The Celestia ! เมื่อผมในร่างสาวน้อยกับสงครามคัดเลือกเทพเจ้าที่ต่างโลก

ตอนที่ 15 : โรคร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 359
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    4 ธ.ค. 60

                พวกกลุ่มชายหนุ่มสวมผ้าคลุมแบ่งหน้าที่กันแบกพวกผู้หญิงตรงหน้าคนต่อคน เมื่อพวกเขากำลังจะเดินออกจากตรอกไปก็ต้องมาหยุดอยู่ปากตรอก เพราะมีหญิงสาวในชุดเมดยืนบังเส้นทางเอาไว้ เธอสวมแว่นทรงเหลี่ยมมีแต่กรอบล่าง ผมสีน้ำตาลคาราเมลบางส่วนถูกรวมขึ้นเป็นทรงทวินเทล

                หลีกไป”

                ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มออกปากทันทีเมื่อเห็นเธอขวางทางอยู่ ถึงจะเป็นผู้หญิงก็ตาม พวกเขาก็ไม่คิดจะทำร้ายคนอื่นนอกจากเป้าหมายที่ท่านหัวหน้าสั่งมาหรอก แต่ถ้าหากจำเป็นเด็กก็คงต้องลงมือโดยไม่มีข้อยกเว้น ถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่เหมือนเมดจะไม่มีทีท่าจะขยับออกไป เขาจึงเลือกที่จะเดินหลบไปด้านข้างของเธอแทน

                ถ้าไม่อยากเจ็บตัวละก็หลบไปซะ หนูน้อย”

                แต่ก็ต้องมาเจอกับคนที่สวมฮูดและหน้ากากปิดบังใบหน้าอยู่ ซึ่งมีส่วนสูงราวกับเด็ก ทำให้หัวหน้ากลุ่มพูดออกไปแบบนั้นโดยมองจากภาพลักษณ์ที่เห็นภายนอก

                คำพูดของเขาไม่ได้ทำให้ทั้งคู่หลบออกไปจากเส้นทางเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิดที่ไม่ทำตามคำสั่ง มือข้างที่ว่างยกขึ้นฟาดลงไปที่ฮูดทันที ฝ่ามือถูกหยุดไว้ได้ทันโดยสาวผมสีคาราเมล หล่อนคว้าข้อมือชายหนุ่มแน่น

                จัดการซะ” เสียงเรียบๆ ถูกส่งผ่านหน้ากากมา สาวเมดรับคำสั่ง

                ข้อมือที่บีบเน้นถูกเหวี่ยงทิ้งไปด้านข้าง ร่างของชายหนุ่มชนเข้ากับกำแพง เซร่าที่อยู่บนบ่าก็โดนลูกหลงไปดู เธอตกลงกับพื้น ฟันขบกันแน่นเพื่อกลั้นความเจ็บปวดที่ส่งผ่านไปทั่วร่าง

                ลูกน้องด้านหลังสองคนตกใจเมื่อเห็นภาพหัวหน้าของพวกตนโดนเหวี่ยงโดยผู้หญิงคนนั้น พวกเขาโยนหญิงสาวบนบ่าลงกับพื้นหวังหยิบอาวุธที่เตรียมมาด้วย ความลุกลี้ลุกลนทำให้หยิบได้ช้ากว่าปกติมาก

                สาวเมดก้าวเท้าประชิดปลดอาวุธชายทั้งสองทันที ฟีเรียพยายามอดทนต่อความเจ็บปวดเมื่อครู่เพื่อจดจำใบหน้าของผู้ที่มาช่วย

                พวกเขาพยายามเข้าปะทะโดยตรงพร้อมกันแต่ถูกสาวเมดสวนกลับในทีเดียวทั้งคู่ ตอนนี้อยู่ในสภาพที่นอนสลบ อยู่ข้างกำแพงเพราะแรงกระแทกจากการเหวี่ยงของเธอ

                ไปกันได้แล้ว” เด็กสวมหน้ากากด้านหลังเมดเป็นคนออกคำสั่ง

                ค่ะ นายหญิง”

                สาวผมสีคาราเมลตอบรับ เธอจับชายกระโปรงทั้งสองด้านยกขึ้นเล็กน้อยพร้อมย่อเข่าลงก่อนจะเดินตามเด็กคนนั้นไป เซร่าเห็นแบบนั้นจึงรีบเอ่ยถามก่อนทั้งสองจะจากไป

                เดี๋ยวก่อน” เสียงเรียกของเธอทำให้ทั้งคู่หยุดชะงัก “พวกเธอเป็นใคร” เซร่าถามออกไปหวังจะทราบชื่อของผู้มีพระคุณ ทว่าได้เพียงรอยยิ้มของสาวเมดเท่านั้น

                เมื่อร่างของผู้ที่มาช่วยค่อยๆ เดินหายไปในฝูงชน ถึงใจนึงก็อยากเดินตามไปถามให้อีกรอบ แต่โดนลูกหลงเมื่อกี้ทำเอาเจ็บหนักกว่าเดิม เธอหันหน้ามองหาฟีเรียด้านหลังและเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

                ไหวไหม”

                ฟีเรียนำมือกุมท้อง อาการจุกยังไม่หายดี เมื่อครู่ถูกโยนลงพื้นอีกต่างหาก เธอเจ็บไปทั่วร่างแต่ก็ไม่หนักมาก และนี่เป็นอีกครั้งที่ความอ่อนแอทำให้ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ศิลปะป้องกันตัวคงจะจำเป็นสำหรับโลกฝังนี้เอามากๆ

                ไหวอยู่ค่ะ แล้วเอายังไงกับเธอคนนี้ดีล่ะ” เธอหันไปหาสาวผมสีน้ำตาลแดงที่ยังไม่ได้สติ

                ก็คงต้องพยุงไปล่ะนะ”

                แล้วไม่ใช้อัญมณีเวทแบบก่อนหน้านี้ล่ะค่ะ” ฟีเรียเอียงศีรษะเล็กน้อย เธอถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย ก่อนหน้าที่พาร่างนี่มาได้แบบง่ายๆ ก็เพราะเวทมนตร์ของเซร่า

                อัญมณีหมดน่ะสิ” เธอหยิบอัญมณีที่เดิมมีสีเขียวอยู่เต็มเม็ด ตอนนี้ถูกสีดำแทนที่ไปทั่วหมดแล้ว ถึงฟีเรียจะไม่ค่อยเข้าใจว่าอัญมณีสามารถเปลี่ยนเป็นแบบนี้ได้ แต่ก็ทำเป็นว่าเข้าใจแล้วพยักหน้าตอบรับ

                เมื่อเซร่าเก็บอัญมณีลงกระเป๋าเช่นเดิม ทั้งสองก็ค่อยๆ ช่วยกันพยุงร่างไร้สติผ่านถนนและตรงไปยังตรอกซอกซอยโดยเธอเป็นฝ่ายที่นำทาง

                ทั้งสองมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านขายอัญมณี โดยมีรูปหินอัญมณีสองก้อนวางทับกันสลักไว้ที่ประตูไม้หน้าร้าน เซร่าผลักประตูเข้าไปก็มีเสียงต้อนรับจากหญิงแก่ทันที

                ยินดีต้อนรับ” เสียงหญิงวัยชราเอ่ยทักทายเมื่อเห็นลูกค้าเข้ามาในร้านของตน

                ฟีเรียและเซร่าช่วยกันพยุงร่างตรงไปที่บริเวณเคาน์เตอร์ซึ่งเป็นตู้กระจก ภายในตู้มีอัญมณีหลากสีสันวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบจนเต็ม ด้านหลังก็เป็นชั้นวางถูกปิดด้วยกระจกใส ภายในก็มีอัญมณีจัดวางเอาไว้อยู่เช่นกัน ที่แปลกสุดในชั้นคือบริเวณชั้นล่างสุด มีเกียร์หลากหลายลักษณะถูกจัดไว้เต็มชั้น

ต้องการอะไร”

                ยายแก่เห็นหน้าเซร่าจึงเอ่ยถามออกไป เพราะเมื่อเช้าเธอพึ่งจะเอาเกียร์มาแลกกับอัญมณี แต่มูลค่าของเกียร์ไม่ได้เท่ากับอัญมณีที่ให้เธอไปหรอก แต่เห็นว่าเป็นหลานของคนรู้จักก็เลยขอสิ่งแลกเปลี่ยนพอเป็นพิธีก็เท่านั้น แต่ว่าที่สำคัญเธอแบกใครมาด้วยนี่สิ

                ดูอาการของเธอคนนี้ให้ที” ยายแก่มองเธอก่อนจะพยักหน้ารับแล้วเดินนำหล่อนเข้าประตูหลังร้านไป

                 ตามมา”

ทั้งคู่ได้ยินเช่นนั้นจึงรีบพยุ่งร่างเดินตามไป พวกเธอวางลงบนโซฟาในห้องนั้น เสียงหอบหายใจของเธอปั่นป่วนดูทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก

                ยายแก่เห็นเช่นนั้นจึงถลกเสื้อเธอขึ้นลองหาดูว่ามันเกิดจากอะไร เธอเห็นรอยช้ำสีดำที่อยู่เหนือสะโพกไปเล็กน้อย รอยของมันขยายไปจนถึงเอวแล้ว รอยช้ำสีดำไม่มีทีท่าว่าจะหยุดการแผ่ขยาย ยายแก่เบิกตากว้างด้วยความตกใจและสีหน้าตอนนี้เต็มไปด้วยความวิตกกังวล

                เป็นยังไงบ้างยาย” เซร่าถามเมื่อเห็นยายแก่นิ่งไปสักครู่

                มันคือ โรคผิวกายทมิฬ รอยช้ำสีดำสนิทจะค่อยๆ ขยายไปเรื่อยๆ และความเจ็บปวดก็จะทวีคูณขึ้น มันจะขยายไปจนกว่าเจ้าของร่างจะทนไม่ไหวและตายไป ตอนนี้มันกำลังจะเข้าสู่ระยะที่สองแล้ว”

                ยายแก่ส่ายหัวเล็กน้อยขณะพูด โรคนี้เธอได้ยินจากคนสนิท มันเคยระบาดเมื่อนานมาแล้วในทวีปอื่น จนตอนนี้หนทางรักษาอาจจะยังไม่มีก็ได้

                แล้วโรคนี้มันเกิดจากอะไรคะเนี่ย”

                เซร่าเอ่ยถามหลังจากยายแก่พูดจบ ถ้าเป็นแบบนี้อีกไม่นานเธอคนนี้ต้องทนไม่ไหวแน่ๆ เหงื่อไหลออกมาเยอะมาก ลมหายใจก็ปั่นปวนไปหมด

                จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครรู้สาเหตุของมันเลย”

                แล้วมันมีวิธีรักษาบ้างไหมคะ”

                ฟีเรียกล่าวอย่างตกใจ แม้แต่ชื่อของหล่อนก็ยังไม่รู้เลย เพราะอะไรถึงต้องเกิดเรื่องอะไรแบบนี้ขึ้น เธอพยายามลองคิดย้อนกลับไปเมื่อคืนที่เธอโดนช่วยจากวิลเลี่ยม ตอนนั้นเธอยังดูสบายดีอยู่เลยนะ หรือจะเป็นผลของการต่อสู้ของพวกเธอกันนะ

                มีหมอคนนึงที่รู้จักอยู่ ปกติเขาจะประจำอยู่ที่เมืองเมดาลิน แต่ว่าเขามาพักร้อนอยู่ที่เมืองนี้”

                ยายแก่ก้มเขียนตัวอักษรบางอย่างด้วยปากกาหมึกซึมลงในกระดาษอย่างเร่งรีบ ข้อความภายในกระดาษเกี่ยวกับที่อยู่ของคนรู้จัก ระหว่างที่เธอกำลังเขียนอยู่เสียงตะโกนถามจากชายหนุ่มดังขึ้นที่บริเวณ หน้าร้าน

                มีใครอยู่ไหม”

                ฟีเรียและเซร่าหันหน้ามาสบตากันพร้อมพยักหน้าเห็นด้วยทั้งๆ ที่ยังไม่มีใครเอ่ยคำพูดใดๆ ขึ้นมาเลย

                พวกนั้นแน่ๆ”

                ไปที่กระจกนั้นเร็วเข้า”

                ยายแก่ชี้ไปยังกระจกเงามุมห้อง เธอยื่นแผ่นกระดาษที่เขียนเสร็จแล้วให้ เซร่ารับมันแล้วรีบตรงไปยังกระจกพร้อมกับฟีเรียทันที เมื่อเซร่าเห็นอัญมณีสี่เหลี่ยมสีเขียวที่วางอยู่บนโต๊ะข้างกระจกก็หยิบเข้ากระเป๋าทันที

                ยายฉันขออัญมณีตรงนี้ไปนะ”

                เจ้าของร้านอยู่รึเปล่า ฉันว่าป้ายด้านหน้าก็แขวนอยู่ว่าเปิดนะ” เสียงชายหนุ่มตะโกนถามอีกครั้งหลังเสียงกระดิ่งหน้าร้าน

                ของเก่าก็ยังไม่จ่ายนี้จะเอาไปเพิ่มงั้นเรอะ” ยายแก่ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเซร่าหยิบเข้ากระเป๋า

            ไรเซ่” เธอร่ายมนตร์บทเดิมและใช้ลมหมุนยกร่างของสาวไร้สติลอยขึ้นไว้เจอกันค่ะ คุณยาย” เธอกระโดดใส่กระจกพร้อมกับนำร่างไร้สติลอยตามเข้าไป ทั้งคู่ค่อยๆ หายไปราวกับถูกดูดเข้าสู่กระจก

                ฟีเรียผงะกับภาพตรงหน้าเล็กน้อยจนต้องหันไปหายายแก่เพื่อความแน่ใจว่ามันปลอดภัยจริงๆ เพราะไม่สามารถมองเห็นด้านหลังกระจกได้จึงมีความเสี่ยงสูง แต่ว่าเซร่าก็กระโดดนำไปแล้วคิดว่าคงจะปลอดภัย แต่มันก็แปลกเกินไปแล้วที่จะเข้าไปในกระจก ระหว่างที่คิดนู่นนี่ไปทั่วเสียงของยายแก่ดังเตือน

                เข้าไปสิ” หล่อนสะบัดมือไล่ และเดินไปยังหน้าร้าน “อยู่ ฉันก็อยู่ตรงนี้ไง!!” ไม่นานเสียงของยายแก่ก็ตะโกนตอบพวกนั้น

                ฟีเรียค่อยๆ ยื่นมือไปแตะกับกระจกอย่างกล้าๆ กลัวๆ เมื่อถูกดูดเล็กน้อยก็กระชากมือกลับด้วยความตกใจ แต่เธอก็ยื่นมือเข้าไปอีกครั้ง เมื่อทะลุกระจกจนถึงข้อศอกก็มีแรงดึงจากอีกฝั่งกระชากไป ทำให้ร่างของฟีเรียหายเข้าไปในกระจกทั้งหมด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

117 ความคิดเห็น

  1. #58 LLพ้ใจตัวLoJ (@zymethza55) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 14:49
    ผมกับพรรคพวกก่อตั้งแฟนคลับเชจัง ดังนั้นพวกเราจะขอปกป้องเชจังเอง~!!
    #58
    2
    • #58-1 Aitselec (@Rinnasia) (จากตอนที่ 15)
      30 พฤษภาคม 2560 / 17:50
      เชจังนี่ใครหว่า
      #58-1
  2. #44 Aoohapyn (@apyn666aoo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 15:52
    ง้อววว สาวเมดน่ารักแฮะ อยากรู้แล้วว่านางกับนายเป็นใครกัน
    หวังว่าคุณยายจะไว้ใจได้จริง ๆ นะ
    #44
    0