Delta Online

ตอนที่ 5 : บทที่ 3 เพื่อน (รอรีไรท์ 1 ไม่ได้ลบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 ส.ค. 57

 

บทที่ 3 เพื่อน!?

 

“กร๊าซซซ” เสียงขู่ดังมาจากด้านข้าง ทำให้ดลยุทธ์รีบหันไปมอง จึงพบกับดวงตาสีทับทิมเข้มในเงามืด มันพุ่งออกมาจากเงาอย่างรวมเร็ว และกระโจนใส่ทันที! ดลยุทธ์เอี้ยวตัวหลบร่างยักษ์ที่กระโจนเข้าใส่ เขาจึงเห็นสิ่งที่มุ่งทำร้ายเขา นัยน์ตาสีชมพูทับทิมเข้ม ดูน่าเกรงขาม ขนยาวสลวยสีเงินยวง และกรงเล็บยาวคม มันกำลังแยกเขี้ยวขู่เขาอยู่

“หมาป่าจันทร์ทรา เลเวล15 เตรียมโจมตี”

 

“เฮ้ย นี่มันป่าเมืองเริ่มต้นไม่ใช่เหรอ ทำไมมีมอนเตอร์เลเวล 23 ด้วยเล่า” ดลยุทธ์โวย ก็เขาจำได้นี่ว่าออนไลน์เคยบอกว่า ป่าเริ่มต้นมีสูงสุดแค่เลเวล6 นี่!

 

ยังไม่ทันที่ออนไลน์จะตอบ หมาป่าจันทร์ทราวิ่งเข้าใส่อีกรอบ มันกางกรงเล็บข่วนใส่ชายหนุ่ม ซึ่งคราวนี้เขาหลบไม่ทัน

 

37

 

ตัวเลขค่าความเสียงหายที่มากกว่าทุกครั้ง ทำให้ชายหนุ่มเริ่มคิดหนัก โดนโจมตีหนึ่งครั้ง เสียไป37 เลือดเขาตอนนี้...ขึ้นเลเวลสองมันขึ้นมาเท่าไหร่หว่า

 

“ท่านขอรับ นั่นมันป่าความฝัน นี่มันป่าเรมิเอล ป่าเรมิเอลมีมอนเคอร์สูงกว่าป่าความฝันมากขอรับ มอนเตอร์จะเลเวลสูงขึ้นตามเขต”  ออนไลน์อธิบายด้วยน้ำเสียงรียบ ๆ

 

ชายหนุ่มเรียกหน้าต่างค่าสถานะขึ้นมา พลางหลบหมาป่าจันทร์ทราไปมา

 

สถานะผู้เล่น

 

ชื่อ : เดลต้า

ชื่อเล่น :

เผ่าพันธุ์ : -

เลเวล : 2

พลังชีวิต : 163 / 200

พลังเวท : 20 / 20

ค่าประสบการณ์ : 0

พลังโจมตี : 20

พลังความแม่นยำ :  3

ค่าโชค : 2

 

            ดลยุทธ์ไล่มองค่าสถานะของตนทั้งหมด ขณะเดียวกันก็หาจังหวะเหมาะ เตะใส่หมาป่าจันทร์ทรา ร่างยักษ์ของมันเซไปเล็กน้อย มันสะบัดหัวไล่ความงุนงง หันมาจ้องชายหนุ่มเขม็งอีกครา

 

            18

 

            ชายหนุ่มเริ่มคิดเซ็ง ๆ กับพลังโจมตีของตน อะไรมันจะต่ำได้ขนาดนี้กัน มอนเตอร์สี่ขาไม่ให้เวลาชายหนุ่มคิดคำนวนอะไรมาก มันกระโจน

 

            “เฮ้ย!” ดลยุทธ์เตะใส่เริ่มสาวเท้าวิ่งหนี หมาป่าจันทร์ทราไล่กวดไม่ลดละ มันเงื้ออุ้งเท้าพร้อมตะปบเหยื่อของมัน ทันใดนั้นเอง โลหะสีเงินแวววาวก็เฉือนขาหน้าของมัน ทำให้มอนเตอร์สี่ขาถอยหลังไปเล็กน้อย มันแยกเขี้ยวขู่ใส่ผู้มาใหม่ ดลยุทธ์ที่รับรู้ถึงความผิดแปลกไปของเจ้าหมาป่าจันทร์ทรา ทำให้เขาหันกลับมามอง จึงพบแผ่นหลังกว้างยืนหันหลังให้เขาอยู่ ชายผู้มาใหม่เปิดฉากต่อสู้กับมอนเตอร์เลเวล15 เปลี่ยนเป้าหมายไปยังผู้มาใหม่แทน ดลยุทธ์ยืนมองการต่อสู้ระหว่างผู้เล่นกับมอนเตอร์ ผลัดกันรุกและรับไปมา เขาจดจำวิธีการต่อสู้ ถึงขาจะไม่ได้สู้กับตัว แต่ดูคนอื่นสู้มันก็...พอกันล่ะนะ

 

            “นายท่านขอรับ ไม่คิดเข้าไปช่วยเขาหน่อยหรือ” ออนไลน์ถาม

 

            “ขืนเข้าไป ฉันก็เป็นตัวเกะกะน่ะสิ เผลอ ๆ ทำให้เขาแพ้อีกต่างหาก และถ้าเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยฉันไม่ได้ร่วมสู้ น่าจะพอช่วยรักษาอะไรเขาได้บ้าง” ชายหนุ่มตอบ เพราะหลังจากการตีมอนเตอร์ไปสักพัก เขาได้เปิดคลังเก็บของขึ้นมาดู และอ่านวิธีการใช้ของแต่ล่ะอย่าง ทำให้รู้ว่าไอเท็มหลายอย่างใช้เป็นยารักษาได้

 

            การต่อสู้จบลงหลังจากนั้นราวห้านาที ร่างของมอนเตอร์นอนแน่นิ่งไปกับพื้น ค่อยๆ สลายเป็นแสงสีแดงอ่อนลอยขึ้นไปบนฟ้า พร้อมกันนั้นอีกร่างทรุดตัวลง

 

            “เฮ้ย! เป็นอะไรรึเปล่า?” ดลยุทธ์รีบวิ่งไปดูอาการ อีกฝ่ายโบกมือไปมาคล้ายบอกว่า ไม่เป็นไร ชายปริศนาพยายามพยุงตัวขึ้นมายืน หากแรงมีไม่พอ จึงล้มลงไป ดลยุทธ์เห็นท่าไม่ดี จึงย่อตัวลงช่วยพยุงชายผู้นั้นไปพักใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ชายหนุ่มสังเกตเห็นที่แขนด้านซ้ายมีเลือดไหลออกมา

 

            “ขอบคุณ” เขากล่าวเบา ๆ อย่างอ่อนแรง ตาของเขาที่ปิดลง รวมถึงการหายใจของเขาแสดงให้เห็นว่าเสียพลังงานสุ้กันหมาป่าจันทร์ทราไปมากเท่าใด

 

“โทษทีนะ ขอใช้เนื้อสไลม์ทาแผลหน่อย” ดลยุทธ์กล่าว แล้วจัดการเอาเนื้อนิ่ม ๆ ของสไลม์สีเขียวใสทาไปบนแขนข้างที่โดนแผล ชายปริศนาร้องออกมาเบา ๆ ยามมีอะไรกระทบแผล ดลยุทธ์จัดการทำแผฃให้เรียบร้อย

 

“ขอบคุณ” ชายปริศนาบอกอีกครั้ง ก่อนเข้าสู่ห้วงนิทรา

 

“อ้าว หลับไปซะแล้ว” ดลยุทธ์ว่า เมื่อได้ยินเสียงลมหายใจอันแผ่วเบาเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ

 

“ออนไลน์ เอาไงดีล่ะ นี่ก็มืดแล้วด้วย...”

 

“นายท่านจะทิ้งเขาไว้หรือเปล่าล่ะขอรับ” ออนไลน์ถามกลับ

 

“ไม่ทิ้งไว้อยู่แล้วสิ” ดลยุทธ์ตอบกลับทันควัน

 

“งั้นก็เปิดหาวิธีไล่มอนเตอร์ในคู่มือการเล่นนะขอรับ” เมื่อฟังออนไลน์เสร็จ ชายหนุ่มจึงเปิดคลังเก็บของ จัดการเอาคู่มืออกมา และเริ่มเปิดหาวิธีการ

 

ผ่านไปราวสิบนาที ดลยุทธ์เอาไม้การก่อไฟไล่มอนเตอร์ตามวิธีในหนังสือ เขาคิดหลาย ๆ เรื่องขณะพยายามก่อไฟ จึงพบว่าเกมออนไลน์ที่เขาเคยอ่านในอินเตอร์เน็ตไม่ได้เป็นไปตามนั้นเสียทุกอย่าง และ...ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด จากเข้าเล่มเกมจนถึงตอนนี้ เขาไม่ได้เก่งเทพเวอร์ดั่งพระเอกในนิยาย หรือซวย ห่วยสุด ๆ อย่าตัวละครบางตัว...เขาคิดว่าน่ะนะ อย่างน้อยเขาก็สู้ชนะบ้าง ไม่ได้ซวยตลอดกาล การเล่นครั้งแรกของเขาค่อนข้างยากเลยทีเดียว พื้นฐานอะไรก็ไม่มี ไม่เคยเล่นเกมเลยด้วย ยิ่งเกมออนไลน์ปัจจุบันที่ตัวเราเข้ามาในเกมยิ่งยากเข้าไปอีก ราวกับนี่เป็นอีกโลกที่เขาต้องเอาชีวิตรอด แต่ก็นะ เพราะแบบนี้ล่ะ เขาถึงเริ่มรู้สึกสนุกเสียแล้วสิ เกมออนไลน์นี่น่าสนใจจริง ๆ

 

สองชั่วโมงต่อมา หลังดลยุทธ์ก่อไฟเสร็จ เขาจัดการเอาเนื้อสไลม์ส่วนที่ไม่เละ หรือนิ่มเป็นวุ้นที่ยังพอมีอยู่เสียบไม้ย่างกับไฟ บางทีเขาก็คิดว่า เนื้อสไลม์คือเนื้ออเนกประสงค์ชัด ๆ รักษาก็ได้ กินก็ได้ สงสัยต้องเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับมอนเอร์ตัวนี้เสียแล้วสิ

 

กลิ่วหอมของเนื้อย่างปลุกให้อีกร่างตื่นขึ้นเพราะความหิว แสงจากกองไฟสว่างนั้นทำให้เขาต้องหยีตา และกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับสายตาให้เข้ากับแสง ชายคนนั้นค่อย ๆ เขาค่อย ๆ ดันร่างขึ้นมาเพื่อนั่งให้สบายขึ้น เสียงขยับร่างของเขาก็ดังพอที่ดลุยทธ์จัรู้ แล้วหันกลับมอง

 

“อ้าว ตื่นแล้วเหรอ” ดลยุทธ์ ชายคนนั้นพยักหน้าให้เล็กน้อย ดลยุทธฺจึงกล่าวต่อว่า

 

“หิวรึเปล่า มีเนื้อสไลม์ย่างแหน่ะ รสชาติใช้ได้นะ” ไม่พูดเปล่า เขาหยิบไม้สไลม์ย่างที่สุกแล้วยื่นให้ ชายหนุ่มผงกหัวขอบคุณ แล้วหยิบมากิน พร้อมกับขยับตัวมานั่งใกล้กองไฟ ใช้เวลาเพียงไม่นาน สองหนุ่มก็จัดการเนื้อย่างทั้งหมดเรียบร้อย

 

“ขอบคุณนะครับที่เข้ามาช่วย” ดลยุทธ์พูดทันทีหลังกินเสร็จ

 

“ไม่ต้องขอบคุณหรอก จริง ๆ แล้วผมต้องเป็นฝ่ายขอบคุณเสียมากกว่า” เขาตอบกลับ ดลยุทธ์เลิกคิ้วด้วยความสงสัย นั่นทำให้ชายปริศนาอธิบายเพิ่ม

 

“ผมกำลังทำเควสน่ะครับ ให้มาหาเขี้ยวหมาป่าจันทรา โดยปกติมันจะอยู่กันเป็นฝูง แต่เผอิญผ่านมาเจอแบบตัวเดียวพอดี แล้วก็ขอบคุณที่ช่วยรักษาแผลกับอาหารด้วยนะครับ”

 

“งั้นเองเหรอ แต่ยังไงก็ขอบคุณจริง ๆ นะครับ ถ้าไม่ได้คุณผมคงเกมโอเวอร์ กลับไปอยู่ในวิหารนักเดินทางแล้วล่ะ เอ้อ ลืมแนะนำตัวไปเลย ผมเดย์ครับ” ดลยุทธ์พูด พลางยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

 

“ผมณัฐครับ ยินดีที่ได้รู้จัก” ณัฐชนนแนะนำตัวบ้าง

 

“เช่นกันครับ”

 

“จริง ๆ ไม่ต้องพูดสุดภาพกับผมก็ได้ครับ ดูแล้วเราน่าจะอายุไล่เลี่ยกัน” ณัฐชนนบอก

 

“หืม อายุเท่าไหร่เหรอครับ ผม20

 

“เท่ากัน”

 

“โอเค งั้นเราเลิกใช้คำสุภาพ” ณัชนนพยักหน้ารับ

 

“นายเป็นผู้เล่นใหม่หรือเปล่า” ณัฐชนนหันมามองดลยุทธ์ เป็นครั้งแรกที่เขาได้เหห็นหน้าเพื่อนใหม่คนนี้เต็ม ๆ  ตาสีฟ้าใสขี้เล่นนิด ๆ ผมสีน้ำตาลยุ่ง ๆ ผิวค่อนข้างขาว ใบหน้าที่จัดได้ว่าหล่อเลยทีเดียว รูปร่างสูง จากที่เขาจำได้น่าจะสูงราว ๆ 180 เซนท์ติเมตร

 

“ใช่ เพิ่งเล่นวันนี้วันแรกเลยล่ะ” ดลยุทธ์ตอบ

 

“วันแรก? ทำไมเข้ามาในป่าลึกขนาดนี้ล่ะ”

 

“ตีสไลม์เพลิน ไป ๆ มา ๆ เลยอยู่ในนี้นี่ล่ะ”

 

“ฮ่า ๆ ๆ งั้นเองเหรอ”

 

“นายล่ะ”

 

“ก็อย่างที่บอก มาทำเควส จริง ๆ ก็มากับเพื่อนล่ะนะ แต่ดันหลงมาซะได้” เมื่อได้ฟังดลยุทธ์จึงเลิกคิ้วสงสัยอีกครั้ง

 

“แล้วจะออกจากป่ายังไงล่ะเนี่ย”

 

“รอพรุ่งนี้เช้าล่ะมั้ง ตอนนี้มอนเตอร์เยอะ”

 

“นั่นสิ พรุ่งนี้ฝากนำทางด้วยนะ ฉันหลงป่าน่ะ” คราวนี้ถึงตาณัฐชนนเลิกคิ้วบ้าง ก่อนหัวเราะออกมาเล็กน้อย

 

“ได้อยู่แล้ว ถ้าไม่กลัวฉันพาหลงน่ะนะ”

 

“เออ ถ้าจะหลงก็หลงกันสองคนนี่ล่ะ” ณัฐชนนเรียกหน่างบานหนึ่งขึ้นมา ดลยุทธ์องอย่างสงสัยแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรจนกระทั่ง

 

คุณได้รับคำขอเป็นเพื่อนจาก ข้าคือณัฐ

ตกลง                                     ไม่ตกลง

 

ดลยุทธ์เหลือบมองณัฐชนนเล็กน้อย แล้วกดตกลง หลังจากนั้นทั้งคู่คุยกันต่ออีกเล็กน้อย ค่อยแยกย้ายกันไปนอน

 

แสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณส่องแสงเจิดจ้า ปลุกทั้งผู้เล่นและมอนเตอร์ให้ตื่นจากนิทรา...มีเพียงชายหนุ่มทั้งสองที่ยังหลับอุตุไม่สนใจแสงนั้นเลยสักนิด ยังพลิกตัวหนีแสงอีกอย่างดลยุทธ์และณัฐชนน

 

“นายท่านขอรับ เลิกนอนกินบ้านกินเมืองเถอะขอรับบบ” เสียงกวน ๆ จาก AIเจ้าเก่าเจ้าเดิมปลุกเจ้านายตนพร้อมเปิดเพลง “ตื่นเถิดชาวไทย” ให้เสร็จสรรพ

 

“ฮ้าว” ดูเหมือนวิธีปลุกของออนไลน์จะได้ผล เมื่อดลยุทธ์หาวออกมา ก่อนจะขยี้ตาอย่างงัวเงีย หลังเริ่มหายเบลอ คำถามแรกในหัวดลยุทธ์คือ ออนไลน์มันไปเอาเพลงมาจากไหนวะ

 

“อรุณสวัสดิ์ ฮ้าววว” เสียงทักทายยามเช้าที่ดูยังง่วง ๆ อยู่ดังขึ้น นั่นทำให้ดลยุท์เลิกสนใจคำถามในหัวไปสนใจคนทักแทน

 

“รุณหวัด” เขาตอบกลับ

 

 “พร้อมไปเลยไหม?” ณัฐชนนถาม

 

“หาอะไรกินก่อน” ดลยุทธ์ตอบทันที เพราะท้องเขาจะเริ่มประท้วงหาของกินแล้วสิ

 

“ฮ่า ๆ  ๆ นายทำนะ ฉันทำอาหารไม่เป็น” ณัฐชนนว่าพลางเปิดคลังของหยิบเนื้อบางส่วน จานชามที่พอมี กับเครื่องปรุง ให้ดลยุทธ์ ซึ่งดลยุทธ์ก็รับมา ทำท่าตะเบ๊ะ แล้วไปจัดการทำอาหารทันที

 

ดลยุทธ์เอาเนื้อใส่จานหมักกับเครื่องปรุง เปิดคลังหยิบของมาก่อไฟอีกครั้ง หลังจากไฟเมื่อวานได้มอดลง คราวนี้เขาก่อไฟได้เร็วขึ้นกว่าก่อนเพราะเริ่มเข้าใจถึงวิธีการ เมื่อไฟติดแล้ว เขานำเนื้อหมักมาเสียบไม้ที่พอเหลือมาเสียบ เอามาย่าง เวลาเพียงไม่นาน กลิ่นหอมของเนื้อก็เริ่มโชยออกมาเรียกน้ำย่อยจากคนทั้งสองได้ดี จากเนื้อสีเขียวบัดนี้ได้เปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม มีรอยน้ำตาลไหม้ ๆ นิด ๆ ประปาย

 

สองหมุ่นแบ่งเนื้อคนละครึ่ง เมื่อเนื้อสำผัสกับลิ้น เนื้อนิ่มกินง่าย กับรสหวาน มัน เค็มผสมเข้ากันอย่างกลมกล่อม ฝีมือการทำอาหารของดลยุทธ์ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ !

 

“นายทำอาหารเก่งจังแฮะ ฝึกจากไหนเนี่ย” ณัฐชนนพูดทั้ง ๆ ที่อาหารยังเต็มปาก

 

“ที่บ้านสอนน่ะ” ดลยุทธ์ตอบกลับแบบอาหารเต็มปากเช่นกัน

 

“นี่นายท่านขอรับ เวลากินข้าวน่ะ อย่าพูดไปด้วยสิขอรับ มันดูไม่ดี” AIออนไลน์กล่าวเตือน

 

“ออนไลน์...เฮ้อ” ดลยุทธ์ได้เพียงชื่อ ก็ถอนหายใจออกมา อะไรฟะ ทำไมเขาต้องมีไอ้ออนไลน์นี่เป็นAIเค้าด้วย!!!

 

“ออนไลน์?” ณัฐชนนเลิกคิ้ว ทวนสิ่งที่ได้ยิน

 

AIฉันเองน่ะ” ดลยุทธ์จัดการเรียกหน้าต่างบานหนึ่งขึ้นมา แล้วตั้งค่าให้ณัฐชนนได้ยินเสียงAIของตน ระบบของAIก็ดีอย่าง อยากให้ใครได้ยินก็ได้ ไม่อยากให้ใครได้ยินก็ทำได้

 

“เอ้า แนะนำตัวสิออนไลน์”

 

“สวัสดีขอรับท่านณัฐชนน กระผม ออนไลน์ AIของนายท่านเดย์ขอรับ” ออนไลน์แนะนำตัวอย่างสุภาพ จนดลยุทธ์เบ้ปากหมั่นไส้ แหมทีกับคนอื่นล่ะสุภาพจริ๊ง

 

“หืท AIนายเป็นผู้ชายเหรอเนี่ย”

 

“อืม” ดลยุทธ์ตอบเสียงเซ็ง ๆ ณัฐชนนจึงเปิดให้ดลยุทธ์ได้ยินเสียงAIเขาบ้าง

 

“สวัสดีค่ะ คุณเดย์ ดิฉันใบเฟิร์นAIของคุณณัฐค่ะ” เสียงหวานใสของAIทำให้ดลยุทธ์เกิดอิจฉาณัฐชนนขึ้นมาเล็ก ๆ ทำไมAIเข้าไม่น่าแบบนี้บ้างฟะ โลกช่างไม่ยุติธรรม

 

“เอาล่ะ อิ่มแล้ว จะเริ่มไปกันยัง” ณัฐชนนเอ่ยด้วยสีหน้าเบิกบาน

 

“อื้อ”

 

ทั้งสองจึงเก็บข้าวของ แล้วเริ่มออกเดิน...  

 

ในที่สุดก็ได้ลงแล้ววว เป็นปิดเทอมที่วินโดนลากออกไปข้างนอกบ่อยมาก ๆ จนไม่ค่อยมีเวลาแต่งเลยค่ะ พอมีเวลาก็มักไม่มีอารมณ์แต่ง...ไม่รู้เลือดวายในตัววินมันมากไปหรือเปล่า แต่งบทนี้จิ้นนายดลยุทธ์กับชายปริศนาตลอดเลยค่ะ ลบบทนี้ทิ้งหลายรอบมาก ๆ เพราะแต่ง ๆ ไปมันเริ่มวายค่ะ วินย้ำอีกครั้ง เรื่องนี้ไม่วายแน่นอนค่ะ! วินรับประกันเลย (แต่จะจิ้นก็ไม่ว่ากัน หุหิ) ตามสัญญาพาตัวละครตัวใหม่มาแล้วค่ะ ไว้ครึ่งหลังเรามารู้จักชื่อเสียงเรียงนามของตัวละครตัวใหม่ของเรากันนะคะ ไม่เกินวันอาทิตย์นี้แน่นอนค่ะ

ขอบคุณคุณรอคอยอยู่ด้วยนะคะ ที่ช่วยหาคำผิดให้ และขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ

-The Black Twin-

27/06/57

อัพต่ออีกนิดละค่ะ บอกชื่อเสียงเรียงนามของตาณัฐเรียบร้อย สำหรับวิน และนักเขียนทุกท่านแล้ว วินเชื่อว่าตัวละครในนิยายเราก็เหมือนกับลูกคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นฝากลูกชายอีกคนของวินด้วยนะคะ ช่วงนี้อาจจะมีแต่ลูกชายออกมาโลดแล่นในนิยาย ยกเว้นยัยหนูเอลิน (ดุลยา)ที่โผล่มาในช่วงบทนำเท่านั้น แต่อีกสักพักจพาลูกสาวอีกคนมาแนะนำบ้างนะคะ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ

            -The Black Twin-

5/07/57  

 

                สวัสดีค่ะนักอ่านทุกท่าน ขออภัยที่หายไปนานอีกแล้ว อยากลองส่งนักเขียนหน้าใสปีเจ็ดนน่ะค่ะ เลยไปตบตีกับพล็อตของอีกเรื่องอยู่ บทนี้ไม่ค่อยมีอะไรเนาะคะ จากการแต่งบทนี้ทให้วินรู้ว่า...ตัวเองแต่งบทต่อสู้กับบทสนทนาได้ห่วยมาก ลบ ๆ แก้ ๆ ไปหลายรอบมาก จนสุดท้ายก็แต่งออกมาได้เท่านี้ คงต้องหาบทพวกนี้มาอ่านเยอะ ๆ แล้วสิ ขออภัยทุกท่านด้วยนะคะ ที่แต่งออกมาได้ไม่ค่อยดี คราวหน้าจะพัฒนาให้ดีขึ้นค่ะ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ

-The Black Twin-

22/07/57

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น