[NCT] "แจโดรักนี้ป่วยจิต" | JAEDO FT.TAETEN

ตอนที่ 1 : แจโดรักนี้ป่วยจิต (1) (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 940
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    16 ม.ค. 60

Chapter 1

แจโดรักนี้ป่วยจิต (1)





   
  CR.SQW
 
 

 

               ผมชื่อดงยองเป็นนักศึกษาชั้นปีที่สี่ภาควิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ความจริงวันนี้เป็นวันที่ผมควรจะหยุดทำงานวิจัย แล้วก็ไปฉลองวันวาเลนไทน์กับใครสักคนได้แล้ว แต่ว่าสุดท้ายผมก็ต้องมานั่งปั่นงานอยู่ที่ห้องแล็บคนเดียวอีกตามเคย

 

               ผมหยิบเสื้อกราวนด์ที่แขวนอยู่ในตู้ล็อกเกอร์ออกมาใส่ ก่อนเดินเข้าไปในห้องแล็บเหมือนอย่างทุกครั้ง แต่ทำไมกลับรู้สึกว่าเสื้อตัวนี้มันทั้งหนักแล้วก็หน่วงที่กระเป๋าข้างขวาแบบนี้ก็ไม่รู้

 

               ต้องเป็นไอ้เด็กบ้าคนนั้นแน่ ๆ

 

               เด็กหนุ่มเจ้าของฟันกระต่ายถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนที่สายตาของเขาจะเลื่อนลงไปมองเห็นช็อคโกแลตรูปหัวใจที่ถูกห่อเอาไว้ด้วยกระดาษสีทองจนล้นเต็มหนึ่งกำมือ หลังจากที่ล้วงหยิบออกมาได้จากในกระเป๋าเสื้อกราวนด์ตัวนั้น

 

.

.

 

               เออน่า! เข้าใจแล้ว

 

               (...)

 

               ไว้จะบอกให้ก็แล้วกัน

 

               (...)

 

               เออ ๆ แค่นี้ก่อนนะเว้ย!”

 

               ปี๊บ!!!

 

               คุยกับใครอยู่วะ? อีแทยงหันหน้าไปถามรุ่นน้องตัวสูงที่เดินเข้ามาหาถึงที่ด้วยหน้าตาที่กำลังหงิกงอยิ่งกว่าปลาทูคอหัก

 

               ก็ไอ้เตนล์น่ะสิ! เด็กใครก็ไม่รู้? น่ารำคาญชะมัด!” เด็กหนุ่มเจ้าของลักยิ้มบ่นให้รุ่นพี่ฟังอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ ถ้าหากว่ามันไม่ได้เป็นผู้ชายแล้ว ก็คงคิดว่าเป็นผู้หญิงที่รอบเดือนกำลังมา ถึงได้หงุดหงิดง่ายไปเสียทุกอย่างแบบนี้

 

               อะไรวะ? เดี๋ยวนี้โทรหากันเอง ไม่ขออนุญาตเฮียก่อนแล้วเหรอ?!” เด็กหนุ่มเสียงทุ้มแกล้งเย้าถามกลับไปเผื่อว่าไอ้เด็กรุ่นน้องเบ้าหน้าดีโพรไฟล์เลิศคนนี้จะยอมยกยิ้มส่งกลับมาให้เขาบ้าง

 

               ขอเขออะไรกันล่ะ?! เลอะเทอะ?!” แจฮยอนตวัดหางตาส่งกลับไปให้เด็กหนุ่มรุ่นพี่แบบที่ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดเพิ่มขึ้นไปอีกยกกำลังสอง

 

               เออน่า! เฮียก็แค่แหย่เล่นเปล่าวะ? ทำเป็นจริงจังไปได้! แล้วเตนล์โทรหาแกทำไมอ่ะ?

 

               ไม่น่าถาม! เฮียแหกตาดูมือถือตัวเองมั่งสิ! มันบอกว่าโทรหา ตะยูงงงงงงงง ตั้งหลายครั้งแล้วก็ไม่เห็นจะยอมรับสายตอบมันสักทีเด็กหนุ่มตัวสูงรีบลากเสียงยาวสวนกลับไปทันควันอย่างติดรำคาญ

 

               อีแทยงรีบล้วงมือของตัวเองลงไปในกระเป๋ากางเกงด้านหลังก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดดูหน้าจอแบบที่ยังไม่เลิกกวนส้นทีนเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า

 

               จริงเหรอ? ไหนขอเฮียดูหน่อยซิ?

 

               เสียงลากยาวที่ยิ่งกวนประสาทของแทยงมันยิ่งทำให้เจ้าของลักยิ้มที่ข้างแก้มต้องตวัดหาลตาส่งฆ้อนอันใหญ่เข้าให้อีกสักหนึ่งที

 

               อ้าว! มือถือเฮียแบตหมด!” เด็กหนุ่มเสียงทุ้มรีบเงยหน้าขึ้นมองสบตากับคนตัวสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นเว้าวอนขอร้องในทันที

 

               ไม่ต้องมาทำหน้าตาแบบนั้นเลย ยังไงผมก็ไม่ให้เฮียยืมมือถือหรอกน่าเด็กหนุ่มรุ่นน้องชิงตอบปฏิเสธรุ่นพี่ออกไปทันที ก็ช่วยไม่ได้อยากมากวนประสาทเขาก่อนทำไมกันล่ะ!

 

               เดี๋ยวก่อนสิ! ฉันช่วยนายเช็คชื่อเรียนไปแล้วนะเว้ย! เมื่อเช้านี้น่ะ! อย่ามาทำนิสัยเสียแบบนี้สิวะ?! รีบส่งมือถือมาให้เฮียเลย! เดี๋ยวนี้!” อีแทยงรีบพูดทวงบุญคุณออกไปอย่างที่แอบหวังในใจว่าจะได้ใช้มือถือติดต่อกับคนตัวเล็กก่อนที่จะลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่หากไม่รีบโทรกลับไปหาคนตัวเล็กในเสี้ยววินาทีนี้

 

               เด็กหนุ่มตัวสูงจำใจวางโทรศัพท์มือถือของตัวเองลงบนฝ่ามือของอีแทยงที่กำลังหงายมือรออยู่ด้วยสายตาที่โคตรจะบีบคั้นและกดดัน

 

               ขอบใจรุ่นพี่ที่ได้มือถือไว้ในครอบครองแล้วก็รีบส่งรอยยิ้มให้กับเด็กหนุ่มตัวสูงทันที

 

               เออ! เฮียเดี๋ยวผมต้องไปก่อนแล้ว

 

               หืม? นายยังมีเลคเชอร์ตอนบ่ายอีกไม่ใช่เหรอ?

 

               ผมว่าจะไปห้องแล็บน่ะ!”

 

               นายนี่มันจริง ๆ เลยนะ ชอบโดดเรียนอยู่เรื่อยเลย?!”

 

               ...

 

               แจฮยอนไหวไหล่แบบที่ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร ทำยังไงได้ล่ะ ถึงเขาไม่เรียนหนังสือก็ใช้ชีวิตเองได้อย่างสบายอยู่แล้ว กิจการที่บ้านของเขาก็ออกจะใหญ่โตแถมยังถูกฝึกให้ทำงานกับที่บ้านมาตั้งแต่อายุเพียงแค่สิบสี่ ไม่ต้องมีใบปริญญาบัตรเอามาแปะที่ข้างฝาบ้านเขาก็มีงานให้ทำจนไม่หวัดไม่ไหวอยู่แล้ว หรือถ้าจะพูดว่าการที่เขายังต้องเข้ามาที่มหาลัยทุกวันแบบนี้ ก็เป็นเพียงแค่กิจกรรมยามว่างที่เขาตั้งใจที่จะมาหาเพื่อนก็เท่านั้น

 

.

.

 

               แจฮยอนเดินผิวปากพร้อมเต้นหมุนตัวไปตามจังหวะเสียงเพลงที่ได้ยินอยู่ในรูหูตลอดโถงทางเดินของอาคารเรียนในคณะ ก่อนหยุดยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูห้องแล็บจุดหมายปลายทางที่เขาตั้งใจจะมาที่นี่ เด็กหนุ่มตัวสูงรีบดึงสายหูฟังที่เสียบคาอยู่ที่รูหูทั้งสองข้างออกไป ก่อนมองผ่านกระจกใสสี่เหลี่ยมที่สามารถมองทะลุผ่านเข้าไปในห้องแล็บได้ พร้อมกับใช้ฝ่ามือหมุนลูกบิดประตูเปิดเข้าไปข้างในนั้น

 

               นายดูไม่เคยว่างเลยนะ ดงยอง? แจฮยอนเอ่ยทักทายเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งคลิกเม้าส์พร้อมกับใช้สายตาจ้องมองหน้าจอโน๊ตบุคส์อยู่ลำพังภายในห้อง

 

               นายเองงั้นเหรอ? เข้ามาทำอะไรที่นี่ล่ะ? เด็กหนุ่มเจ้าของฟันกระต่ายเอ่ยถามเด็กหนุ่มอีกคนกลับไปหลังจากที่เอี้ยวสายตามองดูใบหน้าของเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่กำลังเดินเข้ามาอย่างถือวิสาสะ

 

               อะไรกันครับ?แจฮยอนถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ลากยาวแบบยียวน หากแต่สายตาแอบลอบชำเลืองมองดูใบหน้าด้านข้างของดงยองแบบตาไม่กระพริบ ก่อนที่จะหย่อนก้นของเขาลงบนขอบโต๊ะของดงยองตัวนั้น

 

               ด็อกเตอร์เขาออกไปประชุมข้างนอกน่ะ ถ้านายไม่มีธุระอะไรก็ไม่ควรอยู่ที่นี่นานนักหรอกนะ?!” น้ำเสียงเย็นชาของเด็กหนุ่มเจ้าของห้องแล็บกำลังทำให้คนฟังพลันต้องนั่งสะอึก

 

               นั่นสิ! ฉันเข้ามาที่นี่ทำไมกันนะ?แม้ว่าแจฮยอนจะแกล้งพูดออกไปแบบนั้น แต่ความรู้สึกของตัวเองกลับตอบออกมาได้อย่างชัดเจนเลยว่าเขาต้องการที่จะมาดูหน้าของเด็กหนุ่มคนนี้

 

               เด็กหนุ่มเจ้าของลักยิ้มพลันหมุนพนักเก้าอี้ที่อยู่ตรงหน้าให้หันกลับมาหาตัวเอง ก่อนย้ายก้นแบน ๆ ของเขาลงไปแปะอยู่บนเบาะนั่งพร้อมกับลากล้อเลื่อนให้เข้าไปใกล้กับเด็กหนุ่มเจ้าของฟันกระต่ายน่ารัก

 

               ฉันไม่มีเหตุผลหรอก!” ลมหายใจอุ่น ๆ ที่กำลังรินรดอยู่ที่ข้างใบหู ทำให้ดงยองต้องยอมละสายตาออกจากหน้าจอโน้ตบุคส์แล้วหันกลับไปมองสบตากับเด็กหนุ่มอีกคนด้วยสายตาแบบที่จิกกัดจนคนถูกมองอาจจะเสียชีวิตได้

 

               ...

 

               มีอะไรจะพูดงั้นเหรอ?แจฮยอนยกยิ้มแป้นแล้นถามกลับไปอย่างยียวนกวนประสาทอีกครั้ง

 

               คนที่มีอายุมากกว่าพลันชี้นิ้วมือของตัวเองตรงไปที่แก้วบิกเกอร์ซึ่งภายในนั้นมีชอคโกแลตรูปหัวใจใส่อยู่เต็มจนล้นพูน

 

               ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่านั่นเป็นฝีมือของใคร แต่เท่าที่มาลองคิดดูมันอาจจะเป็นของขวัญจากใครสักคนหนึ่งก็ได้?

 

               แจฮยอนพลันเม้มปากของตัวเองเข้าหากันจนแน่นแบบที่พยายามกลั้นอมยิ้มเอาไว้เต็มที่เพราะมันอาจจะเผลอหลุดยิ้มออกมาได้ในทุกวินาทีถ้าเขาไม่ใส่ใจระวังเรื่องนี้

 

               ฉันเจอมันอยู่ในเสื้อกราวนด์เมื่อเช้านี้ดงยองยังคงพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบฟังดูปกติ

 

               อืม...ทำไมไม่ลองกินมันดูล่ะ?

 

               ฉันไม่ชอบกินของพวกนี้หรอก!”

 

               นายไม่อยากรู้เหรอว่าใครเป็นคนให้?

 

               หึ! ไม่เห็นจะอยากรู้เลย!” ดงยองดันเก้าอี้ออกไปด้านหลัง ก่อนลุกยืนขึ้นอย่างที่ไม่อยากจะใส่ใจ อะไรต่อไปอีก แต่ทว่าตัวของเขากลับต้องล้มหน้าคะมำลงไปจับกบอยู่ที่พื้นทันที

 

               โทษทีนะ?! ฉันไม่ทันระวังน่ะ? เด็กหนุ่มอายุน้อยกว่ารีบเอ่ยปากออกมาสารภาพความจริงอย่างสำนึกผิด

 

               หากแต่สายตาของดงยองที่หันกลับมามองอีกครั้ง ต้องสะดุดเข้ากับปลายเท้าของเด็กหนุ่มอีกคนที่ยื่นออกมาอย่างจงใจคล้ายกับต้องการแกล้งให้เขาหกล้ม

 

               อืม! ไม่เป็นไร!” ดงยองขยับแว่นตาของตัวเองให้เข้าที่ก่อนลุกยืนขึ้นในท่าทางที่ปกติ เขาจะไม่ยอมหลงไปตามเกมที่เด็กหนุ่มอีกคนกำลังแกล้งปั่นประสาทเขาเหมือนอย่างทุกครั้งเวลาที่ได้เจอหน้ากันแบบนี้

 

               ...

 

               แจฮยอนได้แต่เก็บความรู้สึกหงุดหงิดเอาไว้ในใจที่ไม่สามารถทำอะไรให้รุ่นพี่คนนี้โกรธได้เลย และสุดท้ายแจฮยอนเองก็ต้องเป็นฝ่ายที่ยอมพ่ายแพ้ไปในที่สุด

 

.

.

 

               ชอคโกแลตงั้นเหรอ? อีแทยงรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดปากเพื่อกลั้นขำเอาไว้อย่างสุดชีวิต

 

               ก็ใช่น่ะสิ!”

 

               ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ คนที่ได้ยินคำตอบพลันระเบิดเสียงหัวเราะออกดังลั่นแบบที่เรียกได้ว่าดังข้ามดาดฟ้าไปถึงตึกเรียนอีกฝากหนึ่งแล้ว

 

               รุ่นพี่ดงยองเขาโกรธใครเป็นบ้างหรือเปล่า?!” แจฮยอนทอดสายตามองออกไปเพื่อดูวิวมุมสูงแต่กว้างที่เขาเห็นจากบนดาดฟ้าของตึกเรียนนั้น

 

               ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ

 

               หยุดขำได้แล้วน่า! เฮีย!” เด็กหนุ่มที่กำลังเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้อีแทยงฟังพลันตวัดหางตามองดูรุ่นพี่อีกคนหนึ่งที่กำลังหัวเราะอย่างเสียจริตเพราะเรื่องของชอคโกแลตที่แจฮยอนใช้ทำเซอร์ไพรส์ดงยองในวันวาเลนไทน์มันไม่ได้ผล

 

               คนถูกทักให้หยุดหัวเราะต้องรีบยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองเอาไว้จนแน่นเพื่อกลั้นขำต่อไปแบบที่ช่วยอะไรไม่ได้อีกแล้ว

 

               แจ้ลองทำทุกอย่างแล้วนะ? สลับเสื้อกราวนด์ของแจ้ให้ใส่ก็ทำไปแล้ว เอาช่อดอกไม้ไปวางไว้ให้ที่โต๊ะก็ทำไปแล้วอีก จนแจ้ไม่รู้แล้วว่าจะใช้วิธีไหนมาเล่นงานพี่ดงยองแล้วอ่ะ?!”

 

               แล้วทำไมนายถึงต้องจริงจังกับการแกล้งดงยองแบบนั้นด้วยล่ะ? อีแทยงเอ่ยถามกลับไปหลังจากที่รู้แล้วว่าแจฮยอนเริ่มสนใจในตัวรุ่นพี่คนนี้

 

               แจฮยอนค่อย ๆ ดึงลูกอมจูปาจุ๊ปส์ออกมาจากปากของตัวเอง ก่อนวางก้านของมันไว้บนขอบระเบียงดาดฟ้าพร้อมกับหมุนมันกลับไปกลับมาอย่างใช้ความคิด

 

               ...

 

               เด็กหนุ่มเสียงทุ้มโน้มแผ่นหลังของตัวเองเอนไปพิงกับผนังของดาดฟ้าอย่างเฝ้ารอที่จะได้ยินคำตอบ

 

               ก็พวกเขาดูคล้ายกันมากเลยน่ะสิ! หน้าตาของรุ่นพี่ดงยองน่ะ เหมือนกันกับผู้หญิงคนนั้นเลย คนที่กล้าบอกปฏิเสธความรักของแจ้อ่ะ!”

 

               ห๊า?! เหมือนผู้หญิงคนไหนของแกวะ?!” อีแทยงแทบจะขมวดคิ้วเข้าหากันแบบที่ไม่ทันตั้งตัว เมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมดนั้นออกมาจากปากของเด็กหนุ่มรุ่นน้อง

 

               ก็เหมือนกับเด็กผู้หญิงสมัยที่แจ้เรียนอยู่ชั้นประถมยังไงล่ะ!”

 

               ไอ้บ้าเอ๊ย! เด็กผู้หญิงสมัยเรียนประถมเนี่ยนะ?! เฮียก็นึกอยู่ว่าเหมือนสาวคนไหนของแกวะ?! ไอ้ปัญญาอ่อนเอ๊ย!”

 

               โห! เฮียอ่ะ นั่นมันเป็นรักแรกของแจ้เลยนะ! เฮียเคยมีรักแรกกับเขาบ้างหรือเปล่า? รักแรกพบน่ะ?!” เด็กหนุ่มตัวสูงยังคงพยายามโต้แย้งงัดข้อกับอีแทยงอย่างไม่ยอมแพ้

 

               ใครที่ไหนบ้างวะ?! ที่จะไม่เคยมีรักครั้งแรกน่ะ! งั้นนี่ก็แสดงว่าสเปคของนายก็คือดงยองอย่างนั้นเหรอ?!”

 

               ...

 

               จะว่าไปหน้าตาของดงยองมันก็ดูน่ารักเหมือนกับกระต่ายน้อยเลยนะ?!”

 

               ใช่! แจ้ว่าพี่เขาหน้าตาน่ารักดีอ่ะ

 

               นี่แกตกลงใจจะเอาคนนี้จริง ๆ แล้วสินะ?

 

               ทำไมล่ะเฮีย?!”

 

               ไม่รู้สิ! เฮียว่าคนนี้จีบยากว่ะ!”

 

               เฮียคิดว่างั้นเหรอ? แจ้ก็ไม่รู้หรอก! แต่ว่ายังไงเฮียก็ต้องคอยช่วยแจ้ด้วย โอเคไหม?!”

 

               เออน่า! เฮียช่วยอยู่แล้วล่ะ!”

 

.

.

 

               ชวนฉันไปปาร์ตี้งั้นเหรอ? เด็กหนุ่มเจ้าของฟันกระต่ายทวนคำพูดออกมาอีกครั้ง หลังจากที่เด็กหนุ่มรุ่นน้องอย่างแจฮยอนออกปากชวนเขาด้วยตัวเอง

 

               คือพอดีว่ามีคนเบี้ยวนัดกะทันหันน่ะ ก็เลยต้องหาคนไปแทน!” เด็กหนุ่มตัวสูงรีบบอกเหตุผลที่เขาต้องเข้ามาชวนดงยองไปงานคืนนี้

 

               แต่ว่าฉันไม่รู้จักใครเลยนะ?

 

               ไปเถอะน่า! แค่ไปนั่งอยู่ในงานก็พอเด็กหนุ่มตัวสูงรีบส่งยิ้มหวานให้กับดงยองจนมองเห็นรูปตาเป็นตัวสระอิในที่สุด

 

.

.

 

               ถ้าจะบอกว่าแจฮยอนเป็นคนบังคับรุ่นพี่อย่างดงยองให้มาร่วมงานปาร์ตี้ในคืนนี้ก็คงจะไม่ผิดนัก  

 

               นายเรียนอยู่ปีไหนเหรอ? เด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างตัวของดงยองเอ่ยถามออกไปเพื่อเริ่มต้นทำความรู้จักกันในงานปาร์ตี้คืนนี้

 

               ปีสี่น่ะ

 

               นั่งเฉย ๆ อยู่ตรงนี้คนเดียวนายไม่เบื่อเหรอ?

 

               ก็เบื่ออยู่นะ! ความจริงฉันก็อยากจะกลับบ้านแล้วล่ะ?!” เด็กหนุ่มเจ้าของฟันกระต่ายตอบคำถามออกไปตามตรงเพราะเขาเองก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่กับงานปาร์ตี้แบบนี้

 

               จะรีบกลับไปไหน? งานพึ่งเริ่มเองนะ!”

 

               ...

 

               ว่าแต่นายมีแฟนหรือยังอ่ะ?

 

               อืม...

 

               อย่าบอกนะว่ายังไม่มีแฟน?!”

 

               อืม! ตามนั้น!”

 

               โห! หน้าตาน่ารักขนาดนี้! แต่ว่ายังไม่มีแฟน! เป็นไปได้เหรอเนี่ย?!” เจ้าแม่ปาร์ตี้ผู้เจนจัดโลกพลันเลื่อนปลายนิ้วแทรกเข้าไประหว่างเส้นผมของเด็กหนุ่มเจ้าของฟันกระต่ายอย่างไม่มีการขออนุญาต พร้อมกับย้ายก้นของตัวเองขึ้นไปนั่งอยู่บนตักของเด็กหนุ่มอย่างที่ไม่ได้ขอร้อง

 

               หน้าตาของนายน่ะ เป็นแบบที่ฉันชอบเลยนะ?!”


               ดงยองจำเป็นต้องกลืนน้ำลายฝืดลงคอเพราะว่าเขาเองก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันที่ถูกจู่โจมแบบไม่ทันได้ตั้งตัวอย่างนี้ เด็กหนุ่มได้แต่เลื่อนสายตามองท่วงท่าของเด็กสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ประหม่าปนหวาดกลัวอยู่ในใจลึก ๆ

 

               หากแต่ทุกการกระทำของเด็กสาวคนนั้นไม่เคยรอดพ้นสายตาที่คมกริบของแจฮยอนไปได้เลย

 

               แก้วเบียร์ที่ดงยองถือเอาไว้พลันลื่นหลุดมือลงไป หลังจากที่ถูกหญิงสาวรุกคืบอยู่บนตักของเขาจนน่าตกใจ น้ำสีเหลืองทองอำพันแบบมีฟองพลันราดรดลงบนเสื้อและกางเกงยีนส์ของเด็กหนุ่มเจ้าของฟันกระต่ายจนเปียกชุ่มไปทั้งตัว

 

               อ๊ะ! ขอโทษนะ?! เดี๋ยวฉันช่วยเช็ดให้เอง!”” เด็กสาวตัวต้นเรื่องรีบย้ายก้นของตัวเองลงไปนั่งที่โซฟาอยู่ข้างตัวของดงยอง ก่อนที่เธอจะพยายามสาวดึงกระดาษทิชชู่ออกมากำใหญ่พร้อมเช็ดเบียร์ที่ทำหกใส่ตรงเป้ากางเกงของเด็กหนุ่มคนนั้น

 

               ไม่เป็นไรหรอก! ฉันจัดการเองได้!”

 

               มานี่เลย!” เด็กหนุ่มเจ้าของลักยิ้มรีบเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าของดงยองในทันที ก่อนฉุดแขนของเด็กหนุ่มที่นั่งเฉยอยู่ที่โซฟาให้ลุกตามเขาออกไปจากตรงนั้น

 

               ฉันไม่เป็นไรจริง ๆ

 

               จะไม่เป็นไรได้ไง! แหกตาดูสิ! เสื้อผ้านายเปียกไปหมดแล้ว?!”

 

               ...

 

               ดงยองไม่เข้าใจว่าทำไมไอ้เด็กบ้านี่ต้องมาตะโกนใส่หน้าเขาแบบนี้ด้วย ตัวเองเป็นคนเสียหายหรือเปล่าก็ไม่ใช่เลยสักหน่อย!

 

               นั่งบื้อทำแป๊ะอะไรอยู่อีกล่ะ?! รีบตามมาเดี๋ยวนี้เลย!” เด็กหนุ่มตัวสูงยิ่งรู้สึกหงุดหงิดเข้าไปอีกที่ต้องพูดซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง

 

               เดี๋ยวก่อนสิ!” กระต่ายน้อยดงยองต้องรีบเดินตามแจฮยอนออกไปเพราะแรงฉุดข้อมือของเด็กหนุ่มที่เดินนำอยู่ข้างหน้ากำลังทำให้เขารู้สึกเจ็บ

 

               แจฮยอนยังคงยึดจับข้อมือของดงยองเอาไว้จนแน่น ก่อนลากตัวพาคนตัวเปียกเดินออกไปจนถึงห้องน้ำ

 

               ล้างออกไหม? แจฮยอนเอ่ยถามดงยองออกไป ขณะที่สายตาก็เอาแต่จ้องมองดูเด็กหนุ่มอีกคนที่กำลังปล่อยให้สายน้ำไหลออกมาจากก๊อกล้างรอยคราบเบียร์ที่หกเลอะเสื้อกับกางเกงยีนส์ตัวนั้นของดงยอง

 

               ก็ออกอยู่นะ?! แต่ไม่เป็นไรหรอก แค่เอาไปซักเดี๋ยวก็ออก แต่ถ้าซักไม่ออกฉันก็แค่โยนมันทิ้ง!” เจ้าของฟันกระต่ายพูดตอบออกไปในสิ่งที่เขาคิด

 

               ถามจริง ๆ เลยนะ?! นายเองไม่รู้โกรธหรือว่าโมโหอะไรบ้างเลยงั้นเหรอ? แจฮยอนเดินเข้าไปหาดงยองเด็กหนุ่มที่แสดงออกทางสีหน้าแบบไม่เก่งเลยสักนิด หรือถ้าจะบอกว่าเขามีสีหน้าอยู่แค่เพียงแบบเดียวนั่นก็คงจะดูไม่เกินไปนัก

 

               นายถามทำไม?

 

               ก็มันน่าหงุดหงิดไหมล่ะ?! ที่ผู้หญิงคนนั้นทำเบียร์หกใส่จนตัวของนายต้องเลอะเทอะแบบนี้?!”

 

               จะโกรธทำไมกันล่ะ?! เธอเองก็ไม่ได้ตั้งใจทำแบบนั้นสักหน่อย!”

 

               นายคิดว่างั้นเหรอ?!”

 

               ก็ใช่น่ะสิ!”

 

               แจฮยอนแทบจะหมดคำพูดไม่อยากจะเชื่อเลยว่ายังมีคนแบบนี้อยู่บนโลกใบนี้

 

               ถ้านายไม่ว่าอะไร?! ฉันขออยู่คนเดียวสักพักก่อนจะได้ไหม?ดงยองขอเวลาส่วนตัวจากเด็กหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้น

 

               ทำไมกันนะ? เวลาที่ผมเห็นหน้าของเขาแบบนี้ทีไร ผมเองกลับเป็นฝ่ายที่รู้สึกว่าผมต้องการจะทำบางอย่างกับเขา แบบที่ผมเองก็บอกออกมาเป็นคำพูดอีกไม่ได้เหมือนกัน

 

               ฝ่ามือของแจฮยอนพลันเอื้อมไปคว้าหัวไหล่ของดงยองยึดเอาไว้ ก่อนดันแผ่นหลังของเด็กหนุ่มเจ้าของฟันกระต่าบกระแทกเข้าไปกับผนังของประตูห้องน้ำอย่างแรง

 

               ปัง!!!

 

               อ๊ะ...

 

               นายจะทำอะไร?!” ดงยองรีบถามกลับไป หลังจากที่ถูกกระแทกกดหัวไหล่จนรู้สึกเจ็บ

 

               แจฮยอนไม่ยอมตอบคำถาม หากแต่โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มที่ยังยืนงงอยู่ตรงนั้น ก่อนป้อนจูบแทรกเรียวลิ้นอุ่นร้อนเข้าไปในโพรงปากของดงยองอย่างจาบจ้วงทันที ใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ถูกรุกคืบจู่โจมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อเพราะความขลาดเขิน ดวงตาที่เคยเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อสักครู่นี้ พลันค่อย ๆ หลับตาพริ้มลงแบที่ยอมปล่อยให้อารมณ์ที่กำลังเคลิบเคลิ้มไหลไปตามรสจูบที่เด็กหนุ่มรุ่นน้องอย่างแจฮยอนเป็นคนชักชวนและนำพาไปในที่สุด

 

               อะ...อืม...

 

               อ๊ะ...อืม...

 

               ปลายนิ้วเรียวยาวของแจฮยอนกำลังหยอกล้อหยอกเอินใบหูของดงยองแบบที่ยิ่งเพิ่มความรู้สึกที่หวาบหวามเสียวซ่านเพิ่มขึ้นไปในทุกขณะ

 

               เรียวลิ้นอุ่นร้อนที่ทั้งคู่ต่างก็แลกจูบกันไปมาอย่างนัวเนียแบบที่ไม่มีใครยอมแพ้ใครยิ่งทำให้อารมณ์เร่าร้อนของเด็กหนุ่มทั้งสองคนกำลังลุกโชนขึ้นอย่างที่ยากจะดับลงได้แล้ว

 

               อะ...อืม...

 

               อ๊ะ...อา...

 

               ฝ่ามือร้อนของแจฮยอนที่กำลังซุกซน ค่อย ๆ ไล้เข้าไปใต้ชายเสื้อของดงยองก่อนไล่ปลายนิ้วมือไปจนทั่วเพื่อสำรวจเนื้อนวลขาวเนียนไปทุกตารางนิ้วที่เขาอยากสัมผัสได้อย่างเบามือ ชายเสื้อของดงยองถูกเลิกสูงขึ้นไปจนฝ่ามือทั้งสองข้างของแจฮยอนสามารถสอดเข้าไปได้จนถึงแผงอกนั้น

 

               เด็กหนุ่มเจ้าของลักยิ้มที่อารมณ์เริ่มร้อนแรงไต่ระดับ พลันเลื่อนปลายนิ้วของตัวเองลงไปหยอกเอินที่หลุมสะดือของดงยองจนคนที่ถูกสัมผัสร่างกายต้องสั่นสะท้านและกระตุกเกร็งสู้ปลายนิ้วมืออยู่เล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวยาวของแจฮยอนถูกกดให้เลื่อนต่ำลงไปอีกจนถึงหัวกางเกงของดงยอง ก่อนที่แจฮยอนจะพยายามแทรกมือของตัวเองเข้าไประหว่างช่องว่างที่ขอบของกางเกงยีนส์ตัวนั้นกับหน้าท้องของดงยองในที่สุด

 

               อ๊ะ...อืม...

 

               กระต่ายน้อยที่กำลังถูกรุกล้ำจาบจ้วงข้ามเขตแดน ต้องรีบเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เขาพยายามผลักแผงอกของเด็กหนุ่มที่กำลังมอบความรู้สึกวาบหวามกระสันซ่านให้ต้องถอยหลังห่างออกไปจากตัวเพราะไม่อาจยอมให้ทุกอย่างก้าวล้ำเส้นแบ่งเขตแดนไปได้

 

               ใบหน้าของเด็กหนุ่มทั้งสองยังคงเป็นสีแดงระเรื่อเพราะความรู้สึกที่เสียวซ่านถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ

 

               ทั้งคู่ผละตัวออกห่างจากกันแล้ว หากแต่คนที่ต้องตกใจกลับกลายเป็นเด็กหนุ่มเจ้าของลักยิ้มเสียเอง เมื่อเขามองเห็นใบหน้าของดงยองที่กำลังขลาดเขินยืนตัวสั่นไปหมดทั้งตัว พร้อมกับน้ำตาที่รื้นขึ้นมาแต่กลับดูยิ่งน่ารักและน่าทะนุถนอมไปพร้อมกัน

 

               หืม?!”

 

               ใบหน้าที่ดูน่ารักแบบนั้นของดงยองกำลังทำให้แจฮยอนรู้สึกคลั่งไคล้จนแทบจะเป็นบ้ามากเข้าไปทุกทีแล้ว






ฟิคนี้ไม่ยาวมีแค่หกตอนจบ แค่อยากเขียนถึงคู่อื่นที่ชอบจิ้นจินต๊ะบ้าง 

คู่คัตสายดาร์ค ฝากไว้ด้วยนะครับ อันนยอง!!!



#แจโดรักนี้ป่วยจิต


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25 ความคิดเห็น

  1. #18 ploy wty (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 19:14
    แจฮยอนชอบโดยองละสิ
    #18
    0
  2. #17 Yummy candy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 14:31
    รู้สึกคล้ายๆพล็อตมังงะเรื่อง SICK เลยอ่ะไรท์*0*
    #17
    0
  3. #2 AIGA_sissie (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 21:51
    แกล้งกันขนาดเน้เลยเรอะ -//////-
    #2
    0
  4. #1 JannieJK (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 10:09
    สรุปคือนังแจชอบโดยองใช่มั้ยถึงชอบแกล้งเค้า
    #1
    0