คัดลอกลิงก์เเล้ว

เพลงที่จำท่วงทำนองไม่ได้

โดย Hypersonic

แรงบันดาลใจ : ฮารูกิ มูราคามิ

ยอดวิวรวม

170

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


170

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  29 มิ.ย. 62 / 06:34 น.
นิยาย ŧӷǧӹͧ เพลงที่จำท่วงทำนองไม่ได้ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



คาฟกา นาคาตะ ตัวปลอม




เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 มิ.ย. 62 / 06:34


      ค่ำคืนของวันใหม่ แต่ยังคงติดอยู่ในวันเก่าๆ ระหว่างขับรถ ใจลอยจนเผลอปล่อยให้ร่างกายควบรถด้วยความเร็วสูง ในเวลาเที่ยงคืนที่ถนนโล่งจน...

      โครม!

      เสียงเบรกเอี๊ยด รอยยางลากเป็นทางยาว ร่างหนึ่งลอยลิ่วเหมือนกับถูกจับโยนขึ้นไปบนอากาศ ร่างนั้นร่วงลงสู่พื้นกระแทกเสียงดังพลั่ก เลือดข้นไหลเยิ้มแผ่ออกเป็นวงกว้าง
      รถยนต์คันเล็ก ภายในรถมีร่างคนขับนั่งตัวสั่น มือที่ควบพวงมาลัยขับมาด้วยความไว มันทำให้ชนกับอะไร

      "กูเฉี่ยวหรือกูชนๆๆๆ"

ร่างกะทัดรัดของเด็กชายวัยรุ่นพึมพำ ราวกับบริกรรมคาถา ซ้ำไปซ้ำมาอยู่กับประโยคนั่น เนิ่นนาน ก่อนสมองจะสั่งการให้จ้องร่างนอนนิ่ง 
ในความมืดทำให้ภาพนั้นไม่ชัดเท่ากับตอนมองตัวอักษร"รถพยาบาล"ผ่านกระจกมองหลังโดยไม่ต้องกลับซ้ายขวาอีกครั้ง
เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากจนเจ็บแปลบ ไม่เปิดโอกาสให้สมองออกความคิดเห็นอีกต่อไป

      "กูต้องทำอะไรสักอย่าง"มือสั่นยกขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากแทนคำตอบ กัดฟันแน่นรอแค่เสียงเล็ดลอดออกมาตอบคำถาม

      "ใช่ กูต้องแก้โจทย์ข้อนี้"

จู่ๆ เด็กหนุ่มหวนคิดไปถึงตอนทำข้อสอบในห้องเรียนชั้นประถม เมื่อใกล้หมดเวลาสอบมักจะกากบาทมั่วๆ 

      "นั่นสิ!
      ข้อ ก. ชนกับอะไร หมาหรือคน
      ข้อ ข. ชนแล้วหนี
      ข้อ ค. ถอยกลับไปรับ
      ข้อ ง. ถอยกลับไปทับ
      กูจะเลือกกากบาทข้อไหนล่ะ ในเมื่อโจทย์คราวนี้มันไม่มีถูกทุกข้อ
      ติ๊ก ต่อกๆ ติ๊กต่อก!"เด็กหนุ่มใจเต้นตึกตัก

      "หมดเวลา! กูต้องกามั่วๆ แล้ว!"
เด็กหนุ่มโพล่งออกมา เอาหน้าซบพวงมาลัยก่อนเลือกกากบาทข้อใดข้อหนึ่ง แต่แล้วจิตใต้สำนึกก็ตัดสินใจเปิดประตูรถ แทนที่การถอยกลับไปทับให้ยับด้วยเครื่องยนต์เหมือนกับพวกที่ชนแล้วหนี
      เมื่อก้าวย่างอย่างเชื่องช้าของรองเท้าคอนเวิร์สคู่เซอมาถึง ร่างนอนจมกองเลือดค่อยๆ ยกมือขึ้นขอความช่วยเหลือ

      "แม่!"

เด็กหนุ่มปราดเข้าไปรวบร่างผู้หญิงท้องแก่ไว้ในอ้อมกอด

      "แม่! ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมขอโทษ แม่! ผมขอโทษ!"

กลิ่นโรงพยาบาลฉุนกึกโชยมาเตะจมูก ผสานกับเสียงล้อเตียงรถเข็นตะโกนก้องหู

      "ผมขอเขัาไปด้วย"

      "ญาติเข้าไม่ได้นะคะ!"พยาบาลสาวร้องห้าม

      "ผมจะเข้าไปช่วยแม่"

      ครืด! ประตูห้องฉุกเฉินเลื่อนปิดอย่างไม่ไยดีต่อความรู้สึกของใคร

      "ผมเป็นลูกโว้ย! ไม่ใช่ญาติ ฮือๆ!"

เด็กหนุ่มทรุดร่างลงนั่งกับเก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน ปล่อยโฮเสียงดัง ภาพน้ำคร่ำแตกไหลเป็นทางจนเจือจางเลือดสีแดงข้นยังคงติดตา

      "อะแฮ่ม!"เสียงกระแอมดังขึ้นจากเก้าอี้ตัวข้างๆ

      "ไอ้หนูแกอย่าส่งเสียงดังสิ ที่นี่เป็นโลกส่วนรวม ไม่ใช่โลกส่วนตัวของแก"
เด็กหนุ่มหันขวับ มองชายชราอายุราวไม้ใกล้ฝั่ง สวมชุดคนไข้ในมือถือหนังสือเล่มหนาด้วยหางตา

      "ถ้าญาติคุณตาใกล้ตาย คุณตาต้องรอให้ใครอนุญาตก่อนมั้ยถึงจะร้องไห้ได้"เด็กหนุ่มสะอื้นฮึกสะบัดหน้าหนี

      "เฮ้อ เด็กเจนนี้มันไม่มีมารยาท"

      "ก็...หมอกับพยาบาลยังไม่กล้าดุผม แล้วคุณตาเป็นแค่คนไข้แก่ๆ"เด็กหนุ่มหันมาโต้ตอบทั้งน้ำตา

      "ใช่ ฉันมันเป็นแค่ตาแก่ใกล้ตาย ป่วยด้วยโรคความจำเสื่อม แต่ฉันก็ยังจำวันที่โดนญาติจับยัดเข้าโรงพยาบาลได้ ช่างน่าอิจฉาแม่ของแกที่มีลูกมาเฝ้าไข้"

      "ใช่ซะที่ไหน ในสายตาของแม่ผมเป็นแค่ญาติไม่ใช่ลูก"

      "อ้าว เมื่อกี้แกยังบอกแกเป็นลูกไม่ใช่ญาติ"

เด็กหนุ่มปาดหยาดน้ำตาปล่อยเสียงสะอื้นแผ่วออกมาคลอประโยค"ผมทะเลาะกับแม่เกือบทุกวัน ก่อนที่มันจะบานปลายกลายเป็นแบบนี้ ผมก็แค่ยืมรถเพื่อนมาขับ อยากจะหนีไปให้ไกลสุดขอบรั้ว ที่นั่นมันไม่ใช่บ้าน แล้วมันก็เกิดเรื่องห่ะอะไรขึ้นวะ!"ก้อนกลมถูกกลืนเอื๊อกลงคอก่อนน้ำตาไหลทะลัก

      "แกกำลังสับสน ว่างั้น"

      "ใช่ ผมสับสน เพราะแม่ไม่เคยมีตัวตน ฮึก! ตั้งแต่ผมกลายเป็นคน...แม่ไม่เคยมีอยู่จริง ฮึก!"

      "ว้าว แกโดนแม่ทิ้ง"

      "ใช่ ผมโดนทิ้ง แต่แม่ก็กลับมาในวันที่ผมอายุสิบห้า แม่มีลูกใหม่อยู่ในท้อง แม่พยายามยัดเยียดครอบครัวที่มันไม่ใช่ของผม ผมเข้ากับใครไม่ได้ ฮึก! โดยเฉพาะกับแม่"เด็กหนุ่มข่มก้อนสะอื้น

      "แต่แม่ก็เคยร้องเพลงกล่อมแก...เอ่...เอ๊...เจ้านกกาเหว่าเอย ไข่ให้แม่กาฟัก แม่กาก็หลงรัก คิดว่าลูกในอุทร คาบเอาข้าวมาเผื่อ คาบเอาเหยื่อมาป้อน..."

      "ช่าย! ผมไม่ปฏิเสธหรอก ตอนนั้นแม่เคยร้องเพลงกล่อม แต่แล้วแม่ก็ทิ้งผมไว้กับคุณย่า ตอนนี้ผมจำเพลงนั้นไม่ได้แล้ว ผมจำได้แต่ความเจ็บปวดที่ผมโดนทิ้ง ถ้าเลือกเกิดได้ ผมจะไม่มีวันเกิดเป็นลูกของแม่เด็ดขาด"

      "เออ ฉันเข้าใจความรู้สึกของแกเป็นอย่างดี ฉันก็โดนทิ้งราวกับศพไร้ญาติ เพราะคนแก่อย่างฉันมันทำได้แค่ยักแย่ยักยัน"

      "อืม ผมว่าบางทีคนแก่ก็สับสนไม่แพ้กับวัยรุ่นมั้ง"เด็กหนุ่มเอามือปาดน้ำตาบนใบหน้าก่อนนึกอะไรขึ้นมาได้

      "เฮ้ย! ทำไมผมต้องมานั่งเล่าเรื่องน้ำเน่าของตัวเองให้คนอื่นฟังด้วย นี่ผมเผลอสาวไส้ให้กากินชัดๆ"

      "เลือดเปื้อนมือแก"ชายชราทัก

      "เลือดของแม่"เด็กหนุ่มมองคราบสีแดงแห้งกรัง

      "มือ...อืม ผมคงเคยเดินจับมือกับแม่ตอนเด็กมั้ง ในตอนนั้น แต่ในตอนนี้ระยะห่างระหว่างใจมันทำให้ผมกับแม่จับมือกันไม่ได้อีกแล้ว มันเหมือนมีม่านมากั้น มันทำให้ผมมองไม่เห็นแม่"เด็กหนุ่มซบหน้ากับฝ่ามือ

      "แกลองนี่สักหน่อยไหมเผื่ออะไรๆ มันจะดีขึ้น"ชายแก่สะกิดเด็กหนุ่มด้วยหนังสือในมือ เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองหนังสือเล่มหนาในมือเหี่ยวย่น

      "ม่าย ผมไม่อ่านหนังสือเล่มมหึม"เด็กหนุ่มส่ายหน้า

      "แกไม่ชอบอ่านหนังสือ"

      "ไม่นะ ผมอ่านอีบุ๊ค"

      "จริงสิ แกเป็นเด็กของยุคมือถือคือปัจจัยสี่"

      "ไม่นี่ ผมก็ยังซื้อหนังสือการ์ตูนเป็นตั้งๆ ทั้งๆ ที่ห้ามใจแล้ว"

      "ถ้าอย่างนั้น แกคงไม่ปฏิเสธ ฮารูกิ มูราคามิ เล่มนี้ "คาฟกา ออน เดอะ ชอร์"งานเขียนของมูราคามิ มันแทงใจดำมันตำจิตใต้สำนึก"ชายชรายื่นหนังสือเล่มหนาให้เด็กหนุ่ม

      "อืม คงใช่ ผมก็เคยน้ำตาแตกกับ"นอร์วีเจียน วูด"เมื่อผมอ่านตอนที่พ่อของมิโดรินั่งรถไฟไปรับเธอกลับบ้าน"เด็กหนุ่มรับหนังสือมาไว้ในมือ

      "แกรู้ดีนี่เรื่องที่มิโดริหนีออกจากบ้าน ฉันยินดีต้อนรับแกสู่ มูราคามิ แฟนคลับ ดีใจที่ได้รู้จักกัน ว่าแต่ แกชื่ออะไร"

      "ผมชื่อคาฟกามั้ง ผมอายุสิบห้า ผมหนีออกจากบ้านมาเหมือนกับมิโดริ แล้วก็บังเอิญเจอกับคุณตา...นาคาตะ"เด็กหนุ่มจ้องหน้าชายชราจากน้ำตาคลอค่อยๆ ไหลพราก

      "แล้วผมก็พลั้งมือฆ่าแม่ เหมือนกับคาฟกาที่สงสัยว่าตัวเองฆ่าพ่อ แม่ผมกำลังจะตาย ผมขับรถชนแม่!"เด็กชายวัยสิบห้าก้มหน้างุดร้องไห้ไม่หยุด

      "แกรู้อนาคตข้างหน้าด้วยว่าแม่แกกำลังจะตายในเร็วๆ นี้ แกเชื่อ แกหลงกลง่ายๆ ระหว่างอดีตที่แกสนิทสนมกับอนาคตที่แกยังไม่รู้จัก แกมองเห็นอะไร"

เสียงล้อเตียงรถเข็นเรียกให้เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาจากน้ำตา

      "แกมองสิ มองคนที่แย่กว่าแม่ของแกบนเตียงคนไข้ แกยังมีความหวัง ตราบใดที่แกยังมองผู้คนรอบข้าง ไม่มีใครแตกต่างจากแก ทุกคนล้วนพบเจอกับเรื่องราวเลวร้ายในวันเวลาที่ผ่านเข้ามาให้ใช้ชีวิต แกลองแหวกม่านออกไป แกจะมองเห็นแสงสว่าง"

เด็กหนุ่มมองออกไปภายนอกกรอบหน้าต่างบานใหญ่ของโรงพยาบาลที่ไร้ม่านปิดกั้น ปรากฏภาพท้องฟ้าสีฟิล์มเอกซเรย์

      "ผมมองเห็นปัจจุบัน"

      "ใช่ แกรู้ แต่แกก็ยังเลือกจมอยู่กับอดีตที่เลยผ่าน แกยังคงลนลานกับอนาคตที่แกยังมองไม่เห็น"

เด็กหนุ่มไม่มีปฏิกิริยาต่อประโยคของชายแก่ ทำได้เพียงแค่นั่งฟังเสียงสายลมขับขาน มันเพราะราวกับเพลงที่มีเนื้อร้องคล้องจอง มีท่วงทำนองไพเราะ เพียงแค่ลองสดับฟัง

      "บางทีชีวิตก็เหงาเหมือนกับเพลงเศร้า แต่ยิ่งแกดิ่งจมอยู่กับอดีตเก่าๆ เมื่อไหร่เล่าเพลงสุขจะเริ่มบรรเลง เด็กในวัยเรียนอย่างแกไม่น่ามานั่งเสียเวลากับเรื่องราวปวดร้าว แกน่าจะหาเวลาเข้าห้องสมุดแล้วนั่งเหลาดินสอให้แหลมอยู่เสมออย่างกับโอชิมะมากกว่า"ชายชราหยุดหอบหายใจ

     "ชีวิตทั้งชีวิตมันให้อะไรกับแกมากมาย แต่สุดท้ายชั่วชีวิตของแกมันก็จะพาวนกลับมาที่เดิม ที่ๆ แกจะได้รับแค่กระดาษสองแผ่น"

      "หืม คุณตาหมายถึง"เด็กหนุ่มมองญาติผู้ป่วยที่เดินผ่านไปมา หิ้วของเยี่ยมหลากหลาย มีทั้งกระเช้าผลไม้ไปจนถึงผ้าอ้อมเด็ก

      "ใบสูติบัตรเริ่มต้นชีวิต และปิดท้ายด้วยใบมรณบัตรตอนจบ"ชายชราค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นรู้สึกอึดอัดเต็มทีกับผ้าอ้อมผู้ใหญ่ที่สวมใส่

      ครืด! ประตูห้องฉุกเฉินเลื่อนเปิด พยาบาลสาวออกมาเรียกขาน

      "ญาติเข้ามาได้แล้วค่ะ"

เด็กหนุ่มลุกพึ่บจากเก้าอี้ ก้าวยาวๆ เข้าไปข้างในห้อง เอามือกุมแผ่นอกไว้ คาดเดาไม่ได้ว่าหัวใจจะหยุดเต้นตอนไหน เพราะอาจจะรับไม่ได้กับภาพอาการบาดเจ็บของแม่

      "นั่นสิ แค่แหวกม่านก็จะมองเห็นแม่"เด็กชายวัยสิบห้ารวบรวมความกล้า แต่แล้วมือสั่นก็หยุดกึกก่อนถึงม่านรางโรงพยาบาล เพราะหนังสือเล่มหนาของชายชราที่เผลอถือติดมือมาด้วย

      "อ้าว เฮ้ย ลืมคืนหนังสือให้คุณตา"เด็กหนุ่มสบตากับตราประทับบนปก

      "หนังสือเล่มนี้เป็นสมบัติของห้องสมุดโคมูระอนุสรณ์ อ๊ะ!"เด็กหนุ่มอุทานออกมา

      "คุณตาเป็นใครกันแน่ หรือว่าคุณตาเป็น..."

      หมับ! 

เด็กหนุ่มเสียวสันหลังวาบ เมื่อมือเย็นเฉียบจับหมับบนไหล่ เด็กหนุ่มค่อยๆ หันไปหา ร่างชายชรายืนยิ้มเย็นเยือกอยู่ข้างหลัง

      "แกเปิดม่านสิ เพลงกล่อมของแม่กำลังรอแกอยู่"เด็กหนุ่มทำตามอย่างว่าง่าย ค่อยๆ เลื่อนม่านรางโรงพยาบาลอย่างช้าๆ ก่อนเปิดพึ่บ

      "ฮะ!"เด็กหนุ่มเบิกตากว้าง

      รองเท้าคอนเวิร์สคู่โปรดสวมติดเท้าเพียงข้างเดียว เสื้อฮู้ดกับกางเกงยีนส์ถูกกรรไกรตัดเพื่อทำแผล รอยเลือดแห้งกรังฝังติดบนฝ่ามือ
      พยาบาลค่อยๆ คลุมผ้าปิดใบหน้าเด็กชายวัยสิบห้า เด็กหนุ่มหันมาสบตากับชายชราน้ำตาไหลพราก

      "ถ้าเจ้าหนูชื่ออีกาอยู่ที่นี่ มันจะกระซิบแผ่วข้างหูแก แกไม่ได้ขับรถชนแม่ แต่แกประสบอุบัติเหตุ จูบตูดรถตู้ ตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ได้"

เสียงร้องโอดโอยเจ็บปวดเรียกเด็กหนุ่มให้หันไปหาเตียงข้างๆ ละสายตาจากร่างไร้ชีวิตของตัวเอง

      "แม่"เด็กหนุ่มเรียกเสียงแผ่ว

      "น่าสงสารคนไข้นะคะ จะดีใจหรือเสียใจดีที่เสียลูกชายแต่ได้ลูกสาว"พยาบาลสาวคนเดิมเข้ามาประคองชายชรา

      "นั่นสิ คนไข้ปราศจากยาชา"

      "คุณตาคะ ได้เวลาเปลี่ยนผ้าอ้อมแล้วค่ะ"พยาบาลสาวเตือน

      "รออีกเดี๋ยวน่า ฉันขอมีเอี่ยวกับวินาทีชีวิตสักจิ๊ด"

      "คุณแม่เบ่งค่ะ! อีกนิดเดียว หัวเด็กโผล่แล้ว!"

      ฉับ! คมกรรไกรผ่าตัดฉีกเนื้อ ยิ่งทวีความเจ็บปวด พยาบาลผู้ช่วยดึงร่างทารกออกจากช่องคลอดแล้วชูขึ้น

      "ได้ลูกผู้หญิงค่ะ!"

      "ไปสิ ไปหาแม่ของแก"

      ผัวะ!

ชายชราเตะขาพับของเด็กหนุ่มที่ยืนตะลึงกับภาพทำคลอดตรงหน้า จนเซถลาเข้าใส่ร่างทารกน้อย

      "อุแว้!"

ชายชรากระซิบข้างหูทารก"อีหนู ได้เวลาที่ฉันต้องไปเปลี่ยนผ้าอ้อมแล้ว ขอพระเจ้าอวยพรแกกับสูติบัตรใบใหม่ ลาก่อน"พยาบาลสาวพาร่างชายชราไปที่เตียง แล้วปิดม่าน...

      พยาบาลเข็นลูกสาวตัวน้อยในคลิปเด็กอ่อนมาส่งถึงมือแม่

      "ได้เวลาให้นมลูกแล้วค่ะ"

ทารกน้อยเคลิ้มหลับกับเพลงที่จำท่วงทำนองไม่ได้ ภายใต้ม่านรางโรงพยาบาลที่โอบกอดร่างสองแม่ลูกเอาไว้ ไม่มีสิ่งปิดกั้นสายสัมพันธ์...เพียงแค่เปิดม่าน

      "แม่"เสียงทารกกระซิบแผ่ว



ค่ำคืนของวันใหม่ แต่ยังคงติดอยู่ในโลกใบเก่า






ผลงานอื่นๆ ของ Hypersonic

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Dearhope (@Dearhope) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 03:31
    เยี่ยมมากเลยในความคิดเรา แต่ยังมีบางตรงที่ภาษาวกวน จนงงไปหน่อยค่ะ รวมๆแล้วสุดยอดเลย เป็นกำลังใจให้ผลงานต่อไปนะ
    #1
    1
    • #1-1 Pigg-hiro-6 (@Pigg-hiro-6) (จากตอนที่ 1)
      30 มีนาคม 2561 / 22:12


      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2561 / 18:37
      แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 29 มิถุนายน 2562 / 06:36
      #1-1