The Celestia ! เมื่อผมในร่างสาวน้อยกับสงครามคัดเลือกเทพเจ้าที่ต่างโลก

ตอนที่ 14 : ระ...เรื่องแบบนั้นไว้ตอนกลางคืนก่อนไม่ได้รึไงคะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 553
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    25 พ.ค. 60

      กำแพงอิฐสูงขนาบข้างถนนเล็กๆ จนกลายเป็นตรอกแคบๆ เงามืดปกคลุมทั่วทั้งตรอกเพราะแสงอาทิตย์โดนตัวอาคารบังเอาไว้ ร่างของหญิงสาวนั่งพิงผนังอยู่ เธอหอบหายใจอย่างน่าเป็นห่วง ผสมรวมกับเสื้อผ้าที่ขาดไปทั่ว

                “รู้จักงั้นหรอ”

      ฟีเรียเดินนำหน้าไปอย่างไม่ทันได้คิดอะไร เซร่าที่เดินตามก็เอ่ยถามถึงความสัมพันธ์ของทั้งสอง เพราะหากไม่ใช่คนรู้จักกันแล้วจะช่วยไปทำไมกัน หาเรื่องใส่ตัวเอาเปล่าๆ

                “เปล่าค่ะ”

      คำตอบที่ได้ยินขัดกับท่าทีของฟีเรีย เธอตรวจสอบลมหายใจกระทั่งค้นหาส่วนที่บาดเจ็บ สายตาจ้องมองไปที่ใบหน้าของหล่อน เธอเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ เมื่อลองสังเกตที่เสื้อผ้า เพราะมันคล้ายกับชุดของคนที่ช่วยเธอเมื่อคืน

                “เธอคนนี้แหละที่เล่าให้ฟังเมื่อคืน”

      ความคิดแรกของเซร่าคือปล่อยเธอนอนไว้ตรงนี้แหละ เพราะไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว แต่เมื่อเป็นคนที่ช่วยฟีเรียจากตาลุงนั่นเมื่อคืน ก็ต้องช่วยเธอเป็นการตอบแทนล่ะนะ

                “แล้วจะทำไงต่อล่ะ”

                “พาเธอกลับไปที่ห้องก่อนแล้วค่อยคิด” ฟีเรียนำแขนของสาวตรงหน้าพาดบ่าพยุงขึ้นข้างหนึ่ง แต่แรงของเธอมีน้อยเกินไปจึงไม่สามารถยกเธอขึ้นได้ เข่าจึงทรุดลงเมื่อพยายามจะยกขึ้น

                “เซร่ามาช่วยฉันแบกหน่อยซิ” เธอเรียกหาความช่วยเหลือจากคนตรงหน้าเมื่อลองพยายามทำด้วยตัวคนเดียวแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ

      ซร่าพยักหน้าตอบรับ แทนที่จะไปช่วยพยุงที่แขนอีกข้าง เธอกลับหยิบอัญมณีสีเขียวจากกระเป๋าเสื้อบริเวณหน้าอกแทน

                “วางเธอลงไว้ตรงนั้นแหละ” ฟีเรียที่เก็บความสงสัยไว้ในใจก็ละมือออกแล้ววางเธอลงเช่นเดิมโดยไม่ได้ถามอะไรต่อ เสียงคำร่ายมนตราดังขึ้น

 “สายลมเอ๋ย จงสดับรับฟังเสียงของข้า

จงรวมตัว

และก่อกำเนิดเป็นลมหมุน ไลเซ่”

      เธอโยนอัญมณีออกจากมือไปเหนือศีรษะของหญิงสาว มันเปล่งแสงสว่างออกมาเล็กน้อยก่อนจะเกิดลมหมุนขนาดใหญ่พอดีกับร่างนั่น ลมหมุนค่อยๆ ห่อหุ้มร่างและยกขึ้นอย่างช้าๆ

      ฟีเรียที่เคยตกใจกับเรื่องเวทมนตร์ไปแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้จึงเหลือไว้เพียงความรู้สึกประทับใจกับสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายสิ่งที่เธอยังไม่เข้าใจถึงแม้จะพยายามปรับตัวเข้าหาแล้วก็ตาม สิ่งที่เธอเห็นตรงหน้าคงจะเป็นสิ่งเดียวกับที่ช่วยเธอตอนตกหน้าผา

                “ทำไมไม่ใช้แต่แรกล่ะคะ”

                “กลับไปที่ห้องกันเถอะ” เซร่าเดินนำ ลมหมุนคอยยกร่างตามเธอไป ฟีเรียเดินตามหลังจากได้สติกลับมา

      ทั้งสองเดินกลับโรงแรมโทอิน พวกเธอตรงไปยังห้องของตัวเองโดยไม่สนสายตาและคำพูดของคนอื่นที่อยู่ในชั้นล่างซึ่งเป็นโซนสำหรับรับประทานอาหาร

      เซร่าบังคับลมหมุนนั่นวางเธอลงบนเตียงในห้องอย่างช้าๆ เธอหยิบอัญมณีสีเขียวกลับมา ลมหมุนค่อยๆ จางหายไป เนื้อตัวของเธอมอมแมม เสื้อผ้าก็ขาดจนเผยให้เห็นชั้นใน อย่างแรกที่ต้องทำคือถอดเสื้อแล้วเช็ดตัวเธอให้สะอาดซะ

      เซร่าวางกระเป๋าลงแล้วควานหาผ้าขนหนู เธอยื่นมันให้ฟีเรีย ฟีเรียรับอย่างไม่ทันได้คิดพร้อมกับสีหน้าสงสัย

                “ฟีเรียเอานี่ไปชุบน้ำให้ที”

                “ค...ค่ะ”

      เซร่าจับเธอลุกขึ้นนั่งและเริ่มถอดเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นออก มันน่าแปลกที่ว่าเสื้อผ้ามีลอยขาดขนาดนี้แต่ไม่มีรอยแผลที่ได้รับจากของมีคมเลย มีเพียงแต่รอยช้ำทั่วร่างกายเท่านั้น

      แต่มีรอยช้ำหนึ่ง ที่แปลกไปจากจุดอื่นๆ มันอยู่บริเวณเหนือสะโพกขึ้นมาเล็กน้อยและมีสีดำสนิท เห็นมันได้ชัดเจนเพราะตัดกับสีผิวของเธอ ถึงแม้จะเล็กน้อยแต่เซร่าก็สังเกตเห็น รอยช้ำสีดำค่อยๆ แผ่ขยายออกทีละนิด

                “จ...จะทำอะไรคะนั่น! ระ...เรื่องแบบนั้นไว้ตอนกลางคืนก่อนไม่ได้รึไงคะ”

          ผ้าขนหนูในมือเกือบหล่นลงพื้น เธอคว้ามันเอาไว้ได้ทัน ภาพที่เธอเห็นทำเอาเลื่อนมืออีกข้างขึ้นบังตาทันที เธอยื่นผ้าให้ทั้งแบบนั้นแล้วกลับหลังหันหลบสายตาทันที

                “แค่จะเช็ดตัวให้เท่านั้นเอง ตกใจอะไรไป”

      เซร่ารับผ้าแล้วเริ่มเช็ดเรือนร่างนั่นทันที ลมหายใจที่ปั่นป่วนค่อยๆ กลับมาคงที่ เธอหยิบเสื้อสำรองจากกระเป๋าหวังจะเปลี่ยนให้เธอ

      แต่ว่าดูเหมือนขนาดของมันจะไม่พอดี เสื้อมีขนาดเล็กกว่าตัวโดยเฉพาะบริเวณหน้าอก เธอขมวดคิ้วพร้อมเสียง ชิ ในลำคอ สีหน้าไม่พอใจของเธอแสดงออกมา เซร่าจึงสวมเสื้อที่ขาดตัวเดิมกลับไปให้เธอแล้วสวมเสื้อคลุมให้ร่างนั่นแทน

      ระหว่างที่จัดระเบียบเสื้อให้เรียบร้อย เสียงของแข็งกระทบกับพื้นก็ดังจนต้องหันไปดูว่าอะไรเป็นต้นเสียง เหรียญตราสัญลักษณ์รูปโล่ที่มีรูปศีรษะหมาป่าสลักอยู่ด้านใน

      เมื่อฟีเรียสังเกตเห็นว่าเซร่าสวมเสื้อให้เสร็จก็หันกลับไป เหรียญตรากลิ้งมาหยุดที่ปลายเท้าพอดี เธอจึงหยิบมันขึ้นมา

                “นี่เหรียญอะไรงั้นหรอค่ะ?”

      เซร่าไม่ตอบทันที เธอก้มหน้าลงเล็กน้อยพร้อมกับพยายามคิดให้ออกว่าเธอเคยเห็นมันที่ไหนมาก่อน จนกระทั่งความทรงจำไว้เด็กของเธอเป็นสิ่งที่ตอบคำถามนี้

                “เฟนริว” เธอเงยหน้าขึ้นตอบ “เป็นสัญลักษณ์แห่งความดุร้ายของเหล่านักล่า”

                “เป็นเหรียญที่ใช้แบ่งประเภทของนักล่าในสมาคมน่ะ”

                “แล้วมีกี่ประเภทหรอค่ะ”

                “คือฉันจำที่เหลือไม่ได้น่ะ”

      ฟีเรียยื่นเหรียญในมือคืนให้ เซร่ารับแล้วเก็บใส่กระเป๋าเอาไว้ หวังว่าจะคืนเจ้าของเมื่อเธอได้สติ รอยช้ำที่น่าเป็นห่วงทำให้เซร่าคิดถึงคุณยายคนหนึ่งที่จะสามารถช่วยเธอได้

      เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้น เมื่อคนหลังประตูเห็นว่าไม่มีเสียงตอบรับก็เริ่มเคาะระลอกถัดไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

                “เดี๋ยวฉันเปิดให้เองแล้วกันค่ะ” ฟีเรียทำท่าจะเริ่มก้าวเดินไปยังประตูโดยไม่ได้คิดอะไรมาก ทว่าเสียงเคาะกับดังขึ้นอย่างน่าแปลกใจ เซร่าที่เห็นถึงความผิดปกตินี้คว้าข้อมือของฟีเรียเอาไว้เพื่อหยุดเธอ

                “เดี๋ยวฉันเอง”

      เซร่าลุกขึ้นตรงไปยังหน้าประตู เธอมองดูด้านหลังประตูผ่านตาแมวที่ติดเอาไว้ บริเวณด้านหลังประตูมีคนสวมผ้าคลุมบังใบหน้าเอาไว้ยืนอยู่สามคนอย่างน่าสงสัย โดยบริเวณผ้าคลุมมีตราสัญลักษณ์รูปอสรพิษเลื้อยพันตาชั่งอยู่ เธอกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ลงลำคอเพื่อเรียกสติกลับมา

                “ฟีเรีย เราจะหนีกันแล้ว” เซร่ารีบก้าวกลับมากลางห้องแล้วออกปากเตือนฟีเรียทันที เธอหยิบอัญมณีสีเขียวออกจากกระเป๋าเสื้อและเริ่มร่ายมนตราบทเดียวกับที่ร่ายเมื่อครู่

      เสียงเคาะประตูถูกเปลี่ยนเป็นเสียงของแข็งบางอย่างกระแทกเข้ากับประตูแทน จนตอนนี้เสียงไม้แตกหักเล็กน้อยเริ่มดังตามมา

                “พ…พวกนั้นเป็นใครคะเนี้ย !!”

      ฟีเรียตกใจกับเสียงนั่นจนไม่ทันได้ตั้งสติคิดอะไร เธอรีบพยายามหาเหตุผลมารองรับเหตุการณ์ตรงหน้าแต่ก็หาไม่เจอ ลมหมุนยกร่างไร้สติบนเตียงลอยขึ้นอย่างช้าๆ

                “เร็วเข้า ฟีเรีย”

      เสียงของเซร่าเรียกสติของฟีเรียกลับมา เธอคว้ากระเป๋าก่อนจะวิ่งตรงไปหยุดที่หน้าต่างและเปิดมันออกทันที เมื่อเปิดออกลมอ่อนปะทะกับใบหน้าเธอทันที

                “ตามฉันมา”

      เซร่ากระโดดออกจากหน้าต่างไปโดยที่มีลมหมุนคอยยกร่างตามไปด้วย โดยไม่เปิดให้ฟีเรียเอ่ยถามใดๆ ทั้งสิ้น

ฟีเรียตกใจกับภาพที่เห็นเล็กน้อยก่อนจะวิ่งไปที่หน้าต่าง โดยมีเสียงไม้แตกไล่หลังอยู่ ไม่นานประตูที่ล็อกถูกทำลายล้มลงกับพื้น เธอพยายามลบความกลัวออกไปจากสมองในตอนนี้เพราะความสูงจากชั้นสองมันไม่มาก หากกระโดดลงไปละก็คงต้องทนหน่อย

      ชายหนุ่มคนที่อยู่ด้านหน้าเห็นฟีเรียที่กำลังจะหนี เขาพุ่งใส่ฟีเรียทันที เธอตัดสินใจกระโดดออกหน้าต่างได้ทันเวลา เขาคว้าร่างเธอไม่ทัน ในความคิดของเธอคือจะใช้เท้าเป็นส่วนที่สัมผัสพื้นเป็นส่วนแรก แต่ตอนนี้ไม่เป็นอย่างที่คิด

      ลมหมุนเบาๆ เข้าช่วยยกร่างฟีเรียพยุงลงสู่พื้นได้ทัน เซร่าเริ่มวิ่งนำหน้าโดยไม่สนใจสีหน้าของฟีเรียที่กำลังตกใจในตอนนี้

      ฟีเรียรีบลุกวิ่งตามไปทันที ชายหนุ่มชะโงกหัวโผล่ออกมาจากหน้าต่างและหันไปสั่งการเพื่อนทั้งสอง เขากระโดดตามลงมาทันที


      เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินดังสลับกันไม่หยุดหย่อน ผสมรวมกับเสียงหอบหายใจของพวกเธอ ทั้งสองคนวิ่งทะลุผ่านตลาดยามเช้าที่มีฝูงชนจำนวนมากโดยหวังใช้ฝูงชนเป็นตัวช่วย

                “ทางนี้” เซร่าเลี้ยวเข้าตรอกที่เป็นทางตัน และแนบหลังเข้ากับผนังทันที

      เสียงหอบหายใจของฟีเรียดังหนักขึ้นเมื่อหยุดวิ่งกะทันหัน เธอก้มลงนำมือทั้งสองกดไปที่หัวเข่าทั้งสองข้าง

                “เงียบก่อน” เซร่าพยายามบังคับลมหายใจให้คงที่ “คงจะหนีพ้นแล้วล่ะ” เธอพยายามแอบมองโดยใช้กำแพงเป็นกำบัง

                “แล้ว... พวกนั้น... เป็นใครงั้นคะ” ฟีเรียเอ่ยถามพร้อมหอบหายใจไปด้วย

                “คงจะเกี่ยวข้องกับเรื่องเมื่อคืนนั่นแหละ”

      เซร่าหลบกลับเข้ามาโดยคิดว่าพวกเธอทั้งคู่ปลอดภัยแล้ว ถ้าถูกพวกนั้นจับได้คงต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ เพราะเธอไม่เคยเลยศิลปะการต่อสู้แบบต่างๆ มาก่อนเลย ที่ทำได้ก็เพียงแค่หนีไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพ้นก็เท่านั้น ทว่าเสียงที่ไม่อยากได้ยินที่สุดก็ดังขึ้น

                “อ้าว อ้าว อยู่กันตรงนี้นี่เอง เป็นอย่างที่ตาแก่นั่นบอกจริงๆ ถ้าเอาไปให้หัวหน้าละก็คงจะได้บ้านทั้งหลังแน่ๆ” ชายหนุ่มในผ้าคลุมเอ่ยขึ้น ฮู๊ดนั่นยังคงปิดบังใบหน้าอยู่

                “ไม่สิ สอง... สาม ช่างเถอะ” เขาชูนิ้วนับตามที่พูด ไม่นานชายสวมฮู๊ดก็มาเพิ่มอีกสองคน

                “ต้องการอะไรจากพวกเราล่ะ” เซร่าพยายามข่มความกลัวแล้วถามออกไปด้วยเสียงแข็งพร้อมกับเหลือบมองรอบๆ เพื่อค้นหาเส้นทางหนี เขาชี้ไปที่ฟีเรีย

                “ส่งนังเด็กนั่นมา”

      เซร่าแอบหยิบเกียร์ที่มีลักษณะเป็นลูกบาศก์ขึ้นมาแล้วเริ่มเอ่ยคำใช้เพื่อเปิดใช้งานแต่ลูกน้องของมันที่อยู่ด้านหลังเห็นเข้าพอดี

                “อ้าว...อย่าทำแบบนั้นสิ” ชายหนุ่มกระชากข้อมือเธอก่อนที่จะได้เปิดใช้งาน เกียร์ในมือกระเด็นออกไป เธอเสียสมดุลและล้มลงกับพื้น

                “เอ้า เปลี่ยนใจรึยัง” ชายหนุ่มคว้าข้อมือเซร่าและดึงร่างของเธอขึ้น

      พวกมันที่เหลือเดินไปรวบตัวฟีเรีย โดยจับที่แขนทั้งสองข้าง เธอพยายามสลัดให้หลุด เมื่อเริ่มออกแรงดิ้น พวกมันจึงต่อยเข้าที่ท้องของเธอ แรงที่ใช้ขัดขืนเมื่อครู่หายไปแล้ว

                “จับยัยนี้ไปด้วยแล้วกันถือซะว่าเป็นของแถม”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

117 ความคิดเห็น

  1. #101 Yu - k'ami (@wonder-wind) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 18:22
    ชื่อตอนล่อเป้ามาก... -.-
    #101
    2
    • #101-1 Aitselec (@Rinnasia) (จากตอนที่ 14)
      2 มกราคม 2561 / 20:05
      คิดเรื่องแบบนั้นอยู่สินะเจ้าคะ ;3;
      #101-1
  2. #57 LLพ้ใจตัวLoJ (@zymethza55) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 14:47
    หน๊อย บังอาจรังแกผู้หญิงได้เลยเดี๋ยวเจอกัน อาวุธพร้อมล่ะ
    #57
    0
  3. #43 NCCM (@nichada300831) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 22:19
    สรุป

    เนื้อเรื่อง
    พล็อตเรื่องสนุกน่าสนใจมาก ๆค่ะ ชอบมาก

    การดำเนินเรื่อง การดำเนินเรื่องเร็วชวนให้ติดตาม มีปมซ่อนเงื่อนน่าสนใจค่ะ

    ภาษา  มีคำสะกดผิดบ้าแต่ไม่เยอะ ระวังคำว่า ค่ะ กับ คะ ด้วย ส่วนการย่อหน้าแนะนำให้จัดย่อหน้าชิดซ้ายไปเลยน่าจะอ่านง่ายสบายตากว่านะคะ การแบ่งวรรคและย่อหน้ายังไม่ค่อยดีค่ะ ไม่ชัดเจนในการแบ่ง

    แนะนำเพิ่มเติม  ลองเพิ่มย่อหน้าบรรยายฉากให้มากกว่านี้เพื่อให้ผู้อ่านจินตนาการตามเนื้อเรื่องจะทำให้ผู้อ่านเห็นภาพชัดเจนขึ้น

    วิจารณ์มือใหม่จ้า ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะคะ แต่งต่อไปนะคะ ชอบค่่ะสนุก เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #43
    0
  4. #31 Aoohapyn (@apyn666aoo) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 15:45
    มาต่อไว ๆ นะครับ
    ปล. อย่าลืมเปิดตอนไล่ล่าด้วยนะครับ ยังไม่ได้อ่านเลย
    #31
    0