The Celestia ! เมื่อผมในร่างสาวน้อยกับสงครามคัดเลือกเทพเจ้าที่ต่างโลก

ตอนที่ 30 : หมาป่า 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 110
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 ก.ค. 60

                “เฟอร์แรนนายลืมหมวก” เสียงชายหนุ่มดังไล่หลังมาขณะที่เพื่อนของตนคุกเข่าอยู่“นี่กับเด็กนายก็…ช่างเถอะฉันเข้าใจ” เขาส่ายหัวเบา ๆ

                “ก็แล้วแต่นายละกัน” เฟอร์แรนเอื้อมหยิบหมวกที่ส่งมาให้พร้อมกับพยุงฟีเรียขึ้นยืน เขายกหมวกขึ้นสวมก่อนจะถามเด็กสาวตรงหน้า “เป็นอะไรไหม หนูน้อย”

                “เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะคะ” คำพูดที่ชายแปลกหน้าเผลอหลุดปากออกมาทำให้เด็กสาวเกิดความสงสัยเป็นอย่างมาก เพราะนั่นอาจจะเป็นเบาะแสเกี่ยวกับตัวฟีเรีย

                “เป็นอะไรไหม ฟีเรีย” เบทตี้ที่เมื่อครู่รับร่างเด็กสาวเอาไว้ไม่ทันถามเด็กสาว ฟีเรียส่ายหน้าเล็กน้อยแทนคำตอบ

                “อ้อเปล่า ไม่มีอะไรหรอก”

                เฟอร์แรนตอบคำถามเด็กสาวก่อนจะอุทานออกมาเบา ๆ พร้อมกับใบหน้าที่สงสัย “ฟีเรีย ?”

                “ผมโรวิสครับคนสวย” ชายที่ยื่นหมวกให้เฟอร์แรนก้มโค้งเล็กน้อยพร้อมกับคำแนะนำตัว “เธอล่ะชื่ออะไร” เขาจ้องไปยังใบหน้าของเบทตี้ เมื่อสบตากันเธอจึงแนะนำตัวเอง

                “เบทตี้”

                “รีบไปกันได้แล้วโรวิส” สีหน้าเฟอร์แรนเปลี่ยนไป น้ำเสียงของเขาดูเร่งรีบกว่าปกติ เขาโค้งให้ก่อนจะเดินจากไป โรวิสที่พึ่งจะแนะนำตัวก็ก้มโค้งก่อนจะเดินตามไป

                เดซี่และเดเซียที่เดินนำอยู่ด้านหน้าสังเกตเห็นว่าทั้งสองไม่ได้ตามมาจึงหันมาถาม ทั้งคู่ก็อธิบายให้ฟัง คู่แฝดก็พยักหน้ารับก่อนจะเริ่มเดินกันต่อ

                เมื่อเดินกันไปได้สักพักเดซี่ขอปลีกตัวออกไปจัดการบางอย่าง ทั้งสามหยุดยืนรอที่ปากทางออกเมือง ฟีเรียที่ไม่อยากให้ความเงียบเข้าปกคลุมจึงเอ่ยถามขึ้นมา

                “เบทตี้กับเดเซีย รู้จักกันมานานรึยังค่ะ”

                เบทตี้เอื้อมแขนไปกอดคอเดเซียด้านข้างดึงไปมาเบาก่อนจะพูดต่อ

                “ก็พวกเราเป็นเพื่อนสมัยเด็กน่ะ”

                “ฉันอึดอัดนะคะ” เดเซียพยายามผลักออก

                “ถ้าจะให้นับก็...” เบทตี้นับนิ้วไปมาสักพัก ก่อนจะละแขนที่กอดคอเลื่อนขึ้นเกาศีรษะเบา ๆ “จำไม่ได้แหะ”

                “สิบเก้าปีค่ะ”

                “ใช่นั่นล่ะ ฉันว่าอยู่แล้วเชียว” เบทตี้ชี้นิ้วเห็นด้วย ทำท่าเหมือนพึ่งจะคิดออกไม่นาน

                “แล้วทำไมถึงมาเป็นนักล่าในสมาคมฮันเตอร์กันล่ะคะ” คำถามของเด็กสาวทำให้ทั้งสองจ้องหน้ากันก่อนจะหันมาตอบพร้อมกัน

                “ก็ไม่ได้อยากเป็นสักหน่อย” คำตอบนี้ทำให้ฟีเรียเอียงศีรษะเล็กน้อย

                “ทำไมล่ะคะ”

                “ก็...” คำตอบที่เปล่งออกมามีเพียงเสียงเบา ๆ ในลำคอ และมันก็ถูกขัดด้วยเสียงของเดซี่

                “มาแล้วจ้า !!” เสียงเดซี่ดังแทรกขึ้น เธอถือตะกร้าไม้สานทรงสี่เหลี่ยม มืออีกข้างกอดถุงกระดาษที่มีขนมปังแท่งยาวคล้ายขนมปังฝรั่งเศสเสียบอยู่ซึ่งมันบังใบหน้าเธอเอาไว้

                เมื่อเดเซียเห็นแบบนั้นจึงนำมือขึ้นบังใบหน้าพร้อมก้มหน้าส่ายหัวเล็กน้อย ไม่นานเสียงถอนหายใจก็ดังตามมา เบทตี้เผยรอยยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเข้าไปช่วยเดซี่ถือ

                สีหน้าเดเซียเริ่มไม่พอใจก่อนจะถามถึงราคาของในมือน้องสาวตน ทีแรกเธอก็ไม่ยอมตอบแต่เพราะน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจึงทำให้เดซี่เผลอตอบออกมา

                ราคาแปดสิบห้าเลเนียสำหรับของในถุง ความไม่พอใจเมื่อครู่ของพี่สาวถูกระงับลงด้วยขนมที่ชอบ และนั่นก็เป็นสิ่งที่เบทตี้คาดการเอาไว้ให้ฟีเรียฟัง

                ถึงปากคนพี่จะบอกว่าครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะให้อภัย แต่ว่าเมื่อครั้งก่อนเดซี่ก็ได้ยินแบบนี้เหมือนกัน

                เมื่อเริ่มออกเดินทางต่อโดยมีแฝดคนพี่เป็นคนเดินนำไปด้วยฝีเท้าที่เร็วกว่าปกติ เดซี่ด้านหลังพยายามเร่งฝีเท้าตามพร้อมกับเล่าให้ฟีเรียฟังว่าทำไมเธอถึงเร่งฝีเท้าไปแบบนี้

                พี่ของตนนั้นส่วนใหญ่จะไม่ค่อยแสดงออกทางสีหน้า นอกเสียจากได้กินของหวานที่ตนชอบ รอยยิ้มที่ไม่ค่อยได้เห็นก็จะเผยออกมา ส่วนที่กำลังทำอยู่นี้หมายความว่าเธอกำลังอายอยู่

                ขณะที่เล่าอยู่ก็เจอสถานที่ดี ๆ สำหรับพักกินอาหารเที่ยง เบทตี้จึงรีบวิ่งตามไปบอกให้เดเซียหยุดและไปพักที่ใต้ร่มไม้ก่อน ทั้งสี่คนนั่งบนพื้นหญ้าล้อมตระกร้าไม้สานตรงกลาง

                เมื่อเด็กสาวรู้ว่าอีกไม่นานจะได้เผชิญหน้ากับหมาป่าอีกครั้ง ขนมปังในมือก็ถึงกับหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง จนฟีเรียตัวจริงต้องเอ่ยถามขึ้นในความคิด

                “อย่ากังวลไปเลย เดี๋ยวเราจะช่วยนายเอง”

            “ขอบคุณนะ ฟีเรีย”

                และคำพูดเพียงไม่กี่คำก็ทำให้ความกังวลหายไปถึงจะไม่ทั้งหมดก็ตาม อาหารที่กำลังกินอยู่ก็อร่อยจนอยากจะรีบกินให้หมดเร็ว ๆ แต่ด้วยความเกรงใจจึงไม่ได้ทำแบบนั้น

                เมื่อทั้งสี่คนกินอาหารมื้อเที่ยงจนเสร็จก็เริ่มออกเดินทางกันต่อ เส้นทางในการเดินจะใช้ถนนที่ตัดผ่านป่าเป็นหลักเพื่อป้องกันการหลงป่า ทว่าถนนบางส่วนถูกบดบังด้วยเศษใบและกิ่งไม้ ระหว่างที่เดินจึงมีเสียงกิ่งไม้หักดังเป็นช่วง ๆ

                พวกเธอเดินอยู่สักพักจนกระทั่งแฝดคนพี่เอ่ยทักขึ้น เธอเห็นรอยเท้าแปลก ๆ ที่คาดว่าเป็นของหมาป่า ซึ่งมันยังใหม่อยู่ แสดงต้องมีพวกมันอยู่แถวนี้อย่างแน่นอน และหากมีหนึ่งตัวแล้วล่ะก็ตัวที่สอง สาม และสี่ก็ต้องมาเช่นกัน

                การก้าวเดินโดยใช้รอยเท้าเป็นสิ่งนำทางได้เริ่มขึ้น เดเซียกำชับทุกคนว่าให้มองตรงที่จะเหยียบลงไปก่อนจะก้าว เพื่อไม่ให้เกิดเสียง การเหยียบกิ่งไม้จึงถือว่าไม่ควรทำ หากเดินแล้วพุ่มไม้ใหญ่มาบังเส้นทางให้ตัดกิ่งมันเท่าที่จำเป็น

                ทั้งสี่คนตามรอยเท้าลึกเข้าไปในป่ามากขึ้นเรื่อย ๆ จนพบเจ้าของรอยเท้าอยู่ไม่ห่างจากกลุ่มพวกเธอมากนัก ทว่ามันวิ่งหนีไปเพราะเสียงกิ่งไม้หักที่ฟีเรียทำขึ้น

                ฟีเรียรีบกล่าวขอโทษออกไปทันที พวกเบทตี้ก็ไม่ได้ว่าอะไรและบอกให้เธอรีบวิ่งตามไปทันทีโดยอย่าให้มันคาดสายตาเด็ดขาด

                และพวกเธอวิ่งตามไปจนมันหยุดอยู่กลางป่าลึก บริเวณโดยรอบมีกระดูกของสัตว์กองอยู่ ถึงแม้จะไม่มากนักนั่นก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าที่นี่เป็นรังของหมาป่าไม่ผิดแน่

                เสียงฝีเท้ามากมายดังจากทุกทิศทางเข้าใกล้มาเรื่อย ๆ  จนหนึ่งในพวกมันปรากฏออกมาให้เห็น ตัวที่สอง สามและที่เหลือก็พยายามเข้ามาล้อม ทว่าเดซี่เห็นแบบนั้นจึงตะโกนออกไป

                “อย่าให้มันล้อมได้ รีบเข้าปะทะเร็ว !!”

                เดเซี่ยและเดซี่พุ่งเข้าใส่หมาป่าทันที เมื่อเด็กสาวเห็นพวกหมาป่าเรื่องเมื่อคืนก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง บาดแผลที่แขน ความเจ็บปวดและเลือดสีแดง

                เบทตี้ที่เห็นสีหน้าไม่ค่อยดีของฟีเรียจึงอยู่ใกล้ ๆ คอยป้องกันให้จนกว่าเธอจะพร้อม เด็กสาวพยายามสลัดความคิดนั้นทิ้งไปก่อนที่ขาจะขยับไม่ได้เพราะความกลัว

                หมาป่าที่เดเซียพุ่งใส่นั้นกระโดดหลบฉากได้ทัน แต่ก็ไม่พ้นมีดสั้นของเดซี่ที่พุ่งตามไป หมาป่าบางตัวกระโจนเข้าใส่หวังช่วยเพื่อนร่วมฝูง ตัวที่เหลือก็พยายามล้อมกรอบพวกเธอจนสำเร็จ

                มีดสั้นที่ปักเข้าไปกลางลำตัวดึงออกมาตั้งรับไม่ทัน เดซี่พยายามก้มหลบให้พ้นแต่ความกังวลว่าจะหลบพ้นหรือไม่หมดไปเมื่อเบทตี้เข้าปัดป้องการโจมตีของหมาป่าได้ทัน

                 เบทตี้ที่ทิ้งฟีเรียมานั้นพยักหน้าให้สัญญาณในการเข้าปะทะครั้งถัดไป ตอนนี้พวกเธอถูกล้อมโดยฝูงหมาป่าร่วมสิบตัวเรียบร้อยแล้ว

                หมาป่ากระโจนเข้าใส่และถอยฉากอย่างเป็นจังหวะโดยหวังให้การโจมตีได้ผล ทว่าถูกเดเซียใช้โล่ปัดทิ้งทุกครั้ง เบทตี้และเดซี่พยายามหาโอกาสโต้กลับอยู่เสมอ

                การต่อสู้ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเดเซียปัดการโจมตีถี่เกินไปทำให้โล่หลุดมือ ขณะที่ก้มลงคว้าโล่ หมาป่าก็ใช้โอกาสนี้โจมตีซ้ำอีกครั้ง ซึ่งจังหวะนั่นเบทตี้และเดซี่ก็กำลังยุ่งอยู่กับหมาป่าตัวอื่นจึงไม่สามารถเข้ามาช่วยได้ทัน หากยกดาบขึ้นปัดป้องคงจะไม่ทัน ที่เธอทำได้ตอนนี้มีแค่กระโดดหลบออกไปเท่านั้น

                ทว่าฟีเรียก้าวเท้าเข้าช่วยได้ทันท่วงที คมดาบแหลมตัดผ่านเนื้อหมาป่าจนสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้มัน แววตาของเด็กสาวเปลี่ยนไป ท่าทีของเธอก็เช่นกัน

                จำนวนหมาป่าค่อย ๆ ลดลง ตัดที่บาดเจ็บบางตัวก็ล้มลง วงล้อมที่สร้างขึ้ค่อย ๆ หายไป ความกล้าที่จะกระโจนใส่ศัตรูเมื่อครู่เริ่มหายไป ตัวจ่าฝูงเห็นแบบนั้นจึงวิ่งฉีกออกไปก่อน ตัวที่ยังสามารถวิ่งได้อยู่ก็ตามไปทันที

                เมื่อเดซี่เห็นมันวิ่งหนี เธอตัดสินใจวิ่งตามไปและฝีเท้าก็ถูกหยุดด้วยแรงกระชากข้อมือของเดเซีย แรงดึงกลับนั่นทำให้แฝดคนน้องล้มลงไปนอนกับพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความมึนงงเล็กน้อยก่อนจะเช็ดเศษดินที่ใบหน้าออกพลางลุกขึ้นปัดเสื้อ

                ก่อนที่เดซี่จะเอ่ยปากทักท้วงถามถึงสาเหตุว่าดึงทำไม แฝดคนพี่ชี้นิ้วไปยังศะหมาป่ารอบ ๆ พร้อมพยักหน้าเล็กน้อยราวกับเป็นสัญญาณบอกให้เริ่มเก็บกวาดได้แล้ว

                ไม่เพียงแต่เดซี่ที่โดนชี้นิ้วสั่ง เบทตี้และฟีเรียก็โดนเช่นกัน พวกเธอสองคนต้องทำหน้าที่ลากศพหมาป่ามากองรวมกัน ก่อนจะเริ่มแล่เนื้อ ซึ่งชุดของเด็กสาวนั้นเปื้อนเลือด ใบหน้าก็เช่นกัน เบทตี้เห็นแบบนั้นจึงถามด้วยความเป็นห่วง

                “ฟีเรียเธอเจ็บตรงไหนไหม”

                “ไม่ค่ะ”

                ฟีเรียส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะสะบัดเลือดที่ติดบนดาบออกก่อนจะเก็บเข้าฝัก สีหน้าที่เคร่งเครียดเมื่อครู่เปลี่ยนกับเป็นเช่นเดิมแล้ว นัยน์ตาสีฟ้าเข้มก็เปลี่ยนเป็นสีเดิม

                โดยหน้าที่แล่เนื้อเดซี่และเบทตี้จะเป็นคนรับไป ภารกิจอีกอย่างที่เหลืออยู่ของฟีเรียคือการเก็บดอกเซเซีย เด็กสาวขอความช่วยเหลือจากเดเซีย ให้ไปช่วยเก็บมันด้วยกัน แน่นอนว่าเดเซียตอบรับด้วยการเดินนำเข้าไปในพุ่มไม้ก่อนจะกวักมือเรียก

                  เวลาค่อย ๆ ผ่านไปจนกระทั่งหมาป่าทั้งหมดถูกชำแหละจนเสร็จ ชิ้นส่วนต่าง ๆ แยกประเภทใส่ถุงอย่างเป็นระเบียบ เดซี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะนอนแผ่ลงไปที่พื้น เพราะปกติแล้วหน้าที่นี้เดเซียจะเป็นคนทำให้ตลอด พอลองมาทำเองดูแล้วก็เหนื่อยกว่าที่คิด ผิดกับเบทตี้ที่ตอนนี้ยังดูไม่เหนื่อยเลยแม้แต่น้อย

                “จะแบกพวกนี้กลับเมืองไหวไหมล่ะเนี่ย” ปัญหาถัดจากชำแหละก็คือการแบกมันกลับไปที่สมาคม จำนวนและน้ำหนักที่ใช้สายตาประมาณดูก็ไม่ใช่น้อย

                “ถ้าเป็นเดเซียละก็ ของแค่นี้ไม่ทำให้เธอเหนื่อยหรอก”

                เมื่อเบทตี้ได้ยินแบบนั้นก็สงสัยแต่ไม่ได้ถามอะไรออกไป เพราะนี่ก็พึ่งเจอกับเพื่อนสมัยเด็กครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมา จึงไม่รู้ว่าความสามารถทั้งสองพัฒนาขึ้นไปจนถึงระดับไหนแล้ว สิ้นเสียงของเดซี่ได้ไม่นานก็มีเสียงพุ่มไม้ขยับดังใกล้เข้ามา

                ต้นเสียงเผยร่างเดเซียและฟีเรียให้เห็น ทั้งสองถือดอกเซเซียอยู่ในมือ

                “ขอถุงหน่อย เดซี่”

                เดซี่ยื่นถุงที่เตรียมมาลองรับดอกเซเซียในมือของทั้งสอง จำนวนที่เก็บมาได้ถือว่าค่อนข้างเยอะสำหรับการตามไม่กี่ชั่วโมง

                ถุงดอกเซเซียฟีเรียเป็นคนรับหน้าที่ถือมัน ส่วนถุงที่เหลือก็แจกจ่ายให้แต่ละคนซึ่งเดเซียเป็นคนถือมากที่สุด เธอยกมันขึ้นโดยไม่ลังเลและเดินนำหน้าไป พร้อมกล่าวเร่งทั้งสามให้รีบตามมาได้แล้ว

                เพราะการเร่งฝีเท้าตั้งแต่เริ่มเดินของพวกเธอจึงทำให้ตอนนี้เห็นประตูเมืองแล้ว ดวงอาทิตย์เหนือหัวเคลื่อนลงเกือบลับขอบฟ้า และมันก็เป็นเวลาที่เดเซียคาดเอาไว้

                เมื่อเข้าเมืองก็ตรงกลับสมาคมฮันเตอร์ทันที เดเซียยื่นถุงที่ด้านในเป็นกระดูกหมาป่าให้กับเดซี่และบอกให้เธอนำไปให้มาสเตอร์ร้านอาวุธที่เมื่อเช้าไปซื้อดาบสั้นมา ข้อตกลงที่จะลดราคาคือต้องนำกระดูกหมาป่าที่ล่าได้ไปให้ แน่นอนว่าไม่ใช่ลดแค่ร้อยหรือสองร้อยเพราะเป็นร้านที่เดซี่สนิท มาสเตอร์จึงลดให้เหลือเพียงไม่กี่ร้อยเลเนียเท่านั้น

                เบทตี้เอ่ยขอนั่งพักที่โต๊ะพร้อมกับนั่งบิดไปมาตามด้วยการยืดตัว ฟีเรียและเดเซียช่วยกันถือถุงที่เหลือไปหาพนักงานสาวบริเวณเคาน์เตอร์

                “สวัสดีค่ะ สมาคมฮันเตอร์ยินดีต้อนรับ” พนักงานสาวก้มศีรษะเล็กน้อย เดเซียยื่นถุงให้ พนักงานสาวเรียกคนด้านหลังเคาน์เตอร์มาช่วยยกถุงไป

                สาวในชุดเกราะยื่นใบประกาศที่ดึงมาจากกระดานให้ พนักงานสาวรับและประทับตราก่อนจะยื่นเงินรางวัลที่บรรจุในถุงให้ ส่วนเงินที่ได้จากการขายชิ้นส่วนหมาป่าให้กับทางสมาคมจะสามารถรับได้ในวันถัดไปเพราะต้องคำนวณมูลค่าของมันก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด

                พนักงานสาวจึงส่งแบบฟอร์มสำหรับการขึ้นเงินให้เดเซียเซ็นรับรอง ทางด้านดอกเซเซียที่ฟีเรียนำมาส่งให้ก็ต้องนับยอดก่อนเช่นกันและทางสมาคมจะแจ้งให้ทราบในครั้งถัดไปที่มาพบ

                ทั้งสองกลับโต๊ะที่เบทตี้นั่งจองเอาไว้ เดเซียนำเงินรางวัลที่ได้แบ่งให้เท่า ๆ กัน เบทตี้รับและขอปลีกตัวออกไปหารูดอฟที่ห้องพยาบาล ทำให้ตอนนี้เหลือฟีเรียและเบทตี้อยู่ที่โต๊ะเท่านั้น

                ครั้งแรกที่เดเซียยื่นเงินให้ฟีเรีย เด็กสาวไม่อยากจะรับมันเพราะเครื่องป้องกันและอาวุธก็มาจากเงินพวกเธอทั้งนั้น แต่ว่าเดเซียก็ไม่สนใจในส่วนนั้นและยื่นให้อยู่ดี

                ระหว่างที่นั่งรอเซร่ามารับ เดเซียก็ถามถึงสภาพร่างกายตอนนี้ของเด็กสาวอีกทั้งความสามารถที่แท้จริง เพราะเท่าที่เธอเห็นยังบอกไม่ได้ว่าเด็กสาวอยู่ในระดับไหน

                บาดแผลของเด็กสาวเปิดออกเมื่อสังเกตจากผ้าพันแผลมีรอยเลือดเปื้อนอยู่ ซึ่งมันสร้างความเจ็บปวดไม่น้อย ฟีเรียเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเริ่มไหลเมื่อไหร่

                ขณะที่กำลังจะไปถอดผ้าพันแผลออกเพื่อล้าง เดซี่ที่นำกระดูกไปส่งมาสเตอร์ก็กลับมาพร้อมกับเซร่า พวกเธอไปเจอกันกลางทาง เซร่าเห็นรอยเลือดที่ผ้าพันแผลจึงรีบวิ่งเข้ามาหาทันที

                หลังจากที่พาไปล้างแผลและถอดผ้าออกก็เอ่ยลาพวกคู่แฝด ซึ่งทั้งสองก็ชวนให้ฟีเรียมาร่วมออกลาด้วยในครั้งถัดไปซึ่งเด็กสาวก็ยังไม่ได้ตอบตกลงเพียงแต่ส่งรอยยิ้มให้แทน เซร่าพาฟีเรียกลับที่พักทันทีเมื่อออกจากสมาคมไป

                


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

117 ความคิดเห็น

  1. #88 Aoohapyn (@apyn666aoo) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 17:29
    ชำแหละหมาป่าช่างน่ากลัวยิ่งนัก(แต่หมาป่าก็ช่างร้ายเหลือเกิน)
    #88
    1
    • #88-1 Aitselec (@Rinnasia) (จากตอนที่ 30)
      31 กรกฎาคม 2560 / 01:12
      แค่นี้ยังน้อยไปเจ้าค่ะ ;a;
      #88-1