จบ [สนพ.Nana NaRis YBooks] │The Gear ใส่ช็อปเซอร์ๆ จะมีสิทธิ์ชอบหมอรึเปล่า? [Yaoi]

ตอนที่ 12 : เกียร์ที่ 9 ห้องสมุดคณะแพทย์ [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35,022
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 828 ครั้ง
    18 มิ.ย. 60

-9-



แอด...

“พูดจริงเหรอหยุดฝน” ทันทีที่เข้ามาในห้องนอนปุ๊บพี่กลก็ถามทันทีจนผมปั้นหน้าไม่ถูก ตอนตอบก็แค่ตอบแบบขอไปที ให้แม่เห็นว่าคนที่หยุดฝันเลือกก็มีดีหลายอย่างแบบเนี่ย ก็เห็นชื่นชมพี่กลออกนอกหน้าขนาดนั้นนี่แล้วทำไมตอนสุดท้ายเขาต้องมาถามกันด้วย

“พูดจริงอะไร

“ก็ที่อยู่ชั้นล่างไง” พี่แกถามต่อ คราวนี้มีเสนอหน้ามายืนตรงหน้าเลยครับ ใบหน้าเขายิ้มแย้มคล้ายดีใจนักหนาจนผมอยากจะเบะปากให้ หมั่นไส้ว่ะ

“ไม่รู้ พี่นอนอีกฝั่งนะ ห้ามเลยเขตหมอนเด็ดขาด” ผมบอกเพื่อเปลี่ยนเรื่องโดยเอาหมอนข้างมาคั่นกลางไว้ จากนั้นก็ล้มตัวนอนทันที อ่า ถ้าเอาหมอนข้างคั่นกลางแล้วผมจะกอดอะไรวะ ปกติจะต้องมีหมอนข้างกอดทุกคืน

“เดี๋ยวสิ เพิ่งทุ่มครึ่งอีกนะ”

“จริงด้วย พี่หยิบหนังสือหัวใจตรงนั้นให้หน่อย เล่มหนาๆ นั่น”

“คัมภีร์หรือหนังสือเรียนวะ”

ผมไม่ตอบแต่เลือกสนใจอ่านเนื้อหาเพื่อเอาความรู้เข้าสมอง ถึงแม้จะมีใครอีกคนคอยจ้องมองอยู่ก็ตามแต่เอาเถอะ ความรู้ต้องเข้าสมองทุกวันไม่อย่างนั้นสอบตกแหง พออ่านไปได้ห้าหน้ากว่าๆ พี่กลที่นอนล้มตัวอยู่ข้างๆ ก็สะกิดแขนเหมือนเรียกร้องให้หันไปสนใจ อะไรอีกวะเนี่ย

“ทำไมถึงเรียนหมอวะ” พี่กลถามขึ้น อืม คำถามนี้ถือว่าไม่ได้มีอะไรมาก

“ผมอยากรักษาพ่อกับแม่ยามเขาป่วยได้ และก็เรียนเพื่อสืบทอดโรงพยาบาลที่เขาสร้างมาด้วย”

“แล้วทำไมน้องไม่อยากเรียนล่ะ” เขาหมายถึงหยุดฝันเหรอ

“น้องอยากเปิดธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ ผมก็เลยต้องรับหน้าที่เรียนหมอแทน”

“แล้วอยากเรียนไหม” ผมมองหน้าคนถามก็พยายามคิดว่าตลอดระยะเวลาที่เข้ามาเรียนแพทย์ได้ไม่นานไม่กี่สัปดาห์ความรู้สึกเป็นยังไง คำตอบมันชัดเจนมาก ผมสนุกไปกับมันถึงแม้ว่าเนื้อที่อาจารย์สอนจะยาก เขาบอกกันว่าถ้าชอบอะไรก็จะทำได้สำเร็จ

“อยากสิ อยากเป็นหมอ อยากเป็นหมอผ่าตัด”

“โหดนะเนี่ย ผ่าตัดเชียว” พี่กลบอกจนผมหัวเราะเบาๆ มันท้าทายดีออก

“เผื่ออนาคตพี่อาจจะเป็นคนไข้ของผมก็ได้ ผมจะผ่าร่างพี่ให้เละเชียว”

“แหมเดี๋ยวเป็นม่ายเอานะ” ม่ายบ้าอะไรเรายังไม่ได้แต่งงานกันสักหน่อย ที่สำคัญมีแต่เขาคนเดียวแหละที่บอกว่าชอบ เอาเถอะสักวันถ้ามันมีจริง ผมคงรู้สึกพิเศษด้วย ใจเราคงตรงกันมันคงมีสักวัน

“ทำไมถึงเรียนวิศวะล่ะ”

“อยากได้เกียร์ไว้ขอใครคนหนึ่งเป็นแฟน” พี่แกบอก จนผมนึกถึงใครคนนั้นทันทีแต่เกียร์มันอยู่ที่ผมนี่ เขาจะฝากไปถึงเมื่อไหร่ ถ้าเจอเธอคนนั้นเขาก็ต้องมาทวงจากผมไปนะเหรอ เหอะๆ คามรู้สึกแม่งแปลกพิกล

“น่าอิจฉาเนอะ คนคนนั้นอ่ะ”

“เหรอๆ ประชดไง” พี่แกไม่ว่าเปล่า มีการผลักหัวผมเบาๆ ด้วย ผมเลยเลิกคิ้วซ้ายตามสไตล์เดิม

…?”

“แล้วอิจฉาตัวเองทำไมวะ”

…??” เลิกคิ้วขึ้นสูงนิดหน่อย มันชักแปลกขึ้นตามระดับคำพูด

“ก็เกียร์อ่ะตอนนี้อยู่ที่ใคร ก็อยากขอคนนั้นเป็นแฟนแหละ” อ๊ะ! ผมเผลอร้องในใจเมื่อพี่กลเอื้อมมือมากอดเอวผมไว้หลวมๆ ถึงแม้ท่าทางจะขี้เล่นแต่แววตาคู่คมสวยกลับซ่อนความจริงจังไว้ แล้วการยิ้มอ่อยของพี่แกเนี่ยแหละมันทำผมเขินนะเว้ย

“บ้า ฮ่าๆๆ ปล่อยได้แล้ว”

ผมนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ เมื่อพี่กลยอมปล่อยมือจากเอวแล้วแต่เขาก็ยังนอนหันข้างอยู่อย่างนั้น มองจนแทบจะกลืนกินแบบนี้ความรู้มันไม่เข้าหัวนะเว้ย

เคยไหม ถูกจ้องนานๆ จะมีความรู้สึกเคอะเขินขึ้นมา ปากมันสั่น ใจก็พลอยเต้นแรงไปด้วยความตื่นเต้น สรุปผมเป็นอะไรกันแน่หรือเป็นเพราะเขา คนที่นอนมองหน้าเราอยู่ข้างๆ นี่เอาความจริงเลยไหมผมไม่ใช่คนเขินง่ายและค่อนข้างเก็บอารมณ์ได้มากพอสมควรแต่

แต่สำหรับพี่กล ผมแม่งทนไม่ไหวว่ะ

“รู้ไหมทำไมสัญลักษณ์ของความรักถึงเป็นรูปหัวใจ ทั้งๆที่มันเกิดจากสมอง” หือ ทำไมถามแบบนี้วะ พอมองหน้าเขาพี่แกก็พูดไปยกมือชี้สมองประกอบไปด้วย

“ความรักเกิดจากสมองแต่ส่งผลต่อหัวใจ หัวใจเป็นอวัยวะที่ตอบสนองต่ออารมณ์ต่างๆ หัวใจอาจจะเต้นถี่รัวหรืออาจหยุดเต้นเพียงเพราะความคิดและจินตนาการที่เกิดขึ้นที่สมอง”

ฮ่าๆ เขาอาจจะเป็นอยู่

ดูที่ปลอกคอพี่กลสิ มันกำลังบอกว่าหัวใจเขาเต้นแรงมากแค่ไหน พี่เขาไม่สามารถโกหกความรู้สึกต่างๆ ที่มีให้ผมได้เลย ถ้าไม่มีเครื่องตรวจหัวใจบนลำคอขาวผ่องนั่นผมคงไม่เชื่อหรอก ให้ตายสิยิ่งเห็นว่าหัวใจพี่กลเต้นแรง หัวใจของผมก็เต้นแรงตาม ตื่นเต้นมากไปหรือเปล่า

“ม่อววว เก่งขนาดนี้ขอดูดพลังที”

“อย่าน้า ฮ่าๆ อย่าหอมแก้ม” ผมหัวเราะขึ้นเมื่อร่างสูงที่นอนสงบนิ่งอยู่ดีๆ ก็ฮึดมาคร่อมร่างผมไว้และจั๊กจี้เอว ผมก็บ้าจี้ด้วยสิยิ่งเขาจิ้มมากความร้อนก็เพิ่มมากขึ้น

มะ มันคล้ายกอด ท่าค่อนข้างติดเรท

แอด

อะฮึก!!!

แม่มาอะหยังตอนนี้!?

“อุ้ยตายบันไดเลื่อนพัง! แม่ออกไปก่อนดีกว่าเนอะ”

“ไม่ต้องครับแม่ ผมแค่เล่นกันเฉยๆ” ผมรีบบอกทั้งที่ยังถูกพี่กลคร่อมร่างไว้อยู่ แม่มองแล้วก็ยิ้มแย้มจากนั้นก็ใช้นิ้วชี้มาจี้เข้าหากันจนผมหน้าร้อนผ่าว อย่าบอกนะว่าแอบคิดลึก

“แหมเล่นบนตัวกันแบบนี้ ระวังมีลูกนะหยุดฝน”

“บ้า ผมผู้ชายนะครับ” ผมพูดและดันอกแกร่งออกซึ่งพี่แกก็ให้ความร่วมมือโดยการถอยไปนั่งลงข้างๆ สายตามองแม่ตาแป๋วว่าหนูไม่รู้เรื่อง ใสซื่อไปน่ะรู้สึก คิดว่าแม่จะเอ็นดูเหรอ

หึๆ

แน่นอน ได้ใจแม่ไปเต็มๆ

“จริงด้วยสิลูกกล ลูกแม่เป็นผู้ชายไม่ท้องลูก จัดเต็มเลยแต่เบาเสียงหน่อยนะ”

“พูดอะไรนะแม่” ฮือ กระซิกๆ ไปพูดแบบนั้นก็เข้าทางพี่กลหมดนะสิ ถ้าแม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรแม่จะไม่มีทางพูดเลย อย่าลืมพี่กลเป็นผู้ชายและผมก็เป็นผู้ชายถ้าพลาด! เราไม่มีทางเสียหายอะไรใช่ไหมแต่ แต่ผมก็อยากมอบความบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นยองใยให้คนรักในอนาคตนะเว้ย

ไม่ใช่ผู้ชายที่คิดกันแค่เล่นๆ

“ฮ่าๆ ผมไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอกครับ ถ้าจะทำ น้องหมอต้องสมยอม”

“ไม่! มี! ทาง!” แบบนี้มันต้องเน้นทีละคำสิจะได้รู้ชัดยังไงเล่า

“มันต้องมีสักวันแหละ ฮ่าๆ”

“แล้วแม่มีอะไรหรือเปล่าครับ” ทางที่ดีชวนอีกคนคุยดีกว่า ถ้าต่อยาวสาวความยืดกับพี่กลอีกนิดก็คงเข้าทางพอดี ไม่ได้ๆ เราไม่ควรเปิดโอกาสอะไรให้มาก เขาต่างหากที่ต้องเป็นคนหาทางเองคิดเหมือนพี่เขาเป็นซูเปอร์สตาร์คนดังเลยวะและผมเป็นรางวัลชนะเลิศ

“แม่มาเอาหมอนข้างนะจ๊ะ ลูกกลส่งมาให้แม่ที”

…?” หือ มาเอาหมอนข้าง ผมมองพี่กลส่งหมอนข้างไปให้แม่ ทั้งสองคนสบตากันเหมือนสื่อสารอะไรบางอย่าง บางอย่างที่ว่าคือผมแม่งไม่รู้เรื่องด้วย

“ลูกกล เอาหมอนมาใบหนึ่งสิลูก จะได้เหลือลูกเดียว”

“ครับ” พี่กลตอบรับและยิ้มพอใจแต่ผมยิ่งไม่เข้าใจใหญ่ ทั้งบ้านมีหมอนข้างมีหมอนหนุนเยอะแยะแต่จำเป็นต้องมาเคาะกลางดึกเพื่อขอกันไหม

“แม่ๆ ถ้าเอาหมอนข้างไปแล้วหยุดฝนจะกอดอะไรล่ะครับ แม่ก็รู้ว่าผมติดหมอนข้างอ่ะ” ผมถามเสียงอ้อนเพื่อหวังให้เธอคืนหมอนให้แต่ไม่เลย หม่อมแม่ส่ายหน้าไปมาและชี้ไปที่คนข้างตัว

“ไม่เห็นจะยากเลย ลูกนอนกับใครก็กอดคนนั้นสิ”

ฉ่า ~

หน้าร้อนเบาๆ

ผมก้มหน้าทันทีเมื่อเจอสายตาล้อเลียนของแม่ สายตาของหม่อมแม่สุดที่รักยังไม่เท่าไหร่แต่สายตาจ้องจะกลืนกินของพี่กลนี่แหละมันทำผมร้อนไปทั้งตัว ถ้าไหม้ได้คงไหม้ไปนานแล้ว

“เดี๋ยวพี่เค้าเมื่อยเอา เอาหมอนข้างมาคืนเถอะครับ”

“ลูกกล หยุดฝนจะกอดลูกเนี่ย ลูกจะเมื่อยไหมจ๊ะ” แม่ไม่ตอบคำถามแต่เลือกที่จะถามคนข้างตัวแทน แน่นอนว่าพี่กลพร้อมใจส่ายหน้าทันที รอยยิ้มปริ่มเปรมมีความสุขนี่คืออะหยังฮะ!

“ต่อให้เมื่อยผมก็ยอมครับ อุ่นดี”

อุ่นอะไรเล่า ผมเขินตายเลย

แง ~ ทั้งสองคนไปแอบซุบซิบลับหลังผมหรือเปล่าวะทำไมมันเข้าขากันได้ดีจริงๆ แม่ก็ส่งเสริมดีจัง ส่วนพี่กลนี่ไม่ต้องเลย มีโอกาสเมื่อไหร่ก็พร้อมเสียบทำคะแนนทุกที เฮ้อ คิดดูสิครับถ้าวันหนึ่งผมชอบพี่กลขึ้นมามันจะเป็นยังไง แม่ยายกับลูกเขย โฮะๆ

“ผมไม่กอดก็ได้หมอนข้างอ่ะ แต่เอาหมอนหนุนคืนมาสิฮะ” ในเมื่อหมอนข้างไม่ได้ผมก็ไม่เอา คืนเดียวไม่ถึงกับต้องชักดิ้นชักงอหรอก

“ไม่ได้”

“เอ๊ะ ถ้าไม่มีหมอนแล้วผมจะหนุนอะไรครับ” ไม่นะ อย่าบอกเชียวนะว่า

“ลูกกลแขนลูกว่างๆ พอให้หยุดฝนหนุนได้ไหม อากาศเย็นด้วย ลูกกลให้ลูกแม่ ซบอกได้ไหมลูก”

“ฮ่าๆ ได้สิครับ”

“ฮือ แม่อย่าแกล้งผมน้า แม่!” ผมตะโกนสุดเสียงแต่ไม่ทันแล้ว เธอไปแล้วครับ

ปัง!

จบกันชีวิตไอ้หยุดฝน

ผมนั่งอาลัยอาวรณ์หมอนข้างและหมอนหนุนที่หม่อมแม่เอาออกไปด้วย แล้วแบบนี้กระผมจะทำเยี่ยงไร เสียสละไปนอนพื้นดีกว่าไหมเพราะถ้านอนพื้นห้องใช่มะเราก็ไม่ต้องโดนกอดหรือเป็นฝ่ายละเมอไปกอดอีกฝ่าย เป็นผู้ชายก็ขอหวงเนื้อหวงตัวหน่อยเถอะ

“พี่กล ผม

“อยากนอนแล้ว นอนกันเถอะ”

“เฮ้ย อย่ากอดสิ ไม่ชิน” ผมทักท้วงที่คนข้างกายกระชากตัวผมไปนอนด้านข้างตัวเอง เขาตวัดแขนมารัดรอบตัวไว้จากนั้นก็ใช้คางเกยหัว มันทำให้หน้าผมซบหน้าอกเขาเต็มๆ กลิ่นหอมเจือจางจากกายใหญ่กำลังทำให้สมองมึนเบลอ เกิดมาไม่เคยกอดชายไหนนอกจากพ่อตัวเองสักครั้ง

“เดี๋ยวก็ชิน เดี๋ยวมาให้กอดทุกวันเลย”

“ไม่เอาหรอก” ผมบอกเสียงอุบอิบในลำคอ ไม่รู้หน้าจะแดงไหม

“งั้นไปนอนคอนโดพี่สิ”

“ฝันเหรอ เหอะ”

“ฝันดีนะ” พี่กลว่าจบก็จูบลงกลางขมับจนผมหน้าร้อนเต็มไปหมด จูบเมื่อกี้ไม่ได้นุ่มนวลเหมือนคำพูดหรอก มันรุนแรงตามบุคลิกตัวเองนั่นแหละ อ่า ยังไงดีมันเหมือนเอาปากกระแทกขมับเลย จะบอกว่าเจ็บก็เจ็บอยู่จะบอกว่ารู้สึกดีก็ดีแหละ

ฟอด ~

“งื้อออ อย่าหอมแก้ม” ไม่ทันแล้ว ท้วงไม่ทันแล้ว เมื่อกี้เหตุการณ์ไวมากเขาหอมแก้มกันด้วยแหละ

“ฝันดี กอดได้ไม่ว่า ฮ่าๆ” เหรอ พี่นั่นแหละที่กอดผมอยู่เนี่ย

“แม่งทั้งแม่ทั้งพี่ อย่ากอดแน่นผมอึดอัด”

“ไม่ได้หรอก พี่ขาดความอบอุ่น ต้องกอดแน่นๆ”

กำไรชัดๆ

มันคือคำที่ผุดเข้ามาในสมอง น่าแปลกที่เรารู้จักกันไม่ถึงเดือนแต่ผมกลับรู้สึกไว้ใจผู้ชายคนนี้มาก ครั้งแรกที่เจอกันมันโคตรโหดร้ายกับหยุดฝนที่สุด เจอว้ากใส่ใครจะไปชอบครับแต่ลับหลังก็ไม่ค่อยมี อิอิ อ่อนโยนดี ผม เอ่อ ก็ชอบความอ่อนโยนเหมือนกัน ชอบเพราะเขาอ่อนโยนให้ผมคนเดียว

“ฝันร้ายผีกัดก้นซะ ฮ่าๆ”

 

เช้าวันใหม่

ผมตื่นช้ากว่าพี่กลไม่รู้กี่นาที แต่ก็ไม่มีเวลาคิดนานต้องรีบอาบน้ำแต่งหล่อเพื่อไปอ่านหนังสือที่คณะแพทย์ เพื่อนไลน์มาบอกตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าควรไปอ่านหนังสือสักหน่อย มีสอบย่อยด้วยมั้งและมันก็ยากจริงๆ นั่นแหละ

“ไปไหนแต่เช้าวะ”

เมื่อลงมาชั้นล่างก็เห็นร่างสูงกำลังช่วยแม่ทำอาหารเช้าอยู่ แหม คงคุยกันสนุกปากเลยสิแม่ผมเป็นคนยังไงพี่หยุดฝนรู้ดีเลย เผากันจะไหม้แล้วมั้ง แล้วดูสิยิ้มหน้าบานเป็นจานกระด้ง รู้สึกอยากให้พ่อกลับมาห้ามปรามเสียจริง

“ตื่นแล้วเหรอลูก”

“ประจบแม่ผมเหรอพี่กล” ผมไม่ตอบคำถามแม่แต่เลือกที่จะถามอีกคนแทน คำถามที่เธอถามแม่งไม่น่าเอ่ยออกมาหรอก ตื่นแล้วเหรอถือแม่ก็เห็นผมเดินลงมาแล้วไหม

“ประจบหยุดฝนต่างหาก อุตส่าห์ตื่นเช้ามาทำอาหารให้”

“เหอะ”

“แล้วแต่งตัวหล่อนี่ลูกแม่จะไปไหนจ๊ะ”

“ไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดคณะแพทย์ฮะ” ผมตอบแล้วนั่งลงที่โต๊ะประจำ พี่กลก็เอาข้าวต้มทะเลมาเสิร์ฟ ร้อนกำลังพอดีแต่ก็ต้องเป่านั่นแหละ

“พาพี่กลไปด้วยสิ”

“เอ่อ จะไปเหรอ ผมถามแล้วเลิกคิ้วซ้ายขึ้น คือมันติดจนเป็นนิสัยไปแล้วแหละ

“ไป”

ชัดเจน! ตามไปทุกที่เลยสินะ

เราสามคนนั่งทานข้าวต้มไปก็ชวนกันคุยไปเรื่อยเปื่อย ส่วนใหญ่จะเป็นวีรกรรมตอนเด็กของผมกับพี่กลซะมากกว่า เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าตอนเรียนมัธยมพี่กลเคยเป็นลีดมาก่อน เขาบอกว่าต้องซ้อมหนักมาก ดัดตัวเอย เอาเถอะแค่ฟังก็ทรมานร่างกายแล้ว

“ลูกกลเอารถไปจอดที่คอนโด จากนั้นก็ไปรถหยุดฝนนะลูก เดี๋ยวฝนตกจะเปียกเอา”

“ครับ แล้วเจอกันใหม่นะครับคุณแม่”

“จ้า”

อ่าจ้า ลากันแล้วมีกอดลาด้วย จะรักกันเกินไปไหม!?

ผมขับรถเฟอร์รารี่ตามพี่กลมาที่คอนโดหรูหราซึ่งคอนโดนี่มันไฮโซเกินกว่ารถเศษเหล็กอย่างเขาจะเข้ามาเหยียบได้ ดูท่าพี่กลจะมีฐานะไม่น้อย ไม่รวยมากก็รวยมหามากนั่นแหละ อ่า ช่างเถอะเพราะฐานะมันเป็นเพียงสิ่งภายนอก ภายในใจต่างหากที่ล้ำค่า

โฮะๆ คิดได้เนอะ

“ไปข้างบนก่อนสิ”

“อือ” ผมตอบรับและเดินตามพี่กลเข้ามาด้านในซึ่งเพียงก้าวเข้ามาเท่านั้นแหละพนักงานมองกันพรึบ คืออึดอัดไปไหมถามใจดู จะจ้องอะไรกันมิทราบครับ เห็นคนหล่อหน่อยเป็นอันมองกันไม่หยุด

“ทำไมพนักงานถึงมองหน้าผมแปลกๆ”

“ก็มึงเคยมาแล้วนี่หว่า ก็มองเป็นธรรมดา”

เออว่ะ เขาพูดถูก

“รอเดี๋ยวนะ เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”

ผมไม่ตอบอะไรเมื่อเดินเข้ามาในห้องอีกครั้ง ตรงนี้ที่ผมบอกเขาว่าเจ็บ ช่างกล้าพูดไปนะพูดเหมือนเราสองคนเป็นแฟนกันและผมงอนอยู่ ฮ่าๆ ตลกว่ะถ้าเผลอเอาไปเล่าให้ใครมีหวังได้อายยันลูกบวช เมื่อรอพี่แกได้สักพักก็เริ่มเดินไปทั่วตั้งแต่ในครัว ห้องนั่งเล่น และห้องต่างๆ จนพามาหยุดที่ห้องนอน

พี่กลเขาไม่ว่าอะไรหรอก ทำเพียงมองเท่านั้นแหละ

“รูปใครเหรอ อ้วนชะมัด”

“เออ รูปกูเองแหละ”

“เป็นลูกคนเดียวเหรอ” ดีเนอะแต่จะไม่ดีก็ตรงไม่มีเพื่อนเล่น คงเหงาแย่

“ใช่ เสร็จแล้ว”

เราสองคนพากันลงมาชั้นล่างอีกรอบและรอบนี้ยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือพี่แกแต่ละคนหันไปซุบซิบข้างหูด้วย เอาแล้วไง สายตาล้อเลียนบ้าง สายตาเหยียดหยามบ้าง ผมก็พยายามเมินผ่านพวกเขาทั้งหลายคงคิดว่าเราสองคนเป็นผัวเมียกันมั้ง ช่างประไรใครสนใจเล่า

“พี่ขับนะ ผมอยากนั่ง”

“ครับ”

 

@ห้องสมุดคณะแพทย์

“หรูวะ หนังสือแม่งโคตรเยอะ” ประโยคที่แปดของพี่กลตั้งแต่ก้าวเข้ามาในเขตที่เรียกว่าห้องสมุด ห้องนี้เป็นที่รวบรวมหนังสือสาระความรู้มากมาย มีทั้งหมดหกชั้นแต่ละชั้นก็ตามปีที่เรียน ปีหนึ่งอยู่ชั้นแรก ไล่ไปเรื่อยๆ แน่นอนว่าผมเป็นเด็กปีหนึ่งจึงไม่ขึ้นไปอ่านชั้นอื่น

“พี่ไม่เบื่อเหรอ ผมขออ่านสักสามชั่วโมงนะ”

“สบาย ทั้งวันก็ไหว ขอแค่มีมึงอยู่ข้างๆ ก็พอ” แหวะ ~ ความรู้พรั่งพรูออกมาจนความรู้ไม่เข้าสมองแล้ว คิดถูกหรือคิดผิดเนี่ยที่พาเขามาด้วย

“เหอะ อย่าเยอะมากเดี๋ยวความรู้ไม่เข้าหัว”

“อ้อเหรอ เดี๋ยวกูเข้าหัวแทนอ่ะดิ”

ไม่ขอเสวนาต่อนะครับเผอิญผมมาอ่านหนังสือ ตอนนี้เรานั่งที่โต๊ะกันสองคนโดยพี่กลนั่งชิดเบียดข้างตัว บอกให้ไปนั่งตรงข้ามก็ไม่เอาบอกว่าขี้เหงาอยู่นั่นแหละ เออแล้วแต่เลยถ้าอยากนั่งนักก็เชิญเถอะ

“พี่กล! แกพาเดือนมหาลัยมาด้วยเหรอ”

“อย่าดังได้ไหมราเมน” ผมบอกเมื่อผองเพื่อนเดินมานั่งตรงข้าม

“เฮ้ยๆ แนะนำพวกเราให้พี่เขารู้จักบ้างสิวะ อย่าหวงไปหน่อยเลย” ซุปไก่บอกและมองหน้าพี่กลซึ่งพี่แกไม่ยิ้มไม่อะไรแต่ก็ไม่ได้วางมาดขรึมเหมือนเฮดว้าก ก็แค่แสดงท่าทีนิ่งเฉยเท่านั้น แต่เชื่อไหมว่าความนิ่งพวกนี้ซ่อนความรำคาญอยู่ บ๊ะ นี่ผมรู้ลึกรู้นิสัยเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“นี่พี่กล พวกแกคงรู้จักดี นี่ราเมน ซุปไก่ พันทิป และกล้วยปิ้ง”

“ไอ้บ้า! ไม่ใช่ค่ะพี่กล หนูชื่อก้านกล้วยน้า”

“ชื่อก็น่ารักดีอยู่แล้ว” ผมบอกจนเพื่อนสาวหันมาแยกเขี้ยวใส่

“ไม่เว้ยไอ้บ้า ไอ้ฝนตก”

“อ่านหนังสือเถอะ” พี่กลตัดบทเหมือนรำคาญที่ผมเถียงกับก้านกล้วยไม่เลิกรา แล้วทำไมต้องนั่งหน้าบูดขนาดนั้นวะ เขาหงุดหงิดเหรอที่ต้องมารอผมตั้งสามชั่วโมงเนี่ย ความจริงก็ไม่อยากให้รอหรอกแต่ไล่แล้วไม่ไป เอายังไงดีล่ะ

“เบื่อไหม ผมถามคนข้างตัว เขาเลยส่ายหน้าไป

“ไม่อ่ะ”

“พี่เอาโทรศัพท์มาเล่นก่อนก็ได้ แต่ผมไม่กลับไปส่งนะ อ่านหนังสืออยู่”

“ไม่ได้เอามา แบตหมด”  กรรม! มานั่งหน้าเหม็นเบื่อใกล้ตัวแล้วผมอ่านไม่ออก ความรู้ไม่เข้าหัวแล้วเนี่ย งั้นหาอะไรให้พี่แกเล่นคั่นเวลาไปก่อนแล้วกัน

“อ๊ะ ให้ยืมเล่นก่อนก็ได้” พี่กลรับไอโฟนผมก็ยกยิ้มนิดหน่อยจนผมเผลอยิ้มตามแต่ก็ต้องหุบยิ้มเมื่อราเมนเอ่ยปากล้อเลียน เดี๋ยวตบให้หน้ายุบซะหรอก

“เอ๊ะ! อะไรยังไงเพื่อนหยุดฝน ไอโฟนแกนี่พวกเราไม่เคยได้จับ สรุปเป็นแฟนกันใช่ไหมพอราเมนถามเพื่อนคนอื่นที่ก้มหน้าอ่านหนังสือก็พลอยหันมามองด้วยสายตาสนใจตาม เอาเข้าไปมันไม่ใช่อย่างที่คิดสักหน่อย

“อย่าถามมาก ไม่ใช่”

“อย่าเชื่อเพื่อนฝนตกเลย หน้าแดงไปหมดแล้ว กิ้วๆ”

บางทีผมก็ไม่อยากให้ก้านกล้วยแซวกันเท่าไหร่ แม่งอ่านหนังสือต่อดีกว่าแต่แรงสะกิดจากร่างสูงข้างตัวเรียกร้องความสนใจทันที คิ้วขมวดเป็นปมคือส่องเฟซบุ๊กส่องไลน์ใช่ไหม ช่างเถอะ ไม่เห็นมีอะไรสักหน่อย

“ทำไมมีแต่ผู้ชายแอดมาวะ”

“พี่อย่ากดรับนะ” ผมบอก คือคนที่แอดมาไม่รู้จักสักหน่อย บางคนหน้าตาหน้ากลัว บางคนไม่เอารูปตัวเองลง หรือบางคนเอาดารามาลงแบบเนี่ย ไม่มีทางรับเป็นเพื่อนหรอก

“แล้วทำไมไม่รับกูเป็นเพื่อนล่ะฮะ”

“ต้องรับเหรอ

“เออ ไม่เป็นไร” พี่กลแม่งท่าทางไม่น่าเป็นเฮดว้ากได้เลย เป็นถึงเฮดว้ากแล้วดูตอนนี้สิครับ หน้าบูดขี้งอแงเขาเป็นแบบนี้กับคนอื่นหรือเปล่า ใหญ่แต่ตัวชะมัด

“มาๆ รับแล้ว”

ผมจิ้มไอโฟนแล้วรับพี่กลเป็นเพื่อน ความจริงคือไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาแอดมาตอนไหนก็วันหนึ่งแอดมาเป็นร้อย ใครจะมานั่งมองว่าใครแอดมาบ้าง ส่วนใหญ่จะรับเฉพาะพวกที่มาขอต่อหน้าเท่านั้น

อ่า ผมแม่งไม่ชอบให้เขายิ้มให้ใครแบบนี้เลย เพื่อนร่วมโต๊ะต่างมองเราสองคนด้วยสายตาสอดรู้สอดเห็นและสายตาที่มองพี่กลแบบนี้แหละมันทำให้ผมรู้สึกไม่พอใจ

โอ๊ย! จะยิ้มอะไรนักหนาวะ

“หุบยิ้มเดี๋ยวนี้”

“หวงเหรอ ไม่ต้องห่วงกูส่งรอยยิ้มหวานๆ ให้มึงคนเดียว”

---------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 828 ครั้ง

1,988 ความคิดเห็น

  1. #1981 timmy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 07:50

    คณแม่ไม่ขัดขวางความรัก ก็ดีมากแล้ว แต่ถึงขั้นสนับสนุนให้ลูกโดนกดนี่ก็อ่านไป ขัดใจไป

    #1981
    0
  2. วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 13:54
    หวายๆ มีหงหวงนะจ๊ะ
    #1968
    0
  3. #1932 LittleJune (@LittleJune) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:28
    ดีต่อใจ
    #1932
    0
  4. #1930 Shin Night (@nunza1743) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:53
    โอ้ยใจบางหมดแล้วววว
    #1930
    0
  5. #1815 AirrUtai (@AirrUtai) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 21:02
    หวายๆๆๆมีการห้ามยิ้มด้วยอ่าา
    #1815
    0
  6. #1814 AirrUtai (@AirrUtai) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 21:02
    หวายๆๆๆมีการห้ามยิ้มด้วยอ่าา
    #1814
    0
  7. #1787 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 14:50
    คุมแม่คือกัปตัน...
    #1787
    0
  8. #1738 zoeyluck (@duddao) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 19:57
    เข้าทางแม่ง่ายไปไหม 5555
    #1738
    0
  9. #1690 mook (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 20:36
    พี่กลคะเข้าทางคุณแม่ได้แล้วอย่าลืมเอาชนะใจคุณพ่อด้วยนะคะ
    #1690
    0
  10. #1645 chanjao_jaokha (@chanjao_jaokha) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 01:59
    คุณแม่เจ้าคะะะ ทำดีมากค่าาาาาาาา 5555555
    #1645
    0
  11. #1601 kgolf (@kgolf) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 01:00
    เฮ่อๆๆ รู้งานดีเนอะเข้าทางแม่ยายอ่ะ
    #1601
    0
  12. วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 11:13
    คุณแม่นี่ก็รู้งานดีนะคะ555 พี่กลก็รับกำไรไปเน้นๆเลย>///<
    #1553
    0
  13. #1492 PPP.. (@PangPoong) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 09:34
    ห้องสมุดหรือโรงเก็บน้ำตาลหวานเชีย 55555
    #1492
    0
  14. #1460 panutdakaiviang (@panutdakaiviang) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 18:06
    อยากอ่านอ่าาาาา????
    #1460
    0
  15. #1401 JongjitSriyan (@JongjitSriyan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 08:20
    แอบห่วงๆ
    #1401
    0
  16. #1265 Intelligence- (@capacite) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 08:02
    โอ๊ยยยย พี่กลลลลล รถอ้อยคว่ำแล้วพี่ 55555555555555 อ่อยหนักมากอ่ะ ละคุณแม่นี่อะไร แทบจะประเคนลูกละ ชอบๆๆๆ 5555
    #1265
    0
  17. #1224 mayaangel (@kanyadevil) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 23:09
    ถ้าฝนไม่ดูชอบกลนะ จะไม่โอเคกับแม่เลยอะ เหมือนการบังคับกลายๆว่าให้ชอบคนนี้ถ้าสมมุติฝนไม่ชอบจริงๆแต่ไม่กล้าขัดแม่ละ อะโหย
    #1224
    0
  18. วันที่ 5 เมษายน 2560 / 20:11
    ทีมแม่ๆ ใส่พานให้เลยแม่ 5555
    #1092
    0
  19. #942 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 21:47
    คุณแม่ไม่ค่อยเชียร์ลูกเขยเลยค่ะ แทบจะใส่พานถวาย คอนโดนั่นมีความเป็นไปได้ว่าเป็นของพี่กล มีความหวง มีความแค่อยู่ใกล้ก็มีความสุข 555 เป็นเราต่อให้รักก็ไม่ทำนะแบบนี้ น่าเบื่อ มานั่งเฝ้าเนี่ย แต่รุกกับรับมักจะแตกต่างกันอยู่แล้ว
    #942
    0
  20. #531 katekate (@fairykate27) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 12:19
    คือหม่อมแม่ เปิดทางเกินไปไหมค้าฟฟฟฟ ฮ่าๆๆๆๆ อะไรจิอยากให้คุณลูกหมอ มีสะมี ขนาดน้านนนน
    #531
    0
  21. #514 ชาเย็นนนน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2559 / 19:03
    น่ารักมากกกกกกกกกกกกกก แม่ก็เนาะเป็นใจกับว่าที่ลูกเขยเหลือเกินน555
    #514
    0
  22. #506 DarkST (@Cindysirarit) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 06:03
    อยากได้ยิ้มจากพี่กลล
    #506
    0
  23. #313 zernattez (@zernattez) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 11:11
    อยากเป็นหยุดฝนจัง
    #313
    0
  24. #254 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 17:10
    น่ารักกกก
    #254
    0
  25. #253 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 17:09
    น่ารักกกก
    #253
    0