู่พอสมควร เขาก้มมองดูนาฬิกา เส้นตายเวลาเหลืออีกประมาณสี่สิบห้านาทีระเบิดก็จะทำงาน แต่อีกเกือบชั่วโมงเขาถึงจะไปถึง แต่มันก็แค่เกือบล่ะนะ ทิมบิดคันเร่งขึ้นจนสุดและขี่แบทไซเคิลไปยังจุดหมายทันที 
    
    
    
____________________________________________
    
    
    
    เขาไม่รู้ว่ามันผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว แต่ลมหนาวพัดเขากระทบร่างเขาจนรู้สึกชาไปหมด เดเมี่ยนรู้ได้เลยว่าอุณหภูมิในร่างกายของเขาต่ำลงมากจนแทบจะถึงขีดอันตราย ดวงตาที่พร่ามัวเพราะพิษไข้ทำให้เขาเริ่มมองได้ไม่ค่อยชัด มือและเท้าที่ไม่มีเครื่องป้องกันความหนาวเจ็บจนแทบขยับไม่ได้ ทุกอย่างตรงหน้าดูเลือนลางจนไม่สามารถเพ่งมองไปที่จุดใดจุดหนึ่ง เสียงพูดคุยกันอื่ออึงในหูอย่างไม่ได้ศัพท์คล้ายกับอยู่ห่างไกลกันเกินเอื้อมถึง 
    ความหนาวเย็นที่แทรกผ่านกายเข้ามามากเป็นสัญญาณให้ร่างกายเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน ดวงตาสีเขียวมรกตปิดลงและเริ่มดำดิ่งสู่ห่วงนิทรา 
    
    แต่เพียงเขาเหลับตาลงได้ไม่กี่วินาที ก็รู้สึกเหมือนร่างกายร่วงลงตามแรงโน้นถ่วง พร้อมเสียงบางอย่างที่ดังมากๆ ความอบอุ่นแทรกผ่านร่างกายเข้ามาก่อนจะรู้สึกถึงความอุ่นจากอุณหภูมิร่างกายมนุษย์บริเวณใบหน้า
    
    
    
____________________________________________
    
    
    
    หวังว่าเขาจะไม่มาช้าเกินไป 
    ทิมจอดแบทโมบิวไว้ห่างจากจุดหมายก่อนเดินไปแอบดูทางช่องรอยร้าวของผนัง เหลือเวลาอีกสิบนาทีระเบิดก็จะทำงาน 
    เขามองเห็นน้องชายทางนิตินัยที่หายใจแผวลงเรื่อยๆ ดูจากที่อีกฝ่ายไม่สบายแถมยังต้องมาตากลมหนาวเกือบชั่วโมงตอนนี้ตัวคงเย็นมากแน่ๆ เดเมี่ยนทำท่าจะหลับในไม่ช้า ระเบิดเวลาก็จะระเบิดในไม่ช้าด้วย ทิมตัดสินใจบุกเข้าไปสู้กับพวกโจรทันที พวกมันเป็นแค่โจรกระจอกมีปืนธรรมดาๆตามที่พบได้ทั่วไปในเมืองแห่งอาชญากรรม แต่คราวนี้พวกมันคงพกโชคมาด้วย เมื่อวันตัดสินใจลอบเข้ามาในคฤหาสน์เจ้าปีศาจกำลังป่วย แถมคนที่เหลืออยู่ในบ้านก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอีก
    
    เรดโรบินจัดการพวกมันลงได้ภายในไม่กี่นาทีและจับมัดเอาไว้ข้างนอก เขาหันกลับมาเจ้าปีศาจหลับไปแล้วและเลขเวลาระเบิดก็เหลือเพียงสิบวิ เร็วเท่าความคิด ทิมวิ่งเข้าไปพร้อมหยิบแบทตาแรงปาตัดโซ่ เขากระโดดรับร่างอีกฝ่ายไว้และปาแบทตาแรงระเบิดผนังให้เป็นรู เรดโรบินกระชับร่างเด็กชายในอ้อมแขนพร้อมแรงระเบิดด้านหลังผลักพวกเขาลอยขึ้นก่อนกลิ้งลงพื้นหิมะ ไฟโหมลุกไหม้โกดังเก่าๆที่ถล่มลงมาพร้อมแรงระเบิด
    ทิมร้องเรียกอีกฝ่ายแต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบกลับ เขาถอดถุงมือออกสัมผัสที่ใบหน้าหลับไหลของเด็กชาย มันเย็นมากเสียจนเขาต้องชักมือออก ร่างกายเดเมี่ยนเย็นราวกับเป็นก้อนน้ำแข็ง ผิวและริมฝีปากซีดขาวพอๆกับศพ จนทิมต้องถอดผ้าคลุมมาห่มรอบตัวเอาไว้ ไม่นานเสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังเข้ามาใกล้ แบทโมบิวเคลื่อนที่มาหยุดลงตรงหน้าพร้อมแบทแมนกระโดดลงมา เขาอุตส่าห์บอกให้ทำงานอยู่ที่บริษัทไม่ใช่รึไง หัวดื่อจริงๆ 
    
    แบทแมนเดินมาทางเขาด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
    "ขึ้นรถทั้งคู่เลย เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง" แบทแมนสั่งพร้อมหยิบโทรศัพท์มาเรียกตำรวจ เรดโรบินอุ้มเด็กชายเข้ามาในรถโดยให้อีกฝ่ายนั่งบนตักเขาและใช้แขนกอดไว้ หวังว่าความอบอุ่นจากร่างกายเขาและอากาศในแบทโมบิวจะช่วยได้ ที่ทำเพราะเห็นว่าตัวเย็นมากเฉยๆหรอกนะ ปกติเขาไม่มีวันทำแบบนี้แน่ๆ
    
    ทิมมองน้องชายคนสุดท้องในอ้อมแขนที่อุณหภูมิร่างกายเริ่มกลับมาเป็นปกติ ผิวเริ่มขึ้นที่เลือดฝาด ในขณะที่แบทแมนที่กำลังขับรถเพียงแค่ชำเลืองดู เดเมี่ยนปรื่อตาขึ้นมองหน้าทิม เจ้าตัวรับรู้ได้ว่าอีกไม่กี่วินาทีเดเมี่ยนจะต้องผลักเขาออกแน่ๆ แต่ไม่
    "เ..ด..รก" น้ำเสียงแหบแห้งที่แทบฟังไม่รู้เรื่องดังขึ้นข้างหู 
    "อะไร?" ทิมคิดว่าประโยคต่อไปที่เดเมี่ยนจะพูดคือให้เอามือออกไป แต่ผิดคาด เดเมี่ยนขยับปากพูดแม้จะไร้เสียง แต่เขาก็พออ่านออก
    'ผมขอกอดนายได้ไหม' เป็นประโยคที่ไม้คิดว่าจะได้ยินจากปากของเด็กปีศาจคนนี้ ที่จริงเขาก็ไม่ได้ยินนะเพราะอ่านปากเอา 
    "สมองนายต้องกระทบกระเทือนแน่เลยปีศาจ" ทิมแซะแต่ก็กระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นเพื่อให้เด็กในอ้อมกอดรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น  เดเมี่ยนหลับไปอีกครั้งอย่างอ่อนล้า และความอบอุ่นที่โอบเขาไว้แทรกผ่านผิวกายและซึมเข้าไปในจิตใจทำให้เขาหลับไปอย่างรวดเร็ว
    
    ทิมมองน้องชายคนสุดท้องของตระกูลที่ผลอยหลับไปทั้งที่เขายังกอดอยู่ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ เจ้าปีศาจก็มีมุมน่ารักเหมือนเด็กทั่วไปเหมือนกันนี่ คิดว่าพอเดเมี่ยนตื่นมาอีกที่คงกลับไปเป็นเด็กปากร้ายชวนทะเลาะเหมือนเดิม เขายกมือดีดหน้าผากอีกฝ่ายเบาๆอย่างหมั่นไส้และเอาคืนสำหรับเรื่องที่จะแกล้งเขาในอนาคตไว้ก่อน อีกฝ่ายกระชับอ้อมกอด ครางเบาๆอย่างรำคาญและซุกใบหน้าไปกับอกเขาเพื่อหนีจนเขาถึงกับกลั่นหายใจ
    
    แบทแมนที่เหลือบมองเป็นระยะๆกับความน่ารักของลูกๆเขา จนอดยิ้มไม่ได้ไปตลอดทาง 
    "ยิ้มอะไรครับบรูซ"
    "เปล่า" ถ้าไม่ได้ขับรถอยู่เขาคงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปไปแล้ว นานๆทีพี่น้องคู่นี้ถึงจะอยู่ด้วยกันแบบสงบๆได้โดยไม่ตีกันสักที 
    
    
____________________________________________





ผลงานอื่นๆ ของ Goblin_W

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 20:58

    โอ้ย ชอบ 555555

    #3
    0
  2. #2 Darkness_merina (@0821337077) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 15:48

    ชอบบบ~มาต่อไวๆนะคะ!
    #2
    0
  3. #1 เจ้าแห่งฝัน
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 15:33

    น่าาาารักกกกกชอบๆๆๆๆมาอีกน่ะๆ^o^^_^

    #1
    0