RayGuard
ดู Blog ทั้งหมด

บทเพลงที่ 24 ถูกจับ!!..หนี!!

เขียนโดย RayGuard

หวัดดีค่ะ หลังจากหายไป 4 เดือน ขอบคุณสำหรับคนที่ยังติดตามค่ะ

เอ่อ.. คือไม่รู้จะพูดยังไงแล้วเอาเป็นว่าไปอ่านกันเลยแล้วกันนะคะ






//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////



บทเพลงที่  24  ถูกจับ!!..หนี!!




หลังจากที่เฟรินแอบลอบเข้ามาในปราสาทประจำตัวขององค์เบลีเนียได้สำเร็จเธอก็ออกเดินตรงไปในความมืดแบบไม่รู้ทางเพราะไม่เคยย่างกายเข้ามาในนี้มาก่อนจะอาศัยก็แต่การมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออก  จนเวลาผ่านมาได้สักพักเจ้าตัวถึงได้เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกับตัวเองที่ลืมถามโดรินว่าไอ้ห้องลับที่ว่ามันอยู่ตรงไหนก่อนจะต้องถอนหายใจเพราะเมื่อหลวมตัวมาถึงขนาดนี้แล้วก็คงได้แต่คลำทางเดามั่วเอาอย่างเดียว

ทางตรงหน้ามืดมิด อาศัยเพียงแสงจันทร์ที่ลอดช่องหน้าต่างเข้ามาทำให้พอเห็นภาพได้แบบเรือนรางแต่นั่นไม่ใช่อุปสรรค เฟรินยังคงอาศัยทักษะที่มีติดตัวตั้งแต่เด็กหลบหลีกทหารยามได้อย่างว่องไวจนเหมือนเป็นแค่สายลมหอบหนึ่งพัดผ่านคนเหล่านั้นไป จนกระทั่งต้องมาหยุดชะงักเอาก็ตรงหัวมุมทางเดินหนึ่งบนชั้นสอง

เฟรินรีบตวัดตัวหลบแนบไปกับผนังเมื่อหูแสนไวของหล่อนได้ยินเสียงฝีเท้าสองเสียง

เสียงหนึ่งนั้นยามวางก้าวแต่ละก้าวดูหนักแน่นทำให้เธอรู้ว่าน่าจะเป็นผู้ชาย ส่วนอีกเสียง..การเยื้องย่างแต่ละก้าวแผ่วเบาราวนางพญาเรียกความสนใจของเฟรินนักเพราะการเดินนั้นไม่เหมือนพวกทหารหรือสาวรับใช้ทั่วไป

เธอค่อยๆยื่นหน้าออกไปหวังจะดูว่าเป็นใครและไม่ต้องให้คอยนานเป้าหมายก็เดินเข้ามาในระยะมองเห็น  เจ้าตัวถึงกับยิ้มกริ่มเมื่อ ‘เหยื่อ’ ออกมาหาเองถึงที่  โดยไม่ต้องเสียเวลาคิด เฟรินก็จัดการย่องตามร่างทั้งสองไปทันที

วิชาตีนแมวที่ศึกษามาเห็นจะมีประโยชน์เอาก็คราวนี้ เมื่อทั้งเฟรเดอริคและวาลีนที่เดินอยู่เบื้องหน้าดูจะไม่รู้สึกตัวถึงบุคคลที่สามอย่างเฟรินแม้แต่นิด ซ้ำยังคุยอะไรบางอย่างกันเบาๆอีกด้วย แต่ก็นั่นล่ะประโยคที่ทั้งคู่สนทนากันนั้นเบามากจนคนที่หูดีอย่างเฟรินยังไม่ได้ยิน หรือถ้าจะพูดให้ถูกคงต้องว่าสองคนนั่นแค่ขยับปากคุยกันโดยไม่ส่งเสียงเสียมากกว่า

เฟรินรีบวิ่งตามทั้งสองคนไปทันทีที่เห็นพวกเขาผลุบหายเข้าไปในห้องๆหนึ่งที่สุดทางเดินชั้นสาม มองซ้ายขวาเพื่อความแน่ใจว่าไม่มีใครผ่านมาก่อนจะจัดการแนบหูตัวเองลงกับประตู ทว่าไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมา เมื่อรออยู่นานจนเจ้าตัวเริ่มหมดความอดทน เฟรินจึงตัดสินใจยกมือขวาขึ้นผลักประตูตรงหน้าเบาๆให้เคลื่อนออกเผยช่องว่างเพียงเล็กน้อยก่อนจะจัดการแนบหน้าลงใช้ตาที่มองเห็นได้ชัดแม้ในที่มืดเพิ่งเข้าไปด้านใน

ด้านในนั้นก็เป็นเพียงห้องรับรองแขกธรรมดา มีเตียงสี่เสาหรูหราตั้งกลางห้อง รอบๆก็เป็นเครื่องเรือนตกแต่งพองาม ทว่าร่างของสองคนที่เข้ามาก่อนหน้าหายไป

เฟรินตัดสินใจเดินเข้าไปในห้อง เจ้าตัวกวาดสายตาไปรอบๆ เพื่อหาเส้นทางที่หน้าจะเป็นทางลับ ก่อนจะเดินเข้าไปคลำๆตามกำแพงแต่จนแล้วจนลอดก็ไม่เจอทางที่ว่า แต่แล้วเหมือนกับเธอจะนึกอะไรได้ เฟรินจึงหันกลับไปมองตู้เสื้อผ้าที่ดูจะมีความลึกมากไปสักหน่อยถ้าเทียบกับตู้ปกติ แถมยังตั้งเสียชิดกำแพงอีกต่างหาก

หลังจากจดๆจ้องๆอยู่ครู่หนึ่ง เฟรินจึงเดินไปยังตู้เสื้อผ้าที่ตั้งติดกับกำแพงด้านตรงข้ามกับประตูทางเข้า จัดการเปิดประตูตู้ออกเพื่อพิสูจน์แต่กลับพบว่ามันล็อก ทว่าแค่นี้สำหรับเฟรินแล้วเป็นเรื่องเล็กนัก เจ้าตัวยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะล้วงมือเข้าสาบเสื้อหยิบห่อผ้าสีดำห่อเล็กออกมา เฟรินก้มลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งที่พื้น วางห่อผ้าลงแล้วใช้มือขวาปัดมันให้กางออก เครื่องไม้เครื่องมือสำหรับสะเดาะกุญแจนาๆชนิดก็เรียงรายออกมาให้เห็น ทุกๆอันทำมาจากเหล็กอย่างดีสอดอยู่ตามซองผ้าที่ทำเอาไว้อย่างเหมาะเจาะในแทบผ้าสีดำยาวอันนั้น แสงสีเงินของพวกมันสะท้อนเป็นประกายในความมืด เฟรินมองรูกุญแจที่ตู้เสื้อผ้าก่อนจะก้มลงไล่นิ้วไปตามเครื่องมือหากินของเธอเพื่อเลือกอันที่เหมาะที่สุด จนกระทั่งถึงอันสุดท้าย เธอหยิบมันขึ้นมา สอดด้านที่มีลักษณะหยักไปมาเหมือนสายฟ้าเข้าไป จับบิดแล้วขยับขึ้นลงไปมาสองครั้งเสียงคลิกเบาๆก็ลอดออกมา

เฟรินเก็บกุญแจผีของตนเข้าที่เดิม ม้วนแทบผ้าเก็บเข้าเสื้อแล้วหยัดกายขึ้น สูดลมหายใจเข้าลึกเรียกกำลังใจก่อนจะจัดการแง้มมันออก

ภายในตู้เสื้อผ้าว่างเปล่า เธอจึงเดินเข้าไป แนบหูเข้ากับผนังตู้และเมื่อแน่ใจว่าไม่ได้ยินเสียงใด จึงเริ่มคลำหาดูเพื่อพิสูจน์ว่าผนังด้านนี้จะสามารถเปิดไปสู่ทางลับดังที่ตนสังหรณ์ได้หรือไม่

เฟรินคลำไปตามแผ่นไม้เนื้อละเอียดจนไปถึงขอบตู้ด้านขวามือ เพียงออกแรงกดเล็กน้อยผนังตู้ทั้งแผ่นก็บิดเหมือนประตูหมุน แสงสลัวด้านในส่องลอดออกมาทางช่องว่างเล็กๆ เฟรินจึงหยิบกระจกมาจ่อทำมุมเพื่อสังเกตสิ่งที่อยู่ภายใน

สิ่งที่สะท้อนเข้ามาในกระจกเป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆขนาดความยาวของกำแพงแต่ละด้านไม่เกินสองเมตร แสงที่ส่องอยู่นั้นมาจากคบเพลิงที่เสียบอยู่ตามมุมกำแพงทั้งสี่ด้าน ทำให้เห็นเงาของอุปกรณ์บางอย่างที่แขวนไว้ตามผนัง แม้เจ้าตัวจะไม่อยากคิดแต่สิ่งที่คล้ายเครื่องมือชำแหละที่แขวนอยู่ทุกตารางนิ้วนั่นก็ทำให้เธออดนึกไปถึงโรงฆ่าสัตว์ไม่ได้

เฟรินผลักผนังตู้ให้เปิดกว้างขึ้นอีกนิดพร้อมกับสอดตัวเข้าไป ใช้ฝีเท้าที่เงียบกริบเดินเข้าไปด้านใน ห้องๆนี้ไม่มีคนอยู่เธอจึงคิดว่าทั้งเฟรเดอริกและวาลีนที่เดินหายเข้ามานั้นคงจะต้องเข้าประตูลับที่ไหนสักแห่งในห้องนี้ไปอีกทีเพราะไม่มีทางที่พวกเขาจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยได้ เมื่อคิดแบบนั้นเธอจังตัดสินใจเริ่มเดินหาอะไรก็ตามที่จะพาเธอไปสู่ทางลับอีกสายหนึ่งนั้น

ระหว่างที่เฟรินกำลังหาอยู่เสียงครืดคราดเหมือนโซ่กระทบกันก็ดังออกมาเบาๆจากกำแพงด้านขวา จะว่าไปเมื่อเทียบขนาดห้องๆนี้กับห้องรับรองแขกข้างนอกแล้วดูมันจะเล็กกว่าอยู่เกือบๆสองเมตรเห็นจะได้ และเมื่อเป็นเช่นนั้นด้านหลังกำแพงด้านขวาที่หล่อนได้ยินเสียงลอดออกมาเมื่อครู่ก็คงจะมีห้องอีกห้องซ่อนอยู่เป็นแน่

เฟรินพยายามแนบหูเพื่อจับเสียงเบื้องหลังกำแพง ทว่ากำแพงนั้นอยู่ๆก็หมุนเปิดออกมาทำเอาเธอเสียหลักล้มเข้าไปด้านใน และสิ่งที่คอยเธออยู่ด้านหน้านั้นก็แทบทำเอาเฟรินลืมหายใจเลยที่เดียว...


/////////////////////////////////////////////////////////


ทางด้านคาโลเมื่อเขาจัดแจงเคลียเรื่องยุ่งๆทุกอย่างในวันนี้เป็นที่เรียบร้อย  เขาก็สั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนแต่ก็ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ตลอดเวลา  ส่วนตัวเขาเองก็เดินกลับห้องพักไป

แม้ยามนี้จะเป็นกลางคืนที่ได้แต่อาศัยแสงไฟจากคบเพลิงแต่ร่างสูงของกษัตริย์แห่งคาโนวาลก็ยังก้าวไปยังทางหินด้วยช่วงก้าวสม่ำเสมอคงความสง่างามได้อยู่เป็นนิจโดยมีเมราสเดินตามอยู่เคียงข้างดังเช่นปกติจนกระทั่งมาถึงหน้ากระโจมที่ประทับ  ทว่าทันทีที่มือของคาโลกำลังจะเลิกชายผ้าหนาที่กั้นเป็นประตูขึ้น..จู่ๆมือเรียวๆขององครักษ์คนสนิทก็ยื่นมากันไว้อย่างรวดเร็วทำเอาคาโลชะงักไปเล็กน้อย

เมราสมองสบตานายเหนือหัวคล้ายจะบอกให้ถอยไปก่อน เมื่อตนจับได้ถึงสัญญาณของสิ่งมีชีวิตอื่นในห้อง!!

คาโลไม่ได้ว่าอะไรเจ้าตัวก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวปล่อยให้องครักษ์ของตนได้ทำตามหน้าที่

เมราสเมื่อเห็นคาโลถอยออกมาแล้ว ชายหนุ่มจึงแทรกตัวไปยืนอยู่เบื้องหน้าแทน  มือขวาจับด้ามดาบหนึ่งในสองที่สะพายไขว้อยู่กลางหลังไว้มั่น  อีกมือก็คว้าจับที่ชายม่านกระโจม

เพียงเสียวนาทีที่มือสัมผัส  ม่านกระโจมถูกสะบัดออกพร้อมกับร่างของนักดาบแห่งอนาคินพุ่งวูบเข้าไปยังห้องมืด..ตรงเข้าหาตำแหน่งเป้าหมายดุจลูกธนู

ดาบเรียวที่ลิ้มรสเลือดมาอย่างโชกโชนจ่อแนบอยู่ติดกับต้นคอขาวของฝ่ายตรงข้ามทว่าตัวของเมราสเองก็ถึงกับต้องชะงักและแอ่นคอตัวเองไปด้านหลังอย่างเร็วเมื่อปลายมีดสั้นคมกริมจากมือของผู้บุกรุกจี้อยู่ที่คอหอยของเขาจนเลือดซึมลงมา

“เกือบไป เกือบไป” เสียงทุ้มคุ้นหูของชายที่บังอาจบุกรุกห้องกษัตริย์ดังขึ้น “นี่นายคิดจะสั่งลูกน้องให้มาฆ่าฉันจริงๆเลยรึไงกัน คาโล”

เมื่อสิ้นคำห้องทั้งห้องก็ถูกจุดให้สว่างด้วยไฟเวทซึ่งบัดนี้กำลังเต้นระริกอยู่บนเชิงเทินด้วยฤทธิ์ของผู้มากศักดิ์ที่ดูเหมือนว่าจะเดินตามหลังลูกน้องคนสำคัญเข้ามาทันทีที่ร่างของเมราสลับสายตา

คาโลแค่ปรายตามองคิลที่นั่งจ่อมีดจิ้มคอเมราสอยู่ที่โต๊ะน้ำชาแวบหนึ่งก่อนจะเดินเลยไปยังราวแขวนเสื้อทรงสูงสีดำที่วางอยู่ข้างเตียงเหมือนไม่คิดจะใส่ใจภาพหวาดเสียวตรงหน้า

เมราสเมื่อเห็นว่าคาโลจะทำอะไรก็รีบลดดาบลงจากคอของคิลแล้วเดินตรงไปยังที่ที่คาโลยืนอยู่โดยไม่สนใจแผลเลือดซิบที่คอของตน  มือของราชองครักษ์ยื่นไปเตรียมรอรับเสื้อคลุมของคาโลเพื่อเตรียมจะแขวนให้  คาโลจึงส่งเสื้อนอกของตนไปให้แบบไม่คิดจะขัดก่อนจะพูดเสียงเบาเชิงสั่งให้องครักษ์ตัวดีไปทำแผล  เมราสมองไปทางคิลครู่หนึ่งเหมือนจะชั่งใจแต่แล้วก็กลับมาก้มหัวเอ่ยถวายบังคมลาแล้วเดินออกจากกระโจม

เมื่อเหลือกันอยู่แค่สองคนความเงียบจึงเข้าครอบงำห้องพักชั่วคราวแห่งนี้อีกครั้ง คิลที่ทนไม่ไหวจึงกระแอ้มไอเรียกเสียงคล้ายจะเริ่มบทสนทนาแต่คาโลที่นั่งอยู่ที่เตียงกลับโบกมือขึ้นวูบหนึ่งสร้างเวทกักเสียงแล้วเอ่ยขึ้นแทน

“เฟรินใช้ให้มา?” ถามเสียงเรียบแต่คนฟังชักคิ้วกระตุกหน่อยๆกับคำว่า ‘ใช้’ จึงรีบกล่าวแก้

“เรียกว่า ‘วาน’ ให้มาจะน่าฟังกว่านะ” พูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแต่อีกฝ่ายก็ยังคงนิ่งแล้วถามต่อ

“แล้วไง”

“อะไรแล้วไง” คิลแกล้งยวนถามทั้งที่รู้ความหมายอยู่แล้ว

คาโลที่ได้ยินแบบนั้นก็ต้องถอนใจพลางคิดว่านักฆ่าคงติดนิสัยจากขโมย

คิลเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนซี้เลยยิ้มขำก่อนจะตอบคำถามให้ดีๆ

“ยัยนั่นแค่วานให้ฉันมาตามดูนายพร้อมกับรายงานความเป็นอยู่..คงกลัวนายว่างมากจะไปหลีสาวแถวชายแดนล่ะมั้ง” คำตอบที่เกือบจะดูมีสาระในตอนแรกพังคลืนลงด้วยประโยคสุดท้าย ตาสีฟ้าคมดุตวัดมองไม่พอใจแต่คิลหาได้สะทกสะท้านยังคงว่าต่อ

“อีกอย่างยัยนั่นยังฝากให้ฉันมาคอยคุ้มครองนายลับๆด้วย” รอยยิ้มฉาบที่ริมฝีปากมากขึ้น  มือหนาลูบต้นคอที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนยังมีดาบเรียวของเมราสทาบอยู่เบาๆ “แต่เห็นทีคงไม่ต้องแล้วมั้ง” เมื่อคิลลดมือลง แสงไฟเวทในห้องจึงส่องให้เห็นรอยบาดจางๆจากคมดาบที่ต้นคอของคิล

“สมควร” น้ำคำเย็นชาตอกย้ำเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดันเข้ามานั่งจิบชาในห้องเขามืดๆก็สมควรจะโดนอยู่แล้ว...ทำอะไรไม่เข้าท่า!!

คิลที่อ่านสายตาตำหนินั้นออกก็ได้แต่หัวเราะ หึหึ

ทั้งสองฝ่ายจ้องหน้ากันก่อนจะเป็นฝ่ายคาโลที่เริ่มบทสนทนา...
“เฟรินเป็นยังไงบ้าง”


////////////////////////////////////////////////////////////////  


เฟรินได้แต่นั่งหน้าซีดเมื่อคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าตนดันเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนาทั้งสอง

ตั้งแต่ต้นแล้วเธอไม่คิดจะหลวมตัวผลุบเข้ามาในห้องแคบๆนี่เลยจริงๆ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าในนี้จะมีอะไรรออยู่ แต่ดูเหมือนสวรรค์จะไม่เข้าข้างเท่าไหร่ทำให้เจ้าของห้องต้องห้ามนึกอยากจะกลับออกมาเร็วเช่นนี้และยังเป็นฝ่ายเปิดทางลับออกมาเองเสียด้วย เลยทำให้เธอและพวกเขาต้องมาเผชิญหน้ากันแบบที่เฟรินไม่เต็มใจสุดๆ

“แกเป็นใคร” เฟรเดอริกตวาดถามเสียงดัง แต่มีหรือเฟรินของเราจะยอมตอบเจ้าตัวยิ้มให้กำลังใจตัวเองก่อนใช้เทคนิคเล็กๆน้อยๆทำให้ไฟในห้องดับพรึบ

เกิดความวุ่นวายกับสองผู้สูงศักดิ์เล็กน้อยเพราะสายตาปรับตามแสงไม่ทัน แต่นั่นไม่เป็นอุปสรรคกับเธอผู้นี้ สำหรับเฟรินแล้วความมืดคือมิตรแท้ และเธอก็อาศัยสหายเพื่อนยากตั้งแต่จำความได้นี้เล็ดลอดออกมาจากห้องนั้นพร้อมกับจัดการปิดประตูทางลับให้ด้วยอย่างคนรู้มารยาท เมื่อออกมาถึงห้องที่เฟรินให้นิยามว่าเป็นโรงฆ่าสัตว์ขนาดย่อม เจ้าตัวก็จัดการดีดลูกเหล็กไปที่ไส้เทียนทั้งสี่เพื่อดับไฟ ความมืดโรยตัวลงทันที เฟรินไม่รอช้าเผ่นแผล็วออกจากที่นั่นโดยเร็ว

 
//////////////////////////////////////////////////////////


“เฟรินเป็นยังไงบ้าง” นั่นเป็นสิ่งแรกที่คาโลถาม คิลมองหน้าอีกฝ่ายยิ้มๆ ก่อนตอบ

“ก็สุขสบายดี ถ้านั่นเป็นสิ่งที่นายอยากรู้ล่ะก็”

คาโลหลี่ตาลง “หมายความว่าไง”

คิลยักไหล่ “ก็หมายความตามนั้น ฉันเองก็ไม่ค่อยรู้อะไรเท่าไหร่ แต่ยัยนั่นมันว่าให้คนที่ชื่อโดรินหรือไงนี่เข้าไปสืบเรื่องของวาลีน ถ้าตอนนี้ไม่เอาคอเข้าไปยุ่งกับเรื่องที่มันเสี่ยงๆล่ะก็... โดยรวมแล้วยัยนั่นก็อยู่สุขสบายดี ไม่ต้องห่วง”

แต่ดูเหมือนประโยคแรกกับประโยคหลังของคิลจะไม่ค่อยสัมพันธ์กันเท่าไหร่คิ้วของคาโลในตอนนี้ถึงได้ขมวดกันจนแทบจะผูกเป็นโบ

“เอาน่า อย่าคิดมาก” คาโลตวัดตามองฉับ เหมือนจะต่อว่า แต่คิลหาได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย

“อย่าเพิ่งกังวลกับเรื่องที่ยังไม่เกิด อีกอย่าง..ตัวเฟรินเองก็ได้รับการคุ้มครองมากกว่าที่นายคิดนะ” จบประโยค คิลก็กระตุกยิ้มอย่างมีเลศนัยเรียกสายตาของคาโลให้ต้องมองอย่างค้นหาความจริง

“ยัยนั่นน่ะ ปลอดภัยมากกว่าพวกเราเยอะ.. คาโล”


///////////////////////////////////////////////////////////////


“บ้าจริงๆ จะตามมาทำไมกันเยอะแยะนะ” เฟรินเริ่มบ่นกับตัวเอง เมื่อด้านหลังของเธอเต็มไปด้วยทหารตามกันมาเป็นพรวน เรื่องนี้ต้องย้อนไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน หลังจากที่เธอกำลังย่ามใจว่าคงจะหนีพ้น เสียงของเฟรเดอริกก็ดังแว่วไกลๆว่ามีผู้บุกรุก แค่นั้นล่ะ ทหารที่ตอนแรกแทบไม่ค่อยเห็นในตัวปราสาทกลับยกกันมาอย่างกับกองทัพล้อมเธอทั้งหน้าทั้งหลัง เฟรินที่กะจะหนีออกทางที่เข้ามาจึงต้องเบี่ยงทิศและตอนนี้ก็ยังวิ่งวนไปมา ชักรู้สึกว่าตัวเองกำลังหลงอยู่ในปราสาทนี่อย่างไรชอบกล

เมื่อถึงทางสามแยกเฟรินวิ่งเลี้ยวเข้าซอกหลืบที่อยู่ทางซ้ายแต่แล้วก็ต้องหยุดอยู่กับที่มองหันซ้ายหันขวาเพราะเจอทางตัน พลางนึกก่นด่าความโชคดีของตัวเอง...

มีอย่างที่ไหน ทางให้เลือกมีตั้งสาม จะตรงไปก็ได้ หรือเลี้ยวขวาก็ยังดี แต่ผ่าดันมาเลือกทางตัน เมื่อไม่รู้จะทำอย่างไร จึงตัดสินใจใช้มือและเท้ายันกำแพงที่หักมุมชนกัน ไต่ขึ้นไปพักพิงบนขื่อด้านบนเหมือนจิ้งจกแบบหมดคราบราชินี

ทหารที่วิ่งมา หยุดมองเข้าไปยังซอกที่เธออยู่ โชคดีที่ทางนั้นมืดทำให้ไม่เห็นเธอที่เกาะขื่ออยู่ด้านบน  เฟรินกลั้นหายใจขณะฟังทหารปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรต่อ 

“มันวิ่งมาทางนี้แน่ๆ แยกย้ายกันไป ยังไงก็ต้องหาให้เจอ”

พวกทหารกลุ่มใหญ่นั้นแยกเป็นสองไปตามทางที่เหลือ เฟรินรอฟังจนเสียงฝีเท้าของทหารพวกนั้นไปไกลแล้วจึงกระโดดลงมา ทันทีที่เท้าแตะพื้นก็ออกวิ่ง ทว่าเมื่อพ้นหัวมุมความซวยก็มาเยือนเพราะทหารกลุ่มใหม่ผ่านมาทางนี้พอดี

“มันอยู่ทางนี้ จับมัน” เสียงตะโกนนั้นไม่เบาเลยและมันเรียกทหารจากทุกทิศเข้ามาล้อมเธอเอาไว้อย่างรวดเร็ว ทหารคนหนึ่งในนั้นเสือกดาบเข้ามา เฟรินที่ไร้อาวุธจึงพลิกตัวหลบอาศัยจังหวะที่มันพลาด ตะปบเข้าที่มือ ออกแรงบิดนิดหน่อย ดาบของทหารคนนั้นก็หลุด เฟรินรีบใช้มืออีกข้างไปรับไว้ การประดาบเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เฟรินใช้ดาบโค่นคู่ต่อสู้ไปพลางหาทางนี้ไปพลาง จนเจ้าตัวหลุดมาอยู่ที่ชั้นสามอีกครั้งตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบและนี่เองทำให้เธอต้องเจอกับคนที่ไม่อยากเจอ

ขณะที่เฟรินกำลังใช้สันดาบฟันทหารตัวโตคนหนึ่ง อยู่ๆก็มีดาบอีกเล่มฟันสวนมาจากด้านหลัง เฟรินก้มตัวหลบ แต่นั่นทำให้เธอเปิดช่องว่างทำให้เท้าเจ้าของดาบปริศนาถีบอักเข้าให้เต็มหลัง เฟรินล้มกลิ้งไปกับพื้นไม่เป็นท่า รู้สึกเจ็บระบมไปหมด อีกทั้งยังเหนื่อยแทบขาดใจ ที่สำคัญอาการปวดตุบที่ท้องน้อยนี่อีกที่ทำเอาเธอไม่มีสมาธิเสียเลย

เฟรินรู้สึกเหมือนตาพร่ามัวไปชั่วขณะเพราะอาการเจ็บที่ท้องน้อยซึ่งดูจะทวีคูณขึ้นเมื่อหล่อนยิ่งออกแรง และจากการกระแทกเพราะถูกถีบเข้าให้เมื่อครู่ก็ดูจะกระตุ้นให้อาการนั้นเป็นมากอย่างไม่น่าเชื่อ  หล่อนได้แต่กัดฟันทนความเจ็บ ใช้วิถีดาบแห่งจิตฟันไปข้างหน้าเพื่อเปิดทาง ตอนนี้ก็ต้องแล้วแต่พวกคุณๆทหารแล้วว่าจะโชคดีเอาตัวรอดได้มากแค่ไหน เพราะเธอไม่คิดจะออมมือให้อีกแล้ว ทว่าวิถีดาบที่เฟรินภูมิใจนำเสนอกลับถูกหยุดอย่างง่ายดายด้วยดาบที่ตั้งขึ้นกันของเฟรเดอริก หรืออีกนัยก็เจ้าของเท้าที่ถีบเธอเมื่อครู่นั่นล่ะ เฟรินกัดฟันกรอด เจ็บใจก็เจ็บใจ แต่ตอนนี้คงไม่มีที่ไหนในร่างกายเธอที่เจ็บไปมากกว่าท้องน้อยนี่อีกแล้ว

นัยน์ตาพร่ามัวของเธอสอดส่ายหาทางออก หัวสมองเริ่มจะขาวโพลนไปหมด

‘ทำยังไงดี...

ฉันจะหนียังไง..คาโล’

ท่ามกลางเวลาที่เกือบจะสิ้นหวังของเฟริน อยู่ๆก็มีลูกเหล็กกลมๆกลิ้งออกมาจากไหนก็ไม่อาจทราบได้ ลูกเหล็กนั้นปล่อยควันฟุ้งออกมา ในมโนสติที่เกือบจะหลุดลอยของเฟรินเธอได้ยินเสียงความวุ่นวายรอบด้าน บ้างก็ร้องว่าระเบิด บ้างก็บอกให้อาลักขาเฟรเดอริก และก่อนที่สติสุดท้ายของเธอจะดับวูบ เธอได้เห็นเงาลางๆของวาลีนกำลังเตรียมร่ายคาถาอะไรบางอย่างอยู่ด้านหลังของเฟรเดอริกพอดี

‘ทำไมมีแต่คนที่ไม่อยากเจอนะ’ เฟรินคิดขำในใจด้วยความเหนื่อย สัมผัสสุดท้ายที่โอบตัวเธอไว้คืออ้อมแขนของใครบางคนที่ไม่รู้จัก

‘ฉันอยากเจอนายจัง.. คาโล..นายอยู่ที่ไหน’ พร้อมกับเปลือกตาที่ปิดสนิท


///////////////////////////////////////////////////////


ถึงแม้จะได้ยินคิลพูดเช่นนั้นแต่ความเป็นห่วงของคาโลเองใช่จะคลายลง แววตาที่สงบราบเรียบอยู่เป็นนิจจึงวูบไหวแม้เพียงน้อยนิดแต่คิลก็สังเกตเห็น

“ถ้านายไม่วางใจ” คิลเปรยขึ้นพร้อมล้วงมือเข้าอกเสื้อหยิบกระจกบานเดิมที่เฟรินให้ไว้ออกมา “จะลองติดต่อมันดูก็ได้”

คาโลมองกระจกในมือคิลอย่างพินิจ สัมผัสได้ถึงไอมนต์จากเดมอสลอยออกมาจางๆ คิลที่เห็นคาโลมองอยู่จึงกระตุกยิ้มแต่ไม่ยอมเฉลยสิ่งที่อีกฝ่ายสงสัย ปากก็พูดรหัสที่จะใช้ติดต่อ

“เฟลิโอน่า เกรเดเวล” กระจกทอแสงวาบขึ้นทันที


/////////////////////////////////////////////////////////


เวลาผ่านไปแต่คนข้างในก็ยังไม่ยอมเปิดประตูออกมาสร้างความกระวนกระวายแก่ผู้ที่รอฟังผลอยู่ด้านนอกยิ่งนัก

บุคคลสามคน.. สองชาย หนึ่งหญิง ในชุดสีดำรัดกุมต่างเดินวนเวียนไปมาหน้าประตูไม้ราวกับหนูติดจั่น เมื่อท่านหมอที่อุตส่าห์ไปลากออกมาจากบ้านอย่างเร่งด่วนจมหายไปในห้องตรงหน้าตั้งนานสองนานไม่ยอมออกมาเสียที

แอ๊ด...

เสียงเปิดประตูบ้านเบาๆ เรียกสายตาของทั้งสามให้ตวัดมอง และมือเห็นว่าเป็นใครมือที่จับอาวุธไว้จึงคลายออก

“มีคนตามมามั้ยคะ” ผู้หญิงคนเดียวในนั้นถามขึ้น เธอดูเหมือนหญิงชาวบ้านธรรมดา ใบหน้าไม่ได้งดงามโดดเด่นซ้ำยังผอมมากที่สำคัญผิวของเธอที่โผล่ลอดใต้เสื้อผ้าออกมายังขาวซีดอีก หากไม่ติดว่าเธอใส่ชุดดำทั้งตัวเหมือนพวกโจรแล้วล่ะก็คนอื่นๆจะคิดว่าหล่อนเป็นเพียงแค่ลูกสาวชาวบ้านที่ไม่ค่อยมีอันจะกินเท่าไหร่ก็ไม่แปลก

“ไม่มี... ข้างนอกปกติดีทุกอย่าง”  ชายคนที่เข้ามาใหม่ตอบ ใบหน้าของเขาคล้ายแม่ทัพประจำกองธงที่สี่ผู้ดูแลเขตชายแดนทางทิศตะวันออกของคาโนวาล..แม่ทัพแอสต้าอย่างประหลาด

ชายคนนั้นหันมองไปยังประตูห้องที่ปิดสนิท “แล้วทางนี้ล่ะ”

คราวนี้เป็นชายหนึ่งในสองคนตอนแรกตอบแทน “ยังไม่ออกมาเลย” เสียงที่หลุดออกมานั้นเต็มไปด้วยความกังวล ใบหน้าของผู้พูดโผล่พ้นออกมาจากเงามืดเพียงครึ่ง และดวงตาที่เห็นเพียงข้างเดียวนั้นปิดสนิท

ทันทีที่ชายคนนั้นพูดจบประตูห้องที่พวกเขาคอยก็เปิดออก ทั้งสี่กรูกันไปดักหน้าท่านหมอทันที

“เป็นไงบ้างอากัส” ผู้ชายคนที่เข้ามาเป็นคนสุดท้ายนั้นเป็นคนถาม

อากัส หมอชราที่เข้าไปตรวจอาการคนด้านในจึงเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ตัวสูงกว่าตนเกือบครึ่งและมีศักดิ์สูงกว่าตนหลายเท่าตรงหน้า

“เรียนท่านเลตัส นายหญิงปลอดภัยแล้วขอรับ” อากัสรายงานเสียงสุภาพ “แต่ข้ามีเรื่องต้องเตือนพวกท่านไว้ก่อนเกี่ยวกับสุขภาพของนายหญิง”

เลตัส ลูกชายของแม่ทัพแอสต้าที่เดินทางมาจากชายแดนตามคำสั่งลับของคาโลหลังจากที่เมราสไปส่งข่าว ยืนฟังคำบอกของแพทย์ทหารชราด้วยท่าทีสงบ แม้ในใจจะปีติยิ่งนักกับข่าวดีของคาโนวาล แต่สถานการณ์ไม่สงบเช่นนี้อย่างไรเสียก็ยังน่าเป็นห่วงมากกว่า

“ขอบใจท่านมาก” เลตัสพูดขึ้นหลังจากหมอชราเล่าจบพร้อมกับยื่นเสื้อคลุมให้ “ออกจากนี่ไปก็ทำตัวให้เหมือนปกติ เรายังต้องรอเวลา..”

“ขอรับ” อากัสทำท่าจะเดินออกไปแต่แล้วเขาก็หยุด “อย่าลืมนะท่านรอง” เลตัสหันมาฟังพร้อมกับอีกสามคนที่เหลือ “ตอนนี้อย่าให้นายหญิงออกแรงมากหรือได้รับความกระทบกระเทือนใดๆอีกเด็ดขาด” หมอชราตวัดเสื้อคลุมไหล่ของตน “ไม่เช่นนั้น..จากข่าวดีจะกลายเป็นร้ายแทน” จบคำอากัสก็เดินออกไป

ความเงียบโรยตัวภายในบ้านไม้เล็กๆนั่นและเป็นเลตัสที่ทำลายความเงียบขึ้น

“ฉันจะไปสืบความเคลื่อนไหวในวังหน่อย ฟากดูแลนายหญิงด้วย” ทั้งสามคนที่เหลือพยักหน้ารับ ก่อนชายที่เงียบมานานตั้งแต่ต้นจะเอ่ยเรียกเลตัสไว้

“ท่านรอง” เลตัสหันกลับมามองคนพูด ตอนนี้เองที่เขาได้เห็นคนตรงหน้าเต็มตา ชายคนนี้อายุประมาณสามสิบเศษ ผิวคล้ำกร้านแดด ใบหน้ามีลอยแผลเป็นพาดผ่านตาซ้ายทำให้มันบอดสนิท แต่ประกายตาสีดำขลับทางด้านขวาที่เหมือนกับเด็กนั้นกำลังส่อแววเป็นมิตร

ชายตาเดียวพูดต่อเมื่อเลตัสหันมา “พวกเราให้อีวาปลอมตัวเป็นนายหญิงอยู่ในตอนนี้  คิดว่า..ท่านควรจะรู้เอาไว้” เลตัสพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินออกไปทำตามเป้าหมายเดิม

เมื่อเลตัสเดินออกไปทั้งสามจึงหันมาปรึกษากันเอง

“รัน เธอเข้าไปดูแลนายหญิง ข้างนอกพวกฉันจะจัดการเอง” ชายคนที่หลับตาตลอดพูด หญิงที่ผิวซีดคนนั้นรับคำสั้นๆก่อนจะเปิดประตูเดินเข้าห้องไป

“ส่วนนาย กิล” คราวนี้เขาหันมาพูดกับชายตาเดียวบ้าง “พยายามติดต่อท่านโดรินให้ได้”

“รู้แล้ว” ชายตาเดียวลุกขึ้น “ระวังตัวด้วยล่ะ” ก่อนจะเดินออกจากประตูไป

เมื่อเสียงปิดประตูบ้านดังขึ้นเบาๆ นูรัส.. ชายที่หลับตาอยู่ตลอดเวลาคนนั้นจึงพูดขึ้น “ใกล้จะถึงเวลานั้นแล้ว..สินะ”

 
///////////////////////////////////////////////////////////


“ทำไมไม่ตอบรับล่ะเนี่ย” คิลเปรย รู้สึกเป็นห่วงหน่อยๆเมื่อเขาส่งเสียงเรียกไปหลายครั้งแล้วแต่อีกฝ่ายไม่ตอบกลับมาเสียที ทางด้านคาโลเองก็ร้อนใจจนนั่งไม่ติด คิลปรายตามองเพื่อนรักที่ถึงแม้จะตีสีหน้าเฉยชาแต่แววตานั้นไปคนละเรื่องกันเลย

“อย่าเพิ่งใจร้อนไป คาโล” คิลพูดพร้อมกับเดินเข้าไปหาคาโลที่นั่งอยู่บนเตียง “ยัยนั่นอาจไม่ทันเห็นก็ได้ว่าฉันติดต่อไป” มือขวายกขึ้นวางบนไหล่คล้ายจะปลอบ “ทำใจให้สบายเถอะ  อีกสักพักฉันจะติดต่อไปใหม่”


//////////////////////////////////////////////////////////////


ความรู้สึกปวดเมื่อยไปทั่วร่างเข้าจู่โจมทันทีที่สติเริ่มกลับมา เปลือกตาที่ปิดมาตลอดกระพริบไหวก่อนปรือเปิดขึ้น ความมืดคือสิ่งแรกที่สัมผัสได้ ต่อด้วยเค้าร่างเลือนรางของห้องนอนเล็กๆห้องหนึ่ง

เฟรินกวาดสายตามองซ้ายขวาสำรวจห้อง รับรู้ถึงสัมผัสของเตียงแข็งๆที่นอนอยู่ ในห้องนี้ไม่มีเครื่องเรือนมากนักนอกจากเตียงที่เธอนอน โต๊ะเล็กๆตั้งติดกับหัวเตียง มีเงาของเหยือกน้ำ  แก้ว และตะเกียงตั้งอยู่บนนั้น ถัดออกไปนิดหน่อยมีโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมขนาดกลางตั้งอยู่มุมห้องและเก้าอี้อีกสองตัวซึ่งหนึ่งในนั้นมีใครคนหนึ่งจับจองอยู่แล้ว

เฟรินขยับตัวลุกขึ้นแต่แล้วกลับต้องร้องครางออกมาเพราะความปวด ไม่ทันที่เธอจะทิ้งตัวล้มลงไปกับเตียงมือของคนที่เธอเห็นเมื่อครู่ก็เข้ามาช่วยประคองเธอไว้

“ระวังค่ะ” เสียงนั้นกระซิบแผ่ว “หิวน้ำหรือค่ะ” ไม่พูดเปล่า เจ้าของเสียงนั้นซึ่งเฟรินคิดว่าเป็นผู้หญิงก็ช่วยจัดหมอนพิงกำแพงหัวเตียงให้เธอนั่งสบายๆก่อนจะหันไปรินน้ำจากเหยือกที่วางอยู่บนโต๊ะมายื่นให้

เฟรินพึมพำขอบใจก่อนจะดื่มน้ำจนหมดแก้วด้วยความกระหาย หลังส่งแก้วคืนให้หญิงผู้นั้นแล้วคำถามแรกของเธอก็ตามมาทันที “ที่นี่ที่ไหน แล้วพี่สาวเป็นใครหรือ”

อีกฝ่ายหัวเราะน้อยๆ  ในความมืดเฟรินเห็นรอยยิ้มอารีฉาบที่มุมปากของเธอ “เดี๋ยวดิฉันจะจุดไฟให้นายหญิงก่อนแล้วเราค่อยคุยกัน.. ดีหรือไม่ค่ะ” เฟรินพยักหน้าให้แบบงงๆกับสรรพนามที่อีกฝ่ายใช้เรียกเธอ ไม่นานนักห้องมืดๆก็สว่างขึ้นเล็กน้อยด้วยแสงจากตะเกียง ผู้หญิงคนนั้นเดินไปเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างๆเธอ ก่อนจะเอื้อมมือทั้งสองข้างมาประคองมือเฟรินขึ้น

เฟรินจ้องผิวหน้าสีซีดนั้นไม่วางตา

“ฉันขอแนะนำตัวก่อนแล้วกันนะคะ” เธอนำมือของเฟรินมาทาบเบาๆบนหน้าผาก การกระทำนั้นเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความเคารพสูงสุดในเผ่าของเธอแม้เฟรินจะไม่รู้ความหมายของมันแต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความภักดีที่แฝงอยู่ในท่าทีสุภาพของหญิงผู้นั้น

เธอคนนั้นส่งเสียงพึมพำเบาๆ..เบามากจนแทบไม่ได้ยิน  “หม่อมฉัน... รัน รูน เพคะ เป็นหนึ่งในอนาคิน กลุ่มองครักษ์เงาภายใต้การนำของท่านเจราส” รันเงยหน้าขึ้นพร้อมกับยิ้มให้

เฟรินเบิกตาขึ้นเล็กน้อย เธอเคยได้ยินชื่ออนาคินมาก่อนจากคาโลก่อนที่เขาจะไปปราบปรามกบฏ

“ตอนนี้เราอยู่นอกเขตวังค่ะ แต่นายหญิงไม่ต้องห่วง คนของเรากำลังปลอมตัวเป็นท่านอยู่ รับรองว่าไม่มีใครจับได้แน่” เฟรินได้แต่พยักหน้ารับ ในหัวหมุนจี๋เรียงลำดับเหตุการณ์

เธอจำได้ว่าแอบเข้าไปในวังจันทราเพื่อสืบเรื่องของเฟรเดอริก แต่แล้วด้วยความซวยจึงถูกจับได้ เธอสู้กับพวกทหาร และเพรี่ยงพร้ำให้เฟรเดอริก ก่อนจะสลบไปเธอรู้สึกว่ามีคนมาช่วยเธอเอาไว้  เฟรินมองหน้าอีกฝ่าย คงเป็นคนๆนี้ไม่ผิดแน่ แต่เดี๋ยวก่อน..ตอนนั้น ตอนที่เฟรเดอริกเปิดประตูห้องลับออกมาภายในห้องมืดนั่น เธอเห็น....

จู่ๆแสงสว่างจากกระจกที่วางอยู่บนโต๊ะมุมห้องก็วาบขึ้นมา เฟรินสะบัดหน้าไปมองแทบจะทันที

“ฉันหยิบให้เองค่ะ นายหญิง” รันบอกอย่างรู้ใจก่อนจะลุกไปหยิบกระจกบานเล็กนั้นมายื่นให้  ทันทีที่มันแตะมือเฟรินแสงสว่างก็จางลงเหลือแต่ควันขาวลอยวนไปมา

“คิลมัส ฟีลมัส” ควันสีขาวกระจายออกราวถูกลมพัด เผยให้เห็นใบหน้าอ่อนเยาว์ของนักฆ่าเพื่อนซี้

“ไง..กว่าจะตอบกลับมาได้นะ” เสียงกวนๆที่ส่งออกมาจากกระจกเรียกรอยยิ้มจากริมฝีปากของเฟรินได้ไม่ยาก ตาสีม่วงนั้นมองสำรวจใบหน้าซีดเซียวของเธอก่อนพูดต่อ “ดูเหมือน...จะไปเจออะไรๆมาเยอะเหมือนกันนี่”

เฟรินพยักหน้าให้พร้อมตอบกลับ “อือ.. จนฉันชักจะดีใจ ที่ไม่ลืมพกกระจกนี่ติดตัวตลอดเวลาเสียแล้ว” พูดเสร็จก็หัวเราะน้อยๆ และก็ต้องหยุดไปแทบจะทันทีเมื่อเสียงที่ไม่คิดว่าจะได้ยินดังผ่านมาจากกระจก

“เฟริน”

ขอบตาร้อนวูบ ยิ่งเมื่อได้เห็นใบหน้าที่คิดถึงมาแสนนาน น้ำตาที่พยายามกลั้นมาตลอดก็พานจะหลั่งออกมาให้ได้

เกือบสองเดือนแล้วสินะ ที่ฉัน..ไม่ได้เห็นนาย

“คาโล..”







RayGuard
29/7/2006

ความคิดเห็น

corage
corage 29 ก.ค. 50 / 17:28

อิอิ กรี๊ด อัพแล้วววววววววววว
รอคอยมานาน อิอิ

ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณมากค่ะท่านอัลที่มาอัพ
รอมานานแสนนาน
ความคิดเห็นที่ 3
เรย์จังมาอัพแล้วดีใจที่สุดเลย
ว่าแต่สอบเสร็จแล้วเหรอจ๊ะ ไปฝึกงานที่ไหนมาบ้างล่ะเนี่ย ท่าทางจะเจอแต่ที่โหดๆแน่เลยถึงไมมีเวลามาอัพ
ตอนนี้ก็สนุกอีกแล้วจ๊ะ
เฝ้ารออ่านตอนที่ 25 อยู่นะจ๊ะ
key-j
key-j 30 ก.ค. 50 / 10:46
โย่ๆๆ ได้อ่านแล้ว หนุกมากๆเลย มาอัพต่อไวไวนะงับ เจ๊ รอตั้ง 4 เดือนแหนะ หวังว่าตอนหน้าคงไม่รอเป็นปีหรอกนะงับ อิอิ บะบายคร้าบ แล้วจะแวะมาเยี่ยมใหม่นะ
PS.  ฮัลโหล234 วันทูทรี อัพเอ็นท์ดาวน์ แวะเข้ามาในไอดีกระผมด้วยน่ะคร้าบบบบ จะว่างอยู่แล้ว
fate666
fate666 30 ก.ค. 50 / 15:12

ในที่สุดท่านเรย์ก็อัพซะที
อย่าหายไปนานอีกนะคะ

ตัดจบซะดื้อๆเลย อยากอ่าต่อง่า >w<
นอนเฝ้าตอนที่ 25 ต่อไป ....


PS.  The Sixth Espada ... Grimmjow Jackerjack >< Love U ~*~ Ulquiorra Shuuhei Hollowichi Saber Archer Kikumaru Bunta Don't forget to visit me - - - Hola~~~
redkop
redkop 30 ก.ค. 50 / 23:23

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด อัพแล้ววว เปิดมาดูเผื่อฟลุ๊ค ขอตัวไปอ่านก่อนนะคะ


PS.  เบื่อชีวิต ตายแน่กรู อ๊ากกกกกก
key-j
key-j 31 ก.ค. 50 / 16:14
ค้างๆคาๆ แม่เจ้าเว้ย       อยากอ่านแล้วอ่ะ

PS.  ฮัลโหล234 วันทูทรี อัพเอ็นท์ดาวน์ แวะเข้ามาในไอดีกระผมด้วยน่ะคร้าบบบบ จะว่างอยู่แล้ว
ความคิดเห็นที่ 8

คิดถึงที่สุด
ในที่สุดก็มีเวลามาต่อจนได้นะ
ยิ่งอ่าน ยิ่งอยากให้ถึงบทสรุปเร็ว ๆ เพราะ ค้างตอนสำคัญทุกทีสิน่า

freyachan
freyachan 1 ส.ค. 50 / 22:28
อัพแล้ว อัพแล้ว อัพแล้วววววววววว ดีใจสุดๆๆๆ หลังจากหายไปสี่เดือน (ท่านเรย์ใจร้าย) คราวหน้าอย่าหายไปนานๆอีกนะ คนอ่านจะลงแดงตายอยู่แล้ว 

กำลังสนุก อ๊ากก ตัดจบซะงั้น เอาใจช่วยให้เขียนบทต่อไปเร็วๆนะคะ อิอิอิ
fon_pheem
fon_pheem 3 ส.ค. 50 / 00:21
ง่า อยากร้องไห้แทนเฟรินจัง...มาอัพเร็วๆนะค่ะ
PS.  แล้วมาใหม่นะค่ะ...
ความคิดเห็นที่ 11

ไงบ้างท่าน!!
ดองจนได้ที่แล้วสินะ แต่ยังไงก้อได้อ่าแล้วๆ ดีใจๆๆๆๆๆ
ตอนแรกเปิดมาดูก้อคิดว่าคงยังไม่มาหรอก ขนาดปิดเทอมยังไม่มาเลย แล้วเปิดเทอมท่านจะว่างอัพหรอ??
พอเห็นมาอัพ นี่ก้อแบบ...อึ้งอ่ะ 
แต่สนุกเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยน้า อยากอ่านอีกอ่ะ อัพไวๆหน่อยจิ เนอะๆๆๆ
สู้ๆๆๆๆ

misuno
misuno 4 ส.ค. 50 / 22:08
ดีใจจังเลยพี่เจี๊ยบมาอัพแล้ววว^[]^!!!!

รอมาตั้งนานแน่ะค่ะ พอเพื่อนมาบอกก็รีบเปิดอ่านเลย

สงสารเฟรินจังเลย

ว่าแต่....

เฟรินท้องรึเปล่าคะเนี่ย ข่าวดีมากกกกกกก >[]<!!!!
PS.  ...รักแท้คือแย่งชิง รักไม่จริงคือเสียสละ รักอมตะคือรักข้างเดียว....Mi$Uno....
ความคิดเห็นที่ 13

อัพตอนต่อไปไวๆๆนะ            รออ่านอยู่นะจ้ะ

key-j
key-j 8 ก.ย. 50 / 22:30
และแล้ว Ray Guard ก็หายไป เฮ้อ! 

อัพช้าอีกแล้ว

อัพไวไวหน่อยสิคับ
PS.  ฮัลโหล234 วันทูทรี อัพเอ็นท์ดาวน์ แวะเข้ามาในไอดีกระผมด้วยน่ะคร้าบบบบ จะว่างอยู่แล้ว
cupcake_JA
cupcake_JA 21 ก.ย. 50 / 02:59

มาอัพหน่อยสิค่ะ อยากอ่านต่อแล้วอ่ะค่ะ

DARIAN
DARIAN 8 ต.ค. 50 / 20:44


อัพ อัพ อัพ อัพ  น้าาาาา

รอนานแล้วค่ะ
PS.  คำคำนั้น คำคำนี่ ไม่สำคัญเท่า ฉันรักเธอ
ความคิดเห็นที่ 17
เพิ่งจะได้อ่านเรื่องนี้ รวดเลย โอ้วอ่านทีเดียวนี้ เหนื่อย!!! ชอบจังเลย ชอบคาแรคเตอร์ของเฟริน เป็นผู้ใหญ่ขึ้นแต่ก็มีความเป็นเฟรินในตัวอย เรื่องหาเรื่องนี้คงเป็นปกติ แล้วที่เรื่องมันวิ่งมาหาก็ทำดี พล็อตน่าสนุกดี มีตัวละครออริจิเนอร์ออกมาร่วมด้วยแต่ก็ไม่ทำให้ตัวละครจากแฟนฟิคเสียเรื่อง ผสมกันได้ไม่น่าเบื่อ น่าติดตามต่อๆไป

อืม ขำคิล ยังคงต้องยุ่งยากเพราะเพื่อนเลิฟเหมือนเดิม  อยาเจอโร  อยากรู้ว่าโรเป้ฯไงบ้างในฟิตคเรื่องนี้ ไม่ทราบว่ามีโอกาสจะได้ออกไหมนะพ่อหนุ่มคนเนี่ย  

ปล. ยังไงก็จะตามอ่านต่อไป 
ความคิดเห็นที่ 18

อัฟด่วน...Pleaseeeeeeeeeeeeeeeeee

prince_kalo
prince_kalo 5 พ.ย. 50 / 20:58

อัฟค่ะ
กำลังมันส์