นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

[Mikannie] Fallin all in You

โดย missOlivia

-Fallin all in you- ได้ยินมั้ยว่า "ชอบมิคาสะมาก ๆ" "..." "ได้ยินแล้วคนดี ฉันได้ยินแล้ว" .

ยอดวิวรวม

492

ยอดวิวเดือนนี้

10

ยอดวิวรวม


492

ความคิดเห็น


8

คนติดตาม


36
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  11 มิ.ย. 63 / 22:52 น.
นิยาย [Mikannie] Fallin all in You

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Fallin all in you [Mikannie]

By missOlivia

-


-

Mikasa Ackerman

x

Annie Leonhart

-

I guess we can’t control

What's just not up to us

Be mine, be mine, yeah

Anytime, anytime

.

ได้ยินมั้ยว่า “ชอบมิคาสะมาก ๆ”

.

I can’t see one thing wrong

Between the both of us

Be mine, be mine, yeah

Anytime, anytime

.

“ได้ยินแล้วคนดี ฉันได้ยินแล้ว”

.

You are bringing out a different kind of me

There's no safety net that’s underneath

I’m free

Fallin all in you*

.



*เพลง fallin all in you – Shawn Mendes


เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 มิ.ย. 63 / 22:52


 

Fallin all in You [Mikannie]

 

ซ่า ซ่า ซ่า

เสียงคลื่นกระทบหาดทรายสีขาวที่อยู่ใต้เท้าของแอนนี่ หญิงสาวเหม่อมองออกไปสุดสายตา เห็นท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีแดงอมส้มอย่างช้า ๆ ราวกับเบื่อหน่ายจะทำหน้าที่ของมัน น้ำทะเลที่ควรจะเป็นสีฟ้าบัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยแสงสะท้อนสีส้มจากพระอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าไป สวยงามอย่างที่มันควรจะเป็น

การมาเที่ยวพักผ่อนจะเป็นสิ่งที่แอนนี่ไม่คุ้นเคยกับมันเลย ชีวิตนี้เธอออกจากเมืองที่อาศัยอยู่นับครั้งได้ เพราะฉะนั้นการมาเที่ยวกับกลุ่มเพื่อน ๆ ที่ทำงานด้วยกันถือเป็นเรื่องดีไม่น้อยเลยทีเดียว

ร่างเล็กเดินเข้าไปใกล้กับคลื่นที่กำลังซัดหาดทรายเป็นระลอก ถอดรองเท้าแตะออก แนบเท้าเปลือยเปล่าลงไปบนทรายที่เปียกรอให้คลื่นที่วกกลับลงไปไต่ขึ้นมาอาบเท้าเธออีกครั้ง เป็นความรู้สึกที่เย็นสบายและผ่อนคลาย พอบรรเทาความหนักอึ้งที่อยู่ในใจของคนตัวเล็กไปได้บ้าง พลันเลื่อนสายตาไปยังหญิงสาวผมเข้มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก

นั่นล่ะ สาเหตุของความหนักอึ้งในใจของแอนนี่ตอนนี้

มิคาสะ แอคเคอร์แมนคนนั้นล่ะ ดูสิ ยืนเล่นน้ำสบายใจเฉิบอยู่ได้

จุดเริ่มต้นของพวกเธอทั้งสองคนอาจจะไม่ดีสักเท่าไหร่ เริ่มมาจากเรียนมัธยมปลายที่เดียวกัน เป็นคู่แข่งกัน สลับกันสอบได้ทีี่หนึ่งของชั้น สลับกันเป็นตัวเเทนโรงเรียนไปเเข่งขันทักษะทางวิชาการ สอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ยังคะแนนเท่ากับเธออีก มากไปกว่านั้นยังเลือกเรียนคณะเดียวกันเอกเดียวกันอีกด้วย เรียกได้ว่าเจอหน้ากันแทบจะทุกช่วงเวลาของชีวิต แต่ถ้าคุณยังคิดว่ามันจบแล้ว ยังหรอกนะ มิคาสะคนนี้ยังถูกแมวมองจากสถาบันวิจัยชื่อดังแห่งเดียวกันกับที่เธอถูกทาบทามมาดึงตัวไปด้วย จริง ๆ จะให้พูดว่าดึงตัวก็คงไม่ถูกนัก เพราะเธอเองก็พอจะรู้ว่ามิคาสะสนใจสถาบันวิจัยแห่งนี้พอ ๆ กับเธอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มเเปรเปลี่ยนไปจากคู่เเข่งเป็นเพื่อนสนิทก็ตอนที่เรียนปริญญาโทด้วยกัน เอกเฉพาะทางที่เธอตัดสินใจเรียนต่อนั้นไม่ค่อยมีคนสนใจเรียนเท่าไหร่ ทำให้ต้องทำงานคู่กันบ่อย ๆ แรก ๆ ก็มีเขม่นกันบ้างตามประสาคู่เเข่ง แต่พอได้ทำงานด้วยกันแล้วพวกเธอกลับค้นพบว่าพวกเธอเข้ากันได้ดีกว่าที่คิดเสียอีก รู้ตัวอีกทีก็มิคาสะก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิทของแอนนี่ที่เธอมักจะไปไหนมาไหนด้วยบ่อย ๆ มิคาสะสามารถเดินเข้าออกห้องเธอได้ราวกับเป็นเจ้าของ ขณะเดียวกันแอนนี่ก็สามารถเดินเข้าออกบ้านของมิคาสะได้ราวกับเธอเป็นลูกสาวอีกคนของคุณนายแอคเคอร์แมน แน่นอนว่าแม่ของมิคาสะเอ็นดูเธอเหมือนลูกในไส้เลยทีเดียว จนบางมิคาสะเองเเอบมาคิ้วลู่หูตกบ่นน้อยใจกับเธอบ่อย ๆ ก็น่าเอ็นดูดีนะ

เป็นเวลาเพียงไม่กี่ปีที่ได้สนิทกันแต่เธอรู้สึกราวกับเธอรู้จักอีกฝ่ายมาทั้งชีวิต เธอรู้ว่ามิคาสะชอบหรือไม่ชอบอะไร ขณะเดียวกันมิคาสะเองก็รู้ว่าเธอชอบหรือไม่ชอบอะไรเช่นกัน เธอมีเขาอยู่ด้วยในทุก ๆ วันจนเธอเริ่มชินกับมัน การที่มีอีกคนคอยกล่าวอรุณสวัสดิ์ให้ฟังทุกเช้าหรือบอกฝันดีก่อนนอนทุกคืนช่างเป็นอะไรที่เธอชอบที่สุด เธอรักทุก ๆ ช่วงเวลาที่ได้ใช้ไปกับมิคาสะ จนนานวันเข้าเธอก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเธอรู้สึกกับอีกฝ่ายแค่เพื่อนจริงหรือเปล่า

ทุกอย่างเริ่มชัดเจนมากขึ้นเมื่อเธอเริ่มเห็นว่ามิคาสะสนิทกับรุ่นน้องคนหนึ่งที่คณะจนเธอรู้สึกหึงหวง ตอนแรกก็ไม่แน่ใจนักแต่เธอกระวนกระวายใจเมื่ออีกฝ่ายกลับบ้านดึก หรือไม่ว่างมาหาเธอเหมือนที่เคยเป็น เธอพยายามคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะยุ่งอยู่กับธุระส่วนตัวแต่มิคาสะไม่เคยไม่บอกเธอว่าเขาไม่ว่างเพราะอะไร จนเธอได้รู้ว่าอีกฝ่ายหายไปไหนก็ตอนที่ไปบ้านมิคาสะแล้วคุณนายแอคเคอร์แมนพูดถึงรุ่นน้องคนนั้นขึ้นมานั่นล่ะ แต่หลังจากนั้นมิคาสะก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม

พอเวลาเปลี่ยนผ่านไป ตอนนี้ทั้งคู่ก็เข้าทำงานในสถาบันวิจัยทางเคมีเเห่งหนึ่งที่ค่อนข้างไกลจากเมืองหลวง ทำให้ทั้งคู่ต้องหาที่พักใหม่ใกล้ที่ทำงาน มิคาสะและเธอตัดสินใจว่าจะเช่าบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่กันจนกว่าพวกเธอคนใดคนหนึ่งจะตัดสินใจลงหลักปักฐานสร้างครอบครัวหรืออะไรทำนองนั้น เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าอนาคตมันไม่แน่นอน

แอนนี่เริ่มรู้ใจตัวเองแต่เธอไม่แน่ใจว่ามิคาสะคิดเหมือนกันหรือเปล่าเลยได้แต่เก็บงำความรู้สึกเอาไว้ เธอไม่อยากเสียเพื่อนสนิทคนนี้ไป เธอคงทำใจรับไม่ได้ถ้าหากเธอพูดไปแล้วทุกอย่างเปลี่ยนไป แต่ตอนนี้เธอกลับเริ่มลังเลใจ เพราะพฤติกรรมบางอย่างของมิคาสะที่ตั้งแต่เธอย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังเดียวกันก็ทำให้เธออดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้

"แอนนี่" เสียงเรียกคุ้นหูทำให้เธอกลับมาสู่ปัจจุบัน ตอนนี้พระอาทิตย์ตกน้ำไปเกือบมิดทั้งตัวแล้ว และความมืดก็เริ่มออกมาทำหน้าที่ของมันแทน

เป็นมิคาสะนั่นเองที่เรียกเธอ "ใกล้ได้เวลาทานอาหารเย็นแล้ว ไปกัน" สาวผมเข้มพูดขึ้นก่อนยื่นมือมาหาเธอให้เธอจับ

"อื้ม" เสียงตอบรับเบา ๆ ในลำคอของแอนนี่ดังขึ้นพร้อมการผงกหัวน้อย ๆ ของเจ้าตัว มือเล็กเอื้อมไปจับมือของมิคาสะที่ยื่นมาให้ คนตัวเล็กสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและมั่นคงของมือคู่นั้นทุกครายามเธอได้กุมมัน

 

หลังจากทานข้าวเย็นไปพออิ่มกันแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว แล้วมารวมตัวกันอีกครั้งที่สถานที่จัดปาร์ตี้ตามที่หัวหน้าบอก สองสาวเดินออกจากห้องพักมาถึงสถานที่จัดปาร์ตี้ที่อยู่ไม่ไกลจากริมหาดนักก็พบว่าเพื่อนร่วมงานเกือบยี่สิบชีวิตอยู่ที่นี่กันหมดแล้ว หัวหน้าทีมวิจัยฮันจิ โซเอะเดินมาต้อนรับทั้งสองคนเข้าสู่งานปาร์ตี้ต้อนรับนักวิจัยรุ่นใหม่ทั้งหลายด้วยตัวเอง

บรรยากาศเป็นไปอย่างครึกครื้น ทุกคนร่วมรับประทานอาหารว่าง ขนม เครื่องดื่ม และร่วมพบปะพูดคุยกันทำความรู้จักกันอย่างออกรสชาติจนเวลาล่วงเลยไปถึงเกือบสีี่ทุ่ม บางคนก็ยังคงนั่งจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่ บางคนก็เมาฟุบไปกับโต๊ะบ้าง แต่บรรยากาศของงานก็ยังคงดูครื้นเครงดี

คนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์อย่างแอนนี่พอโดนคะยั้นคะยอขอชนแก้วเข้าหน่อยก็ใจอ่อนยอมดื่มไปเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์พวกนี้เพียงแต่ว่าเธอไม่ชอบรสชาติของมันก็เท่านั้นเอง และเธอก็ถูกรบเร้าขอชนแก้วอีกประมาณสามสี่ครั้งซึ่งเธอเองก็ไม่เกี่ยง เธอคิดเพียงว่ามันเป็นการสานความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานเท่านั้น ถ้าถามว่าเธอกลัวเมาไหม อันนี้ตอบอย่างมั่นใจได้เลยว่าไม่ เพราะมิคาสะไม่มีทางปล่อยให้เธอดื่มจนเมาแน่นอน ตามคุมอย่างกับเป็นแม่เธอเสียอย่างนั้นแหละ

อา แต่ว่าตอนนี้เธอก็รู้สึกมึนนิด ๆ นะ พระจันทร์เริ่มแยกเป็นสองดวงแล้วเนี่ย

และเมื่อมันเกือบจะมีครั้งที่ห้าเกิดขึ้นเธอก็ถูกห้ามไว้เสียก่อนโดยคนตัวสูงที่อยู่ข้างเธอมาตั้งแต่ปาร์ตี้เริ่ม พร้อมให้เหตุผลว่าเธอเมาแล้ว ควรหยุดดื่ม ก่อนจะกึ่งลากกึ่งจูงเธอออกจากงานไปยังริมชายหาดที่มีลมพัดเบา ๆ ก่อนจะกดไหล่เธอให้นั่งลง ความเย็นจากอากาศตอนกลางคืนบวกกับชุดเดรสสายเดีี่ยวผ้าพริ้วที่สวมอยู่ทำให้เธอหนาวไม่น้อย มือสองข้างยกขึ้นมากอดแขนตัวเองอย่างต้องการเพิ่มความอบอุ่น แต่ไม่ทันไรน้ำหนักของผ้าคลุมผืนบางก็ตกลงบนไหล่เธอ เป็นมิคาสะนั่นเองที่ถอดเสื้อคลุมของตัวเองมาคลุมให้เธอก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ กัน ในมือเขามีขวดน้ำเปล่าขวดหนึ่งที่ตอนนี้มันถูกยื่นมาตรงหน้าเธอ

"ดื่มสักหน่อย" มือเล็กเอื้อมไปรับขวดน้ำมาไว้ ความเย็นจากขวดน้ำที่สัมผัสผิวทำให้เธอรู้สึกหายมึนเล็กน้อย ก่อนจะเปิดฝาจิบเข้าไปนิดหน่อย เบ้หน้าเล็กน้อยเมื่อความเย็นเฉียบจากน้ำไหลผ่านลำคอ หลังจากนั้นก็พยายามจะปิดฝาแต่เธอกลับหมุนฝาไม่ลงล็อกสักที ใช้เวลากับมันจนคิ้วสวยขมวดเข้าหากันก็ยังไม่สามารถปิดฝาขวดน้ำได้

เสียงถอนใจดังออกมาจากคนข้างตัวที่เฝ้ามองเพื่อนตัวเล็กของเขาสู้รบกับฝาขวดจนเป็นที่พอใจแล้วก็เอื้อมมาหยิบขวดน้ำและฝาไปหมุนปิดเอง

"เมาแล้วเธอน่ะ" คนตัวสูงเอ่ยออกมาเบา ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นมายีหัวเธอเล็กน้อยด้วยสายตาเอ็นดู และมุมปากที่ยกยิ้มนั่นทำให้หัวใจดวงน้อยในอกคนตัวเล็กเต้นผิดจังหวะไป

มิคาสะน่ะ ชอบทำแบบนี้กับเธอเสมอเลยตั้งแต่สนิทกัน คอยปกป้อง คอยดูแล คอยเอาใจใส่ คอยมองเธอด้วยสายตาแบบนั้น สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูนั่นน่ะ ไม่ดีต่อใจของเธอเลย มิคาสะจะรู้มั้ยนะว่าแอนนี่น่ะ เฝ้าคิดถึงเรื่องนี้มานานเเค่ไหนแล้ว ความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นในใจของเธอเวลามีคน ๆ นี้อยู่เคียงข้างมันช่างเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย เธอรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และไว้ใจ จนเธอเริ่มไม่แน่ใจว่านี่คือความรู้สึกที่เพื่อนมีให้กันหรือเปล่า เธอรู้สึกว่ามันเป็นมากกว่าความสนิทสนมในแบบที่เพื่อนพึงมีให้กัน และแอนนี่ไม่เคยนึกภาพชีวิตของเธอที่ไม่มีเพื่อนตัวสูงคนนี้ออกเลย เธอถึงมีความหนักอึ้งที่อยู่ในอกตอนนี้ไง

ดวงตาสีอ่อนเลื่อนไปสบกับตาสีเข้มของอีกคน ราวกับมีมนต์สะกดให้เธอไม่สามารถละสายตาออกไปได้ ความอบอุ่นที่ส่งออกมาจากตาสีเข้มคู่นั้นมันคืออะไรกันนะ

ไม่รู้สิ แต่เธอชอบมันจังเลย

เธอน่ะนะ ชอบมันมาก ๆ เลยตอนที่มีมิคาสะอยู่ด้วยแบบนี้

เธอชอบมันมาก ๆ ตอนที่มิคาสะมองเธอด้วยสายตาเเบบนี้

เธอชอบมันมาก ๆ ตอนที่มิคาสะยิ้มให้เธอแบบนี้

เธอชอบมันมาก ๆ ตอนที่เราทั้งคู่...อยู่ใกล้ๆ กันแบบนี้

เธอน่ะ ชอบมิคาสะมาก ๆ เลยแหละ

ได้ยินมั้ยว่า "ชอบมิคาสะมาก ๆ"

คนผมเข้มตรงหน้าเธอดูตกใจและงุนงงเล็กน้อยกับคำพูดที่คนตัวเล็กโพล่งออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย "อะไรของเธอแอนนี่" คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยอย่างมีคำถาม

"อือ... ชอบมิคาสะ" เธอเมินคำถามของร่างสูง คำพูดเดิมถูกส่งออกมาจากปากคนตัวเล็ก สายตาของมิคาสะที่มองมาที่เธอนั้นทำให้หน้าของคนที่เพิ่งจะบอกชอบเขาไปร้อนผ่าวขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ตอนนี้แอนนี่เองไม่มั่นใจแล้วว่าเธอมึนเพราะเเอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปหรือเพราะสายตาที่ร้อนรุ่มคู่นั้นกันแน่

มันทำให้เธอ...หลง

หลงจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว รู้บ้างรึเปล่าเนี่ย

อีกฝ่ายดูจะพยายามไม่สนใจสิ่งที่เธอพูดและเลื่อนมือมาดันตัวเธอเอาไว้ เพราะตอนนี้เรียกได้ว่าคนตัวเล็กแทบจะทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงมาที่คนตัวสูง "แอนนี่ นั่งดี ๆ สิ" เสียงเข้มเอ่ย

"..."

ตุบ!

และมันก็เป็นเธอเองที่ใช้แรงทั้งหมดเท่าที่คนเมาจะมีได้หันไปผลักไหล่ร่างสูงให้ล้มลงไปนอนบนพื้นทรายโดยมีเธอที่คร่อมอยู่ด้านบน แอนนี่เลื่อนใบหน้าต่ำลงไปจนจมูกทั้งคู่สัมผัสกันเบา ๆ

น่ารำคาญจริง ๆ ทำไมน่ารำคาญแบบนี้นะ

ไม่ได้ฟังที่เธอพูดรึไงกัน

"ไม่ได้ยินรึยังไงมิคาสะ" เสียงเล็กถามออกอย่างฉุน ๆ เธอรำคาญคนที่อยู่ใต้ร่างเธอจริง ๆ เลย พูดไปแบบนี้ขนาดคนเมาอย่างเธอยังรู้ความหมายเลย

"แอนนี่... ฉันว่าเธอเมามากไปแล้วนะ เรากลับ-"

"ไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ! ไม่ได้ยินที่ฉันพูดรึไง" เสียงเล็กตวาดขึ้นมาดังเล็กน้อยอย่างเอาแต่ใจ

"..."

"ฉันบอกว่า... ฉันชอบมิคาสะ"

"..."

อ่า เธอนึกโกรธตัวเองตอนนี้ทันมั้ยนะ ไม่น่าดื่มเข้าไปเลย ดูสิว่าแอลกอฮอล์ทำอะไรกับเธอ

"ชอบมาก ๆ เลยด้วย แล้วฉันก็ไม่ได้เมาฉันรู้สึกตัวดี เพราะฉะนะ- อื้อ!" ไม่ทันที่คนตัวเล็กจะได้พูดจบประโยคริมฝีปากของเธอก็ถูกปิดด้วยส่วนเดียวกันของคนใต้ร่าง บดคลึงกลีบปากของเธออย่างแผ่วเบาแต่หนักแน่น ก่อนที่ความรู้สึกร้อนระอุจะแทรกซึมเข้ามาในโพรงปากของเธอ ช่วงชิงลมหายใจที่มีรสขมปร่าของแอลกอฮอล์ราวกับมันเป็นลูกอมที่แสนหอมหวาน ความรู้สึกสั่นสะท้านแล่นไปทั่วร่างของแอนนี่ มือเล็กจิกลงบนไหล่ของคนตัวโตกว่าอย่างไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะเจ็บ ขณะเดียวกันมือของมิคาสะก็เลื่อนขึ้นมากุมแก้มนุ่มของสาวผมบลอนด์พลางลูบไล้เบา ๆ พอให้คนตัวเล็กเกิดความรัญจวนใจเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสอันหอมหวานที่เธอมอบให้ จนมือเล็กตีไหล่ของคนตัวสูงเบา ๆ เพราะเธอเริ่มหายใจไม่ออก แต่รสสัมผัสที่เธอได้กลับเปลี่ยนไปเป็นเชื่องช้าราวกับจะลิ้มชิมรสเธอให้ครบทุกซอกมุมก่อนจะถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่งแกมเสียดาย

ดวงตาสีเข้มสะท้อนแสงจันทร์มองลึกเข้ามาในดวงตาของแอนนี่ ปลดเปลือยทุกอารมณ์ที่มีอยู่ ปรากฏความรักและโหยหาที่ล้นออกมาให้คนตัวเล็กรับรู้ เธอแทบจะละลายไปในอ้อมกอดของคนตัวสูงยามที่อีกคนมองกันด้วยสายตาแบบนี้

"ได้ยินแล้วคนดี ฉันได้ยินแล้ว"

"..."

ใบหน้าของมิคาสะขยับเข้ามาใกล้อย่างช้า ๆ ตาสีเข้มหลุบลงมองที่ริมฝีปากของเธอก่อนจะเลื่อนกลับมาที่ดวงตาของคนตัวเล็กเป็นเชิงขออนุญาต เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กพยักหน้าน้อย ๆ ริมฝีปากบางของมิคาสะก็ขยับมามอบความวาบหวามผ่านรสจูบที่หอมหวานให้เธออีกครั้ง ครั้งนี้มันช่างรุนแรง ดื้อดึง และเอาแต่ใจ เรียวปากของคนใต้ร่างไล้ตามริมฝีปากของเธอ ขบเม้มอย่างออดอ้อนและเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ลึกซึ้งที่อัดแน่นอยู่ภายใน แขนทั้งสองข้างของคนตัวเล็กโอบรอบคออีกฝ่ายราวกับกลัวว่าเขาจะหนีหายไป เสียงครางเบา ๆ เล็ดรอดออกมาจากปากของแอนนี่ เธอกำลังเคลิ้มกับสัมผัสที่คนตัวโตมอบให้ ชวนให้เธอมัวเมาไปกับจูบของเขาราวกับมันเป็นแอลกอฮอล์ชั้นดี ก่อนที่มิคาสะจะถอนริมฝีปากออกช้า ๆ อย่างน่าเสียดาย

คนตัวเล็กที่ยามนี้หอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดมีสีหน้าที่แดงก่ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่สาเหตุไม่น่าจะมาจากแอลกอฮอล์ เธอคิดว่ามันมาจากคนใต้ร่างของเธอมากกว่า สายตาของมิคาสะที่มองมาทำให้คนตัวเล็กเกิดอาการเขินไม่กล้าสบตาจนต้องซุกหน้าลงกับซอกคอของอีกคนเพื่อหลบเลีี่ยงสายตานั้น เรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอของคนที่โดนซุกให้ดังขึ้นมา

ทำไมมันเป็นเธอที่โดนรุกเสียเองเล่า ไม่ใช่เธอหรือไงที่เป็นคนบอกชอบคนตัวสูงก่อนน่ะ

คนเขินควรจะเป็นมิคาสะสิ ไม่ใช่เธอ

บ้าชะมัดเลย

มือหนาของคนที่อยู่ข้างล่างไล้ไปตามลำตัวผ่านเอวคอดลงไปหยุดอยู่ที่บั้นท้ายกลมก่อนจะออกแรงสัมผัสเบา ๆ เรียกเสียงครางให้ดังขึ้นอีกครั้ง "อื้อ... หยุดเลยนะ" เสียงเล็กดังขึ้นอย่างอู้อี้พลางซุกใบหน้าลงไปมากกว่าเดิม คนตัวสูงหัวเราะน้อย ๆ อย่างเอ็นดู และเลื่อนมือกลับมาวางที่แผ่นหลังบางตามเดิม กอดเธอที่ทิ้งตัวลงนอนทับเขาอย่างเหนื่อยอ่อน เคลิ้มไปกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากน้ำหอมกลิ่นที่เธอคุ้นเคยอบอวลอยู่ในจมูก

"มาคุยกันหน่อยสิแอนนี่" มิคาสะเรียกคนตัวเล็กที่ตอนนี้ยังนิ่งอยู่ ปลายจมูกรั้นของเขากดลงบนศีรษะบลอนด์ของคนตัวเล็กเบา ๆ อย่างรักใคร่ สูดกลิ่นหอมของยาสระผมที่เขาเป็นคนเลือกให้เธอเองกับมือพลางยกมือขึ้นมาลูบผมคนตัวเล็กเบา ๆ

"หมายความว่ายังไงกัน" เสียงอู้อี้ดังมาจากคนด้านบนที่ตอนนี้ก็ยังไม่ยอมเงยหน้ามามองกัน

"อะไรหมายความว่ายังไง"

"อย่ามาทำไขสือน่ามิคาสะ เธอก็รู้นี่ว่าฉัน... หมายถึงอะไร" ปลายประโยคแผ่วลงเล็กน้อยก่อนที่คนตัวเล็กจะยอมเงยหน้าขึ้นมามองกัน ตาสีอ่อนจ้องเขม็งมาที่เขาอย่างคาดโทษ ตอนนี้เธอว่าเธอได้สติกลับมาแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว และเธอกำลังอยากรู้ว่าที่เขามาจูบเธอหลังจากเธอมึนแล้วบอกชอบไปเนี่ยมันหมายความว่ายังไง เสียงหัวเราะในลำคอของคนตัวสูงดังขึ้นเบา ๆ มือข้างหนึ่งเลื่อนมาจับปอยผมสีบลอนด์ไปทัดหูให้คนบนร่าง เพื่อที่มิคาสะจะได้เห็นใบหน้าแดง ๆ น่ารัก ๆ นี่อย่างชัดเจนขึ้น

ขู่ฟ่อ ๆ เหมือนแมวเชียว คิดว่าเธอจะกลัวรึไงกัน

ไม่เห็นน่ากลัวตรงไหนเลย เห็นแต่น่ารัก

"ฉันจูบเธอ มันไม่ชัดหรือยังไงกัน"

"..."

"หรือต้องมากกว่านี้ถึงจะเข้าใจ" พูดจบก็เลื่อนมือลงไปที่สะโพกของคนตัวเล็กอีกรอบหมายจะแกล้งอีกฝ่าย แต่ก็ต้องหยุดเมื่อได้ยินเสียงประท้วงจากอีกคน

"อื้อออ ก็ฉันพูดไปขนาดนั้น เธอต้องทำให้มันแฟร์สิ"

เข้าใจแล้ว เธออยากได้ยินจากปากเขาสินะ

"ก็... เวลาที่เตรียมอาหารเช้าให้ เพราะเธอชอบลืมทาน"

"..." เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กไม่ได้ทีท่าว่าจะพูดอะไรแถมยังฟังอย่างตั้งใจ เขาจึงพูดต่อ

"เวลาที่เห็นเธอทำงานดึก ๆ ก็จะเตรียมผ้าห่มเอาไว้ให้ใกล้ ๆ มือ"

"..."

"เวลาที่ฉันให้เธออาบน้ำก่อนตลอดเพราะเธอไม่ชอบใช้ห้องน้ำเปียก"

"..."

"เวลาที่เธอเปิดตู้เย็นมาก็จะเจอโดนัทอยู่ในนั้นเสมอ ฉันซื้อมาตุนไว้ตลอดเพราะเธอกินมันแทบจะทุกวัน"

"..."

"เธอก็รู้ว่าฉันพูดไม่เก่ง แต่ว่า... ทั้งหมดที่ทำไป..."

"..." หล่อนเลื่อนมือมาจับแก้มเธอเบา ๆ อย่างทะนุถนอมก่อนจะมองเข้าไปในตาสีฟ้าประกายนั่น

"ก็เพราะว่าชอบเธอ..."

"..." ถ้าให้เดานะ หน้าเธอต้องแดงมากแน่ ๆ เลย ไม่ใช่ว่าไม่เคยสังเกตสิ่งที่อีกคนทำให้ เเต่เพราะเขาทำแบบนั้นนี่แหละเธอถึงหลงหัวปักหัวปำขนาดนี้

เขินไปหมดแล้วนะ เขินทั้งคนที่เธอนอนทับอยู่ เขินตัวเอง เขินน้ำทะเล เขินหาดทราย เขินพระจันทร์ ทำไมมิคาสะถึงน่ารักแบบนี้กันนะ

สงสัยเธอคิดถูกแล้วสินะที่ดื่มไปเยอะ

 

 

เเสงเเดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านผืนบางสีขาวสะอาดตากระทบยังเตียงนอนขนาดควีนไซส์ในห้องพักริมหาดแห่งนี้

มิคาสะเองตื่นได้สักพักแล้ว แต่เมื่อดูนาฬิกาแล้วก็พบว่ายังเหลือเวลาอีกเยอะกว่ากิจกรรมเเรกจะเริ่ม เขาไม่อยากปลุกคนตัวเล็กในอ้อมแขนนักเพราะเมื่อวานเธอดื่มจนเมาไปเล็กน้อย และไหนจะไปเจอกับลมหนาวริมทะเลอีก ให้เวลานอนนานสักหน่อยคงไม่เป็นไร

เหตุการณ์ต่อจากเมื่อคืนนี้ก็เป็นการที่สองสาวนอนกอดกันดูพระจันทร์บนหาดทราย พูดคุยกันเรื่อยเปื่อยตามแต่ว่าจะนึกถึงออก มีการหยอดมุกเขิน ๆ บ้างเล็กน้อยจากคนตัวสูงที่เรียกเสียงหัวเราะจากคนตัวเล็กได้ดี ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินกลับห้องพักมาอาบน้ำอาบท่าอีกรอบเพราะตัวเปื้อนทรายจนเหนอะหนะไปหมด

ดวงตาสีเข้มไล้มองตามใบหน้าคนที่ยังหลับอยู่ ปอยผมบาง ๆ ที่ปรกหน้า เปลือกตาที่ปิดสนิท คิ้วเรียวที่ดูผ่อนคลายยามหลับ จมูกที่โก่งโค้งสวยดูมีเสน่ห์ และริมฝีปากอิ่มที่เผยอเล็กน้อย ทั้งหมดรวมกันเป็นคนที่น่ารักที่สุดในโลกของมิคาสะ

เขารักช่วงเวลาที่ได้นอนมองคนตรงหน้ายามหลับ เธอดูน่ารักและไม่มีพิษภัยเหมือนลูกแมวตัวน้อย ๆ มิคาสะรู้สึกดีจนเหมือนอยู่ในความฝัน ทั้ง ๆ ที่เขาก็รู้ดีว่าไม่ใช่

เขากำลังเพลิดเพลินไปกับการมองคนในอ้อมแขนได้ไม่ทันไรเธอก็ตื่นขึ้นมาเสียแล้ว เปลือกตาที่ลืมขึ้นเผยดวงตาสีฟ้าเป็นประกายที่เขาลุ่มหลง เธอมองหน้าเขาอยู่พักหนึ่งก่อนจะซุกตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิม "กี่โมงแล้ว" เธอถาม ฟังเเทบไม่ได้ศัพท์แต่มิคาสะก็เข้าใจดี

"แปดโมงนิด ๆ เอง เธอนอนต่อก้ได้นะ" พวกเธอมีนัดพบปะกับเพื่อน ๆ ตอนสิบโมงครึ่ง นี่ยังเหลือเวลาอีกเยอะ อากาศเย็น ๆ แดดเบา ๆ แบบนี้เหมาะมากที่จะนอนต่อ

คนตัวเล็กขยับใบหน้าออกมามองหน้าเขา คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด ก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้กันมากขึ้น ก่อนจะประทับจูบบางเบาบนริมฝีปากของเขา มิคาสะชะงักไปเล็กน้อยอย่างไม่ทันตั้งตัว มือหนาเลื่อนขึ้นมาโอบเอวบางไว้ดึงให้คนตัวเล็กแนบชิดกันมากขึ้น ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายจูบตอบเธอบ้างเบา ๆ ไม่ได้รุกล้ำอะไร

ทั้งคู่ผละริมฝีปากออกจากกัน คนตัวเล็กแนบใบหน้าลงที่อกของเขาก่อนจะส่งสายตามาอย่างต้องการสื่อความหมาย มิคาสะเลื่อนริมฝีปากร้อนระอุของตัวเองไปประทับลงบนหน้าผากสวยของคนตัวเล็ก กอดเธอเอาไว้หลวม ๆ ลูบศีรษะบลอนด์เบา ๆ ถ้าให้เดาคนตัวเล็กคงยังไม่อยากลุกไปไหน

แต่ก็ดีนะ นอนกอดกันเฉย ๆ แบบนี้มันก็ดี

 

"แอนนี่" เสียงของมิคาสะเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ

"หือ" คนตัวเล็กครางรับก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามอง

"เป็นแฟนกันไหม"

"..." แอนนี่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะพูดประโยคนี้ออกมาง่าย ๆ ราวกับถามเธอว่า 'เย็นนี้กินอะไร' แต่แค่นี้ก็ทำเขินจนแทบมุดผ้าห่มหนีอยู่แล้ว

"เป็นแฟนกันนะคะคนดี" กระชับกอดให้แน่นขึ้นพร้อมเอ่ยเสียงหวานขึ้นอีกครั้งก่อนจะส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจไปให้ ทำเอาหัวใจของ 'คนดี' เต้นไม่เป็นส่ำ พลันรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาที่แก้ม

อย่ายิ้มแบบนี้สิ ไม่ดีเลยมิคาสะ ไม่ดีต่อใจของแอนนี่เลย ถ้าน่ารักขนาดนี้ก็ไม่ต้องเป็นแล้วแฟนน่ะ ในใจเธออยากจะตะโกน 'แต่งค่ะ!' ออกไปให้รู้แล้วรู้รอด

"อื้อ" แต่ก็มีแค่เสียงครางในลำคอเบา ๆ ที่ตอบกลับไป

"อื้ออะไรคะคนดี" ความจริงเขาก็รู้ว่าเธอหมายถึงอะไรนะ แต่ก็แค่อยากได้ยินชัด ๆ เท่านั้นเอง ไม่ได้อยากแกล้งคนตัวเล็กเลยสักนิด จริง ๆ นะ

"อื้อ... เป็นแฟนกันไง" พูดจบก็ซุกหน้าลงไปที่อกอีกคนอย่างเขินอาย หลีกเลี่ยงสายตาเเพรวพราวที่เขาส่งมาให้ เสียงหัวเราะเบา ๆ อย่างชอบอกชอบใจดังขึ้นมาจนคนตัวเล็กต้องทุบไหล่เบา ๆ เป็นเชิงประท้วง ก่อนที่เธอจะหยัดตัวลุกขึ้นมองหน้าคนที่เพิ่งเลื่อนสถานะจากเพื่อนสนิทมาเป็นแฟนเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนอย่างคาดโทษ แต่กลับได้รับรอยยิ้มใสซื่อกลับมาแทน

น่าตีจริง ๆ เลย

คนตัวเล็กเลื่อนตัวออกหมายจะลุกออกจากเตียงแต่กลับถูกอีกฝ่ายดึงให้พลิกลงไปนอน แผ่นหลังของเธอสัมผัสกับเตียงนุ่ม ๆ โดยมีเขาอยู่ข้างบนพร้อมรอยยิ้มกวน ๆ

"เหลือเวลาอีกตั้งเยอะ ค่อยไปอาบน้ำก็ได้น่า" เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก สายตาเจ้าเล่ห์จับจ้องมาที่เธออย่างคาดเดาไม่ได้

มิคาสะเลื่อนใบหน้าลงมาช้า ๆ จนทั้งคู่สัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ก่อนที่เขาจะประทับริมฝีปากของตัวเองลงไปที่ส่วนเดียวกันของอีกคน เริ่มจากขบเม้มเบา ๆ อยู่ภายนอกก่อนจะกัดปากของคนตัวเล็กเบา ๆ ส่งเรียวลิ้นเข้าไปชมชิมความหวานจากปากของคนที่อยู่ใต้ร่างเขา อารมณ์ลึกซึ้งที่เกิดขึ้นนำพาให้มือหนาเลื่อนลงไปยังเอวบางของอีกคน ออกแรงบีบเคล้นเบา ๆ ส่งผลให้แอนนี่ครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความเคลิบเคลิ้มกำลังก่อตัวขึ้นภายในใจของเธอ ก่อนที่เขาจะละริมฝีปากออกและเลื่อนต่ำลงมายังลำคอสวย ประทับจูบลงบนผิวเนียน ความร้อนจากริมฝีปากของคนตัวสูงทำให้คนตัวเล็กได้สติก่อนจะทุบไหล่คนด้านบนเบา ๆ เขาชะงักเล็กน้อยแต่ก็ยอมผละออกมา

มีแต่เสียงหอบหายใจที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ดวงตาหยาดเยิ้มของแอนนี่พยายามหลีกเลี่ยงที่จะสบตากับมิคาสะ มือหนาของเขาเลื่อนมาเชยคางเธอขึ้น ให้ดวงตาของเขาได้มองลึกเข้าไปในตาสีอ่อนของเธอ

สายตาคู่นั้นทำให้เธออ่อนระทวย

ความรู้สึกร้อนผ่าวที่แก้มเกิดขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะกลั้นใจขยับริมฝีปากไปประทับจูบเบา ๆ ให้คนตัวโต เป็นเชิงขอโทษ ก่อนจะพลิกร่างให้เขาอยู่ข้างล่างและถอยตัวออกมา เธอรีบลุกขึ้นจากเตียงกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหยิบผ้าขนหนูและหายเข้าห้องน้ำไป ทิ้งมิคาสะให้งงอยู่บนเตียง เขาลุกขึ้นนั่งและยกยิ้มขึ้นมา สัมผัสบางเบายังคงติดอยู่ที่ริมฝีปากของเขา

อ่า อิจฉาตัวเองจัง มีแฟนน่ารักแบบนี้

 

-

You are bringing out a different kind of me

There's no safety net that's underneath

I'm free

Fallin all in you

-

 

Fin.

 

 

 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ missOlivia

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. #8 p34646 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 04:03

    โอ้!

    มัน

    ดี

    มากก!

    ยอดเยี่ยมที่สุด
    ชอบที่สุดเลยค่ะไรท์~~
    #8
    0
  2. #7 ss_Ackerman
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 21:29

    บรรยายได้ดีมากค่ะ ภาษาดีมาก อยากอ่านแบบฟิคยาวจัง

    #7
    0
  3. วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 19:18
    อ๋อย เขินมากกกก แบบไม่ไหวแล้ว ภาษาดีมาก บรรยายเห็นภาพชัดเจนมาก ๆ เลยคาะ ชอบความขี้เขินของแอนนี่มาก ๆ ส่วนมิคาสะคือเก็บความรู้สึกเก่งมากกก5555555 เองลูความขอเป็นแฟนเหมือนถามว่าวันนี้กินไรดี แต่เหนือสิ่งอื่นใดชอบการใช้ ๆ ถูกมาก ๆ เลยค่ะ ;---; ขอบคุณที่สร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ขึ้นมานะคะ
    #6
    0
  4. วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 18:57
    ไหลลื่นมาก ๆ เลยค่ะ อ่านแล้วก็อมยิ้มไปกับความสัมพันธ์ของทั้งสอง ถ่ายทอดความรู้สึกตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบันได้ดีมาก ใครจะคิดว่าคนที่ดูเหมือนจะเป็นคู่แข่งและศัตรูมาโดยตลอด จะกลายมาเป็นคนรักได้ อ่านแล้วใจเหลวมาก แอลกอฮอล์เป็นเหตุทำให้ความรู้สีกรั่วไหลจริง ๆ ค่ะ ฮือ ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารัก ๆ นะคะ ดีมากเลยย
    #5
    0
  5. #4 Moota
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 18:56

    ว้ากกกก มันชวนเขินตัวบิดมากค่ะ!! ความรักของสองคนนี้ตลบอบอวลไปหมดเลยย ชิปเปอร์คนนี้น่ะ ฟินไป2000ปีข้างหน้าแล้วค่าา ขอบคุณที่แต่งฟิคฟินๆขึ้นมานะคะ!

    #4
    0
  6. วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 18:46

    กรี๊ดดดดดดดดดดดดด TT มันดือมากค่ะ ชอบภาษาไรท์จัง อ่านแล้วน้วยเขินไม่ไหวเลยค่ะ แงงงงงงงงงงงงงง ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะhttps://image.dek-d.com/27/0823/5706/130794532

    #3
    0
  7. #2 leonhartgirl
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 18:26

    อ่านแล้วอยากมีควารักมากเลยค่ะ ชอบการบรรยาย พาร์ทที่แอนนี่ค่อย ๆ ทำความเข้าใจกับความรู้สึกตัวเองเราก็เขินมากแล้ว พอถามมิคาสะแล้วพี่เค้าค่อย ๆ บอกว่าทุกอย่างที่ทำไปเพราะชอบเธอก็คือละลายมาก ใจเหลวเป๋วไปหมดเลยค่ะ ㅠㅠ ภาษาลื่นไหลดีมาก ๆ เลย น่ารักมาก ๆ ขอบคุณสำหรับฟิคดี ๆ นะคะ

    #2
    0
  8. วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 17:06

    เกร่ดดดดด ชอบมากกกกก

    #1
    0