นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

(Gintama) Gekkou no kioku -ความทรงจำของแสงจันทร์- [Gintoki x Takasugi]

โดย Natsumi-69

เรื่องราวของคนทั้งคู่ ในห้องขนาดเล็กที่มีแสงจันทร์สีเงินพาดผ่าน....

ยอดวิวรวม

725

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


725

ความคิดเห็น


6

คนติดตาม


23
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  21 มิ.ย. 62 / 15:38 น.
นิยาย (Gintama) Gekkou no kioku -çӢͧʧѹ- [Gintoki x Takasugi]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


Natsumi-69ค่ะ


ห่างหายไปสักพักหลังจากที่ลงฟิคเรื่องแรกในชีวิตไป สำหรับฟิคเรื่องนี้ก็ยังเป็น GinxTaka เหมือนเดิมค่ะ

 

เหมือนเช่นเคยขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ติชมและให้กำลังใจล่วงหน้าด้วยนะคะ

 

 

 

✿:・❀・;✿:・❀・;✿:・❀・;✿:・❀・;✿:・❀・;✿ 

 

 

 

 

 

ไม่อนุญาตให้คัดลอก+ดัดแปลงเนื้อหา หรือเผยแพร่ผลงานโดยไม่ได้รับอนุญาตค่ะ







(เพื่ออรรถรสในการอ่าน จะขอแนะนำเพลง Nijiiro Chouchou - Wagakki Band ver. เปิดคลอไปด้วยค่ะ )







cr.sqw

เนื้อเรื่อง อัปเดต 21 มิ.ย. 62 / 15:38


Gekkou no kioku 

  月光の記憶

- ความทรงจำของแสงจันทร์

 

 

เสียงโลหะกระทบกันดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ราวกับจะสะท้อนเสียงกู่ร้องอย่างบ้าคลั่งของเหล่าทหารทั้งสองฝ่าย ณ ที่แห่งนี้สงครามขับไล่ต่างแดนยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด สงครามอันยืดเยื้อยาวนานกว่ายี่สิบปีที่กลืนกินชีวิตของเหล่าซามูไรผู้หมายมั่นจะปกป้องอนาคตของดินแดนแห่งนี้ ในการบที่มีทั้งแพ้และชนะ ย่อมมีคราวที่เป็นฝ่ายได้เปรียบและเสียเปรียบ ....และโชคไม่ดีที่คราวนี้ผู้เป็นฝ่ายเสียเปรียบนั้นคงจะเป็นเขา

ชายที่ถูกเรียกขานว่าผู้นำแห่งกองทัพปีศาจตวัดดาบฟาดฟันใส่สัตรูที่อยู่ตรงหน้า นัยน์ตาสีเขียวกระจ่างในยามนี้ขุ่นมัวด้วยอารมณ์โกรธเคือง กองทัพของพวกเขาถูกซุ่มโจมตีในพื้นที่ที่ศัตรูเป็นฝ่ายได้เปรียบ การซุ่มโจมตีที่ถูกเตรียมการมาอย่างดีนั้นแม้จะไม่ทำให้เกิดความเสียหายใหญ่แต่ก็ทำให้กองทัพของเขากระจัดกระจายกันไปคนละทิศทาง นี่คงจะเป็นอีกแผนหนึ่งของบาคุฟุที่หวังจะเข้าจัดการกองทัพของพวกเขาในยามที่เสียขบวน

แม้แผนรับมืออย่างดีจะถูกเตรียมพร้อมเอาไว้โดยบุรุษผมยาวผู้นำกองทัพใหญ่ หากแต่ในยามสงครามที่ไม่อาจคาดเดาโชคชะตาของตนได้นั้น การเชื่อมั่นในดาบที่คอยฟาดฟันศัตรูตรงหน้าคงจะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำได้  ปลายดาบคมตวัดไปพร้อมกับโลหิตสีแดงฉานที่สาดกระเซ็น ราวกับปลายพู่กันที่รังสรรค์งานศิลปะจากห้วงลมหายใจสุดท้ายของศัตรู เขาฟาดฟันศัตรูที่อยู่ตรงหน้าคนแล้วคนเล่า ก่อนนัยน์ตาสีเขียวกระจ่างจะสะท้อนภาพของร่างคุ้นตาที่ตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเหล่าอมนุษย์เอาไว้ได้ ปลายดาบคมถูกตวัดเข้าหาศัตรูตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนเขาจะฝ่าวงล้อมเข้าไปฟาดฟันศัตรูกำลังที่เงื้อมดาบเข้าหาแผ่นหลังที่คุ้นตานั่น


แผ่นหลังทั้งสองถอยชนกันท่ามกลางวงล้อมของอมนุษย์ชาวสวรรค์ ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบๆเพื่อประเมินสถานการณ์ ศัตรูตรงหน้ามีอยู่ประมาณเจ็ดสิบตนหรือมากกว่า กับพวกเขาเพียงสองคนที่ถูกต้อนให้ออกห่างจากทัพของตนเอง ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มเยาะให้กับสถานการณ์ที่ชวนสิ้นหวังตรงหน้าก่อนเอ่ยทักบุรุษที่อยู่ด้านหลัง

 

“เนื้อหอมเป็นบ้าเลยนี่.... คนที่อยู่ทัพหลังอย่างนายมาทำอะไรอยู่ที่แนวหน้ากันล่ะ ทัตซึมะ?”

 

บุรุษที่ถูกเรียกขานว่ามังกรแห่งคาซึระฮามะหัวเราะร่วนด้วยเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ก่อนเอ่ยตอบ


“พอดีว่าทัพหลังของฉันถูกซุ่มโจมตีน่ะนะ พอรู้ตัวอีกทีก็ดันมาโผล่เอาที่นี่ซะได้”

 

“พวกซึระกับกินโทกิล่ะ?”

 

“ก็น่าจะแยกกันไปอย่างที่เห็นนั่นแหล่ะ ถึงจะมีแผนรับมือแต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงแล้วสิ”

 

แม้จะเอ่ยเคล้าเสียงหัวเราะร่วนอย่างทุกทีแต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความตึงเครียดในน้ำเสียงนั้น  ถึงแม้ว่าซากาโมโต้ ทัตซึมะจะไม่ได้อ่อนด้อยในเรื่องของการสู้รบ แต่ก็ไม่ได้มีฝีมือเทียบเท่าระดับยักษ์มารอย่างซึระหรือกินโทกิ การจะตีฝ่าวงล้อมศัตรูจำนวนขนาดนี้จึงย่อมเป็นไปไม่ได้

 

“แปลว่าต้องถ่วงเวลาจนกว่าจะจัดขบวนทัพใหม่ได้งั้นสิ?”

 

“ก็คงงั้นหล่ะนะ”

 

ทันทีที่สิ้นคำพูดร่างของเขาทั้งสองก็กระโจนเข้าฟาดฟันกับศัตรู ปลายดาบคมตวัดไปตามสัญชาติญาณช่วงชิงเอาชีวิตของศัตรูที่อยู่ตรงหน้าไปพร้อมๆกับระวังหลังให้แก่กัน ทันใดนั้นสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นอมนุษย์ร่างยักษ์ที่เตรียมเงื้อหอกยาวพุ่งใส่ชายที่ถูกเรียกขานว่ามังกรแห่งคาซึระฮามะจากทางจุดบอดของสายตา


“ชิส์...”

เขาเตะเข้าที่กลางลำตัวของศัตรูตรงหน้าก่อนจะเขวี้ยงคมดาบเข้าใส่อมนุษย์ที่อยู่ห่างออกไปอย่างแม่นยำ ชายที่ถูกเรียกขานว่ามังกรแห่งคาซึระฮามะหันมองร่างของอมนุษย์ที่ล้มลงก่อนส่งยิ้มให้เขาแต่ทันใดนั้นรอยยิ้มกว้างก็แปรเปลี่ยนเป็นความตกใจเมื่อตัวเขาเป็นฝ่ายเปิดช่องว่างทางด้านหลังโดยไร้ซึ่งดาบในมือ


“ทากาสุงิ!!!!!!!


เสียงตะโกนของมังกรแห่งคาซึระฮามะดังก้องไปทั่ว เมื่ออมนุษย์สองตนที่เฝ้ารอจังหวะวิ่งเข้าประชิดตัวเขาก่อนหันปลายดาบเข้าหาในระยะที่เขาไม่อาจตั้งรับได้ เขากัดฟัดกรอดให้กับเสี้ยววินาทีที่โลหิตของเขาจะเป็นฝ่ายหลั่งริน หากทว่า....

 

สิ่งที่เขารับรู้ในเสี้ยววินาทีก่อนที่คมดาบจะถูกปักลงบนร่างไม่ใช่สีแดงฉานของโลหิตหากแต่เป็นสีขาวพิสุทธิ์ตัดกับท้องฟ้าที่มีเมฆสีดำลอยต่ำ.....

 

กิโมโนสีขาวพลิ้วไหวยามที่ปลายดาบนั้นตวัดเข้าหาศัตรูที่หันคมดาบใส่เขา โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วราวกับดอกไม้สีแดงสดที่กำลังเบ่งบานและร่วงโรยอยู่รอบกายของชายผู้มีเส้นผมสีเงิน ภาพที่อยู่เบื้องหน้านั้นงดงามแต่ก็ชวนให้พรั่นพรึง....

 

ภาพ....ของยักษ์สีขาวที่กำลังร่ายรำ......

 

เขาอาศัยจังหวะที่ศัตรูรอบกายกำลังตกตะลึงเข้าแย่งดาบจากมือของอมนุษย์ที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะกระโจนเข้าใส่ทุ่งดอกไม้โลหิต ฟาดฟันศัตรูที่อยู่ตรงหน้าอย่างต่อเนื่อง แผ่นหลังทั้งสามถอยร่นเข้าชิดกันก่อนที่ยักษ์สีขาวผู้นั้นจะเป็นฝ่ายเอ่ยทัก

 

“ไม่ไหวเลยนะ พวกแกเนี่ย... แอบมาเล่นสนุกกันไม่เห็นบอกฉันซักคำ”

 

“ฮ่าๆๆๆๆ คนที่กล้าเรียกสถานการณ์ตรงหน้าว่าสนุกก็มีแต่นายเท่านั้นแหล่ะคินโทกิ”

 

“สถานการณ์ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง?”

เขาหันไปถามถึงสถานการณ์ของทัพใหญ่ที่ถูกซุ่มโจมตีจากบุรุษตรงหน้า

 

“ซึระใช้แผนรับมือจัดขบวนทัพขึ้นมาใหม่อยู่น่ะ ฉันเลยรับหน้าที่เป็นตัวล่อ”

 

 “ตัวล่อ? นายคนเดียวเนี่ยนะ? กระโดดเข้ามาแนวหน้าคนเดียวแบบนี้เดี๊ยวจะได้ตายเร็วเอานาคินโทกิ”

 

 “ไม่อยากให้ไอ้คนที่เงาหัวกำลังจะขาดอยู่รอมร่ออย่างแกเป็นคนพูดเลยฟ่ะ ทัตซึมะ”


ชายที่มักถูกเรียกชื่อผิดกล่าวอย่างหน่ายๆก่อนกระชับดาบในมือเตรียมพร้อมรับมือกับกองทัพอมนุษย์ที่พร้อมจะกระโจนเข้าใส่ เช่นเดียวกับเขาที่จดจ้องไปยังศัตรูที่อยู่เบื้องหน้า ในจังหวะที่อมนุษย์นับร้อยกำลังจะโรมรันเข้าปะทะนั้นเอง เสียงระเบิดกัมปนาทก็ดังกึกก้องไปทั่วสนามรบ พร้อมๆกับเสียงกู่ร้องจากกองทัพใหญ่ของเหล่าซามูไรเจ้าของดินแดน

 

“เฮ้ยๆ หมอนั่นเล่นยึดปืนใหญ่มาเลยเรอะ?”

ชายผู้มีเส้นผมสีเงินหันมองไปยังอีกฟากฝั่งของสนามรบที่ปรากฏภาพของกองทัพใหญ่ที่นำทัพโดยคุณชายสูงศักดิ์ผู้บ้าคลั่งกำลังเข้าบดขยี้เหล่าอมนุษย์ที่อยู่เบื้องหน้าจนแตกพ่าย

 

ดูเหมือนว่าแผนรับมือของซึระจะใช้ได้ผล เมื่อกองทัพของศัตรูแตกกระเจิงจนพวกเขาสามารถฝ่าวงล้อมออกมาได้โดยง่าย ดวงตาสีเขียวกระจ่างจับจ้องไปยังแผ่นหลังสีขาวที่กระโจนนำหน้าเข้าหาศัตรูที่ขวางทางก่อนริมฝีปากบางจะยกรอยยิ้ม  

ในการบที่มีทั้งแพ้และชนะ ย่อมมีคราวที่เป็นฝ่ายได้เปรียบและเสียเปรียบ

และดูเหมือนว่าผู้เป็นฝ่ายกุมชัยชนะในครั้งนี้จะเป็นพวกเขา....

 

................

......

 

ในค่ายใหญ่ของกองทัพของเหล่าซามูไรเต็มไปด้วยเสียงครื้นเครงจากการฉลองชัยชนะในการศึกที่ผ่านมา โดยการนำทัพจากชายผู้ถูกเรียกขานว่าคุณชายสูงศักดิ์ผู้บ้าคลั่งและชายเจ้าของฉายาปีศาจสีขาวผู้กระโจนเข้าไปยังแนวหน้าเบี่ยงเบนความสนใจของศัตรูจนทำให้แผนสำรองในการรวบรวมกองทัพที่กระจัดกระจายเป็นผลสำเร็จ

 

“ดื่มให้กับคุณคาซึระและท่านชิโรยาฉะ!!

 

เสียงเฮลั่นไปทั่วห้องขนาดใหญ่ ยามที่จอกสาเกถูกชูขึ้นสูง ที่ปลายสุดของโต๊ะเตี้ยตัวยาวปรากฏร่างของสองวีรบุรุษในวันนี้ จอกสาเกในมือถูกชูขึ้นรับเสียงชมเชยจากเหล่าเพื่อนพ้องก่อนที่ทั้งสองจะนั่งดื่มต่ออย่างเงียบๆ บุรุษผมยาวรับเอาจอกสาเกขึ้นจิบก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆกับชายที่นั่งอยู่ด้านข้าง

 

“โชคดีแค่ไหนที่นายรอดตายนะกินโทกิ การบุกเข้าไปในแนวหน้าเพียงลำพังขณะที่ถูกโอบล้อมโดยศัตรูไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดเอาเสียเลย”

 

ชายที่ถูกตำหนิโคลงหัวไปมาอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะกล่าวตอบบุรุษผมยาวด้วยน้ำเสียงเนือยๆ

“แต่ผลลัพธ์มันก็ออกมาดีไม่ใช่รึไง? ฉันอาละวาดส่วนแกก็ตามเก็บกวาดก็เหมือนเรื่องเดิมๆที่แกชอบบ่นไง”

 

ชายที่ถูกเรียกขานว่าคุณชายสูงศักดิ์ผู้บ้าคลั่งหันมองชายหนุ่มผู้มีเส้นผมสีเงินก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างหาได้ยาก

“แต่ครั้งนี้นายวู่วามเกินไป ถ้าเป็นแบบนี้ในยามศึกคราวหน้าล่ะก็ทัพของเราอาจจะเสียขบวนได้”

 

“แต่ถ้าฉันไปช้ากว่านี้เราก็อาจจะต้องเสียพวกพ้องที่อยู่ในทัพแนวหน้าไปแล้วก็ได้.......”


น้ำเสียงเรียบๆที่กล่าวขึ้นพร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่วางจอกสาเกในมือลง ทำให้บุรุษผมยาวไม่อาจเอ่ยคำตำหนิได้ต่อ ชายผู้มีเส้นผมสีเงินจับจ้องไปยังกลุ่มเพื่อนพ้องที่กำลังดื่มกินอย่างครื้นเครงตรงหน้า ก่อนเอ่ยถามเพื่อเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

“หมอนั่นไปไหนน่ะ?”

 

โดยไม่ต้องรอให้ถามซ้ำคนฉลาดอย่างคาซึระ โคทาโร่ก็เข้าใจว่าหมอนั่นที่ว่านั้นหมายถึงใคร

“ทากาสุงิมีเวรเฝ้ารอบดึกเลยพักผ่อนอยู่ในห้องน่ะ ฉันเองก็บอกแล้วว่าให้คนของฉันเป็นฝ่ายเฝ้าแทนเพราะหมอนั่นก็เพิ่งกลับจากแนวหน้า แต่คนรอบตัวฉันดันมีแต่พวกบ้าที่หัวดื้อกันทั้งนั้น”

 

คนที่ถูกเหมารวมว่าเป็นพวกบ้าหัวดื้อหัวเราะเบาๆก่อนจะคว้าสาเกขวดเล็กกับจอกเหล้าสองใบขึ้นจากโต๊ะ ขายาวๆก้าวไปที่ประตูด้วยท่าทีสบายๆก่อนกล่าวทิ้งท้าย

“ยังไงวันนี้ก็ขอบใจนะซึระ”

 

“ไม่ใช่ซึระ คาซึระต่างหาก......อุ้บ!

 

คุณชายสูงศักดิ์ผู้บ้าคลั่งตอบกลับอย่างหน่ายๆก่อนถูกมังกรแห่งคาซึระฮามะคว้าคอเข้าจากทางด้านหลังพร้อมจับขวดเหล้าดีกรีแรงกรอกเข้าปากท่ามกลางเสียงเชียร์ดังสนั่นของเหล่าเพื่อนพ้อง

 

...........................................

 

...............

 


ในห้องขนาดเล็กที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องเข้ามาจากหน้าต่างบานใหญ่ ปรากฏร่างในชุดกิโมโนสีม่วงอ่อนที่ถูกอาบไล้ท่ามกลางแสงสีนวล นัยน์ตาสีเขียวกระจ่างจับจ้องไปยังดวงจันทร์ที่ลอยต่ำอยู่เบื้องหน้า ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามเส้นสายของเครื่องดนตรีคู่ใจก่อให้เกิดท่วงทำนองแผ่วเบาสะท้อนกังวานขึ้นในห้องที่เงียบงัน

ท่วงทำนองไหลลื่นราวกับสายน้ำหยุดลงยามได้ยินเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังขึ้น นัยน์ตาคู่สวยจับจ้องไปยังประตูบานเลื่อนที่ถูกเปิดออกพร้อมกับเจ้าของเรือนผมสีเงินที่กระชับสาเกขวดเล็กเอาไว้ในมือ

 

“ได้ยินเสียงดนตรีในห้องเงียบๆไอ้ฉันก็นึกว่าเจ้าหญิงคางุยะจะเสด็จลงมาจากดวงจันทร์เสียอีก ที่แท้ก็เป็นคุณหนูชินสุเกะนี่เอง”

 

น้ำเสียงกวนๆถูกกล่าวขึ้นพร้อมกับร่างในชุดกิโมโนสีขาวที่ค่อยๆสาวเท้าเข้ามาในห้อง เขายกรอยยิ้มบางพร้อมเงยหน้าขึ้นสบสายตากับคนตรงหน้าก่อนเอ่ยตอบ

 

“หึ ได้ยินเสียงฝีเท้าก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็เป็นท่านชิโรยาฉะวีรบุรุษของวันนี้นี่เอง”

 

ชายที่ถูกเรียกขานว่าวีรบุรุษทำหน้าเหม็นบูดก่อนจะหย่อนกายลงข้างๆเขา จอกสาเกสองใบถูกวางเอาไว้บนพื้นเสื่อพร้อมกับสาเกขวดเล็กที่ถูกเปิดออก ส่งกลิ่นหอมหวานที่เกิดจากการหมักบ่มอย่างดีให้ลอยขึ้นไปในอากาศ

 

“พอถูกนายเรียกด้วยน้ำเสียงแบบนั้นแล้วมันรู้สึกยั๊วะยังไงไม่รู้ฟ่ะ.....”

 

นัยน์ตาคู่สวยจับจ้องไปยังจอกสาเกที่กำลังถูกรินน้ำใสลงไปก่อนเอ่ยตอบ

“งั้น....จะให้เรียกว่าอัศวินของฉันมั้ยล่ะ?”

 

ฝ่ามือใหญ่ที่กำลังรินสาเกชะงักไปชั่วครู่ก่อนนัยน์ตาสีแดงฉานที่ฉายแววประหลาดใจนั้นจะเงยขึ้นมาสบ

“อะไรกันล่ะนั่นน่ะ...?”

 

“หึๆ ก็แค่เรียกตามที่ทัตซึมะพูดเอาไว้น่ะ”

 

“ชิส์ เจ้าบ้านั่น.......”

 

ร่างในชุดกิโมโนสีม่วงอ่อนพิงกายเข้ากับบานหน้าต่างอย่างผ่อนคลายกับความรู้สึกที่ได้เป็นฝ่ายเอาคืน ก่อนฝ่ามือเรียวจะยื่นไปรับจอกสาเกขึ้นมาจิบ

 

“แต่ก็เอาเถอะ... มันก็ไม่เลวไม่ใช่หรอ?”

เจ้าของเรือนผมสีเงินเอ่ยขึ้นพร้อมขยับกายเข้ามาใกล้ ฝ่ามืออุ่นคว้าเอามือข้างที่ว่างของเขาขึ้นมาจุมพิตเบาๆ ก่อนน้ำเสียงทุ้มนั้นจะเอื้อนเอ่ย

 

“ไม่ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นสวรรค์หรือนรกฉันก็จะไม่ยอมให้มาพรากนายไปได้.......เพราะว่าชีวิตของนาย...ฉันคนนี้จะปกป้องเอาไว้เอง”

 

นัยน์ตาสีแดงฉานส่องประกายรับกับแสงจันทร์ ถ้อยคำที่หนักแน่นถูกเอื้อนเอ่ยสะท้อนกังวานไปในห้องที่เงียบสงัด เขาค่อยๆยกปลายนิ้วขึ้นไล้ไปตามใบหน้าคมที่อยู่ตรงหน้าก่อนที่จะ...

 

“คุ....หึ ฮ่ะๆๆๆ”

 

ใบหน้าคมถูกแต่งแต้มด้วยสีจางๆในทันทีเมื่อแผนเก๊กหล่อพังไม่เป็นท่าด้วยเสียงหัวเราะใส ร่างสูงโปร่งยันกายขึ้นอย่างลุกลนพร้อมชี้นิ้วโวยวาย

 

“ขำอะไรของนายฟะเจ้าบ้า! ท่านชิโรยาฉะคนนี้กำลังทำเท่ห์อยู่เชียวนะเฟ้ย!

 

ปลายนิ้วเรียวค่อยๆยกขึ้นปาดเช็ดหยาดน้ำตรงหางตา รอยยิ้มบางยังคงถูกฉาบเอาไว้บนใบหน้าพร้อมๆกับนัยน์ตาคู่สวยที่เงยขึ้นสบ

 

“คิก... กินโทกิ”

 

“หา?”

 

น้ำเสียงโกรธเคืองถูกส่งมาพร้อมนัยน์ตาสีแดงฉานที่ทอประกายคุกรุ่น แต่ต้องชะงักลงเมื่อเห็นแขนเรียวทั้งสองยกกางออกกว้าง รอยยิ้มหวานถูกวาดเอาไว้บนริมฝีปากบาง ก่อนน้ำเสียงที่แสนรักจะเอื้อนเอ่ย

“มานี่สิ...”

 

อา....

พ่ายแพ้เข้าเสียแล้ว.....


ชายที่ถูกเรียกขานว่าปีศาจสีขาวผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับศึกครั้งใดๆ ในยามนี้กลับพ่ายแพ้อย่างหมดรูปให้กับเพียงถ้อยคำสั้นๆ เจ้าของเรือนผมสีเงินโผเข้าหาอ้อมกอดตรงหน้าพร้อมซุกใบหน้าคมลงกับไหล่บางราวกับเด็กตัวเล็กๆ เขายกรอยยิ้มบางให้กับท่าทางของคนตรงหน้า ฝ่ามือเรียวยกเอาซามิเซนที่อยู่บนตักพิงเข้ากับบานหน้าต่าง ก่อนจับเรือนผมสีเงินซบลงบนตักนุ่ม

 

ในห้องเล็กๆที่มีเพียงแสงจันทร์กระจ่างทอประกายพาดผ่าน เรือนผมสีเงินสะท้อนประกายกับแสงจันทร์ราวกับกับเส้นไหมที่เปล่งประกายในความมืด ใบหน้าคมซุกเข้ากับกิโมโนสีม่วงอ่อนก่อนนัยน์ตาสีแดงฉานที่แสนรักจะเงยขึ้นสบกับนัยน์ตาของเขาที่ทอดมองลงมา ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นเกลี่ยปอยผมสีเข้มที่ปรกลงบนหน้าของเขาก่อนน้ำเสียงทุ้มนั้นจะเอื้อนเอ่ย


“ทากาสุงิ....”

 

“หืม..?”

 

“จริงๆแล้วฉันน่ะไม่ใช่วีรบุรุษหรอกนะ”

 

“.....”

 

“ฉันมันก็แค่คนขี้ขลาด ที่หวาดกลัวไปซะทุกอย่าง แต่ก็ยังปากดี.....”

 

นัยน์ตาสีสดละจากใบหน้าของเขาก่อนทอดมองไปยังเพดานสีหม่น ปลายนิ้วเรียวถูกยกขึ้นเกี่ยวกับเส้นผมสีเงินที่ส่องสะท้อนกับแสงจันทร์ พร้อมกับรับฟังถ้อยคำของคนตรงหน้าอย่างเงียบๆ....

 

“ตอนที่รู้ว่าทัพหน้าของนายถูกศัตรูล้อมเอาไว้ ร่างกายของฉันมันก็กระโจนออกไปแล้ว....”

 

“ทัตซึมะบอกว่าฉันเป็นพวกไม่กลัวตาย... ก็คงจะอย่างนั้นล่ะมั้ง ตอนที่เห็นปลายดาบนั่นถูกเงื้อเข้าใส่นาย ในหัวของฉันมันขาวโพลนไปหมด ....เพราะสิ่งที่ฉันหวาดกลัวที่สุดได้อยู่ตรงหน้าแล้ว...”

 

นัยน์ตาสีแดงฉานที่แสนรักทอประกายหม่นก่อนฝ่ามือใหญ่จะยกขึ้นลูบไล้ใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบา.....

 

“ทากาสุงิ.....ถึงแม้ว่าฉันบอกว่าจะปกป้องนาย แต่จริงๆแล้วฉันก็แค่อยากจะตายก่อนนายแค่สักหนึ่งนาที...ไม่สิแค่หนึ่งวินาทีก็ยังดี.....”

 


“เพราะฉันไม่อยากรับรู้ถึงความรู้สึกที่ต้องสูญเสียนาย...แม้เพียงเสี้ยววินาที......”

 

 

น้ำเสียงทุ้มถูกเอื้อนเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาพร้อมกับนัยน์ตาคมที่ทอประกายแสนเศร้า... ร่างในชุดกิโมโนสีม่วงอ่อนซบใบหน้าลงกับฝ่ามืออุ่นก่อนเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาไม่แพ้กัน

 

“เป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวจังเลยนะ นายน่ะ......”

 

“ฮ่ะๆ ใช่มั้ยล่ะ?”

 

รอยยิ้มกวนๆที่ดูขัดแย้งกับนัยน์ตาที่เศร้าสร้อยถูกวาดขึ้นบนริมฝีปากอิ่ม เขาไล้ปลายนิ้วลงบนสันจมูกคมพลางเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบาง

 

“ถ้าไม่มีฉันอยู่ข้างๆ นายจะเป็นยังไงกันนะ?”  

 

“เห.... ฉันก็นึกไม่ออกเหมือนกันแฮะ”

 

เส้นไหมสีเงินสะท้อนประกายกับแสงจันทร์ยามที่เจ้าของเรือนผมนั้นยันกายขึ้นจากตักนิ่ม ฝ่ามืออุ่นกุมกระชับปลายนิ้วของเขาเอาไว้ก่อนโน้มกายเข้าใกล้จนเห็นประกายสีแดงฉานในดวงตาที่ยังคงทอประกายแสนเศร้าหากแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่นและมั่นคง

 

“เพราะอย่างงั้น......อยู่ข้างๆฉันตลอดไปนะทากาสุงิ”




“อยู่ข้างๆฉัน.....เพราะฉันจะคอยอยู่เคียงข้างเพื่อปกป้องนายให้เอง.....”

 

 


...........................................

 

..................


 

ในโลกสีเงินที่แสงจันทร์กระจ่างทอประกายพาดผ่าน อาบไล้ร่างในชุดกิโมโนสีสดที่ยืนอยู่เพียงลำพังบนดาดฟ้าของเรือบินลำใหญ่ นัยน์ตาสีเขียวกระจ่างเพียงข้างเดียวที่เหลืออยู่จับจ้องไปยังดวงจันทร์สีเงินที่ลอยสูงก่อนริมฝีปากจะเหยียดยกรอยยิ้มบาง สายลมในฤดูร้อนหอบพัดให้กิโมโนสีสดพลิ้วสะบัดไปพร้อมกับเรือนผมสีเข้ม นัยน์ตาข้างสวยหรี่มองไปยังทิศทางที่สายลมพัดผ่านพลางยกกระบอกยาสูบขึ้นแนบกับริมฝีปาก

ในทิศทางเดียวกันกับที่สายลมฤดูร้อนเคลื่อนผ่าน ยามที่ดวงจันทร์สีเงินกระจ่างถูกแทนที่ด้วยดวงอาทิตย์สีแดงฉาน เรือลำนี้จะมุ่งตรงสู่ชิรานุอิ.....

 

กลุ่มควันสีขาวถูกทอดถอดออกจากริมฝีปากบาง ล่องลอยขึ้นไปบนท้องฟ้ากว้างก่อนค่อยๆบิดเบี้ยว และพร่าเลือน ราวกับความทรงจำในครั้งวันวาน....

 


 “จะคอยอยู่เคียงข้างฉันงั้นหรอ....”


 

ควันสีขาวจางหายมลายไปกับแสงจันทร์กระจ่าง ทิ้งไว้เพียงถ้อยคำแสนแผ่วเบาที่ถูกเอื้อนเอ่ยเอาไว้กับสายลมที่พัดผ่าน....

 

 

 “คนโกหก....”

 

 


...............................................

 

.....................

 

......



:・・;:・・;:・・;:・・;:・・;

 


Let’s talk

สวัสดีค่ะ....... //ค่อยๆโผล่หัวออกมาจากที่กำบังหลังจากโดนนักอ่านขว้างปาข้าวของใส่

ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบพระคุณค่ะที่กดเข้ามาอ่านฟิคเรื่องนี้ ตกใจมากๆกับจำนวนคนที่เข้ามาอ่านเรื่อง Sekai no owari ni  ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ยอดวิวที่มากมายแต่ก็ทำให้มีกำลังใจเข็นฟิคเรื่องนี้ออกมาอีกจนได้ และที่สำคัญก็คือคอมเมนต์ทุกคอมเมนต์ที่เข้ามาติชมให้กำลังใจกันขอบคุณมากๆค่ะ และต้องขอโทษด้วยที่ตอบกลับช้ามากๆ *ปาดเหงื่อ

ถึงเพื่อนร่วมอุดมการณ์ใครสักคนที่คอยเชียร์คู่นี้อยู่ จากนี้ไปก็จะพยายามเข็นฟิคคู่นี้ออกมาเรื่อยๆนะคะ ฝากตัวด้วยค่ะ!

 

ประชาสัมพันธ์กันสักนิด

ในพื้นที่โฆษณานี้ จะบอกว่าตอนนี้ไรท์แต่งฟิคคู่ GinxTaka เอาไว้สามเรื่องค่ะ ลงในเด็กดีเอาไว้สองเรื่อง ส่วนอีกเรื่องเป็นฟิคจากเรื่องปี3ห้องZ ที่ลงเอาไว้ในเว็บธัญวลัOค่ะ เนื่องจากเนื้อหาไม่สามารถนำมาลงในเด็กดีได้ในความหมายที่รู้กัน ไรท์ไม่แน่ใจว่าถ้าแปะลิงค์ไปเลย จะผิดกฎของเด็กดีรึเปล่า เพราะฉะนั้นจะลงชื่อเรื่องเอาไว้ให้ไปจิ้มอากู๋กันเอาเองนะคะ ชื่อเรื่อง Omae to himitsu no jikan ค่ะ ไรท์ใช้นามปากกาเดียวกัน อ่านแล้วอย่าลืมให้กำลังใจกันด้วยนะคะ เพราะไรท์คนนี้ดันทะลึ่งเอาฟิคไปลงในเว็บที่ไม่เคยมีใครเอาฟิคกินทามะไปลงมาก่อน ก็เลยเงียบเป็นป่าช้าจนน่ากลัวว่าจะมีสแตXด์โผล่ออกมาเลยล่ะค่ะ..... *เหงื่อตก*



ผลงานอื่นๆ ของ Natsumi-69

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. #6 Wannipa_2539 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:09

    มาต่อทีนะคะ
    #6
    0
  2. วันที่ 10 เมษายน 2563 / 03:10

    งือ เพิ่งมาติดค่ะ หนูทากะสวยและเศ้ามาก ขอบคุณที่เขียนคู่นี้นะคะ ;//////;

    #5
    0
  3. วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 21:46
    อิตาบ้าของหวานเอ๊ย โกหกชินจัง(?)เรอะ
    ปล.ชอบทากาเคะมากเลย
    #4
    0
  4. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:43
    คลลลผีทะเล จะโกหกทาคาสุงิ ทำไม ทำไมไม่เอาให้หนักกว่านี้! จะได้ร้องไห้--- //โดนตรบ อินี้ซาดิสถ์
    #3
    1
    • #3-1 Natsumi-69
      2 มีนาคม 2560 / 00:33
      คุณกินอาจจะไม่ได้โกหกก็ได้นะคะ ต้องรอดูกันไป~ XD
      #3-1
  5. #2 ดอ ชฎา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 16:16
    ชอบทากาเคะมากๆ เลยยยย
    #2
    1
    • #2-1 Natsumi-69(จากตอนที่ 1)
      26 เมษายน 2559 / 17:43
      ทางนี้เองก็ชอบเช่นกันค่ะ *หัวเราะ*

      ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์นะคะ
      #2-1
  6. #1 Kudo Seiko (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 22:12
    ไม่หรอก กินโทกิไม่โกหกก มั้ง5555
    #1
    1
    • #1-1 Natsumi-69(จากตอนที่ 1)
      18 เมษายน 2559 / 22:24
      //ตัดภาพไปที่ฉากตามง้อ(แบบเลือดสาด)ในอนิเมะตอนที่305.... #เดี๊ยว

      ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ค่ะ ^^
      #1-1