The Celestia ! เมื่อผมในร่างสาวน้อยกับสงครามคัดเลือกเทพเจ้าที่ต่างโลก

ตอนที่ 31 : เฟอร์แรน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 ส.ค. 60

                เสียงพลิกกระดาษไปมาดังท่ามกลางแสงไฟสีนวลสบายตา หนังสือถูกจัดอยู่เต็มชั้นวางทั้งสองข้างของผนังห้อง โต๊ะทำงานของชายหนุ่มท่วมไปด้วยกองเอกสาร มุมกระดาษมีรอยยับที่บ่งบอกถึงอายุของมัน กระดานใหญ่ด้านหลังโต๊ะทำงานมีหมุดปักเอกสารกระจายกันอยู่ทั่ว โดยมีเส้นด้ายสีดำเป็นตัวพันรอบหมุด

                คิ้วของชายหนุ่มขมวดเข้าหากัน สีหน้าครุ่นคิดน่าหนักใจนี้เป็นมาอยู่สักพัก แก้วน้ำชาที่มุมโต๊ะก่อนหน้ามันเคยส่งกลิ่นหอมยั่วยวนให้รับประทานเพราะความร้อนของมัน ทว่าตอนนี้กลับเย็นชืด กระดาษเปล่าถูกเขียนเป็นครั้งคราวหลังจากอ่านเอกสาร

                ประตูห้องถูกเปิดออก ชายหนุ่มยังคงนั่งอ่านเอกสารอย่างไม่สนใจ เสียงเคาะที่กำแพงดังเตือนชายหนุ่มหลายครั้งจนเขารู้สึกรำคาญ ชายหนุ่มที่ใส่หมวกแม้กระทั่งในที่ร่มเป็นต้องกำปากกาในมือเพื่อเป็นการหักห้ามใจไม่ให้ขึ้นเสียง

                มันต้องเคาะก่อนเข้าห้องมาไม่ใช่รึไง” เขามองไปยังต้นเสียงอย่างหมดอารมณ์

                ก็นายไม่สนใจนี่นา” ชายหนุ่มที่เคาะกำแพงเดินตรงมาหาหน้าโต๊ะทำงาน “ยังไม่เลิกตามสืบเรื่องนี้อีกงั้นหรอ” เขาสุ่มหยิบกระดาษขึ้นมาดู ในเอกสารเป็นรายชื่อผู้เคราะห์ร้ายในเหตุการณ์สำคัญของอาณาจักรนี้

                เหตุการณ์เมื่อวันนั้นทำให้อาณาจักรเมดาลินเสียกษัตริย์ที่มากความสามารถไป กษัตริย์องค์ที่หก เมดาลิน ออกัส

เขาเป็นกษัตริย์ที่มากความสามารถตั้งแต่เยาว์วัย ทักษะดาบที่สืบทอดกันรุ่นสู่รุ่นก็สามารถบรรลุได้ตั้งแต่อายุเก้าปี บัลลังก์ถูกส่งต่อเมื่อเขาอายุได้สิบแปดเท่านั้น และไม่นานก็สมรสกับนางสนมสามคน

                มีหลายสิ่งหลายอย่างถูกสร้างและพัฒนาจนผู้คนต่างถิ่นถือว่าเป็นยุคทองของเมดาลิน ด้วยตำแหน่งที่ตั้งใกล้กับทะเล เศรษฐกิจจึงเติบโตอย่างก้าวกระโดด สิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่าเกียร์จากทวีปฝังตะวันออกถูกนำมาพัฒนา

                น้องชายของเขา เมดาลิน เนสเต้อ โตมาพร้มกับคำเปรียบเทียบกับพี่ชายอยู่เสมอ ทั้งความสามารถที่ห่างชั้นจนกระทั่งความรอบรู้

                ในรายชื่อผู้เคราะห์ร้ายนี้รวมพระนามของกษัตริย์ออกัสด้วย พระองค์ถูกลอบปลงพระชนจากผู้ประสงค์ร้ายไม่ทราบฝ่าย อีกทั้งยังรวมพระนามของนางสนมอีกสองพระองค์ รวมถึงบุตรีที่มากความสามารถด้วย

                เนสเต้อใช้โอกาสนี้แต่งตั้งตนเป็นกษัตริย์องค์ถัดไปทันที เหล่าประชาชนส่วนมากไม่ทราบที่มาที่ไปของเรื่องนี้ จึงออกมาตั้งคำถามกันอยู่พักใหญ่

                เฟรย่าน่ะ ตายแล้ว...ฉันก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันแต่ว่าศพนั่น” เขาพยายามพูดออกมาโดยกลบความเศร้าเอาไว้ ในใจ ริมฝีปากยกยิ้มแห้ง ๆ พลางส่ายหน้าเบา ๆ ชายสวมหมวกกำปากกาในมือแน่นพร้อมขบริมฝีปากเข้าหากันราวกับไม่ยอมรับเรื่องดังกล่าว

                ไม่ ศพนั่นเป็นของปลอม” เขาควานหาเอกสารบนโต๊ะเพื่อนำมายืนยันคำพูดที่กล่าวออกไป “ก่อนที่จะนำศพไปทำพิธีต่อ ฉันไปแอบตรวจสอบร่างนั่นมา”

                ในวันที่เฟอร์แรนแอบลอบไปตรวจสอบศพของเฟรย่า เขาไม่พบรอยปานที่สะโพกขวา เขาคิดถูกที่มาตรวจสอบก่อนจะเชื่อ ความคิดแรกที่ผุดขึ้นคือร่างกายของเธอถูกสร้างขึ้นด้วยอะไรบางอย่างที่เขาไม่รู้ แต่สิ่งนี้ไม่สามารถเปิดเผยให้ใครรู้ได้เพราะมันอาจเป็นอันตรายต่อตัวเขาเอง

                ว่าไงนะเฟอร์แรน” ชายตรงข้ามเฟอร์แรนทุบโต๊ะจนทำให้แก้วน้ำชาขยับเล็กน้อย

                ทำไมนายถึงไม่รีบบอกฉันล่ะ” เขานำมือข้างหนึ่งตบลงบนหน้าอกเบา ๆ โดยอีกข้างยันโต๊ะเอาไว้ เฟอร์แรนมองเขาที่มีท่าทีเปลี่ยนไปอย่างใจเย็น มือที่ว่างจากเอกสารเอื้อมไปหยิบแก้วมาซดชา เขาหวังว่าจะได้ดื่มชาร้อน ๆ ทว่ามันกับเย็นชืด

                นายก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าทำไม โรวิส นายน่ะเก็บความลับไม่เก่ง แถมยังชอบอวดรู้อีกต่างหาก ถ้าบอกนายไปมีหวังโดนเก็บแน่ ๆ ” เฟอร์แรนยื่นเอกสารในมือให้ มันเป็นเอกสารที่วิเคราะห์เกี่ยวกับสภาพการณ์ตายของศพ มีรายละเอียดเขียนไว้อัดแน่นแต่มีวงกลมคำสำคัญเอาไว้อยู่

                โรวิสรับมันแล้ววางลงบนโต๊ะคืนทันทีโดยไม่ทันได้อ่านเอกสารเลยแม้แต่น้อย เฟอร์แรนขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยบ่งบอกถึงความหงุดหงิดที่เขาไม่สนใจเอกสารของตน โรวิสรีบหยิบเอกสารที่เตรียมมา

                ดูนี่ซะ ! เฟอร์แรน” โรวิสยื่นเอกสารในมืออย่างรวดเร็วจนเกือบจะชนเข้ากับใบหน้าของเฟอร์แรน

                เนื้อความในเอกสารเป็นรายชื่อคนที่ทำบัตรเข้าเมืองในวันนี้ ด้วยความที่โรวิสเป็นหัวหน้าแผนกจัดการบุคคลภายในเมือง เขาจึงสามารถนำมันมาได้

                ภายในเอกสารเป็นรูปถ่ายภาพสีขาวดำของเด็กสาวที่มีปอยผมด้านหนึ่งบังดวงตาด้านขวาอยู่ราวกับจะปิดบังบางอย่าง ส่วนด้านล่างเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ทางอาณาจักรต้องการ

                คิดเหมือนกันไหมว่าเด็กคนคล้ายกับองค์หญิง”

                เฟอร์แรนไม่ตอบอะไรกลับไป เขาได้แต่จ้องไปที่รูปอยู่สักพักก่อนที่จะคว้าเอกสารนั่นมาอ่านข้อมูลด้านล่างและไปหยุดอยู่ที่ช่องกรอก ชื่อ-นามสกุล ฟีเรีย รินเซีย เขาเบิกตากว้างก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างตกใจ

                 ไม่ใช่แค่เหมือน” เขาวางแผ่นเอกสารลงบนโต๊ะและใช้นิ้วชี้นำสายตาไปที่นามสกุล โรวิสที่ไม่เข้าใจทั้งคำพูดและการกระทำของเฟอร์แรนก็ได้แต่ทำหน้ามึนงง

      “อะไรของนาย ให้ฉันดูนามสกุลแล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา”

                 นายรู้จักตระกูล เนอซ่าไหม”

      “ตระกูลของหนึ่งในสี่ผู้กล้าน่ะหรอ” สีหน้าสงสัยหนักเข้าไปอีกของโรวิสเผยให้เฟอร์แรนเห็น “แล้วนายจะพูดถึงทำไม”

                เมื่อนานมาแล้วเหล่าสัตว์ร้ายต่างสายพันธุ์จนกระทั่งสัตว์ในตำนานอย่างมังกร พวกมันร่วมมือกันหวังจะยึดครองพื้นแผ่นดินกลับคืนจากพวกมนุษย์ สงครามนี้สร้างความเสียหายไปทั่วทุกทวีป มันดำเนินต่อเนื่องกันมาหลายชั่วอายุคนจนกระทั่งผู้ที่ได้รับพรจากสวรรค์ถือกำเนิดขึ้น

                แล้ว เอริส เมดาลิน ล่ะ” เฟอร์แรนยกชาขึ้นซดอีกครั้ง

                เอริส ? ราชินีที่หายตัวไปใช่ไหม” เฟอร์แรนพยักหน้าแทนคำตอบก่อนจะเอ่ยต่อ

                ใช่ มีอยู่ทฤษฎีนึงที่ฉันเคยคิดเอาไว้ ฉันคิดว่าเธอหลบหนีไปพร้อมกับเฟรย่าได้ทันแล้วศพปลอมนั่นคงจะเป็นสิ่งที่เธอเตรียมเอาไว้แล้ว”

                นายจะบอกว่าทั้งหมดถูกจัดฉากขึ้น ?”

                ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น ก็บอกอยู่นี่ไงว่าเป็นทฤษฎี งั้นกลับมาที่กระดาษแผ่นนี้” เขาเคาะลงไปที่กระดาษสองสามครั้งเพื่อนำสายตา

                ก่อนที่องค์ราชินีจะเปลี่ยนนามสกุลมาเป็นเมดาลิน นายรู้ไหมล่ะว่าพระองค์ทรงใช้นามสกุลอะไรมาก่อน” โรวิสส่ายหน้าเบา ๆ

                เนอซ่า”

                  แล้วนายรู้เรื่องแบบนี้มาจากไหน” น้ำเสียงที่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งถูกเปล่งออกมา ทว่าเฟอร์แรนและโรวิสเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ก่อนจะเริ่มทำงานในราชวังเสียอีก ความไว้เนื้อเชื่อใจจึงมีน้ำหนักกว่าการที่คิดว่าเฟอร์แรนกำลังโกหก

                บังเอิญได้ยินมา เหมือนว่าองค์ราชาจะเผลอเรียกเธอว่าเนอซ่า”

                หรือว่า องค์ราชินีจะเป็น...ผู้กล้าที่ว่าน่ะหรอ”

                ไม่มีอะไรมายืนยันหรอกนะ แต่ฉันเชื่อแบบนั้น แต่นายลองดูที่นามสกุลนี้ดี ๆ”

                รินเซีย....รินเซีย” โรวิสพยายามคิดตามที่เฟอร์แรนชี้นำให้ แต่ว่าก็คิดอะไรไม่ออกอยู่ดี “จะพูดอะไรก็พูดมาเถอะ” และแล้วเขาก็ยอมแพ้ที่จะคิดต่อ

                ลองสลับตัวอักษรแบบนี้ก็จะได้...” เขาเขียนลงบนกระดาษอีกแผ่น จากคำว่า รินเซีย ถูกสะกดใหม่เป็น เนอซ่า ชายสวมหมวกยื่นให้เขาดูเมื่อเขียนเสร็จ

                เข้าใจรึยัง”

                 “รึ...หรือว่า!”

                ใช่ สิ่งที่ฉันตามหามาตลอดห้าปี... เบาะแสสำคัญอยู่ตรงนี้แล้ว” เฟอร์แรนที่ก่อนหน้าคิ้วขมวดเพราะกำลังใช้ความคิดก็เริ่มผ่อนคลายโดยดูจากสีหน้าในตอนนี้ รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากผสมรวมกับน้ำเสียงที่เปล่งออกมา

                ถ้ามันไม่เป็นแบบที่คิดล่ะ”

                พอถึงตอนนั้นค่อยคิดอีกทีก็แล้วกัน พรุ่งนี้ก็ลองหาดูว่าเธอพักอยู่ที่ไหน”

                เอาแบบนั้นก็แล้วกัน นายนี่เป็นแบบนี้ทุกทีเลยนะ” เสียงหัวเราะเบาๆ ดังตามท้ายประโยค

 

                ในเช้าวันถัดมาที่จุดนัดพบ เฟอร์แรนยืนรอด้วยความหงุดหงิด ตอนนี้เลยเวลานัดมากว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว สายลมอ่อน ๆ ยามเช้าไม่ได้ช่วยทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย

                เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับเจ้าของมันกำลังวิ่งตรงมาหา โรวิสวิ่งมาหยุดตรงหน้าเฟอร์แรนพร้อมกับหอบหายใจเล็กน้อย

                วันนี้นายเลี้ยงข้าวแล้วกัน เอาล่ะรีบไปหากันได้แล้ว”

                ว่าไงนะ” ผู้มาสายทำเป็นไม่ได้ยินแล้วถามซ้ำอีกครั้งก่อนจะเดินตามไป

                เป้าหมายแรกที่เฟอร์แรนคิดเอาไว้คือโรงแรมละแวกหน้าประตูเมืองตั้งแต่ระดับถูกสุดจนถึงแพงสุด เพราะมีโอกาสสูงที่คนเข้าเมืองมาใหม่จะมองหาโรงแรมก่อนเป็นอย่างแรก แล้วค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้กลางเมืองขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งสองตามหาอยู่ทั่วจนกระทั่งมาหยุดที่โรงแรมรีเกล

                ที่บอกว่าเห็นเด็กในรูปเนี่ย จริงไหม” เฟอร์แรนถามย้ำเมื่อพนักงานสาวที่ถือรูปเฟรย่าอยู่ในมือเป็นคนบอกว่าเด็กคนนี้พักที่นี่เมื่อคืน เขารีบถามเร่งเร้าเอาคำตอบจากพนักงานจนทำให้หล่อนกลัว

                เขาออกไปจากที่นี่นานรึยัง”

                มะ...ไม่กี่ชั่วโมงก่อนค่ะ” หล่อนตอบเสียงสั่น

                ขอบใจมาก” พนักงานสาวคืนรูปให้ เฟอร์แรนรีบหยิบกลับมา “รีบไปกันเร็ว” ขณะที่กำลังจะก้าวออกไปเสียงเรียกของพนักงานสาวทำให้ทั้งคู่หยุดชะงัก

                ดะ..เดี๋ยวค่ะ เหมือนว่าเธอจะพักอยู่กับคนที่ชื่อเซร่า นะคะ” หล่อนเลื่อนนิ้วบรรทัดต่อบรรทัดจนมาหยุดอยู่ตรงชื่อที่กล่าวออกไป

                ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะครับคุณผู้หญิง”

                โรวิสหันไปส่งยิ้มให้กับพนักงานสาวทำเอาหล่อนต้องยกกระดาษรายชื่อขึ้นบังหน้าเพราะความเขินอาย เสียงตอบรับของหล่อนก็ส่งออกมาเบา ๆ เมื่อทั้งคู่ออกจากโรงแรมนั่นก็ตกลงกันว่าจะไปหาอะไรกินเป็นอาหารเช้าก่อนแล้วค่อยออกตามหาต่อ

                ขณะที่ทั้งสองนั่งกินอยู่ในร้านอาหาร โต๊ะติดกับริมถนน โรวิสที่กำลังกินอาหารตรงหน้าอย่างกับไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน จานเปล่าซ้อนกันสองสามชั้น ผิดกับเฟอร์แรนที่กินจานแรกยังไม่หมด

                 ผมสีน้ำตาลอ่อนที่เป็นเอกลักษณ์ของเด็กสาว เฟอร์แรนเหลือบเห็นสีผมที่คุ้นเคยตั้งแต่ระยะไกล เขาลุกขึ้นและตรงออกจากร้านทันทีโดยไม่สนคำเรียกของโรวิส ครั้งนี้เขาลืมหมวกเอาไว้บนโต๊ะอาหาร

เฟอร์แรนเลือกที่จะก้าวเท้าเร็วแทนที่จะเป็นวิ่ง ไม่อย่างนั้นจะเป็นจุดสนใจกับคนรอบ ๆ แน่นอน เมื่อโรวิสจ่ายเงินค่าอาหารเสร็จก็รีบตามเขาไปทันทีโดยที่ไม่ลืมหยิบหมวกติดมือมาด้วย

                เด็กสาวที่มีสีผมคุ้นตาทำท่าจะสะดุด เฟอร์แรนรีบวิ่งเข้าไปประคองร่างของเธอไว้ได้ทันก่อนจะล้มลงกับพื้น เขาพลั้งปากเรียกเธอออกไปด้วยความเผลอ เพราะเส้นผมที่บังตาขวาอยู่เปิดออกจนเผยให้เห็นใบหน้าเต็ม ๆ ของเด็กสาว

                อ...องค์หญิง”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

117 ความคิดเห็น

  1. #89 Aoohapyn (@apyn666aoo) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 18:10
    ตัดจบได้ค้างมากครัช
    แต่เริ่มเข้มข้นขึ้นแล้ววว พออ่านถึงตอนที่ว่า พวกสัตว์กับมังกรทำสงครามกับมนุษย์ก็รู้สึกอยากให้มีมังกรโผล่มาสักตัว//นอกเรื่องล่ะ ถถถ
    #89
    1
    • #89-1 Aitselec (@Rinnasia) (จากตอนที่ 31)
      6 สิงหาคม 2560 / 22:13
      แหม~ หวังว่าจะมีตามที่ต้องการนะเจ้าคะ ;A;
      #89-1