RayGuard
ดู Blog ทั้งหมด

บทเพลงที่ 11 แผนการ

เขียนโดย RayGuard

บทเพลงที่  11  แผนการ


อากาศตอนเช้ามืดที่แจ่มใส  นกน้อยต่างกางปีกโบยบินออกจากรังนอนอันอบอุ่นส่งเสียงร้องรับกันเซ็งแซ่ต้อนรับแสงตะวันอ่อนๆที่กำลังจะสาดส่องคืนชีวิตให้ผืนดินทว่าท่ามกลางบรรยากาศสงบร่มรื่นเหมาะแก่การนอนหลับพักผ่อนเป็นยิ่งนักแต่ภายในห้องบรรทมของสองผู้สูงศักดิ์แห่งคาโนวาลกลับร้างไร้ผู้คน

กุกกัก กุกกัก..

เสียงรื้อค้นข้าวของดังลอดออกมาเบาๆจากทางห้องเล็กที่เชื่อมติดกับห้องบรรทมของกษัตริย์แห่งคาโนวาล  ที่นั่นเฟรินกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดียวกันกับเมื่อคืน  มือบางค้นหาบางอย่างจากลิ้นชักชั้นที่สองของโต๊ะเขียนหนังสือนั้นอย่างขะมักเขม้น 

ภายในลิ้นชักเล็กๆเต็มไปด้วยสิ่งของมากมายทว่าถ้าหากเทียบกับเมื่อก่อนแล้วของเหล่านั้นมันก็เป็นเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้น

ใช่แล้ว..อุปกรณ์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ถูกอัดแน่นอยู่ในลิ้นชักนี้ก็คือของวิเศษจากเดมอสที่เฟรินแอบหยิบออกมาได้ก่อนที่จะถูกคาโลยึดกระเป๋าใบเก่งของเธอไปแต่ของที่เอาออกมาได้นั้นก็ล้วนแล้วแต่เป็นของไร้ประโยชน์(ในสายตาเฟริน)ทั้งสิ้น  ด้วยความที่ว่าหญิงสาวไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนและไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้เรื่องประเป๋าใบสำคัญของเธอทำให้เฟรินไม่ทันระวังจึงถูกคาโลฉกกระเป๋าไปได้อย่างง่ายดายแถมตอนนี้ยังไม่รู้ว่ากระเป๋าเจ้ากรรมถูกเอาไปไว้ที่ไหนเสียแล้วด้วย

เฟรินค้นของในลิ้นชักรกๆนั่นอยู่พักในที่สุดมือของเธอก็สัมผัสถูกของลื่นๆทรงกระบอกชิ้นหนึ่งเข้า  หญิงสาวค่อยๆหยิบมันออกมาเผยให้เห็นขวดแก้วใสใบน้อยภายในบรรจุของลักษณะทรงกลมเล็กๆสีเหมือนลูกกวาดจำนวนมากไว้ซึ่งในตอนนี้มันเหลืออยู่เพียงครึ่งขวดเท่านั้น

เฟรินถือขวดแก้วขึ้นในระดับสายตา  เขย่าขวดน้อยๆให้ลูกกลมๆภายในกระทบกันดังก๊องแก๊งพลางมองมันอย่างเหม่อลอยก่อนใบหน้าของเธอจะค่อยระบายรอยยิ้มขึ้น

คงถึงเวลาแล้วล่ะมั้ง..  เฟรินคิดกับตัวเอง  ร่างบอบบางยันกายขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะตวัดตัวเดินออกไปจากห้องและขณะที่เฟรินกำลังจะก้าวเท้าออกจากกรอบประตูห้องเล็กนั้นไปนั่นเองของสิ่งหนึ่งก็ถูกทิ้งลงไปยังถังขยะใบน้อยที่วางหลบอยู่ที่มุมห้องเขียนหนังสือ

เสียงแก้วกระทบกับก้นถังขยะดังขึ้นเบาๆ  ขวดแก้วใสกลิ้งตัวน้อยๆก่อนจะหยุดลงโดยหงายด้านที่มีฉลากเล็กๆแปะอยู่ขึ้นมาพอดี  บนฉลากนั้นเขียนไว้ว่า..

ยาคุมกำเนิด..


/////////////////////////////////////////////////////


ภายในห้องอักษร ณ ตำหนักใน..

คาโลกำลังนั่งอ่านฎีกากองโตที่ทิ้งค้างเอาไว้จากเมื่อวาน  กองหนังสือรายงานสภาพการณ์ของหัวเมืองน้อยใหญ่ในคาโนวาลค่อยลดจำนวนลงเรื่อยๆตามเวลาที่เสียไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง 

ชายหนุ่มนั่งอ่านไปอย่างใจเย็น  สีหน้าเรียบสงบจนกระทั่งมาถึงฎีกาฉบับหนึ่ง.. 

ใบหน้าคมคายเริ่มเคร่งเครียดเมื่อสายตาไล่อ่านตัวหนังสือในนั้นไปได้พักใหญ่ทันทีที่อ่านจบชายหนุ่มก็จัดการปิดฎีกาลง  เอนหลังพิงพนัก  คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันพลางหลับตาอย่างคนใช้ความคิด  ท่าทางของนายเหนือหัวทำให้เอลลิคที่เตรียมจะส่งรายงานฉบับต่อไปให้หยุดชะงักและมองสีหน้าเหนื่อยล้าของกษัตริย์หนุ่มด้วยความเป็นห่วง

เขาจำได้ดี.. รายมือบนปกฎีกานั่นเป็นของเคฟ  ผู้ว่าการและควบตำแหน่งผู้ปกครองดูแลเมืองโฮรัน  เมืองชายแดนทางตอนใต้ของคาโนวาลที่ที่ตอนนี้มีปัญหาใหญ่เรื่องกลุ่มกองโจรดีมันที่ออกอาละวาดไปทั่วหลังจากที่ถูกปราบราบคาบไปแล้วเมื่อหนึ่งปีก่อนแต่ตอนนี้มันกลับมาอีกครั้งพร้อมกับความน่ากลัวและจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นแบบที่เมื่อก่อนเทียบไม่ติด

"กองโจรดีมันอีกแล้วหรือกระหม่อม" เอลลิคทูลถาม  คาโลปรือตาขึ้นพร้อมตอบกลับ

"ใช่"

"พักนี้ดูพวกมันจะหนักข้อขึ้น  ยิ่งในช่วงที่ฝ่าบาทนำทัพออกไปรบเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อน  มันก็เล่นขนคนบุกเมืองอย่างไม่เห็นกฎหมายอยู่ในสายตา" 

เอลลิคพูดอย่างเจ็บแค้นกับการกระทำอันอุกอาจของพวกคนถ่อย  พวกมันทำการอย่างโหดเหี้ยม  ทั้งฆ่า  ปล้น  ชิงทรัพย์..  และถึงแม้ว่าทางการจะระดมคนออกกวาดล้างอยู่หลายครั้ง  ทว่าทุกครั้งก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า  พวกมันราวกับนกรู้ทันทีที่ทหารยกทัพไปดักรอมันก็จะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับรู้ข่าวคราวล่วงหน้าและบางครั้งยังมีการวางแผนซ้อนดักซุ้มฆ่าทหารตายเป็นเบือก็มี 

พอคิดแล้วก็ให้เจ็บใจเอลลิคกัดฟันแน่นก่อนจะพูดสืบไปด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์

"กระหม่อมล่ะอยากจะเป็นคนไปจัดการพวกมันเองจริงๆให้มันรู้กันไปสิว่าเราจะเสียทีให้พวกมันได้ตลอด.. อ๊ะ!! ขออภัยกระหม่อม  หม่อมฉันไม่ควรแสดงอารมณ์กับพระองค์.." 

คาโลเงยหน้ามององครักษ์หนุ่มที่ก้มหัวให้ก่อนจะถอนใจ

"ใจเย็นเถอะเร่งรีบทำอะไรไปตอนนี้ก็มีแต่จะเข้าทางพวกมันเสียเปล่าๆ"  คาโลลุกจากเก้าอี้เดินไปที่หน้าต่าง  "ยิ่งเรายังไม่รู้ว่า 'ใคร' ที่เป็นตัวบงการอยู่เบื้องหลังพวกมันกันแน่"

เอลลิคมองตามร่างอดีตเจ้าชายน้อยที่เขาอารักขาดูแลมาแต่เล็ก  คนที่มักจะตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างสุขุมรอบครอบเสมอมาไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายหรือร้ายแรงเพียงใด

ท่าทีที่เยือกเย็น  ความละเอียดรอบครอบรวมไปถึงสติปัญญาและความสามารถที่ถึงแม้จะยังทรงพระเยาว์แต่ก็ยังยากจะหาผู้เทียบเทียม  ยิ่งมาบัดนี้เจ้าชายของเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่และสมบูรณ์เพียบพร้อมไปทุกด้านดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่เขาจะยอมเชื่อถือจนหมดใจโดยไม่มีข้อกังขาใดๆต่อการตัดสินใจของคนๆนี้เพราะฉะนั้นหากนายของเขาบอกให้คอย.. เขาก็จะคอย  แต่นั่นมันไม่ได้รวมถึงความรู้สึกหงุดหงิดขัดใจต่อการกระทำของพวกมันเสียหน่อย  ตัวเขาเองแทบอยากจะออกไปลากคอพวกมันออกมาเองเสียเดี๋ยวนี้ถ้าไม่ติดว่าเจ้านายองค์น้อยของเขาบอกให้รอ.. รอให้ถึงเวลาที่แหดักจะถูกกางออกจนสุดและพวกมันพลัดตกลงมาก่อนค่อยกระตุกบ่วงล้อมจับพวกมันให้หมดในคราวเดียว 

โดยเฉพาะไอ้เจ้าตัวที่มุดหลบอยู่เบื้องหลังนั่น!!

เรื่องแผนลับในครั้งนี้เขาเองก็เพิ่งจะได้รู้เมื่อไม่กี่วันก่อนตอนที่ตามองค์ราชินีไปถึงเวนอล  ตอนนั้นฝ่าบาทได้ใช้ห้องๆหนึ่งในวังหลวงของเวนอลเป็นที่ประชุมลับปรึกษาหาลือวางแผนบางอย่างกับแม่ทัพแอสต้า  เมราสก็อยู่ที่นั่นด้วยแต่สำหรับตัวเขาเองได้รู้เรื่องเพียงคร่าวๆเท่านั้นเพราะเจ้าเพื่อนซี้มันเป็นคนมาเล่าให้ฟังทีหลัง  แผนนี้เป็นความลับที่รู้กันเพียงไม่กี่คนโดยแต่ละคนก็เป็นคนสนิทที่ฝ่าบาททรงไว้ใจทั้งสิ้น..

ดูเหมือนว่าพระองค์จะทรงระแคะระคายถึงเรื่องไม่ชอบมาพากลในกลุ่มกองโจรดีมันที่ตั้งขึ้นมาใหม่หลังจากที่น่าจะถูกปราบไปหมดแล้วเมื่อปีก่อน.. 

เรื่องมันเริ่มขึ้นเมื่อราวๆครึ่งปีที่ผ่านมา  กองโจรดีมันกลับมาอีกครั้งและกระทำการอุจอาจพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ  บุกจู่โจมเมืองชายแดนสำคัญไปหลายเมือง  นอกจากนี้พวกมันยังรู้ข่าวต่างๆทางทหารที่ไม่น่าจะรู้ได้ราวกับมีคนในคอยเป็นสายและให้ข้อมูลการหลบหนี้  หนำซ้ำน่าจะมีการให้ความช่วยเหลือในเรื่องเสบียงและที่หลบซ่อนแก่พวกมันในบางคราด้วยเป็นแน่พวกเขาถึงไม่สามารถจับพวกมันได้เสียที  ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงการจะทำเรื่องเหล่านี้ได้หนอนบ่อนไส้ตัวนี้จะต้องเป็นคนที่มียศระดับสูงแน่ๆและการที่สามารถเลี้ยงกองโจรทั้งกองไว้โดยรอดพ้นหูตาทหารสอดแนมในท้องที่ต่างๆมาได้ตลอดทำให้เชื่อได้ว่าจะต้องมีผู้สมรู้ร่วมคิดอยู่ด้วย..

ปัญหาอยู่ที่ว่า.. มันทำไปเพื่ออะไร

ในหลายๆคำตอบไม่ว่าจะเป็นอำนาจ  ทรัพย์สิน  เงินทอง  กลับมีคำๆหนึ่งที่เขาสะดุดใจที่สุด  นั่นก็คือ.. ก่อกบฏ

ใช้กลุ่มกองโจรชื่อดังในอดีตสร้างสถานการณ์ก่อความวุ่นวายทำให้เกิดความสั่นคลอนภายในประเทศรวมทั้งสร้างความไม่มั่นใจในตัวผู้นำของตนให้เกิดขึ้นในใจประชาชน 

และมันกำลังดำเนินไป.. อย่างช้าๆ..

แต่ถ้าเรื่องมันเป็นไปเช่นนั้นจริง  ปัญหาที่ตามมาก็คือ.. คนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้เป็นใคร!!

ดูเหมือนคำถามนี้ยากที่จะหาคำตอบเพราะถ้าให้ดูเหตุจูงใจใครๆก็ดูเหมือนจะเป็นไปได้ทั้งนั้น  ทั้งบรรดาเชื้อพระวงศ์  เสนาบดี  อำมาตย์  เหล่าแม่ทัพใหญ่  รวมไปถึงเจ้าชายที่พ่ายในการประลองและหมดสิทธิในการคัดเลือกเป็นกษัตริย์อีกต่อไป  การทำรัฐประหารและยึดครองบัลลังก์ดูจะเป็นทางเดียวที่จะทำให้คนพวกนั้นได้ในสิ่งที่หวังแต่ไม่ว่ามันผู้นั้นจะทำด้วยสาเหตุใดหรือแม้กระทั่งมันเป็นใคร  เขาไม่สน!!  ถ้าหากมันคิดที่จะทำร้ายนายน้อยที่เขารักล่ะก็  ไม่ว่ามันผู้นั้นจะยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ตาม.. 

เขาจะฆ่ามันให้หมด!!

ขณะที่เอลลิคกำลังคิดถึงเรื่องราวที่เขารับรู้มาเงียบๆเสียงเคาะประตูทางหน้าห้องก็ดังขึ้นฉุดให้องครักษ์หนุ่มหลุดออกจากภวังค์และคาโลหันกลับมาภายในห้องอีกครั้ง

"ฝ่าบาท..หม่อมฉันเจราสและโดรินขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ"  เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่สิ้นเสียงเคาะ

"เข้ามา"  คาโลเอ่ยอนุญาต  ประตูบานสวยถูกเปิดออกพร้อมกับชายสองคนเดินเข้ามาภายใน

"ถวายบังคมฝ่า.."  คนทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกันแต่คาโลเอ่ยห้ามไว้ก่อน

"ในนี้ไม่มีใครคุยกับหลานเหมือนเดิมเถอะท่านลุง"  คาโลพูดกับชายวัยกว่าหกสิบปีท่าทางใจดีแต่ก็ดูน่าเคารพยำเกรงผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งรองเสนาบดีกลาโหม  อดีตเจ้าชายแห่งคาโนวาล  เจราส  วาเนบลี  พี่ชายคนละแม่กับท่านพ่อของเขา

เจราสยืนยิ้มตอบรับเมื่อได้ยินคำพูดนั้น  คาโลยิ้มบางๆให้ก่อนจะหันไปยังชายหนุ่มอีกคนข้างๆ

"นายด้วย โดริน"

ชายหนุ่มนามโดรินยิ้มกว้างเขาดูจะอายุมากกว่าคาโลเพียงสองสามปีเท่านั้นแต่โดรินก็ถือเป็นญาติผู้พี่ที่เขาสนิทด้วยคนหนึ่ง 

โดริน  เกรเดอร์  อดีตเจ้าชายแห่งคาโนวาลเช่นกันแต่ญาติคนนี้ออกจะโชคร้ายไปสักนิดที่ตอนประลองเลือกกษัตริย์คราวก่อนหน้านี้เขาอายุครบกำหนดสิบห้าปีพอดีและคู่ประลองในรอบแรกก็คือเจ้าชายบาโรท่านพ่อของเขาเลยต้องพ่ายแพ้ไปอย่างน่าเสียดายรวมไปถึงการหลุดออกจากยศเจ้าชายในทันทีด้วยแต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่เป็นเดือดเป็นร้อนในเรื่องนี้เลยสักนิด  ออกจะดีใจเสียด้วยซ้ำ

"นายเรียกพวกเรามาทำไมล่ะคาโล"  โดรินพูดอย่างคนนิสัยร่าเริงและเป็นกันเอง

"นั่งก่อนเถอะ"  คาโลบอกเรียบๆ  ทั้งสองพยักหน้ารับก่อนจะพากันเดินผ่านม่านบางๆที่รวบไว้อย่างสวยงามไปนั่งลงบนโซฟาสีครีมหลังใหญ่ดูนุ่มสบายที่อีกด้านของห้อง

"เอาล่ะหลานมีอะไรงั้นหรือ"  เจราสเริ่มบทสนทนาเมื่อทั้งสามนั่งลงเรียบร้อย

คาโลพยักหน้าให้นิดๆก่อนจะยกมือขึ้นพร้อมกับตวัดเบาๆในอากาศ  ความรู้สึกเหมือนกระแสลมหมุนเวียนไปมาในห้องเกิดขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะหายไปในเสี้ยววินาทีราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

"เวทกักเสียง"  เจราสพึมพำเมื่อรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงรอบตัว  สีหน้าของผู้มาเยือนทั้งสองดูเคร่งขึ้นเมื่อรับรู้แล้วว่าเรื่องที่ชายหนุ่มตรงหน้าจะพูดคงเป็นเรื่องสำคัญและต้องการจะเก็บเป็นความลับ

"ฉันอยากจะรู้เรื่องงบประมาณเบิกจ่ายในห้าปีนี้"  คาโลหันไปหาโดรินที่มองมายังเขาอยู่ก่อนแล้วและเริ่มเข้าประเด็นทันที

"หือ.."  โดรินทำเสียงในลำคอคล้ายแปลกใจแต่ไม่มีท่าทีประหลาดใจในคำขอของกษัตริย์หนุ่มแต่อย่างใด  "จะเอารายงานงบประมาณแผ่นดินในห้าปีนี้หรอ  อืม.. แต่ปกติเสนาบดีคลังมัลคัสก็ถวายฎีกาให้นายทุกปีอยู่แล้วนี่นา"

"นายก็รู้ว่าฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องแต่งในฎีกานั่นโดริน"  คาโลบอกกลับเรียบๆ  โดรินยิ้มกว้างรับก่อนจะพึมพำอะไรบางอย่าง  ไม่นานหนังสือปกบางเล่มเล็กก็ปรากฏขึ้นที่มือขวาของเขา  ชายหนุ่มวางมันลงบนโต๊ะและค่อยๆคลี่เปิดหน้าแรกให้คาโลดู 

คาโลก้มลงอ่านข้อความในนั้นอย่างสนใจท่ามกลางความสงสัยของเจราสในขณะที่โดรินกำลังส่งสายตาล้อเลียนไปให้ญาติผู้น้องที่กำลังนั่งอ่านบันทึกของเขาแล้วพูดด้วยเสียงขำๆ 

"นายนี่ถ้าไปดูหมอท่าจะรวยนะถึงขนาดเรียกฉันมาวันนี้หยั่งกับรู้ว่าฉันกำลังสืบเรื่องนี้อยู่อย่างนั้นล่ะ"

คาโลเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินคำเย้าก่อนจะโต้กลับเรียบๆตามเคย

"อยากจะรู้เรื่องของมัลคัสไม่ถามที่ปรึกษาอย่างนายจะให้ฉันไปถามใคร"

"หืม.. แล้วนายไม่กลัวว่าฉันจะเอาความเท็จมาบอกนายแล้วเอาเรื่องที่นายเรียกฉันมาเนี่ยไปบอกให้มัลคัสรู้เรอะ  ถ้าฉันเอาไปพูดนะมัลคัสก็จะระวังตัวมากขึ้นทีนี้นายก็สืบลำบากแล้วล่ะนะ"

ทันทีที่โดรินพูดจบเอลลิคก็ขยับตัวจ้องหน้าโดรินเขม็งจนอีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดส่วนเมราสยังคงยืนนิ่งเฉยๆจนเจราสรู้สึกแปลกใจแต่ก่อนที่บรรยากาศน่าอึดอัดจะโรยตัวมากไปกว่านี้เสียงนุ่มของคาโลก็ดังขึ้นอีกครั้ง

"ก็ถ้าหากนายเป็นสุนัขรับใช้ของมัลคัสล่ะก็นะ"  โดรินเลิกคิ้วสูงเมื่อได้ยินก่อนจะกลับไปขมวดคิ้วไม่พอใจ

"เฮ่.. ไม่เห็นต้องด่ากันแบบนี้ก็ได้นี่"  โดรินว่ากลับแต่คาโลแค่ปลายตาขึ้นมามองแล้วกลับไปสนใจตัวหนังสือในบันทึกอีกครั้งให้โดรินมองตามอย่างเคืองๆ

"นี่.."

"ถ้าหากนายเป็นแบบนั้นจริงฉันคงไม่เรียกมาให้เสียเวลาโดริน" 

คำขัดเสียงเบาแต่อีกฝ่ายก็ได้ยินชัด  โดรินจึงถอนใจ  ส่ายหน้า  รอยยิ้มฉาบที่มุมปากอีกครั้ง  "นายจะพูดว่าเชื่อใจฉันสักคำก็ไม่มีใครว่าหรอกนะพูดอ้อมไปอ้อมมาอยู่นั่น.. ฉันล่ะนึกว่าเฟลิโอน่าจะทำให้ไอ้นิสัยเย็นชาของนายหายไปได้บ้างที่ไหนได้  ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด"

คราวนี้ได้ผล  คาโลล่ะสายตาจากหนังสือแล้วตวัดมองคนพูดอย่างดุๆให้อีกฝ่ายฉีกยิ้มกว้าง  และผู้มีศักดิ์เป็นลุงมองขำๆ

"เลิกพูดไร้สาระแล้วทำหน้าที่ของตัวเองซะ"  คาโลว่าเสียงเย็นพร้อมดันสมุดคืนไปให้โดรินโดยหน้ากระดาษถูกพลิกจากหน้าแรกไปเป็นหน้าหก

โดรินยอมเลิกแต่โดยดีและหันมาตั้งหน้าอธิบายสิ่งที่ตนเองรู้ให้กษัตริย์หนุ่มฟังอย่างจริงจัง

"ตั้งแต่ฉันได้รับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาของมัลคัสเมื่อสี่เดือนก่อน  เจ้านั่นก็ให้ฉันเป็นคนรับผิดชอบเรื่องงบประมาณส่วนใหญ่แล้วเอาไปให้เขาเซ็นรับรู้ทีหลังแต่จะมีรายการอยู่จำนวนหนึ่งที่เขาไม่เคยให้ฉันแตะต้อง"  โดรินเริ่มพูดพร้อมกับพลิกเปิดแผ่นกระดาษถัดไปอีกสองหน้าแล้วยื่นกลับไปให้คาโล

"อันนี้เป็นงบประมาณสร้างเขื่อนที่ริออนเมื่อสองเดือนที่แล้ว"  โดรินว่าต่อขณะมองคาโลอ่านเนื้อหาในส่วนนั้น 

"มัลคัสไม่เคยให้ฉันดูรายละเอียดการเบิกจ่ายเงินในท้องพระคลังส่วนนี้เลยแต่ตอนนั้นฉันก็ไม่ได้คิดอะไรจนกระทั่งฉันไปถามเขานั่นล่ะ..  ไอ้เจ้ามัลคัสถึงขนาดลงทุนแต่งเรื่องหลอกฉันต่างๆนาๆเพื่อไม่ให้ฉันได้รู้ข้อมูลที่แท้จริงแต่เขาคงจะไม่รู้ว่าฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจับเท็จคน"  พอพูดถึงตรงนี้โดรินก็ยิ้มอย่างสะใจ  "และการที่เขาเริ่มโกหกฉันนั่นเลยทำให้ฉันสงสัย"  โดรินหยุดพูดและก้มลงดูข้อความในกระดาษอีกครั้ง

"อันนี้และก็อันนี้"  ว่าพลางชี้มือลงไปยังสองในเจ็ดรายการการเบิกจ่ายที่เรียงรายอยู่ในหน้านั้น  "ดูเผินๆก็ไม่มีอะไรผิดปกติแต่ว่า.."  โดรินพลิกเปิดไปยังหน้าถัดไป  คาโลมองข้อความที่อยู่ในนั้นคิ้วเข้มเริ่มขมวดเข้าหากัน  โดรินว่าต่อ

"นี่เป็นงบประมาณการสร้างเขื่อนที่นอตเทินเมื่อหกปีก่อน.. อย่างที่นายเห็น  มัลคัสเปลี่ยนแหล่งซื้อวัตถุดิบในการสร้างเขื่อนจากเมื่อตอนนั้นทำให้ราคาข้าวของต่างๆเพิ่มสูงขึ้นอยู่หนึ่งส่วนสี่เท่า  ฉันไปดูมาแล้วถ้าหากเรายังสั่งซื้อของจากร้านเดิมถึงราคาจะสูงขึ้นบ้างแต่ก็ไม่เท่ากับที่เราต้องเสียไปในการซื้อกับแหล่งใหม่และถึงจะเป็นที่ร้านใหม่ก็ตามราคาก็ยังน้อยกว่าที่รายงานไว้อยู่ดี"

"งั้นนี่ก็เป็นการยักยอกน่ะสิ"  เจราสเปรยถามแต่โดรินส่ายหน้า

"ไม่ผิดหรอกท่านลุงแต่หลานว่าจุดประสงค์ของการยักยอกครั้งนี้ไม่ธรรมดาแน่"  โดรินพลิกหน้ากระดาษไปอีกและเริ่มชี้ให้เห็นถึงการยักยอกเงินหลายต่อหลายครั้งและแต่ละครั้งก็กระทำการอย่างแนบเนียนเอาเงินออกทีละน้อยไม่ให้คนอื่นสงสัย 

"มัลคัสเป็นคนฉลาดและปกติก็ทำงานตรงต่อหน้าที่มาตลอด  เขาคงไม่คิดเสี่ยงทำอะไรบ้าๆแบบนี้แน่เมื่อรู้อยู่แล้วว่าถ้าทำไปเรื่อยๆไม่ช้านายต้องจับได้เหมือนกับเมื่อสมัยที่ท่านอาบาโรปกครองนั่นล่ะมัลคัสนี่เชื่องยิ่งกว่าหนูเสียอีกและเท่าที่ฉันสืบมาได้ดูเหมือนการยักยอกจะเริ่มตั้งแต่เมื่อสองปีก่อนดังนั้นคำถามถัดมาสำหรับฉันก็คือ.. มัลคัสทำไปเพื่ออะไร"

เกิดความเงียบขึ้นเมื่อโดรินพูดจบ  เอลลิคขมวดคิ้วชนกันจนแทบจะผูกเป็นโบก่อนจะมองตรงไปยังคาโลที่เหมือนกำลังนั่งคิดอะไรบางอย่างอยู่

"ในเมื่อมีหลักฐานเรียบร้อยเราก็ไปจับมันเลยเถอะไอ้พวกโกงกินแบบนี้เก็บไปให้รกเมืองเปล่าๆ"  เจราสพูดเสียงขุ่นทำลายความเงียบ

"ยังจับมัลคัสตอนนี้ไม่ได้"  คาโลว่าเรียบๆให้เจราสกับโดรินมองอย่างแปลกใจส่วนเอลลิคที่ได้ยินเหมือนจะคิดอะไรได้จึงรีบหันไปถามคาโลทันที

"หรือว่ามัลคัสเกี่ยวข้องกับเจ้าพวกนั้นใช่มั้ยฝ่าบาท" 

คำถามของเอลลิคเรียกความสนใจของอีกสองคนในห้องได้เป็นอย่างดี  เอลลิคที่เพิ่งรู้ตัวว่าหลุดปากพูดสิ่งที่ควรจะเก็บเป็นความลับไปแล้วก็ได้แต่หุบปากเงียบทำตัวไม่ถูก 

เจราสและโดรินต่างมองสลับไปมาระหว่างคาโลที่ยังคงนิ่งครุ่นคิดกับองครักษ์หนุ่มที่ดูราวกับอยากจะสลายตัวออกไปจากห้อง  ทั้งสองคนเหมือนกับจะรู้อะไรบางอย่างที่พวกเขาไม่รู้แต่ไม่ยอมพูด  เมื่อเห็นทั้งคู่คงไม่มีใครคิดจะบอกอะไรกับพวกเขาแน่เจราสจึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามขึ้นแทน

"หลานรู้อะไรมาเช่นนั้นหรือ"  คาโลที่เพิ่งเงยหน้ามองท่านลุงของเขาเป็นครั้งแรกตั้งแต่โดรินพูดจบเอ่ยตอบคำช้าๆ

"หลานยังไม่แน่ใจ.."  คาโลเริ่มเล่าสิ่งที่ตนสงสัยรวมไปถึงข้อสรุปใหม่ที่เขาได้มาเมื่อครู่หลังจากเอาข้อมูลที่โดรินให้มาเป็นส่วนประกอบ 

ชายหนุ่มว่าเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มโจรดีมันที่ออกอาละวาดอยู่ตอนนี้และมันน่าจะมีตัวการอื่นที่ชักใยอยู่เบื้องหลังซึ่งคนๆนั้นจะต้องมีอำนาจอยู่ในมือไม่น้อยไม่เช่นนั้นมัลคัสคงไม่กล้าคิดที่จะทำการอะไรเช่นนี้แน่ถ้าหากเขาไม่มั่นใจในสวัสดิภาพของตนพอหลังจากที่เรื่องพวกนี้อาจจะแดงขึ้นมา  และมีเพียงสิ่งเดียวที่จะรับรองชีวิตของเสนาบดีคลังมัลคัสได้นั่นก็คือ..

ทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบเจราสกับโดรินก็มีสีหน้าเครียดไม่ต่างกันผิดกับคาโลที่ยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยไว้ได้

"...ก่อกบฏงั้นหรือ"  โดรินพูดเบาๆ 

ถ้ามัลคัสคิดจะมีที่มั่นใหม่เขาจะต้องมั่นใจว่าคนๆนั้นจะคุ้มครองตัวเองได้และใครคนนั้นจะต้องมีอำนาจสิทธิขาดเหนือชีวิตผู้คนเท่านั้นและนั่นก็โยงกลับมาที่คำตอบๆเดียว..

ก่อกบฏ!!

ล้มล้างกษัตริย์องค์เก่าและสถาปนาคนๆนั้น..  คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดขึ้นครองบัลลังก์แทนถ้าทำเช่นนั้นมัลคัสก็จะรอดดีไม่ดีอาจจะได้เสวยสุขมากกว่าที่ผ่านมาด้วยซ้ำ

"นั่นเป็นแค่ข้อสันนิษฐาน"  คาโลว่า  "แต่จากที่นายเล่ามาทำให้ฉันมั่นใจมากขึ้นและเพราะแบบนี้ถึงได้บอกว่ายังจับมัลคัสตอนนี้ไม่ได้"

"จะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่นสินะ"  โดรินพูดอย่างเข้าใจ

"แล้วหลานคิดจะทำอย่างไรต่อคาโล"

"หลานว่าจะให้โดรินกลับไปทำงานตามเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น.."

"แล้วจะให้ฉันคอยสืบข่าวทางด้านมัลคัสให้ใช่มั้ย"  โดรินขัดขึ้นอย่างรู้ใจ  "วางใจได้เรื่องนี้สบายมาก  ไม่ต้องห่วงฉันไม่ทำให้นายผิดหวังแน่ "

"ได้อย่างนั้นก็ดี" 

"แล้วเรามีอะไรให้ลุงช่วยรึเปล่า"  เจราสถามขึ้นบ้าง

"ที่หลานให้เอลลิคไปตามท่านมาก็เพราะเรื่องนี้ล่ะ"  คาโลบอกกลับ  "ได้ยินมาว่าท่านลุงฝึกทหารหน่วยลับเอาไว้"  คำพูดของคาโลทำให้เจราสเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ

"เรารู้ด้วยหรือนี่.."

"หึหึ ฉันชักจะเชื่อแล้วสิว่านายมีหูทิพย์ตาทิพย์จริงๆเล่นรู้อะไรๆไปหมด"  โดรินว่าขำๆแต่คาโลไม่สนใจ

"หลานอยากจะขอยืมคนท่านลุงหน่อย"  เจราสมองคาโลด้วยสายตาเอ็นดู

"เอาสิ.. คนพวกนั้นลุงก็ฝึกมาเพื่อเราโดยเฉพาะอยู่แล้ว"  เขาว่าพลางเหลือบมองเอลลิคและเมราสก่อนจะยิ้มออกมาน้อยๆ  "เหมือนสองคนนี่ที่บาโรขอไปเพื่อให้เป็นองครักษ์ของเรานั่นล่ะ  ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเราถึงรู้ว่าลุงฝึกหน่วยลับ  ไม่เมราสก็เอลลิคเป็นคนบอกหลานสินะ"

คาโลพยักหน้ารับ  เจราสจึงพูดต่อ  "ว่าแต่ว่าเมราสหายไปไหนเสียล่ะ"

โดรินหันไปมองผู้มีสักเป็นลุงอย่างแปลกใจ  ก็เมราสยืนอยู่ข้างคาโลแท้ๆท่านลุงเจราสของเขากลับถามว่าเจ้าตัวหายไปไหน  ดูท่าทางท่านก็ไม่น่าจะแก่ถึงขนาดเลอะเลือนนี่นา..

ขณะที่โดรินกำลังนินทาท่านลุงของตนอยู่ในใจ  คาโลก็ขยับยิ้มบางขึ้นให้โดรินที่มองอยู่ยิ่งทำท่าแปลกใจเข้าไปใหญ่ 

นี่มีใครคิดจะบอกอะไรกับเขาบ้างมั้ยเนี่ย..

"คิดอยู่แล้วว่าท่านต้องดูออก"  คาโลว่าขึ้น  เจราสหัวเราะรับ

"แน่สิ  ลุงเป็นคนเลี้ยงและฝึกพวกนี้มานะหลานรักทำไมจะไม่รู้นิสัยของสองคนนี่ล่ะ"  เจราสว่าตาเป็นประกาย  "ลุงก็สงสัยอยู่แล้วเชียวตั้งแต่โดรินแหย่เจ้าเล่นแล้ว  เอลลิคโกรธน่ะไม่แปลกแต่เมราสกลับไม่ว่าอะไรนี่สิที่ลุงสะดุดใจ"  เจราสมองไปทางเมราสที่ยืนมองตอบเขา

"จากนิสัยของเด็กคนนี้  ลุงว่าเขาต้องโดดเข้ามาวางมวยกับโดรินแล้วแน่ๆ  ถึงเจ้านั่นจะไม่ค่อยพูดแต่กับเลือดร้อนกว่าเอลลิคเสียอีกยิ่งคนที่โดรินแกล้งเป็นเจ้าด้วย..  สองคนนี้ไม่มีคำว่าเฉยอยู่แล้ว.. ก็เจ้า  เป็นนายน้อยที่รักนี่นะ"  พูดจบเจราสก็หัวเราะลงลูกคออย่างเอ็นดูให้เอลลิคหน้าแดงก่ำด้วยความเขิน  โดรินเองก็หัวเราะแบบไม่เกรงใจเช่นกันแม้แต่คาโลเองก็ยังยิ้มบางๆให้

"ว่าแต่เรายังไม่บอกเลยว่าเมราสไปไหนแล้วทำไมต้องสร้างหุ่นจำลองนี่ด้วย"  เจราสดึงกลับเข้าคำถามเดิมอีกครั้ง

"หลานมีงานด่วนให้เขาไปทำ"

"เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยหรือ"  โดรินถามต่อ

"ใช่" 

"อืม.. แล้วเราจะเอาคนสักเท่าไหร่ล่ะ"  เจราสตัดสินใจไม่ถามต่อแต่เปลี่ยนไปพูดเรื่องที่คาโลจะให้เขาช่วยแทน

"สองคน..แต่หลานอยากได้คนที่มีไหวพริบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้"

"ไม่มีปัญหาแล้วลุงจะให้พวกนั้นมาพบเราที่นี่แล้วกัน"  เจราสพูดพลางนึกถึงชื่อคนสองคนในใจ  คาโลพยักหน้ารับเมื่อได้ยินแบบนั้นก่อนจะยื่นของสิ่งหนึ่งให้ท่านลุงของเขา  มันเป็นต่างหูสีทองรูปสามเหลี่ยมคู่หนึ่ง  ต่างหูนั้นคล้ายกับอันที่คาโลและคิลใช้ตอนบุกปราสาทเอดินเบิร์กเมื่อตอนปีหนึ่งไม่มีผิด

เจราสมองของที่ตนรับมาอย่างแปลกใจพร้อมกับรับรู้ถึงไอเวทเบาบางที่แผ่ออกมา

"ให้คนของท่านลุงถือมันไว้คนล่ะอันแล้วกำหนดจิตถึงหลานก็พอ"  คาโลว่าเมื่อเห็นผู้สูงวัยกว่าตีสีหน้าสงสัย  เจราสพยักหน้าเข้าใจในทันทีถึงวิธีการติดต่อของคาโลก่อนจะเก็บต่างหูคู่นั้นไว้ในกระเป๋าด้านในเสื้อนอกของตน

"งั้นถ้านายไม่มีอะไรแล้วพวกฉันไปก่อนจะดีกว่าเดี๋ยวคนอื่นเห็นพวกเราหมกตัวคุยกันอยู่ในนี้นานๆจะสงสัย"  โดรินว่าพร้อมกับลุกขึ้นโดยมีเจราสที่เห็นดีด้วยยืนขึ้นตาม

"พวกลุงไปก่อนนะคาโล"  เจราสพูดขึ้นบ้าง  "มีอะไรให้ช่วยก็บอก  อย่าหักโหมเกินไปจนเสียสุขภาพล่ะ"  คาโลพยักหน้ารับ

"แล้วก็.."  คาโลเบือนหน้าไปตามเสียงของโดรินทันที  "ระวังตัวให้มากด้วยคาโล..  เรื่องวาลีนน่ะ"  เพียงชื่อที่เอ่ยก็ทำให้คาโลพอจะเดาสิ่งที่คนตรงหน้าจะพูดได้ในทันที

ตอนนั้น..ถึงแม้จะมาทำเป็นพูดว่าขออนุญาตเขาแต่งตั้งวาลีนเป็นรองเสนาบดีกรมคลังก็ตามแต่ในความเป็นจริงมติที่ประชุมของสภาขุนนางก็ออกมาก่อนหน้าแล้วในเรื่องนี้โดยมีอิวานเป็นคนเสนอชื่อลูกสาวตนขึ้นและมัลคัสเป็นคนรับรองทำให้พวกสภาสูงเห็นดีเห็นงามด้วยและด้วยความที่ว่าเขาไม่จะค่อยไว้ใจในตัวอิวานอยู่แล้วพอเห็นมัลคัสเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยเช่นนี้เลยทำให้เขาอดสงสัยในตัวของเสนาบดีคลังผู้ได้ชื่อว่าตรงต่อหน้าที่มานานนับเกือบสิบปีตลอดสมัยท่านพ่อของเขาผู้นี้ไม่ได้ดังนั้นจึงได้มีการเรียกตัวโดรินมาสอบถามและก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

คาโลมองสบสายตาเป็นห่วงของญาติผู้พี่ก่อนจะตอบกลับเรียบๆ

"ฉันรู้แล้ว"


//////////////////////////////////////////////////////////////


ระหว่างทางที่เจราสกับโดรินกำลังเดินออกจากระเบียงทางเดินหน้าห้องอักษรอยู่นั้น  ร่างหญิงสาวนางหนึ่งที่ดูคุ้นตานักในสายตาของทั้งคู่ก็เดินพ้นมุมเลี้ยวตรงหัวบันไดบนชั้นสามลงมาพอดี

"อ้าว.."  เฟรินอุทานขึ้นเมื่อเห็นญาติทั้งสองของพระสวามีก่อนจะก้าวเร็วๆลงจากบันไดมายืนอยู่ตรงหน้าทั้งสองคน 

เจราสกับโดรินเมื่อเห็นคนตรงหน้าเดินเข้ามาใกล้พอควรแล้วจึงคิดจะถวายความเคารพแด่ราชินีของตนแต่เฟรินกลับพูดเป็นเชิงขัดไว้ก่อนด้วยน้ำเสียงร่าเริงดังเช่นปกติ 

"สวัสดีค่ะ   ท่านลุงเจราส  พี่โดริน"  เฟรินว่าเสียงใสให้คนสูงวัยกว่าทั้งสองยิ้มกว้างรับ  "มาหาคาโลหรือค่ะ"

เมื่อเห็นหญิงสาวพูดแบบเป็นกันเองทั้งสองคนจึงว่าตามสบายบ้าง  "อือ..มาคุยเรื่องงานน่ะ  ตอนนี้เสร็จแล้วว่าจะกลับกันพอดี"  เจราสว่าพลางส่งสายตาเอ็นดูไปให้สาวน้อยตรงหน้า  "ไม่ได้เจอกันตั้งนานสบายดีหรือเฟลิโอน่า"

"ค่ะสบายดี.. นี่ก็ว่าจะไปหาหมอนั่นอยู่เหมือนกัน"  เฟรินตอบ

"งั้นพวกเราไม่กวนแล้วล่ะ  ยังมีงานให้ทำอีกมาก"  เฟรินพยักหน้าเนิบๆเป็นเชิงเข้าใจพลางเอ่ยลาคนทั้งคู่ก่อนจะออกเดินไปยังห้องอักษรอีกครั้งเมื่อยืนส่งคนทั้งสองไปจนรับสายตา

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

อ๊ากกกกส์...คนแรก ดีจัยๆ^^
เราอ่านของเรย์จังอยู่ตลอดนะ เพียงแค่ไม่ได้เม้นต์เท่านั้นเอง
เป็นกำลังใจให้เขียนต่อไปนะ
เรื่องที่แต่ง แต่งได้ดีสม่ำเสมอ ก้อเลยไม่รู้จะเม้นต์อะไรนิหน่า >_<
เอาเป็นว่าเราเป็นหนึ่งในจอมมารพลังเงียบก้อพอ 55+

ความคิดเห็นที่ 2
ลืมบอกไป..
1.ดูเหมือนการยักยอกจะเริ่มตั้งแต่เมื่อสองปีก่อนดังนั้นคำถามถัดมาสำหรับฉันก็คือ.. มัลคัสทำไปเพื่ออะไร”
2.โดยมีอิวานเป็นคนเสนอชื่อลูกสาวตนขึ้นและมาคัสเป็นคนรับรอง
เอ่อ.....ตกลง"มาคัส"หรือ"มัลคัส" จ้ะ
gaara
gaara 19 ส.ค. 49 / 23:28
มาอ่านแล้วหนุกมาก  เรย์จังแต่งใหม่หรอ
carna_chan
carna_chan 20 ส.ค. 49 / 07:36

หนุกจางเยย ฮิๆ อัพรวๆนะค้า =3=

รออยู่เสมอนะคะ แต่อย่าหักโหมจนเกินไปนะคะ

datenote
datenote 20 ส.ค. 49 / 12:44
ดีค่า....เราปรายนะ


แต่งหนุกจัง


ชอบๆ

บั๊บบายจ้า
ความคิดเห็นที่ 6
ตามมาแล้ว  ชอบๆ
ความคิดเห็นที่ 7

ติดตามงานของคุณเรย์อยู่ตลอดเลยครับ แต่ไม่ได้คอมเม้นต์ครับ
คุณเรย์แต่งได้ดีมากเลย เรื่องสนุก ภาษาก็ไหลลื่นมากๆ
จะเป็นกำลังใจให้เสมอนะครับ (สู้ๆครับ)
รออ่านอยู่เสมอครับ อย่าทำงานหนักเกินตัวนะครับ ^_^

Zerene
Zerene 21 ส.ค. 49 / 05:33
ยังรอตอนต่อๆไปอยู่ค่า คิดถึงอัลนะจ๊ะ
zaruman
zaruman 21 ส.ค. 49 / 10:43

มาลงต่อเร็วๆ นะคะ  รออยู่เน่อออ

punch8
punch8 21 ส.ค. 49 / 21:09

ตามมาอ่าน หนุกหนาน^^ อัพต่อเร็วๆนะคะ

ความคิดเห็นที่ 11
สนุกจังเลยค่ะ
จะรออ่านตอนที่ติด เรทนะจ๊ะ
ความคิดเห็นที่ 12
ตอนนี้รู้สึกเปลี่ยนไปจากของเดิมใช่หรือเปล่าอะ
ใกล้จะถึงตอนล่าสุดที่เราเคยอ่านแล้วนะ
สู้ ๆ
ความคิดเห็นที่ 13

ข้าน้อยรอท่านอยู่นานแล้วน้า มาอัพต่อหน่อยจิ
เราเปิดมาดูว่าอัพยังปามาน 10 รอบแล้วล่ะมั๊ง
รออยู่น้าคร๊าบบบ

-melodia-
-melodia- 24 ส.ค. 49 / 23:04

อ่า ตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงสินะคะ ^^ อยากอ่านต่อจากของเดิมแล้ว~
ฝีมือท่านอัลอ่านกี่รอบๆก็ติดค่ะ จะรอนะคะ><

ความคิดเห็นที่ 15
แต่งเก่งจังอ่ะ เราอ่านเรื่องนี้ละเอียดยิบ ไม่ข้ามเหมือนเรื่องอื่นๆ เขียนนานแล้วเหรอ มันรอดพ้นสายตาเราไปได้ยังไงเนี่ย อยากเคาะหัวตัวเองแรงๆ
ความคิดเห็นที่ 16
เย่ คุนกลับมาอีกครั้งนึงแล้ว
เราดีใจมากเลยคะ
คุนแต่งเก่งมากๆ
เราจะติดตามต่อไปนะคะ
ความคิดเห็นที่ 17

ชอบเรื่องนี้มากๆเลย

แต่งได้สนุกดี

แล้วมาอัพต่อไวๆนะ

จะรออออออออ

ความคิดเห็นที่ 18
เฮ้อ... เฮ้อ... ในที่สุดก็หาเจอ นึกว่าหาไปไหน
ท่านรีไรท์ใหม่ตอนนี้เยอะน่ะเนี่ย 
รีไรท์แล้วก็อย่าลืมอัพน่ะครับ 
-Yukina-
-Yukina- 28 ส.ค. 49 / 16:33

หนุกมากเลยค่ะว่าจะหาเจออีก
รีไรท์ใหม่สนุกมากเลยค่ะ
แล้วจะรออ่านต่อนะค่ะ
รีบมาอัพนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20

เกิน 1 อาทิตย์แล้วนะ ....
ท่านจัยร้ายที่สุด ม่ะยอมมาอัพ T_T
เอาเป็นว่าเรารออ่านอยู่นะ

1 2 >