[Yaoi]ข้าเป็นสุนัขของท่านแม่ทัพ

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 1 เทพก็หลงทางและหิวเป็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,749
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 734 ครั้ง
    26 ธ.ค. 61


ตอนที่ 1

เทพก็หลงทางและหิวเป็น


 

                จินหลิงเป็นศิษย์น้องคนเล็กที่ถูกอาจารย์และพี่ๆ ตามใจมาตลอด ไม่ว่าอยากได้สิ่งใดก็จะมีคนหามาประเคนให้เรียกได้ว่าเขาถูกตามใจจนเคยตัว แต่โชคดีที่ได้พี่รองอบรมเรื่องนิสัยทำให้เขาไม่ได้มีนิสัยเสียจนคนเอือมระอา หากพูดถึงศิษย์คนเล็กของปฐมวิญญาณ เทพส่วนใหญ่จะนึกถึงลูกสุนัขสีขาวตัวเล็กมีตราเพลิงอรุณกลางระหว่างคิ้ววันๆไม่ทำอะไรนอกจากกินและนอน ออดอ้อนทำตัวน่ารักหากมีของที่อยากได้


ยามนี้แยกจากพี่ๆออกเดินทางคนเดียว ก็ไม่มีเป้าหมายอะไรที่แน่นอนนอกจากท่องเที่ยวแดนมนุษย์หาของกินอร่อยๆ โชคดีที่อาจารย์มีแท่นเคลื่อนย้ายออกจากใจกลางทะเลทรายไม่หวนกลับ เขาจึงมาโผล่อยู่ในป่าลวงวิญญาณที่อยู่นอกรอบของทะเลทรายไม่หวนกลับ หลังจากตบตีกับภาพลวงตาในป่าที่ขยันล่อลวงเขาด้วยอาหารแล้ว ในที่สุดเขาก็ออกมาจากป่าลวงวิญญาณสำเร็จ


กี๊ส กี๊ส กี๊ส


เหนือหัวของเขาคือฝูงเหยี่ยววายุสิบกว่าตัวบินวนอยู่เหนือฟ้าราวกับกำลังเฝ้าสำรวจ พอพวกมันเห็นจินหลิงโผล่ออกมาเข้าก็มีท่าทีดุร้ายปล่อยกลิ่นอายฆ่าฟัน น่าเสียดายที่ท่าทีดุร้ายของพวกมันไม่ได้ทำให้เขากลัวกลับกันมันน่ารำคาญมากกว่า


“น่าเบื่อจริงๆ พวกเจ้าลงมาเดี๋ยวนี้นะ”


จินหลิงปล่อยแรงกดดันของตนออกมานิดเดียว ฝูงเหยี่ยววายุแตกตื่นตกใจราวกับเจออสูรร้ายพวกมันพากันชักตกลงมาจากฟ้านอนแน่นิ่งบนพื้นทีละตัวๆ เขาเอาเขี่ยพวกมันแต่ดูเหมือนจะไม่มีตัวไหนรอดเลย พวกนี้ใจเสาะกันจริงแค่ขู่นิดเดียวก็ตายซะแล้ว


เขี่ย เขี่ย เขี่ย


“พวกเจ้าโชคร้ายจริงๆที่ข้าทำอาหารไม่เป็น ไม่อย่างนั้นการตายของพวกเจ้าคงไม่เสียเปล่า”


มองเหยี่ยววายุอย่างอาลัยอาวรณ์ก่อนจะข่มใจเดินจากมา บอกตนเองในใจว่าเพียงพบมนุษย์เดี๋ยวเราก็เจออาหาร ฉะนั้นอย่าใส่ใจกับอาหารที่ทานไม่ได้เพียงมื้อเดียว


........................................................

 

“นี่...นี่มันอะไรกัน!


หลังจากจินหลิงจากไปไม่นาน บริเวณนั้นก็กลุ่มคนหนุ่มสาวอายุราว 15-16 ปี พวกเขามีห้าคนแต่งกายคล้ายกันด้วยชุดสีฟ้าอ่อน ทั้งหมดเป็นศิษย์สายนอกของสำนักไพรโศกศัลย์ วันนี้พวกเขาเป็นเวรให้อาหารเหยี่ยววายุพวกมันทั้งหมดเป็นสัตว์อสูรระดับหกที่สำนักเลี้ยงไว้เฝ้ายามบริเวณนี้เพราะเป็นอาณาเขตของสำนักที่ติดกับป่าลวงวิญญาณ หากใครมีเจตนาบุรุกอาณาเขตของสำนักเยี่ยววายุจะทำการโจมตีทันที เพราะบริเวณนี้ไม่อยู่ในค่ายป้องกันของสำนักจึงได้จัดให้สัตว์อสูรเฝ้ายามแทน


“ทำอย่างไรดีศิษย์พี่”เด็กหนุ่มคนหนึ่งถามขึ้นอย่างร้อนรน พวกเขาเป็นเวรวันนี้ เหยี่ยววายุที่ใช้เฝ้ายามตายเป็นฝูงขนาดนี้ หากโดนคาดโทษลงมาคงหนีไม่พ้น


ผลัวะ!


“เจ้าโง่มากลัวตายอะไรตอนนี้ เจ้ากับศิษย์น้องหญิงรีบไปรายงานผู้คุมกฎหลิวเร็วนี่สิเรื่องสำคัญกว่า”


ศิษย์พี่อ้วนรีบถีบไล่เจ้าศิษย์น้องขี้กลัวไปทันที เห็นแผ่นหลังอีกฝ่ายวิ่งไปอย่างรวดเร็วราวกับกลัวเขาตบหัวอีกรอบไม่ทันได้รอศิษย์น้องหญิงที่วิ่งตามอีกฝ่ายไม่ทัน เขากับศิษย์น้องอีกสองคนพากันสำรวจบริเวณโดยรอบแต่ไม่กล้าเข้าใกล้ป่าลวงวิญญาณ


ในวันนั้นสำนักไพรโศกศัลย์โกลาหลวุ่นวายเป็นอย่างมากเมื่อข่าวฝูงเหยี่ยววายุระดับหกที่ใช้เฝ้าระวังถูกฆ่าตาย ผู้บำเพ็ญเพียรของสำนักต่างพากันค้นหาผู้บุกรุกในสำนักอย่างเข้มงวด โดยไม่รู้เลยว่าตัวต้นเหตุอย่างจินหลิงนั้นจากมาไกลแล้ว


...............................................................


“สำนักบำเพ็ญเพียรที่สอนศิษย์ให้อดอาหารนั้นคงไม่มีอาหารอร่อยๆแน่ ไม่ไหวๆเมื่อไหร่ข้าจะเจอเมืองของมนุษย์เนี่ย”


ตอนออกมาจากป่าลวงวิญญาณจินหลิงสัมผัสได้ว่าใกล้ๆบริเวณที่เหยี่ยววายุอยู่มีเขตอาคมป้องกันขนาดใหญ่อยู่ ภายในเขาเองก็จับสัมผัสของผู้บำเพ็ญเพียรได้มากมาย จากความทรงจำของเจ้าพิภพบริเวณนั้นคงเป็นที่อยู่ของสำนักไพรโศกศัลย์ ฟังแค่ชื่อก็หดหู่เขาที่เกลียดความเงียบสงบจึงเดินเลี่ยงผ่านไปอย่างเร็ว ไม่อยากข้องแวะด้วย


และแล้วจินหลิงก็เดินผ่านทางเดิมเป็นรอบที่สาม


โครก โครก โครก


“หิวจังเลย”


โดนพี่ใหญ่กับพี่รองเตือนก่อนจากกันว่าให้ใช้พลังอย่างระมัดระวัง ตั้งแต่ในป่าลวงวิญญาณเขาจึงคิดจะลองใช้ชีวิตแบบมนุษย์ กินแบบมนุษย์ เดินแบบมนุษย์ เพราะแบบนี้หรือเปล่านะจึงไปได้ไม่ถึงไหนสักที


“กรี๊ดดด!!! ช่วยด้วย”เสียงผู้หญิง?


“โจรปล้น คุ้มกันคุณหนูเร็ว”คราวนี้เสียงผู้ชาย?


“ฮาฮ่าฮ่า วันนี้ได้เหยื่อชั้นดี ฆ่าผู้ชายให้หมด แล้วจับผู้หญิงมาซะ!”เสียงนี้น่าสะอิดสะเอียน


ขอความช่วยเหลือ โจรชั่วปล้น ฆ่าผู้ชาย จับผู้หญิง


มีคนกำลังโดนคนไม่ดีทำร้าย จะช่วยดีหรือไม่นะ หากช่วยแล้วพวกนางจะตอบแทนเขาด้วยอาหารหรือเปล่านะ แต่เขาไม่อยากยุ่งเรื่องของคนอื่นซะด้วยสิ


จินหลิงจำได้ว่าพี่ใหญ่เคยสอนไม่ให้ยุ่งเรื่องของคนอื่นจนนำความลำบากมาสู่ตนเอง


แต่ว่าเขาไม่ชอบโจรกลุ่มนี้เลย เสียงของพวกมันทำให้เขารู้สึกสะอิดสะเอียนพาลให้คิดว่าหากไม่ทำอะไรสักอย่างคงทานอาหารไม่อร่อยแน่ ขอโทษนะพี่ใหญ่ที่ไม่ฟังคำสอน


เขาตัดสินใจจะช่วย


จินหลิงเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็ว เขาพบคนกลุ่มหนึ่งถูกล้อมโจรป่าท่าทางกักขฬะระจำนวนยี่สิบคน ตรงกลางเป็นผู้หญิงที่ดูงดงามสองคนกับเหล่าผู้คุ้มกันที่ดูร่อแร่ใกล้ตาย เขายืนดูเหตุการณ์อยู่บนต้นไม้ โจรพวกนี้เป็นมนุษย์คงไม่ต้องออกแรงมาก จินหลิงเด็ดใบไม้มาเต็มกำมือแล้วร่ายคาถาเปลี่ยนใบไม้ให้มีคม ควบคุมไปโจมตีพวกโจรด้านล่าง


“อ๊าก!!! ใบไม้นี่มันอะ...”ไม่ทันได้พูดจบมันก็โดนคมมีดตัดลิ้นจนล้มลงไป


“อ๊ากกก!! หนี...หนีเร็ว”


“อ๊ากกกก!!!


การโจมตีไร้สัญญาณเตือนทำให้พวกโจรแตกฮือ พวกมันเอาแต่ป้องกันคมมีดใบไม้ที่โจมตีเข้ามา แต่โชคร้ายที่คนร่ายคาถานี้เป็นจินหลิงมนุษย์ธรรมดาหรือจะสู้เทพเจ้าได้ โจรป่าพากันเสียเลือดจนล้มตายไปทีละคนๆ


จินหลิงนั่งแขว่งขามองดูอยู่บนต้นไม้อย่างสนุก เขาไม่ได้โจมตีให้ตายในคราเดียว แต่ค่อยค่อยโจมตีทีละนิดให้พวกมันเลือดไหลหมดตัวจนตาย จะฆ่าก็ไม่ฆ่าเพียงเล่นสนุกทรมานเหยื่อก่อนตาย เป็นนิสัยเสียที่จื่อเฟินศิษย์พี่สามที่เขาไม่เคยนับถือเป็นพี่บ่นประจำหากอีกฝ่ายเจอเขาต่อสู้แบบนี้


ดวงตาทองของจินหลิงวาบวับเปลี่ยนเป็นสีแดงเพียงพริบตาเดียวก็หายไป โดยที่เขาเองก็ไม่รู้สึกตัว


เมื่อโจรคนสุดท้ายตาย รอบด้านจึงเงียบสนิท หญิงสาวสองคนกอดกันตัวกลม ชุนเหมยเป็นคุณหนูในห้องหอไหนเลยจะเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่ความกลัวเป็นแรงผลักดันให้พวกนางมีสติอยู่


“คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างขอรับ”


หัวหน้าผู้คุ้มกันฝืนตนเองถามไถ่อาการของคุณหนูด้วยความเป็นห่วง แม้ตนเองจะบาดเจ็บจากบาดแผลถูกแทงที่เอวซ้ายก็ตาม


“พวกข้าไม่เป็นไร ท่านลุงสิบาดเจ็บหนัก ว่าแต่ใครมาช่วยพวกเราไว้กัน”


ชุนเหมยและสาวใช้ของนางลี่ลี่ พากันพยุงหัวหน้าผู้คุ้มกันไปพักที่ต้นไม้ใกล้ๆ มองดูผู้คุ้มกันที่เหลือชีวิตอยู่เพียงห้าคนอย่างสลด พวกเขาบาดเจ็บหนักจากการโจมตีของพวกโจรป่า หากไม่ได้คนช่วยไว้พวกเขาคงตายกันหมด พวกนางเองคงไม่พ้นถูกจับไปเป็นของเล่นบำเรอพวกโจรในค่าย


“ไง ดีใจนะที่มาช่วยไว้ได้ทัน”


จินหลิงลงมาทักทายพวกเขา เห็นพวกผู้คุ้มกันตั้งป้อมระแวงสงสัยก็ทำเอาไม่สบอารมณ์ ท่าทีไม่เป็นมิตรนั่นมันอะไรกัน


“ท่านลุงวางอาวุธลงเถอะ คุณชายน้อยท่านนี้ไม่ได้มีเจตนาร้าย ขอบคุณท่านเจ้าค่ะที่ช่วยพวกเราไว้”


ชุนเหมยกล่าวอย่างอ่อนโยน นางมองไม่เห็นแต่มีสัมผัสพิเศษในการรับรู้ความรู้สึกของผู้อื่น จากน้ำเสียงของอีกฝ่ายแม้ฟังดูคล้ายเด็กอายุ 15-16 ปี แต่นางรับรู้ได้ว่าคนผู้นี้ไม่ธรรมดา เมื่อกี้นางยังสัมผัสได้ถึงอารมณ์หงุดหงิดยามท่านลุงระแวงสงสัยเขา นางจึงได้ออกปากห้ามก่อนที่ฝ่ายตนจะทำให้เขาขุ่นเคืองไปมากกว่านี้ คนที่สังหารโจรยี่สิบกว่าคนได้ด้วยตัวคนเดียวไม่มีทางเป็นเด็กธรรมดาแน่


“ดูเหมือนเจ้าจะไม่ใช้มนุษย์ธรรมดาสินะ”


จินหลิงเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวชุดม่วง เขาลูบใบหน้าบริเวณดวงตานางเบาๆหญิงสาวไม่ได้ถอยห่างหรือหวาดกลัวเขาเลย นึกว่าแค่ตาบอดเฉยๆซะอีก


“จิตสัมผัส เข้าใจแล้วการมองเห็นของเจ้าคือสิ่งแลกเปลี่ยนกับพลังนี้นี่เอง”


เขาพูดเรื่องอะไรกัน นางเกิดมาก็ตาบอดอยู่แล้ว ไม่เคยไปแลกเปลี่ยนอะไรกับใครเลย คนอื่นๆเองก็งุนงงเหมือนกัน พวกเขารับใช้คุณหนูมานานย่อมรู้เรื่องที่นางตาบอดตั้งแต่เกิดดี


“คุณชายน้อยท่านนี้คงเข้าใจผิดกระมัง คุณหนูของข้าตาบอดตั้งแต่เกิดไม่มีทางที่นางยอมแลกเปลี่ยนสิ่งสำคัญอย่างการมองเห็นกับพลังที่ดูไร้ประโยชน์เช่นนี้”ลี่ลี่ในชุดสีเขียวอธิบายการเข้าใจผิดของจินหลิง


“ข้าไม่ได้บอกสักหน่อยว่านางเป็นคนแลกเปลี่ยน”


เขามองไปยังสตรีชุดเขียวราวกับนางเป็นคนโง่งม นางกล้าบอกมาได้อย่างไรว่าจิตสัมผัสเป็นพลังที่ไร้ประโยชน์ หากใช้ให้เป็น แลกเปลี่ยนกับการมองเห็นแล้วมันคุ้มค่าอย่างมาก


“หากคุณหนูของเจ้าตาบอดตั้งแต่เกิด ก็คิดได้เพียงอย่างเดียว...”


จินหลิงมองไปทางสองพี่น้อง คนหนึ่งหน้าซีด อีกคนยังทำหน้าโง่งมตามเดิม


“...ไม่บิดาก็มารดาเจ้าเป็นคนทำสัญญาแทน ตอนท้องเจ้าพวกเขาคงเคยช่วยเหลือเซียนหรือไม่ก็เทพไว้นี่เป็นการตอบแทน แต่ทุกสิ่งย่อมมีการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม การมองเห็นแลกกับพลัง”


มนุษย์ถูกกำหนดไว้แล้วว่าไร้พลังพิเศษ หากต้องการมันล่ะก็พวกเขาต้องเข้าสู่หนทางของผู้บำเพ็ญเพียรหรือไม่ก็กลายเป็นมาร อีกทางหนึ่งคือทำสัญญาแลกเปลี่ยน


“ไม่...จริง”


สตรีชุดเขียวส่ายหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ ผิดกับคุณหนูของนางที่ดูจะเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วแต่คงทำใจได้ยากมือนางกำกระโปรงแน่น แต่ยังคงรักษาใบหน้าอ่อนโยนไว้ดังเดิมแม้จะไร้รอยยิ้ม


จินหลิงไหนเลยจะสนใจอารมณ์ของคนที่เพิ่งจะพบกัน เขาช่วยพวกนางเพราะมีเหตุผลและตอนนี้ถึงเวลาทวงค่าตอบแทนแล้ว


“ข้าไม่สนใจหรอกนะว่าตอนนี้พวกเจ้าจะรู้สึกยังไง ที่พวกเจ้าควรคิดคือตอบแทนข้าอย่างไรที่ช่วยชีวิตของพวกเจ้าไว้ต่างหาก”


เขาเท้าส่ายเอวอย่างโมโห เขาสิที่ควรเศร้าโดนผนึกมาตั้งหลายปีพอหลุดออกได้ก็ต้องแยกจากพวกพี่ๆอีก พอมีเป้าหมายอย่างหาของอร่อยๆทานก็ดันเดินหลงทางวนกลับมาที่เดิมตลอด เมืองของมนุษย์ช่างอยู่ไกลลิบเมื่อหลงทาง ใครใช้ให้เขาเป็นพวกจำทางไม่เก่งกัน


ทั้งหลงทาง ทั้งหิว


“ไม่ทราบว่าท่านอยากได้สิ่งใดเป็นการตอบแทน หากพวกเราสามารถหามาให้ได้ย่อมต้องทำอย่างแน่นอน บุญคุณช่วยชีวิตนี้ยิ่งใหญ่นัก”


หลังจากชุนเหมยพูดจบ คนที่เหลือเองก็กำลังรอคำตอบจากจินหลิงที่ดูเหมือนกำลังโมโห แต่ท่าทางนั้นกลับดูน่ารักน่าเอ็นดูราวกับคุณชายน้อยเอาแต่ใจ หากไม่นับบรรยากาศกดดันที่ต่อให้ไม่มีจิตสัมผัสก็สามารถรับรู้ได้


“ข้าหลงทางและตอนนี้ก็หิวมากๆด้วย พวกเจ้าต้องพาข้าไปยังที่ที่มนุษย์อาศัยอยู่เยอะๆ และหาอาหารอร่อยๆของพวกมนุษย์มาให้ข้าทาน”


จำไว้นี่แหละค่าตอบแทนของพวกเจ้า


“เอ่อ...”ดูเหมือนคำตอบของเด็กหนุ่มจะผิดคาดไปจากที่พวกเขาคิด ทำเอาทุกคนราวกับใบ้กิน


“แค่นี้?”สาวใช้ลี่ลี่ใจกล้าถามขึ้นเพื่อความมั่นใจว่าที่ได้ยินมานั้นไม่ผิด


“ก็แค่นี้สิ พวกเจ้าคิดว่าข้าจะขออะไรกัน พูดอย่างกับว่าหากให้พวกเจ้าไปเอาเกล็ดป้องหัวใจมังกรที่ข้าต้องการแล้วจะเอามาได้อย่างนั้นแหละ ดีไม่ดีได้ตายก่อนโดนคำสาปของมังกรอีก แค่โจรพวกเจ้ายังไม่มีปัญญาชนะได้เลย มังกรเหรอ...หึ ข้าฝันเอาดูท่าจะเป็นจริงซะดีกว่า”


คำพูดของเด็กหนุ่มทำเอาพวกเขาแทบกระอักเลือด


ช่างกล้าเอาคนธรรมดาไปเทียบกับมังกร


ตอนนี้ได้รู้เกี่ยวกับผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง


เขาช่างเป็นเด็กหนุ่มชื่อตรง ที่พูดตรงเกินไปจนผู้ฟังแทบกระอักเลือด เป็นคนที่ไม่มีวาทศิลป์ในการพูดถนอมใจคนฟังเลยสักนิดเดียว


“สิ่งที่คุณชายน้อยต้องการนั้นเราสามารถตอบแทนให้ได้ ไม่ไกลจากนี้ไปทางตะวันออกมีเมืองลั่วชางอยู่หากนั่งรถม้าไปเพียงสองชั่วยาม[1]ก็ถึง ลั่วชางเป็นเมืองแลกเปลี่ยนสินค้าที่ขึ้นชื่อของแคว้นเว่ย แม้จะติดชายแดนแต่ก็ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามของแคว้นเว่ยกับแคว้นโจว หากท่านต้องการทานอาหารอร่อยที่นั่นก็มีร้านอาหารขึ้นชื่อมากมาย...”


คชุนเหมยชะงักไปเมื่อสัมผัสได้ถึงอารมณ์ดีใจของเด็กหนุ่มยามนางเอ่ยถึงร้านอาหารขึ้นชื่อ เขาช่างเป็นเด็กหนุ่มที่แปลกทั้งความคิด การกระทำและคำพูดคำจา ไหนจะสรรพนามที่เรียกพวกนางว่า มนุษย์ นั่นอีก นางบังคับตัวเองไม่ให้ตนอยากรู้เรื่องของอีกฝ่ายไปมากกว่านี้


หากรู้มากไปก็เป็นอันตรายได้


“พวกข้าสามารถพาท่านไปได้ แต่ขอให้ผู้คุ้มกันข้าได้รักษาบาดแผลก่อน พวกเขาบาดเจ็บหนักจากการต่อสู้กับพวกโจรป่า”นางมองไปทางคนบาดเจ็บอย่างสงสาร


จินหลิงรู้สึกว่าตนช่างโชคร้ายเสียจริงวันนี้ เจอเหยี่ยววายุแต่ไม่สามารถนำมากินได้เพราะเขาทำอาหารไม่เป็น หลงทางจนต้องมาช่วยคนเพื่อให้พวกเขาตอบแทน พอจะได้สิ่งที่ต้องการก็ต้องรออีก


มองดูพวกคนเจ็บ สำหรับมนุษย์คงเรียกได้ว่าสาหัส


มองดูรถม้าที่จะใช้เดินทางก็ล้มระเนระนาด ตัวม้าเองก็บาดเจ็บที่ขาเพราะโดนลูกธนูยิง


คำว่า เห็นเนื้อกองอยู่ตรงหน้าแต่ทานไม่ได้ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง


จินหลิงล้วงเข้าไปในแขนเสื้อจักรวาลหยิบของที่พี่ใหญ่ให้ไว้ก่อนจากมา มันคือโอสถห้ามเลือดกับโอสถสมานแผล พี่ใหญ่มีความเชี่ยวชาญด้านพิษและมีความสามารถในการปรุงโอสถชั้นเลิศจนเทพโอสถยังขอคาราวะ ตอนแรกคิดจะปฏิเสธไม่เอาเพราะมันไร้ประโยชน์สำหรับเขา แต่พี่ใหญ่บอกว่าสามารถนำไปแลกเป็นเงินมาซื้ออาหารได้นั่นแหละเขาถึงเก็บเอาไว้ พอเห็นจินหลิงตกลงพี่ใหญ่ก็ให้โอสถมาสารพัดชนิดจนเก็บเข้าแขนเสื้อจักรวาลแทบไม่ทัน


“ใช้นี่ซะ มันคือโอสถห้ามเลือดกับโอสถสมานบาดแผล”


จินหลิงส่งโอสถให้สาวใช้ ตัวเขาเองก็แยกออกมาซ่อมรถม้า ร่ายคาถาเพียงพริบตาเดียวรถม้าก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม เขาเมินเสียงอุทานของพวกข้างหลัง


รถม้านี่มันเล็กไม่หน่อยหรือเปล่านะ น่าอึดอัด สะบัดมือครานึงรถม้าก็มีขนาดใหญ่กว่าเดิมต่อให้บรรจุคนนั่งถึงสิบคนก็ไม่รู้สึกถึงว่าที่นั่งไม่เพียงพอ เสร็จจากนี่เขาก็ให้ม้ากินยาลูกกลอนรักษาสัตว์ พวกมันมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที ส่งเสียงร้องดีใจมันหยุดจนเขาต้องสั่งให้มันเงียบ พอเห็นขนสีน้ำตาลเปื้อนดินของม้าแล้วรู้ขัดตาจึงเปลี่ยนขนของพวกมันเป็นสีขาว


พอซ่อมพาหนะที่ใช้เดินทางเสร็จเรียบร้อยเขาก็เดินขึ้นไปนั่งรอในรถม้า หยิบพรมลายเมฆที่จื่อเฟินให้ไว้ออกมาปูและนอนรอ


ขณะที่จินหลิงนอนรอนั้น เหล่าผู้คุ้มกันที่บาดเจ็บกำลังตกใจกับโอสถรักษาที่เขาให้มา มันได้ผลดีมาก...ดีเกินไปด้วยซ้ำ บาดแผลที่ถูกแทงสาหัสของหัวหน้าผู้คุ้มกันหายสนิทราวกับไม่เคยมีมาก่อน พวกเขาประคองขวดโอสถและใช้อย่างระมัดระวัง ราวกับว่าหากมันตกแตกชีวิตของพวกเขาเองก็แตกสลายตามไปด้วย


พอเห็นทุกคนหายดีแล้ว ชุนเหมยก็เร่งทุกคนให้ไปขึ้นรถม้าและออกเดินทาง พวกผู้คุ้มกันแยกกันนั่งบังคับม้าด้านหน้าสองคน ด้านหลังสองคน อีกสองคนก็ตามคุณหนูและสาวใช้ลี่ลี่มานั่งด้านใน


ทั้งสี่เข้าไปในรถม้าเห็นจินหลิงนอนหลับตาพริ้มอยู่ ก็ระวังไม่ให้ตนสงเสียงรบกวน แต่คนประสาทสัมผัสไวอย่างจินหลิงรู้สึกตัวตั้งแต่ที่ทั้งสี่คนก้าวขึ้นรถม้าแล้ว เขาลืมตามองนิดนึงก็หลับลงตามเดิม


“ขอบคุณคุณชายน้อยสำหรับโอสถรักษานี่”หญิงสาววางขวดโอสถไว้ตรงหน้าของจินหลิง


“เอาคืนไปซะ ข้าไม่ชอบใช้เหลือจากคนอื่น”


ชุนเหมยไม่โกรธนางหยิบขวดโอสถกลับมาและให้สาวใช้ของนางเก็บไว้


“ข้าเสียมารยาทแล้วลืมแนะนำตนเองเสียได้ ข้าชื่อชุนเหมย ส่วนนี้คือสาวใช้ประจำตัวของข้าเองชื่อลี่ลี่”


จินหลิงตอบรับเพียงคำว่า “อืม” แล้วเงียบไป บรรยากาศภายในรถม้าเงียบสนิท มีเพียงเสียงรถม้าเคลื่อนที่เท่านั้นที่ดังแว่วเข้ามา ชุนเหมยนั่งนิ่งผิดกับอีกสามคนที่รู้สึกกระสับกระส่าย ขนาดหายใจดังๆยังไม่กล้า


“จินหลิง”


“????”


“ชื่อของข้าคือจินหลิง”


“เจ้าค่ะ ท่านจินหลิง”


..................................................................

 

การเดินทางอันแสนอึดอัดในที่สุดก็ถึงเป้าหมายก่อนพลบค่ำ รถม้าของพวกเขากำลังต่อแถวอยู่หน้าประตูเมืองลั่วชางเพื่อรอตรวจคนเข้าเมือง คนอื่นนอกจากจินหลิงที่หลับอยู่กับชุนเหมยอยากร้องดีใจออกมาดังๆ


ลี่ลี่สะกิดเตือนคุณหนูให้ปลุกท่านจินหลิงที่หลับสบายใจ ผิดกับบรรยากาศที่น่าอึดอัดในรถม้าสำหรับพวกนาง ดูสินางนั่งเกร็งจนตะคริวกินขาชาไปหมดทั้งสองข้าง


การเป็นนายบ่าวมานานทำให้ชุนเหมยรู้ว่าลี่ลี่ต้องการสื่ออะไร


“ท่านจินหลิงเจ้าคะ พวกเราถึงเมืองลั่วชางแล้วเจ้าค่ะ”


ลั่วชางและร้านอาหารขึ้นชื่อมีอิทธิพลจินหลิงมากเลยทีเดียว เขาลืมตาตื่นและลุกพรวดชะโงกออกไปทางหน้า ดวงตาสีทองเป็นประกายวิบวับยามเห็นตัวอักษรคำว่าลั่วชางบนป้ายขนาดใหญ่เหนือประตู


ลั่วชาง เขามาถึงแล้ว




[1] สองชั่วยาม โดยเวลา 1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง




คุยกับเจ้ากระต่ายจันทรา

[50%]มาทีละนิดละหน่อย เราแต่งเสร็จก็อัพสดๆเลย พักไว้[50%]ก่อน ขอแวบไปกินข้าวเดี๋ยวมาแต่งต่อ ไม่คิดเลยว่าการเขียนนิยายจะเหนื่อยขนาดนี้ ขนาดเขียนพลอตไว้อย่างละเอียดแล้วตอนแต่งก็ยังช้ามากหน้านึงงมเขียนไปเกือบสองชั่วโมง เริ่มเข้าใจจิตใจนักเขียนที่เราติดตามแล้วซิ

[100%]เขียนตอนแรกจบแล้วเย้ ดีใจเหมือนเขียนจบเรื่อง เจอกันตอนหน้านะคะ พระเอกเรากำลังมาแล้ว อิอิ


ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 734 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

458 ความคิดเห็น

  1. #387 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 07:29
    เอาแต่ใจแต่น่าฮักหลาย~
    #387
    0
  2. #238 Sambonsakura (@Sambonsakura) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 10:56
    โอ๊ย ฮือ หนูรูก เอ็นดูน้องงง เป็นความเอาแต่ใจที่น่ารักมากๆ
    #238
    0
  3. #219 Sunflower.W (@renesqueenxs) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 09:54
    น้องลูก ราวกับมีเวทมนตร์เลยทีเดียว
    #219
    0
  4. #216 mivibi (@mivibi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 08:47
    'จินหลิงหันไปทางสองพี่น้อง'
    สองพี่น้องที่ว่านี่คือใครหรือคะ
    #216
    0
  5. #200 มิลุนซัง (@otaku73220) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 01:13
    น้องหิว หาอะไรให้น้องกินหน่อยยย
    #200
    0
  6. #183 ningthanaporn (@ningthanaporn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 08:20

    ชอบบบบ
    #183
    0
  7. #159 Lucky-Puppy (@poopo555) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 00:35
    ไม่ชอบเลยเปลี่ยนซะเลย ง่ายดี ใช่มั้ยน้อง
    #159
    0
  8. วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 09:09
    น้องลูก หน้าจับมาตีก้นข้อหาทำตัวน่ารัก
    #127
    1
  9. #121 Dream_in_A_Dream (@reednier) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 00:28
    ชอบค่ะ สนุก
    #121
    1
  10. #118 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 23:30
    เปลี่ยนยันสีขนของม้าอ่ะ เอาดิ 555555
    #118
    1
  11. #79 Mod_Killer (@Mod_Killer) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 08:47
    ชอบบบบบบบ
    #79
    0
  12. #74 SweetP (@pnkpie) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 22:22
    น้องมาดเท่เชียว แต่งอแงมาก55555
    #74
    1
  13. #70 KARENA (@karena) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 12:13
    55555 น่ารักนะ น้องนี่น่าตีจริงๆ
    #70
    1
  14. #57 Konrafah (@Konrafah) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 11:43
    น้องซนมากเลยยยยย 555
    #57
    1
  15. #35 A T O M Y (@Atomy_Dek-D) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 08:53
    ชอบน้องจินหลิงอ่า แก่นๆ ดีแถมยังเทพอีกต่างหาก
    #35
    0
  16. #16 bot122 (@bot12) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 23:55
    ชอบมากๆอ่ะ จะจนจบติดตามนะครับ
    #16
    1
  17. #6 SuwimonJihun (@SuwimonJihun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 05:01

    กจินหลิงจระโดนคนล่อลวงมั้ยลุด5555

    #6
    1
  18. #5 I-am-ANNA (@I-am-ANNA) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 03:33

    อ่านไปลุ้นไป จินหลิงน่าจะเอาตัวรอดคนเดียวได้มั้ยเนี่ย
    #5
    1
  19. #4 SuwimonJihun (@SuwimonJihun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 20:58

    ไไรท์ไปกินข้าวหรือ แอบไปตี่ป้อมค่ะ มาต่อด่วนนนนนน

    #4
    1
    • 26 ธันวาคม 2561 / 00:05
      ไปกินข้าวจ้า อิอิ ตอนถัดๆไปจะพยายามมาต่อให้ไวนะคะ ขอบใจที่ติดตามนะคะ
      #4-1