คัดลอกลิงก์เเล้ว

Devil's smile (ซือหยางจัวจื้อ)-สิงห์หนุ่มสนามเทนนิส

โดย Imymyde

จัวจื้อ เจ้าของรอยยิ้มที่ทำให้ใครต่อใครต้องลุ่มหลง รอยยิ้มปีศาจชัดๆ

ยอดวิวรวม

316

ยอดวิวเดือนนี้

5

ยอดวิวรวม


316

ความคิดเห็น


7

คนติดตาม


17
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  5 ม.ค. 63 / 01:56 น.
นิยาย Devil's smile (ҧǨ)-ԧ˹ʹ෹

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
มู่ซื่อหยางxจัวจื้อ
สิงห์หนุ่มสนามเทนนิส

เนื้อเรื่อง อัปเดต 5 ม.ค. 63 / 01:56


Devil’s smile (ซือหยางxจัวจื้อ)

 

You so fxcking precious when you smile


 


 


 

‘สวัสดี นายคือมู่ซือหยางสินะ’


 

‘ใช่...’


 

‘เราอยู่ชมรมเทนนิสเหมือนกันน่ะ ฉันชื่อจัวจื้อ ยินดีที่ได้รู้จักนะ’


 

‘ยินดีเช่นกัน’


 

นั้นเป็นครั้งแรกที่นักเทนนิสอัจฉริยะจัวจื้อเข้ามาทักทายเขาพร้อมกับรอยยิ้มสวยๆนั้น รอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรและใสสื่อแต่ก็เป็นรอยยิ้มที่หลอกล่อให้ใครหลายคนลุ่มหลงไปกับมัน รอยยิ้มปีศาจ


 


 


 


 


 

ช่วงค่ำของโรงเรียนยวี่ชิงที่เงียบกว่าปกติ บ่งบอกว่าเป็นช่วงเวลาหลังเลิกเรียนที่เด็กนักเรียนแทบทุกคนคงกลับบ้านทานข้าวเย็นกันเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังมีเด็กบางกลุ่มเช่นเหล่าตัวจริงชมรมเทนนิสยวี่ชิงที่ยังอยู่เพื่อฝึกซ้อมในการแข่งขันระดับชาติที่จะจัดขึ้นในเดือนหน้านี้


 

“สำหรับวันนี้ขอบใจพวกนายทุกคนมากที่ตั้งใจฝึกซ้อม ก็ขอให้ทุกคนกลับไปพักผ่อนให้เพียงพอ สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญของนักกีฬา ก็ช่วยกันเก็บของและกลับได้ ทั้งหมดเลิก”เสียงของมู่ซือหยางกัปตันชมรมเทนนิสกล่าวขอบคุณเพื่อนร่วมทีมและสั่งเลิกซ้อมอย่างเป็นประจำทุกวัน


 

ร่างสูงกวาดสายตาไล่มองสมาชิกแต่ละคนจนมาหยุดที่คนที่ยืนอยู่ปลายแถว แก้มแดงๆของจัวจื้อหรืออัจฉริยะของทีมบ่งบอกได้ว่าวันนี้เจ้าตัวซ้อมหนักเป็นพิเศษ ก็แน่สิ วันนี้เหยียนจื้อหมิงกุนซือประจำทีมจัดการซ้อมพิเศษให้ลู่เซี่ยน้องใหม่ดาวรุ่งมาแข่งจัวจื้อเพื่อที่ตนเองจะได้เก็บข้อมูลเพิ่มเติมมาวิเคราะห์ในการแข่งระดับชาติ


 

“เย้!! ในที่สุดก็เลิกสักที หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้วเนี่ย”เสียงร้องดีใจพร้อมเสียงบ่นจากเจียเล่อเจ้าตัวป่วนประจำทีมดังขึ้นมาชนิดที่ไม่เกรงใจใคร พร้อมทั้งเอามือลูบท้องตัวเองปรอยๆยังกับมันจะช่วยบรรเทาความหิวซะงั้น“ไปกินห่านย่างที่ร้านฉันมั้ย วันนี้พ่อบอกจะทำเมนูพิเศษด้วยนะ”ซิงหลงหรือนักเทนนิสสายพลังเชิญชวนเพื่อนร่วมทีมไปฝากท้องมือเย็นที่ร้านซิงหลงห่านย่างชื่อดังด้วยรอยยิ้ม


 

“จริงเหรอครับ”เฉียวเฉินหันมาให้ความสนใจกับมื้อเย็นวันนี้ที่ดูน่าจะได้กินแฮมเบอร์เกอร์ห่านย่างที่ตนเองคิดว่ามันเข้ากันอย่างเหลือเชื่อ


 

“ต้าหย่ง วันนี้เราไปกินข้าวเย็นที่ร้านซิงหลงกันเถอะ”เจียเล่อหันไปชวนคู่หูแร็กแกตทองอย่างฉือต้าหยงให้ไปด้วยกันและแน่นอนว่ารายนั้นแทบจะไม่เคยปฏิเสธความต้องการของอีกฝ่ายเลย


 

“เชิญทุกคนเลยนะ ไปกันเยอะๆสนุกดี”ซิงหลงยังไม่ลืมที่จะยิ้มเชิญชวนทุกคนให้ไปด้วยกัน โดยทุกคนก็พยักหน้าตอบรับว่าจะไป


 


 


 


 


 

แกร็ก!


 

เสียงเปิดประตูห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าชมรมเทนนิสจากกัปตันชมรม ร่างสูงที่เดินเข้ามาพร้อมกับกวาดสายตาสาดส่องไปทั่วห้อง ‘ทำไมเจ้าพวกนั้นออกไปแล้วไม่ปิดไฟกันนะ’ ร่างสูงตำหนิลุกทีมตัวเองในใจ เพราะหลังจากช่วยกันเก็บอุปกรณ์จนเสร็จกัปตันทีมอย่างเขาก็มีหน้าที่ไปรายงานการซ้อมประจำวันกับโค้ชของชมรม ส่วนเจ้าลูกทีมที่เหลือก็คงมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันก่อนที่จะไปที่ร้านซิงหลง แต่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับเปิดไฟสว่างไปทั้งห้อง พรุ่งนี้คงต้องมีการสั่งลงโทษกันสักหน่อยแล้ว


 

“นายคุยกับโค้ชนานจังซือหยาง ฉันนั่งรอจนรากจะงอกแล้ว” เสียงใสดังออกมาจากอีกฝั่งของตู้ล็อกเกอร์ที่เป็นมุมอับสายตาถ้ามองมาจากหน้าประตู


 

“นายเองเหรอจัวจื้อ”ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้เสียงนั้นก็พบกับคนตัวขาวที่เปลี่ยนชุดเรียบร้อยนั่งก้มหน้าก้มตาเล่นเกมส์จากโทรศัพท์มือถืออยู่บนม้านั่งยาวในห้องเสื้อผ้า ทำไมจัวจื้อยังอยู่ที่นี่ล่ะ ซือหยางขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเริ่มใช้ความคิด พวกเขาตกลงกันว่าจะไปร้านซิงหลงกันไม่ใช่เหรอ แล้วทำไม...


 

“ฉันคิดว่านายไปที่ร้านพร้อมคนอื่นแล้วซะอีก”


 

“ทีแรกก็ว่าจะไปแล้วแหละ แต่คิดไปคิดมาฉันว่าไปพร้อมนายดีกว่า”


 

ร่างบางเงยหน้าจากเกมส์จากโทรศัพท์มือถือที่เล่นอยู่หลังจากเจ้าตัวทำคะแนนเป็นสถิติแซงหน้าจัวหยวี่น้องชายของเขาได้อีกครั้ง โทรศัพท์เครื่องบางรุ่นใหม่โดนยัดเข้ากระเป๋ากางเกงพร้อมร่างบ้างที่ลุกขึ้นเต็มความสูงและหันไปฉีกยิ้มหวานประจำตัวให้กัปตันทีมหลังจากที่เจ้าตัวบอกว่าจะรอกลับพร้อมร่างสูง


 

ร่างสูงหลบสายตาจากรอยยิ้มนั้นแทบไม่ทัน เขาทำทีเป็นเดินผละออกไปที่ตู้ล็อกเกอร์ของตัวเองเพื่อที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าลมหายใจถูกผ่อนออกจากจมูกเบาๆหลังจากแน่ใจว่าร่างบางนั้นจะไม่ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของเขา


 


 


 

‘อันตรายเป็นบ้า รอยยิ้มปีศาจนั้น’


 


 


 

ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าตกอยู่ในความเงียบดั่งเดิมก่อนที่เขาจะเข้ามา ไม่มีเสียงพูดคุยหรือบทสนทนาใดๆเพิ่มเติมหลังจากนั้น ร่างสูงดึงชายเสื้อและถอดออกทางหัวเผยมัดกล้ามสวยสมที่เป็นนักกีฬา ซึ่งแตกต่างกับอีกคนที่ยืนอยู่ในห้องเดียวกันกับเขาตอนนี้ ทั้งๆที่เล่นกีฬาเหมือนกันแต่จัวจื้อกลับมีร่างกายที่ผอมบางร่างเล็ก แถมยังขาวใสจนไม่เหมือนนักกีฬาเทนนิสที่ต้องซ้อมและแข่งขันตากแดดอยู่ตลอดๆแม้แต่น้อย


 

“นายจะไม่อาบน้ำก่อนเหรอ เดี๋ยวก็เหนียวตัวกันพอดี”ร่างบางถามเมื่อเห็นอีกคนทำท่าจะเอาเสื้อที่เตรียมไว้สำหรับเปลี่ยนมาใส่เลยโดยไม่คิดจะอาบน้ำหรือล้างตัวใดๆ


 

“ไม่เป็นไร ฉันว่าจะแวะเข้าไปร้านซิงหลงแค่แป๊บเดียวแล้วจะกลับเลย”ร่างสูงตอบกลับ ที่จริงวันนี้คุณแม่ของเขาขอให้เขากลับบ้านเร็วๆด้วยซ้ำเพราะมีญาติจากต่างจังหวัดมาหาที่บ้าน


 

“งั้นเหรอ งี้ฉันก็ต้องไปนั่งกินที่ร้านซิงหลงคนเดียวน่ะสิ”จัวจื้อตอบกลับเสียงอ่อย เขาอุตสาห์นั่งรอกัปตันทีมตั้งนานเผื่อที่จะได้เดินไปพร้อมกัน และนั่งทานด้วยกัน แต่นี่อะไร มู่ซือหยางจะทิ้งเขากลางทาง


 

“คนเดียวอะไร ทุกคนก็อยู่ที่ร้านไม่ใช่เหรอ?”มู่ซือหยางหันมามองอัจฉริยะของทีมที่เริ่มทำลมพองแก้มด้วยความงุนงง


 


 


 

‘ให้ตายสิแก้มใสๆนั้นน่ากดจมูกลงไปเป็นบ้า’


 


 


 

“จริงด้วย! ลืมไปได้ยังไงเนี่ยว่าทุกคนไปรออยู่ที่ร้านแล้ว” ร่างบ้างร้องตกใจกับตนเองพร้อมส่งรอยยิ้มหวานไปแก้เขินตนเองที่เผลอทำท่าทีเซ่อซ่าไม่สมกับเป็นอัจฉริยะของทีม


 

มู่ซือหยางที่ไม่ทันระวังตัวเผลอสบตาและมองรอยยิ้มปีศาจนั้นเข้าไปเต็มๆ ที่เรียกรอยยิ้มปีศาจก็เพราะมันทำให้เขาใจเต้นแรงและรู้สึกเหมือนสิ่งรอบตัวพร่าเบลอไปหมด คล้ายเวลาหยุดหมุนหรือโดนคำสาปอะไรสักอย่างเข้าอย่างจัง จนกัปตันทีมคนเก่งอย่างเขาทำตัวไม่ถูก ได้แต่มองรอยยิ้มปีศาจนั้นเหมือนโดนต้องมนต์ให้ตกเป็นทาสของรอยยิ้มนั้นตลอดไป


 

“นี่ซื่อหยาง นายได้ยินฉันมั้ย”ร่างบางเจ้าของรอยยิ้มปีศาจเห็นคุณกัปตันทีมนิ่งไปทั้งที่ปกติต้องหันมาดุหรือตำหนิเขาแล้วที่ทำตัวแปลกๆไปแบบนี้ แต่ตอนนี้คนที่แปลกกลับเป็นร่างสูงนี่ซะเองที่นอกจากจะไม่พูดอะไรแล้วยังมองหน้าเขานิ่ง นิ่งจนกลัว


 

จัวจื้อก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูง ความสูงที่แตกต่างกันทำให้ต้องเงยหน้าเล็กน้อยและก็พบว่ามู่ซือหยางยังมองหน้า


 

“นี่นายโดนผีสิงเหรอ”


 

ไม่มีเสียงตอบรับจากกัปตันทีมหลังจากร่างบางพูดเรื่องเพ้อเจ้อออกไป มีเพียงสายตาที่สอดประสานกัน ยิ่งจัวจื้อก้าวเข้ามาใกล้ เขายิ่งเห็นชัดสายตาคู่นั้น รอยยิ้มนั้นที่ดึงดูดร่างสูงไว้ แต่ตอนนี้คงไม่มีแค่ร่างสูงแค่คนเดียวที่โดนดึงดูดร่างบางที่จ้องมองไปในดวงตาคมนั้นเพื่อหาคำตอบว่ากัปตันทีมเขาเป็นอะไรกลับถูกดึงดูดซะเอง


 

ใบหน้าทั้งสองที่เริ่มขยับเข้าหากันเรื่อยๆจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ระยะห่างที่ลดลงจนจมูกทั้งคู่ชนกัน คนตัวสูงขยับใบหน้าเล็กน้อยเพื่อที่ตนเองจะสามารถเข้าไปใกล้คนตัวขาวได้มากกว่านี้ ระยะห่างที่ลดลงอีกครั้งจนริมฝีปากบางของร่างสูงแตะกับริมผีปากอวบอิ่มของร่างเล็ก ไม่มีการหลบหนีใดๆจากคนตรงหน้าจัวจื้อเงยหน้าและหลับตาพริ้มพร้อมรับสัมผัสที่จะเกิดขึ้น ไม่มีการล่วงล้ำใดๆเป็นเพียงการกดจูบย้ำๆอยู่ที่ริมฝีปากอวบอิ่มนั้น


 

มู่ซือหยางใช้มือซ้ายของตนเชยคางร่างบางขึ้นเล็กน้อยเพื่อที่จะรับสัมผัสจากเขาให้มากขึ้น ลิ้นหนาเริ่มทำการแทะเล็มและดูดดึงกลีบปากอวบให้เปิดออกซึ่งก็ไม่ยากขนาดนั้น ลิ้นของตัวสูงเริ่มไล่เล็มตามฟันหน้าของคนร่างบางที่ยังหลับตาพริ้มรับสัมผัส มือขวาที่ของของกัปตันใช้รวบตัวคนตัวเล็กเข้ามาใกล้กันนตัวของพวกเขาแนบชิดกัน ก็คงมีแต่เสื้อผ้านี่แหละที่กันพวกเขาเอาไว้ ลิ้นหน้าที่ซุกซนไม่ต่างจากมือขวาที่เริ่มไล่ลูบไปทั่วแผ่นหลังบางจนมาถึงสีข้างที่มู่ซือหยางคิดว่าช่างจับถนัดมือดีกว่าไม้เทนนิสดีเหรอเกิน


 

การลุกล้ำเริ่มร้อนแรงขึ้นไปเรื่อยๆเมื่อลิ้นหนาสามารถเข้าไปดูดดึงแลกน้ำหวานกับคนตรงหน้าได้ และชุดลำลองที่จัวจื้อเตรียมมาใส่กลับบ้านโดนคนมือไวดึงขึ้นมาจนโชว์ผิวขาวและเอวที่บางไม่สมกับเป็นนักกีฬา มือขวาของกัปตันเริ่มเคล้นคลึงผิวขาวอีกครั้ง ตั้งแต่สีข้าง แผ่นหลัง จนถึงสะโพกมน ส่วนมือซ้ายที่ใช้เชยคางคนตรงหน้าตอนนี้กำลังลูบวนไปตามแก้มใสและต้นคอสวย โดยลิ้นหนายังคงทำหน้าที่แลกเปลี่ยนความหวานอย่างไม่บกพร่อง


 

ตอนนี่อัจฉริยะของทีมหัวสมองกำลังขาวโพน ทุกอย่างมันร้อนแรงจนเขาตั้งรับไม่ถูก ได้แต่กำชายเสื้อคนตรงหน้าไว้แน่น ลมหายใจเขาถูกช่วงชิงครั้งแล้วครั้งเล่าจนหายใจแทบไม่ทัน แต่ทุกอย่างก็ยังดำเนินไปเรื่อยๆจนร่างบางเหมือนจะหายใจไม่ทันจนยกมือขึ้นมาทุบอกแกร่งเบาๆเป็นสัญญาณเตือน ร่างสูงจึงยอมถอดจูบออกมาออย่างน่าเสียดาย แต่ก็ยังคลอเคลียอยู่ที่แก้มใสสูดดมความหอมหวานจากคนตรงหน้าไปเรื่อยๆอย่างไม่รู้จักพอ


 

“ซือหยาง...”ร่างบางที่ซบลงกับอกแกร่งอย่างอ่อนแรงเรียกร่างสูงด้วนเสียงแผ่วเบา


 

“อย่ายิ้มให้ใครแบบนี้ หรืออย่ามองใครด้วยสายตาแบบนี้อีก ถ้านายไม่อยากเจออย่างเมื่อกี้อีก เข้าใจรึป่าวจัวจื้อ”ซือหยางพูดด้วยน้ำเสียงทุ่ม มือทั้งสองรับร่างบางเข้ามาซบอกเขาเต็มๆทั้งยังกอดไว้อย่างทะนุทนอม บอกแล้วว่าจัวจื้อน่ะมีรอยยิ้มของปีศาจ ปีศาจที่ทำให้คนลุ่มหลง มัวเมากับมันจนหาทางออกไม่ได้


 

“คงไม่มีใครกล้าทำแบบนี้กับฉันหรอกซือหยาง”เสียงใสตอบออกมาอย่างอู้อี้เพราะยังซบอยู่กับอกของร่างสูง


 

“หึ.. นายจะไปรู้ได้ยังไง รอยยิ้มของนายดึงดูดจะตายไม่รู้เหรอ”ซือหยางเค้นหัวเราะในลำคอเล็กน้อย พร้อมยกมือซ้ายขึ้นมาลูบหัวในในอ้อมอกคล้ายจะกล่อมให้หลับ


 

“รู้สิ แต่ที่ว่าคงไม่มีใครกล้าทำนั้นก็เพราะฉันคงไม่ยอม แต่ที่นายทำแบบนี้ได้เพราะนายคือมู่ซือหยางหรอกนะ”ร่างบางดันตัวเองออกมาเล็กน้อยเพื่อจ้องตาและตอบคำถามกับคนตรงหน้า


 

“นายจะบอกอะไรกันแน่จัวจื้อ”มู่ซือหยางขมวดคิ้วแน่น เขาไม่เข้าใจที่คนตรงหน้าที่ขึ้นชื่อว่าอัจฉริยะจะสื่อ จัวจื้อต้องการบอกอะไรเขากันแน่


 


 


 

สิ่งที่มู่ซือหยางได้รับไม่ใช่คำตอบของคำถามแต่กลับเป็นรอยยิ้ม(ปีศาจ)แสนสวย


 


 


 

*********************


 

ห่างหายจากการแต่งนิยายไปนานมาก ยอมรับเลยว่ากดดัน55555 ฝากติดตามด้วยนะคะ ทั้งซีรี่ย์สิงห์หนุ่มสนามเทนนิส ช่วยกันเข้าไปหวีดติดแท็กบ่อยๆจะได้มีซีซั่น2เร็วๆ แล้วก็ฝากติดตามนักแสดงทุกๆท่านด้วยนะคะ โดยเฉพาะเจ้าอี้เจี๋ย(จัวจื้อ)แก้มกลมของแม่ สุดท้ายนี้ก็เรือซือหยงจัวจื้อ(เทะสึกะฟูจิ)จงจะเรินนนนนนนนนนน


 

พูดคุยกันได้ที่ twitter : @Imymyde

ผลงานอื่นๆ ของ Imymyde

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 30 มกราคม 2563 / 11:07

    ซือหยางคงไม่อยากกินห่านย่างแล้ว มีของดีอยู่ตรงหน้านี่... ????

    #7
    0
  2. วันที่ 11 มกราคม 2563 / 09:32

    =.,= แงงงงงงงงงงงง ทิชชู่~~~~ ทำไมมันรุนแรงงี้ ยิ่งพอนึกภาพตาม บ้าจริงงงงง

    #6
    0
  3. วันที่ 5 มกราคม 2563 / 12:18

    ไม่ต้องกินมันแล้วค่ะห่านยงห่านย่าง เดี๋ยวเพื่อนก็ถามหรอกหายไปไหนกัน2คน แอบมาสวีทกันแบบลืมเพื่อนไปเล๊ยย เนี่ยยิ้มเขาหวานจนห้ามใจไม่อยู่เลยใช่ม๊าาา เขินนน

    #5
    0
  4. วันที่ 5 มกราคม 2563 / 10:40

    ขอบคุณนะค้าา รักเรือนี้มากค่ะ

    และหลงจััวจื้อมากกก

    #4
    0
  5. วันที่ 5 มกราคม 2563 / 09:07

    ง่อวววววว อัจฉริยะของเราก็ใช่ย่อยนะเนี่ย กัปตันก็ตามทันอยู่นะ เพราะงี้ถึงเข้ากันได้ ได้หัวใจปีศาจไปแล้วนะกัปตัน

    #3
    0
  6. #2 Momii'z456 (@mama060) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 05:28
    อาจื้ออ่อยแรงมากจ้าาาา ตายไปซะกัปตัน!!!!!
    #2
    0
  7. วันที่ 5 มกราคม 2563 / 02:27

    กรี๊ดดดดด น่ารักมากค่าา ซือหยางนี่บทจะอ๊องๆงงๆก็นะ จัวจื้อเค้ายอมแค่นายคนเดียววววว ได้ยินม้ายยยย//อิน


    ชอบแก้มกลมของน้องจัวจื้ออะ อยากฟัดแต่มีคนหวง


    แต่งดีมากค่ะ ชอบบบบบ >///<

    #1
    0