fic Nurarihyon no Mago

ตอนที่ 23 : คิดถึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 400
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    4 มิ.ย. 61

                ถ้าถามว่าช่วงเวลาไหนที่เธอรู้สึกมีความสุขมากที่สุดในชีวิต  เธอก็จะตอบว่า ช่วงเวลานี้

                ไม่ได้หมายความว่าหนึ่งอาทิตย์ที่ไม่มีริคุโอะทำให้เธอมีความสุข  แต่เป็นเพราะว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาทำให้เธอได้อะไรหลายๆอย่างกลับมา...ทั้งมิตรภาพที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้รับ  ความรู้สึกที่เอ่อล้นของใครบางคน  และช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่คนรอบข้างของเธอมีความสุขเช่นเดียวกับเธอ  ทั้งโชเอย์  ฮาคุซะ  เซ็น  ริคุโอะ  หรือแม้กระทั่งเพื่อนสนิทคนใหม่อย่างคานะเองก็ด้วย

                ซึราระคิดว่านี่คือเวลาที่เธอรู้สึกดีใจที่ได้มายืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้

                ทั้งๆที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะได้มาอยู่ในจุดที่ตัวเองใฝ่ฝันมานานแสนนานแบบนี้  ราวกับว่าทุกอย่างคือเรื่องโกหกหลอกลวง  แต่เธอก็ยังคงรับรู้อยู่เต็มหัวใจว่ามันคือเรื่องจริง

                “คิดถึงริคุโอะคุงอยู่หรอซึราระจัง?”

                คานะที่นั่งชมวิวอยู่ข้างๆเอ่ยถามขึ้นเมื่อพบว่าคนที่พาเธอมาเอาแต่นั่งนิ่งแล้วทำหน้าเหม่อลอย

                “เปล่าค่ะ  ข้าแค่กำลังเก็บเกี่ยวช่วงเวลานี้เอาไว้ในนานที่สุดเท่าที่จะนานได้ก็เท่านั้นเอง”

                “ไว้วันหลังเราก็มากันใหม่สิ”

                “ฉันหวังว่ามันจะมีวันนั้นนะค่ะ”

                ซึราระพูดติดตลกเมื่อเผลอนึกไปถึงบุคคลที่เธอหนีมา  ความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะตามหาตัวเธอสองคน  แต่ทั้งริคุโอะและโชเอย์ต่างก็เคารพการตัดสินใจของพวกเธอและยอมปล่อยให้พวกเธอได้เที่ยวเล่นตามความต้องการ  แต่เธอก็ไม่อยากจะคิดเลยเหมือนกันว่าเมื่อกลับไปแล้วพวกเธอจะต้องเจอกับอะไร

                “เราอย่าไปพูดถึงเรื่องนั้นกันดีกว่าเนอะ”

                “นั้นสินะค่ะ”

                ทั้งสองคนหันมายิ้มให้กันแล้วหันไปสนใจกับธรรมชาติรอบๆตัวแทน 

                ที่นี่สวยมากจริงๆนะ  สวยจนเธออยากจะให้ริคุโอะมาอยู่ข้างๆ  แต่จะทำไงได้ล่ะในเมื่อเธอเองก็แค่อยากจะให้เขามั่นใจในความรู้สึกของตัวเองมากกว่านี้อีกสักนิด

                “ถ้าได้มานั่งจิบชาชมวิวที่นี่ทุกวันก็ดีสินะ”

                “คานะจังลองบอกโชเอย์คุงดูสิ  ข้าคิดว่าโชเอย์คุงน่าจะมากว้านซื้อที่แถวนี้เลยล่ะ”

                “อะ...อะไรเล่า...ซึราระจัง  ริคุโอะคุงก็คงไม่ลังเลที่จะซื้อเหมือนกันนั้นแหละถ้าซึราระจังขอน่ะ”

                “จะว่าไปแล้วก็แอบคิดถึงเหมือนกันนะเจ้าค่ะ”

                “อือ  คิดถึงจนแทบจะร้องไห้แล้วแหละ”

                ทั้งสองหันมามองหน้ากันแล้วกอดคอหัวเราะเสียงใสกังวาน  เสียงหัวเราะนั้นดังไปถึงคนที่แอบเฝ้ามองอยู่ด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่

                ป่านนี้ท่านริคุโอะจะเป็นอย่างไงบ้างนะ...

                ...อยากกลับไปเร็วๆจัง

 

 

                หลังจากที่ไปชมทิวทัศน์ของธรรมชาติแล้วทั้งซึราระและคานะก็ตัดสินใจที่จะมาเดินงานเทศกาลด้วยกัน  ภายในศาลเจ้าที่ตอนนี้มีร้านรวงมากมายอยู่ละลานตาเรียกความสนใจจากทั้งสองได้เป็นอย่างดี 

                ซึราระมองไปรอบๆตัวด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้คนข้างๆ  ตอนนี้ทั้งเธอและคานะอยู่ในชุดยูคาตะที่ใส่สำหรับหน้าหนาว อากาศที่เริ่มจะหนาวเย็นขึ้นเรื่อยทำให้ทั้งคู่นึกถึงอ้อมกอดอุ่นๆขึ้นมาแต่ก็รีบสลัดความรู้สึกนั้นทิ้งไปแล้วเดินเที่ยวงานกันสองคนเหมือนเพื่อนสนิท

                “แอปเปิ้ลเคลือบน่าทานจังเลยเนอะ”

                “ใช่ค่ะ  ฉันเองก็ไม่ได้เห็นมานานแล้วไม่รู้ว่ารสชาติจะยังเหมือนเดิมอยู่ไหม”

                “จริงสินะซึราระจังอยู่มานานแล้วก็คงจะได้มาเที่ยวงานพวกนี้บ่อยๆสินะ”

                คานะหันไปถามคนที่ยืนทำตาแวววาวเหมือนเห็นของเล่นด้วยความสนใจไม่น้อย  เรียกได้ว่าชีวิตของพวกปีศาจยังคงเป็นปริศนาสำหรับเธออยู่พอสมควร

                “ไม่หรอกค่ะ  ฉันไม่ค่อยได้ออกไปไหนมาไหนสักเท่าไหร่  ความจริงแล้วเพิ่งจะออกมาใช้ชีวิตอยู่กับพวกมนุษย์ก็ช่วงที่คอยอารักขาท่านริคุโอะนั่นแหละค่ะ”

                “หรอ  น่าเสียดายนะ  ฉันยังเคยแอบคิดอยู่เลยว่าคนที่ได้ใช้เวลาอยู่ในสถานที่คล้ายๆเดิมแต่ในช่วงสมัยที่ต่างกันจะรู้สึกยังไง”

                “คานะจังต้องลองไปถามเคะโจโรดูค่ะ  รายนั้นอยู่กับอะไรพวกนี้มาตั้งแต่เด็กๆน่าจะพอตอบได้อยู่”

                “...แต่ฉันไม่ค่อยสนิทกับเคะโจโรนี่น่า”

                “อย่าห่วงเลยค่ะ  คนนั้นก็เข้ากับคนง่ายอยู่นะคะ  ที่ผ่านมาก็ตั้งแง่กับคานะจังเพราะเห็นว่าไม่ค่อยถูกกับฉันก็เท่านั้นเอง  ถ้าเป็นตอนนี้เคะโจโรจะต้องกีใจที่ได้เพื่อนเพิ่มแน่ๆเจ้าค่ะ”

                “ได้เลย  งั้นกลับไปคราวนี้ฉันจะไปทำความรู้จักกับเธอคนนั้นเองนะ”

                “ฉันจะช่วยเป็นกำลังใจให้ค่ะ”

                ซึราระยิ้มให้คานะพลางนึกไปถึงโชเอย์ 

                โชเอย์จะรู้บ้างไหมนะว่าคานะพยายามจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้เข้ากับโชเอย์ได้  แม้จะเป็นเพียงแค่การเริ่มต้น...แต่เธอก็เชื่อว่าทุกอย่างจะต้องผ่านพ้นไปได้ด้วยดีแน่ๆ  เพราะเธอจะคอยสนับสนุนทั้งคู่อยู่ด้านหลังเอง  ตอบแทนที่พวกเขาคอยช่วยเหลือเธออยู่เสมอมา

                ซึราระหันไปเห็นขนมหน้าตาประหลาดเลยหันไปมองคานะก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายเดินไปนั่งช้อนปลาทองแล้ว  เธอเลยเลือกที่จะเดินไปที่ขนมเหล่านั้นแทน 

                แค่แปปเดียวคานะจังคงจะยังไม่ไปไหนหรอก

                เมื่อเดินมาถึงที่ขายของซึราระก็มองพวกมันด้วยความสนใจ  รอยยิ้มสดใสแต่งแต้มไปทั่วทั้งใบหน้าทำให้คนที่มองต่างพากันเอ็นดูไปด้วยไม่ได้

                หลังจากที่เดินเลือกของจนเพลินซึราระก็รีบเดินกลับไปที่เดิมแต่เมื่อไปถึงกลับไม่พบคนที่เธอตามหา  ดวงตากลมโตมองไปรอบๆด้วยความเป็นกังวล  เพราะว่าวันนี้มีพวกปีศาจออกหากินเป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นคืนที่พลังของพวกเราแข็งแกร่งที่สุด 

                คานะจังหายไปไหนแล้วโชเอย์คุงต้องโกรธเธอแน่เลยที่ประมาทจนเกิดเรื่องขึ้น

                ซึราระนึกโทษตัวเองในใจแล้วรีบเดินหาคานะไปทั่วทั้งงาน  แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เดินไปไหนกลับถูกมือของใครก็ไม่รู้ปิดปากแล้วลากไปที่ลับตาคนทันที

                “อื้ออออ”

                ร่างบางร้องด้วยความหวาดกลัวแต่แล้วสัมผัสที่คุ้นเคยและกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ก็ทำให้เธอสงบลงแทบจะในทันทีที่อีกฝ่ายกระซิบที่ข้างหูของเธอ

                “...คิดถึง”

                ร่างบางนิ่งไปก่อนจะกอดตอบคนที่กอดเธอจากด้านหลังด้วยความอ่อนโยน  ร่างกายที่เคยสั่นเทาเพราะความกลัวและอากาศค่อยๆสงบลงเรื่อยเมื่อไออุ่นของคนข้างหลังค่อยๆเติมเต็มส่วนที่ขาดหายของเธอทีละนิด

                เมื่อเสียงพลุดังขึ้นก็เรียกความสนใจของทั้งซึราระและคนข้างหลังให้เงยหน้าขึ้นไปมองด้วยความตื่นเต้น

                “...คิดถึงเหมือนกัน”

                ร่างบางพึมพำเสียงเบาจนแทบจะถูกเสียงของพลุกลบแต่เพราะระยะห่างที่แทบจะไม่มีก็ทำให้อีกคนได้ยินประโยคนั้นชัดเจน

                ...ชัดเจนไปถึงหัวใจที่นิ่งสงบให้แปลเปลี่ยนเป็นรุนแรงดั่งประกายของพลุที่ทั้งคู่กำลังชมอยู่ในตอนนี้

                งานเทศกาลครั้งแรกก็ไม่แย่เท่าไหร่

                ออกจะมีความสุขจนซึราระไม่อยากให้มันจบลงด้วยซ้ำไป...

 

 

                ตอนพิเศษ  เขากับเธอ  (4)

                คานะมองดูเด็กๆที่กำลังนั่งช้อนปลาทองในบ่อด้วยความสนใจ  เธอเลือกที่จะปลีตัวเองออกมาเงียบๆแล้วให้ซึราระได้ใช้เวลานี้อยู่กับตัวเอง  เธอเดินไปนั่งข้างๆเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังช้อนปลาให้เด็กผู้หญิงตัวเล็กข้างๆด้วยท่าทางมุ่งมั่น

                “มันช้อนยากอ่ะ”

                “เดี๋ยวพี่ทำให้เอง  เราอยู่นิ่งๆไปนะ”

                “ก็หนูอยากลองเองบ้างอ่ะ”

                เด็กหญิงบอกพร้อมกับทำหน้างอนๆจนคนที่แอบมองแบบคานะอดนึกถึงตัวเองตอนเด็กๆไม่ได้ 

                เมื่อตอนเด็กเธอก็เคยไปงานเทศกาลกับใครบางคน...แต่ตอนนี้ทุกอย่างเหลือแค่เพียงความทรงจำเท่านั้น

                “พี่สาว”

                “หือ?”

                “ผมให้”

                เด็กชายตัวน้อยยื่นช้อนกระดาษมาตรงหน้าของคานะ  ข้างๆกันมาเด็กหญิงยืนส่งยิ้มสดใสมาให้พร้อมกับแขนเล็กๆที่กำลังโอบกอดถุงปลาราวกับของล้ำค่า

                “ผมกับน้องจะไปแล้ว  ผมให้พี่สาวนะครับ”

                “ขอบคุณเรามากนะ”

                “พี่สาวก็พยายามนะคะ หนูเป็นกำลังใจช่วยค่ะ”

                “จ๊ะ  ดูแลน้องดีๆนะ”

                “ครับ  พวกเราไปก่อนนะครับ”

                “จ๊ะ”

                คานะมองตามหลังสองพี่น้องไปด้วยรอยยิ้ม  ก่อนจะหันกลับมามองช้อนกระดาษในมือด้วยสายตาครุ่นคิด  เธอตัดสินใจลองใช้ช้อนนั่งตักปลาขึ้นมาดูบ้าง   หัวใจเธอเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นเมื่อพบว่าเธอสามารถช้อนปลาตัวนั้นได้แล้วเหลือแค่เพียงค่อยๆยกมันขึ้นมาใช่กะละมังเท่านั้นทุกอย่างก็จะเรียบร้อย

                คานะใช้ความตั้งใจในการประคับประคองมันช้าๆเพื่อไม่ให้เยื่อกระดาษขาดไปซะก่อน  และในจังหวะที่ใกล้จะถึงปากขอบของบ่อมือของเธอก็เริ่มสั่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

                “อย่าขาดนะ”

                เสียงหวานพึมพำราวกับขอคำภาวนา  ในตอนที่เธอเกือบจะตัดใจจากมันสัมผัสที่มือข้างที่จับช้อนอยู่ก็ถูกใครคนนึงจับเอาไว้แน่นพร้อมๆกับที่แผ่นหลังของเธอสัมผัสแนบชิดไปกับแผ่นอกกว้างของคนด้านหลัง 

                คานะตกใจจนเกือบจะร้องออกมาแต่เสียงที่กระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูก็ทำให้เธอตั้งสติได้แล้วหันกลับไปสนใจกับช้อนในมือแทน

                “ข้าช่วยเอง”

                “อือ”

                มือทั้งสองที่ประสานกันอยู่ที่ช้อนกระดาษค่อยๆยกมันขึ้นมาด้วยความใจเย็นจนกระทั่งทั้งคู่สามารถช้อนเจ้าปลาน้อยให้มาอยู่ในกะละมังได้สำเร็จท่ามกลางสายตาเอ็นดูของเจ้าของร้านที่มองมายังหนุ่มสาวที่คอยช่วยกันประคับประคองช้อนกระดาษไม่ให้ขาด

                “เรียบร้อยแล้วจ้าเด็กๆ  เอานี่ลุงแถมให้อีกตัวจะได้อยู่คู่กัน”

                คานะก้มหัวขอบคุณคุณลุงเจ้าของร้านที่ใจดีให้ปลาอีกตัวกับพวกเธอมา   เธอกำลังจะเดินเข้าไปหาซึราระโดยไม่สนใจคนที่ยืนมองเธออยู่ข้างๆ แต่คนตัวสูงกลับฉวยมือเธอไว้แล้วออกแรงลากให้ไปอีกทางห่างจากที่ดเดิมเรื่อยๆ

                “ปล่อยนะ  เดี๋ยวซึราระจังเป็น...55

                คานะยังไม่ทันพูดจบประโยคก็ต้องหัวเราะออกมาเมื่อพบว่าร่างสูงใส่หน้ากากหวานแหวขัดกับรูปร่างสูงใหญ่ของเจ้าตัวขนาดไหน

                “ท่านหัวเราะอะไรกัน?”

                “นี่นาย...ไม่รู้เลยรึไงว่าตัวเองใส่หน้ากากอะไรมาน่ะ”

                คานะพยายามกลั้นขำเต็มทีแต่มันก็ทำได้ยากจริงๆเมื่อต้องมายืนอยู่ตรงนี้  แม้แต่คนที่เดินผ่านไปมายังแอบยกมือขึ้นปิดปากขำเหมือนเธออยู่เลย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันตลกขนาดไหน

                “ข้าไม่รู้หรอก...ก็นายน้อยเป็นคนเลือกให้ข้านี่น่า”

                โชเอย์ตอบเสียงอ้อมแอ้มพลางยกมือขึ้นลูบต้นคอแก้เก้อ  ก็ว่าอยู่ทำไมตอนที่อีกฝ่ายยื่นหน้ากากนี้มาให้เขาถึงได้มาองหน้าเขาแล้วหัวเราะแทบเป็นแทบตาย  ไหนจะตอนที่เดินตามหาร่างบางตรงหน้านี่อีก

                “ข้าถอดออกดี...”

                “อย่านะ!

                “...”

                “ตอนนี้พวกเราห้ามเจอหน้ากันอยู่  ทำแบบนั้นมันก็ไม่ดีสิ  ใส่ไว้เถอะน่ารักจะตายไป”

                คานะมองผ่านหน้ากาก คิตตี้สีชมพูเข้าไปในนัยน์ตาคมกริบด้วยท่าทางจริงจัง  เธอไม่ยอมหรอกนะ  แค่อีกฝ่ายแอบมาเจอกับแบบนี้ก็ถือว่าผิดแล้วนะ  ถ้ายิ่งให้ถอดหน้ากากออกนี่เลิกคิดไปได้เลย

                “แต่ว่า...”

                “ถ้าอยากเดินกับฉันก็ห้ามถอดออก”

                “...”

                “ว่าไง?”

                “ไม่ถอดแล้วขอรับ”

                คานะยกยิ้มกว้างแล้วเดินเข้าไปควงแขนอีกฝ่ายเป็นของรางวัลตอบแทน

                “งั้นเราไปเดินงานเทศกาลกันเถอะ”

                “ขอรับ”

                “กะ...ก็ไปสิมายืนมองหน้าฉันทำไม”

                คานะรีบเบ้หน้ามองไปทางอื่นเพราะทนไม่ไหวกับสายตาที่อีกฝ่ายสื่อออกมา  แม้จะมีหน้ากากน่ารักๆนั้นทำให้เธอไม่ได้เห็นใบหน้าทั้งหมดของอีกฝ่ายแต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่เขินหรอกนะ...ยิ่งถูกจ้องมองแบบนั้นแล้วยิ่งอดใจสั่นกว่าปกติไม่ได้

                ไม่ต้องบอกก็รูว่าเป็นแผนของใครถ้าไม่ใช่ริคุโอะ  คนนั้นน่ะเจ้าเล่ห์จะตายไป

                แต่ก็เอาเถอะคานะเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้มางานเทศกาลแบบนี้  ยิ่งตอนที่มือข้างนึงของพวกเขาทั้งสองกำลังกอบกุมกันด้วยความรู้สึกเดียวกันแบบนี้  มันยิ่งมีความสุขมากกว่าการเดินคนเดียวเป็นไหนๆ

                “จริงสิ  ฉันว่าเรามาตั้งชื่อปลาของพวกเรากันไหม”

                คานะถามขึ้นหลังจากเดินวนรอบร้านแล้วมาหยุดอยู่ที่ที่นั่งพักข้างๆซุ้มของเล่น  ทั้งสองตัดสินใจที่จะไม่ไปดูพลุแต่มาจุดไฟเย็นที่นี่แทนเพราะคนไม่ค่อยเยอะมาก

                “แล้วแต่ท่านคานะเลยขอรับ”

                “ไม่เอาแบบนั้นสิ  เอ...เอาเป็นว่าฉันตั้งชื่อตัวของโชเอย์  ส่วนโชเอย์ก็ตั้งชื่อให้ตัวของฉัน  ตกลงไหม?”

                “ขอรับ”

                คานะยิ้มหวานแล้วนั่งคิดชื่อของปลาทองในมือระหว่างรอให้อีกฝ่ายเดินไปซื้อไฟเย็นมาจุดเล่น  แต่เมื่อโชเอย์กลับมาอีกครั้งกลับไม่ได้มีแค่ไฟเย็นเท่านั้นในมือของอีกคนเต็มไปด้วยอาหารมากมายหลากหลายชนิดจนเธอต้องเลิ้กคิ้วเป็นเชิงถาม

                “ข้าได้ยินเสียงท้องท่านร้อง...เลยซื้อมาให้”

                “เอ่อ...”

                “ท่านทานเถอะ”

                คานะรับถุงในมือคนตัวสูงมาวางไว้บนตักแล้วมองสำรวจอีกฝ่ายเงียบๆ  ระหว่างนั้นเป็นช่วงที่พลุเริ่มจุดทั้งบริเวณเลยไม่มีเสียงอื่นมารบกวนนอกจากเสียงของพลุที่กำลังจุด

                “...อาทิยต์นึงนี่มันนายจังเลยนะขอรับ”

                “...”

                “สำหรับข้าแค่วันเดียวก็มากพอแล้ว”

                “...”

                “ข้าไม่อยากห่างจากท่านเลย”

                “...”

                “...”

                “...ฉันเองก็เหมือนกัน”

                “...”

                “ไม่อยากห่างจากโชเอย์คุงเลยแม้แต่วินาทีเดียว”

                เท่านี้ก็มากพอแล้วสำหรับเวลาที่พิสูจน์ความรู้สึกของพวกเรา

                คานะเชื่อว่าความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นนี้จะไม่มีทางจางหายไปแน่ถ้าเราทั้งสองคนยังคงคิดเหมือนกัน

                ต่อจากนี้เธอจะเริ่มต้นทุกอย่างจริงๆสักที

                “ข้าจะรอนะขอรับ”

                “อือ...ฉันเองก็จะรีบกลับไปเหมือนกัน”

                จบตอนพิเศษ  เขากับเธอ  (4)

 

 

                “ท่านมาที่นี่ได้ยังไงเจ้าค่ะ”

                ซึราระถามคนที่นั่งกอดเอวเธอเอาไว้แน่นด้วยความสงสัย  หลังจากที่ดูพลุจนจบแล้วริคุโอะก็พาเธอมานุ่งบนต้นไม้ต้นใหญ่ที่สามารถมองเห็นวิวของทั้งเมืองได้อย่างชัดเจน

                “ก็แค่แอบตามมา  นี่เจ้าคิดว่าข้าจะยอมปล่อยให้เจ้าอยู่ห่างตัวข้าหรือไงกัน”

                “!!!

                นี่ระหว่างที่เธอไม่อยู่ใครแอบเอาอะไรแปลกๆให้ริคุโอะกินหรือเปล่านะ  ทำไมถึงได้พูดจาแบบนี้ออกมาได้หน้าตาเฉยแบบนี้

                “บอกไว้ก่อนเลยนะกลับไปเจ้าถูกข้าลงโทษแน่”

                “...”

                “และข้าก็จะไม่ลงโทษแค่ครั้งเดียวด้วย”

                ซึราระรีบถดตัวห่างจากอีกฝ่ายด้วยความเร็วถ้าไม่ติดว่ามีมือปลิงติดอยู่ที่ร่างกายป่านนี้เธอคงจะรอดพ้นน้ำมือของเขาแล้วล่ะ 

                “ท่านต้องเข้าใจนะเจ้าค่ะ  ว่าข้าเองก็อยากจะมาเที่ยวแบบผู้หญิงๆบ้าง  วันๆจะให้ข้าเอาแต่อยู่ที่บ้านอย่างเดียวได้อย่างไงกันล่ะ”

                ซึราระพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนแล้วทำหน้าตาเศร้าๆประกอบซึ่งการกระทำเหล่านั้นเรียกเสียงถอนหายใจเหมือนยอมแพ้จากร่างสูงได้เป็นอย่างดี มือหนาเลื่อนขึ้นลูบหัวคนตัวขาวเบาๆ

                “ข้ารู้แล้วน่ะ  ไม่งั้นข้าจะยอมปล่อยเจ้าออกมานานขนาดนี้หรอ?”

                “...”

                “แต่วันหลังไม่เอาแบบนี้นะ  ถ้าอยากไปก็บอกข้าตรงๆสิไม่ใช่หนีกันมาแบบนี้”

                “ข้าก็บอกท่านแล้วนี่ค่ะว่าจะมา”

                “แบบนั้นเรียกบอกหรอ?”

                “ก็...”

                “พอมีพวกหน่อยเอาใหญ่เลยนะซึราระ”

                ซึราระก้มหน้าหลบสายตาแพรวพราวที่มองมาเหมือนกำลังคิดแผนอะไรในหัวออกด้วยความหวั่นเล็กน้อย  ตอนนี้เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ทั้งนั้น  ยิ่งตอนที่อยู่กับแค่สองต่อสองยิ่งต้องระวังตัวเองมากเป็นพิเศษ 

                “อีกไม่กี่วันสินะ...”

                “?”

                “เมื่อถึงวันที่เจ้าต้องกลับไปเมื่อไหร่...ข้าจะพาเจ้าไปที่ๆหนึ่ง”

                “ที่ไหนเจ้าค่ะ?”

                “ความลับน่ะ  แต่เจ้าต้องชอบที่นั้นมากๆแน่  เพราะว่าข้าเองก็ชอบที่นั่นเหมือนกัน”

                “งั้นแสดงว่าที่นั่นต้องสวยมากๆแน่  ท่านริคุโอะถึงได้มาชวนข้าแบบนี้  ชักจะรอไม่ไหวแล้วสิเจ้าค่ะ”

                “ปากหวานจริงนะ  งั้นข้าขอชิมหน่อยนะ”

                จบประโยคนั่นริคุโอะก็ทาบทับริมฝีปากร้อนลงไปที่อวัยวะเดียวกันก่อนที่อีกฝ่ายจะทันตั้งตัว  เขาก้มค้างอยู่อย่างนั่นไม่ได้ล่วงเกินอะไรอีกฝ่ายเพราะว่าเขาต้องการให้อีกฝ่ายเป็นคนยอมให้เขาเข้าไปเอง  ลิ้นร้อนเลียริมฝีปากบางของอีกผ่านแผ่วเบาจนคนในอ้อมกอดระทวยจนแทบขาดอากาศ  และในที่สุดคนตัวเล็กก็ยอมเปิดปากเพื่อให้เขาได้เข้าไปสำรวจโพรงปากอย่างเชื่องช้า  ก่อนจะค่อยๆถอนจูบออกมาแล้วกดทับลงไปที่เดิมอีกครั้งด้วยสัมผัสที่ร้อนแรงกว่าเดิม

                เนิ่นนานจนกว่าทั้งคู่พอใจถึงได้ผละออกมากกัน

                ซึราระหอบหายใจเข้าอากาศเข้าปอดอย่างเร่งด่วนหลังจากโดนลิดรอนลมหายใจเป็นเวลานาน  มือหนาค่อยๆลอบหลังเธอช้าๆเพื่อช่วยให้หายใจสะดวกยิ่งขึ้น  และการกระทำนั้นทำให้เธอรับรู้ว่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นเกิดจากความรู้สึกที่แท้จริงที่อีกฝ่ายพยายามบอกเธอมาตลอด 

                เธอมั่นใจแล้วว่าต่อจากนี้จะมองหาใครเวลาที่ตัวเองต้องการที่พึ่ง...

                “หวานจริงๆด้วยนะ”

                “?”

                “ปากของเจ้าน่ะ   ข้าชักจะติดใจแล้วสิ”

                “!!!

                ซึราระทำตาโตมองริคุโอะที่แลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างมีความนัย  ก่อนจะรีบยกมือขึ้นกั้นอีกคนเมื่อเขาเริ่มที่จะพุ่งเข้ามาจู่โจมเธออีกครั้ง

                “พะ...พอนะเจ้าค่ะ”

                “ทำไมล่ะ  เจ้าไม่อยากให้ข้าจูบหรอ?  ไม่ชอบจูบของข้าหรือไง”

                “เปล่าเจ้าค่ะ”

                “แล้วทำไม?”

                “แค่...แค่นี้ปากข้าก็บวมเกินไปแล้วนะเจ้าค่ะ”

                ซึราระพูดเสียงอ่อนและเมื่อคนขี้แกล้งได้ยินคำตอบก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างดังจนแก้มของเธอซับสีแดงเอาไว้  แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ริคุโอะชอบใจแล้วก้มลงหอมแก้มเธอซ้ายขวาไปข้างละหลายๆที

                “ท่านริคุโอะ!

                “ยอมข้าหน่อยเถอะ  นี่ข้าจะไม่ได้เห็นหน้าเจ้า  ไม่ได้กอดเจ้าแบบนี้  ไม่ได้จูบเจ้าจนเจ้าขาดใจตายคาอกข้าอีกตั้งหลายวัน  ขอข้าเอากำไรก่อนนะ”

                “ไม่...”

                “เจ้าปฏิเสธข้าไม่ได้หรอก  เจ้าเองก็รู้ตัวดีว่าต้องการมันพอๆกับข้า”

                น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่ายทำเอาซึราระแทบอยากจะมุดตัวไปกับต้นไม้   กล้าพูดออกมาได้อย่างไงว่าเธอต้องการมัน...ทั้งๆที่มันจะเป็นความจริงก็เถอะแต่เขาไม่ควรจะพูดออกมาแบบนี้นะ

                ซึราระคร่ำครวญอยู่ในใจเพียงลำพัง  ก่อนจะรู้สึกได้ถึงสัมผัสที่เส้นผมเมื่อลองเอามือไปจับก็พบกับเครื่องประดับที่อีกฝ่ายบรรจงติดมันด้วยความทะนุถนอม

                “ข้าเห็นแล้วนึกถึงเจ้าน่ะเลยซื้อมาฝาก”

                “...”

                “ใส่ไว้อย่าถอดนะ”

                “เจ้าค่ะ  ข้าจะใส่ทุกวันเลย”

                ซึราระยิ้มแล้วลูบเครื่องประดับที่ได้รับราวกับอีกครึ่งของชีวิต  มันเป็นของสิ่งแรกที่เธอได้รับหลังจากที่ สถานะของเธอเปลี่ยนไป  มันคือของที่มีค่ายิ่งกว่าอะไรในชีวิตที่เธอเคยได้รับมาทั้งหมด

                “ข้าจะรักษามันอย่างดีเลยเจ้าค่ะ”

                “อือ   รักษาใจข้าให้ดีๆด้วยนะ”

                “ค่ะ”

                “มันเป็นของเจ้านานแล้ว...ต่อไปนี้คนเดียวที่จะสามารถทำลายมันได้ก็คือเจ้า”

                ริคุโอะจับมือของซึราระให้มาวางอยู่ที่ตำแหน่งของหัวใจตัวเองก่อนจะคลี่ยิ้มอ่อนโยนที่อบอุ่นราวกกับพระอาทิตย์ส่องแสงไปให้คนที่เขาเลือกแล้วว่าจะใช้ชีวิตที่เหลือปกป้องและดูแลให้ดีที่สุด

                “ถ้าวันไหนเจ้าไม่...”

                “มันจะไม่มีวันนั้นเจ้าค่ะ”

                ซึราระพูดเสียงหนักแน่นพร้อมกับมองเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เธอตกหลุมรักครั้งแล้วครั้งเล่าแม้ว่ามันจะเคยฉายแววเย็นขามากเพียงใด  แต่ในวันนี้มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ทอประกายแสงอ่อนโยนที่คอยทำให้เธอมีความสุขทุกครั้งที่ได้สบตา...

                “ข้าเอาแต่ตกหลุมรักท่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า...ตกหลุมรักทุกวันที่ตื่นมาพบท่าน”

                “...”

                “...ท่านคือสิ่งสุดท้ายในชีวิตที่ข้าคิดที่จะทำลาย”

                “ซึราระ...”

                “เพราะว่าข้าเองก็ไม่อาจทำลายหัวใจของตัวเองได้เหมือนกัน”

                ทั้งสองคนสบตากันนิ่งๆเนิ่นนานราวกับโลกใบนี้เหลือเพียงพวกเขาแค่สองคน...

 

 

                ซึราระเดินกลับไปที่จุดเดิมที่เธอกับคานะเคยอยู่ก่อนจะพบเข้ากับร่างบางที่กำลังยืนกอดถุงปลาในมือด้วยใบหน้ามีความสุข  ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้ว่าก่อนหน้านี้ที่คานะหายไปจะหายไปเพราะใคร  ในเมื่อเจ้าของแผนการเดินจับมือเธอมาอยู่ข้างๆกัน

                “ท่าน...”

                “ไปเถอะ”

                “...”

                “ข้าจะมองเจ้าอยู่ตรงนี้แหละ   รีบกลับที่พักกันได้แล้วยิ่งมืดจะยิ่งอันตรายนะ”

                ซึราระหันไปมองริคุโอะที่ยืนนิ่งแล้วมองเธอด้วยความเป็นห่วง  เธอมองเขาต่ออีกสักพักก่อนจะเดินออกห่างมาทีละก้าวจนในที่สุดมือที่เคยจับกันไว้ของทั้งคู่ก็หลุดออกจากกันซึ่งมันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่หัวใจของเธอเต้นช้าลงด้วยความกังวล  แต่ละก้าวที่เธอเดินช่างยากแสนยากแม้ว่าจะเป็นเพียงการเดินธรรมดาเท่านั้น

                ไร้ซึ่งคำบอกลา...เพราะพวกเขาไม่ได้จากกันไปไหน

                แต่กลับอบอุ่นใจยิ่งกว่าครั้งไหนๆ...

                ซึราระตัดสินใจหันหลังกลับแล้ววิ่งเข้าไปกอดคนตัวสูงที่มีสีหน้าตกใจเอาไว้แน่น  แรงกระโดทำให้ร่างนั้นเซไปเล็กน้อยแต่ก็กลับมาทรงตัวไปทันก่อนที่จะมีใครได้รับบาดเจ็บ

                “ต้องรอข้านะ”

                ซึราระกระซิบที่ข้างหูริคุโอะด้วยน้ำเสียงอออดอ้อน  เขาหัวเราะในลำคอเล็กน้อยแล้วยีผมอีกคนอย่างหมันเขี้ยว ทั้งๆที่เป็นคนอยากหนีเที่ยวเองแท้ๆแต่กลับเป็นฝ่ายกลัวว่าจะไม่ได้เจอเขาซะอย่างนั้น 

                “รอสิ...ให้รอทั้งชีวิตก็ยังได้”

                เมื่อได้รับคำตอบที่พอใจแล้วซึราระก็ผละออกแล้วหันหลังกลับวิ่งไปกระโดดกอดคานะแทนจนทั้งสองเกือบจะล้มลงไป  ริคุโอะมองภาพของคนสองคนที่มองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาทั้งน้ำตาด้วยรอยยิ้ม

                “ท่านหลอกข้า”

                เสียงของโชเอย์ดังขึ้นข้างๆพร้อมกับร่างสูงที่เดินมาหยุดอยู่ข้างเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจในมืออีกฝ่ายมือถุงใส่ปลาทอดที่ถือเอาไว้อย่างหวงแหน

                “หลอกอะไรล่ะ?”

                “...หน้ากาก”

                “เปล่า  นั่นการ์ตูนเรื่องโปรดของคานะจังเลยนะ”

                “ไม่ใช่ซะหน่อย”

                ริคุโอะอมยิ้มเมื่อหันไปมองแล้วพบว่าโชเอย์หน้าแดงแค่ไหน  เป็นเขาเขาก็คงจะอายอยู่แหละ...แต่เขาจะถือว่าแกล้งอีกฝ่ายแทนคานะที่เป็นคนแยกเขากับซึราระออกจากกันก็แล้วกัน 

                “...ระวังเถอะ  ข้าจะไปบอกพี่สาวว่า...”

                “อย่าเจ้าคิดเจ้าแค้นนักสิโชเอย์  คานะจังเป็นคนพรากซึราระไปจากข้าเองนะ”

                “ท่านต่างหากเจ้าคิดเจ้าแค้น”

                “อะไรกัน”

                “ถ้าพี่สาวไม่อยากไปต่อให้เอาช้างมาฉุดพี่สาวก็ไม่ไปหรอก”

                ริคุโอะเหล่มองคนสนิทของซึราระด้วยแววตายอมแพ้แล้วไหวไหล่หันหลังเดินไปอีกทาง ปล่อยให้ซึราระกับคานะเดินกลับที่พักเองคงไม่ปลอดภัยเขาขอแอบตามไปแบบห่างๆก็แล้วกันหวังว่าพวกนั้นคงไม่เถรไถลไปไหนอีกนะ

                “แพ้แล้วหนีนี่น่า...”

                เสียงบ่นของโชเอย์ที่ลอยตามลมไปทำให้คิ้วของริคุโอะกระตุกเล็กน้อย

                “จะไปไหมล่ะ?!

                “ขอรับ”

               

 

                “น่าขำเนอะ...สุดท้ายก็กลายเป็นพวกเราเองที่ทนคิดถึงพวกนั้นไม่ไหว”

                คานะพูดขึ้นหลังจากที่พวกเธอกลับมายังที่พักเรียบร้อยและเตรียมจะเข้านอน

                “ไม่หรอกเจ้าค่ะ  พวกเราแค่อยากจะออกมาเที่ยวกันเองบ้าง  ถ้าให้ข้ามากับท่านริคุโอะป่านนี้ข้าคงไม่ได้ออกไปไหนนอกจากอยู่แต่ในห้องพักแน่ๆ”

                “นั่นสินะ”

                ทั้งสองมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา  ก่อนที่คานะจะเป็นฝ่ายเงียบไปจนซึราระอดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

                “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่าเจ้าค่ะคานะจัง”

                “อืม...จะว่ายังไงดีล่ะ?”

                “ค่ะ?”

                “ซึราระจัง...ฉันฝากโชเอย์คุงไว้สักปีสองปีได้ไหม?”

                “!!!

                นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกล่ะเนี่ย?

                อย่าเอาปัญหามาโยนใส่พวกเราอีกเลยนะคะ  ซึราระโอดควรแล้วมองไปที่คานะด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามอีกครั้ง  และครั้งนี้สิ่งที่ได้ฟังก็ไม่ได้ทำให้เธอแปลกใจสักเท่าไหร่

                “...ฉันว่า...ฉันจะไปเรียนต่อแหละ”

                “คานะจัง”

                “ที่ๆฉันกำลังจะไปอาจจะเปลี่ยนแปลงฉันไปในทางไหนก็ไม่รู้  แต่ตัวฉันเองมั่นใจว่าความรู้สึกที่มีให้โชเอย์คุงจะไม่เปลี่ยนไปแน่นอน”

                “...”

                “ที่ก่อนหน้านี้ฉันทำไปทั้งหมดคือต้องการผลักให้โชเอย์ไม่ต้องมาเจ็บปวดเพราะฉัน  แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่ามันไม่มีทางทำได้  แต่ฉันก็อยากจะมั่นใจว่าเขาจะมีความสุขดีระหว่างที่ฉันไม่อยู่”

                “...ข้าไม่มีปัญหาค่ะ  แต่ว่า...”

                “พวกเราคุยกันแล้ว...ความฝันของฉันก็เป็นสิ่งที่ฉันทิ้งไม่ได้  โชเอย์เองก็เป็นคนที่ฉันจะขาดไปไม่ได้เหมือนกัน”

                “...”

                “นี่ฉันมาพูดอะไรให้ซึราระจังฟังกันนะ  ขอโทษนะเสียบรรยากาศหมดเลย”

                “ไม่หรอกค่ะ  ข้าเคยหวังเอาไว้นะคะว่าการมีเพื่อนสนิทเป็นอย่างไง  ถึงเคะโจโรจะเป็นเพื่อนสนิทข้าแต่ในอีกนัยหนึ่งเธอก็เป็นเหมือนพี่สาวด้วย  เวลาไปปรึกษาอะไรก็จะได้คำตอบแบบผู้ใหญ่กลับมา  พอข้าได้สนิทกับคานะจังเลยทำให้รู้ว่าการที่เราได้รับฟังแล้วช่วยเพื่อนแก้ปัญหามันมีความสุขมากเลยค่ะ”

                “ขอบคุณนะ”

                “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ  ไปเรียนต่อให้สบายใจนะคะ  ข้าจะช่วยดูแลโชเอย์ในระหว่างที่คานะจังไม่อยู่ให้เอง”

                ดีจริงๆที่มีเพื่อน...เธอไม่ได้สัมผัสกับอะไรแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ

 

 

 

04 / 06 2561

                กลับมาแล้วค่ะ   ขอโทษที่หายไปนานเลย ^^;;

                ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ  สำหรับฟิคเรื่องนี้อีกไม่กี่ตอนก็จะจบลงแล้วค่ะ  (เป็นเรื่องแรกที่เราเริ่มเขียนและก็เป็นเรื่องแรกที่ใกล้จะจบแล้วด้วยค่ะ ปรบมือด้วยความยินดี) แต่เราคิดไว้แล้วว่าจะเขียนตอนพิเศษด้วย  มีใครอยากได้ตอบไหนหรือคู่ไหนเป็นพิเศษบ้างไหมค่ะ  ส่งคำขอของคุณมาได้เลยนะคะ

                เราจะพยายามแต่งให้จบก่อนเปิดเทอมค่ะ  เพราะถ้าเกิดเปิดเทอมแล้วเราคงจะหายไปอีกนานเลย  (ปิดเทอมเธอก็หายไปนานเหมือนกันนะ) พอคนเรายิ่งโตขึ้นภาระและความรับผิดชอบก็เพิ่มมากขึ้นเลยนะคะ  เราไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้มาก่อนเลยค่ะ  เพราะว่าที่ผ่านมเอาแต่ใช้ชีวิตแบบขอให้ผ่านๆไป  แต่ตอนนี้จะทำแบบนั้นก็คงไม่ได้อีกแล้ว เราบ่นเยอะเกินไปแล้วค่ะ  พอก่อนดีกว่าเนอะเดี๋ยวทุกคนจะเบื่อกันซะก่อน

                ขอบคุณที่เข้ามาอ่านฟิคเรื่องนี้นะคะ  ขอบคุณที่แรงใจเลยค่ะ  ^/\^

                ขอให้สนุกกับการอ่าน  แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ  เราจะพยายามมาให้เร็วที่สุดค่ะ ^^//


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

80 ความคิดเห็น

  1. #78 Tang2503 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 21:19

    2ปีเเล้วค่ะ ไรท์ขา

    #78
    0
  2. #62 0612542065 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 17:13
    อ่านฟินเวอร์//นอนตายตาหลับละ(ตายแพ๊พ)
    #62
    0
  3. วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 17:37

    จะจบแล้วหรอ สู้ๆนะครับ

    #61
    0
  4. #60 824ir (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 13:39
    สู้ๆนะคะ
    #60
    0