RayGuard
ดู Blog ทั้งหมด

บทเพลงที่ 22 ปีศาจ

เขียนโดย RayGuard

บทเพลงที่  22  ปีศาจ





“นายเป็นใครกัน”  เอลลิคถามออกไปอีกครั้งเมื่อเห็นเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ตอบกลับ  ตาสีน้ำเงินหรี่ลง  “พวกดีมันงั้นรึ”

เทรซยกมือขึ้นกอดอกพลางยิ้มกริ่ม

ตอนนี้คงได้แต่ถ่วงเวลาไว้ก่อน..  ตัดสินใจได้ดังนั้นจึงตอบกลับ  “แล้วท่านคิดว่าไงล่ะ  ท่านราชองครักษ์”

คทาในมือขวายกขึ้นกันตัวเด็กน้อยในอ้อมแขนทันทีแทนคำตอบ  สายตาจับจ้องร่างที่เตี้ยกว่าราวสองคืบไม่กระพริบเตรียมรับสถานการณ์  แต่เพียงเศษกระดาษไหม้ไฟปลิวผ่านหน้าบดบังสายตาไปแค่ครู่..ร่างที่เห็นอยู่กลับหายไป!!

ตาสีน้ำเงินเบิกกว้าง  สะบัดหน้าหันไปมองด้านหลัง  และวินาทีนั้นฝ่ามือที่พุ่งสวนมาอย่างเร็วหวังเสียบเข้าตรงศีรษะก็ทำให้เอลลิคต้องเบี่ยงหัวหลบตามสัญชาตญาณ  ทว่ามือที่พุ่งเข้ามาเหมือนจะปลิดชีวิตของชายหนุ่มกลับเบนเป้าหมายไป

เทรซกดมือลงคว้าหมับเข้าที่ตัวเด็กก่อนใช้แรงเพียงน้อยนิดบวกกับความเร็วปานนรกชิงเด็กน้อยไปได้ในที่สุด 

เอลลิคชะงักยื่นมือหมายจะคว้าเจ้าตัวเล็กแต่ไม่ทันเพราะเทรซรีบผละตัวออกห่างไปทันที

“ส่งเด็กคนนั้นคืนมา”  เอลลิคสั่งเสียงเครียดแต่มีหรือที่อีกฝ่ายจะยอมทำตาม 

เทรซหัวเราะน้อยๆก่อนว่า  “ท่านพูดอะไรตลกดีนะท่านราชองครักษ์”  ใบหน้าขาวยิ้มอย่างนุ่มนวล  “ทำไมฉันจะต้องทำตามที่ท่านพูดด้วยเล่า”

“นั่นสินะ..โจรใจโฉดแบบพวกแกพูดดีๆด้วยคงไม่ได้”  สิ้นคำคทาสีเงินในมือก็ปักสวบลงพื้นแต่เทรซที่พอจะเดาได้อยู่แล้วว่าคนตรงหน้าคิดจะทำอะไรจึงเอ่ยขัดไว้ก่อน

“อย่าดีกว่านะ..หากท่านใช้เวทโจมตีมาทั้งแบบนี้ล่ะก็”  พูดพลางชูเด็กให้ดู  “หรือเด็กคนนี้จะเป็นไงก็ไม่สนล่ะท่านราชองครักษ์”

แต่ดูเหมือนคำขู่จะไม่เป็นผลเมื่อผู้ทรงเวทยังร่ายคาถาต่อและในพริบตาเงาใต้ฝ่าเท้าของเทรซก็พุ่งขึ้นรวบจับตัวเด็กหนุ่มเอาไว้

“เงาพันธนาการ”  เอลลิคพูดขึ้นเบาๆขณะมองเทรซที่ถูกเชือกเงาที่เขาสร้างขึ้นตรึงไว้แน่น  “อย่าดูถูกกันให้มากนัก”

น่าแปลกที่เด็กหนุ่มตรงหน้าดูจะไม่สะทกสะท้านทั้งที่ตนเองถูกจับไว้ได้แล้ว  ใบหน้านั่นยังยิ้มกริ่มไม่มีตระหนก 

เอลลิคขมวดคิ้วแน่น  “ขอพูดอีกครั้ง..ส่งเด็กคนนั้นมา!!”

รอยยิ้มบนเรียวปากยิ่งแย้มกว้างขึ้น  “ขอปฏิเสธ”

“ว่าไงนะ”

“ฉันว่า..เรามาเล่นเกมส์กันดีกว่า”  เทรซพูดขึ้นทั้งๆที่ตัวเองยังถูกมัดแน่น  “โดยใช้เด็กนี่เป็นเดิมพัน..วงกตหมื่นทิศ!!”  เวทประหลาดถูกร่ายทันทีที่พูดจบ  ไม่แม้แต่จะรอคำตอบตกลงของอีกฝ่าย 

เอลลิคเมื่อเห็นว่าเป็นคาถาที่ตนไม่รู้จักก็ไม่คิดจะผลีผลามตอบโต้ชายหนุ่มร่ายเวทเกราะป้องกันคลุมตัวไว้หากแต่เวทที่ฝ่ายตรงข้ามใช้กลับไม่ใช่เวทจู่โจมอย่างที่เขาคิด

เสร็จกัน!!..นี่มัน!!

“หึ ขอคืนคำพูดให้นะ”  เอลลิคตวัดมองเจ้าของเสียงที่บัดนี้กลับมายืนสบายๆได้อีกครั้งโดยไร้ซึ่งพันธนาการใดๆ  “อย่าดูถูกกันเกินไปนัก ท่านราชองครักษ์”  และนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่เอลลิคได้ยินก่อนร่างของเขาจะถูกกลืนหายไปในแสงสว่างจ้าที่โอบล้อมรอบตัว... 

 
ที่นี่..ที่ไหน..

เอลลิคเดินไปอย่างไร้จุดหมาย  รอบด้านเต็มไปด้วยสีขาว..สีขาว..และสีขาว  ไม่มีพื้น  ไม่มีเพดาน  ไม่มีอะไรเลย  เป็นสถานที่ที่ว่างเปล่า

“ฮึก..ฮือ..”

“นั่นใครน่ะ!!”  เจ้าตัวร้องถามเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างและวินาทีนั้นสภาพรอบด้านก็เปลี่ยนไปกลายเป็นซากหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยศพและกองเพลิง

นี่มัน..

ตาสีน้ำเงินเบิกกว้างเมื่อภาพที่เห็นช่างคุ้นตา

เป็นไปไม่ได้..

“อย่าเข้ามานะ!!”  เสียงเดียวกับที่เขาได้ยินเมื่อครู่ดังขึ้นมาอีกครั้งจนเอลลิคต้องเหลียวมองหาและสายตาก็เหลือบไปเห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กดูอายุไม่น่าจะเกินห้าขวบนั่งตัวสั่นเทาหลังติดบ่อน้ำกลางหมู่บ้านโดยมีชายฉกรรจ์ท่าทางโหดเหี้ยมล้อมอยู่ถึงหกคน

เด็กคนนั้นเหลือบสายตามาเห็นเขาเข้า  ใบหน้าหวาดกลัวอาบน้ำตาแสดงความดีใจชั่วแวบก่อนตะโกนลั่นขอความช่วยเหลือทว่าเอลลิคกลับตัวแข็งทื่อไม่ขยับ

ไม่ใช่เพราะกลัวโจรกระจอกแต่เป็นเพราะ..ใบหน้าของเด็กคนนั้น!!

ใบหน้านั่น..  ทั้งสีผม.. หรือแม้แต่ดวงตา..

นั่นมัน..

ตัวเรา..

นี่มันเรื่องอะไรกัน!!” 

ภาพตรงหน้ากำลังดำเนินไปราวหนังฉายซ้ำ  ชายหนุ่มได้เห็นตัวเองที่กำลังจะถูกฆ่าเมื่อยามเด็ก  รับรู้ถึงความรู้สึกหวาดหวั่น  ความกลัวที่ถาโถมและความอ้างว้างอย่างที่สุด  เสียงตะโกนเรียกที่ไม่มีใครได้ยิน..ในตอนนั้น..

แววตาที่ดูจะตะลึงไปในช่วงแรกเริ่มกลับมาเย็นเฉียบก่อนจะระอุขึ้น  “นี่เจ้าเล่นอะไรกัน..”  เอลลิคกระซิบเสียงเครียด  แต่ดูเหมือนเจ้าของมนต์ประหลาดที่สร้างภาพในอดีตให้เขาเห็นจะได้ยินเพราะเสียงนั่นหัวเราะน้อยๆตอบกลับมาก่อนคำพูดเชิงขบขันจะดังก้องแบบไม่รู้ทิศทาง

“อย่าเพิ่งโมโหสิท่านราชองครักษ์..  ฉันก็แค่ให้ท่านได้เห็นอดีตอันแสนสุขก็เท่านั้นเอง  ไม่เห็นจะมีอะไรนี่”

“อย่ามาพูดบ้าๆนะ”  เอลลิคสะบัดหน้าขึ้นมองฟ้า  ตวาดกลับ  แต่แล้ว..

ฉัวะ!! 

กรี๊ดดดดดดดดด” 

พี่ครับ!!

เสียงคมดาบตัดผ่านเนื้อ  เสียงกรีดร้องของหญิงสาวตามด้วยเสียงเรียกที่ทวีความตระหนกของเด็กหนุ่มดึงสายตาเอลลิคกลับมาและภาพพี่สาวที่โถมตัวเอาร่างเข้าบังเขาในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยนั้นก็ทำเอาเอลลิคสติแทบกระเจิง

ชายหนุ่มก้มหน้าลง  ทั่วทั้งร่างสั่นระริก 

“มันจะมากไปแล้ว..” 

ไอเวทแห่งความโกรธแผ่พุ่งออกจากร่างจนโลกแห่งมายาเริ่มสะเทือน

ทางด้านเทรซที่นั่งดูอยู่ด้านนอกเริ่มจับไอเวทมหาศาลจากในโลกมายาที่เขาสร้างขึ้นได้  ชายหนุ่มจึงยืดตัวขึ้นจากท่านั่งสบายๆมาจับจ้องยังวัตถุทรงกลมสีขาวลูกโตที่กักขังเอลลิคไว้อย่างตั้งใจแทน

วัตถุทรงกลมนั่นกำลังปริแตก  รอยแยกลามไปเรื่อยๆอย่างรวดเร็ว

มิติมายากำลังทลาย!!

ใช้เวลาเพียงแค่ห้านาทีนี่นะ.. คนอะไรกัน!!

สีหน้าของเด็กหนุ่มเริ่มเครียดเขาอุตส่าห์คิดจะขังเอลลิคไว้ในมายาภาพความทรงจำสักระยะเพื่อหาทางเลี่ยงการปะทะแต่กลับกลายเป็นว่าคนตรงหน้าดันมีความสามารถมากกว่าที่เขาคาด  ม่านมิติที่จอมเวทเก่งๆกว่าจะทำลายได้ยังต้องใช้เวลาร่วมสิบนาทีแต่คนๆนี้กลับใช้ไปแค่ห้านาทีกว่าๆเท่านั้น

แบบนี้ชักจะไม่สวยซะแล้วสิ..

สิ้นความคิดวัตถุทรงกลมสีขาวก็ระเบิดออกอย่างรุนแรงแทนที่ด้วยไอสังหารครุกรุ่นก่อนร่างของนักเวทผู้เลื่องชื่อจะปรากฏให้เห็นอีกครั้ง

“สนุกมากใช่มั้ย..”  นักเวทที่กำลังจะผันตัวเป็นนักฆ่าถามเสียงกร้าว

ฉันถามว่าสนุกมากใช่มั้ย!!”  คทาในมือปักลงพื้นอย่างแรงหัวคทาเรืองแสงราวจะมอดไหม้ก่อนตาสีน้ำเงินที่เงยขึ้นสบจะเปล่งประกายสังหารชัดจนคนมองถึงกับผงะ  หัวใจเต้นระทึกแต่นั่นหาใช่เพราะความกลัวไม่

นี่เรา..ดันไปปลุกเสือหลับเข้าให้แล้วสินี่

ถึงแม้จะกังวลหากแต่ในใจส่วนลึกสายเลือดอีกครึ่งหนึ่งที่หลับใหลกลับกำลังล่ำร้องด้วยความหฤหรรษ์อยู่ภายใน..อย่างเงียบๆ
 

/////////////////////////////////////////////////////////


เอลลิคจำได้ดีครอบครัวของเขาเป็นครอบครัวเล็กๆในหมู่บ้านติดชายทะเลสกอปิโอ..  แม้จะยากจนแต่พวกเขาสี่คน  พ่อ  แม่  และพี่สาวก็อยู่กันอย่างเป็นสุข 

ห้าปี..  ชีวิตเรียบง่ายแสนสงบผ่านไปห้าปีและแล้ว..วันนั้นก็มาถึง..

ในคืนวันฉลองวันเกิดปีที่ยี่สิบเอ็ดของพี่สาวผู้ใจดีจู่ๆหมู่บ้านของพวกเขาก็ถูกพวกโจรสลัดเข้าจู่โจม  พวกมันทั้งปล้น  ฆ่า และทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า  สีเลือดแดงฉานไปทั่วไม่ยกเว้นแม้แต่บ้านของเขา..

ซากร่างของบุพการีที่นอนก่ายกันแบบชิ้นส่วนไม่ครบอยู่ตรงหน้าประตูทำให้เด็กน้อยเอลลิคนิ่งงัน  หัวใจแทบหลุดออกจากอก 

เป็นเพราะเขาอ่อนแอหรือ.. 

เพราะเขาไร้กำลังใช่มั้ยเรื่องบ้าๆแบบนี้..

หากแต่ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังคิดด้วยหัวใจที่เจ็บช้ำและตระหนกเสียงกรีดร้องของหญิงสาวที่เขาบูชาที่สุดก็ดังก้องไปทั่ว 

เอลลิคน้อยออกวิ่ง  ขาก้าวสลับกันไปอย่างร้อนรน  น้ำตาที่ห้ามไม่ให้ไหลรินหลั่งทะลักเมื่อภาพบาดตาตรงหน้ายากจะยอมรับ

พี่สาวเพียงคนเดียวของเขา!!

ดวงตาที่เคยไร้เดียงสาเบิกกว้าง.. ขาก้าวถอยหลังไปอัตโนมัติเมื่อเจ้าโจรชั่วนั่นผละกายที่เต็มไปด้วยรอยแผลออกจากร่างบอบบางเปลือยเปล่าหมดสภาพบนพื้นห้องหันมาจ้องเขาแทนและโดยไม่รอคิดร่างกายเล็กๆของเด็กหกขวบก็พาเจ้าตัววิ่งหนีออกมาไกล

เราจะหนีมาทำไม!!

กลับไปสิ!!

กลับไป!!

เด็กหนุ่มได้แต่คิดอย่างปวดร้าวแต่ร่างกายที่ถูกความกลัวกัดกร่อนหาได้ทำตามคำสั่ง 

เขาไม่ใช่คนเก่งกล้า..

ไม่ใช่ผู้ผดุงคุณธรรมมาจากไหน..

เป็นเพียงแค่เด็ก!! แค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น!!

แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น..

นั่นน่ะ..คนสำคัญเพียงคนเดียว  พี่สาวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ไม่ใช่รึไง!!

เด็กหนุ่มสะดุดหกล้ม  ร่างคลุกไปกับดินและกองเลือด  เอลลิคค่อยยันตัวขึ้นในท่าคลานใบหน้าก้มต่ำ  ตัวสั่นระริกสาย  น้ำตาหลั่งไหลไม่ขาด  และแล้วเสียงฝีเท้าหลายเสียงที่เหยียบย้ำพื้นด้านหลังก็ทำเอาเด็กหนุ่มสะดุ้ง  ใบหน้าหมุนกลับไปมอง  แววตาหวาดกลัวเบิกกว้าง 

เอลลิคเห็นโจรหกคนนั้นพูดอะไรบางอย่างตอบโต้กัน  เห็นพวกนั้นหัวเราะขณะมองมายังเขา  แต่เจ้าตัวไม่รับรู้สิ่งใดอีกแล้วร่างกายเล็กๆกำลังพยายามสุดชีวิตที่จะพาตัวให้รอดออกจากที่นี่  เด็กหนุ่มถอยหนีทว่าแผ่นหลังก็ชนเข้ากับหินเย็นเฉียบที่ก่อขึ้นเป็นบ่อน้ำกลางหมู่บ้าน

เอลลิคได้แต่ร้องเรียกให้ใครสักคนมาช่วยแต่ไม่มีเลย..

ไม่มี..

ขณะที่เจ้าตัวได้แต่คิดว่าต้องตายแน่แล้วนั้น  สายตาก็เหลือบไปเห็นใครคนหนึ่ง

และเมื่อดาบเล่มใหญ่ง้างขึ้นจนสุด  เสียงที่หายไปก็เปล่งร้องออกมาได้อีกครั้ง

“พี่ฮะ..พี่ช่วยผมด้วย!!

ฉัวะ!!

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด

เสียงคมดาบตัดผ่านเนื้อตามด้วยเสียงกรีดร้องแต่นั่นไม่ใช่เสียงของเขา  ร่างกายไม่ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวด  ที่สัมผัสได้คืออ้อมกอดอุ่นที่คุ้นเคย  ของเหลวบางอย่างสาดกระเซ็นแปดเปื้อนตัวพร้อมกับกลิ่นคราวเลือดคละคลุ้ง

ดวงตาที่ปิดสนิทเปิดขึ้น  ตาเบิกกว้างถึงขีดสุดเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

“พี่ฮะ”

เสื้อผ้าขาดวิ่นที่ห่อหุ้มกายนั้นเป็นของพี่.. ร่างกายบอบช้ำนี่ก็ด้วย..

ทำไม..

พี่ครับ!!”  เด็กหนุ่มผวากอดพี่สาวแน่น 

ทำไมต้องเป็นแบบนี้..

แม้ร่างกายจะอ่อนล้า..แม้เลือดสดจะหลั่งรินจนแทบหมดร่าง..หากแต่มือขาวบางเย็นชืดนั้นก็ยกขึ้นรูปใบหน้าของน้องรักแผ่วเบาปลอบโยน

“พี่รักเจ้า..”  เสียงแผ่วนั้นราวกับจะหลุดลอยทำให้หัวใจดวงน้อยแหลกสลายตาม  “มีชีวิตอยู่เผื่อพี่นะ”  มือบางร่วงหล่นพร้อมกับสายธารชีวิตและอาจรวมไปถึงจิตใจของเด็กหนุ่มอีกคน

ตายหมด!!

ทุกคน..ตายหมดแล้ว!!

เพราะเรา!!

หากเราไม่อ่อนแอ.. หากเรามีพลังมากกว่านี้!!

ดวงตาสีน้ำเงินที่เคยสดใสขุ่นมัว  น้ำตาที่อาบใบหน้าเหือดแห้ง

เอลลิคมองโจรถ่อยที่ย่างสามขุมเข้าหาด้วยจิตใจว่างเปล่า  เด็กหนุ่มเห็นพวกมันคนหนึ่งแสยะยิ้มขณะยกดาบเตรียมฟัน  ใจที่ด้านชาจากการสูญเสียรู้สึกยินดีขึ้นมาชั่วขณะหวังหลุดพ้นแต่แล้ววูบหนึ่งที่คำสั่งเสียสุดท้ายของพี่สาวที่รักยิ่งกลับแว่วเข้ามา

‘มีชีวิตอยู่เผื่อพี่นะ..’

ชั่วขณะนั้นราวกับสลักบางอย่างถูกปลด  เอลลิครู้สึกถึงความร้อนและบางสิ่งที่ดำมืดไหลเวียนอยู่ในร่าง

เขาจะต้องไม่ตาย!!

จะตายไม่ได้!!

พลังเวทมหาศาลหลั่งทะลัก  สายเวทสีเงินแผ่คลุมทั่วพื้นดินเรียกเหล่าโจรนับสิบที่กระจายอยู่รอบหมู่บ้านให้วิ่งมายังจุดต้นกำเนิดพลัง

“เกิดอะไรขึ้น”  เอลลิคได้ยินเสียงพวกมันร้องถามกัน

“ไม่รู้ไอ้เด็กบ้านี่มันทำอะไรแต่รีบ‘ฆ่า’มันก่อนเถอะ”  โจรที่อยู่ใกล้เขาที่สุดเป็นคนตอบและคำพูดนั่นก็ดูราวกับจะไปจุดฉนวนภายในตัวเขาเข้า

‘ฆ่า..เหรอ..’  ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างราวกับได้ยินคำต้องห้าม

นี่เราจะ..ตาย!!

‘มีชีวิตอยู่เผื่อพี่นะ..’

“ไม่!!”  สายเวทยิ่งผันผวนแผ่กว้างเมื่อเจ้าของร่างมิอาจควบคุมพลัง

ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยย”  ราวกับประตูมรณะเปิดออก  ร่างที่ชุ่มโชกด้วยเลือดแผดเสียงก้อง  สายเวทสีเงินแผ่ครอบคลุมทุกอณูเงา  แปรเปลี่ยนสิ่งไร้ชีวิตให้เคลื่อนไหว 

คมดาบเงานับไม่ถ้วนที่ลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีดำสนิทพุ่งขึ้นจากพื้นตรงเข้าเสียบร่างของโจรถ่อยทุกชีวิตจนแหลกเหลวหล่นล่วง  สายธารโลหิตชุ่มโชกโอบล้อมร่างเล็กหนึ่งเดียวที่นั่งอยู่ที่นั่น

ทุกอย่างเงียบสนิทหลังจากพลังเวทจางหายและไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตใด..

อุ๊บ!!

เอลลิคปิดปากแต่เด็กหนุ่มกลับอาเจียนออกมาหมดอย่างไม่อาจฝืน

กลิ่นคาวเลือดที่ไม่เคยคุ้น

ภาพชิ้นส่วนซากศพที่ไม่เคยเจอ

ที่สำคัญ..

เขา..ฆ่าคน

หลังจากนั้นมาชีวิตของเด็กหนุ่มก็เปลี่ยนไป  ไม่มีรอยยิ้ม  ไม่มีเสียงหัวเราะ  กลายเป็นเพียงสุนัขเร่ร่อนที่เดินทางอย่างไร้จุดหมายและหนึ่งเดือนหลังจากนั้นเองที่เขาได้พบกับเจราส..

ในตอนนั้นเจราสที่ออกเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุดพักร้อนที่นานๆครั้งจะมีก็ไปพบเอลลิคเข้าโดยบังเอิญ  สภาพทรุดโทรมโศกเศร้านั้นทำให้รองเสนาบดีกลาโหมสงสารจับใจ  ชายหนุ่มจึงตัดสิ้นใจรับเลี้ยงเด็กไร้บ้านคนนั้นไว้ 

ด้วยความอบอุ่นใจดีของเจ้าบ้านทำให้สภาพจิตใจของเอลลิคดีขึ้นเป็นลำดับและแม้ตอนนั้นเขาจะอายุได้เพียงเจ็ดขวบแต่เพราะรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณและอยากจะตอบแทนท่านรองเสนาบดีผู้ใจดีสักครั้งแม้ว่ามันจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม  เด็กหนุ่มจึงได้ตัดสินใจให้สัตย์สาบานและเข้าเป็นหนึ่งในกลุ่มองครักษ์เงา..

การฝึกฝนอย่างหนักผ่านไปวันแล้ววันเล่าและด้วยพรสวรรค์ด้านเวทที่ใครก็คาดไม่ถึงทำให้เอลลิคสามารถเรียนรู้คาถาต่างๆได้อย่างรวดเร็ว  รวมทั้งสามารถร่ายเวทบทง่ายโดยไม่ต้องใช้คทาได้อย่างช่ำชอง  และเมื่อองค์ชายองค์น้อยในกษัตริย์บาโรพระชนมายุได้สามชันษาเขาก็ได้รับการไหว้วานจากเจราสคนที่เขาเคารพเช่นบิดาขอให้เขาเป็นองครักษ์ประจำตัวของเจ้าชายคาโลพร้อมกับเมราสเพื่อนสนิทที่เรียนวิชามาด้วยกัน

ตอนนั้นเอลลิคดีใจยิ่งนักที่ตนจะได้มีโอกาสตอบแทนคุณแม้จะรู้สึกเสียดายนิดหน่อยที่เจราสไม่ขอให้เขาเป็นองครักษ์ของตนเองแต่ถ้าเป็นความต้องการของคนๆนี้ล่ะก็..เขาก็จะทำอย่างดีที่สุด

ด้วยอายุเพียงแค่สิบหกปีแม้เรื่องเวทจะเหนือกว่าใครๆในกลุ่มที่ฝึกฝีมือมาด้วยกันและล้ำหน้าราชองครักษ์บางคนไปมากโขแต่อย่างไรเสียก็ยังขาดประสบการณ์

เด็กหนุ่มที่อายุยังน้อยต้องจากที่ที่คิดว่าเป็นบ้านมาตลอดสิบปีมายังพระราชวังใหญ่ที่หนาวเหน็บอีกทั้งคำล่ำลือเกี่ยวกับเจ้าชายองค์น้อยที่เขาต้องมาพิทักษ์ก็ทำให้เอลลิครู้สึกไม่ดีนัก

และแล้วเขาก็ได้พบเจ้าชายที่ใครๆต่างก็ล่ำลือถึงความเย็นชาและน่ากลัวนั่นในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่ได้รับตำแหน่ง..

เด็กชายตัวเล็กน่ารักในชุดเสื้อคอปกตั้งสีขาวตัวยาวเรียบๆที่กำลังนั่งเหยียดขาพิงต้นไม้อ่านหนังสือเล่มหนาไม่เหมาะกับตัวอยู่ในสวนเงียบสงบ  มือเล็กเปลี่ยนหน้ากระดาษเป็นพักๆเมื่อตาสีฟ้าใสไล่อ่านจนจบบรรทัดสุดท้าย  ท่วงท่างดงามจนดูราวกับเทวดาตัวน้อยนั่นไม่ได้เข้ากับข่าวลือที่ได้ยินมาแม้แต่นิด

เจ้าชายน้อยเงยหน้าขึ้นจากหนังสือเมื่อรู้สึกถึงฝีเท้าของพวกเขาทำให้เอลลิคได้เห็นใบหน้าชัดๆของเจ้าชายคาโลเป็นครั้งแรก  มหาดเล็กที่นำทางพวกเขามาเริ่มแนะนำทั้งคู่ให้เจ้าชายรู้จัก  ท่าทีนิ่งๆกับใบหน้าเรียบเฉยในตอนนั้นเองที่ทำให้เอลลิคเข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงได้พูดถึงเจ้าชายองค์นี้ในลักษณะนั้น  เขาไม่ปฏิเสธเลยว่าคนพวกนั้นพูดถูกแต่นั้นไม่ใช่ความถูกต้องที่แท้จริง  คนพวกนั้นมองเจ้าชายน้อยเพียงแค่ผิวเผินถึงไม่ได้ทันสังเกตประกายนุ่มนวลในดวงตาสีฟ้างดงามนั่น..

ดวงตา..ที่เขาหลงใหลตั้งแต่แรกเห็น..


ด้วยความที่เอลลิคเป็นคนนิสัยร่าเริงเข้ากับคนง่ายผิดกับเมราสที่ออกจะเงียบๆทำให้เขาเข้าถึงเจ้าชายที่ใครๆต่างก็หวั่นเกรงได้ในเวลาไม่นาน

ยิ่งรู้จัก  เอลลิคก็ยิ่งชอบเจ้าชายตัวน้อยของตนมากขึ้น  สีหน้าหลากหลายที่คนอื่นไม่เคยเห็นเจ้าชายคาโลกลับหลุดมันออกมาให้พวกเขาได้เห็นอยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะยามที่พระองค์อยู่กับพระมารดา  ในยามนั้นใบหน้าที่สงบตลอดเวลาจะเบิกบานที่สุดและเป็นยามที่พวกเขามักจะเผลอยิ้มตามไปด้วยทุกครั้ง  จนกระทั่งวันนั้น..วันที่ราชินีแห่งคาโนวาลต้องกลับไปทำหน้าที่ที่สโนวแลนด์ตามที่ประกาศราชสำนักว่าไว้..

วันที่พระองค์จากไปและไม่เคยกลับมา..

เมื่อรู้ข่าวนั้นเข้าในตอนเช้าเจ้าชายที่แต่ก่อนเป็นคนนิ่งอยู่แล้วกลับรู้สึกว่าจะเงียบลงไปอีกอย่างหน้าใจหาย  ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของเหล่านางกำนันถึงความเย็นชาของเจ้าชายคาโลทั้งๆที่พวกหล่อนไม่รู้อะไรเลยสักนิด..ไม่รู้ถึงความเศร้าของเด็กคนนั้นแม้แต่น้อย  เพียงคิดแค่นั้นเอลลิคที่อายุเพียงสิบแปดก็แทบจะเดินเข้าไปเอาเรื่องกับพวกหล่อนดีแต่เมราสห้ามเอาไว้ทันไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าเรื่องราวจะดำเนินไปเช่นไร  และตอนนั้นเองที่เอลลิคเริ่มรู้ตัวว่าตนนั้นทั้งรักและเอ็นดูเจ้าชายคาโลขนาดไหน  เขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเข้ามาเป็นองครักษ์เพราะหน้าที่และอยากตอบแทนบุญคุณ.. ในตอนนี้เขารู้เพียงอย่างเดียว..

ใครก็ตามที่คิดทำร้ายเจ้าชายของเขาหรือทำให้เด็กคนนั้นต้องเจ็บปวดล่ะก็..

เขา..จะฆ่ามัน!!

นั่นเป็นครั้งแรกที่เอลลิคคิดจะฆ่าฟันจากใจจริง


///////////////////////////////////////////////////////////////


เทรซกับเอลลิคผลัดกันรุกผลัดกันรับด้วยสายเวทอย่างไม่มีใครยอมใคร  คนหนึ่งดุดันราวเสือคลั่งอีกคนก็เจ้าเล่ห์ราวกับงูพิษทำให้การต่อสู้ที่เทรซน่าจะเสียเปรียบเพราะอุ้มเด็กเอาไว้กลับกลายเป็นเป็นต่ออย่างไม่น่าเชื่อ

นักรบเงานับสิบพุ่งเข้าหาเทรซพร้อมกันเมื่อเจ้าของคทาชี้สั่ง  แต่เทรซก็หลบหลีกคมหอกคมดาบได้อย่างคล่องแคล่วพลางใช้มือต่างดาบฟันซ้ายเบี่ยงขาวหลุดลอดออกจากวงล้อมได้สำเร็จ 

ร่างของเด็กหนุ่มพุ่งไปเป้าหมายคือร่างสูงผู้ทรงคทาหากแต่ฝ่ามือที่พุ่งตรงหวังเสียบเข้าหัวใจกลับถูกหยุดไว้ด้วยกำแพงเงาก่อนหนามแหลมมากมายจะพุ่งออกมาจากกำแพงนั่นให้เด็กหนุ่มรีบถ่อยหลบออกมาแทบไม่ทัน  เอลลิคฉวยโอกาสนั้นร่ายเวทสร้างเงาให้เป็นเชือกตวัดรัดตัวเทรซไว้อีกครั้งแต่เด็กหนุ่มก็ยังพลิกตัวหลบได้ทว่าเป้าหมายของเอลลิคหาใช่เขาไม่

ผลุบ!!

ทันทีที่เผลอเชือกอีกเส้นก็ตวัดรัดตัวทารกเอาไว้ก่อนจะเคลื่อนตัวกลับส่งเด็กน้อยสู่อ้อมกอดของเอลลิคแทน

เด็กหนุ่มฉีกยิ้มมุมปากขณะกลับมายืนตรงตามเดิม  ตามองไปยังร่างสูงที่บัดนี้อยู่ห่างกันไปร่วมสี่เมตรพร้อมกับยกมือขึ้นปาดเลือดออกจากแก้มซ้าย

“ขนาดสู้ติดพันกันอยู่ยังมีใจจะห่วงเด็กอีกนะ หึหึ นับถือท่านเลยจริงๆ”  เทรซพูดขึ้นท่ามกลางเสียงร้องของทารกน้อยที่เริ่มงอแงเพราะตกใจจากการโดนเหวี่ยงไปมา

“จะว่าไปแล้วท่านเองก็เร็วใช่ย่อย..แต่ว่า!!”  ร่างของเด็กหนุ่มพุ่งวูบไปด้านหน้า  เอลลิคที่เป็นฝ่ายรับตีหน้าเครียด

“ถ้าพูดถึงความเร็วแล้วฉันเองก็ไม่แพ้ใครเหมือนกัน!!”  สิ้นคำร่างของเทรซก็เข้าประชิด  “จะสู้กับนักเวทต้องใช้ความเร็วเข้าว่า..สินะ!!”  ฝ่ามือซ้ายยกขึ้นไขว้ระดับอกก่อนจะวาดออกราวกับคมดาบจากด้านขวาไปซ้ายหวังบั่นคออีกฝ่ายให้สะบั้น

กึก!!

แต่มือนั้นกลับถูกหยุดไว้ด้วยคทาคู่ชีพของเอลลิค 

“ชาโดล่า!!”  คาถาเวทบทสั้นถูกร่ายพร้อมๆกับหัวคทาสีเงินเรืองแสงวาบก่อนเงาดำจะเปลี่ยนเป็นคมดาบพุ่งวืดขึ้นจากพื้น 

เทรซรีบก้มมองเงาของตัวเองที่จู่ๆก็กลายรูปเป็นดาบก่อนตีลังกากลับหลังหลบ  แต่ด้วยความเร็วของดาบเงาเลือดสดจึงถูกเรียกให้ไหลซึมออกจากปากแผลถากๆที่แก้มซ้ายของเด็กหนุ่มอีกรอย
 
เทรซที่นั่งคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่บนพื้นหอบหายใจเบาก่อนจะจัดการยกมือขวาขึ้นปาดเลือดแต่ดูเหมือนนักเวทเลื่องชื่อตรงหน้าจะไม่อยากให้เวลาเขานานนักเมื่อคทาสีเงินในมือถูกปักสวบลงพื้นแทบจะทันใด 

“ดาร์กไนท์”  หัวคทาเรืองแสงสีเงินอมดำสว่างก่อนเงาของผู้ทรงคทาจะเคลื่อนไหวก่อสร้างตัวเป็นนักรบเกราะดำทมิฬหลายสิบตัว!!

แย่ละสิ.. เทรซคิดในใจแต่สีหน้าภายนอกยังยิ้มละไมไม่ยี่ล่ะ

เด็กหนุ่มถีบตัวไปด้านหลังเมื่อเหล่านักรบเงาพุ่งตัวพร้อมเสือกดาบเข้าหา  ร่างเพรียวเบี่ยงตัวหลบซ้ายพร้อมกับปัดมือขวาออกไปสอยร่างเงาบึกบึนล่วงไปหนึ่ง  แต่ยังไม่ทันได้หายใจดาบคมกริบสีนิลก็พุ่งฉิวเข้ามาอีก

มือซ้ายปัดดาบ  มือขวาพุ่งเสียบทะลุกลางอกแต่ตอนนั้นเองสายลมสังหารก็แผ่พุ่งพร้อมลูกธนูเข้าเสียบทางด้านหลัง

เทรซรีบชักมือออกจากอกของร่างเงาก่อนบิดตัวกลับหลังยกขาวาดเตะลูกธนูมรณะได้ทันแบบเฉียดฉิวแต่แล้ว!!

“ชาโดล่า”  คาถาเดิมถูกร่ายซ้ำแต่ครานี้กลับกลายเป็นเถาวัลย์สีนิลพุ่งขึ้นมาจากเงาของเทรซแทน 

เด็กหนุ่มรีบกระโดดลอยตัวขึ้นด้านบนทว่าเถาวัลย์นั้นราวกับมีชีวิต  มันตรงเข้าพันธนาการเด็กหนุ่มไว้อย่างรวดเร็วพร้อมกับดึงร่างของเทรซลงกระแทกนอนแผ่หลาอยู่กับพื้น

“เสร็จกัน!!”  เด็กหนุ่มร้องขึ้นเมื่อเห็นนักรบเงาที่ยืนล้อมอยู่รอบตัวกำลังเสียบดาบลงมาที่ตนพร้อมกัน!!

ไวนด์วิง!!”  เทรซร้องก้องร่ายเวทโดยไม่ใช้คทา  เพียงสิ้นเสียงสายลมแรงก็ก่อตัวขึ้นราวกับพายุหมุนโดยมีเด็กหนุ่มเป็นศูนย์กลางพัดเหวี่ยงเหล่านักรบเวทของเอลลิคลอยขึ้นไปในอากาศฉีกกระชากร่างเงาจนแตกกระจายไปคนละทิศละทางพร้อมๆกับซากบ้านที่อยู่ในรัศมีเกือบสองเมตรรอบตัว


พายุหมุนที่เกิดขึ้นกะทันหัน ณ ใจกลางหมู่บ้านทำให้คาโลและเหล่าทหารที่ยืนอยู่บนเชิงเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของค่ายพักต้องเพ่งมองและทหารดาบอีกห้าสิบนายที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุที่สุดต่างวิ่งกลับเข้าไปในหมู่บ้านโดยเร็ว


เอลลิครีบยกแขนขึ้นกันใบหน้าของเด็กน้อยจากสายลมแรงในขณะที่ตนเองก็ต้องพยายามเพ่งมองอย่างหนักผ่านม่านฝุ่นเข้าไปยังใจกลางพายุเพื่อหาเด็กหนุ่มคู่ปรับ  ทว่าความหนาทึบของกลุ่มควันกลับบดบังทัศนวิสัยจนหมดและดูท่าพายุนั้นจะยิ่งก่อตัวใหญ่ขึ้นๆ..

ถ้าไม่รีบทำอะไรสักอย่างล่ะก็  ตัวเราเองคงได้ปลิวไปด้วยแน่..

“ชิ..”  คทาใหญ่ที่ปักอยู่ที่พื้นเรืองแสงอีกครั้งตอบรับบทเวทของผู้เป็นนายทว่ายังไม่ทันที่เอลลิคจะได้ร่ายเวทจบ  ร่างที่เคลื่อนไหวได้รวดเร็วราวกับอินทรีย์ล่าเหยื่อก็โผพุ่งลงมาจากเบื้องบน 

ด้วยไม่ทันตั้งตัวคอของเอลลิคจึงถูกจับหมับเข้าด้วยมือพิฆาตของซาตานผมดำก่อนร่างทั้งร่างจะถูกผลักกระเด็นถอยหลังไปอย่างแรงด้วยน้ำมือของเด็กคนเดียวกัน!!

ตูม!!

ร่างสูงถูกจับอัดเข้ากับฝาบ้านผุพังก่อนจะผลุบหายเข้าไปในบ้านหลังนั้น

ปึ้ง!!

แผ่นหลังถูกอัดกระแทกเข้ากับกำแพงด้านในอย่างจังจนมันพังโครมลงมาหากแต่ความเจ็บปวดนั้นเทียบไม่ได้กับความอึดอัดราวจะขาดใจจากการถูกบีบคอแม้แต่น้อย

เอลลิคกัดฟันกรอด  หัวคทาที่เรืองแสงอยู่ด้านนอกพลันดับวูบ

อึก!!  ชายหนุ่มเกร็งตัวเล็กน้อยเมื่อแรงบีบที่คอเพิ่มมากขึ้นจนเขารู้สึกราวกับข้อต่อกำลังจะเคลื่อนหลุด

“บ้าจริง!!อั่ก!!”  มือแข็งแกร่งที่รวบคอเขาไว้กำลังกำแน่นราวกับจะบีบมันให้หักจนเอลลิคต้องรีบยกมือขวาขึ้นมาจับพยายามแกะออกแต่มือนั้นราวกับคีมเหล็กจนนักเวทหนุ่มจำต้องรวบรวมแรงทั้งหมดยกเท้าขึ้นถีบไปที่ท้องของคู่ต่อสู้แทน

ปึก!!

เทรซรีบปล่อยมือพลางใช้แขนกันท้องไว้แต่เรี่ยวแรงอันไม่หน้าเชื่อของคนตัวโตก็ส่งร่างของเขากระเด็นกลับออกไปถึงนอกบ้านเลยทีเดียว

เอลลิคทรุดลง  มือขวาจับคอตัวเองเอาไว้พลางไอโครกพยายามสูดเอาอากาศเข้าปอดให้มากที่สุดเท่าที่เวลาจะอำนวยก่อนจะต้องรีบเอาไหล่ตัวเองพุ่งชนกำแพงด้านหลังหนีออกมาด้านนอกโดยไวเมื่อจับได้ถึงไอเวทที่โอบล้อมรอบบ้าน

ตูม!!

ร่างของพ่อมดแห่งราชสำนักปลิวไปตามแรงระเบิดโชคยังดีที่เขาไหวตัวทันจึงรีบออกจากบ้านไม้หลังนั้นมาก่อนไม่เช่นนั้นคงไม่เหลือซาก

เอลลิคกระเด็นไถครูดไปกับพื้น  มือทั้งสองข้างพยายามกอดเด็กน้อยพลางใช้ร่างตัวเองปกป้องทารกในอ้อมแขนไว้ให้มากที่สุด  ทันทีที่ร่างของเขาหยุดนิ่งนอนตะแคง  ใบหน้าคมก็รีบก้มลงสำรวจเด็กที่ยิ่งร้องจ้าไม่หยุดโดยไม่ได้สนใจร่างกายของตัวเองที่เต็มไปด้วยแผลเลยสักนิด

เอลลิคถอนหายใจโล่งอกเมื่อเห็นว่าทารกไม่บาดเจ็บก่อนจะค่อยๆยันตัวขึ้นและเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่สะกิดใจ
 
ชายหนุ่มสะบัดหน้าหันมองที่ๆเคยเป็นบ้านไหม้ไฟพังๆทว่าตอนนี้กลับเหลือเพียงพื้นดินว่างเปล่ากับหลุมลึก

เมื่อครู่เอลลิครู้สึกเหมือนเวทระเบิดที่อีกฝ่ายใช้จะทำงานช้ากว่าปกติแม้จะเป็นเพียงเสี้ยวนาทีแต่มันก็เพียงพอจะทำให้เขาจับไอเวททันจนหนีออกมาได้

หมายความว่ายังไงกัน  หรือเจ้านั่นบาดเจ็บมากจนไม่สามารถใช้เวทได้สมบูรณ์เต็มร้อย

ไม่น่าใช่!! ก็เราน่ะแค่ถีบท้องมันไปแค่นั้นเองไม่ใช่หรือ..

เอลลิคคิดกับตัวเองในขณะที่สายตาก็พยายามจับการเคลื่อนไหวโดยรอบ  คทาสีเงินถูกเรียกเข้ามืออีกครั้งก่อนราชองครักษ์หนุ่มจะร่ายเวทเบาๆเรียกสายลมมาพัดพาม่านฝุ่นกระจายไป

หายไป!!

มือที่กำคทาอยู่บีบแน่น  ใบหน้าเครียดจัดเมื่อมองไปทางไหนก็ไม่เห็นเด็กหนุ่มคนนั้น

อยู่ไหนนะ..

“มองไปทางไหนกัน”  เสียงกระซิบทางด้านหลังในระยะประชิดทำเอาเอลลิคเบิกตากว้าง  ร่างสูงหันกลับเบี่ยงตัวหลบแต่คราวนี้ไม่โชคดีดังครั้งก่อนๆ  มือพิฆาตคมกริบไม่ต่างจากดาบเสียบทะลุไหล่ขวาจังๆเรียกเลือดสดไหลทะลักเต็มเสื้อสีอ่อน

ท่านราชองครักษ์!!”  เสียงร้องตกใจของเหล่าทหารทั้งห้าสิบนายดังก้องเมื่อวิ่งมาถึงและเห็นภาพตรงหน้า 

เอลลิคกัดฟันกรอด  ความเจ็บปวดแล่นจากแผลขึ้นศีรษะจนรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ  ไหล่ขวาชาวาบก่อนแขนทั้งข้างเริ่มจะหมดความรู้สึกเมื่อเส้นประสาทภายในถูกตัด  คทาหล่นลงพื้นแน่นิ่ง

โดยไม่รอช้าเมื่อเห็นเหล่าทหารมาถึงเอลลิคตัดสินใจโยนเด็กน้อยส่งให้ทหารที่อยู่หน้าสุดทันทีโดยร่ายเวทลมบทง่ายรองรับแบบไม่ใช้คทาพร้อมกับร้องก้อง

รับไป!!”  แม้จะยังตระหนกกับภาพที่เห็นแต่นายทหารหัวหน้ากองที่สามสิบเอ็ดก็ถลามารับเด็กน้อยไว้โดยพลันก่อนจะสั่งการให้เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาตรงดิ่งเข้าช่วยเอลลิคทันใด

ทหารทั้งสี่สิบเก้าคนชักดาบกรูกันเข้าหาหมายช่วยนักเวทฝ่ายตนจากสถานการณ์อันตราย  ทว่าเพียงแค่เด็กหนุ่มเป้าหมายชายตามองพร้อมกับสะบัดมือข้างว่างขึ้นหันฝ่ามือเข้าใส่..สายลมกรรโชกแรงก็อัดกระแทกเหล่าทหารกล้าจนกระเด็นไปคนละทิศละทาง 

ทว่าการกระทำของเหล่าทหารใช่จะสูญเปล่าเมื่อเอลลิคอาศัยช่องว่างที่เทรซหันไปสนใจทางอื่นเรียกคทาเข้ามือซ้าย  หัวคทาสีเงินถูกบรรจงจรดเข้าที่กลางอกของเทรซจนเจ้าตัวต้องสะบัดหน้ากลับมามองอย่างตกใจ 

สายตาราวมัจจุราชของคนตรงหน้าสะกดเด็กหนุ่มจนชะงักนิ่ง  เทรซรีบตั้งสติ  ชักมือกลับพร้อมกระโดดถอยห่างแต่ไม่ทันความเร็วของสุดยอดนักเวท 

“ชาโดล่า”  เชือกเงาเส้นใหญ่กว่าครั้งก่อนสองเท่าผลุดขึ้นจากพื้นเข้าพันธนาการเด็กหนุ่มไว้พร้อมๆกับหัวคทาเรืองแสงสว่างขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อเจ้าของของมันร่ายคาถาต่อเนื่อง

“เฟลมชาโดว์”  เสียงร่ายเวทแผ่วเบาเปรียบดั่งเสียงกระซิบจากยมทูตก่อนกองไฟสีดำจะแผ่พุ่งจากเงาตรงเข้าครอบคลุมร่างของเด็กหนุ่มในพริบตา 

เทรซรู้สึกได้ถึงความร้อนที่ราวกับจะแผดเผาเข้าไปถึงอณูภายใน  มันพุ่งวูบจากฝ่าเท้าแผ่คลุมไปทั้งร่าง  ความเจ็บปวดที่ไม่เคยสัมผัสเรียกเสียงร้องของเด็กหนุ่มแผดก้อง

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!


////////////////////////////////////////////////////////


“เทรซ!!”  ทริเซียสะดุ้ง  ร่างบอบบางหันกลับไปยังทิศที่รู้สึกว่าคู่แฝดของตนอยู่  มือเรียวยกขึ้นทาบอกตรงตำแหน่งหัวใจก่อนจะกำมันแน่นจนเสื้อที่ใส่ยับย่นราวกับความเจ็บปวดของผู้พี่แผ่มาถึงตัวหล่อน

เหงื่อกาฬไหลอาบใบหน้าขาว  ขาสองข้างก้าวไปข้างหน้าอย่างยากลำบากราวกับพลังในกายเหือดหาย  ทริเซียรู้สึกได้ถึงเสียงร้องของพี่ชายร่วมสายเลือดแม้ว่าร่างของทั้งคู่จะอยู่ห่างไกลกันมากโข 

หญิงสาวออกวิ่ง  ไม่รู้จุดหมาย  ไม่รู้ว่าจะไปเจอสิ่งใดและหากต้องไปเจอสิ่งที่ไม่อยากคิดนั้นเธอจะทำเช่นไร  เธอไม่รู้..เพียงแต่ตอนนี้หัวใจเธอสั่งให้วิ่งไปเท่านั้น  ไปที่นั้น  ไปให้ถึง..เดี๋ยวนี้!! 

แต่ก่อนที่ร่างของทริเซียจะได้วิ่งออกไปจนพ้นป่า  มือของใครคนหนึ่งกลับตรงเข้าฉุดแขนเธอเอาไว้  หญิงสาวหันกลับดวงตาที่ฉายแววตระหนกเบิกกว้าง!!


////////////////////////////////////////////////////////////


อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!

นี่มันอะไรกัน..

ร้อน.. เหลือเกิน

รู้สึกเหมือน..ร่างกาย..จะละลาย

นี่เรา..จะตายแบบนี้..น่ะหรอ

จะตาย..

.....

ไม่!!

ไม่มีวัน!!




เอลลิคหอบหายใจหนัก  การเสียเลือดมากทำให้เขาตาเริ่มลาย  มือซ้ายจึงรีบยกขึ้นอังที่บาดแผลปล่อยสายเวทให้หลั่งไหล  รักษาแผลฉกรรจ์ที่ไหล่เพื่อห้ามเลือดขณะที่สายตาก็ไม่ได้ละไปจากกองไฟตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย

เสียงร้องของเด็กหนุ่มค่อยลงเรื่อยๆ  เอลลิคมองภาพโครงร่างที่มอดไหม้ด้วยสายตาว่างเปล่าอยู่ครู่ก่อนดวงตาสีน้ำเงินจะไหวระริก  ชายหนุ่มหลับตาลงเมื่อเสียงของคนๆหนึ่งดังแว่วจากอดีตอยู่ในความทรงจำ


‘ไม่เป็นไรใช่มั้ย’

‘กระหม่อม..’

สิ้นคำของเขาดูเหมือนแววตาของเด็กข้างตัวจะหมองลง..แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่นั่นก็ไม่อาจรอดพ้นจากสายตาของเขาไปได้

‘ฝ่าบาท..’

‘เอลลิค’  เด็กคนนั้นเรียกเขาอีกครั้ง

‘พ่ะย่ะค่ะ..’

‘เราขอโทษ’

คำขอโทษของนายตัวน้อยทำให้เอลลิคงงงวยนัก

‘ฝ่าบาทจะทรงขอโทษกระหม่อมทำไมกัน’

แต่แล้วยามเมื่อนายน้อยเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา  ภาพสะท้อนใบหน้าของเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาสีฟ้าคู่งามนั้นก็ทำให้เอลลิคต้องชะงัก

ใบหน้าซีดเซียวเจ็บปวด..

‘นี่เรากำลังทำหน้าแบบนี้อยู่หรือ..

เพราะอะไรกัน..

เจ้าพวกนั้นคิดจะทำร้ายพระองค์..เลยต้องฆ่า

ทั้งๆแบบนั้น..แล้วทำไม  สีหน้าแบบนี้ถึงออกมาได้..

เพราะเสียใจ..งั้นหรือ

ทำไมกันนะ..’


เอลลิคลืมตาขึ้นมองร่างที่นอนนิ่งอยู่ในเปลวเพลิงอีกครั้ง  เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดเงียบหายไปแล้ว  ชายหนุ่มจึงตัดสินใจคลายเวทออกแล้วเดินเข้าไปใกล้ร่างนั้นสองก้าวพลางทอดมองร่างกายไหม้ไฟจนดำเป็นตอตะโกตรงหน้าด้วยสายตาไม่บ่งความรู้สึกซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับหัวหน้ากองที่สามสิบเอ็ดอุ้มเด็กทารกเดินเข้ามาหาเขาพอดี  ส่วนทหารคนอื่นๆต่างก็ลุกขึ้นไปช่วยพยุงกันและกัน

“ท่านเอลลิคแขนของท่าน..”  นายกองร้องทักขึ้นเรียกเอลลิคหลุดจากภวังค์  ชายหนุ่มหันมามองสำรวจคนฝั่งตนและเมื่อเห็นว่าแต่ละคนบาดเจ็บเพียงภายนอกเท่านั้นก็ถอนใจบอกให้ทุกคนไปรวมตัวกันให้เรียบร้อยเพราะเขาจะร่ายเวทส่งทุกคนกลับ  หัวหน้ากองพอได้ยินแบบนั้นจึงทำตามคำสั่งทันที 

เอลลิคหันไปมองร่างไร้ชีวิตด้านหลังอีกครั้งก่อนจะเดินไปสมทบกับคนอื่นทว่าเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวประสาทอันเฉียบคมของนักเวทก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่รุนแรงกำลังแผ่พุ่งออกมา..

จากร่างนั่น!!

เอลลิคสะบัดหน้าหันไปมองคนที่เขาคิดว่าตายแล้ว  ดวงตาสีน้ำเงินเบิกค้างตะลึงงันเมื่อร่างที่เมื่อครู่ยังนอนไร้ชีวิตกลับยืนก้มหน้านิ่งอยู่ตรงหน้าทว่าบรรยากาศรอบด้านหาได้สงบเช่นนั้นไม่  สายลมรอบด้านเริ่มผันผวนราวกับตอบรับจิตสังหารที่ไหลทะลักราวกับน้ำหลากจากร่างกายนั้น

จิตสังหารที่รุนแรงจนน่ากลัว!!

ฉัวะ!!  เอลลิคยกมือซ้ายขึ้นแตะลำคอด้านขวาของตนโดยอัตโนมัติเมื่อรู้สึกเหมือนโดนบางอย่างที่มองไม่เห็นบาดเข้าจนเลือดไหลเปื้อนปกเสื้อแต่ชายหนุ่มก็ไม่มีเวลาคิดนานนักเมื่อเสียงร้องจากเหล่าทหารทางด้านหลังดังตามมาติดๆ

ชายหนุ่มรีบหันไปมองและเห็นทหารของตนบ้างทรุดไปกับพื้น  บ้างกุมส่วนของร่างกายตัวเองที่ถูกคมดาบที่มองไม่เห็นฟันเอาไว้  ต่างคนต่างบาดเจ็บกันถ้วนหน้า

ยิ่งปล่อยเวลาผ่านไปคมดาบลมก็ยิ่งสร้างรอยแผลให้แก่พวกเขามาขึ้น ลึกขึ้น  จนเอลลิคต้องรีบตัดสินใจใช้เวทส่งทุกคนกลับทว่าเพียงชายหนุ่มออกวิ่งความรู้สึกเจ็บแปลบที่แผลเก่าตรงไหล่ก็แล่นวาบขึ้น 

เอลลิคชะงักก้มมองที่มาของความเจ็บจนชา  และมือเปื้อนเลือดที่แทงทะลุจากข้างหลังไหล่โผล่มาด้านหน้าคือสิ่งที่เขาได้เห็น

สวบ!!

ร่างสูงทรุดลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นเมื่อมือพิฆาตถูกดึงออก  ชายหนุ่มหอบหายใจหนักขณะกดปากแผลที่เลือดไหลรินไว้ก่อนจะเงยหน้ามองบุคคลที่ยืนประชิดอยู่ด้านหลัง 

ร่างที่ยืนตระหง่านนั้นไร้ซึ่งรอยแผล  เสื้อผ้าอาภรณ์ก็ดูจะต่างไปจากก่อนหน้าที่ทั้งคู่สู้กันซึ่งควรจะไหม้ไฟไปจนหมด  อีกทั้งดวงตานั่น..

สีเลือด!!

ตาไร้แววสีเลือดที่มองมาทำให้เอลลิคถึงกับหนาววาบขึ้น  ทว่าสายตาของนักเวทแห่งราชสำนักกลับไม่อาจละไปจากร่างงดงามราวเทพบนสรวงสวรรค์นั้นได้เลยแม้ว่าเทพองค์นั้นจะเป็นเทพแห่งความตายก็ตามที

นี่เรา!!

เอลลิคคิดอย่างตื่นตระหนกเมื่อตนไม่อาจขยับร่างกายได้อย่างใจคิด  สายตานั่นราวกับดวงตาของเมดูซ่าที่สะกดเหยื่อไม่ให้เคลื่อนไหวอีกทั้งกลิ่นหอมแปลกๆที่ลอยออกมาจากร่างของเด็กคนนั้นก็ทำให้เขาตัวชาจนไร้ความรู้สึก

ร่างที่ดูราวกับเทวทูตกำลังเดินผ่านเขาไปอย่างเชื่องช้า  สายลมโดยรอบสงบลงแล้วทว่าความกลัวที่หน้าหวาดหวั่นกำลังเคลื่อนตัวเข้าไปหาเหล่าทหารแทน

พวกนายทหารที่ยืนอยู่ห่างไปหลายเมตรก็มีสภาพไม่ต่างจากเอลลิคสักเท่าไรนักแม้คนพวกนั้นจะยังไม่ได้กลิ่นหอมแปลกๆแบบที่เอลลิคเจอก็ตามแต่บางคนที่จิตไม่แข็งพอก็ตัวสั่นระริกตาเบิกโพรงราวกับจะเสียจริตไปแล้วกระนั้น

ขยับสิ.. 

เอลลิคคิดอย่างกระวนกระวาย

บอกให้ขยับยังไงล่ะ!! 

ทว่าร่างกายก็ยังไม่ยอมทำตามคำสั่ง

โธ่เว้ย!!

หากไม่ทำอะไรสักอย่างล่ะก็..

ทุกคน!!

ภาพบ้านเกิดในวัยเยาว์หวนกลับมาจนเอลลิคถึงกับผงะอย่างหวาดหวัน

ฉันบอกให้ขยับก็ขยับสิ!! ไอ้ร่างกายบ้า!!

ขยับเดี๋ยวนี้!!!!!!!

ฉึก!!

เอลลิครีบกัดริมฝีปากยั้งเสียงร้องไว้  ความเจ็บปวดที่ต้นขาเรียกการขับเคลื่อนของร่างกายคืนมาได้ดังที่คิด  ชายหนุ่มไม่รอช้าชักปลายคทาที่เจ้าตัวเป็นคนแทงลงบนขาของตัวเองขึ้นก่อนจะรีบหันไปยังทิศที่เทรซเดินไปโดยไม่สนใจต่อเลือดจำนวนมากที่ไหลรินตามมา

ภาพที่เห็นทำให้เอลลิคไม่เหลือเวลาที่จะคิดถึงสิ่งใดอีก  ชายหนุ่มออกแรงเท่าที่มีปาคทาไปปักไว้ใกล้กับกลุ่มทหารให้มากที่สุดก่อนจะรีบร่ายเวทย้ายสถานที่ส่งทหารเหล่านั้นกลับไปทันที

เมื่อเป้าหมายตรงหน้าหายไปเทวทูตผมดำจึงผินหน้ากลับมาหาเหยื่อรายเดิม  มือเรียวขาวสะอาดยกขึ้นก่อนจะแตะเบาๆไปบนหัวคทาสีเงินและทันทีที่ฝ่ามือสัมผัส  คทาที่เอลลิคใช้มาร่วมสามสิบกว่าปีก็หักสะบั้นก่อนจะระเบิดหายไปจนไม่เหลือแม้เศษซาก

ริมฝีปากได้รูปยกขึ้นคล้ายจะเยาะหยันให้ความรู้สึกผิดแผกไปจากรอยยิ้มนุ่มนวลที่เด็กหนุ่มใช้มันประดับมุมปากยามสู้กับเขาก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง

“เล่นตัดกำลังกันด้วยการทำลายคทาก่อนอย่างนั้นหรือ”

เอลลิคเปรยกับตัวเอง  ใบหน้าเปื้อนเลือดประดับรอยยิ้มจาง

“นั่นสินะ..นักเวทที่ดีแต่หากไร้ซึ่งคทาก็ไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดาคนหนึ่ง..  แต่ว่า..”

มือซ้ายเอื้อมขึ้นวางทาบที่อก  “ใช่ว่านักเวทที่ดีจะต้องมีคทาแค่ด้ามเดียว”  สิ้นคำมือซ้ายก็พุ่งตรงเข้าเสียบเนื้อที่ไหล่ขวา  ฉีกแผลเดิมให้เปิดกว้าง  เลือดสดจำนวนมากไหลย้อยลงมาตามท่อนแขนอาบเสื้อจนเปลี่ยนเป็นสีเข้มแต่เจ้าตัวไม่สนใจปากยังคงบริกรรมคาถาต่อเนื่องก่อนมือซ้ายจะค่อยๆดึงออกช้าๆพร้อมกับแท่งอะไรบางอย่างเคลื่อนตามออกมาจากรอยแยกของบาดแผล!!

คทาเลือดถูกดึงออกจากร่างก่อนจะปักสวบลงพื้นต่างไม้ค้ำ  ใบหน้าคมซีดจัดขณะหยัดกายตรง  มือซ้ายจับคทามั่นปล่อยเลือดจำนวนมากหลั่งไหลลงพสุธา

“มาดูกันสิว่าระหว่างเรา  ใครจะอยู่..ใครจะไป!!”


//////////////////////////////////////////////////////////
 

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นล่ะนั่น”  มาคอนถามขึ้นแบบไม่หวังคำตอบ  ขณะที่แววตาแปลกใจกำลังจ้องภาพในโอ่งหินไม่กระพริบ  มองการเปลี่ยนแปลงของเด็กหนุ่มที่เขาประกาศให้เป็นมือขวาอย่างสนใจ  ผิดกับอิเรียสที่ดูเหมือนจะมีคำตอบบางอย่างอยู่ในใจอยู่แล้ว  เด็กหนุ่มลอบยิ้มเงียบๆ  ดวงตาไร้แววดูจะเป็นประกายขึ้นชั่วขณะก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็วแบบไม่มีใครทันสังเกต

“เห็นแบบนี้แล้วคิดว่าใครจะชนะล่ะอิเรียส”

“ตอบยาก”

หือ..

“เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงองครักษ์นักเวทอันดับหนึ่ง  แม้ร่างกายจะสะบักสบอมขนาดนั้นแต่ก็ยังวัดอะไรไม่ได้”

“หึหึ นั่นสินะ..พวกจอมเวทนี่แหละตัวอันตราย..เอาแน่เอานอนไม่ได้..”  มาคอนหันไปยิ้มนุ่มๆให้คนข้างตัว  “เจ้าก็คิดแบบนั้นใช่มั้ยอิเรียส”

“นั่นก็สุดแล้วแต่ท่านจะคิด..หัวหน้า”

มาคอนได้ฟังคำตอบก็หัวเราะชอบใจก่อนจะหันไปมองเหตุการณ์ในโอ่งหินราวกับดูสิ่งบันเทิงใจอย่างไรอย่างนั้น


///////////////////////////////////////////////////////////


ทางด้านทหารทั้งห้าสิบนายที่ถูกเอลลิคใช้เวทส่งกลับไปที่กองบัญชาการก็ได้รับการรักษาจากแพทย์ประจำกองทัพอย่างรีบด่วนด้วยประกาศิตของคาโลที่ช่วยฉุดทุกคนออกจากอาการตะลึงเมื่อเห็นทหารฝ่ายตนดูราวกับคนเสียจริตหลังจากกลับมาและรวมไปถึงการไร้วี่แววของหนึ่งในสองคนสนิทขององค์กษัตริย์ 

“เอลลิคล่ะ”  เจราสรีบถามหัวหน้ากองที่สามสิบเอ็ดทันทีเมื่อคนต่ำศักดิ์กว่าหายจากอาการช็อกด้วยฝีมือของหมอเทวดาที่คาโลเรียกออกมาช่วยรักษา

“ยังอยู่ที่นั่นครับ”  นายกองคนนั้นตอบด้วยเสียงเหนื่อยอ่อนก่อนจะเล่าเรื่องที่เห็นมาทั้งหมดให้เจราสและพวกคาโลที่อยู่ในห้องนั้นฟังแม้เจ้าตัวจะยังคงนอนอยู่บนเตียงคนไข้ก็ตาม

“เจ้าหมายความว่าเอลลิคอยู่ที่นั่นคนเดียวซ้ำยังบาดเจ็บหนัก”  เจราสถามย้ำด้วยเสียงกังวล

“ครับ”

สิ้นเสียงตอบผ้าม่านกระโจมก็ถูกเลิกขึ้น

“เดี๋ยวคาโล..”  เจราสรีบหันมาเรียกคาโลไว้เมื่อรู้สึกถึงแสงสว่างจากภายนอกและเห็นหลานของตนกำลังจะเดินออกไปโดยมีเมราสคอยตามไม่ห่าง

“หลานจะไปไหน”  เจราสถามสีหน้ายังไม่สู้ดีนักด้วยทั้งห่วงเด็กที่ตนเลี้ยงมาที่ตอนนี้ไม่รู้จะเป็นเช่นไรอีกทั้งกังวลในสิ่งที่หลานรักซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าคิดจะทำ

“ถ้าหลานคิดจะไปช่วยเอลลิคล่ะก็  ถ้ายังไงให้ลุง..”

“ท่านลุงคอยสั่งการอยู่ที่นี่”  คาโลสั่งเสียงเฉียบขาดจนผู้เป็นลุงมิอาจขัด  “ห้ามใครเคลื่อนไหว  แล้วก็..”  คาโลมองเข้าไปในกระโจมอีกครั้งและเห็นหัวหน้ากองคนนั้นกำลังจะลุกขึ้นมาจากเตียงแต่ถูกพวกพยาบาลจับเอาไว้

“บอกให้พวกเขาพักผ่อนซะ..”  พูดจบร่างสูงก็เดินออกไปทันทีทิ้งผู้เป็นลุงให้มองตามอย่างห่วงใย 


//////////////////////////////////////////////////////////


อัก!!

เอลลิคกระอักเลือดจำนวนมากออกมาเมื่อร่างที่แทบไร้แรงจากการเสียเลือดถูกเหวี่ยงจนกระเด็นไปกระแทกกับพื้น

ทำไมถึงได้เปลี่ยนไปมากถึงเพียงนี้..

เอลลิคได้แต่คิดอย่างฉงนใจ  ไม่น่าเชื่อว่าคนที่เพิ่งรอดจากขุมนรกจะเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน  ทั้งฝีมือ  แรงกดดันและความเยือกเย็น

ราวกับเด็กหนุ่มได้กลายเป็นปีศาจไปแล้วจริงๆ

แต่ไม่ว่าคนตรงหน้าจะเป็นภูติผีปีศาจหรืออะไรก็ตาม  เขาก็จะจัดการ!!

จัดการ..



‘เราขอโทษเอลลิค’

เสียงเล็กๆในอดีตดังขึ้นอีกครั้ง  ‘นายน่ะเป็นคนใจดี..... เพราะใจดีถึงได้เศร้า’

เด็กคนนั้นพูดต่อพร้อมกับมองหน้าเขาแน่วแน่อย่างประหลาดจนเขาไม่อาจถอนสายตา

‘นับแต่นี้ไปเราขอสั่งเจ้า..อย่าได้ฝืนฆ่าคนเพราะเราอีกเลย’

คำสั่งนั้นช่างเต็มไปด้วยความห่วงใยจนคนฟังรู้สึกแช่มชื่นถึงขั้วหัวใจยิ่งนัก..



หึ เพราะพระองค์เป็นแบบนี้น่ะสิ  กระหม่อมเลยปล่อยให้พระองค์เป็นอะไรไปไม่ได้  แม้ว่านั่นจะต้องแลกกับความเป็นมนุษย์ของข้าพระองค์ก็ตาม

ตาที่ปรือปิดเปิดขึ้น  “นายน่ะมันตัวอันตราย..”  เอลลิคพูดเบาๆหลังความคิดทั้งหมดจบลง  “อันตราย..จนฉันไม่อาจปล่อยให้เข้าใกล้เขาคนนั้นได้”  ริมฝีปากซีดจางแย้มรอยยิ้ม  “คงต้องขอให้ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่แล้วล่ะนะ”

ข้าพระองค์จะไม่ยอมให้ฝ่าบาทเป็นอะไรไป

แม้ว่านั่น..จะต้องแลกด้วยชีวิตของใครก็ตาม..



///////////////////////////////////////////////////////////////////////

ฮือ.. ในที่สุด  ในที่สุด  ก็เอามาลงเพิ่มอีก 28 หน้า A4

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

อยากกรี๊ดดดดดดดดดด ดังๆ ข้อสอบยากมหาโหด

ต้องขอบอกว่าถูกต้องนะค้า!! พี่ออโรร่า แต่อัลไม่ได้เตรียมสอบปลายภาคแต่กำลังสอบกลางภาคค่ะ  ฮือ.. ทั้ง PNF ทั้ง เด็ก  กรี๊ดดดดดดดดดด

มันกำลังจะฆ่าอัลลลลลลลลลลลลล

หลังสอบกายภาพในเด็กเสร็จก็เกิดอาการจิตหลุดอย่างแรงค่ะ

ยังไงก็ขอโทษทุกคนไว้ด้วยที่ให้รอนานมากกกกกกกกก

มาต่อแล้วนะคะ

อ้อ.. วันนี้ยังไม่ตอบเม้นต์นะ ฮือ..แต่ขอคุยกะนิคคุงนิดส์

เรื่องเอลลิคอ่ะค่ะ  ยอมรับว่ารั่วอย่างแรง  แต่ตอนนั้นในหัวเรามันคิดว่าเอลลิคเป็นนักเวทไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่าน่าจะเป็นพวกรักความเอ่อใช้คำว่าไงดีอ่ะเอาเป็นรักความสะอาดแล้วกันนะ  อืม..นั่นแหละ  ทำให้รู้สึกว่าไม่น่าจะถูกโรคกับอะไรแบบนี้  ถ้าน้อยๆยังพอไหวแต่นี่มันเยอะอ่ะ ทีเดียวทั้งหมู่บ้านเลย  อีกอย่างเอลลิคมีหน้าที่เป็นองครักษ์ของคาโลในความคิดของเราคือคุ้มครองคาโลจริงๆตรงจุดประสงค์ที่เจราสฝึกมา  แล้วก็เอลลิคไม่เคยออกสนามรบค่ะคนที่ตามออกประจำคือเมราสแต่ถึงบอกว่าประจำครั้งนี้ก็แค่ครั้งที่สาม

ครั้ง 1 ก็ตอนปราบโจรดีมันรุ่นก่อน

2 ตอนที่ทำสงครามกับอาเธอร์

แล้วครั้งสามก็อันนี้แหละ  ส่วนมากทั้งคู่ก็แค่สู้กับคนหลายสิบเพื่อคุ้มกันคาโลแค่นั้นเองค่ะ  แต่ที่ใครๆว่าเจ๋งเก่งก็เพราะล้มคู่ต่อสู้ยอดๆได้ให้คนอื่นเห็นบ่อยๆน่ะแหละ

อืม..ก็ประมาณนี้ล่ะมั้ง  ส่วนเรื่องที่เมราสไม่เห็นจะมีอาการเหมือนเอลลิคตอนไปออกรบกับคาโลเลยก็มันเป็นอดีตของเจ้าตัวน่ะค่ะ แถมเมราสยังจิตแข็งกว่าด้วยอันนี้ถ้ามีเนื้อเรื่องตรงช่วงไหนเหมาะๆจะใส่ให้เหมือนกัน  ไม่รู้เป็นไรชอบเล่นอดีตของตัวละครฮิฮิ  อ้อ..แล้วก็สังเกตมั้ยค่ะเอลลิคน่ะคาโลชอบให้อยู่โยงเฝ้าเฟรินเหตุผลหนึ่งก็ความคิดของเราเองว่าเฟรินใช้ดาบเอาคนที่ใช้เวทมาอยู่ด้วยแล้วกันแต่อีกเหตุผลมันเป็นของเนื้อเรื่องค่ะ  ส่วนทำไมครั้งนี้คาโลดันผ่าเอาเอลลิคมาด้วยไม่ให้อยู่กะเฟรินอันนี้มันก็เนื้อเรื่องอีกแหละ

ว่าเข้าไปนั่นไปๆมาๆชักจะจิตหลุดเริ่มกังวลว่าจะแก้ปมได้ไม่ดีอย่างที่นิคคุงให้ระวังซะแล้วสิ เฮ้อ..  ยังไงก็ สู้ๆสู้ตายค่ะ  ผิดพลาดประการใดขออำภัยนะเจ้าค่ะ

ฮิฮิ

วันนี้พอแค่นี้น้า

ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะคะทุกท่าน โฮๆ แต่เราก็แก่ขึ้นอีกปีซะแล้ว

บ๊ายบายแล้วล่ะค่ะ

เจอกันตอนหน้า..หวังว่าจะมาได้ในเร็ววัน


RayGuard
29/1/2007

ความคิดเห็น

redkop
redkop 30 ม.ค. 50 / 16:48

อ๊ากๆๆ คนแรก  กลิ่นหึ่งเลยท่าน ดองนานมาก เหอๆๆ บทนี้มีแอบจิ้นเล็กน้อย ตรงความคิดของเอลลิคประโยคที่ว่า

ดวงตา..ที่เขาหลงใหลตั้งแต่แรกเห็น..

เอ อีตาเอลลิคนี่ ไว้ใจไม่ได้แล้ว  รู้สึกจะผูกพันธ์กับคาโลซะจริง

โอ้ แล้วเทรซหนุ่มกลายเป็นปีศาจไปแล้วเหรอ แถมทำลายคทาของเอลลิค ว่าแต่อีตาอิเรียสนั่นมันได้คำตอบอะไรหว่า หรือมันจะเชื่อแล้วว่าเทรซเป็นพวกเดียวกับมัน

คงต้องดองต่ออีกเดือนนึง ใช่มั๊ยท่าน ยังไงก็จะรออออ

ปล.HBD ย้อนหลังค่ะ

konrakbaramos
konrakbaramos 31 ม.ค. 50 / 17:21
เย้
ที่ 2 เลขชอบ
กรี๊ด !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
หนุกมากมาย
คาโลไปช่วยไวๆน้า
ท่านเรย์อัพด่วน
PS.  บนฟ้ามีดวงดาว บนราวมีเสื้อผ้า บนเขามียอดชา บนศาลามีโลงศพเธอ (ล้อเล่นนะตัวเอง)
yuechan
yuechan 1 ก.พ. 50 / 20:15

ฮะๆที่3 สมใจอยาก ยาวจริงๆ ว่าแต่จะทำไงล่ะเนี่ย งง คิดไม่ออกว่าคาโลจะทำไงต่อ

-melodia-
-melodia- 1 ก.พ. 50 / 21:43

ยาวสมใจค่ะ ><"
แต่คาโลบทน้อยมาก TT^TT
มาต่ออีกนะคะอยากอ่านต่อมากมาย
เชียร์เทรซ!!
และเป็นกำลังใจให้สำหรับการสอบค่ะ ^^


PS.  ...สายลม กรีดกาย พัดโผย ปรายโปรย ความสุข สุขี โอบอุ้ม ความทุกข์ ด้วยชีวี เสรี ล่องลอย เรื่อยไป...สายลม มิอาจ หยุดพัด แม้จัก ไม่มีใคร เห็นค่า คงอยู่ หากไร้ กายา ชะตา ถูกกำหนด กฎเกณฑ์...
misuno
misuno 2 ก.พ. 50 / 20:59

คาโลบทน้อยจัง

เอาคิลออกมาเยอะๆหน่อยสิคะ(ตกลงจะให้คิลหรือคาโลออกมากันแน่หว่าเรา?)

^ ^ แต่บทนี้ก็มันส์ดี


PS.  ...รักแท้คือแย่งชิง รักไม่จริงคือเสียสละ รักอมตะคือรักข้างเดียว....Mi$Uno....
Tongfa.s
Tongfa.s 5 ก.พ. 50 / 13:57

อยากให้คาโลมีบทมากกว่านี้ค่า
แต่ตอนนี้ก้อนุกดีนะ
เหอๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 7
บรรยายได้ชัดเจนว่าทำไมเอลลิคถึงรักคาโลนัก
สนุกมากเลยจ้า

ส่วนเรื่องสอบ อะไรที่มันผ่านไปแล้วก็ปล่อยมันเถอะนะจ๊ะอย่าไปคิดถึงมัน
เพราะ......ยังมีอีกหลายตัวที่น่าหวาดหวั่นนัก...ฮิฮิ
พี่ก็ไม่ชอบ Pediatric PT จ๊ะ แต่ก็หลับหูหลับตาท่องรวมทั้งเพื่อนๆร่วมชั้นปีที่น่ารักมาติวอยู่ด้วยกันจนดึกติดต่อกัน 2 คืนก่อนสอบทำให้คว้า B+ มาได้ จะว่าไปแล้วส่วนใหญ่ก็ได้เท่านี้แหละ มีหลงได้ C บ้างประปราย

PNF สำคัญนะจ๊ะพอมาทำงานแล้วได้ใช้เยอะเกินคาด (พี่เป็น PT Ortho)
สู้ๆนะจ๊ะไหนๆก็เรียนมาได้ตั้ง 3 ปีแล้วอีก 1 ปีเท่านั้น ท่องเอาไว้

จะรออ่านตอนต่อไปนะจ๊ะ
Nixel
Nixel 10 ก.พ. 50 / 23:34
เอาล่ะท่านอัล ก่อนอื่นมาดูคำผิด

อาฮะ เราค่อนข้างจะมั่นใจว่า คำว่า เวทย์ มันใช้แบบนี้นะฮะ

ถึงจอมเวทมันจะเป็นอีกแบบก็เถอะ

หรือท่านว่าไงฮะ เปิดพจนานุกรมดูก็ได้

คำต่อไปฮะ นางกำนัล นะฮะ ไม่ใช่กำนันผู้ใหญ้บ้าน = =

โอเคฮะ มีแค่นี้นะฮะสำหรับคำผิด ต่อไปไปดูเนื้อเรื่อง

ยังนึกไม่ออกว่าจะติงตรงไหน

เออ เอาหน่อยแล้วกัน

การเล่นกับอดีตของตัวละครเป็นเรื่องดีฮะ

แต่มากไปมันก็ดูน่าเบื่อนะฮะ

ขนาดเรายังเลื่อนข้ามเลย

อา... ต่อฮะ

ก็อย่างที่เตือนไว้แต่ต้น ขมวดปมไว้มากระวังจะแก้ไม่ออกนะฮะ

ปัญหานู่นยังไม่ทันแก้ ไอ้นี่เข้ามาอีกระวังเรื่องนี้ไว้ก็ดีนะฮะ

(เพราะเรากำลังประสบปัญหานี้อยู่)

ไม่น่าจะมีอะไรนอกจากแล้วล่ะมั้ง

ไว้แค่นี้ฮะ คราวหน้าจะมาติใหม่เอ้ย วิจารณ์สิ
PS.  มังกรผงาดฟ้า นัยนาสีเปลวไฟ หากมองหาทางไป คำตอบไซร้แสงและเงา
apple_ka
apple_ka 12 ก.พ. 50 / 10:56
apple เองจ้า

ไม่ได้เข้ามาอ่านตั้งนาน  เพิ่มมาอีกตั้งหลายตอนแน่ะ

ขอตัวไปอ่านก่อนน๊า 

Up  Quick  Please

PS.   http://my.dek-d.com/apple_ka/story/view.php?id=112660 http://my.dek-d.com/apple_ka/story/view.php?id=161934
fen_fen
fen_fen 24 ก.พ. 50 / 20:21

^^"

ไม่ได้เข้ามาอ่านนานมากเลย เพราะพิษข้อสอบเช่นกันค่ะ

ตอนที่บรรยายถึงครั้งแรกที่เอลลิคเห็นคาโลตอนเด็กแล้วนึกถึงชุดที่เพื่อนคนนึง

ใส่แสดงในงานปีใหม่...สีขาว  มีปก

แต่ทว่า... !!!

มันเป็นชุดแบบในเรื่องเก๋าเก๋าอ่ะ O[]o" (โอ้...)

คิดได้ไงนะเรา

ป.ล. อยากขอความเห็นท่านอัลอีกเรื่อง...คือเพิ่งจะเถียงกับเพื่อนมาว่า

คาโล เฟริส และ เจมิไน  ใครหล่อ เท่ เก่ง เพอร์เฟคกว่ากัน !!!

ป.ป.ล. ต่อเร็วๆเถอะ...อยากอ่านมากมาย


PS.  Think Higher 'N Try Your Best !!! -*- โคดเครียดเลยช้าน
ความคิดเห็นที่ 11
หนุกมากค่า
แต่บทคาโลกะเฟรินน้อยไปหน่อยอ่ะ
ความคิดเห็นที่ 12

ดีจร้า
กะจะแวะมาอ่านต่อ แต่ทว่า ผ่านไปเกือบ 2 เดือนแล้วท่านก้อยังไม่มาอัพ แงๆๆๆ ไหดองส่งกลิ่นแล้วน้า ขุดออกมาเถอะๆๆ
สงสัยจะติดงานอยู่ล่ะมั๊ง เป็นกำลังใจให้นะคัฟ สู้ๆๆๆ
อืมๆๆ ตอนนี้สนุกมากกก มันส์อย่างแรง น้ำแดง(ที่ใช้ทำเอฟเฟค)กระจายท่วมจอ 55+
หวังว่าจะได้เจอกันในไม่ช้านะฮะ ไปล่ะ บายๆๆๆ