นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [ Fanfic : JoJo's Bizarre Adventure ] Ordinary Day? (Bruno/Giorno)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
คราวนี้มาเวิ้นโจโจ้บ้างมีหลายด้อม ตกหลุมหลายคน(ฮาา) วันนี้ลงฟิคเนื่องในวันเกิดน้องสามรูโจรูโน่คุงค่ะแอบกลัวเหมือนกันว่าจะลงทันไหมไม่ทันแหล่ แต่ก็เส้นยาแดงผ่าแปดมากก#ตัย  ในโจโจ้เราลงเรือหลายเรือมั่กแต่เรือหลักก็นายน้อยโพล่าง แต่ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ!เวิ้นเรืออื่นได้เหมือนกัน 

สุดท้ายขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านนะคะ หวังว่าทุกคนจะชอบและถ้ามีโอกาศได้แต่งอีกก็จะพยายามพัฒนาฝีมือตัวเองไปเรื่อยๆ..ขอบคุณค่ะ!

เนื้อเรื่อง อัปเดต 16 เม.ย. 62 / 23:11


* เหตุการณ์ในเรื่องไม่มีผลต่อเนื้อเรื่องหลัก เป็นเหตุการณ์สมมุติที่อยากให้เป็นจริง---*



สง่างามราวกับรูปปั้นแกะสลัก ไม่ค่อยไหวติงต่อทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมักจะใช้ไหวพริบและคิดไตร่ตรองแก้ไขสถานการณ์นั้นๆ


นั่นคือสิ่งทั่วไปที่ผู้คนส่วนใหญ่หรือส่วนมากนิยามให้กับโจรูโน่เมื่อพบเห็น


เจ้าตัวมีคุณสมบัติที่เหมาะสมที่มาพร้อมการเตรียมใจอันแน่วแน่ พร้อมที่จะเผชิญอนาคตข้างหน้าอย่างไม่หวั่นเกรง เขาเกิดมาเพื่อทำในสิ่งที่เขาคิดว่าถูกต้องและพร้อมที่จะทำมันเมื่อเขาต้องการจะทำ


มันช่างเป็นคุณสมบัติที่ยอดสำหรับผู้ที่เตรียมใจมาแล้ว


แต่ถึงยังไงนั่นก็คือนิยามส่วนมาก แต่อีกนิยามนึงสำหรับเขาก็คือ


โจรูโน่ โจบาน่าเป็นคนที่แสดงอารมณ์น้อย


จะเรียกว่าน้อยเลยก็ได้ถ้าเทียบกับบรูโน่ บูจาราตี้


เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ให้เห็นบ่อยนักเพราะส่วนมากก็คงจะไม่พ้นที่ว่าดูคีพคูลและสุขุมอยู่ตลอดเวลา


อันที่จริงไอเรื่องอารมณ์อะไรนั่นมันก็แลดูไม่เห็นจำเป็นอะไรสำหรับโจรูโน่


ก็ใช่ ไอเรื่องอารมณ์เนี่ยดูไม่จำเป็นอะไรเลย ทุกๆคนก็คงจะชินกับความติดคูลทำตัวเป็นผู้ใหญ่เกินวัยของไอหมอนี่แล้ว แต่แรกๆมันก็ต้องมีแอบไม่ชินกันอยู่บ้างนี่


ก่อนจะค่อยๆปรับให้เข้ากันได้กับอีกฝ่ายแล้วถึงจะชินกับเจ้าตัว


อย่างเช่นบูจาราตี้และคนในทีมของเขา─



…..



เดี๋ยวสิ สรุปเรื่องในวันนี้คือวิเคราะห์นิสัยของโจรูโน่ อย่างเดียวรึยังไงกัน…




...……………….......






"โจรูโน่ตอนนี้นายว่างอยู่ไหม?


เสียงของบูจาราตี้เอ่ยถามขึ้นในขณะที่เจ้าตัวกำลังอ่านหนังสือพิมพ์บนโซฟาสีแดงนุ่ม เจ้าของชื่ออย่างโจรูโน่ กำลังเปิดตู้เย็นอยู่ละหน้าออกมาเอ่ยตอบกลับอีกฝ่าย


“ก็ว่างอยู่..มีอะไรหรอบูจาราตี้?”


“ฉันจะออกไปข้างนอก..ไปทำธุระอะไรสักหน่อยที่มันต้องพานายไปด้วย คงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยถ้าต้องพานายออกไป?”


“ไม่หรอกเรื่องแค่นี้เอง ผมยอมไปกับนายเสมอเมื่อนายขอบูจาราตี้” โจรูโน่เดินมานั่งข้างๆอีกฝ่าย


“แล้วจะไปกันตอนไหนล่ะ?”


“ตอนนี้เลย”


“เอ๊ะ?”


.

.

.

.

.

.


มารู้ตัวอีกทีหลังจากตอนนั้นโจรูโน่ก็ได้ออกมาจากที่พักรวมเป็นที่เรียบร้อย


เขาไม่รู้สึกตัวเลย ว่าตัวเองออกมาตอนไหน ได้อย่างไร...


ทุกอย่างมันไปมารวดเร็วจนเขาแทบจะไม่รู้สึกถึงช่วงเวลาก่อนหน้านี้ ว่าเขาโดนอีกฝ่ายลากออกมาหรือยังไง มารู้ตัวอีกทีก็เดินอยู่ข้างนอกกับบูจาราตี้


ราวกับโดนพลังแสตนด์ของใครสักคนเล่นงานใส่


ระหว่างทางที่เดิน เขาลองถามบูจาราตี้เรื่องธุระที่ว่าเพราะอยากรู้ว่างานของอีกฝ่ายคืออะไรถึงต้องลากเขาออกมา แต่เจ้าตัวตอบกลับมา ‘แค่ตามฉันมาก็พอ’ เท่านั้น


ถึงอยากจะถามมากกว่านี้แต่ก็ไม่อยากจะเซ้าซี้..เลยปล่อยไป


บูจาราตี้คงจะบอกเอาสักช่วงไหนก็ช่วงหนึ่ง...คิดว่านะ


ที่ทำได้ในตอนนี้ คือแค่เดินทอดน่องตามบูจาราตี้เพื่อรอคำสั่งจากอีกฝ่าย เขามองวิวเดิมๆของเมืองที่แสนจะคุ้นเคยอย่างนีอาโปลีส บ้านเกิดของพวกเรา บรรยากาศเดิมๆที่ดูไม่มีอะไร แต่มันเป็นสิ่งที่ทั้งเขาและบูจาราตี้อยากจะปกป้องไปพร้อมๆกับประเทศที่เขาอยู่


อา..ความฝันสีทองของเขา


โจรูโน่เดินทอดสายตามองลาดเลาไปมาผิดกับบูจาราตี้ที่เดินทักทายผู้คนไปทั่ว เป็นเรื่องปกติจนเคยชิน


คนเหล่านี้คือคนที่บูจาราตี้ปกป้องและพวกเขาก็ให้ความเคารพนับถือบูจาราตี้


เพราะความอ่อนโยนที่ไม่เคยจางหายไปแม้จะเข้าสู่โลกของมาเฟียมาแล้วบูจาราตี้ก็ยังปกปักษ์คุ้มครองพวกเขา นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะพวกเขายังมีฮีโร่ให้คุ้มครองอยู่ในยามยาม


เขาชอบมองบูจาราตี้เวลาที่เจ้าตัวห้อมล้อมไปด้วยผู้คนมากมายและพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง ซึ่งมันให้ความรู้สึกแตกต่างกับตอนทำภารกิจอย่างสิ้นเชิง


เป็นมุมที่ดูธรรมชาติและผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก


“โจรูโน่”


“เหม่ออะไรของนายน่ะ?”


เสียงทักของบูจาราตี้เอ่ยขึ้นเรียกสติของโจรูโน่ที่อยู่ในภวังค์ความคิดให้กลับมาอยู่ณ ปัจจุบัน


โจรูโน่ชะงัก ก่อนจะตอบกลับไปลนๆ


“ไ-ไม่มีอะไร”


มัวแต่คิดอะไรเพลินจนได้


บูจาราตี้หันไปพูดคุยกับชาวบ้านตามเดิม สักพักเขาก็บอกลาพวกชาวบ้านแล้วเดินนำโจรูโน่ไปยังที่ไหนสักแห่งที่คนเดินตามไม่คุ้นเคย โจรูโน่มองข้างทางไปพลางแก้เบื่อ


...ผ่านแล้วผ่านเล่า


คาดเดาไม่ได้ว่าอีกฝ่ายจะไปที่ไหน

.

.

.

.




ในที่สุดก็มาหยุดลงที่ร้านคาเฟ่เล็กๆในที่ตรงนั้น บรูโน่ตรงไปนั่งที่โต๊ะว่างแล้วหยิบใบเมนูขึ้นมาดู


การกระทำของอีกฝ่ายทำให้คนที่มาด้วยกันมองตามอย่างสงสัย แต่ก็ยอมไปนั่งที่โต๊ะซึ่งเขาเลือกนั่งตรงข้ามกับอีกฝ่าย


ทำไมถึงมาที่นี่ ?


บรูโน่หรี่ตาลงอ่านใบเมนูในมือ “โจรูโน่ อยากทานอะไรก็สั่งได้เลยนะ”  


ห๊ะ


“.....คือว่า”


“ไม่ต้องเกรงใจๆมื้อนี้ฉันเลี้ยงนายเอง-”


“ไม่ๆ นายบอกว่าจะมาทำธุระไม่ใช่หรอ..แล้วธุระของนายล่ะ?”


นั่นไม่ใช่ประเด็น ก็ไหนเมื่อคนตรงหน้าบอกว่ามีธุระที่ต้องทำ ไม่รู้ว่ามันสำคัญหรือไม่ถึงต้องลากตัวเขาออกมา แต่ทำไมอีกฝ่ายถึงมานั่งสั่งอาหารได้สบายอารมณ์ ถ้าเกิดมันเป็นธุระที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายขึ้นมาจะให้มานั่งชิวแบบนี้มันก็ไม่ใช่!


“อืม..” บรูโน่ทำท่าครุ่นคิด ครางต่ำในลำคอ


“เรื่องธุระนั่นยังไม่ใช่ตอนนี้หรอกอีกนานกว่าๆนู่น”


“....”


โจรูโน่นิ่งเงียบ


ไม่สิ ถึงกับสตั้น


“แล้วทำไมถึงไม่บอกกันก่อนเล่าา” และตามออกมาด้วยเสียงตัดพ้อที่รับรู้ได้ว่ากำลังหัวเสียแบบสุดๆ


อยากจะนวดขมับ


ทำไมบูจาราตี้ถึงพึ่งมาบอก เขาก็คิดว่างานมันเร่งด่วนเร่งรีบถึงขนาดกับลากออกมาตอนนี้ แต่กลับกลายเป็นว่าเสียเวลาเขาออกมาชัดๆ


กลับตอนนี้ทันไหม..


“อ่ะๆ ได้ยินแล้วก็อย่าพึ่งกลับเชียว” บูจาราตี้เอ่ยดักอย่างรู้ความคิด


“นายบอกเองนี่ ว่าจะมากับฉันเสมอถ้าฉันขอ...คงจะจำได้นะ?”บูจาราตี้ยกยิ้มมุมปาก


ที่มองยังไงก็รู้ว่ากำลังโดนถือไพ่เหนือกว่า


*โจรูโน่เกลียดสิ่งนี้*


ย้อนเก่ง!


“ชิ..รู้แล้วน่าไม่ต้องมาย้ำ” เขาถลึงตาใส่อีกฝ่าย


อยากจะเอาคืน...แต่กับเรื่องแค่นี้ก็แลดูง๊องแง๊ง


“เอาล่ะๆสั่งอาหารมากินให้สบายเฉิบกันดีกว่าโจรูโน่” บูจาราตี้เอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเรียกบริกรมารับออเดอร์ โจรูโน่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่กับความเอาแต่ใจของคนอายุเยอะกว่า ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ก็คงต้องยอมสั่งอะไรมาทานตามๆไป


ทำอะไรเออเองดีจั๊ง..


เขาว่าจะสั่งอะไรง่ายๆมาทานเล่นก็พอ เมื่อคิดได้ดังว่าก็กวาดวายตาไล่ไปเรื่อยๆ หวังว่าจะมีอะไรให้สั่ง


จนสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับภาพๆนึงในใบเมนู


อ่ะ


เจ้านี่...


“คุณลูกค้าอีกท่านไม่ทราบว่าจะรับอะไรดีครับ”


“พุดดิ้งที่นึงครับ”


โจรูโน่หันขวับไปหาบริกรหนุ่มทันทีโดยมีบูจาราตี้นั่งตากลมเป็นแบล็กกราวอยู่ด้านหลัง


บริกรหนุ่มเมื่อเสร็จสิ้นจากการรับออเดอร์เจ้าตัวก็เดินจากไป เหลือเพียงบูจาราตี้และโจรูโน่อยู่ตามเดิม


“ไม่คิดว่านายจะสั่งของหวานนะเนี่ย ชอบหรอ?”


“ไ-ไม่ได้ชอบสักหน่อย”


“โกหกผู้ใหญ่มันไม่ดีนะเจ้าบ้า”  


บูจาราตี้ยื่นตัวไปดีดหน้าผากคนปากแข็งด้วยความหมั่นเขี้ยว


“โอ๊ย─”


โจรูโน่หลับตาปี๋ ยกมือขึ้นมากุมหน้าผากตัวเองด้วยความแสบก่อนจะมองจิกใส่หมายจะกินเลือดกินเนื้อกันไปข้าง


ไอการโดนมองจิกจากคนตรวหน้า สำหรับบูจาราตี้มันให้ความรู้สึกไม่ต่างจากโดนแมวขู่ใส่เลย


“(  ・`ヘ´・)“


เป็นแมวดื้อดีๆด้วยนะ


“ขอโทษที่ให้รอนะครับคุณลูกค้า”


มาไวทันใจ เสียงของบริกรหนุ่มเอ่ยออกมาได้จังหวะทำให้ทั้งสองหันไปมองต้นเสียงของบุคคลดังกล่าวพร้อมกัน บริกรหนุ่มวางจานพุดดิ้งสีสวยไว้ตรงหน้าโจรูโน่ ตามด้วยกาแฟให้บูจาราตี้ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินจากไป


โจรูโน่ลอบกลืนน้ำลาย ปากเม้มแน่นอย่างประหม่าเมื่อจานพุดดิ้งมาอยู่ตรงหน้า


งดงาม..และน่ากินอะไรเช่นนี้


เขาชั่งใจมองมันสักพักแล้วค่อยๆตักมันเข้าปาก


“...”  


ไร้ซึ่งเสียงเมื่อพุดดิ้งเข้าปาก แต่เจ้าตัวก็แสดงออกมาทางสีหน้าได้ชัดเจน


มือเล็กยกขึ้นจับพวงแก้มสีนวลที่ค่อยๆเห่อแดงจากความพึงพอใจของตนเอง รอยยิ้มกว้างถูกประดับไว้บนใบหน้าของคนที่ได้ชื่อว่าแสดงอารมณ์น้อยที่สุด


อร่อย~


โจรูโน่ได้ละลายแล้ว


สถานะตอนนี้คืออารมณ์ดีจากการกินของหวานจนลืมไปว่าก่อนหน้านี้ยังหงุดหงิดบูจาราตี้อยู่


ของหวานเยียวยาได้ทุกอย่าง


“...”


บูจาราตี้จ้องอีกฝ่ายตาไม่กระพริบ


ต้องบอกว่าจดจ้องแบบตั้งใจ ถ้าจะพูดให้ถูก


ทุกการกระทำของอีกฝ่ายล้วนอยู่ในสายตาของบูจาราตี้ทั้งหมด


พึ่งจะเคยเห็นโจรูโน่ในมุมนี้นะเนี่ย


ปกติเห็นชอบเก๊กหน้าตึงอยู่เกือบตลอดเวลา...ไม่นึกว่ามุมผ่อนคลายแบบนี้เจ้าตัวจะมีกะเขาด้วย


มองไปก็สมวัยดีเหมือนกัน


ทำเอายิ้มตามไปด้วยเลย


“จ้องอะไรของนาย...”


ดูเหมือนโจรูโน่จะรู้ตัว เขารู้สึกว่าตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของบูจาราตี้จนต้องหรี่ตาขึ้นมาถาม


โดนจ้องสะขนาดนี้ก็ขนลุกเป็นนะ


“จ้องไม่ได้รึไง ก็นานๆทีจะเห็นนายทำอื่นนอกจากตีหน้าขรึมอย่างเดียวนี่”  เจ้าตัวยิ้มแป้น


“กินก็เลอะอีก”  บูจาราตี้เขยื้นตัวไปประจันหน้ากับโจรูโน่ มือใหญ่เอื้อมมือไปเช็ดปากให้อีกฝ่ายโดยใช้หัวแม่โป้งเกลี่ยคราบพุดดิ้งข้างมุมปาก ร่างสูงชักมือกลับมาตวัดลิ้นเลียคราบพุดดิ้งที่ปลายนิ้วตัวเองโดยที่มีสายตาของโจรูโน่มองมาด้วยท่าทีที่อ้ำอึ้ง


“หวานดีแหะ..เข้าใจล่ะว่าทำไมนายถึงชอบ”


เจ้าตัวหันไปส่งยิ้มระรื่นให้กับคนตัวเล็กราวกับว่าที่เกิดขึ้นก่อนหน้าเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้สึกรู้ร้อนรู้หนาวอะไร


“....”


ผิดกับโจรูโน่ การกระทำที่อีกฝ่ายทำเมื่อกี้ทำเอาเขาทำอะไรไม่ถูก ปากและมือไม้สั่นพร้อมกับความร้อนที่แล่นผ่านมายังใบหน้าลามถึงใบหูจนแดงฉ่า


บ้า..บ้าไปแล้ว


ความร้อนในใบหน้ามันเห่อฟ้องออกมาจนรู้สึกได้ เขาเสหน้าหนีไม่อยากที่จะสบตากับอีกฝ่าย ไม่รู้ว่าทำไมยิ่งมองยิ่งหน้าร้อนขึ้นกว่าเดิม


“ทำอะไรของนายเนี่ย…”  


โจรูโน่ยกแขนข้างที่ว่างขึ้นป้องใบหน้าที่แดงฝาด

ขนาดถามไปยังอึกอักไปไม่เป็น


“เปื้อนก็เช็ดให้ไง หน้าแดงหมดแล้วเนี่ยดูสิ”


บูจาราตี้ยื่นมือไปยีกลุ่มผมของอีกฝ่าย คนโดนกระทำทำหน้าย่นแต่ก็ยอมให้อีกฝ่ายยีต่อโดยที่ไม่สะบัดผมไล่


“ก็เพราะนายนั่นแหล่ะ…”

โจรูโน่พึมพำด้วยใบหน้าที่ยังเขินอายจางๆ ซึ่งก็ไม่พ้นหูของบูจาราตี้


คนโดนพาดพิงหัวเราะเบาๆ พอได้เห็นรีแอคท่าทางของโจรูโน่ที่โดนเขาทำอะไรแบบนั้นใส่เข้า มันก็ยิ่งน่าแกล้งเข้าเป็นทุน


จะโดนหาว่าเป็นคนฉวยโอกาศไหมนะ


ก็ว่าไปนั่น






มื่อทานจนเสร็จศัพท์ พวกเขาออกจากคาเฟ่มาเดินทอดน่องกันอีกครั้ง บูจาราตี้ก็ทำหน้าที่เดิมของตัวเองเดินนำโจรูโน่อีกตามเคย ส่วนเรื่องธุระตอนนี้โจรูโน่คิดว่าคงไม่ต้องมีอยู่ในหัวชั่วคราว

...ไหนๆอีกฝ่ายก็บอกอยู่ว่ายังไม่ใช่ตอนนี้เพราะงั้นก็ทำได้แค่เดินตามไปที่ๆอีกฝ่ายต้องการ


แต่ก็คาดเดาไม่ได้อยู่ดีว่าอีกฝ่ายจะพาเขาไปไหนอีก


นี่ก็ปาไปเที่ยงกว่าๆ แดดที่นี่มันก็ไม่แรงจ้าไปสักเท่าไหร่ นับว่าบรรยากาศในตอนนี้กำลังดีเหมาะแก่การมาเดินเล่น


ถ้าเรื่องทุกอย่างมันจบลง จะมีวันที่เขาได้มาเดินแบบนี้กับบูจาราตี้อีกครั้งไหมนะ


เขาช้อนตามองแผ่นหลังแกร่งของอีกฝ่าย


ถึงอยากจะไต่เต้าขึ้นเป็นบอสแต่เขาก็คิด ว่าบูจาราตี้เองก็มีคุณสมบัติที่เหมาะสมที่จะเป็นหัวหน้าด้วยเหมือนกับในตอนนี้ที่คุมทุกๆคนในทีมรวมถึงเขา


อีกฝ่ายมีอุดมการณ์และการเตรียมใจที่แน่วแน่ไม่ต่างอะไรจากเขานั่นคือสิ่งที่เจ้าตัวเป็น


ในเรื่องของจุดบอด บูจาราตี้มีจุดบอดของตัวเองคือความอ่อนโยนที่เห็นได้ชัด


เหรียญมักจะมีสองด้าน ก็เหมือนความอ่อนโยนของบูจาราตี้ที่มีทั้งจุดดีและจุดบอด


ในแง่ชะตาชีวิตความอ่อนโยนนี้เป็นจุดบอดต่อตัวเขาเอง เพราะอ่อนโยนจนมากเกินไปเลยขาดความเด็ดขาดหรือบางครั้งก็ปล่อยให้อารมณ์มาเหนือเหตุผลอยู่บ่อยๆ


นั่นล่ะคืออีกด้านของความอ่อนโยน


ส่วนเขา..เขามีสิ่งที่อีกฝ่ายไม่มีซึ่งรับรู้ได้ด้วยตัวเอง


ในส่วนที่ขาดหายไปของบูจาราตี้หรือทุกคนในทีม

เขาจะทำหน้าที่ได้ดีอย่างที่หวังไว้ได้หรือเปล่านะ..


“ถึงแล้ว”


บูจาราตี้หยุดเดินกะทันหันจน ทำเอาคนเดินตามอย่างโจรูโน่เบรคตัวแทบไม่ทัน


เพราะมัวแต่คิดอะไรเพลินอีกตามเคย


“จะหยุดเดินก็บอกกันบ้างส ─”


เขากำลังจะบ่นที่จู่ๆคนตรงหน้าก็หยุดเดินกะทันหันจนหน้าแทบจะทิ่ม แต่สถานที่ที่อีกฝ่ายพามาทำให้เขาไปสนใจกับมันแทนอย่างประหลาดใจ


“ที่นี่มัน..”


พิพิธภัณฑ์


ที่ต่อมาที่บูจาราตี้พามาคือพิพิธภัณฑ์ในนีอาโปลีส ก็ไม่ยักรู้ว่าแถวนี้จะมีพิพิธภัณฑ์ตั้งด้วยไม่เคยรู้มาก่อน


หรือเพราะส่วนใหญ่มัวแต่วุ่นอยู่กับแค่เรื่องในแก๊งกับเรื่องของบอส เรื่องพวกนี้เลยแทบจะไม่มีในหัว


“ขอต้อนรับ โจรูโน่ โจบาน่า” บูจาราตี้ผายมือออกเป็นพิธีรีตอง


“ที่นี่ฉันจะรับบทเป็นไกด์ให้1วันเอง”


“แล้วเรื่องธุระล่ะ..”


“ก็บอกว่ายังไม่ใช่ตอนนี้.. รีแลกซ์บ้างสิ”


ถึงจะแกล้งไผถามเรื่องธุระ แต่จะชิวได้อะไรขนาดนี้เลยหรอ(ฟะ)


เชื่อเขาเลยบูจาราตี้


“เข้าไปข้างในกัน เดี๋ยวจะถ่ายรูปไปอวดพวกนารันช่าให้เยอะเลยมา”


“พกกล้องมาด้วย?”


“อื้อ..สติ๊กกี้ ฟิงเกอร์!!”


บูจาราตี้เรียกสติ๊กกี้ฟิงเกอร์ออกมาเรียกซิปตรงอกของตัวเอง เขารูดมันออกแล้วหยิบกล้องออกมา


จังหวะมันซิดคอม ราวกับนักมายากลที่หยิบกระต่ายออกจากหมวกแล้วพูดเซอร์ไพรส์ว่า

‘ ทาดา─า า ~’


“บ้าบอ..”


เก็บแบบคนปกติไม่ได้หรือยังไง..







พิพิธภัณฑ์ที่บูจาราตี้พาไปเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ภายในจะเต็มไปด้วยรูปปั้นแกะสลักและรูปภาพที่สะส่วนใหญ่ มันเต็มไปด้วยคุณค่าทางศิลปะและวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดความงามและคุณค่าผ่านทางผลงานพวกนี้  


แต่ละอย่างล้วนสวยงามและน่าประทับใจ


บูจาราตี้และโจรูโน่เดินชมหลายต่อหลายจุด มองดูความงดงามของรูปปั้นแกะสลัก และก็ทำท่าเลียนแบบรูปปั้นในบางครั้ง


มันน่าขบขัน..แต่ผู้คนส่วนใหญ่ถ้าเจอรูปปั้นก็มักจะทำท่าเลียนแบบกันทั้งนั้น จริงไหม


“พอยืนเทียบกับรูปสลักแล้วก็ไม่ต่างกันเลย”


“หืม”


บูจาราตี้มองโจรูโน่ที่ยืนใกล้ๆกับรูปสลักรูปนึง คำกล่าวที่ว่าโจรูโน่ โจบาน่าสง่างามราวกับรูปปั้นแกะสลักคำกล่าวนั่นท่าจะเป็นเรื่องจริง


รู้ตัวไหมว่าตัวเองสวยงามขนาดนี้


“ไม่มีอะไร ..ไปที่อื่นกันเถอะ” บูจาราตี้เปลี่ยนเรื่องคุยเเล้วเดินไปทางอื่น


“อะไรของเขา..”โจรูโน่ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ  


ถัดมาจากรูปปั้น เขาก็ไปดูพวกงานศิลป์ที่เป็นจำพวกภาพต่างๆที่ติดอยู่ระหว่างทาง โจรูโน่ดูจะสนใจภาพตรงห้องโถงใหญ่ที่พอเงยหน้าขึ้นเพดานก็เป็นรูปวาดที่อารมณ์เหมือนภาพในโบสถ์ เขาประทับใจในส่วนนี้มาก


ยืนมองอยู่นานจนคอแทบจะเคล็ด


“นายจะยืนมองภาพนี้อย่างเดียวไม่ได้นะเว้ยโจรูโน่ ไปที่อื่นต่ออ!”


“อย่าลากสิฟะ!”


โหวกเหวกโวยวายจนเป็นจุดสนใจเแก่สายตาชาวบ้านชาวช่องที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์


ลากไปแบบปกติคงธรรมดาไปสำหรับพวกมาเฟีย..


ถัดจากภาพวาดก็วนกลับมายังรูปปั้นแกะสลักตามเดิม บูจาราตี้และโจรูโน่ว่าจะแวะดูพวกมันอีกสักพักแล้วค่อยออกจากพิพิธภัณฑ์


“นี่บูจาราตี้”


บูจาราตี้หันมาตามเสียงเรียกของอีกฝ่าย “ว่า?”


“ในอนาคตข้างหน้า...พวกเราจะปกป้องเมืองๆนี้และทำในสิ่งที่ถูกต้องดั่งที่พวกเราได้หวังสินะ..”  โจรูโน่ก้มหน้าลง ยกมือขึ้นทาบข้างๆกรอบรูปๆหนึ่ง


“เมื่อยังมีความหวัง อะไรก็ไปถึงได้ทั้งนั้น..”


เขาค่อยๆเงยหน้ามองรูป ‘La Liberté guidant le peuple’ ภาพของสตรีนางหนึ่งกำลังโบกธงสามสีโดยมีประชาชนชาวบ้านถืออาวุธต่างๆตามไล่หลังมา


เจ้าหล่อนเปรียบเสมือนเสรีภาพ เป็นคนปลุกระดมให้ประชาชนลุกขึ้นต่อสู้เพื่อทวงคืนเสรีภาพของตนเองกลับคืนมา


เป็นภาพที่ดีไม่ใช่น้อย


“ใช่แล้วโจรูโน่” บูจาราตี้จับบ่าของคนตัวเล็ก เจ้าตัวละสายตาจากภาพมาสบตากับเขา


“ถ้าพวกเรายังมีความหวังอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น”


“การเตรียมใจอันสูงส่งของนายและความฝันสีทองนั่น”


“มันจะต้องเป็นจริงฉันเชื่อ…ฉันก็จะขอเดิมพันไปพร้อมกับนายด้วยโจรูโน่”


โจรูโน่ได้ฟังเขาก็ลอบยิ้มบาง


“พวกเราทุกคนไม่ได้ใครดีมาตั้งแต่แรกแต่พวกเราจะรุ่งโรจน์ไปด้วยกันบูจาราตี้...ในอนาคตข้างหน้าพวกเราจะยิ่งใหญ่และปกป้องบ้านเกิดของเราได้แน่นอน”


โชคชะตาที่ไม่ทางเลือก ต่อให้ฝืนใจแค่ไหนมันก็กำหนดไว้ให้เจ้าตัวต้องจมปลักอยู่กับมัน ถ้ายอมจำนนต่อมันก็ถูกตีตราถ้าขัดขืนก็ต้องพบกับความตาย


แต่บูจาราตี้เลือกที่จะสู้กับมัน ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาเลือกยึดมั่นในสิ่งที่ตัวเองเชื่อจนถึงที่สุด


นับถือนายอีกฝ่ายจริงๆ บรูโน่ บูจาราตี้


“นี่เราก็ดูมาจนหมดพิพิธภัณฑ์แล้วกลับกันเถอะโจรูโน่ เดี๋ยวฉันเลี้ยงไอติม”


บูจาราตี้พาโจรูโน่ออกมานอกพิพิธภัณฑ์ แล้วหันไปหาคนข้างตัว


“นี่นายเห็นผมเห็นแก่กินหรือไง..” คิดว่าเขาจะโดนล่อด้วยของกินหรือไง คิดผิดแล้วบูจาราตี้


“ไอติมช็อคโกแลตล่ะเป็นไง?--”


“เอาครับ” แต่ถ้ามันเป็นของโปรดนั่นก็อีกเรื่อง


“ทีงี้ตอบไวเชียว”


โชคดีที่แถวนี้มีรถไอสครีมอยู่พอดี เขาวิ่งไปซื้อไอสครีมมา2รสของเขาช็อคโกแลตชิพและของโจรูโน่ช็อคโกแลตแล้วเดินมาหาคนคุ้นเคยพร้อมกับไอสครีมในมือ “นี่ของนาย” เขายื่นให้โจรูโน่


“ขอบคุณครับ...แล้วนี่จะไปไหนต่ออีกล่ะบูจาราตี้?”


“ก็จะกลับแล้ว แต่ขอแวะร้านขายดอกไม้ก่อนกลับนะ”  


พอโจรูโน่ถามออกไปว่าจะซื้อให้ใครอีกฝ่ายก็ส่งยิ้มยีฟันมาให้แทนคำตอบ แบบนี้มันจะรู้ไหมว่าอะไร..


เขาเดินกลับจากพิพิธภัณฑ์มายังร้านขายดอกไม้ใกล้ๆกับที่พักรวมแก๊งของเขา บูจาราตี้เข้าไปคุยกับคนขายในร้าน คงจะถามเรื่องดอกไม้ที่อยากจะซื้อ ส่วนเขาก็อยู่แค่หน้าร้านดูดอกไม้ที่ถูกจัดวางไว้ในส่วนข้างหน้าร้าน


เขาปล่อยโกลด์อีออกมาและดูเหมือนว่าบูจาราตี้ก็ปล่อยสติ๊กกี้ ฟิงเกอร์ออกมาเช่นกัน


แสตนด์ทั้งสองเชยชมกับดอกไม้ไปพลาง พวกแสตนด์ก็มีมุมแบบนี้เหมือนกับคนธรรมดาซึ่งมองแล้วก็น่าเอ็นดู


“ดอกไม้ที่นี่ก็สวยใช่ย่อย..”


เขานั่งยองมองดอกทิวลิปตรงหน้า ก่อนที่จะสัมผัสได้ถึงบางสิ่งมาวางอยู่บนศรีษะตนเอง พอเงยหน้าขึ้นก็พบว่าแสตนด์ของตัวเองเอามงกุฎดอกไม้มาวางไว้ที่หัวของเขา ทั้งโกลด์อีและสติ๊กกี้ ฟิงเกอร์มีมงกุฎดอกไม้ประดับอยู่บนศรีษะของทั้งสองด้วยเช่นกัน


“ทำมาให้ฉันหรอโกลด์อี?...ขอบคุณนะ” คนเป็นผู้ใช้ยกมือขึ้นลูบหัวแสตนด์ของตัวเอง ตัวแสตนด์เองก็ขี้อ้อนใช้ได้คลอเคลียฝ่ามือของผู้ใช้กลับ


ตัวเจ้าของสติ๊กกี้ ฟิงเกอร์ออกมาจากร้าน เจ้าตัวมองแสตนด์ตัวเองที่มีมงกุฎดอกไม้ประดับอยู่ก็นึกแปลกใจ”ไปเล่นอะไรมาล่ะเนี่ยสติ๊กกี้ ฟิงเกอร์” ตัวแสตนด์ไม่ได้พูดแต่ก็ดูออกได้ว่ากำลังอวดของเล่นใหม่ที่ทำกับโกลด์อีให้เจ้าของดู


“ไม่ได้ซื้อดอกไม้มาหรอบูจาราตี้?” โจรูโน่สังเกตเขาไม่เห็นช่อดอกไม้จากมือของอีกฝ่ายเลยสักช่อ


“อื้อ ไม่รู้สิ...ยังเลือกไม่ถูกเลยน่ะ ถ้างั้นกลับกันเถอะ ธุระของฉันก็เสร็จแล้วเรียบร้อยแล้วด้วย”


???


“ห๊ะ-ธุระอะไร เสร็จตอนไหน???”  โจรูโน่ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก ก็ธุระอะไรนั่นบูจาราตี้บอกว่ายังไม่ถึงเวลาได้ แต่กลับมาบอกว่าทำเสร็จแล้ว

แ-แล้วไปทำเอาช่วงไหนกัน? หรือเจ้าตัวทำแล้วแต่เขาไม่รู้ตัว?


โอเค เริ่มมึนไปหมดแล้ว


“บ-บูจาราตี้ ธุระที่นายบอกอะไรนั่น ที่ว่าเสร็จแล้วคืออะไรอธิบายให้เข้าใจกว่านี้หน่อยสิ”


โจรูโน่ถามตลอดทางกลับด้วยความสงสัย แต่คนโดนถามก็ไม่ปริปากบอกอะไรมาตลอดทางด้วยเช่นกันจนเขาเริ่มจะฉุน บูจาราตี้จะกั๊กอะไรอีกหนักหนา ทำไมถึงไม่ยอมบอกอะไรเขาสักอย่างเลยทั้งเรื่องธุระไหนจะลากเขาออกมาข้างนอกแต่หัววัน สรุปอีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่


จนมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูที่พักรวมของพวกเขา ก่อนที่จะได้เปิดประตูเข้าไป โจรูโน่จับมือของบูจาราตี้แล้วสบตากับอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด


“บูจาราตี้! พูดอะไรสักอย่างบ้างสิ นายไม่ยอมบอกอะไรผมสักอย่างสรุปนายต้องการอะไรกันแน่!”  โจรูโน่แผดเสียงใส่อีกฝ่ายด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว


ร่างสูงมองนิ่งก่อนจะยกยิ้มออกมา


“ธุระของฉันคือลากนายออกมาข้างนอกจนกว่าเจ้าพวกนั้นมันจะเตรียมอะไรเสร็จน่ะ”


“ห๊ะ─”


ไม่รีรอให้เจ้าตัวได้คิดอะไร บูจาราตี้ดึงมือของโจรูโน่แล้วเปิดประตูเข้าไปในที่พักทันที


ปั้ง!! ปั้ง!!


Buon Compleanno Giorno!!


!!?


เสียงพลุกระดาษดังออกมาถี่ๆตามออกมาด้วยเสียงของทุกๆคนในทีม..ฟูโก้ มิซูต้า นารันช่า ทริช ถึงอาบัคคิโอ้จะไม่ได้พูดแต่เจ้าตัวก็มีส่วนร่วมเป็นคนดึงพลุกระดาษ


เศษกระดาษสีและเส้นสายรุ้งฟลุ้งกระจายไปเต็มทั่วห้อง ก่อนที่ภาพทั้งหมดจะค่อยๆปรากฏเป็นทุกๆคนในทีมยืนรอต้อนรับการกลับมาของเขาและบูจาราตี้


เขางงไปหมดแล้ว..วันเกิดใคร เขาหรอ?? อะไร??ทำไม??


“อะไร?ทำหน้างงแบบนั้นอย่าบอกนะว่าลืมวันเกิดของตัวเองว้า” มิซูต้าเลิกคิ้ว


“วันนี้วันเกิดนายนะโจรูโน่ ลืมแล้วหรือไง” ทริชเอ่ยเตือน เขาครุ่นคิดทวนอยู่สักพัก


วันนี้...วันนี้...วันที่16งั้นหรือ?


“วันนี้วันที่16…?”


“ใช่ วันเกิดนายไง ทำมาเป็นลืมไปได้เจ้าบ้า” มิซูต้ากอดอกทำท่าฮึดฮัด


“ความจำสั้นไปหรือไงไอหนู ให้ฉันเคาะกะโหลกให้มั๊ย” อาบัคคิโอ้เอ่ยแทรกขึ้น


“น่า อาบัคคิโอ้” ฟูโก้ยิ้มแห้งพลางยกมือปรามอาบัคคิโอ้


“อาบัคคิโอ้ก็เป็นงี้ล่ะฟูโก้~ จริงๆก็ตั้งใจร่วมแผนกับพวกเราสะเต็มที่เลยไม่ใช่หรือไง อาบัคคิโอ้น่ะปากแข็งออกจะตาย -3-” นารันช่ายู่ปาก


“ชิ” คนปากแข็งส่งเสียงจิ๊


“ไปนั่งคุยข้างในกันเถอะ ยืนคุยอยู่มันก็เหมื่อยเอาเปล่า”


“ช่ายๆ ไปกินเค้กกันเถอะโจรูโน่ พวกเราช่วยกันทำสุดฝีมือเลยนะ!”


นารันช่า มิซูต้าและทริช ดันให้โจรูโน่ไปยังครัวโดยมีฟูโก้ อาบัคคิโอ้และบูจาราตี้ตามมาไล่หลัง พอไปถึงก็พบเค้กสีขาวชิ้นใหญ่วางไว้กลางโต๊ะ


สภาพห้องครัวถึงจะไม่ค่อยโสภาสักเท่าไหร่ เพราะยังมีคราบแป้งติดอยู่บ้างก็เถอะ แต่ก็รู้ได้ว่าพวกเขาร่วมด้วยช่วยกันตั้งใจสุดฝีมือ


นารันช่าจัดแจงให้เจ้าของวันเกิดนั่งลง พวกเขาทั้งหมดยืนห้อมล้อมอยู่ข้างๆ โจรูโน่จ้องเค้กตาไม่กระพริบ


“เค้กนี่พวกเราให้ทริชเป็นคนสอนทำเองล่ะ ถึงตอนทำมันจะมีวุ่นอยู่บ้าง..”


“ก็ไข่มันมี4ฟองนี่นา มันอัปมงคลนะเว้ย!!”


“มิซูต้าา นายยังไม่เลิกคิดมากกับอีเลข4อีกหรอยะ”


“เธอไม่เข้าใจว่ามันน่ากลัวขนาดไหนเน่!!”


“สตอเบอรี่นี่อาบัคคิโอ้เป็นคนปักให้เลยนะโจรูโน่!”


“โห่ย นารันช่า!”


ท่ามกลางเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ โจรูโน่มองเค้กที่ทุกคนทำมาให้กับตนด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขาไม่เคยฉลองวันเกิดตัวเองมาก่อน แม้แต่คนในครอบครัวก็ไม่เคยจะให้ความสำคัญอะไรกับมัน เขาคิดว่าวันเกิดมันก็แค่วันธรรมดาๆวันนึงไม่ได้มีอะไรพิเศษต่างจากวันอื่น


แต่เขาก็ต้องเปลี่ยนความคิดนั้น


เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันทำให้จิตใจของเขาพองโตแทบจะทะลุ ไม่คาดฝันว่าจะมีคนให้ความสำคัญกับเขาถึงมันจะเป็นแค่วันเกิดก็ตาม แต่มันก็จะเป็นวันเกิดที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาเลยก็ว่าได้


“ขอบคุณนะทุกๆคน…”


“นี่เป็นของขวัญที่ดีสุดในชีวิตของผมเลยล่ะ” โจรูโน่หลุบตาลงแล้วระบายยิ้มเต็มริมฝีปากเปี่ยมไปด้วยความสุขจากใจ


ทุกคนยิ้มรับกับคำตอบของเจ้าของวันเกิด ไม่คิดว่าไอคนที่คีพคูลอยู่ตลอดเวลาวันนี้จะยิ้มแย้มออกมาได้เหมือนกับพวกเราๆในทีมได้


มันพิสูจน์ว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้หยิ่งหรือทะนงตัวอะไร เจ้าตัวจับต้องได้เหมือนกับพวกเขา


พวกเขารวมถึงโจรูโน่ลงมือกันกินเค้กในทันทีซึ่งก็มีเสียงพูดคุยอยู่เป็นระยะๆทำให้บรรยากาศครื้นเครงอยู่ตลอดดั่งที่อยู่เป็นทุกวัน มิซูต้างอแงยกใหญ่เมื่อตัวเองได้เค้กชิ้นที่4ซึ่งเค้กชิ้นนั้นก็ตกมาเป็นของโจรูโน่ นารันช่ากับฟูโก้เริ่มสังเวียนมวยจนเกือบจะห้ามกันแทบไม่ทัน  ไม่รู้ทำไมบรรยากาศในตอนนั้นโจรูโน่กลับหัวเราะออกมาด้วยความสนุกอย่างที่ไม่เคยเป็น


ก็ไม่ได้แย่ไปสะทีเดียว


งานจบทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันไปอยู่ในที่ของตัว มีเพียงแค่โจรูโน่กับบูจาราตี้ที่ออกมาเดินเล่นข้างนอกในยามค่ำคืนที่เงียบสงบ


ราตรีนี้จะมีเพียงแค่สองเรา


“นายวางแผนกับพวกนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะบูจาราตี้?”

โจรูโน่เงยมองดวงดาวบนท้องฟ้าแล้วหันไปหาถามบูจาราตี้ที่เดินขนาบข้างด้วยกัน


เขาคิดว่าคงจะเตรียมการจัดแจงแผนกันอย่างดี ขนาดตัวเขาที่มีไวพริบเองยังไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าพวกนี้วางแผนอะไรกัน


“ก็...สองวันก่อนได้”


“แล้วพวกนายยังอุส่าจำวันเกิดของผมได้...ขนาดตัวผมเองยังลืมไปเกือบสนิท”  


เขาเกือบจะลืมไปด้วยซ้ำว่าตัวเองเคยบอกวันเกิดให้กับคนในทีม เป็นฝ่ายบอกแท้ๆแต่ดันมาลืมก่อนคนนอกก็น่าขำดีเหมือนกัน


“จริงๆก็เกือบลืมถ้าไม่ได้ดูที่เขียนไว้ที่ปฏิทินอ่านะ..”


“นี่นายมาร์คไว้ที่ปฏิทินเชียวหรอ....ของทุกคนก็ด้วยว่างั้น”  โจรูโน่ไม่คิดว่าบูจาราตี้จะลงทุนเขียนลงในปฏิทิน อีกฝ่ายให้ความสำคัญกับเขาและคนในทีมมากสะจนเหมือนแม่เข้าให้ทุกวันแล้ว


“ก็มันชิน” บูจาราตี้ไหวไหล่


“วันนี้ที่พาผมออกมาข้างนอกตลอดทั้งวัน..สนุกชะมัด” เขาบิดขี้เกียจ


พอนึกถึงเรื่องในวันนี้ที่มันเกิดขึ้น ถึงเขาจะยึดติดกับธุระที่ว่าของอีกฝ่ายมากไป แต่พอปล่อยใจลืมเรื่องของมัน  ก็พูดได้เต็มปากว่าวันนี้เป็นวันที่เขาผ่อนคลายกว่าทุกวันเพราะอีกฝ่ายเลยแท้ๆ


“ถ้านายชอบจะพาไปทุกวันก็ได้..ถ้าวันนั้นไม่มีงานเข้ามานะ” นอกจากทำงานแล้วเขาก็อยากจะหาเวลามาเดินชิวบ้างเหมือนกัน


“แค่เลี้ยงพุดดิ้งก็พอ”


“ติดของหวานไปได้”


ทั้งสองเดินมาหยุดที่สถานที่แห่งความทรงจำ ที่ๆคนสองฝ่ายต่างเจอกันเป็นครั้งแรก มันมีความทรงจำช่างชวนให้น่าคิดถึงเลยทีเดียว


โจรูโน่กระโดดขึ้นนั่งบนรั้วเหล็กเหมือนในคราแรกที่เจอกัน สายตาทอดมองผืนน้ำกว้างอย่างเลื่อนลอย


แม้แต่แสงจันทร์ก็ยังแพ้ต่อออร่าของโจรูโน่ โจบาน่า..


คนอะไรจะมีเสน่ห์น่าดึงดูดได้ขนาดนี้


“โจรูโน่….อันที่จริงฉันมีอะไรจะให้นายด้วย..”

บูจาราตี้เข้าไปใกล้ๆชายหนุ่มก่อนที่จะทำสิ่งที่ไม่คาดคิด


เขาเรียกซิปที่ไหล่ข้างนึงของตนและเมื่อรูดลงสิ่งที่ปรากฏคือดอกไม้นานาพันธุ์นานาชนิดระเบิดออกมาจำนวนมากราวกับพลุกระดาษเมื่อตอนเย็น



...นี่มัน



ในแววตาของโจรูโน่ปรากฏภาพสะท้อนดอกไม้ที่ลอยฟรุ้งเต็มอากาศ เขาอ้าปากเหวอมองมันด้วยความอัศจรรย์ใจ


ราวกับช่วงเวลานั้นได้ถูกหยุดลงไว้ชั่วขณะ


ดอกไม้ค่อยๆร่วงโรยลงสู่พื้นปูน บูจาราตี้เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายก็พอจะเดาได้ว่าตกใจไม่น้อย


ตอนที่ไปร้านขายดอกไม้เขาเข้าไปเขาไม่รู้ว่าจะซื้อดอกไม้อะไรให้กับโจรูโน่ ไอเดียในตอนนั้นเลยเล่นเหมาดอกไม้ทั้งหมดจากคนขายแล้วยัดทั้งหมดนั่นใส่เข้ามาในตัวเหมือนกับที่เคยใส่กล้องมาแล้ว


ว่าจะเซอร์ไพรส์ตอนเข้าที่พัก แต่คงโดนพวก

นารันช่างอแงใสแหงๆ ก็แผนที่อุส่าเตรียมมาโดนเขาแย่งซีนน่ะ


“ที่ร้านดอกไม้ ที่ฉันไม่ได้ซื้ออะไรติดมือมาจริงๆคือยัดอยู่ในตัวนี่ล่ะ ไม่รู้ว่าจะซื้อดอกอะไรให้นายดีเลยเหมาให้หมด-”


“ขอบคุณนะบูจาราตี้....” โจรูโน่เอ่ยแทรกขึ้น


“ทั้งพาไปแวะที่ต่างๆ..ทั้งความเอาใจใส่ของนายแล้วก็ดอกไม้นี่..ผม…ไม่รู้จะพูดยังดีล่ะ”  เขาเม้มปาก


“ขอบคุณสำหรับทุกๆอย่างนะบูจาราตี้..ขอบคุณที่มอบครอบครัวที่แสนวิเศษให้กับผม..และคอยอยู่เคียงข้างมาเสมอ...มันจะเป็นความทรงจำที่จะไม่มีวันให้จางหายไปตลอดการเลยเด็ดขาด”


ดวงเนตรสีมรกตเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกมั้งหมด มันสั่นเครือระริกและน้ำสีใสก็ค่อยๆหยดลงจากนัยน์ตาทั้งสองข้าง


นี่เป็นครั้งแรกของโจรูโน่ที่เขาน้ำตาร่วง แต่มันเป็นน้ำตาแห่งความสุขที่หลั่งออกมาแทบจะไม่หยุดในทันที บูจาราตี้ได้รับทุกถ้อยคำและความรู้สึกของอีกฝ่ายที่ส่งผ่านทางคำพูดนั่น เขาคลายยิ้มออกพลางยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้กับอีกฝ่าย


แล้วค่อยๆโน้มหน้าลงประทับริมฝีปากของตนลงบนริมฝีปากอวบอิ่มของโจรูโน่ มันเป็นจูบที่ไม่ได้รุนแรงหรือเร้าร้อน แต่มันเป็นสัมผัสอันอบอุ่นและละมุนไร้ซึ่งการเร้าหรือรุกล้ำใดๆ


เป็นจูบอันอ่อนโยนที่ทำให้ตัวของทั้งสองคล้อยตามกันไป ยากที่จะลืมเลือน


ในค่ำคืนนี้คนทั้งสองได้เป็นหนึ่งเดียวกัน


บูจาราตี้ผละริมฝีปากออกจากโจรูโน่อย่างแผ่วเบา ถึงมันจะไม่ได้ใช้เวลานานอะไร แต่รู้สึกได้ ว่ามันช่างยาวนานราวกับว่าทุกอย่างในตอนนั้นถูกหยุดลงอยู่ในโลกของสองเรา


ทุกอย่าวมันลงตัวกันไปหมด


“.....สถานะของพวกเราตอนนี้นี่คลุมเครือใช้ได้เลย

เนอะ….ไอที่จูบกันเมื่อกี้นี้ด้วย” บูจาราตี้ลูบท้ายทอยแก้เขิน


“บรรยากาศมันพาไปต่างหาก..” โจรูโน่ยกแขนขึ้นป้องปากตัวเองด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ เป็นภาพที่เรียกเสียวหัวเราะอ่อนให้เขาเลยทีเดียว


“...อยากฟังสิ่งที่อยู่ในใจฉันมาตลอดไหมโจรูโน่?” บูจาราตี้กุมมืออีกฝ่าย


“ตลอดที่ผ่านมาฉันไม่แน่ใจกับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อนาย โจรูโน่ ...ฉันรู้ว่าไอความรู้สึกนั่นคือเริ่มมีใจให้กับนาย แต่ก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดีว่านั่นเป็นเพียงแค่ความรู้สึกชั่วคราวหรืออย่างไร...”  เขาสบตากับดวงเนตรใส


“แต่เมื่ออยู่กับนายมาเรื่อยๆ ฉันก็รู้ว่าความรู้สึกนั่นมันเป็นของจริง”  บูจาราตี้แนบหน้าผากลงกับหน้าผากของอีกฝ่ายหลุบตาลงซึมซับความรู้สึกที่ส่งผ่านซึ่งกันและกัน


“ฉันรักนายโจรูโน่..ตอนนี้พูดได้เต็มปากเลย”


คำพูดของบูจาราตี้ทำให้โจรูโน่แทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ..อีกฝ่ายเล่นสารภาพความในใจของตัวเองออกมาหมดเปลือกแบบนั้น ไม่เขินก็บ้าแล้ว…


ใบหน้าของเขาเริ่มขึ้นสีชาดแล้วค่อยๆแปรเป็นแดงแจ๋เหมือนมะเขือเทศสุก  ตัวคนพูดอดเอ็นดูไม่ได้ทุกครั้งที่อีกฝ่ายแสดงปฏิกิริยาแบบนี้


“หน้าแดงบ่อยจริงนาย”


“ก-ก็เพราะใครกันเล่า” โจรูโน่มองค้อนใส่ด้วยเรือนแก้มสีระเรื่อ


อีกฝ่ายหาเรื่องให้เขาหน้าแดงได้ตลอดเลย ให้ตายสิ


“แล้วนายล่ะ...เวลาอยู่กับฉันรู้สึกยังไง ก็ตอบออกมาตามตรงอย่าโกหกเพื่อให้ฉันรู้สึกดีเชียว”


บูจาราตี้เปลี่ยนมาทำหน้าจริงจัง เมื่อเขาสารภาพความในใจของตัวเองไปแล้วเขาก็อยากฟังความในใจของเจ้าตัวหน้าว่าคิดแบบเดียวกับที่เขาคิดอยู่หรือเปล่า


“ผม….” โจรูโน่เม้มปากแน่นด้วยท่าทีประหม่า


“เวลาที่อยู่กับนายมันให้ความรู้สึกที่แตกต่าง

ต่างจากที่อยู่กับคนอื่นๆในทีม มันให้ความรู้สึกที่พิเศษกว่า..”


“มันอบอุ่นและรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับนาย”


เขายกมือขึ้นมาวางทาบอก


“เวลาอยู่กับใครสักคนแล้วรู้สึกดีที่อยู่กับเขา ..แบบนี้มันเรียกว่ารักได้หรือเปล่าบูจาราตี้”


“ถ้าความรู้สึกของนายมันยอมรับว่าใช่ นั่นล่ะคือคำตอบ” เขาใช้นิ้วไปจิ้มที่อกอีกฝ่ายให้เจ้าตัวได้คิดไตร่ตรองก่อนจะเอ่ยถามขึ้น


“ตอนนี้ความรู้สึกของนายมันบอกว่าอะไรล่ะ?”



….




โจรูโน่พยักหน้าให้แทนคำตอบ ...แค่นี้ก็รู้พอแล้ว


บูจาราตี้สวมกอดโจรูโน่เต็มอ้อมซึ่งโจรูโน่ก็ตอบรับกอดนั่นอย่างดี เขาลูบกลุ่มผมสีทองบลอนด์อย่างแผ่วเบา มันเป็นสัมผัสที่นุ่มและคุ้นเคย ซึ่งให้ความรู้สึกสบายอย่างรู้ได้


“ตั้งแต่ที่นายเข้ามา ...จิตใจของฉันที่เคยค่อยๆตายด้านอย่างช้าๆกลับมามีชีวิตอีกครัังก็เพราะนาย..”


“นี่แหล่ะความสุขที่แท้จริง ...ขอบคุณนะโจรูโน่”


เขาคลี่ยิ้มบาง มันเป็นยิ้มที่อบอุ่น และแฝงไปด้วยความอ่อนโยนของเจ้าตัว


คนฟังยิ้มรับความรู้สึกของอีกฝ่าย


“ฉันก็อยู่เคียงข้างนายเสมอ  ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะไหนก็ตาม ”


“ผมก็ด้วย....จะคอยอยู่ข้างๆคุณไม่ว่าจะอยู่ในฐานะไหนหรือตอนได้เป็นบอสแล้วก็ตาม”


“แบบนั้นฉันต้องรู้สึกยังไงที่มีบอสตัวเองเป็นคนรักเนี่ย”


ทั้งสองระเบิดหัวเราะอย่ามความสุขท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องมาในยามค่ำคืน มันเป็นราตรีแห่งความสัมพันธ์ที่อบอวลไปทั่วบรรยากาศในนีอาโปลิสที่คนทั้งสองรวมเป็นหนึ่งเดียว พวกเขาจะเรียนรู้ในจุดนี้ไปด้วยกันเป็นความเกื้อกูลที่มีต่อกันไปอีกชั่วนาน...



……….



แต่ใช่ว่าจะไม่มีใครเห็นมุมสีชมพูของทั้งสองสะหน่อย

.

.

.

.



“เน่ฟูโก้ เลิกปิดตาฉันสักทีเส่มองไม่เห็นทั้งสองคนแล้ว”


“ไม่คิดว่าบูจาราตี้กับโจรูโน่จะมีความสัมพันธ์แบบนี้นะเนี่ย..”


“ชิ เจ้าบูจาราตี้โดนเด็กนั่นมันตุ๋นสะเปื่อยเชียว”


“โรแมนส์ยิ่งกว่าหนังรักที่ฉันดูบ่อยๆอีก!”


“จะอินอะไรเบอร์นั้นยะนาย”


ในมุมมืดก็ยังมีคนแอบส่องอยู่นะ :)


ว่าไปนั่น



ผลงานอื่นๆ ของ JongTamDee

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 29 กันยายน 2563 / 13:41

    น่ารักกกมากเลยล่ะค่ะ! ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านนะคะ! แอบสงสารน้องนารันช่า อดเห็นของดีนะเนี่ย5555

    #7
    0
  2. วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 21:15

    ขอบคุณที่แต่งมาให้ได้อ่านนะคะ

    #6
    1
    • #6-1 JongTamDee
      26 กรกฎาคม 2563 / 22:15
      ขอบคุณเหมือนกันนะเตงดีใจที่เตงชอบนะคะ 🥺🥺🙏🙏💕💕
      #6-1
  3. #5 Eieiza
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 13:20

    อุแงงงงงงง เรือหนูววว ไรท์แต่งดีมากๆค่ะอบอุ่นมากเลย ชอบบบu////u

    #5
    1
    • #5-1 JongTamDee
      29 พฤศจิกายน 2562 / 20:37
      ขอบคุณค่าาา/// ดีใจที่ได้เจอเรือเดียวกันนะคะ!
      #5-1
  4. #4 devil hanny (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 02:13

    ฮึกกกกดีใจมากค่ะ​ที่เจอคู่นี้​ขอบคุ​ณไรท์​มากเลยนะคะ
    เราชอบบบคู่นี้มากกกกกกก
    เจอไรท์เเต่งเเล้ว​ดีใจมากๆเลยค่ะฮือออออ

    ภาษาสวยมากค่ะ​อ่านเเล้วอินไปกับเนื้อเรื่องเลย​ ติดตามเรื่องต่อไปนะคะ
    #4
    2
    • #4-1 JongTamDee(จากตอนที่ 1)
      6 ตุลาคม 2562 / 04:19
      เราก็โดนเรือนี้ตกตั้งแต่เเรกดูเหมือนกันค่ะ เรือนี้ให้ฟีลอบอุ่นมากสำหรับเราถึงมม.เรือมันจะออกเศร้าๆ ;;; //อยากให้มีมม.อบอุ่นเยียวยาตับบ้างล่ะนะ ฮาา

      เรามองนังแม่เปงผู้ใหญ่ขี้แกล้ง ที่ชอบแกล้งชอบตีหน้าซื่อฉวยโอกาศสกินชิปน้องแบบเนียนๆ น้องโน่ตามไม่ทันล้าวว

      ขอบคุณจริงๆที่แวะเข้ามาอ่าน ถ้ามีโอกาศจะแต่งอีกนะคะ! #เราจะพายไปด้วยกานน
      #4-1
    • #4-2 devil hanny(จากตอนที่ 1)
      10 ตุลาคม 2562 / 17:51

      จริงค่ะ เรือนี้อบอุ่นจริงๆค่ะ ;;;\\\\\\;; เเม้ว่าเรือจะเศร้าเเต่เรา

      พายไปด้วยกันค่ะ! มองมุมเดียวกันเลยค่ะ อรั้ยยยย ขำน้องโน่วตามไม่ทันเเล้วว

      5555
      รออ่านเลยค่ะ!💓💓💓💓
      #4-2
  5. #3 devil hanny (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 00:49

    ดีมากเลยค่ะ อ่านเเล้วอบอุ่นหังใจมากๆๆๆๆค่ะ เเงง เราชอบคู่นี้ตั้งเเต่เพิ่งเริ่มดูเลยยิ่งเห็นฟิคยิ่งดีใจมากกกกกค่ะ ขอบคุณนะคะ เเต่งอีกนะคะ~!>/////< เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ สู้ๆๆๆๆค่ะ
    #3
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #3-2 JongTamDee(จากตอนที่ 1)
      6 ตุลาคม 2562 / 04:20
      ดีใจที่ได้เจอเรือเดียวกันน้าาเตงY////Y
      #3-2
  6. #2 MoMaykk (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 20:45
    ว้ากกกกกกกก แต่งน่ารักมากเลยยยยY///////Y
    #2
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #2-2 JongTamDee(จากตอนที่ 1)
      3 พฤษภาคม 2562 / 05:04
      แงงงง ขอบคุณนะคะ;;//////;; คู่นี้นึกขึ้นทีไรแล้วฮีลตับอุ่นๆทุกทีเลยค่ะถึงความเป็นจริงจะม่าก็เถอะ กระซิกๆ ดีใจที่เตงชอบนะ! ////<3
      #2-2
  7. #1 ...kagerou... (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 22:28

    เขินโว้ยยยย ยิ้มจนเมื่อยแล้วเนี้ยยยยย
    #1
    1
    • #1-1 JongTamDee(จากตอนที่ 1)
      16 เมษายน 2562 / 23:13
      ขอบคุณค่าา //แม่บุจจะโปรยมนส์ใส่ทุกคลเองง--
      #1-1