[Fic Fairy tail] Tale สาวฮู้ดแดงกับคุณหมาป่า

โดย RBnanafa

เหตุใดหนูน้อยหมวกแดงและหมาป่าจึงไม่อาจครองรักกัน เป็นเพราะทั้งคู่ไม่เคยรักกัน? เพราะทั้งคู่อยู่บนทางคนละเส้น? หรือเพราะทั้งคู่ไม่เคยได้เลือกจุดจบ?

ยอดวิวรวม

168

ยอดวิวเดือนนี้

15

ยอดวิวรวม


168

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


12
จำนวนรีวิว : ยังไม่มีคนรีวิว
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  18 ต.ค. 64 / 00:13 น.
นิยาย [Fic Fairy tail] Tale ᴧѺسһ


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องราวที่หลายต่อหลายคนรู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดี นิทานปรัมปราที่ถูกเล่าขานต่อกันมาหลายชั่วอายุคน เนื้อเรื่องซึ่งถูกเขียนขึ้นและเสริมเติมแต่งจนกลายเป็นนิทานสอนเด็กๆในหลายยุคหลายสมัย

 

ทว่าเหตุใดตัวละครจึงไม่ได้เลือกเส้นทางของตัวเอง

เหตุใดพวกเขาจึงต้องพบบทสรุปตามที่เตรียมไว้ให้

ทั้งความพ่ายแพ้ การดูถูก การเสียความรู้สึกการถูกสมเพชและเวทนา

เหตุใดพวกเขาจึงไม่อาจพบสิ่งที่เรียกว่าอิสระกันล่ะ

 

ไม่อาจหนี

ไม่อาจเปลี่ยนแปลง

ไม่อาจทำอะไรได้นอกจากปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามเรื่องราว

นั่นคือนิยามของพวกเขา

 

เหตุใดกระต่ายจึงต้องงีบหลับทั้งๆที่อยากชนะ

-ทั้งๆที่สามารถวิ่งไปให้ถึงเส้นชัยก่อนจึงหลับทีหลังก็ยังได้-

 

เหตุใดเด็กเลี้ยงแกะจึงต้องโกหกชาวบ้าน 

-ทั้งๆที่หากเหงาและเบื่อเขาก็สามารถชวนเด็กคนอื่นๆมาคุยเล่นแก้เหงาได้-

 

เหตุใดชาวนาต้องช่วยงูเห่า

-ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันมีพิษ และรู้ว่ามันอาจแว้งกัดได้ตลอดเวลา-

 

เหตุใดนางเงือกสาวจึงตกหลุมรักมนุษย์และยอมแลกกระทั่งเสียงหรือชีวิต 

-ทั้งๆที่พวกเขาพบเจอกันเพียงครั้งเดียว และรู้ดีว่าตนเป็นคนละเผ่าพันธุ์-

 

แน่นอน ไม่มีใครสามารถหาคำตอบได้

เพราะเรื่องราวเหล่านี้เกิดจากการเรียงร้อยถ้อยคำของผู้ที่มีอำนาจสูงสุดอย่าง -ผู้เขียน- ซึ่งบรรจงเขียนเพื่อเป็นคติสอนใจคนอ่าน ให้มีสติและพิจารณาสิ่งต่างๆที่ควรทำ

 

แม้จะต้องทำร้ายตัวละครบ้างก็ตาม 

 

อ่า…ใช่ มันอาจฟังดูแย่ แต่พวกเขาก็ยังเขียนออกมาเพื่อส่งต่อเรื่องราว เพื่อส่งต่อความต้องการของพวกเขา

 

เรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในนิทานเหล่านั้น บางสิ่งก็ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักเหตุผลธรรมดา บางสิ่งกลับดูน่าขันเสียด้วยซ้ำไป

ถึงอย่างนั้น พวกเราต่างก็อ่านและยอมรับในบทบาทได้

เพราะเราไม่เคยเห็นอีกด้านของโลกใบนั้นแม้แต่ครั้งเดียว

.

.

.

เอาล่ะ พวกท่านพร้อมหรือยัง

สำหรับการที่จะจมดิ่งสู่โลกของนิทานแห่งนี้

จะไหวแน่นะ?

มันอาจจะจบดี หรือ อาจจะจบแย่ก็ได้

ไม่มีใครรู้ 

จนกว่าจะก้าวไปถึงตอนจบ

เอาล่ะ หากยืนยันเช่นนั้น

เราขอเชิญพวกท่านสู่โลกของเรา

[Fic Fairy tail] Tale สาวฮู้ดแดงกับคุณหมาป่า

ขอให้พวกท่านเพลิดเพลินกับหนังสือนิทานเล่มนี้

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 ต.ค. 64 / 00:13


หนูน้อยหมวกแดง นิทานพื้นบ้านสั้นๆไม่กี่หน้าที่ใครๆต่างก็รู้จัก เรื่องราวของเด็กสาวผู้ถือตระกร้าไปหาคุณยายโดยมีหมาป่าเจ้าเล่ห์คอยตามที่จะจับเธอกินอยู่เสมอ บทสรุปของนิทานเรื่องนี้อาจจะแตกต่างกันออกไป บ้างก็ว่าหนูน้อยหมวกแดงถูกจับกินเพราะความเขลาที่คล้อยตามเจ้าหมาป่า บ้างก็ว่าหมาป่าถูกนายพรานจัดการอย่างทันท่วงที แต่ไม่มีบทสรุปไหนที่กล่าวว่าทั้งคู่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ

 

ทำไมกันล่ะ เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

ทำไมเรื่องราวทั้งหมดถึงถูกกำหนดโดยคนที่ไม่ใช่ตัวละครของเรื่อง

และทำไมต้องมีคนใดคนหนึ่งที่เจ็บปวด

.

.

.

กระดาษหน้าแรกถูกเปิดออก เรื่องราวของหนูน้อยหมวกแดงได้เริ่มต้นขึ้น

-กาลครั้งหนึ่ง มีเด็กหญิงหน้าตาน่ารัก ร่างกายแข็งแรง เธอมักจะสวมฮู้ดสีแดงเวลาออกไปด้านนอก ทุกๆคนจึงเรียกเธอว่า หนูน้อยหมวกแดง   ในวันนี้คุณแม่ของเธอได้เตรียมอาหารและวานให้เธอนำมันไปให้คุณยายตามลำพังเพราะรู้สึกไม่ค่อยสบาย-

 

“ลูกรัก แม่ทำอาหารเสร็จแล้วนะ แค่กๆ”เสียงของหญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้น ชื่อของเธอคือ เลย์ล่า เธออาศัยในบ้านหลังเล็กๆกับลูกสาวเพียงสองคน เพราะสามีของเธออย่างจูโดต้องไปทำงานต่างถิ่นเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว 

“เป็นอะไรรึเปล่าคะคุณแม่”หญิงสาวอายุ 17ปีตอบไป เธอคือลูกสาวของเลย์ล่า หน้าตาถือว่าอยู่ในระดับท็อปของหมู่บ้าน ด้วยเส้นผมสีบลอนด์ทองพลิ้วซึ่งมักจะส่งกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ป่า ริมฝีปากสีพีชเป็นกระจับ นัยน์ตาสีน้ำตาลประกาย สัดส่วนของร่างกายที่แสนจะเพอร์เฟค ลูซี่ นั่นคือชื่อของเธอ

ลูซี่ยืนมองแม่ของตนที่กำลังจัดอาหารใส่ตระกร้าอย่างสวยงาม ประกอบไปด้วยผัดผัก ผลไม้ พาย และของทอดบางชนิด  

“ไม่เป็นไรจ้ะ”เลย์ล่าตอบด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดี เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายมาสองสามวันแล้ว ร่างกายก็เหนื่อยง่ายกว่าปกติ แต่วันนี้เป็นสุดสัปดาห์ ซึ่งเธอจะต้องนำอาหารไปเยี่ยมมารดาตามกิจวัตร

“แค่กๆๆ ”เลย์ล่ากระแอมอีกสามครั้งก่อนจะทรุดลงไปนั่งกับพื้น ลูซี่รีบไปรับร่างแม่ของเธอก่อนที่จะเกิดอันตราย มือบางเอื้อมไปสัมผัสหน้าผาก ก่อนจะพบว่ามันร้อนเหมือนกับมีเปลวเพลิงขนาดย่อมเต้นระบำอยู่ในนั้น

“ไหนว่าไม่เป็นไงคะคุณแม่ ตัวร้อนมากๆเลย”ลูซี่พูดออกมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ เธอรู้อยู่แล้วว่าแม่ของตัวเองร่างกายอ่อนแอมากแค่ไหน

“แค่นี้เอง นั่งพักเดี๋ยวก็หายแล้วล่ะ”เลย์ล่าพยายามจะลุกขึ้น แต่เมื่อจะยันตัวขึ้นมาขาก็ดันไม่มีแรงจนทรุดลงไปอีกรอบ

“คุณแม่!  ฝืนตัวเองอีกแล้วนะคะ หึ่มม”ลูซี่พูดพร้อมกับพยุงร่างเบาของมารดากลับขึ้นไปชั้นสอง โดยไม่แม้แต่จะฟังคำท้วง

เมื่อขึ้นมา ลูซี่ก็จัดแจงนำผ้าชุบน้ำที่บิดหมาดๆมาเช็ดตัว ก่อนจะนำยามาให้ทานต่อ

“ต้องพักผ่อนนะคะ”

“แต่วันนี้เป็นวันสุดสัปดาห์นะ แม่ต้องไปเยี่ยมคุณยาย ป่านนี้ท่านคงรอแล้วล่ะ”เลย์ล่าพูดพลางทำสีหน้าไม่สบายใจ เพราะเธอไม่อยากให้คนที่ค่อนข้างจะอายุมากต้องรอนาน 

“งั้นหนูจะไปเองค่ะ”

“ไม่ได้นะ!!”เลย์ล่าตะโกนออกมาด้วยสีหน้าหวาดระแวง จนลูซี่ถึงกับหยุดชะงักพลางเอียงคอสงสัย 

“?”

“แม่ได้ข่าวมาว่าช่วงนี้มีหมาป่ามาด้อมๆมองๆแถวหมู่บ้านเรา มันอันตรายเกินกว่าที่ลูกจะไปคนเดียว”ผู้เป็นมารดาก้มลงมองผ้าห่ม ไม่กล้าส่งลูกสาวสุดที่รักไปเพียงลำพัง เพราะช่วงนี้ได้ข่าวมาว่ามีหมาป่าเจ้าเล่ห์เพทุบายจ้องจะจับชาวบ้านกิน มันมักจะโผล่มากลางป่าแล้วตะโกนซ้ำๆว่าหิว หรือไม่ก็หลอกลวงผู้คนให้หลงทางก่อนจะจับเป็นอาหารอันโอชะ ซึ่งเอาจริงๆเธอก็ไม่ทราบต้นตอของแหล่งข่าวนี้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนโดนจับกิน ใครเป็นผู้ที่รอดชีวิตจนนำมาเล่าเป็นเรื่องราว

“โธ่ คุณแม่ก็รู้นี่นาว่าหนูแข็งแรงมากๆ หนูคือลูซี่ผู้พิชิตหมูป่ายักษ์เชียวนะคะ”ลูซี่ตอบไปยิ้มไป ชูกำปั้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอสบายดีและสามารถดูแลตัวเองได้ 

ก่อนที่ทั้งคู่จะหลับตาลงหวนนึกถึงคืนงานเทศกาลล่าสัตว์ ในตอนที่หมูป่าตัวใหญ่เข้ามาโจมตีหมู่บ้านเพียงเพราะเหล่าชาวบ้านไปบุกรังมันจนมันเกิดโมโห ลูซี่เป็นเพียงคนเดียวที่ยืนหยัดและสามารถจัดการมันได้ ชัยชนะครั้งนั้นทำให้ผู้คนสนิทกับเธอมากขึ้น และด้วยฮู้ดสีแดงสง่าอันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าใครๆต่างก็เรียกเธอว่าหนูน้อยหมวกแดงเพราะเหตุการณ์นั้น เหมือนกับว่าเธอถูกจดจำจากสีฮู้ดไม่ใช่ในฐานะลูซี่ 

เลย์ล่าครุ่นคิดสักพักก่อนที่จะพยักหน้ารับ ในเมื่อลูซี่สามารถกำจัดหมูป่ายักษ์ที่กำลังโมโหได้ หมาป่าตัวนิดเดียวอาจจะไม่ใช่ปัญหาอะไร

“งั้นฝากด้วยนะ”

“รับทราบค่ะ หนูคิดถึงคุณยายจะแย่แล้ว”ลูซี่ยิ้มกว้าง เตรียมเดินไปหยิบตระกร้าของคุณยาย

“จริงสิ แม่ทำไว้สองตระกร้านะจ้ะ อันนึงของคุณยาย ส่วนอีกอันลูกเอาไว้ทานระหว่างทางแล้วกัน”

“ค่ะ ดูแลตัวเองดีๆนะคะคุณแม่ แล้วหนูจะรีบลับมา ห้ามฝืนนะคะ!”ลูซี่เน้นอีกรอบเพื่อความแน่ใจ เพราะคนป่วยล้วนต้องการการพักผ่อน ไม่งั้นก็จะไม่หาย

“จ้ะ”สิ้นเสียงของผู้เป็นแม่ ลูซี่เดินไปหยิบตระกร้าทั้งสองออกจากบ้านทันที

 

กระดาษพลิกไปหน้าที่สอง เรื่องราวในบทถัดไปเริ่มขึ้น

-เธอเดินไปตามทาง ต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี แผ่นฟ้าสีครามสดใส ดอกไม้สีสดละลานตา สิ่งเหล่านั้นเป็นภาพที่งดงามชวนฝัน หนูน้อยหมวกแดงชื่นชมมันไปเรื่อยๆ 

ขณะที่หนูน้อยหมวกแดงกำลังเพลิดเพลินกับการเดินทาง เจ้าหมาป่าเจ้าเล่ห์ได้สังเกตเห็นเธอเพราะสีฮู้ดอันโดดเด่น มันน้ำลายไหลด้วยความหิวกระหาย หมายปองจะจับเด็กสาวเป็นมื้อเย็น เมื่อเห็นหนูน้อยหมวกแดงเคลิ้มไปกับธรรมชาติ มันจึงคิดแผนขึ้นและลงมือทันที-

 

“หนูน้อยหมวกแดงนี่”หมาป่าขนสีผิดธรรมชาติพูดขึ้น สีของมันเป็นสีชมพูหวานเหมือนกลีบดอกไม้ นัยน์ตาสีเขียวเข้มค่อนไปทางดำเปล่งประกายเมื่อเห็นเธอ ชื่อของมันคือนัตสึ 

เจ้าหมาป่าแอบย่องตามหนูน้อยหมวกแดงไปเรื่อยๆ ในหัวคิดแผนหาสารพัดวิธีที่จะนำมาใช้กับสถานการณ์ตอนนี้ จนในที่สุดก็ตัดสินใจว่าจะหลอกล่อหนูน้อยหมวกแดงด้วยความงามของธรรชาติ มันแสยะยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเริ่มทำตามแผนที่คิดไว้

มันแปลงกายให้อยู่ในสภาพกึ่งมนุษย์ ซึ่งจะทำให้มันมีรูปลักษณ์เป็นมนุษย์แทบจะทั้งหมด  ยกเว้นส่วนเกินที่เป็นหูและหาง  แต่ด้วยชุดค่อนข้างเทอะทะประกอบกับทรงผมชี้ฟู ทำให้สังเกตเห็นเป็นไปค่อนข้างยาก

เจ้าหมาป่าเดินตรงไปหาหนูน้อยหมวกแดงทันที

“นี่หนูน้อยหมวกแดง เธอจะไปไหนเหรอ”เขาถามด้วยน้ำเสียงที่สดใส หยีตาขึ้นจนเห็นเป็นสระอิ 

“อะ..เอาอาหารไปให้คุณยายน่ะ”ลูซี่ตอบไปด้วยท่าทางไม่ปกติ ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อย เธอจ้องชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่วางตา 

ใบหน้าคมของเขาดูเป็นธรรมชาติ ดวงตาชี้ขึ้นเหมือนจะจ้องหาเรื่องใครสักคนตลอดเวลา สันจมูกได้รูปกำลังดี ริมฝีปากหนาสีค่อนไปทางชินนาม่อนกำลังยกยิ้มขึ้นด้วยท่าทางที่สดใส

“อยากได้ดอกไม้ไปฝากคุณยายด้วยรึเปล่า ฉันรู้จักที่ดีๆนะ ฉันมั่นใจว่าเธอจะต้องชอบมากๆเลยล่ะ”นัตสึพูดออกมาอีกครั้ง เขาไม่ได้คาดหวังมาก เพราะทุกสิ่งขึ้นกับการตัดสินใจของเด็กสาวตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นปัจจุบันหรืออนาคตก็ตาม

“ไปสิ”ลูซี่ตอบไปด้วยท่าทางที่ร่าเริง เธอคลี่ยิ้มออกมากว้างพลางพยักหน้ารับรัวๆ ทางนัตสึเห็นแบนั้นก็ขมวดคิ้วเข้าหากันนิดหน่อย แต่ก็ผายมือไปทางลูซี่เป็นสัญญาณว่าให้เธอจับไว้ เด็กสาวเอื้อมมือไปกุมด้วยความยินดี

นัตสึเดินนำลูซี่ไปด้านหน้า ทั้งคู่เงียบตลอดระหว่างการเดินทาง จนในที่สุดก็ไปถึงทุ่งดอกไม้ขนาดใหญ่ที่กว้างสุดลูกหูลูกตา เหล่าผีเสื้อและแมลงปอโผบินกันอย่างอิสระภายใต้ท้องฟ้าสดใส สายลมเย็นๆพัดมาชวนให้เส้นผมสีทองบางส่วนที่โผล่จากฮู้ดปลิวไปน้อยๆตามแรงลม ลูซี่ยกมือขึ้นมาปัดผมที่ปรกหน้าตัวเอง

นัตสึเบือนหน้าเล็กน้อย ก่อนจะลงไปนั่งกับพื้นและเริ่มนำดอกไม้มารวมกันเป็นช่อสวย ยื่นมันให้กับเธอ 

“อ่ะนี่ เอามันไปให้คุณยายของเธอสิ ถือซะว่าเป็นของขวัญอำลาจากฉัน”

“อะ…อื้อ ขอบใจนะ”รอยยิ้มและน้ำเสียงหวานของลูซี่ทำให้เขาสะดุ้งขึ้นหน่อยๆ

นัตสึส่ายหัวเร็วๆเป็นการเรียกสติ ก่อนจะอาศัยจังหวะที่ลูซี่หันหลังและกำลังเผลอเพื่อกระโจนเข้าใส่เธอ หวังจะให้เธอเป็นอาหารที่แสนอร่อย

 

นี่จะเป็นบทสรุปในรูปแบบแรก หนูน้อยหมวกแดงจะถูกหมาป่าจับกินเป็นอาหารเพราะหลงเชื่อในการหลอกล่อและตามเขามา

 

แต่ด้วยจังหวะที่่ผิดไปนิด ทำให้เขาอยู่ในสภาพที่กำลังคร่อมเธอไว้แทน แววตาทั้งคู่สอดประสานกันชั่วครู่ ก่อนที่ลูซี่จะผลักเขาออกสุดแรงและเดินหนีไป

นัตสึยกมือขึ้นมาทุบอกตัวเองเบาๆ สายตาทอดไปมองดอกไม้ช่อโตที่เธอทิ้งไว้ เขาหยิบมันขึ้นมาแล้วมองด้วยแววตาที่อ่อนโยน ระบายยิ้มออกมาบางๆก่อนจะลุกขึ้น 

มันเป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด

 

ลูซี่หนีออกมาทางเดิม เธอเป็นคนที่จำเส้นทางได้ดีเสมอจึงไม่เคยหลงแม้แต่ครั้งเดียว สองขาก้าวกลับไปยังเส้นทางที่ถูกต้อง ในมือก็กระชับตระกร้าเอาไว้แน่น 

 

กระดาษพลิกไปยังหน้าที่สาม

-เมื่อแผนแรกของเจ้าหมาป่าพัง มันจึงใช้แผนสำรองโดยการบุกไปยึดบ้านของคุณยาย ขังหญิงชราเอาไว้ในห้องใต้ดิน สวมชุดโคร่งๆของเธอเป็นการปลอมตัวและเริ่มหลอกหนูน้อยหมวกแดงที่พึ่งจะมาถึง -

 

นัตสึเดินไปตามทางลัด กระโดดขึ้นไปชั้นสองจากหน้าต่าง เมื่อเห็นหญิงชรานอนหลับด้วยท่าทางอารมณ์ดี เขาจึงก้าวไปช้าๆก่อนจะใช้ผ้าห่มพันตัวคุณยายไว้แน่น สองขาก้าวลงไปยังห้องใต้ดินของบ้าน จัดแจงวางคุณยายลงอย่างเบามือ หญิงชราไม่เหมาะสำหรับการเป็นอาหาร

นัตสึใช้ผ้าปิดปากคุณยายเอาไว้ ก่อนจะหันหลังให้แล้วเดินมาล็อคประตูจากด้านนอก

เมื่อเสร็จสิ้นเขาก็กลับขึ้นมายังชั้นสอง ถือวิสาสะเปิดตู้เสื้อผ้าและหยิบชุดโคร่งๆออกมาใส่เป็นการพรางตัว ก่อนจะสอดตัวไปในผ้าห่มบนเตียงนุ่ม ขยับท่าทางให้ดูเข้ากับบริบทหญิงชรา

 

ทางด้านหนูน้อยหมวกแดง

หลังจากที่เธอหนีเจ้าหมาป่ามาได้ เธอได้เดินมาตามทางเรื่อยๆจนกระทั่งย้อนกลับมายังจุดที่พบกัน ลูซี่หยุดเดินก่อนจะเงยหน้าขึ้น จ้องไปยังท้องฟ้าสีครามที่มีเมฆลอยเอื่อย ไม่นานนักก็กัดฟันก้มหน้าเดินต่อ ตามทางเดินยังคงเต็มไปด้วยความสวยงามของเหล่าพืชไม้นานาพันธุ์ แต่ตอนนี้พวกมันไม่สามารถดึงดูดใจเธอได้สักนิด 

ลูซี่รีบเร่งก้าวตรงมาทางบ้านของคุณยาย

.

.

.

ในที่สุดเธอก็มาถึง ฝ่ามือบางเอื้อมไปจับลูกบิดก่อนจะทำการเปิดออก สองขาพาร่างเธอไปยังชั้นสองตามอัตโนมัติ

“มาแล้วค่ะคุณยาย วันนี้คุณแม่ไม่ค่อยสบายเลยให้หนูมาแทนนะคะ”ลูซี่พูดอธิบายอย่างเร่งรัดหวังให้คนที่นอนอยู่บนเตียงเข้าใจ

“จ้ะ วางไว้ตรงนั้นก่อนเถอะนะ”นัตสึพูดตะกุกตะกัก เขาต้องพยายามเลียนเสียงหญิงชราเพื่อให้แนบเนียน แต่สิ่งที่ได้กลับกลายเป็นเสียงที่น่าสยดสยองซะงั้น

“คุณยายไม่สบายรึเปล่าคะ เสียงตลกจังเลย ฮ่าๆๆ”ลูซี่พูดด้วยน้ำเสียงติดตลก เธอเดินไปวางตระกร้าบนโต๊ะขนาดใหญ่ จัดการนำอาหารออกมาใส่จานให้เรียบร้อย ก่อนจะนำมันวางลงถาดเพื่อให้ยกสะดวก

“คงไม่สบายนิดหน่อยน่ะ โฮะๆ”นัตสึเสแสร้งจนสีข้างแทบจะถลอก เหงื่อเม็ดเล็กซึมออกมาเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าคนตรงหน้าเริ่มจับสังเกตได้

ไม่นานลูซี่ก็เดินมาที่ข้างเตียง ในมือถือถาดขนาดใหญ่เอาไว้ เธอค่อยๆนั่งลงข้างๆหมาป่า

“งั้นเดี๋ยวหนูป้อนนะคะ”เธอพูดพร้อมใช้ช้อนตักพายเป็นคำขนาดเล็ก ยื่นไปจ่อที่ปากของนัตสึด้วยสีหน้ายิ้มร่า

นัตสึหลุบตาลงเล็กน้อยก่อนจะยอมตามน้ำไป เริ่มจากทานพายทีละคำจนหมดโดยมีเด็กสาวป้อนทุกคำ ลูซี่ยิ้มอย่างพอใจเมื่อพายแสนอร่อยหมดจาน เธอลุกขึ้นเดินไปหยิบมีดมาปลอกผลไม้และป้อนเขาต่อ

เมื่อทานแอปเปิ้ลไปได้หกชิ้น นัตสึเริ่มปรามเพื่อไม่ให้หนูน้อยหมวกแดงป้อนต่อ

“ยะ…ยายว่าพอแล้วล่ะจ้ะ”

“เอ๋! ทำไมล่ะคะ ปกติคุณยายทานเยอะจะตาย หรืออาการหนัก!!”ไม่รอช้า ลูซี่รีบนำหน้าผากไปแนบเพื่อวัดไข้ แล้วก็พบว่าอีกฝ่ายตัวร้อนมากกว่าปกติ

“ตัวร้อนจี๋เลย รอเดี๋ยวนะคะ”เธอพูดพร้อมลงไปด้านล่าง ไปแม้แต่จะเว้นช่องว่างให้อีกฝ่ายโต้อะไรกลับ 

ไม่นานนักลูซี่ก็ขึ้นมาพร้อมถังน้ำใบเล็กและผ้าหนึ่งผืน เธอคลี่ผ้าด้วยการสะบัดนิดหน่อยและนำมันจุ่มน้ำ เมื่อน้ำซึมเข้าไปตามเนื้อผ้าเธอจึงยกขึ้นมาบิดให้หมาด และเอื้อมไปเช็ดตามใบหน้าของคุณยาย

เมื่อเช็ดหน้าเสร็จเธอก็เตรียมดึงผ้าห่มเพื่อเช็ดตัวต่อ แต่ผ้ากลับโดนรั้งเอาไว้

“ยายว่าพอแค่นี้ดีกว่านะจ้ะ”นัตสึพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย ใบหน้าคมยังคงมีเหงื่อซึมออกมาเรื่อยๆ

“เดี๋ยวจะไม่หายนะคะ”ลูซี่พูดพร้อมกระชากผ้าออก นัตสึโวยวายแล้วลุกขึ้นทันที หน้าของเขาแต้มสีแดงขึ้นเล็กน้อย

เขาก้มลงมามองเธอ แผนทุกอย่างผิดพลาด เจ้าหมาป่าแค่กะจะให้เธอตายใจว่าตนเป็นคุณยายแล้วตลบกินทีหลัง แต่ตอนนี้หากเธอเช็ดตัวจะต้องรู้แน่ๆว่าเขาไม่ใช่คุณยาย 

จะให้แสร้งแสดงต่อก็ไม่ไหว จับเธอกินเลยแล้วกัน!

นัตสึตะครุบขึ้นคร่อมลูซี่อีกครั้ง

“คะ…คุณยาย?”เธอเรียกคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ก่อนที่หน้าจะขึ้นสีอีกครั้ง เห็นแบบนั้นนัตสึก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนหน้าผากแนบชิด สายตามองเธอด้วยความอ่อนโยนก่อนหน้าหายไป มันเต็มไปด้วยความหิวกระหายตามท้องเรื่อง

“ฉันไม่ใช่คุณยายอะไรทั้งนั้น ฉันคือหมาป่า และเธอคือมื้อเย็นของฉัน”เขาพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวพร้อมอ้าปาก เขี้ยวเล็กๆเข้ามาใกล้ลูซี่มากขึ้นเรื่อยๆจนไปจบที่หัวไหล่ของเธอ กัดเม้มเข้าจนเห็นเป็นรอยฟันชัด นัตสึเงยหน้าขึ้นมาจ้องลูซี่อีกครั้ง ก่อนที่จะยกยิ้มขึ้นจางๆด้วยแววตาที่เศร้าลง

ลูซี่มองคนด้านบนด้วยแววตาที่แปลกไป ดวงตาสีน้ำตาลเริ่มมีน้ำคลอขึ้นมาเล็กน้อย

แล้วก็-

 

ปัง!!!

 

เสียงปืนจากนายพรานดังขึ้น ลูกเหล็กกลมผ่านหน้าของลูซี่ไปแบบเฉียดๆ เพราะเป้าหมายของมันไม่ใช่เธอ แต่เป็นหมาป่าอย่างนัตสึต่างหาก

 

 

ปัง ปัง ปัง!!!

 

เสียงปืนดังรัวต่ออีกสามนัด กระสุนเหล่านั้นทะลุเข้าที่จุดตายเจ้าหมาป่าอย่างจังๆ หยดสีแดงกระเซ็นย้อมเตียงไปทั่ว แท้จริงแล้วเลือดของเขาควรจะกระเด็นเข้าหน้าของลูซี่เป็นสิ่งแรกเพราะเธออยู่ด้านล่างของตัวเขา แต่มันกลับไม่โดนเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าของเธอยังขาวสะอาด ไม่มีสีแดงเปรอะเปื้อน นั่นเป็นเพราะเขาใช้มือตัวเองบังเอาไว้

ผู้หญิงคนนี้ไม่จำเป็นต้องสัมผัสกับมัน 

ภาพสุดท้ายอันแสนเลือนลางที่เขาเห็นคือหยดน้ำตาบนใบหน้างาม นัตสึเอนตัวลงไปซบลูซี่ตามแรงโน้มถ่วง  เขากระซิบถ้อยคำบางอย่างออกมาพอให้เธอได้ยิน ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะปิดลงพร้อมๆกับลมหายใจ

-อย่าร้องเลยนะ- 

‘เพราะเธอเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่าเป็นไหนๆ’

 

นายพรานทั้งสองพุ่งตรงไปช่วยหนูน้อยหมวกแดงทันที พวกเขาโยนร่างไร้วิญญาณของเจ้าหมาป่าออกจากบ้าน ทำท่าอธิบายสถานการณ์ให้เด็กสาวฟัง ปลอบประโลมเธอด้วยคำพูดไม่กี่ประโยค ก่อนจะลงไปช่วยคุณยายชั้นใต้ดิน

-มันเกือบจะกินหนูน้อยหมวกแดงสำเร็จ แต่แล้วนายพรานใจดีก็มาช่วยเธอไว้ได้ทัน พวกเขาจัดการหมาป่า  ไปช่วยคุณยาย เมื่อเสร็จสิ้นทุกคนก็เฉลิมฉลองกับการหายไปของหมาป่าที่แสนจะน่ากลัว

.

.

.

 และเรื่องราวก็จบลง ชาวบ้านไม่มีอะไรให้กลัวอีกต่อไป พวกเขาใช้ชีวิตอย่างสันติสุข-

กระดาษแผ่นสุดท้ายว่าเอาไว้แบบนั้น

 

แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าหลังจากนั้นเป็นยังไง เกิดอะไรขึ้นต่อ

เพราะเรื่องราวที่ถูกเขียนขึ้นมีเพียงแค่นั้น 

.

.

.

หลังจากงานเลี้ยงถูกจัดขึ้น ลูซี่ก็รีบรุดตรงไปยังที่ประจำของเธออีกครั้ง หันมองไปรอบๆด้วยความเคยชิน ที่ตรงนี้คือระหว่างทางที่เธอเดินมาบ้านคุณยาย…มันคือที่ๆเธอพบหมาป่าตามบริบท 

 

ในตอนที่เธอแยกตัวออกมานั้น ไม่มีใครสังเกตเธอ ไม่มีใครว่าเธอ แม้แต่เลย์ล่าก็ไม่อาจพูดอะไรได้

เพราะนี่คือเรื่องราวนอกเหนือจากในนิทาน สิ่งที่ถูกตีตราได้จบลงเป็นที่เรียบร้อย

 

ร่างบางหันซ้าย-ขวา สำรวจอีกครั้ง แต่กลับไม่พบสิ่งที่ต้องการ สองขาก้าวไปด้านหน้าอย่างเร่งรีบ หัวใจเต้นรัวตุ้มๆต่อมๆ เธอกำลังหวาดกลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้น เพราะในวันนี้มีเรื่องราวที่ผิดแปลกไปจากเดิมค่อนข้างจะเยอะ

อยู่ดีๆเธอก็นึกถึงสถานที่อันแสนงดงามที่ได้ไปในวันนี้ บางทีมันอาจจะเป็นที่นั่นก็ได้

เธอวิ่งไปสุดแรง ก้าวขาไปด้วยกำลังทั้งหมดที่มี แม้มันจะค่อนข้างไกลจนเธอเหนื่อยและหอบหนักขึ้นเรื่อยๆ ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เพราะมันคือความหวังของเธอ

‘ต้องเป็นที่นั่นแน่ๆ ใช่…… ได้โปรดใช่จริงๆด้วยเถอะ!’

ในที่สุดเธอก็มาถึงทุ่งดอกไม้นั่นอีกครั้ง ลูซี่รีบกวาดตาไปรอบๆโดยเร็ว ก่อนจะพบชายหนุ่มผมสีหวานที่ยืนหันหลังอยู่ไกลลิบ ลูซี่รีบวิ่งตรงไปหาเขา สวมกอดจากด้านหลังจนเขาเกือบจะเสียหลักหน้าทิ่มลงพื้น โชคดีที่อีกฝ่ายดึงสติได้ทัน ทั้งคู่จึงได้แค่เอนไปข้างหน้าเล็กน้อยแทนการกลิ้งลงพื้น

เธอสะอื้นออกมา น้ำตาไหลจากดวงตาสีน้ำตาลคู่สวย ร่างกายด้านหน้าแนบชิดเข้ากับแผ่นหลังของคนตรงหน้า

“นัตสึ นายยังอยู่ ยังอยู่จริงๆด้วย”เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ความกังวลในใจมลายหายไปจนหมดเมื่อได้สัมผัส ร่างกายอุ่นๆนี่ยืนยันได้ดีว่าเธอไม่ได้มโนภาพไปเอง

เขายังอยู่กับเธอ

นัตสึจับมือของลูซี่ที่คาดเอวตนออก ก่อนจะหันกลับมาด้านหน้า

“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าร้องไห้ ขี้แยจริงๆเลยนะเธอเนี่ย”ฝ่ามือหนาค่อยๆเกลี่ยปาดน้ำตาออกอย่างแผ่วเบา ไม่นานก็เลื่อนขึ้นไปปัดทรงผมที่พันกันและปรกหน้าของเธอ

“ก็มัน….”ลูซี่เม้มปากเข้าหากันจนเป็นเส้นเดียว สุดท้ายน้ำตาก็กลับมาไหลอีกครั้ง

“เอ้า  อยากร้องก็ร้องซะ”เมื่อเห็นว่าเธอคงไม่หยุดร้องง่ายๆ นัตสึจึงพูดพร้อมกับกอดเธอเอาไว้แน่น เขาค้างอยู่ท่านั้นพักใหญ่ปล่อยให้ลูซี่ร้องคาอกแกร่ง เพราะเขาเองก็รู้ดีว่าเธอเจ็บปวดมากขนาดไหน

 

ลูซี่ค่อยๆผละตัวออกมาเมื่อพอใจ เธอยกมือขึ้นลูบใบหน้าคมของนัตสึ ใช้สายตาจดจ้องเข้าไปในดวงตาตรงหน้า

“ทำไมวันนี้ถึงมาตรงนี้ล่ะ รู้ไหมว่าฉันใจหายมากขนาดไหน”

“เอาน่า ก็นี่เป็นครั้งแรกที่เธอตามฉันมาที่นี่นี่นา มันสวยใช่ไหมล่ะ”นัตสึพูดพร้อมกับช้อนหน้าเธอขึ้น ลูซี่ไม่มีท่าทางปฏิเสธอะไร เมื่อเงยหน้าไปก็พบกับท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาวส่องแสะระยิบระยับ พระจันทร์สีเหลืองนวลทอแสงออกมาจนสว่างตัดกับพื้นหลัง ทุ่งดอกไม้ที่กระทบแสงจันทร์นั้นเปล่งประกายเสียยิ่งกว่าตอนกลางวัน เธอไม่อาจละสายตาไปได้เลย

“ว่าไง ชอบรึเปล่า”นัตสึก้มลงไปพูดใกล้ๆหูเพื่อเรียกสติลูซี่ เธอสะดุ้งโหยงจนเผลอตวัดเท้าฟาดเข้าที่กลางตัวนัตสึทันที

“อั่ก! มันเจ็บนะลูซี่”นัตสึพูดพร้อมกุมท้องตัวเองแน่น มันเจ็บมากๆ แน่นอน เพราะนี่คือลูซี่ ลูซี่ที่ล้มหมูป่ายักษ์ได้เชียวนะ

“ขะ..ขอโทษ  กะ…ก็ใครใช้ให้นายเข้ามาใกล้แบบนั้นล่ะยะ ฉันก็ตกใจเป็นนะ” ได้ยินแบบนั้นนัตสึก็ยกยิ้มขึ้นที่มุมปากเล็กน้อย เพราะเขารู้ว่าสิ่งที่เธอเป็นมันไม่ใช่อาการตกใจ แต่มันคืออาการเขิินต่างหาก

“เธอเขิน?”

“เปล่าซะหน่อย”ลูซี่พูดพร้อมสะบัดหน้าหนีน้อยๆ จริงอยู่ที่ใบหน้าของเธอแดงก่ำ ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะไม่เห็น

แต่ใครมันจะไปรับง่ายๆกันล่ะ!

“ฮ่าๆๆ อย่าพยายามเลยลูซี่ ฉันรู้นะว่าเธอกำลังเขินน่ะ ดูสิ หน้าแดงไปหมดแล้ว”นัตสึใช้นิ้วจิ้มลงไปที่แก้มลูซี่อย่างสนุกมือ ก่อนจะเลื่อนขึ้นเปิดฮู้ดสีแดงที่เธอสวม วางฝ่ามือบนเส้นผมสีบลอนด์และลงมือขยี้มันจนเริ่มฟู

แต่มีหรือที่คนอย่างลูซี่จะยอมโดนแกล้งฝ่ายเดียว ไม่มีทาง!  เธอยกมือไปจับหูแหลมที่แทรกอยู่บนเส้นผมสีสวย ลูบมันอย่างแผวเบาช้าๆ และแน่นอนว่านั่นก็เป็นจุดอ่อนของนัตสึ!

เขารับผละตัวออกจากเธอ ใบหน้าคมขึ้นสีฝาดเสียยิ่งกว่าหญิงสาวตรงหน้า หัวใจเต้นระรัวเร็วกว่ากลองชุดในงานเฉลิมฉลอง

นัตสึหลบสายตาลูซี่โดนการจ้องไปที่พื้น มุมปากยกยิ้มแหยๆอย่างเขินอาย

“อุ้บ คิกๆๆ นายนี่มันน่ารักเป็นบ้าเลยนัตสึ”

“ใครเขาให้ชมผู้ชายแบบนั้นกัน ไม่เข้าสักนิด”นัตสึยู่ปากลงอย่างไม่พอใจ เขาอุตส่าห์คาดหวังว่าเธอจะบอกว่าเขาเท่หรืออื่นๆ แต่เธอกลับบอกว่าน่ารักเนี่ยนะ ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ แต่มันไม่เห็นจะเข้ากับคนแบบเขาเลย

‘คนที่น่ารักมันเธอต่างหาก’

“ทำไมล่ะ จริงๆก็ชอบไม่ใช่รึไง”

“มั่วน่า!”

“แต่นายกระดิกหางนะ”เธอพูดพลางชี้ไปที่หางฟูฟ่องสีชมพูที่สั่นไหวไปมา นัตสึรีบเอามือบังไว้ทันที เขาอยากจะเอาหัวโขกพื้นสักร้อยครั้ง ทำไมตัวเขาถึงต้องแสดงท่าทางตามสัญชาตญาณด้วย

เพราะแบบนี้ไง ลูซี่ถึงจับทางเขาได้ตลอด เธอถึงได้รู้จุดอ่อนของเขาไปทั่ว

“คะ…ใครเขาให้จ้องหางคนอื่นกัน”เมื่อเห็นท่าทางของนัตสึ ลูซี่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาและขยับไปเป็นการลูบหัว ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแววตาที่เศร้าอีกครั้งเมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

“ฉันดีใจจริงๆนะนัตสึ ดีใจที่นายยังมีชีวิตอยู่”ทุกถ้อยคำล้วนเต็มไปด้วยความกังวลที่แฝงเข้ามา แค่เห็นนัตสึอยู่ตรงหน้าเธอก็ดีใจมากๆแล้ว

“ยัยบ๊อง เธอนี่ไม่ยอมชินสักทีนะ”นัตสึพยายามพูดให้ดูติดตลก เขาไม่ต้องการให้ลูซี่เศร้าไปมากกว่านี้

เพราะเธอบุบสลายมามากพอแล้ว

“ใครจะไปทำใจได้ล่ะตาบ้า การที่ต้องมาเห็นนายตายทุกครั้งเมื่อเรื่องมันจบน่ะ จะไม่ให้…..เศร้าได้ยังไงกัน”ลูซี่ซุกเข้าไปที่อกของนัตสึอีกครั้ง สองแขนรัดร่างหนาไว้เพื่อไม่ให้เขาหายไปไหน เพราะทุกภาพที่นัตสึจากไปยังติดอยู่ที่ดวงตา

“แค่คนที่ตายไม่ใช่เธอก็พอแล้วล่ะ ยัยหนูน้อยหมวกแดง”นัตสึกอดตอบ ฝ่ามือลูบที่หัวลูซี่เบาๆ เขารู้ว่าเธอเข้มแข็งมากที่ทนเห็นเขาจากไป เพราะหากเป็นตัวเขาเอง เขาคงจะทำใจยอมรับไม่ได้ เผลอๆจะแหลกสลายยิ่งกว่าเธอเสียด้วยซ้ำ

 

บทสนทนาสั้นๆที่ทั้งคู่มักจะพูดเป็นประจำเมื่อเรื่องราวจบ 

ใช่ นี่คือนิทานปรัมปราเรื่องหนูน้อยหมวกแดง ที่ตอนจบหมาป่าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เมื่อใดก็ตามที่มีคนเริ่มอ่านเรื่องราว ทุกอย่างก็จะดำเนินเป็นซ้ำตามพล็อตเรื่อง 

- หนูน้อยหมวกแดงต้องนำอาหารไปส่งคุณยาย เจอหมาป่าระหว่างทาง หมาป่าไม่สามารถกินเธอได้ในแผนแรก มันปลอมตัวเป็นคุณยาย และจบด้วยการถูกนายพรานยิง -

นี่เป็นสิ่งที่พวกเขาทั้งคู่เผชิญมาด้วยกันตลอด นับครั้งไม่ถ้วนเลยล่ะ

เพราะนอกจากพวกเขา ไม่มีใครที่สามารถรู้ตัวในโลกแห่งนี้ได้อีก ราวกับถูกกักขังไว้ในช่วงเวลาที่ไม่สิ้นสุด

…………………………………………………….

ครั้งแรกที่รู้สึกตัวคือหลังจากที่เรื่องราวนี้วนมามากกว่าล้านครั้ง ตอนนั้นมีบางอย่างผิดพลาดต่างไปจากพล็อตเดิม เมื่อหนูน้อยหมวกแดงสะดุดหินจนลงไปกอดกับหมาป่าที่พึ่งจะเดินเข้ามาตามเนื้อเรื่อง ณ ครั้งนั้น พวกเขาก็ได้เริ่มที่จะรู้สึกตัวว่ามีบางสิ่งผิดปกติ แต่เนื้อเรื่องก็ยังคงดำเนินต่อและจบเช่นเดิม และทั้งคู่ก็ลืมสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเรื่องราวเริ่มต้นใหม่

ครั้งที่สอง เมื่อหมาป่าเป็นฝ่ายสะดุดล้มใส่หนูน้อยหมวกแดงจนฮู้ดของเธอเปิด ทันทีที่เห็นใบหน้าชัดๆเขาก็เริ่มรู้สึกบางอย่างภายในใจ แม้ว่าหลังจากตอนนั้นพวกเขาจะไม่สามารถจำเรื่องราวในส่วนที่ผิดพลาดได้เลยก็ตาม 

พวกเขายังคงเจอเหตุการณ์ผิดปกติขึ้นเรื่อยๆ เจอทุกครั้งก็ลืมทุกครั้ง 

กระทั่งครั้งที่99 ในขณะที่เนื้อเรื่องเดินตามพล็อตที่ควรจะเป็น พวกเขาบังเอิญสบตากันในระหว่างที่หมาป่าปลอมตัวเป็นคุณยาย หนูน้อยหมวกแดงรู้ตัวในทันที่ว่านั่นไม่ใช่คุณยาย แต่เธอก็รู้สึกเหมือนถูกดึงดูดจากดวงตาคู่นั้นอย่างประหลาด เจ้าหมาป่าก็เช่นกัน 

เมื่อสายตาสอดประสานใบหน้าก็ค่อยๆเลื่อนหากันทีละน้อยโดยไม่รู้สึกตัว จนในที่สุดริมฝีปากทั้งสองก็เข้ามาแนบชิด เรื่องเหลือเชื่อที่มากกว่านั้นคือการที่เขาและเธอจำเรื่องราวที่ผ่านมาได้ในทันทีที่สัมผัส มันก็เหมือนกับกล่องปริศนาที่มีแม่กุญแจคล้องเอาไว้ เมื่อใดก็ตามที่พวกเขามีลูกกุญแจ พวกเขาก็จะเห็นสิ่งที่อยู่ด้านในและจะจดจำมันไปตลอด

ทั้งคู่ต่างไม่มีใครละสายตาหรือผละอีกฝ่ายออก เพราะเมื่อจำเรื่องราวได้ หัวใจก็พลันเต้นเร็วราวกับหลอดเลือดสูบฉีดไปทั่วร่าง ทั้งเหตุการณ์เล็กๆน้อยๆที่ได้พบ ความบังเอิญที่ได้กอด สัมผัสมือ เดินข้างๆ หัวเราะไปพร้อมกัน ภาพเหล่านั้นทำให้พวกเขาค้นพบความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งนุ่มฟูและหอมหวาน

แต่แล้วก็นึกขึ้นได้อีกว่าท้ายที่สุดเรื่องราวจะเป็นแบบไหน และผ่านมากี่ครั้ง ความเจ็บปวดเอ่อล้นออกมาจนควบคุมต่อมน้ำตาไม่อยู่ 

ในขณะที่เธอน้ำหยดใสกำลังเอ่ออยู่ขอบตา กระสุนเหล็กก็พุ่งทะลุร่างหนาต่อหน้าหนูน้อยหมวกแดงทันที แม้เธอจะกรีดร้องออกไปแค่ไหนก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครได้ยินมัน นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเขาจากไปต่อหน้าต่อตาโดยที่มีความรู้สึก

หลังจากนั้นเรื่องราวยังคงดำเนินต่อ หนูน้อยหมวกแดงพยายามจะท้วงอะไรไปก็ดูเหมือนจะไม่มีใครรู้สึกตัว เวลาผ่านไปจนกระทั่งงานเลี้ยง เมื่อรู้ตัวว่านี่คือบทสรุปสุดท้าย เด็กสาวก็รีบวิ่งไปยังจุดที่เจ้าหมาป่าถูกโยนออกไปทันควัน เศษเสี้ยวในหัวใจยังหวังให้เขามีชีวิตอยู่ แต่เมื่อเธอเห็นร่างอันไร้วัญญาณของเขา หัวใจก็ค่อยๆแหลกสลาย เธอกรีดร้องออกมาทั้งน้ำตาด้วยความเจ็บปวด อ้อนวอนสวรรค์และฟ้าดินขอให้เขากลับคืน 

ในขณะที่เธอกำลังหมดหวัง จู่ๆหน้าท้องราบเรียบก็เกิดการสั่นไหวขึ้น เจ้าหมาป่าลุกขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์ เธอดีใจจนเผลอกอดเข้าเต็มแรง 

“ยัยหนูน้อยหมวกแดง เธอจะมากอดฉันทำไมเนี่ย”เขาทำท่าตกใจอย่างตื่นตระหนก และยังคงสับสนในเรื่องราวที่เกิดขึ้น

“ก็นายมัน นายน่ะ…ฮืออออ”

“เฮ้! ไม่ร้องสิ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”เขาถามขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ความเจ็บจะแล่นเข้าที่หัว ทำให้ภาพเหล่านั้นกลับมาชัดเจน

ร่างหนาตัวสั่นเทิ้มไปด้วยความกลัวไม่ต่างจากร่างบางที่กอดเขาอยู่  หมาป่านั้นยกมือขึ้นกุมบริเวณที่ตนถูกยิงด้วยสีหน้าหวาดผวา

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน”เขาเปรยขึ้น ดวงตานั้นเต็มไปด้วยความสับสน

“ไม่รู้ ฉันไม่รู้อะไรเลย”เธอพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้ ก่อนจะขยับตัวขึ้นไปฝังใบหน้าลงบนไหล่ของอีกฝ่าย สะอื้นออกมาจนเขาไม่กล้าที่จะถามอะไรต่อ

ทั้งคู่ต่างปล่อยให้ความเงียบเข้าคลุมบรรยากาศ ในหัวต่างคิดปะติดปะต่อเรื่องราวของตน ก่อนจะเริ่มพูดคุยและแบ่งปันข้อมูลที่ตนเข้าใจ และก็ได้ทราบความจริงว่า เรื่องราวนี้ดำเนินมานานมากแล้ว แถมไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่

 

การทำความรู้จักเป็นหลักประกันว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลกอันว่างเปล่า

 

“นี่ หนูน้อยหมวกแดง”

“ฉันไม่ได้ชื่อหนูน้อยหมวกแดงซะหน่อย”หญิงสาวโวยวายออกมา ในเมื่อตอนนี้ทั้งคู่ต่างต้องร่วมมือกัน และเธอก็ไม่อยากถูกเรียกด้วยชื่อนั้น 

“ก็คนอื่นๆเรียกเธอแบบนั้นนี่”

“ฉันก็มีชื่อนะ!”

“ชื่ออะไรล่ะ”

“ลูซี่ ”

“หลุยจิ?” 

“ลู-ซี่!” 

“อะ..โอ้!  ฉันนัตสึนะ”

หลังจากบทสนทนาการแนะนำตัวจบลง ทั้งคู่ก็เริ่มที่จะหาหนทางหยุดวัฏจักรอันแสนเลวร้ายนี่ จู่ๆอากาศโดยรอบเริ่มเย็นขึ้นอย่างฉับพลัน ก่อนที่ต่างฝ่ายจะเห็นคนตรงหน้าหายไปต่อหน้าต่อตา 

และทุกอย่างก็กลับไปเริ่มใหม่อีกครั้ง 

มันเป็นแบบนี้เสมอ

แม้ว่าพวกเขาจะลองพยายามอย่างหลากหลายวิธีเพื่อหยุดมัน ไม่ว่าจะเป็นการพยายามหลบหน้า การเดินสวนไปอีกทาง การบ่ายเบี่ยงการเดินทาง เพื่อไม่ให้เจอกัน แต่ทุกอย่างช่างไร้เหตุและผล

เพราะไม่ว่าจะทำยังไง มันก็จะมีเหตุชักจูงให้พวกเขาดำเนินเนื้อเรื่องไปจนจบทุกครั้ง

ยอมแพ้ไปก็หลายรอบ แต่เมื่อเห็นตอนจบลูซี่ก็อดทนไม่ไหวไปซะทุกครั้ง เธอเคยแม้ระทั่งเอี้ยวตัวไปรับกระสุนแทน แต่มันก็ยังเฉียดจนไปโดนนัตสึอยู่ดี

สิ่งที่ทั้งคู่ตัดสินใจคือ เมื่อเรื่องราวจบจะนัดพบกันในจุดที่พวกเขาต้องเดินสวนทาง ก่อนจะนั่งคุยกันแถวนั้นไปเรื่อยเปื่อยเพื่อคลายความเหงาและหว้าเหว่ ทั้งคู่ต่างเติมเต็มช่องว่างสีดำในใจของอีกฝ่ายเสมอ

 กาลเวลาผ่านมานานแสนนาน พวกเขาก็ไม่แม้แต่จะแก่ขึ้น นั่นก็เพราะนี่เป็นเรื่องราวของเด็กสาวกับหมาป่าจอมเจ้าเล่ห์ ทั้งคู่ค่อยๆจมดิ่งลงไปในชีวิตอีกฝ่ายเรื่อยๆ ใช้เวลาร่วมกันมาก็นานแสนนาน ทุกสิ่งทุกอย่างได้แปรเปลี่ยนจากคนที่คอยร่วมมือกลายเป็นความรัก หากแต่ไม่เคยที่จะบอกอีกฝ่ายไปก็เท่านั้น ก็เพราะว่ารักในครั้งนี่น่ะ ไม่มีโอกาสตั้งแต่แรกแล้ว

รักที่ไม่อาจสมหวัง

รักที่ไม่สามารถกำหนดตอนจบเองได้

รักที่สามารถมอบให้กันได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆหลังเรื่องราวจบลง

พวกเขาฝืนทนทุกอย่าง หากเรื่องไม่ดำเนินเรื่อง ก็จะไม่มีวันพบกัน และหากไม่พบกัน เนื้อเรื่องก็ไม่ดำเนิน สิ่งนี้เป็นเสมือนโซ่ตรวนที่ล่ามทั้งคู่เอาไว้ หากอยากเจอกัน อยากพูดคุยหลังเรื่องราวจบ พวกเขาจะเป็นต้องเดินตามเนื้อเรื่อง

แต่ในสิ่งที่แย่ก็ยังมีเรื่องที่ดี เพราะอย่างน้อยที่สุด หลังจากเนื้อเรื่องจบลง พวกเขาก็จะสามารถเป็นอิสระจากบทบาทเหล่านั้นได้ สามารถที่จะสัมผัส คุย ส่งยิ้มให้กัน

แม้ว่าไม่นานทุกอย่างก็จะเริ่มใหม่ก็ตาม

………………………………………………….

 

“จริงสิ เธอยังไม่บอกเลยนะว่าชอบที่นี่รึเปล่า”ลูซี่พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะตอบคำถามของนัตสึ

“ชอบสิ ชอบที่สุดเลยล่ะ”

“ดีแล้วล่ะ”นัตสึพูดออกไปก่อนจะกุมมือเธอ ยกมันขึ้นมาทาบที่ริมฝีปาก ลูซี่มีสีระเรื่อขึ้นที่แก้มเล็กน้อย เพราะเขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน จะไปชินได้ยังไง ซึ่งนั่นทำให้เสี้ยวหนึ่งในหัวใจของเธอรู้สึกตะหงิดๆ

“ว่าแต่นัตสึ นายรู้จักที่แบบนี้ได้ยังไงกัน”เธอถามออกไป เพราะเท่าที่จำได้นัตสึมักจะเริ่มต้นเรื่องราวที่ใกล้ๆเธอเสมอ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะรู้จักที่แบบนี้

นัตสึยิ้มรับ ก่อนจะหัวเราะออกมาเล็กน้อย

“อืมม มันนานมากแล้วด้วยสิ แต่ที่แน่ๆฉันเป็นคนหามันเจอ ดีใจนะที่เธอชอบมัน”เขาพูด ส่งสายตาที่แฝงบางสิ่งออกไป มันดูหมองลงมากกว่าทุกครั้ง

“นี่ลูซี่”

“หืม อะไรเหรอนัตสึ”ลูซี่ถามออกไปตามปกติ แต่ก็ต้องทำหน้างงออกมาเมื่อเห็นสิ่งที่เขาทำ 

นัตสึขยับเข้ามาใกล้เธอมากกว่าเดิม ฝ่ามือหนาแนบเข้าที่พวงแก้มนิ่ม ก่อนที่เขาจะโน้มหน้าเข้ามาหาเธอ ริมฝีปากแตะไปที่หน้าผาก เลื่อนลงมาบนเปลือกตา สันจมูก ข้างแก้ม และจบที่ริมฝีปาก เธอจ้องเขาด้วยความประหลาดใจ ใบหน้ายังคงเห่อร้อน แต่สิ่งที่เขาทำมีเพียงการถอยออกไปประมาณสองก้าว ก่อนที่จะหันหลังและเดินไป

“อิสระเป็นของเธอแล้ว ใช้มันให้ดีล่ะ”เขาเอ่ยออกมาด้วยท่าทางที่ต่างออกไปจากทุกครั้ง

“นัตสึ นายหมายถึงอะไร?”

“ถึงเวลาแล้วล่ะลูซี่”เขาพูด โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเธอ

ลูซี่เดินตามไป สองข้างทางค่อยๆสว่างขึ้นเรื่อยๆ หิงห้อยนับร้อยส่องแสง พวกมันบินไปรอบๆราวกับการเต้นรำในงานเทศกาล ลูซี่พยายามสาวเท้าไปให้ไวขึ้น เพราะตอนนี้เธอกำลังมองแผ่นหลังของนัตสึที่ค่อยๆเล็กลง ไม่นานนักเขาก็หายไปจากสายตาของเธอโดยสมบูรณ์

ลูซี่เอื้อมมือไปข้างหน้า เธอวิ่ง สองขาออกตัวให้เร็วขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว เหงื่อจำนวนมากซึมออกมาปะปนกับน้ำตาที่ขนาบอยู่ข้างแก้ม

“โอ๊ย!”

เธอสะดุดหินขนาดเล็ก ก่อนที่จะล้มลงไปกับพื้น ดวงตาสีน้ำตาลยังทอดไปข้างหน้า ในตอนนี้เหล่าหิงห้อยได้หายไปแล้ว รอบๆตัวของลูซี่จึงมีเพียงหญ้า ดอกไม้ และหินก้อนใหญ่ระเกะระกะตามทาง 

ลมเย็นค่อยๆพัดเฉื่อยมากระทบร่าง ลูซี่ไม่อาจฝืนพยุงร่างของตนให้ลุกขึ้นได้ ข้อเท้าของเธอพลิก และหัวเข่าเธอก็ถลอกด้วย

หัวใจดวงน้อยรู้สึกยะเยือกยิ่งกว่าลมที่พัดมาไม่รู้กี่เท่า แสงจันทร์ที่สว่างและนุ่มนวลราวกับกำลังขับกล่อมให้เธอเข้าสู่นิทรายิ่งทำให้เธอเกิดความเคว้งขึ้นในใจ ทุกสิ่งราวกับถูกหยุดนิ่ง เสียงแมลง จิ้งหรีด นก กระทั่งเสียงใบไม้เสียดสีไม่ได้เข้าหัวลูซี่แม้แต่น้อย

“นัตสึ นายอยู่ไหนกันน่ะ ไม่เอาแบบนี้สิ” เธอกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่น นี่มันเจ็บปวดกว่าทุกภาพที่เธอเคยพบ รู้สึกสูญเสียยิ่งกว่าตอนที่เห็นเขาโดนยิง 

เธอกลัว

กลัวว่าภาพเมื่อสักครู่จะเป็นภาพสุดท้ายที่เห็นเขา

กลัวการจากลาที่ไม่มีแม้แต่คำบอกลา

ลูซี่ไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าในตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น ตามปกติเธอและนัตสึต้องนั่งทานอาหารที่คุณแม่ของเธอทำ พูดคุยและหัวเราะไปด้วยกัน แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ไม่เลยแม้แต่น้อย

แล้วเธอก็นึกบางสิ่งขึ้นได้

วันนี้เธอและนัตสึไม่ได้เจอกันที่เดิม และเธอก็ไม่เคยรู้จักสถานที่นี้มาก่อน -มันไม่เคยถูกพูดถึงสักครั้ง- 

หรือนั่นจะเป็นอีกสิ่งที่ผิดพลาด และที่สำคัญ คำพูดของเขาวันนี้มันช่างน่าประหลาด ราวกับว่าเรื่องในตอนนี้มันจะจบลง

“ไม่เล่นนะนัตสึ”

“ไปไหนของนายกันตาบ้า ไม่เอาแบบนี้สิ”เธอเริ่มสะอื้นออกมา ก่อนที่จะคร่ำครวญออกมาอย่างไม่เป็นภาษา แต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่มีเสียงโต้ตอบ ไม่มีอะไรเลย

ท้ายที่สุดลูซี่ก็หยุดร้องไห้ เธอตั้งสติและเปลี่ยนเป็นการนอนหงาย ภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนสะท้อนผ่านดวงตาคู่สวย เหล่าเมฆค่อยๆเคลื่อนตัวไปตามทิศของลม ดวงดาวมากมายทอแสงระยิบระยับออกมา มันตระการตาและดูศักดิ์สิทธิ์

“นี่มันเรื่องอะไรกันแน่นัตสึ”

ภาพทุกอย่างค่อยๆเลือนลางลง ลูซี่รับรู้ได้ในทันที -มันกำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง-

แต่แล้วเสียงสุดท้ายที่เธอได้ยินกลับทำให้เธอสะดุ้งออกมา

“รักที่สุดเลยล่ะ …ยัยหนูน้อยหมวกแดง ขอโทษนะ ”

‘ขอโทษจริงๆลูซี่ ขอโทษ’

‘มีความสุขมากๆล่ะ’

‘แบบนี้ดีแล้ว’

แล้วทุกอย่างก็กลับสู่ความมืด

 

เรื่องราวได้เริ่มต้นใหม่ และมันยังคงดำเนินไปเช่นเดิม

กระทั่งหลังสิ้นสุดเรื่องราว

เด็กสาวที่หัวใจยังคงแหลกสลาย วันนี้ตอนที่เธอเจอกับเขา ไม่มีแม้แต่บทสนทนาสั้นๆระหว่างทาง ทุกคำพูดและแววตาจากนัตสึล้วนเต็มไปด้วยน้ำเสียงที่ต่างจากเดิม กระทั่งฉากจบที่เขามักจะปลอบเธอเสมอๆก็ไม่มี มันไม่เกิดขึ้น  ราวกับว่านี่ไม่ใช่เขา ไม่ใช่นัตสึที่เธอรู้จัก

เธอเดินตรงไปตามเส้นทางเดิม สองขาก้าวไปอย่างเอื่อยเฉื่อยดั่งหุ่นจำลอง

“ลูซี่ จะไปไหนน่ะลูก”ลูซี่ตาโต เธอหันกลับไปตามเสียง

“คุณแม่?” ลูซี่รู้สึกขนลุกอย่างน่าประหลาด ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ไม่มีฉากที่แม่ของเธอเดินกลับมาทักหลังจากงานเลี้ยง แถมยังเรียกชื่อของเธอด้วย

“จ้ะ แม่ได้ข่าวว่าหมาป่าถูกกำจัดแล้ว ดีจังที่ลูกยังปลอดภัย ถ้านายพรานทั้งสองไม่มาเจอแม่อาจจะเสียลูกไปก็ได้”เลย์ล่าพูดพลางสะอื้นออกมา กลับกัน ลูซี่มองภาพเหล่านั้นด้วยท่าทางลกลน

“อีกสองวันเราจะย้ายไปเมืองหลวงกันแล้วล่ะ คุณพ่อได้งานใหม่ที่นั่น ดีใจรึเปล่าจ้ะลูซี่”

“คะ?”ลูซี่เริ่มสับสนในสิ่งที่เจอ เธอไม่แม้แต่จะเคยได้ยินเรื่องพ่อด้วยซ้ำ ไม่สิ มันไม่เคยถูกกล่าวถึง ไม่มี ที่บ้านเธอจะมีเพียงแม่และเธอเท่านั้น

แล้วพ่อของเธอมาได้ยังไง ไหนจะเรื่องย้ายบ้านอีก

‘นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน’

มือเรียวถูกยกขึ้นมาทาบที่อก หัวใจของลูซี่เต้นแทบไม่เป็นจังหวะ -เธอไม่เคยเผชิญเหตุการณ์แปลกๆแบบนี้-

“อ้ะ เดี๋ยวสิลูซี่ จะไปไหนน่ะลูก” เลย์ล่าตะโกนออกมาเมื่อเห็นว่าลูกสาวเริ่มวิ่งออกไปทางป่า ก่อนจะลับสายตาไป เธอรีบหันไปตามคนในหมู่บ้านเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายขึ้นอีก หมาป่าอาจไม่ได้มีเพียงตัวเดียว

 

ลูซี่วิ่งออกไปจนถึงจุดนัดพบของเธอและนัตสึ เธอหันไปรอบๆ ตะโกนชื่อของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงตาฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำตา เพราะเรื่องราวในตอนนี้มันเปลี่ยนไป เปลี่ยนมากเกิดกว่าที่เธอจะสามารถทำอะไรได้

“นัตสึ นัตสึ นายอยู่ไหนน่ะนัตสึ”

“นัตสึตอบฉันสิ ฉันบอกให้ตอบไงนัตสึ” ยังคงไม่มีเสียงตอบรับ ทุกอย่างเงียบสงัดอย่างที่ไม่เคยเป็น ลูซี่ลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปยังจุดที่นายพรานโยนร่างของเขาออกไปและหวังว่ามันจะไม่ใช่แบบที่เธอคิด

‘ไม่ มันจะต้องไม่เป็นแบบนั้น ใจเย็นๆนะลูซี่’

‘นัตสึจะไม่เป็นไร ใช่ เขาจะปลอดภัย เหมือนทุกครั้งไงลูซี่’

.

.

.

ลูซี่แทบใจสลาย รู้สึกเหมือนถูกผลักลงไปเหวลึก ตรงหน้ามีร่างหมาป่าขนสีหวานนอนจมกองเลือดอยู่ ร่างกายของมันไร้ซึ่งกายขยับใดๆ และเริ่มแข็งเนื่องจากเสียชีวิตมาหลายชั่วโมงแล้ว

ลูซี่ทรุดตัวลงกับพื้น สองมือเข้าไปโอบร่างของหมาป่าไว้แน่น น้ำตานั้นไหลออกมาราวกับเป็นน้ำตกก็มิปาน

“นัตสึ ไม่เอาแบบนี้สิ”

“ลืมตาได้แล้ว”

“ลืมตาสิยะตาบ้า”

“นัตสึ!!!”

ยังคงไร้ซึ่งการโต้ตอบจากร่างในอ้อมกอด เธอกรีดร้องและคร่ำครวญออกมาจนคนที่ผ่านมาเห็นถึงกับต้องจับเธอเอาไว้ 

ลูซี่ดีดดิ้นภายใต้การพันธนาการจากแขนของคนในหมู่บ้าน ตอนนี้ทุกคนต่างมามุงดูเธอ แต่เธอไม่สน จะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ไม่ว่ามันจะเลวร้ายแค่ไหน ขอแค่อย่างเดียว -อย่าเป็นอย่างที่เธอคิด-

“นัตสึ ตื่นสิ โอ๊ย! ปล่อยฉันนะ”เธอตะโกนออกมาลั่น พยายามสะบัดแขนออก จนในที่สุดเธอก็หลุดจากการควบคุมของคนที่จับเอาไว้

ร่างบางวิ่งปรี่เข้าไปหาหมาป่าอีกครั้ง เธอกอดร่างเล็กเอาไว้แน่นพลางซบลงที่ขนฟูๆ พยายามเรียกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ขอร้องล่ะนัตสึ ไม่เอาแล้ว ตื่นสิ”

“ตื่นมาบอกฉันสิว่าเรื่องในตอนนี้มันเป็นแค่ฝันร้าย ปลุกฉันทีสินัตสึ” ดวงตาสีน้ำตาลย้อมไปด้วยความสิ้นหวัง เสียงร้องไห้ระงมไปทั่ว

ภาพตรงหน้าทำให้ชาวบ้านคิดว่าเด็กสาวไม่ปกติ ก็ดูสิ หลังจากที่เธอโดนหมาป่าพยายามจะฆ่า แต่ในตอนนี้เธอกลับกอดศพของมันและเรียกชื่อของอะไรสักอย่างออกมา -ไม่บ้าก็สติฟั่นเฟือน- นั่นคือสิ่งที่ชาวบ้านคิด

“เลย์ล่า ฉันว่าลูซี่น่าจะช็อคจากการเจอหมาป่า เธอรีบพาลูกไปรักษาที่เมืองหลวงเถอะ”

“นั่นสิ เธอควรจะรีบพาไปเร็วๆนะ”

“โธ่ลูซี่ น่าสงสารจัง”

และเสียงอีกมากมายที่ถูกเอ่ยขึ้น คำเหล่านั้นไม่ได้เข้าสมองของเด็กสาวแม้แต่น้อย สิ่งที่เธอต้องการในตอนนี้มีเพียงแค่การให้ร่างตรงหน้าฟื้นขึ้นมา เธอสนใจแค่ร่างของเจ้าหมาป่าในอ้อมกอด

เลย์ล่าส่ายหัวเมื่อมองลูกสาวของตน เธอก็คิดไม่ต่างจากชาวบ้าน คิดว่าลูซี่น่าจะช็อคจากอาการกลัวและพยายามปรับความทรงจำให้เป็นอีกแบบเพื่อรักษาสภาพจิตใจเอาไว้

“รบกวนพาลูซี่ออกมาแล้วจักการซากของมันให้เร็วที่สุดทีนะคะ”ผู้เป็นแม่กล่าว แม้จะเห็นว่าลูซี่ในตอนนี้ต้องการจะอยู่กับหมาป่านั่นมากแค่ไหน แต่นั่นมันเป็นแค่ซากของสัตว์ร้าย มันไม่ควรจะทำให้ลูกสาวอันแสนดีของเธอต้องแปดเปื้อนหรือบอบช้ำ

ลูซี่ถูกคนหนุ่มมากมายดึงให้ห่างจากร่างของหมาป่า เธอเอื้อมไปคว้าร่างนั้นไว้ในอ้อมกอดและปกป้องอย่างสุดชีวิต 

แต่แรงเด็กสาววัยรุ่นคนเดียวจะทำอะไรได้ล่ะ

ใช่ เธอพ่ายแพ้ เธอและร่างของหมาป่าถูกแยกออกจากกัน แม้ลูซี่จะพยายามตะเกียกตะกายไปอย่างสุดกำลัง แต่ก็ไม่อาจเอื้อมถึง  ชาวบ้านจุดไฟเผามันเพื่อไม่ให้เธอเข้าไปกอดอีกเป็นครั้งที่สาม

“ไม่ ปล่อยฉันสิ ปล่อย!”

“อย่าทำแบบนั้น อย่ายุ่งกับนัตสึ”

“ไม่เอาแบบนี้สิ ไม่จริง ไม่ นัตสึยังไม่ตายนะ อย่า!”

“กรี๊ดดดดดดดดด นัตสึ!!!!!”

เสียงของเธอไม่อาจส่งถึงใครๆได้ แววตาสีน้ำตาลปิดลงทันควันเมื่อเห็นร่างอันเป็นที่รักกลายเป็นผุยผงต่อหน้าต่อตา

ไม่เหลืออะไรไว้ให้คิดถึง

ไม่เหลือแม้แต่ร่างให้สัมผัส

 

.

.

.

 

วันต่อมา

 

ร่างเด็กสาวผมบลอนด์ตื่นมาบนเตียงนุ่ม เธอยกมือขึ้นมากุมที่หัวเมื่อพบว่ามันปวดตุบๆอย่างน่าประหลาด สองขาเรียวเดินไปทางห้องน้ำ ทำธุระในยามเช้า ก่อนจะออกมาด้วยฮู้ดสีแดงสดผืนโปรด

เมื่อเดินลงไปชั้นล่าง เธอกลับไม่พบแม่ที่มักจะยืนทำอาหารอย่างเช่นทุกวัน และข้าวของหลายอย่างก็เริ่มถูกแพ็คเป็นอย่างดี

ไม่นานนักเลย์ล่าก็เดินเข้ามาทางประตู ตรงมาหาเธอและสวมกอดเอาไว้

“ไม่เป็นไรนะลูซี่ พรุ่งนี้เราจะไปจากที่นี่แล้ว ไม่มีอะไรให้กลัวแล้วนะลูกรัก”สิ้นเสียงผู้เป็นมารดา ดวงตาของลูซี่ก็เบิกกว้างอีกครั้ง ความทรงจำทั้งหลายแหล่ไหลเข้ามาประหนึ่งลูปที่ไม่สิ้นสุด จะเป็นภาพทุกเช้า ระหว่างทาง การพบกัน การเชิญชวน บทสรุปของเรื่องราว กระทั่งภาพที่เธอใช้เวลาร่วมกับชายหนุ่มผมชมพู

เธอกรีดร้องออกมาด้วยหัวใจที่แตกสลาย ภาวนาให้มันเป็นเพียงความฝัน ลูซี่พยายามหยิกและตบตัวเองซ้ำๆหวังให้ตื่น 

‘ตื่นสิ ตื่น ตื่นสักทีสิ’

‘ขอร้องล่ะ ตื่นเถอะ ตื่นจากฝันบ้าๆนี่’

‘ไม่เอาแล้ว ไม่เอานะโลกแบบนี้น่ะ’

‘ขอร้องล่ะ ใครก็ได้ปลุกฉันที’

เวลาผ่านไปจนกระทั่งตกเย็น เลย์ล่าไม่ยอมให้ลูซี่ออกจากบ้านแม้แต่ก้าวเดียว เพราะเธอกลัว กลัวว่าลูกสาวจะทำอะไรประหลาดหรือไปเจออันตรายอีก

ทว่าลูซี่ไม่ต้องการแบบนั้น

จะเป็นแม่ของเธอ ยายของเธอ ทุกคนในหมู่บ้าน หรือจะเป็นนายพรานก็ตาม พวกเขาไม่สำคัญ ไม่ได้อยู่ในสายตาของลูซี่สักนิด

เพราะเธอไม่รู้จักใครเลย เธอไม่เคยพูดคุยกับใครจริงจังมาก่อน

โลกของเธอมีเพียงนัตสึ คนที่ผ่านเรื่องราวทั้งหมดมาด้วยกัน

 

กลางดึก เด็กสาวแอบปีนระเบียงออกมาและตรงไปยังสถานที่เดิมอีกครั้ง มันยังเป็นเช่นเดิม ความรู้สึกยังเหมือนเดิมทุกอย่าง เธอพยายามมองไปรอบๆเพียงหวังว่าจะได้เห็นหมาป่าในร่างชายหนุ่มอีกสักครั้ง

แต่มันก็ไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น

เพราะเธอรอตรงนั้นจนกระทั่งแสงอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้ามา

เธอต้องยอมรับความจริง ไม่มีนัตสึอยู่อีกต่อไปแล้ว

“บอกฉันสิว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง”

“นายจะกลับมาหาฉันใช่รึเปล่านัตสึ”น้ำตายังคงเยิ้มออกมาจากดวงตาคู่สวย ดวงตาที่มักจะถูกจ้องและสะท้อนภาพรอยยิ้มของเขาออกมา

-ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ

พวกเราทำอะไรผิดมากนักเหรอ

เพราะพวกเราชอบทำตามใจชอบ?

เพราะพวกเราเป็นอิสระหลังจากเรื่องจบ?-

 

พระเจ้าคะ ได้โปรด ขอร้องล่ะ ได้โปรดฟังคำขอของฉันที

‘ให้มันเป็นแค่ความฝัน’

บอกฉันทีว่าพอตื่นไปจะเจอนัตสึที่ยิ้มให้แบบทุกครั้ง

จะได้ยินเสียงของนัตสึที่เรียกชื่อฉันผิดๆถูกๆ

ขอร้องล่ะ แค่ได้ยินเสียง แค่ได้เห็น

อีกสักครั้งก็ยังดี

 

ไม่สิ

อย่าให้เราแยกกันอีกเลย

ขอร้องล่ะค่ะ

โปรดให้เราสองคนเหมือนกลุ่มดาวเหล่านั้น

ที่ได้อยู่ข้างๆกัน-

 

 

และนั่นก็เป็นวันสุดท้ายที่เธออยู่ที่นี่ หมู่บ้านแห่งนี้

.

.

.

.

.

หลายปีผ่านไป

 

ลูซี่พบว่ามันไม่ใช่ความฝัน เธอกำลังมีชีวิตอยู่จริงๆ เธอพูดคุยและพบผู้คนมากมาย ได้ทำในหลายๆสิ่งที่ต้องการและวาดฝันมาตลอด ตอนนี้เธอทำงานเป็นเจ้าของร้านดอกไม้เล็กๆ บางครั้งก็ไปเป็นช่างภาพนอกสถานที่ เธอมีความสุขกับสิ่งเหล่านี้มาก ทุกๆอย่างเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับเธอ

ไม่มีใครเรียกเธอว่าหนูน้อยหมวกแดงอีกแล้ว

เธอมีรูปร่างหน้าตาที่ดึงดูดใจผู้คน หนุ่มๆตามจีบยาวเป็นหางว่าว และสาวๆก็เข้าหาเพื่อขอเคล็ดลับกันมากมาย แต่ลูซี่ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ เธอดูแลตัวเองเหมือนที่คนอื่นทำ บางครั้งสาวๆก็ถามไถ่เรื่องความรักของเธอพร้อมเหล่าหนุ่มๆที่หูผึ่งรอฟัง ลูซี่มักจะตอบด้วยรอยยิ้มและบอกว่าเธอไม่สามารถรักใครได้ ซึ่งเธอไม่เคยอธิบายเหตุผล

-เพราะหัวใจของเธอมีเพียงเจ้าหมาป่าขนชมพูเท่านั้น-

“คุณลูซี่ ผม ผม…ผมชอบคุณมานานแล้ว ได้โปรดคบกับผมทีนะครับ” บทสารภาพรักคร่ำครึนี่แทบจะเป็นกิจวัตรนึงของเธอไปแล้ว ลูซี่ฟังมันแทบทุกวันจากผู้ชายมากหน้าหลายตา แต่เธอก็ไม่ได้ทำหน้าเอือมหรือหันไปแวดใส่ เธอเพียงแค่ขอโทษเบาๆและปฏิเสธอย่างสุภาพเท่านั้น

 

ได้เวลาปิดร้านของวันนี้แล้ว วันนี้เธอปิดเร็วกว่าปกติถึงสี่ชั่วโมง เนื่องจากมีงานพิเศษอย่างการไปเป็นตากล้องขาจร แน่นอน เธอสามารถปฏิเสธได้ แต่เธอไม่ทำ

เพราะอะไรน่ะเหรอ

คำตอบมันง่ายนิดเดียว

ที่ๆเธอจะไปวันนี้คือหมู่บ้านที่เธอจากมา หมู่บ้านที่เรื่องราวทั้งหมดเริ่มขึ้น

สถานที่แห่งความทรงจำล้ำค่าที่เธอไม่เคยได้กลับไป เพราะแม่ของเธอกลัวว่าเธอจะกลับไปเก็บตัวแบบตอนที่พึ่งจะจากมา แต่ตอนนี้เธอโตพอแล้ว เลย์ล่าจึงไม่อาจห้ามได้

.

.

.

ในที่สุดงานของวันนี้ก็เสร็จ  คู่รักนักสะสมภาพขอให้เธอไปถ่ายตามสถานที่ต่างๆมากมาย มีมุมที่หลากหลายและน่าสนใจ ตอนนี้พวกเขาทั้งคู่ขอตัวกลับไปพักที่โรงแรมขนาดเล็กที่พึ่งจะสร้างได้ไม่นาน ที่จริงเธอก็ควรจะไปเช่นกันเนื่องจากมีถ่ายต่อตอนช่วงสาย

แต่ได้กลับมาทั้งที จะพลาดโอกาสได้ยังไงล่ะ

จนถึงวันนี้ลูซี่ยังคงไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร กับการที่เธอสามารถหลุดจากวงจรนั้นและเติบโตขึ้น ทุกอย่างมันช่างน่าพิศวง เธอและนัตสึวนลูปอันแสนหน่ายมานับไม่ถ้วน หาวิธีมาก็มากแต่ไม่เคยสำเร็จ แต่อยู่ดีๆมันก็จบลงซะงั้น

เธอยังคงเดินไปทางเดิม ยามค่ำคืนช่างเงียบสงบ บรรยากาศอันน่าคิดถึงล้วนกระตุ้นความทรงจำที่แสนจะพิเศษให้ผุดขึ้นมา เธอไม่เคยลืมมันสักครั้ง ทั้งน้ำเสียงและรอยยิ้ม กระทั่งสัมผัสอุ่นๆที่ฝ่ามือของเขา

หิงห้อยสองตัวบินผ่านหน้าเธอไปอย่างช้าๆ ก่อนที่ตัวอื่นจะเริ่มตามมา ลูซี่มองภาพนั้นด้วยสายตาปลดปลง

“ลองไปที่นั่นดูแล้วกัน”เธอกล่าว ก่อนจะหมุนตัวแล้วเดินไปตามเส้นทางที่ยังพอจำได้ มันคือทางที่เธอไปกับเขาเป็นที่สุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป สถานที่ที่งดงามที่สุดที่ดวงตาสีน้ำตาลเคยพบ

เธอยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีวี่แววว่าจะพบกับทุ่งกว้าง เสียงจิ้งหรีดเรไรดังก้องราวกับบทเพลงขับกล่อม 

-ไม่เจอ-

เธอยืนอยู่ในจุดที่มันน่าจะเป็นทุ่งนั่น ทุ่งที่เธอกอดเขาในคืนนั้น แต่มันไม่ใช่ ที่ตรงนี้เป็นทะเลสาบที่มีหินก้อนใหญ่ตั้งอยู่เพียงเท่านั้น ลูซี่เริ่มสับสน เธอมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้หลงทาง 

“ทำไมมันถึงไม่ใช่ทุ่งล่ะ”

ในขณะที่เธอเริ่มสั่นไปด้วยสิ้นหวัง แสงจันทร์กลับส่องสะท้อนไปที่หินขนาดใหญ่ เมื่อมองดีๆจะรู้ว่ามีรอยอะไรบางอย่างสลักเอาไว้อยู่

เธอเดินเข้าไปใกล้ พยายามใช้แสงจากกล้องและไฟฉายขนาดเล็กเพื่อส่องดู

แล้วเธอก็ต้องทรุดลงกับพื้นเพราะสิ่งที่ถูกเขียนอยู่ในนั้น

 

-โย่ หลุยจิ สบายดีรึเปล่า ตอนที่เธอมาอ่านเจ้านี่น่ะทุกอย่างคงจะเปลี่ยนไปแล้วสินะ เธอชอบทุ่งที่ฉันพามาดูใช่ไหม? ฉันจะดีใจมากถ้าเธอชอบมัน เธอคงจะทำหน้าตลกอยู่แน่ๆเลยล่ะ ตกใจสินะที่ฉันสามารถเขียนหนังสือได้ แน่นอน  เพราะฉันคือท่านหมาป่าผู้ยิ่งใหญ่ยังไงล่ะ ฮ่าๆๆ

อ่า…มาเข้าเรื่องสำคัญกันเถอะ ตั้งใจอ่านดีๆนะ

ในที่สุดฉันก็พบวิธีที่เราจะหยุดเรื่องราวพวกนี้แล้วล่ะ เธอจำได้ไหม เราไม่สามารถออกนอกเหตุการณ์ได้ กลางคืนหลังจากเรื่องราวจบจะจำกัดพื้นที่ของเรา  แต่ดูสิ ฉันเจอที่นี่ เจอตอนกลางคืนด้วย แปลกไหม ฉันยังรู้สึกตกใจเลยล่ะ ที่น่าแปลกไปกว่านั้น ฉันเจอหนังสือเล่มนึงด้วย 

บนปกมันเป็นชื่อของเธอล่ะยัยหนูน้อยหมวกแดง พอฉันลองเปิดเข้าไปดู มันก็มีอะไรน่าสนใจเต็มไปหมด มันเหมือนกับเรื่องราวของเราเลย ฉันนั่งอ่านมันไปเรื่อยๆจนไปเจอกับประโยคนึงเข้า รู้ไหมว่ามันเขียนว่าอะไร  ไม่รู้ล่ะสิ งั้นฉันจะบอกเอง ฮี่ๆ

มันบอกว่าถ้าเธอมาเจอที่นี่เรื่องทุกอย่างจะจบลง เพราะทุ่งตรงนี้น่ะเป็นสถานที่นอกเหนือจากบทของเรา วันไหนก็ตามที่เธอมาที่นี่ได้ มันแปลว่าจะไม่มีวันต่อไปของเราอีกแล้ว และคนที่จะได้ก้าวต่อไปมีแค่คนเดียวเท่านั้น

อา…ฉันรู้ มันหมายความว่าจะมีแค่คนเดียวที่สามารถหลุดจากเรื่องราวน่าสมเพชนี่ ส่วนอีกคนก็ต้องต้องเสียสละสินะ

ขอโทษนะที่อุบเอาไว้ ขอโทษที่ฉันเห็นแก่ตัว ฉันก็แค่อยากอยู่กับเธอไปเรื่อยๆแบบนี้ จะตายกี่ครั้งก็ได้ จะนานแค่ไหนก็ได้ เพราะยังไงตอนจบเราก็จะได้มานั่งอยู่ด้วยกันไง

ฉันน่ะ ชอบเวลาที่เราอยู่ด้วยกันที่สุดเลยยัยบ๊อง

อ่า….ฉันรู้ เธออยากจะรีบจบมัน เธออยากจะลองใช้ชีวิตแบบอิสระ ก็เธอมักจะพูดอยู่เสมอเลยนี่นา

ฉันทำไม่ได้ ฉันไม่กล้าพอที่จะบอกวิธีนี้ แต่ฉันก็รู้ว่าเธอต้องการ เพราะงั้นฉันก็เลยถามเธออยู่ตลอดไงว่าสนใจจะไปสถานที่สวยๆรึเปล่า…มันไม่ใช่บทหรอกนะ

ลูซี่ ฉันหวังว่าเธอจะไม่โกรธที่ฉันปิดปากเงียบเรื่องนี้เอาไว้ตั้งนาน

ถ้าเธอได้อ่านข้อความนี้ ฉันคงไม่อยู่แล้วใช่รึเปล่า เธอคงจะโตขึ้นด้วยสินะ

นี่ลูซี่ เธอมีความสุขไหม ฉันทำตามสัญญาของเรา มันจบจริงๆ เธอเป็นอิสระแล้วลูซี่

ฉันหวังว่าสักวันนึงเราจะได้เจอกันอีกครั้ง ไม่ใช่ในฐานะหมาป่ากับหนูน้อยหมวกแดง แต่เป็นแค่ลูซี่กับนัตสึ เป็นคนธรรมดาที่สามารถกำหนดตอนจบด้วยตัวเองได้ เป็นคนธรรมดาที่ไม่ต้องเห็นอีกฝ่ายตายไปก่อน

บ้าจริง! ฉันจะได้บอกความรู้สึกที่มีรึเปล่า ฮ่าา ฉันพนันได้เลยว่าฉันต้องทำถ้าเวลานั้นมาถึง

ขอโทษอีกครั้งที่ไม่เคยบอก และขอบคุณที่มีชีวิตอยู่จนได้มาอ่านข้อความนี้

ถึงมันจะไม่ได้กำหนดว่าใครต้องเสียสละ แต่เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันเลือกอะไร

อย่าเสียใจกับมันนะ ห้ามเด็ดขาด เธอจะต้องยิ้มและมีเพื่อนเยอะๆ ตอนนี้เธอสามารถทำในสิ่งที่เธอต้องการมาตลอดได้แล้ว

ไม่ต้องห่วง เพราะฉันก็มีอิสระเหมือนกัน ได้รับมันมานานมากแล้วด้วย

จะบอกก็ได้นะ กลัวเธอจะน้อยใจอีก ฮ่าาาา

อิสระของฉันน่ะ คือเวลาที่ได้อยู่กับเธอไง

ถ้าไม่มากเกินไปล่ะก็ ขอร้องล่ะ ช่วยเก็บฉันไว้ในความจำของเธอทีนะ

ลูซี่ อย่าร้องไห้ง่ายๆ แล้วก็ช่วยสนุกในส่วนของฉันด้วยล่ะ -

 

เมื่ออ่านจบลูซี่ก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง มันเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน สิ่งที่นัตสึรู้และทำเพื่อเธอ สิ่งที่เขาเก็บเอาไว้คนเดียว

เธอก้มไปเก็บหินก้อนนึงมาอย่างสั่นๆ กำมันไว้แน่นก่อนจะเริ่มเขียนข้อความต่อจากนั้น

-นัตสึ ฉันสบายดี แน่นอนว่าโตขึ้นมาๆเลย ไม่ใช่เด็กๆแบบตอนนั้นอีกแล้ว

 จริงสิ ฉันมีเพื่อนแล้วก็มีคนมาชอบเยอะเลยล่ะนะ ถ้านายเห็นต้องไม่ชอบใจแน่ๆ

ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่านายจำคำสัญญาพวกนั้นได้ นายไม่ผิดเลยนัตสึ ไม่ผิดเลยจริงๆที่จะไม่บอกเรื่องนี้ เพราะถ้าเป็นฉัน ฉันก็มั่นใจว่าจะทำแบบเดียวกัน

ถึงจะบอกแบบนั้นแต่ฉันก็โกรธเป็นนะยะ โกรธที่สุดเลยที่นายทำอะไรแบบนี้ โกรธที่นายไม่เคยบอก โกรธที่นายทิ้งฉันไว้ โกรธที่สุดเลย!

แต่ว่า ฉันเป็นคนใจดี เพราะงั้นจะหายโกรธก็ได้!

นัตสึ ขอบคุณนะ สำหรับทุกอย่าง

ฉันก็เหมือนกัน ชอบเวลาที่เรานั่งคุยกันมากที่สุดเลยล่ะ อ้อ แล้วก็ชอบที่ๆนายพามาด้วยนะ มันสวยมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นเลย

นัตสึ ฉันเองก็หวังว่าสักวันนึงเราจะได้เจอกันอีกครั้ง

ฉันคิดถึงนายจริงๆนะ อ้ะ ขอโทษนะที่คิดอะไรแบบนี้ ทั้งๆที่คนที่เสียใจมากที่สุดคงจะเป็นคนที่รู้ทุกอย่างแบบนาย

นัตสึ ไม่ต้องกังวลนะ ฉันจะใช้ชีวิตเผื่อในส่วนของนายเอง เพราะงั้น ช่วยเฝ้ามองฉันจากสักที่นึงด้วยนะ

ไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่มีวันลืมนายเลยล่ะ

จริงสิ เรื่องที่นายพูดมาน่ะ ฉันก็เหมือนกัน

รักที่สุดเลย ขอโทษนะที่ไม่เคยบอก-

เมื่อเขียนเสร็จลูซี่ก็นั่งลงข้างๆหินก้อนนั้น เธอใช้สองมือโอบกอดตัวเองไว้แน่น ภาพในตอนที่สัญญายังตรึงอยู่ในหัว

 

ในตอนนั้นเธอกำลังเบื่อกับการวนลูปนี้เต็มทน และเริ่มไม่รู้จะสรรหาเรื่องอะไรมาพูดคุยกับเขา เธอเบื่อมัน เบื่อการทำแบบนี้ซ้ำๆแบบไม่รู้จบ จนสุดท้ายก็ไประบายกับเขาเช่นเคย

“นี่นัตสึ”

“มีอะไรรึเปล่าลูซี่”

“นายว่าสักวันนึง พวกเราจะสามารถหลุดพ้นจากเรื่องนี้ได้รึเปล่า”

“ต้องได้สิ สักวันนึงน่ะ”

“งั้นเหรอ นั่นสินะ ฉันอยากจะลองโตมากกว่านี้จัง อยากจะเพื่อนเยอะๆ แล้วก็อยากจะออกไปดูข้างนอกด้วย”

“งั้นเหรอ”

“อื้ม มันจะต้องสนุกแน่ๆเลยถ้าเรามีอิสระมากกว่านี้”

“เอาน่าลูซี่ เชื่อฉันสิ สักวันนึงฉันจะทำให้มันจบ สัญญาเลยล่ะ”

“อื้ม”

 

นี่คือบทสนทนาในตอนนั้นระหว่างพวกเขาทั้งสอง มันจบลงด้วยคำสัญญาที่ไม่น่าจะเป็นจริงได้ แต่ในตอนนี้ มันเกิดขึ้นแล้ว พวกเขาหลุดจากเรื่องราวนี้ได้จริงๆ

ไม่สิิ เธอต่างหากที่หลุดออกมาจากโลกนั้น เพียงคนเดียว

“นัตสึ ขอบคุณที่รักษาสัญญา”ลูซี่พร่ำออกมา มือสองข้างถูกยกขึ้นมาปกปิดดวงตาที่มีน้ำล้นเอ่อ

เสียงสะอื้นในยามค่ำคืนก้องไปทั่วผืนป่า คำสัญญาที่เป็นจริง มันควรจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับเธอ เพราะนี่เป็นสิ่งที่เธอเฝ้าฝันมาโดยตลอด

“ให้ฉันเป็นคนที่เสียสละแทนไม่ได้เหรอ”

‘ถ้ารู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้’

‘ถ้ารู้ว่าจะต้องเสียนายไป’

‘ฉันก็ไม่อยากได้หรอกนะนัตสึ’

‘ทั้งอิสระที่นายมอบให้ ทั้งช่วงเวลาที่ฉันกำลังดำเนินอยู่’

‘เพราะอิสระที่ฉันต้องการ’

‘คือการใช้ชีวิตไปพร้อมๆกับนายต่างหาก เจ้าหมาป่าโง่’

“ฮะๆอะไรของเธอเนี่ยลูซี่ เธอจะมาเสียใจไม่ได้นะ ลืมแล้วรึไงว่านัตสึไม่ชอบให้ร้องไห้”

“ตาบ้านั่นจะต้องเรียกเธอว่ายัยขี้แยอีกแหงๆ”

ลูซี่เงยหน้าขึ้นมา พ่นลมหายใจออกมาทางปากเบาๆ สายตาจดจ้องไปยังผืนทะเลสาบกว้าง คลื่นเล็กๆที่เกิดจากลมกระทบกันไปมาก่อนจะค่อยๆสงบ สองมือถูกใช้เพื่อปาดคราบน้ำตาออกจากใบหน้าหวาน

“ไม่ต้องห่วงนะนัตสึ ฉันจะใช้ชีวิตเผื่อในส่วนของนายเอง ฉันจะรักษาสิ่งที่นายมอบมาให้ดีที่สุด”

‘เพราะนายจะอยู่ในความทรงจำของฉัน-ตลอดไป’

 

 

สุดท้าย หนูน้อยหมวดแดงก็ไม่อาจคู่กับหมาป่า

.

.

.

.

.

.

.

ติ๊ดด ติ๊ดดดดด

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น ร่างของสาวผมบลอนด์สว่างค่อยๆลุกขึ้นมาด้วยท่าทางงัวเงีย  เธอหันไปปิดมันและเตรียมตัวลงจากที่นอน ก่อนจะพบว่ามีอะไรบางอย่างกำลังรั้วตัวเอาไว้แถมมีผ้าพันคอที่คุ้นเคยอยู่ที่มืออีกข้างด้วย

เธอเปิดผ้าห่มดูอย่างรวดเร็ว เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นร่างเจ้าของเรือนผมสีชมพูผู้ใช้เวทย์ดราก้อนสเลเยอร์เพลิงกำลังซุกอยู่ใต้ผ้าห่มของเธอและกำลังใช้แขนหนักๆนั่นพาดตัวเธออยู่

ไม่รอช้า หญิงสาวยกขาถีบร่างข้างๆด้วยแรงที่มีทั้งหมดทันที

 

ตุ้บ!

 

“โอ๊ย! มันเจ็บนะลูซี่”

“ใครใช้ให้นายมานอนบนเตียงของฉันล่ะยะเจ้าบ้า”เธอตอบกลับไปเมื่อคนตรงหน้ายังคงทำท่าทางปกติ ราวกับว่าไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย

“ฉันไม่ได้มาคนเดียวซะหน่อย เนอะแฮปปี้”เขาหันไปถามบางสิ่งที่อยู่บนหัวเตียง เมื่อหันไปมองลูซี่ก็พบกับเอ็กซีสต์สีฟ้าเจ้าปัญหาที่ชอบขอปลาเธอประจำ

“ไอล์ ลูซี่บ่นอีกแล้วล่ะนัตสึ”

“พวกนายนี่มัน!! กลับไปซะ!” เธอตะโกนขึ้นอีกครั้ง พร้อมดันผู้บุกรุกให้ออกไปจากบ้าน พวกเขาคือเพื่อนร่วมทีมอันแสนสำคัญของเธอ แถมเธอยังค่อนข้างรู้สึกพิเศษกับเจ้าหัวชมพูด้วย

“เจอกันที่กิลด์นะลูซี่”

“ไอล์”

เมื่อทั้งสองออกไปแล้วเธอก็กุมหัวขึ้นเบาๆ ฝันเมื่อสักครู่ทำเอาเธอใจหายไม่น้อย ลึกๆข้างในรู้สึกจุกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก 

“เป็นฝันร้ายที่สมจริงชะมัด”เธอกล่าวออกมาก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป

 

เรื่องราวของหนูน้อยหมวกแดงและหมาป่าได้จบลง

พวกเขาไม่ได้คู่กัน

มันเป็นแบบนั้นเสมอ และจะเป็นไปชั่วนิรันดร์

มันคงจะดีไม่ใช่น้อยถ้าหากทั้งคู่สามารถเลือกตอนจบในแบบที่ต้องการได้

 

แต่ใครจะไปรู้  บางที

หนูน้อยหมวกแดงกับหมาป่าอาจหลุดจากเรื่องราวเหล่านั้นมาแล้ว

มีชีวิตใหม่ที่เป็นอิสระจากบทบาท

และตอนนี้พวกเขาอาจกำลังกำหนดตอนจบในแบบที่ตนต้องการสักแห่งก็ได้

นั่นสินะ มันอาจจะเป็นแบบนั้นจริงๆ

หรือว่า

คุณอยากจะลองเป็นผู้กำหนดเรื่องราวบทใหม่ของทั้งคู่ดูล่ะ :)

 

End


เป็นอย่างไรกันบ้าง

ยินดีด้วย พวกท่านได้เดินทางมาจนถึงจุดสิ้นสุดของเรื่องแล้ว

โปรดอย่างกังวล

เพราะงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา

และเช่นกัน

งานเลี้ยงก็สามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ

ไว้พบกันในโอกาสหน้า

เอาล่ะ

เชิญพวกท่านปิดหนังสือเล่มนี้ลง

เราหวังว่ามันจะเป็นหนึ่งในหนังสือที่พวกท่านจะนึกถึงเมื่อเวลาผ่านไป


สวัสดีค่ะทุกคน ก่อนอื่นเลย ขอบคุณนะคะที่เข้ามาอ่านเรื่องสั้นที่ไม่สั้นนี้ (ใช่มันยาวมากสำหรับเรื่องสั้น)

พล็อตนี้เป็นพล็อตที่ไรท์อยากจะลองเขียนมานานมากกกกก  ไม่ได้ลองสักทีเพราะกลัวว่าจะสื่อออกมาได้แย่ ฮ่าา  แต่ในที่สุด! ไรท์ก็สามารถเขียนมันออกมาได้ค่ะ//ตื่นเต้น!!!  แม้จะใช้เวลาและความยาวที่มากไปหน่อย โดยเฉพาะบทเปิดและบทปิดที่นั่งพยายามย่อคำแล้ว(มันได้แค่นี้จริงๆค่ะแง)

หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ เอาล่ะจากกันไปด้วยภาพปกนั่นเองค่า

ปล. สำหรับคนที่ผ่านไปผ่านมาฝากเรื่องยาวที่จบแล้วอย่าง   Fic Fairy tail คำอธิษฐานของใจ   ไว้ด้วยนะคะ

RBnanafa  

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 NatchaLawakul (จากตอนที่ 1)
    19 ต.ค. 64 / 15:51 น.
    ผู้ที่จะกำหนดให้2คนนี้คู่กันคือ ฮิโระมาชิมะค่ะ! ถ้าเควส100ปีไม่ได้คู่กัน แฟนๆนาลูคงถล่มบ้านอาจารย์แน่ๆ
    #2
    1
    • #2-1 RBnanafa (จากตอนที่ 1)
      19 ต.ค. 64 / 19:25 น.
      โมเมนต์เยอะขนาดนี้ยังไม่บอกรักกัน บ้าไปแล้วค่ะ!
      #2-1
  2. 19 ต.ค. 64 / 01:00 น.

    ฉากที่รู้ความจริงทั้งหมดทำเอาน้ำตาซึมเลยค่ะ รอติดตามผลงานเรื่องหน้าของไรท์นะคะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-09.png

    #1
    1
    • #1-1 RBnanafa
      19 ต.ค. 64 / 19:24 น.
      ขอบคุณนะคะ🥺❤
      #1-1