[ ปิดโอน Re-print ] All to you [Fic Suga x Lisa] - END

ตอนที่ 38 : [All to you] Chapter 34 – I Hate you

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,437
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 162 ครั้ง
    26 พ.ย. 60

Chapter 34 – I Hate you 







"ฉันผิดอะไรเหรอ ถึงทำกับฉันแบบนี้..." 

ลลิสากัดริมฝีปากตัวเองบังคับไม่ให้สั่นทั้งที่กรอบตายังร้อนผ่าว น้ำอุ่น ๆ เอ่อคลอจนแทบจะล้นออกมาอีกครั้ง 

เธอมองสบตาเขานิ่งนาน แวววูบไหวปรากฏในแววตาคู่นั้นของเขาชั่ววูบหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ เลือนหาย เขาก้มหน้าลงและเบือนหนีไปอีกทาง 

ความเงียบแทนคำตอบของทุกอย่าง

คนรอคอยด้วยความหวังใจเจ็บแปลบ หลับตาลงด้วยความปวดร้าว

ใจพังลงตรงหน้า เขา...ไม่ยินดียินร้ายกับความรู้สึกของเธอเลย

"ฮึก..."

ท้ายที่สุดลลิสาก็หลุดสะอื้น มือเล็กกำแน่นเข้าหาตัวก่อนจะยกขึ้นทุบเขาออกไป หวังระบายความเจ็บปวดของตนให้เขาได้รู้สึก 

"ตอบมาสิ...ตอบ..."

"..."

เธอพูดอะไรไม่ออกอีกแล้ว ทั้งที่อยากตะโกน อยากอาละวาด อยากกระทำอะไรให้เขารับรู้ถึงความเจ็บที่เธอได้รับบ้าง แต่ที่ทำได้คือการทำร้ายเขาด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด หยดน้ำตาเริ่มไหลหนักหน่วงและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

มินยุนกินั่งนิ่งปล่อยให้หมัดเล็กนั้นถูกทุบลงบนตัวเขาอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเรี่ยวแรงที่ปล่อยออกมาลดน้อยถอยลง ลลิสาคล้ายจะหมดเรี่ยวแรง เธอร้องไห้จนเหนื่อย สะอึกสะอื้นตัวโยน สำลักน้ำตาตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า   

"ตอบมา..."

"พอเถอะ" เขารวบมือที่ปัดป่ายอย่างสะเปะสะปะของเธอไว้ 

"พอแล้ว" 

ปากสั่นระริกถูกปิดลง น้ำเสียงเย็นชาของเขาที่เธอได้ยิน ใบหน้าเรียบเฉยที่เธอมองเห็นผ่านม่านน้ำตา ตอกย้ำความรู้สึกชาวาบปวดหนึบไปทั้งหัวใจ

ทั้งที่ใจเธอแหลกสลายถึงเพียงนี้ แม้แต่คำปลุกปลอบเขาก็ไม่คิดมีให้ เขาทนเห็นเธอเจ็บปวด ทนมองดูเธอเสียใจร้องไห้หนักขนาดนี้ได้ยังไงกัน

เขาทำมันได้ยังไง...

มินยุนกิไม่พูดอะไรอีก เขาปล่อยมือเธอออก ขยับร่างลุกขึ้นยืนและผละออกห่าง นาทีนั้นลลิสาไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว เรี่ยวแรงที่เคยมีถูกกลืนหาย สมองเธอหมุนติ้วและบีบรัดหนักขึ้น ร่างเล็กค่อย ๆ เอนลงนอนเพื่อบรรเทาความเหนื่อยล้า ปิดเปลือกตาบวมช้ำนั้นลงช้า ๆ

มีเพียงความเงียบรายล้อมอยู่รอบกาย กระทั่งเสียงฝีเท้าหนัก ๆ เดินกลับมาที่โซฟาอีกครั้ง ความเย็นวาบถูกสัมผัสลงที่เท้าของเธอ หญิงสาวลืมตาขึ้นมองแวบหนึ่งก่อนหลับลงไปอีก ไม่อยากดิ้นรน เหนื่อยเกินกว่าจะขัดขืน ปล่อยให้เขาทำแผลให้จนเสร็จเรียบร้อย และรับรู้ว่าอีกไม่นานเขาก็จะออกไปจากห้องแล้ว 

ความเหนื่อยพรากการรับรู้ที่เธอมีให้พร่าเลือนได้รวดเร็ว ชั่ววูบหนึ่งหูได้ยินเสียงเขาคุยโทรศัพท์กับใครบางคนแต่ไม่อาจจับใจความได้ ถ้อยความเหล่านั้นกระท่อนกระแท่นขาดหายเป็นห้วง ๆ เธอเปิดตาขึ้นอีกครั้งเมื่อรับรู้ถึงสัมผัสที่อ่อนโยนตรงแก้ม มือหนาของเขากำลังเช็ดน้ำตาออกให้ บางทีเขาคงนึกรำคาญความอ่อนแอที่เธอมีกระมัง ลลิสาไม่อาจฝืนลืมตาได้อีกต่อไป ความอ่อนเพลียกลืนกินสติเธอให้ขาดหาย ความรู้สึกสุดท้ายที่รับรู้ คล้ายว่าร่างทั้งร่างถูกยกขึ้นสูงก่อนจะถูกวางลงบนที่นุ่ม ๆ สักที่หนึ่ง ไม่ช้าไม่นานหลังจากนั้นทุกอย่างก็วูบดับลง

ลลิสารู้สึกตัวตื่นอีกทีเมื่อแสงสว่างส่องผ่านผ้าม่านเข้ามากระทบเปลือกตา มือเล็กยกขึ้นบังไว้ก่อนพลิกร่างเลี่ยงหลบ เพียงชั่วครู่ดวงตาที่พยายามหลับนิ่งก็ค่อย ๆ เปิดออก 

เช้าวันใหม่มาเยือน แม้จะผ่านมาชั่วคืนแล้วแต่ยังรู้สึกถึงการปวดแสบบริเวณรอบ ๆ ดวงตาที่บวมช้ำได้เป็นอย่างดี

ร่างเล็กขยับลุกขึ้นนั่ง กวาดสายตาหันมองไปรอบ ๆ ห้องที่ว่างเปล่าก่อนสะบัดผ้าห่มที่คลุมร่างออก ขยับตัวจะลุกออกจากเตียง ทันทีที่เท้าแตะถึงพื้นได้ สายตากลับจับจ้องอยู่ที่เท้าข้างที่ได้แผลเมื่อเย็นวาน เพียงเห็นผ้าพันแผลที่อยู่รอบ ๆ นิ้วเท้า กรอบตาเจ้ากรรมก็คล้ายจะร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะสั่งตัวเองให้หยุดแม้รู้ว่าทำได้ยากเย็น 

หญิงสาวเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เธอไม่อยากอ่อนแออีกแล้ว...

เพิ่งรู้บางสิ่งนั้นยากเกินทำความเข้าใจก็นาทีนี้เอง บางอย่างที่คิดว่าเข้าใจดีแล้วแท้จริงอาจไม่เข้าใกล้คำนั้นเลย เฉกเช่นที่ตอนนี้เธอไม่เข้าใจเขา ไม่เข้าใจเลยแม้แต่นิดเดียว

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกะทันหันอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวนี้ กำลังฉุดกระชากความเชื่อใจที่เธอเคยมีอย่างเต็มเปี่ยมนั้นให้ถดถอย ถึงกระนั้นใจก็ยังอยากยึดมั่นเอาไว้ ช่วงเวลาที่สมองและหัวใจตีกันหนักหน่วง เธอเริ่มคิดถึงสิ่งที่ไม่เคยคิดถึงมาก่อน

ชีวิต...ที่ไม่มีเขาอยู่ข้าง ๆ



ตอนที่ลลิสาพาตัวเองก้าวออกจากคอนโดเช้าวันนี้ เธอพบกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เกิดขึ้น หิมะแรกปรากฏให้เห็น ฤดูหนาวมาเยือนอย่างเป็นทางการแล้ว

อะไร ๆ ล้วนเปลี่ยนแปลงไป นั่นคือสิ่งที่ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งได้ ธรรมชาติของความจริงทุกสิ่งไม่มีอะไรคงอยู่ตราบนิจนิรันด์ได้

"ลิซ" เสียงของซองแจดึงความคิดของเธอให้คืนกลับ หลังจากที่เผลอล่องลอยออกไป 

หญิงสาวหันกลับมองคนที่นั่งตรงข้ามพร้อมส่งยิ้มให้ 

"โทษที เมื่อกี้พูดอะไรนะ ไม่ทันได้ฟัง"

"เป็นอะไรมั้ย ทำไมดูเหม่อ ๆ" เขาเอ่ยทักท้วง

"เปล่านี่ คง...เรียนหนักไปหน่อยมั้ง" 

เธอเอ่ยอ้างก่อนจะสลัดความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดออกไป รู้สึกผิดไปเหมือนกันที่ทำเหมือนไม่สนใจคำถามของเพื่อนเลย ทั้งที่วันนี้เขาเป็นฝ่ายนัดเธอออกมาเพื่อปรึกษาเรื่องบางอย่างแท้ ๆ 

"เมื่อกี้นายว่าไงนะ" 

"ไม่ได้ฟังเลยเหรอ?" เขาตัดพ้อ

"ขอโทษนะ" ลลิสาส่งยิ้มขอลุแก่โทษไปให้ก่อนดึงตัวขึ้นนั่งหลังตรง 

"เอาใหม่ ๆ คราวนี้ฉันจะตั้งใจฟัง เล่ามาสิ" 

"เห้อ" ซองแจถอนใจออกก่อนจะเอนหลังลงพิงพนักเก้าอี้

"ฮือ ซองแจ...พร้อมฟังแล้วจริง ๆ เล่ามาเถอะ" 

"ฉันบอกเธอว่า เลือกของขวัญให้หน่อยได้มั้ย"

"ของขวัญ?"

"อืม..." 

"เลือกให้ใคร ให้นายเหรอ?" ลลิสายังงุนงง 

"ไม่ใช่..." ซองแจส่ายหน้าไปมา

"แล้ว?" คิ้วเลิกสูงครุ่นคิดชั่วครู่

หรือว่า...

"ให้สาวเหรอ" เอ่ยถามไปแล้วก็เห็นเขานิ่งไปชั่วขณะก่อนพยักหน้าท่าทางไม่ค่อยเต็มใจนัก ลลิสาอมยิ้ม

"จริงเหรอเนี่ย ซองแจของเราจะมีแฟนแล้วเหรอเนี่ย" 

"ไม่แซ็วดิ" 

"ใครเหรอ น่ารักมั้ย ฉันรู้จักหรือเปล่า" เธอสอบถามโดยเร็ว ท่าทางกระตือรือร้นขึ้น

"ไม่รู้จักหรอก" 

"เป็นใครกันนะ อยากรู้จักแล้วสิ"

"เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้ว บอกมาว่าจะเลือกให้มั้ย" 

"ทำไมใจร้อนงี้" เธอยังเอ่ยเย้าเขาไม่หยุด

"ก็...วันนี้วันเกิดเค้า แล้วฉันยังไม่รู้จะให้อะไรเลย" ซองแจสารภาพ เพราะแบบนี้นี่เองท่าทางถึงได้ดูกลัดกลุ้มนัก 

ซองแจถูกความรักเล่นงานเข้าให้แล้ว

"ช่วยเลือกน่ะพอได้ แต่ให้เลือกให้ไม่ได้หรอก" ลลิสาระบายยิ้มส่งให้เขา

"ของขวัญน่ะนะ จะมีคุณค่ากับคนรับก็ต่อเมื่อคนให้ตั้งใจให้ เพราะฉะนั้นนายเลือกเองย่อมดีที่สุด" 

"แล้ว ควรให้อะไรดีล่ะ"

"เยอะแยะไป เค้าชอบอะไรเป็นพิเศษบ้างหรือเปล่าล่ะ"

"ไม่รู้สิ" น้ำเสียงซองแจอ่อนลง

"อืม...ไม่เป็นไร เราเดินดูก่อนก็ได้ แล้วค่อยตัดสินใจ" ลลิสาเสนอ

ไม่ช้าไม่นานทั้งซองแจและลลิสาก็เดินเลือกของขวัญด้วยกันยังห้างสรรพสินค้าที่นัดพบนั่นเอง 

"จะว่าไปแล้ว เราไม่เคยเดินเล่นด้วยกันแบบนี้เลยนะ"

"จริงเหรอ" ลลิสาหันกลับไปมองเมื่อได้ยินประโยคนั้นของเขา

"จริงสิ ตอนที่ฉันตามจีบเธอ เคยเปิดโอกาสให้ซะที่ไหน"

"อ่ะ จริงด้วยแฮะ" ครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนนึกเห็นด้วย

"เดี๋ยวนะ" คล้ายซองแจเพิ่งนึกบางอย่างออก เขาหยุดเท้าและมองหน้าเธอ

"ถ้าพี่ยุนกิมาเห็นเราอยู่ด้วยกันแบบนี้ จะไม่เป็นไรใช่มั้ย" คำถามของซองแจกลืนรอยยิ้มของลลิสาให้เลือนหายได้รวดเร็วนัก 

"ไม่หรอก" เธอส่ายหน้าก่อนหันไปอีกทาง

"แน่ใจนะ"

"อืม ไม่เป็นไรหรอก" 

บางที เขาอาจไม่สนใจแล้วว่าเธอจะไปทำอะไร ที่ไหน กับใคร

"ไม่ไว้ใจอยู่ดี ถอยห่างหน่อยดีกว่า" 

ซองแจเพิ่มระยะห่างระหว่างเขาและลลิสามากขึ้นไปอีก หญิงสาวหันมองและส่ายหน้าไปมา 

"เข้าร้านนี้กันมั้ย" ก้าวต่อไปได้สักพักเธอก็เอ่ยชวนเมื่อหันมองไปยังร้านเครื่องประดับร้านหนึ่งเข้า

หลังใช้เวลาช่วยซองแจเลือกซื้อของขวัญอยู่นานจนได้ของที่ถูกใจก็ถึงเวลาที่เธอต้องกลับแล้ว ซองแจขันอาสาไปส่งเธอกลับ

"ไม่เป็นไร ฉันกลับเองได้" 

"ไม่ได้สิ วันนี้เธอช่วยฉันนะ ให้ฉันไปส่งเถอะ" ทั้งที่เธอยืนกรานปฏิเสธหนักแน่นแต่เขายังยืนยันจะไปส่งอยู่ดี

"ถ้างั้น ช่วยไปส่งที่อื่นแทนได้มั้ยล่ะ" ลลิสาหยุดคิดไปครู่หนึ่งก่อนถามเขา

"อืม...ได้สิ ที่ไหนล่ะ"

"ที่บ้านน่ะ แต่ขอฉันแวะซื้อของก่อนนะ" เธอส่งยิ้มขณะเอ่ยตอบ 




"ลิซ่า เธอซื้ออะไรมาเยอะแยะขนาดนี้เนี่ย" แชยองมองข้าวของที่ลลิสาหิ้วลงจากรถของซองแจด้วยความตื่นตกใจขณะเข้ามาช่วยหิ้วอีกแรง

"ของฉลองคืนนี้ไง" ร่างเล็กระบายยิ้มส่งให้เพื่อนก่อนหันกลับไปยังซองแจที่ยังมีสีหน้างง ๆ 

"ขอบคุณมากนะที่มาส่ง นายรีบไปเถอะ เดี๋ยวไม่ทัน สู้ ๆ เข้าละ" ไม่พูดเปล่ายังยกมือขึ้นตบบ่าเชิงให้กำลังใจเขาอีกด้วย

ซองแจมองท่าทางนั้นงง ๆ ก่อนจะระบายยิ้มขบขัน

"ฉันว่าเธอแปลก ๆ ไปจริง ๆ นะ" 

"แปลกยังไง?"

"ก็แบบนี้ แปลก ๆ" เขาอธิบายได้แค่นั้น รับรู้ถึงความแปลกของเพื่อนแต่ไม่รู้ว่าแปลกแบบไหน

"คิดมากน่า" เธอว่าพร้อมส่งยิ้มให้เขา 

ชายหนุ่มยักไหล่ บางทีเขาอาจจะคิดมากไปจริง ๆ เขาหันไปส่งยิ้มให้แชยองก่อนหันกลับมาเอ่ยลาลลิสาอีกครั้ง 

"ฉันกลับก่อนนะ"

"อืม ขับรถดี ๆ ล่ะ" 

เมื่อรถของซองแจเคลื่อนออกไปแล้วลลิสาจึงหันมามองคนที่มองเธอด้วยความงุนงง 

"ทำไมถึงมากับซองแจได้ล่ะ แล้วเมื่อกี้ที่บอกว่าเลี้ยงฉลอง ฉลองอะไรเหรอ" แชยองเอ่ยถามรวดเร็ว

"ฉลองให้ซองแจน่ะ ซองแจมีแฟนแล้ว แบบนี้ต้องฉลอง"

"ฮึ!" แชยองอุทาน ไม่ได้ตกใจที่ซองแจมีแฟน แต่ตกใจการฉลองแสนประหลาดนี้

"แค่มีแฟนก็ต้องฉลองด้วยเหรอ"

"ใช่" ลลิสาส่งยิ้มก่อนหิ้วของเข้าบ้านปล่อยให้เพื่อนรักยกนิ้วเคาะศีรษะตัวเองงง ๆ 

กระทั่งได้ยินเสียงตะโกนถามกลับมาจากในบ้าน

"แชง พี่จีซูกับพี่เจนนี่ยังไม่กลับเหรอ?" 

"ยัง" แชยองเอ่ยตอบและรีบเดินตามเข้าไป

"งั้นเธอเข้าครัวเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ"

"เอาจริงเหรอเนี่ย"

"อื้ม!" ลลิสาพยักหน้ายืนยันท่าทางมุ่งมั่น แชยองจึงหมดคำถาม 

หญิงสาวหอบหิ้วข้าวของไปวางในครัว มองดูแม่ครัวใหญ่ที่กระตือรือร้นในการทำอาหารเลี้ยงฉลองครั้งนี้ชั่วครู่หนึ่งก่อนก้มมองข้าวของในถุง

"ซื้ออะไรมาบ้างเนี่ย" เธอพึมพำขณะรื้อค้นสำรวจดึงออกมาวางข้างนอกทีละชิ้น

"ลิซ่า นี่มันเหล้านี่นา" แชยองหยิบขวดในถุงขึ้นมาถือ ตาโตกับสิ่งที่ได้เห็น ลลิสาหันกลับมามอง

"สงสัยหยิบติดมือมาแน่เลย"

"จะบ้าเหรอ คนบ้าที่ไหนหยิบเหล้าติดมือมา" แชยองย่นหัวคิ้วเข้าหากัน

ลลิสาไม่ชอบดื่มเหล้า ไม่แตะต้องเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล ไม่เคยดื่มและไม่คิดจะดื่ม 

...แบบนี้มันผิดปกติแล้วละ

"แค่เหล้ากับโซจูไม่กี่ขวดเอง ถือว่าดื่มฉลองให้ซองแจนิดหน่อย ไม่เป็นไรหรอก" เจ้าตัวไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่ในขณะที่เจ้าของใบหน้านุ่มนิ่มยังนึกขัดแย้งในใจ

"มาช่วยหน่อยสิแชง" ไม่ทันได้คิดอะไรต่อเสียงของลลิสาก็ดังขึ้นขัด เธอจึงต้องเก็บความสงสัยเอาไว้ เข้าไปเป็นลูกมือให้เพื่อนรัก



จีซูและเจนนี่แปลกใจไม่น้อย เมื่อกลับบ้านมาแล้วพบว่าน้องสาวคนเล็กของบ้านจัดเตรียมงานเลี้ยงฉลองเล็ก ๆ เอาไว้ ด้วยอาหารที่เต็มโต๊ะ พร้อมเครื่องดื่มที่เจ้าตัวนั่งจิบไปด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ก่อนหน้า

"ถ้ามันดื่มยากขนาดนั้น ไม่ต้องดื่มไม่ดีกว่าเหรอ" เจนนี่เอ่ยทักท้วงเมื่อเห็นสีหน้าของน้องสาว

"ไม่เป็นไรค่ะ หนูดื่มได้" ลลิสาเอ่ยยืนยันก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มต่อด้วยใบหน้าที่เหยเก

"นึกครึ้มอะไรของเธอเนี่ย อยู่ดี ๆ ก็มาทำอะไรประหลาด ๆ" เป็นจีซูที่ถามคำนั้น 

"บอกแล้วไงคะว่าฉลองให้ซองแจ"

"ไร้สาระน่า" จีซูส่ายหน้าไปมากับเหตุผลที่เธอมีให้

"ปกติพวกเราก็ฉลองด้วยกันแบบนี้ทุกปีนี่นา...ไม่เห็นแปลกตรงไหนเลย" เธอพึมพำพลางหันมองหน้าทุกคน

"มันก็ใช่ แต่นั่นมันช่วงคริสต์มาสกับปีใหม่ไม่ใช่เหรอ นี่เพิ่งจะต้นเดือน ฉลองอะไรของเธอ" เจนนี่ไม่เห็นด้วย

"ฉลองล่วงหน้าไง" ร่างเล็กยังเถียงข้าง ๆ คู ๆ 

"ลิซ่า.. "

"ก็...หนูคิดถึงพี่ ๆ นี่นา" ลลิสาเอ่ยเสียงอ่อนเมื่อเห็นสายตาพี่ ๆ ที่มองเธอราวจับผิด เธอไม่ได้โกหก เธอคิดถึงทุกคนมากจริง ๆ 

"เราไม่ได้อยู่พร้อมหน้าแบบนี้กันสักพักแล้วนะคะ"

"เห้อ เธอนี่นะ" จีซูพึมพำ ไม่อยากคาดคั้นมากนักแม้จะรู้ว่าอาจมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม เมื่อหันมองหน้าเจนนี่และแชยองดูเหมือนทุกคนจะมีความคิดเห็นตรงกัน

ที่ทำได้ตอนนี้คือแสร้งปล่อยผ่านไป

"ไหนดูซิ ทำอะไรบ้าง" พี่ใหญ่ของบ้านหันมาสนใจอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ 

ลลิสาเงยหน้าขึ้นจากอาการหงอยเหงารีบแนะนำอาหารที่เธอทำให้พี่ ๆ ทันที

"กินได้แน่นะ" เจนนี่เอ่ยเย้า

"ได้สิคะ ยุนกิยังบอกว่าอร่อยเลย" เอ่ยไปแล้วก็ต้องชะงัก

อา...ยุนกิอีกแล้ว

"แหงสิ เขาเป็นสามีเธอก็ต้องเข้าข้างเธอสิ" แชยองเบ้หน้า ลลิสาเพียงส่งยิ้มและหันไปตักอาหารส่งให้ทุกคนกลบเกลื่อนความรู้สึก

"ลองชิมดูนะคะ หนูเคี่ยวน้ำซุปอันนี้ตั้งนานแน่ะ" เสียงเล็กพึมพำ

"อันนี้ฉันเคี่ยวต่างหาก" แชยองเอ่ยเถียง

"ฉันนะ"

"ฉันต่างหากเล่า"

กลายเป็นว่าหัวข้อสนทนาถูกเปลี่ยนไปเป็นเรื่องถกเถียงระหว่างสองเพื่อนรักขึ้นมาทันที หลังจากนั้นไม่นานเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะของพี่น้องก็ดังลั่นห้อง ราวกับทุกคนมีเรื่องมากมายให้พูดคุยกันได้ไม่มีวันหมด

เวลาผ่านไปลลิสาเริ่มรู้สึกถึงอาการมึนศีรษะขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังคงยกเครื่องดื่มในแก้วขึ้นจิบเรื่อย ๆ ไม่ยอมหยุดเช่นกัน กระทั่งเจนนี่เป็นฝ่ายต้องร้องเตือน

"ลิซ่า หน้าแดงขนาดนี้ เมาหรือเปล่า" 

"ไม่ค่ะ...ไม่เมา" หญิงสาวรีบส่ายหน้าไปมา เธอเพิ่งดื่มไปไม่กี่แก้วสติสัมปชัญญะยังอยู่ครบ จะเรียกว่าเมาได้ยังไง

"เสียงยานคางขนาดนี้นี่นะบอกไม่เมา" จีซูทักท้วง

ลลิสาขมวดคิ้ว เธอพูดแบบนั้นตอนไหนกัน ไม่เห็นจะรู้สึก 

"หยุดดื่มเถอะ เธอดื่มเยอะไปแล้วนะ" แชยองยื่นมือมาดึงแก้วออกจากมือแต่ลลิสารั้งเอาไว้

"ไม่เอา แชงฮื้อ...แชง" มือเล็กปัดมือเพื่อนออกไป ปากก็พร่ำพูด

"ดื่มแค่นี้เอง..ไม่เมาหรอก" 

คนที่บอกตัวเองว่าไม่เมารู้สึกราวโลกทั้งโลกหมุนคว้างขึ้นทุกที แม้แต่ในตอนที่ยกมือห้ามเพื่อนไม่ให้แย่งแก้วเธอไปยังไม่รู้กระทั่งว่าฟาดมือเข้ากับอากาศรอบ ๆ 

หรือว่าเธอจะเมาแล้วจริง ๆ นะ ความหวิวโหวงบริเวณช่องท้องและศีรษะที่หนักขึ้นทุกที ๆ แบบนี้ เรียกว่าเมาแล้วหรือเปล่า

"ปล่อยไปเถอะ ดูท่าคงอยากดื่มจริง ๆ" เจนนี่ดูจะเข้าใจท่าทางของน้องได้ดี

"ปกติไม่เห็นเคยใช้เหล้าแก้ปัญหา ทำไมวันนี้ถึงเป็นแบบนี้ล่ะ" จากนั้นสามสาวก็หันมองหน้าปรึกษากัน

"ทะเลาะกับมินยุนกิมาหรือเปล่าคะ" แชยองออกความเห็น ซึ่งนั่นคงเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ลลิสาพาตัวเองมาที่นี่ ซ้ำยังกระทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนแบบนี้ 

"ไม่ยอมพูดซะด้วยสิ เห้อ" ถ้อยคำปรึกษากันยังคงดังเรื่อย ๆ

"อะ...อ้าว" ไม่ทันไรร่างของคนที่อวดเก่งเมื่อครู่ก็ฟุบลงกับโต๊ะเอาเสียดื้อ ๆ จนสามสาวหันมองหน้ากันเหวอ ๆ ก่อนหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย

"เห้อ คออ่อนขนาดนี้ยังทำเหมือนตัวเองดื่มเก่งนักหนา มีเรื่องกลุ้มอะไรทำไมถึงไม่คิดระบายออกให้พี่ ๆ ฟังบ้างนะ"

"เอาไงดีคะ โทรบอกให้เขามารับดีมั้ย" แชยองขอความเห็น

"เค้าทะเลาะกันอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้นี่สิ" จีซูหันมองหน้าลลิสาที่เวลานี้เจนนี่กำลังพยุงขึ้นมา 

"หรือจะให้นอนค้างที่นี่ดี"

"พาขึ้นไปบนห้องก่อนค่อยคิดกันอีกที" จีซูตัดสินใจ เจนนี่และแชยองจึงช่วยกันพยุงร่างของลลิสาขึ้นไปยังชั้นบนของบ้าน ในขณะที่เธอหันไปสั่งแม่บ้านให้เก็บข้าวของที่เหลือ

ห้องนอนที่ไม่ถูกใช้งานมานานถูกเปิดต้อนรับเจ้าของในวันนี้ แชยองรีบวิ่งไปขยับหมอนให้เข้าที่ก่อนที่จะดันร่างลลิสาให้นอนลงบนเตียงนุ่ม 

"แปลกดีนะคะ เกิดมาเพิ่งเคยเห็นลิซ่าเมา" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองจีซูและเจนนี่

"เมาเหล้าแค่ไม่กี่แก้วด้วยสิ" เด็กหนอเด็ก 

"เดี๋ยวหนูอยู่เป็นเพื่อนลิซ่าเองค่ะ พี่ ๆ ไปพักผ่อนเถอะ ทำงานมากันทั้งวันแล้ว" แชยองขันอาสาเมื่อเห็นท่าทางอ่อนเพลียของพี่ ๆ

"งั้นฝากด้วยนะ"

"ค่ะ" แชยองขานรับ แต่ยังไม่ทันที่สองสาวจะทันได้ก้าวออกจากห้องเสียงบางอย่างจากร่างที่นอนอยู่บนเตียงก็ดังขึ้นให้ได้ยินเสียก่อน 

เสียงสะอึกสะอื้นที่ทำให้สามสาวหันขวับไปมองรวดเร็ว

"ลิซ่า..." 

ลลิสานอนร้องไห้...เกิดอะไรขึ้น!!

จีซูและเจนนี่เปลี่ยนทิศทางจากหน้าประตูก้าวกลับมายังเตียง ตื่นตกใจกับสิ่งที่ได้เห็น

"ลิซ่าได้ยินพี่มั้ย ร้องไห้ทำไม" 

เสียงสะอื้นยังคงมีให้ได้ยินทั้งที่เจ้าของร่างยังคงหลับอยู่ ท่ามกลางความมึนเมา ลลิสาถูกความอ่อนแอจู่โจมเข้าให้แล้ว

"ลิซ่า..." 

กริ๊ก!

เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอร้องดังขึ้นในนาทีที่สามสาวยังคงตระหนก แชยองหยิบมันขึ้นมามองและหันมองหน้าทุกคน 

"เขาโทรมาค่ะ" คนถือโทรศัพท์ไม่แน่ใจกระทั่งว่าควรรับดีหรือไม่

"รับเถอะ" จีซูพยักหน้า มือที่กำมือถือแน่นจึงยกขึ้นแนบหูและกรอกเสียงทักทายออกไป

"สวัสดีค่ะ" 

ปลายสายเงียบไปชั่วครู่เมื่อได้ยินเสียงไม่คุ้นเคยนั้น

"ลิซล่ะ"

"เอ่อ ลิซ่าอยู่ที่บ้านกับพวกเราค่ะ คืนนี้คงจะค้างที่นี่เลย" 

"..."

"คุณยุนกิ...ไม่ว่าอะไรใช่มั้ยคะ" คงเพราะเขาเงียบเกินไปจนเธอต้องเอ่ยถาม ร่างที่หลับตาอยู่ลืมขึ้นในทันทีที่ได้ยินชื่อคนปลายสาย

"มินยุนกิ..." เธอพึมพำทั้งที่น้ำตารื้น

"ลิซ่า เดี๋ยว!" แชยองพยายามห้ามปรามเมื่อร่างที่เมามายก่อนหน้าคว้ามือถือไปจากมือเธอ

"มินยุนกิ.."

"...."

"คนเลว...คุณทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง"

"ลิซ่า ปล่อยก่อน" แชยองส่งเสียงเรียกแต่ดูเหมือนคนสติไม่สมปะดีจะไม่สนใจและได้ยินอะไรอีก เธอสะอึกสะอื้นเสียงดังขึ้น รอคอยการตอบกลับจากปลายสาย

แต่คล้ายการรอคอยของเธอได้รับเพียงความว่างเปล่า จนถึงนาทีนี้เขายังไม่คิดจะพูดอะไรออกมา ลลิสาน้ำตาล้นเอ่อกับความผิดหวังซ้ำซาก

"มินยุนกิ..." เธอเอ่ยเรียกเขาขึ้นอีกครั้ง

"ฉันเกลียดคุณ" 

ประโยคนั้นหลุดออกพร้อมเสียงร้องไห้ที่ตามมา แชยองดึงมือถือกลับแทบไม่ทัน ตื่นตกใจกับคำพูดที่ได้ยิน

"ขอโทษนะคะ พอดีลิซ่าเค้าเมานิดหน่อย..." หญิงสาวรีบระล่ำระลักบอก

"...."

เสียงกดตัดสายดังขึ้นหลังจากความเงียบที่มี แชยองอ้าปากค้างพลางหันมองหน้าจีซูและเจนนี่

"เขาว่าไง"

"วางไปแล้วค่ะ" เธอส่ายหน้าไปมาพร้อมเอ่ยตอบ

สองพี่น้องระบายลมหายใจหนักหน่วงพลางทิ้งร่างลงบนเตียง มองหน้าคนที่ยังร้องไห้สะอึกสะอื้นแล้วนึกสงสาร ทำได้เพียงยกมือขึ้นลูบศีรษะเพื่อปลอบโยน

"ทะเลาะกันจริง ๆ ด้วยสินะ" 

พอรู้แบบนี้พวกเธอไม่กล้าแม้แต่จะลุกหนีไปไหนได้อีก ทำได้เพียงอยู่เป็นเพื่อน หวังให้ร่างเล็กนั้นบรรเทาความเจ็บปวดที่มี มันแย่ตรงที่แม้พวกเธอจะรับรู้แต่ไม่อาจช่วยแบ่งเบาได้เลย

เรื่องบางเรื่องนั้นละเอียดอ่อนเกินกว่าที่ใครจะยื่นมือเข้าไปยุ่ง

เวลาผ่านไปหลายสิบนาทีหลังจากนั้น เสียงสะอื้นที่มีค่อย ๆ เลือนหาย ลลิสาหลับลงได้ในที่สุด

จังหวะที่สามสาวขยับลุกขึ้น ได้ยินเสียงรถยนต์คันหนึ่งวิ่งเข้ามาจอดหน้าบ้าน แชยองหันมองหน้าพี่ ๆ ก่อนจะเดินไปเปิดม่านตรงหน้าต่างมองลงไป

เสียงเคาะประตูดังขึ้นไม่ช้าไม่นานหลังจากนั้น เป็นแชยองอีกเช่นเคยที่รีบวิ่งไปเปิดออกและส่งคำถามให้คนที่ยืนอยู่หน้าประตูในทันที

"ใครมาเหรอ" 

"คุณมินยุนกิค่ะ" สามสาวหันมองหน้ากันเมื่อได้ยินคำตอบ

เป็นเขาจริง ๆ ด้วยสิ

"ให้เขาขึ้นมาข้างบนดีมั้ยคะ" แชยองหันถามความเห็นจากทุกคน

"ไม่ต้อง" จีซูเอ่ยพร้อมส่ายหน้า ก่อนจะเป็นฝ่ายลุกขึ้นมาหน้าประตู

"ไปบอกเขานะคะว่าลิซ่าหลับไปแล้ว ให้เขากลับไปก่อน"

"ค่ะ" คนรับคำสั่งพยักหน้าและก้าวถอยออกไปจากหน้าห้อง ส่วนแชยองหันมองจีซูทันทีเมื่อได้ยินคำสั่งนั้น 

"แบบนี้จะดีเหรอคะพี่"
 
"ดีสิ" จีซูหันส่งยิ้มให้แชยองและก้าวถอยกลับมายังเตียงโดยมีแชยองเดินตามมาติด ๆ

"เขาจะไม่โกรธเราเหรอคะ" 

"ก็คงโกรธ แล้วจะทำยังไงล่ะ" เจนนี่เป็นฝ่ายเอ่ยแทรกขึ้นมา เธอเข้าใจเจตนาของจีซูได้ดี เรื่องนี้มันไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ว่าเขาจะโกรธหรือเปล่า แต่ขึ้นอยู่ที่เขาจะทำอย่างไรต่างหาก

สองพี่น้องหันมองร่างที่นอนหลับทั้งที่ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาอีกครั้ง หัวอกคนเป็นพี่เห็นน้องร้องไห้ทุกข์ใจต่อหน้าขนาดนี้จะให้ทนนิ่งเฉยอยู่คงทำไม่ไหว 


ไม่นานนักหลังจากนั้นเสียงโหวกเหวกก็ดังเข้ามาให้ได้ยิน

"เดี๋ยวค่ะคุณ คุณคะ..."

แชยองเป็นฝ่ายต้องเปิดประตูออกไปอีกครั้งและพบว่ามินยุนกิก้าวขึ้นบันไดมาและกำลังกวาดสายตามองไปรอบ ๆ โดยมีแม่บ้านที่ตามหลังเขามาติด ๆ เพียงแค่เขาหันมาพบเธอเข้า ก็ก้าวตรงมายังหน้าประตูทันที

"ดิฉันห้ามแล้วนะคะ แต่คุณเขา..." 

"ไม่เป็นไรค่ะ" เป็นคิมจีซูที่เอ่ยแทรกเมื่อแม่บ้านระล่ำระลักรายงาน

"ผมมารับลิซกลับบ้าน" 

"ลิซ่าหลับไปแล้วค่ะ" เธอเอ่ยตอบเสียงเรียบในขณะที่มินยุนกิเบนสายตามองผ่านประตูที่เปิดอยู่ไปยังร่างเล็กบนเตียง 

"ฉันไม่อยากปลุกน้องตอนนี้ ฉันว่าคุณกลับไปก่อนดีกว่า" จีซูหันมองตามสายตาของเขาและเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

"ขอเข้าไปหน่อย" เสียงเรียบเอ่ยสั้น ๆ ก่อนถือวิสาสะก้าวเข้าไปข้างในห้องโดยมีจีซูและแชยองก้าวตามเข้ามาติด ๆ

มินยุนกิก้าวมาหยุดข้างเตียงก้มมองร่างเล็กที่นอนหลับใหลไม่ได้สติ ใบหน้าของเธอแดงรื้น มุ่นคิ้วเข้าหากัน แม้กระทั่งเวลาหลับยังดูออกว่าเธอไม่มีความสุข

"บอกแล้วไงคะว่าหลับแล้ว" 

"ลิซ..." ชายหนุ่มเอ่ยเรียก

"เรียกไปก็ไม่ตื่นหรอกค่ะ" เจนนี่ลุกขึ้นยืนยกมือกอดอกมองเขา ดวงตาคมเหลือบสายตามองเธอแวบหนึ่งก่อนจะก้มลงเรียกปลุกลลิสาอีกครั้ง

"เปล่าประโยชน์น่ะ ปล่อยให้นอนที่นี่ไม่ดีกว่าเหรอคะ"

มินยุนกิไม่สนใจคำทัดทานเหล่านั้น เมื่อปลุกแล้วเธอไม่ตื่นเขาจึงก้มลงช้อนร่างเล็กขึ้นสู่วงแขน

"คุณ..."

"ช่วยหยิบกระเป๋าให้หน่อยได้มั้ยครับ" เขาหันไปทางแชยองที่ยังตื่นตกใจไม่คิดว่าเขาจะพาลลิสากลับในสภาพนี้จริง ๆ 

"ค่ะ" พอตั้งสติได้แชยองก็รีบพยักหน้าดีดตัวพุ่งไปหยิบกระเป๋าสะพายของเพื่อนมายื่นส่งให้เขา

"ขอบคุณครับ" คำขอบคุณดังขึ้น ร่างสูงหมุนตัวกลับ หญิงสาวก็กุลีกุจอไปเปิดประตูให้อย่างรวดเร็ว 

"เดี๋ยวค่ะ" มินยุนกิหยุดเท้าเมื่อได้ยินเสียงจีซูร้องห้ามไว้

"ฉันไม่รู้หรอกนะคะว่าพวกคุณมีปัญหาอะไรกัน" ร่างระหงของจีซูก้าวมาหยุดข้างหลังเขาขณะเอ่ยประโยคนั้น

"แต่ลิซ่าเป็นน้องสาวที่พวกเรารักมาก ถ้าคุณคิดว่าไม่พร้อมจะดูแลหรือไม่อยากดูแลแกแล้วก็ปล่อยคืนมาให้เราเถอะ น้องคนเดียวพวกเราดูแลกันได้"

น้ำเสียงจริงจังของเธอส่งผลให้คนฟังยืนนิ่งอยู่อีกชั่วครู่ แล้วจึงก้าวต่อโดยไม่เอ่ยอะไรออกมา

เจนนี่ขยับมาหยุดข้าง ๆ พี่สาวพลางมองตามร่างของเขาที่ก้าวพ้นออกจากห้องไป

"คิดว่าไงคะ"

"คงต้องแล้วแต่พวกเขาสองคน" จีซูถอนใจออก หวังแค่ว่าสิ่งที่เธอพูดไปจะช่วยอะไรได้บ้าง 

"หวังว่าคงเคลียร์กันได้" 



ก้าวพ้นออกจากห้องมาได้ มินยุนกิพาลลิสากลับมาที่รถซึ่งจอดอยู่หน้าบ้าน หลังวางร่างเล็กลงบนเบาะและปรับที่นั่งให้เธอนอนสบายขึ้นแล้วจึงย้ายตัวเองมาประจำที่คนขับ ดวงตาคมหันกลับมาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าแดงรื้นที่พลิกไปมาท่าทางไม่สบายตัวนัก

"รู้ว่าดื่มไม่ได้แล้วยังจะดื่ม" เขาบ่นพร้อมกับมือหนาที่ยกขึ้นปัดเส้นผมบนแก้มออกให้

"ฮือ..." 

เสียงเล็กดังผ่านลำคอเมื่อถูกรบกวนก่อนจะค่อย ๆ ปรือตาขึ้น ดวงตากลมโตมองจ้องภาพที่พร่าเบลอตรงหน้านิ่งนานแล้วจึงกะพริบถี่ขึ้นเพื่อปรับโฟกัสภาพให้ชัดเจน 

เธอฝันอยู่ใช่ไหม ใบหน้าที่ประชิดอยู่ไม่ห่าง กลิ่นกายที่คุ้นเคย ทำไมช่างเหมือนเขานักนะ คนใจร้ายตามมาก่อกวนเธอถึงในฝันเลยหรือ

"ยุน..กิ" เสียงเบาโหวงดังขึ้นพร้อมมือที่เคลื่อนมาสัมผัส 

สัมผัสเหมือนจริงจนไม่อยากคิดว่าเป็นเพียงแค่ฝัน แม้ใจจะนึกแย้งว่าไม่ใช่ ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว เขาไม่ใช่มินยุนกิคนเดิมคนนั้นของเธออีกต่อไปแล้ว ที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ไม่มีทางเป็นเขาไปได้หรอก

"ฝันอยู่..จริง ๆ ด้วยสิ..." เสียงรำพึงรำพันกับตัวเองดังแผ่ว 

มินยุนกิขมวดคิ้ว ที่แท้ก็คิดว่ากำลังฝันอยู่นี่เอง

"กลับบ้านเราเถอะ" เขาเอ่ยเสียงเบาและดึงตัวออกห่างแต่ร่างเล็กกลับยกขึ้นโถมตัวเข้ามากอดเขาไว้ราวกลัวภาพตรงหน้าจะหายไป

ถ้ามันเป็นแค่ความฝัน เธอก็จะขอกอดเขาไว้เพียงในฝันแบบนี้

คนถูกกอดนิ่งงัน อยากยกมือขึ้นโอบกอดแต่จำต้องอดกลั้น

"ลิซ..." 

"..." 

"ปล่อยก่อน" ใบหน้าที่ซุกซบอยู่กับอกกว้างสั่นไหวไปมา แม้แต่ในฝันเขายังผลักไสเธออีกหรือ คนอะไรใจดำถึงขนาดนี้

"ถ้าไม่ปล่อยขับรถไม่ได้นะ"

"ไม่..." ลลิสาไม่สนใจว่าคนในความฝันจะขับไล่ไสส่งเธออย่างไร นี่คือฝันของเธอ ความฝันที่มีเธอเป็นเจ้าของ ฝันที่ยังมีเขาอยู่ ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์ช่วงชิงมันไปทั้งนั้น

"...เลิกใจร้ายซะทีเถอะ เลิกทำแบบนี้ซะที" 

คนที่ถูกเธอกอดไว้แนบแน่นระบายลมหายใจออก ใจอ่อนยวบครั้งแล้วครั้งเล่า ท้ายที่สุดก็ต้องยกมือข้างหนึ่งขึ้นโอบกอดร่างเล็กคืนกลับ

"ไหนบอกว่าเกลียด"

"เกลียด..." เสียงอู้อี้ตอบกลับ

"เกลียดแล้วกอดทำไม"

"เพราะ...ถ้าตื่นแล้ว...จะไม่ได้กอดอีกแล้ว"

"ทำไม!" เขาเอ่ยถามโดยเร็ว 

"..." คำตอบเริ่มขาดห้วง ดวงตาเลื่อนลอยค่อย ๆ ปิดลง 

"ต่อไป...จะไม่กอด จะไม่รักอีก...จะเลิกรักแล้ว" 

เธอ...ยอมแพ้แล้ว

มือหนากำแน่นเข้าหากันทันทีที่เธอเอ่ยจบ มินยุนกิไม่รู้ตัวกระทั่งว่าขบกรามแน่นจนเป็นสันนูนขึ้น คำสบถคำรามดังอยู่ในลำคอ เสียงอู้อี้นั้นเงียบหายไปแล้ว ลลิสาคล้ายจมดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้งในขณะที่อีกคนแทบลืมหายใจ

จะเลิกรักแล้ว...




ปวดหัว...

นั่นคือความรู้สึกแรกที่ลลิสารับรู้เมื่อลืมตาตื่นเช้าวันนี้ มือเล็กยกขึ้นกุมขมับ เกิดมาเพิ่งรับรู้ความรู้สึกของคนเมาก็เมื่อคืนนี้เอง เธอไม่รู้ว่าเมาถึงขั้นไหนแต่มันไม่ใช่อย่างที่คิดเลยสักนิด การไม่มีสติควบคุมอะไรไม่ได้ มึนงงกับสิ่งรอบตัวคล้ายโลกหมุนอยู่ตลอดเวลามันทรมานอย่างบอกไม่ถูก

การใช้เหล้าแก้ปัญหาถือเป็นความคิดที่ผิดถนัดจริง ๆ นอกจากปัญหาที่มีอยู่จะไม่หายไปแล้วร่างกายยังจะพลอยแย่เอาได้ง่าย ๆ เลย

โง่เง่านัก...

หลังส่งคำก่นด่าตัวเองและตั้งสติอยู่นาน ก็เพิ่งสังเกตความคุ้นเคยภายในห้อง เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ยังคงมึนงงอยู่

กลับมาที่นี่ได้ยังไงกันนะ

"ตื่นแล้วเหรอ" คำถามดังขึ้นเมื่อประตูห้องถูกเปิดออก ลลิสามองคนถามด้วยความงง

เขา...หรือว่าเมื่อคืนเป็นเขาที่ไปรับเธอกลับ นั่นไม่ใช่ฝันหรอกหรือ

"ยังปวดหัวอยู่หรือเปล่า" มินยุนกิขยับเข้ามาใกล้เอื้อมมือขึ้นแต่ลลิสาที่เป็นฝ่ายต้องถอยออกห่าง 

ปฏิกิริยาของเธอทำให้เขาต้องชะงักค้าง

"หิวมั้ย" เขาเปลี่ยนเรื่อง

"ต้องการอะไร" เธอถามขึ้น

"ถ้าแค่จะมาเป็นห่วงเพราะหน้าที่ไม่ต้องแล้วก็ได้นะ" 

ตอนที่เธอต้องการเขา เขาไม่คิดใยดี แล้วทำไมเมื่อเธอเลือกจะตัดใจแล้ว เขาต้องมาทำดีกับเธอแบบนี้ จะมารั้งเธอไว้แบบนี้ทำไม ในเมื่อเขาไม่ได้รักเธอเลยสักนิด

ลลิสาทนกับความรู้สึกแบบนี้ไม่ไหวอีกแล้ว ความรู้สึกจุกเสียดอัดแน่นแบบนี้กลืนกินทุกอย่างจนทำให้เธอไม่เป็นตัวของตัวเอง เธอไม่รู้แล้วว่าจะต้องทำตัวยังไง ต้องวางตัวแบบไหน ต้องทำแบบไหนถึงจะพ้นจากความอึดอัดเหล่านี้ไปได้ จากคนที่เคยมีสติ จากคนไม่เคยทำอะไรบ้าบอ คนที่เห็นคุณค่าของตัวเองเสมอมา แล้วดูเธอตอนนี้สิ เธอเป็นอะไรไปแล้ว

เขาทำให้เธอทำตัวไร้ค่าได้ขนาดนี้เชียวหรือ แบบนี้มันเรียกความรักจริง ๆ ใช่ไหม 

"ลิซ..."

"เมื่อวานฉันคิดเรื่องของเรามาทั้งวัน ทบทวนไปมาตั้งหลายรอบ..." ลลิสาก้มหน้าลงขณะเอ่ยขึ้นเสียงสั่น
 
"คิด ๆ ดูแล้วบางทีตลอดเวลาที่ผ่านมาคงเป็นฉันที่โง่ไปเอง ฉันคงลืมไปว่าเราไม่ได้รักกัน..."

"ทั้งที่ก่อนหน้านี้ฉันบอกตัวเองเสมอเลยนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...เราจะยังอยู่ข้าง ๆ กันไปแบบนี้ตลอด เพิ่งรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่โง่เง่าชะมัดเลย มันจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อมีแค่ฉันที่คิดแบบนั้นอยู่ฝ่ายเดียว ฝันลม ๆ แล้ง ๆ จริง ๆ" 

ใบหน้าสวยส่ายไปมา อยากหัวเราะเยาะให้ความโง่เง่าของตนนักหนาแต่สิ่งที่หลุดรอดออกมามีเพียงน้ำเสียงสั่นเครืออย่างคนที่หัวใจบอบช้ำ

ไร้เดียงสานักที่เผลอคิดไปว่าระหว่างเธอและเขามันคือความรัก หลงลืมไปว่าคนบางคนไม่จำเป็นต้องใช้ความรักเลยสักกระผีกก็สามารถทำในสิ่งที่เธอทุ่มเททำทั้งใจด้วยความรักได้เช่นเดียวกัน 

ช่างอ่อนหัดเหลือเกิน

"ฉันว่า ฉันพอแล้วละ...ฉันไม่อยากอยู่แบบนี้อีกแล้ว ฉันว่า.."

"อย่าพูด!" เสียงต่ำส่งผ่านลำคอขึ้นขัดหลังจากปล่อยให้เธอเอ่ยในสิ่งที่ค้างอยู่ในใจยืดยาว ลลิสามองเขาแล้วต้องนิ่งงัน

"อย่า..."

เขากำลังโกรธลลิสารับรู้ได้จากน้ำเสียงนั้น น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความโกรธของเขา แต่ถึงกระนั้นความเจ็บช้ำที่มีก็ผลักดันให้เธอเอ่ยมันออกมา

"เราเลิก..อ๊ะ!" ไม่ทันจบประโยคก็ถูกเขาโถมร่างเข้าหาจนลลิสาล้มลงไปบนที่นอน

"นี่!." เธอร้องเสียงหลง ผวาจะลุกขึ้นแต่กลับถูกเขากดลงจมเตียงอีกครั้ง

"..."

คราวนี้ลลิสาต้องหยุดชะงัก เงยหน้าขึ้นมองคนที่พาตัวเองอยู่เหนือร่างของตน นัยน์ตาสีดำขลับที่มองจ้องลงมาทำให้เธอแทบพูดไม่ออก ความรู้สึกมากมายของเขาที่อยู่ในนั้น

"ยุนกิ..." 

นี่เขาเป็นอะไรไปแล้ว



+++++++++++++++++++++++++++++++++++

[2] มาแล้ววว หายไปนานขอโทษนะคะ ช่วงนี้ดราม่าเยอะ เลยเขียนยากหน่อย 
สองตอนที่ดราม่ากันมา จริง ๆ ก็น่าจะแทบทั้งเรื่องเลยที่เราใช้วิธีเล่าเรื่องแบบเห็นด้านเดียวมาตลอดเลย มันเป็นความตั้งใจอยากให้ทุกคนเห็นผ่านมุมของเจ้าลิซกัน ตอนนี้คนอ่านเลยยื่นมีดให้เจ้าลิซเต็มไปหมด ไม่สงสารคนพี่มั่งเหรอ ตอนหน้าคงได้รับฝั่งพี่บ้าง ช่วยสงสารพี่แกบ้างเน้อ หรือจะยิ่งไปกันใหญ่ก็ไม่รู้ 

อันนี้ขอสอบถามนะคะช่วยตอบด้วยเด้อ เราอยากรู้ความเห็นคนอ่าน เท่าที่อ่านกันมาจนถึงตอนนี้ คิดว่าสองคนเขารักกันตั้งแต่ตอนไหน ขอความเห็นทุกคนมาดิสคัสกับตัวเองนิดนึงนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

[1] ส่งครึ่งแรกนะคะ 











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 162 ครั้ง

3,712 ความคิดเห็น

  1. #3704 +Me!!LittleDuck+ (@min219) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 11:55
    สงสารทั้งคู่อะ ม่ไหวแล้วว
    #3704
    0
  2. #3652 เจ้าญิ่งชานม (@joylovedan) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 07:58
    ร้อองงงงให้หนักมากกกก
    #3652
    0
  3. #3143 Jitanan Younghwa (@pyj-ployploy) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 17:57
    อยู่ดีๆก็นึกถึงเพลง stay ของสาวๆ ยิ่งท่อน rap ยิ่งตรง 😢
    #3143
    0
  4. #3000 blueberrystory (@blueberrystory) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 18:38
    น้ำตาท่วมจอออออ ตาบวมหมดเหมือนเจ้าลิซเลย แง เราว่ากิชอบน้องก่อนแต่งละ แต่เพิ่งมารุ้สึกรักตอนได้อยุ่ด้วยกัน แค่แปบเดียวก็ตกบ่วงน้องแล้ว อิอิ รีบมาต่อนะค้า เป็นกำลังใจให้ค้า
    #3000
    0
  5. #2997 nini1003 (@nuhava13) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 23:32
    ร้องไห้น้ำตาท่วมจอ~
    #2997
    0
  6. #2992 RY8+9 (@ry894) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 02:33
    สำหรับเรา พี่กิรักน้องลิตั้งแต่แต่งงานค่ะ รักแบบไม่รู้ตัววว เปิดใจทีละนิดๆซึมๆเข้าทีละหน่อย >< แล้วค่อยๆแสดงมันออกมาแล้วมีเหตุการณ์ต่างๆชวนให้รู้ใจตัวเองและคนอ่านอย่างเราๆให้รู้สึกว่าเค้าเริ่มรักกันจริงๆ น่ารักมากกกก ชอบบบ รอเล่ม 5555
    #2992
    0
  7. #2991 jungleme (@jungleme) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 00:44
    ยุนกิรักลิซตั้งแต่แรกเลย ถ้าไม่รักคงไม่ให้เข้าใกล้ตัวหรอกแล้วความสัมพันธ์ทั้งคู่ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยจนมันเป็นความรัก ความรักที่บริสุทธิ์ ความรักที่ทั้งสองมอบให้กันมันดีจริงๆ แค่ยุนกิยังไม่สามรถอธิบายมันได้ งื้อออออ~~~
    #2991
    0
  8. #2990 Inglovely52 (@Inglovely52) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 21:34
    เขารักกันโดยไม่รู้ตัว ค่อยๆรู้สึกไปเรื่อยๆ
    #2990
    0
  9. #2988 ต่อโชค (@puis_) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 02:53
    ก่อนหน้านี้ที่อ่านรู้สึกว่ายุนกิแค่หวงของค่ะ เหมือนเป็นเจ้าของลิซ ก็เลยไม่ชอบให้ใครมายุ่ง แต่ถ้ารู้สึกว่าเขารักกันเมื่อไหร่ก็อาจจะเป็นความชัดเจนตอนที่ซองแจอ้างว่าลิซเป็นแฟนที่สนามบาสมั้งคะ คืออ่านมานานแล้วเราก็จำไม่ได้ ตอนนั้นยุนกิชัดเจนว่างอนและไม่พอใจ ส่วนลิซเราว่าความรู้สึกมันค่อยๆก่อ วันที่น้องได้ทำกับข้าวให้สามีทานนั่นล่ะค่ะ เรามั่นใจวันนั้น จริงๆเราชิบฮันลิซนะคะและไม่เคยอ่านคู่ชิปอื่นกับลิซมาก่อน แต่พอเปิดใจอ่านเรื่องนี้แล้ว มันดีจริงๆค่ะ เวลาอ่านแล้วมันโหวงในท้องคือใช่เลย เราเป็นแบบนั้นค่ะ มันรู้สึกใช่จริงๆ สู้ๆนะคะ รอติดตามค่ะ ดราม่ามันเขียนยากจริงๆ เราเองก็พยายามอยู่เหมือนกัน
    #2988
    0
  10. #2987 baifern7799 (@baifern7799) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 18:18
    ฮืออ จะร้องไห้เลย ไรท์แต่งดีจัง อ่านแช้วอินตามเลย
    #2987
    0
  11. #2986 JirapaPawarana (@JirapaPawarana) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 17:31
    จะร้องไห้
    #2986
    0
  12. #2985 parn_555 (@parn_555) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 13:53
    เราชอบที่ไรท์เขียนมากเลยอ่านแล้วติดมากค่ะมาอัพต่อไวๆนะค่ะ ไรท์สู้ๆ????
    #2985
    0
  13. #2984 jirat (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 13:29
    ไรท์แบบ ตอนหวานก็ทำเราเขินจนจิกหมอนบิดจนม้วนตกเตียงหลายตลบ ตอนลุ้นก็ลุ้นใจจะขาด ถึงดราม่านี่น้ำตามาเป็นโอ่งเลย จะขาดใจแทนลิซ ไรท์โคตรใจร้าย ทำเราเสียน้ำตาเยอะสุด

    - ถามว่าเค้ารักกันตอนไหน ความคิดเรามันเป็นความรักที่ค่อยๆพัฒนาทีละนิด แต่มั่นใจว่ายุนกิรักก่อนแน่นอน เริ่มจากสนใจก่อน ตอนแข่งบาสนั่นตอนหยิบยามากินเรากรี้ดเลยนะ แล้วก็ในสวนที่ฝุ่นเข้าตาลิซแล้วยุนกิช่วย ตอนอุ้มดัลกอมแล้วลิซคิดว่ายุนกิยอมเพราะเป็นหมาจีซู เราเถียงว่าไม่ใช่ ยุนกิช่วยเพราะเป็นลิซ มั่นใจมากว่าตอนนั้นยุนกิเริ่มชอบแล้ว



    พิมพ์ยาวมาก เอาเป็นว่าเค้ารักกันมากแน่ๆ ดีกันเร็วๆนะ ใจคนอ่านจะขาดแล้ว

    #2984
    0
  14. #2982 evefarii (@evefarii) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 23:06
    เราว่ายุนกิน่าจะชอบลิสตั้งแต่เกิดเรื่องกะแม่เลี้ยงแล้ว แต่อาจจะด้วยนิสัยที่ไม่พูดหยิ่งรึอะไรจึงไม่ค่อยแสดงออกหลังๆมาก็มีหึงให้เห็นมากขึ้นแต่กับลิสมันค่อยๆเกิดขึ้นทีล่ะนิดจากการที่อยู่ด้วยกันหลังแต่งงานผูกผันจนรักกัน ความผูกผันนี้น่ากลัวจริงเชียว
    #2982
    0
  15. #2981 Ppyqx (@-pangpass) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 20:57
    ขอบอกเลยนะคะ ตั้งแต่อ่านฟิคมานานพอสมควร แล้วได้มาอ่านเรื่องนี้แล้วขอชมจากใจ เรื่องหามีความค่อยเป็นค่อยไปสองตัวละครมีความผูกผัน ตอนที่สองตัวละครอยู่ด้วยกันรักกันเราอ่านแล้วรู้สึกถึงบรรยากาศที่อบอุ่น น่ารัก ความใส่ใจเลย โดยรวมดีมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา
    #2981
    0
  16. #2980 annythai8989 (@annythai8989) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 20:51
    ชอบวิธีเขียนของไรท์มากเลยอ่านแล้วมันมีความรู้สึกร่วมภาษาสละสลวยดีค่ะกินใจมาก
    #2980
    0
  17. #2979 ไม่กินแซลมอน (@zoezad) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 20:29
    ฮือออออ ใจบางงง
    #2979
    0
  18. #2978 Lukppat_1a (@0947365656) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 19:41
    ฮื้อออออ ไรท์ ต่อออ ?????????
    #2978
    0
  19. #2977 NuMcHiM (@NuMcHiM) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 18:37
    สองตอนที่ผ่านมา คือสงสารลิซเลย ยุนกิก้อรักนั้นแหละแต่อคติเรื่องแม่มันค้ำคอจนลืมสิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้
    #2977
    0
  20. #2976 pakpkn (@pakpkn) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 16:30
    อ่านแล้วจะร้องไห้ไรท์แต่งได้หน่วงมากก หืออ มาต่อเร็วๆนะคะ
    #2976
    0
  21. #2975 ขี้ชิป (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 15:55
    เราว่าเป็นรักที่ค่อยๆซึมลึกนะ จากที่อ่าน เริ่มสงสารลิซเปลี่ยนเป็นเห็นใจ และรัก แต่ที่แน่ๆยุนกิพลาดรักลิซก่อนแน่ แต่ยังไงคิดว่ารักกันก่อนไปญี่ปุ่น
    #2975
    0
  22. #2974 IMeMoRyU (@IMeMoRyU) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 13:56
    ทำให้ชักเจนสิ #มินยุนกิคนซึน บอกรักมันยากเหรอ??
    #2974
    0
  23. #2972 selata (@selata) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 09:42
    งืมๆมาต่อเร็วๆนะค่ะ
    #2972
    0
  24. #2971 202828 (@202828) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 09:25
    มาต่อเร็วๆเด้อ
    #2971
    0
  25. #2970 Kanokwan013 (@Kanokwan013) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 07:49
    รักกันตินไหนไม่รู้ แต่ที่รู้ๆคือเค้ารักกันแน่ๆ ฮือออออ ร้องไห้
    #2970
    0