[ TOKYO REVENGERS ] เมื่อแฝดคาวาตะมีญาติเป็นสาวน้อยน่ารัก!!

โดย NamikoMeko_lm

เขาว่ากันว่าแฝดคาวาตะมีน้องสาวที่เป็นญาติของพวกเขา พวกเขารักเธอมากและคอยดูแลปกป้องเธอเป็นอย่างดี หากใครก็ตามที่ทำให้น้องสาวของพวกเขามีนำ้ตาแม้แต่หยดเดียว พวกคุณจะได้ลงไปเฝ้ายมบาลทันที

ยอดวิวรวม

761

ยอดวิวเดือนนี้

170

ยอดวิวรวม


761

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


67
จำนวนรีวิว : ยังไม่มีคนรีวิว
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  10 ก.ค. 65 / 16:22 น.


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

“แม่ครับวันนี้มีมี่มาที่บ้านตอนกี่โมงครับ!”

 

[ตอนนี้แม่ยูมิกะจังใกล้ถึงบ้านแล้วนาโอยะช่วยไปบอกโชยะด้วยว่าให้ลงมารอหน้าบ้านได้เลยแม่จะให้พวกลูกช่วยยกของน้องไปเก็บบนห้องให้แม่ที]

 

“ได้ครับ! แองกรี้รีบลงไปข้างล่างเร็วเข้าตอนนี้แม่กับมีมี่ใกล้ถึงบ้านแล้ว!” สมายลี่เอ่ยก่อนที่จะรีบลากน้องชายฝาแฝดของเขาออกมาจากห้องนอนเพื่อไปช่วยแม่ขนของ

 

“สมายลี่ช้าๆหน่อย เดี้ยวล้มหรอก”

 

แฝดคาวาตะได้ลงมารอแม่ของตนที่หน้าบ้านเรียบร้อยแล้วก่อนที่จะมีรถแท๊กซี่คันนึงมาจอดที่หน้าบ้านของพวกเขา พวกเขาเห็นแม่เดินลงมาจากรถแท๊กซี่และอุ้มร่างของเด็กน้อยผมสีม่วงยาวมีผ้าพันแผลตามตัวที่นอนกอดตุ๊กตายูนิคอร์นมีปีกหลับคาอ้อมกอดของแม่ของพวกเขาอยู่

 

“ชู่ว~ตอนนี้ยูมิกะจังกำลังเหนื่อยๆน้องต้องการพักผ่อน พวกลูกช่วยไปขนกระเป๋าเสื้อผ้าของน้องจากหลังรถแท๊กซี่แล้วเอาขึ้นไปเก็บที่ห้องของน้องให้แม่ด้วย”

 

“ครับ!” สมายลี่

 

“ชู่ว!!!” แม่และแองกรี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 10 ก.ค. 65 / 16:22


“มีมี่พี่กลับมาแล้วนะ~”

 

“ซื้อขนมเค้กที่มีมี่ชอบกินมาให้ด้วยนะ”

 

“……”

 

ร่างของเด็กสาววัย10ขวบที่กำลังนั่งทำการบ้านในห้องรับแขกได้เงยหน้าขึ้นก่อนที่จะรีบวิ่งเข้าไปหาพี่ชายทั้งสองด้วยความคิดถึง สมายลี่อุ้มน้องสาวของเขาขึ้นมากอดแล้วหอมแก้มของน้องสาวของเขาเป็นการเต็มพลัง

 

“วันนี้อาจารย์ที่มาสอนให้การบ้านยากไหม^^”

 

“…..” เด็กสาวส่ายหน้า

 

“ก็ดีแล้ว ตอนนี้ทำการบ้านเสร็จหรือยังพี่จะได้เอาเค้กให้หนูกินเลย”

 

“….” เด็กสาวพยักหน้าอีกครั้งพร้อมกับทำตาเปล่งประกาย

 

“ยังกินเค้กไม่ได้นะจ๊ะเพราะต้องกินข้าวก่อนเข้าใจไหม~ ยูมิกะมาเก็บสมุดการบ้านก่อนแล้วค่อยลงมาทานข้าวเย็นนะลูกส่วนนาโอยะกับโชยะก็รีบขึ้นไปเก็บของแล้วลงมากินข้าวได้แล้ว”

 

“คร้าบบบ~~” สมายลี่

 

“ครับ” แองกรี้

 

“..*พยักหน้า*..”

 

ยูมิกะ หรือ คาวาตะ ยูมิกะ เธอเป็นลูกพี่ลูกน้องของแฝดบ้านคาวาตะเธออายุเพียงแค่10ขวบเท่านั้นส่วนเหตุที่เธอไม่ยอมพูดนั้นก็เป็นเพราะก่อนที่คุณน้าหรือคุณแม่บุญธรรมจะรับเธอมาเลี้ยงเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน

 

พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตต่อหน้าต่อตาโดยมีคนร้ายเข้ามาในบ้านแล้วพ่อแม่ก็ออกมาปกป้องเธอจนพวกเขาเสียชีวิต คนร้ายเกือบฆ่ายูมิกะได้แล้วแต่ก็ไม่สำเร็จเพราะตำรวจมาทัน

 

เครือญาติคนอื่นไม่ต้องการรับเลี้ยงยูมิกะเพียงเพราะคิดว่ายูมิกะที่สูญเสียการพารพูดไปหลังจากเหตุการฆาตกรรมนั้นเป็นเพียงแค่ภาระ คูณนายคาวาตะที่เป็นญาติเพียงคนเดียวของยูมิกะเธอจึงรับยูมิกะมาเป็นลูกบุญธรรม

 

ที่เห็นว่ายูมิกะสามารถเข้ากับนาโอยะและโชยะได้เป็นอย่างดีเพราะตอนเด็กๆพวกเขาทั้งสามคนเคยเล่นด้วยกันบ่อยๆและสนิทกันมาก ส่วนที่สองแฝดเรียกยูมิกะว่ามีมี่นั้นก็เพราะมันเป็นชื่อเล่นที่สองแฝดช่วยกันตั้งให้ยูมิกะนั้นเอง

 

 

 

ในวันต่อมาคุณนายคาวาตะนั้นไม่อยู่บ้านเพราะมีงานที่ต้องไปทำต่างจังหวัดหนึ่งอาทิตย์เพราะงั้นสมายลี่และแองกรี้จะต้องช่วยเลี้ยงดูยูมิกะตามลำพัง

 

“มีมี่ไปเที่ยวกันไหมวันนี้มีร้านเคกเปิดใหม่ด้วยนะ^^” สมายลี่เอ่ยกับน้องสาวของตนที่กำลังนั่งดูการ์ตูนหลังจากเรียนเสร็จ ยูมิกะหันมามองสมายลี่ก่อนที่จะพยักหน้า

 

“งั้นรีบปิดทีวีแล้วไปรอพวกพี่ที่หน้าบ้านนะ” แองกรี้เอ่ยก่อนที่ยูมิกะจะรีบทำตามอย่างว่าง่าย

 

การไปร้านเค้กในครั้งนี้แฝดคาวาตะเลือกที่จะขับมอเตอร์ไซค์ของพวกเขาไปแต่พวกเขาเลือกที่จะไม่ขับเร็วเหมือนทุกทีเพราะครั้งนี้มีน้องสาวตัวน้อยน่ารักนั่งมาด้วยยังไงล่ะ

 

“….” ยูมิกะเลือกเค้ก2ชิ้นให้โชยะหรือแองกรี้ดูก่อนที่เจ้าตัวจะบอกกับพนักงานว่าเขาจะเอาเค้กสองชิ้นนี้ ส่วนตัวเขาก็สั่งคุ้กกี้กับนำ้ส้มมากินส่วนสมายลี่เขาได้สั่งเป็นชาเขียวปั่นให้เพราะเจ้าตัวไปนั่งจองโต๊ะให้อยู่

 

 

“เค้กมันอร่อยขนาดนั้นเลยหรือไง?” สมายลี่เอ่ยถามเมื่อเขาเห็นน้องสาวของเขากินมันได้ทุกวัน

 

“….” ยูมิกะพยักหน้าก่อนที่จะตักเนื้อเค้กและครีมแล้วยื่นให้สมายลี่กิน

 

“มีมี่ป้อนฉันหรอเนี่ย~ ไม่เกรงใจล่ะนะ^^” สมายลี่อ้าปากงับเค้กที่น้องสาวของเขาตักให้กินอย่างสบายใจ ยูมิกะก้ได้ตักเค้กแล้วจ่อปากพี่ชายอีกคนของเธอ

 

“ขอบใจ” แองกรี้งับเนื้อเค้กกินอย่างสบายใจถึงแม้ว่าหน้าของเขาจะดูหน้ากลัวอยู่ตลอดเวลาก็ตาม

 

หลังจากที่ทั้งสามกินเค้กอย่างสบายใจแล้วยูมิกะก็ดึงชายเสื้อของแองกรี้พร้อมกับชี้ไปที่ร้านหนังสือ บ่งบอกได้ว่าเธอนั้นอยากได้ก่อนที่จะได้รับอนุญาตจากพี่ๆทั้งสอง

 

แองกรี้และสมายลี่เลือกที่จะรออยู่ข้างนอกเพราะพวกเขาไม่ถูกกับพวกหนังสืออย่างแรงถ้าให้เข้าไปมีแต่ต้องปวดหัวอย่างแน่นอน

 

ตัดมาทางด้านยูมิกะเธอได้มาซื้อหนังสือนิยายสืบสวนที่เธอชอบอ่านแต่ที่เป็นอุปสรรคในการหยิบหนังสือนั้นก็คือหนังสือมันอยู่ชั้นบนสุดของชั้นน่ะสิ

 

แล้วแบบนี้เธอจะหยิบได้ยังไงล่ะ?!

 

“อยากได้หนังสือเล่มไหนหรอ?”

 

เสียงของชายหนุ่มที่ดังอยู่ข้างหลังของเธอดังขึ้นก่อนที่เะอจะหันไปพร้อมกับเงยหน้าขึ้น ทำให้เธอนั้นเห็นใบหน้าของเขาได้ชัดเจน

 

เขามีผมสีครีมยาวหมัดผมหน้าม้ารวบไปด้านหลัง ใส่เสื้อยื้ดสีขาวและกางเกงยีนส์ ใส่รองเท้าผ้าใบข้อยาวสีดำขาวและสวมเสื้อคลุมลายสก๊อตสีดำขาว

 

ยูมิกะสะบัดหน้ของตนเองก่อนที่จะชี้ไปที่หนังสือที่ต้องการก่อนที่ชายหนุ่มจะหยิบหนังสือที่เธอต้องการให้กับเธอ เธอโค้งตัวเป้นการขอบคุณเขาก่อนที่เขาจะเอ่ยถามเธอ

 

“ดะ-เดี้ยวๆ! เธอรู้จักหนังสือเรื่องนี้หรือเปล่าพอดีว่าน้องสาวของฉันอยากได้น่ะ” เขายื่นโทรศัพท์ของเขาที่เป็นรูปภาพมาอย่างเดียวพร้อมกับมีข้อความเขียนว่าอยู่ในหมวดสืบสวน

 

เล่มนี้เป็นเล่มที่เธอมีแล้วเพราะงั้นเธอรู้ดีว่ามันอยู่ตรงไหน เพื่อเป็นการขอบคุณอีกครั้งเธอเลยพยักหน้าว่าเธอรู้จักเรื่องนี้ก่อนที่จะนำทางไปยังมุมอับสายตาของชั้นหนังสือหมวดสืบสวน

 

ก่อนที่เธอจะนั่งยองๆแล้วหยิบหนังสือที่เขาต้องการให้กับเขา เขาแสดงสีหน้าดีใจออกมาก่อนที่จะขอบคุณเธออีกครั้งแล้วรีบจากไปทันที แต่หลังจากนั้นไม่นานเจ้าตัวก็วิ่งกลับมาหาเธออีกครั้ง

 

“…..?” เขาต้องการอะไรอีกหรือเปล่านะ?

 

“ฉันชื่อไมค์กี้แล้วเธอล่ะเด็กน้อย0v0”

 

“!!!” ยูมิกะเลิ่กลั่กก่อนที่เธอจะหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วพิมพ์ชื่อของตัวเอง

 

[ยูมิกะ]

 

ยูมิกัจจิสินะ แล้วยูมิกัจจิอายุเท่าไหร่แล้วหรอทำไมพ่อกับแม่ถึงปล่อยให้มาคนเดียวแบบนี้ล่ะ^^”

 

“….” เด็กสาวหน้าซีดลงเมื่ออีกฝ่ายถามหาพ่อแม่ของเธอ เธอเริ่มนำ้ตาคลอเบ้าจนไมค์กี้ถึงกับทำตัวไม่ถูกเพราะเขาไม่คิดว่าเด็กสาวตรงหน้าจะเริ่มร้องไห้

 

“ฮะ-เฮ้! ฉะ-ฉันขอโทษนะ อา!เคนจินมาช่วยฉันหน่อย!!”

 

“อะไรอีกไมค์กี้! พวกเราต้องรีบซื้อของไปให้เอม่าไม่ชะ-นี้แกทำเด็กร้องไห้หรอไมค์กี้!?” ชายร่างสูงได้เดินมาหาเพื่อนของตนพร้อมกับตะกร้าใส่หนังสือ เขาเดินมาเห็นเพื่อนของตนกับเด็กสาวที่ยืนร้องไห้อยู่ก่อนที่เขาจะมองเพื่อนตัวดีของเขา

 

“ฉันแค่ถามว่าพ่อแม่หายไปไหนทำไมถึงปล่อยให้ยูมิกัจจิเอาไว้คนเดียวแค่นั้นจริงๆนะเคนจิน!!”

 

“…เฮ้อ หลบไปหน่อยสิ”

 

ชายหนุ่มร่างสูงได้นั่งชันเข่าข้างนึงก่อนที่จะเช็ดนำ้ตาให้เด็กสาวก่อนที่เด็กสาวจะมองชายหนุ่มมาใหม่ที่น่าจะเป็นเพื่อนกับคนที่ชื่อไมค์กี้

 

“ฮึก…”

 

“ขอโทาแทนเพื่อนของฉันด้วยนะ ว่าแต่เธอมากับใครงั้นหรอพอบอกพี่ชายหน่อยได้ไหม^^”

 

“….ฮึก” ยูมิกะพยักหน้าพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ออกมาพร้อมกับพิมพ์อะไรบางอย่างก่อนที่จะหันหน้าจอโทรศัพท์ให้ชายตรงหน้าดู

 

[มากับพี่ชายอีกสองคน ตอนนี้พวกเขารออยู่นอกร้าน]

 

“เวรแล้วไงไมค์กี้ น้องเขามากับพี่ชายว่ะ…แล้วเมื่อกี้ตอนที่ไมค์กี้เรียกเธอว่ายูมิกัจจินั้นคือชื่อของเธอสินะ” เด็กสาวส่ายหน้าพร้อมกับพิมพ์ชื่อที่ถูกต้องลงในโทรศัพท์แล้วให้ชายตรงหน้าดู

 

[ชื่อ ยูมิกะ]

 

“งั้นหรอเป็นชื่อที่น่ารักดีนะ พวกเราอยู่ในนี้นานแล้วออกไปจ่ายตังค์กันดีกว่านะ อ้อ?ฉันชื่อดราเค่นยินดีที่ได้รู้จักนะ^^”

 

เด็กสาวพยักหน้าก่อนที่ดราเค่นจะยื่นมือไปทางยูมิกะก่อนที่เธอจะจับมือของดราเค่นแล้วจูงมือกันไปจ่ายตังค์ที่หน้าเค้าเตอร์โดยมีไมค์กี้เดินหงอยๆตามข้างหลังมาติดๆ

 

พอจ่ายตังค์เสร็จทั้งสามก็เดินออกมาจากร้านหนังสือก่อนที่ยูมิกะจะรีบวิ่งไปหาพี่ชายทั้งสองของเธอทันที

 

“มีมี่ทำไมตาแดงแบบนี้ล่ะ?!” แองกรี้รีบอุ้มน้องสาวของตนขึ้นก่อนที่จะลูบหลังปลอบเธอ

 

“โอ๊ะ? นั่นดราเค่นกับหัวหน้านิมาทำอะไรกันที่นี่เนี่ย?” สมายลี่เอ่ยถาม

 

“พอดีฉันกับไมค์กี้มาซื้อหนังสือให้เอม่าน่ะแต่ไมค์กี้ดันทำเด็กคนนั้นร้องไห้เนี่ยสิ…ว่าแต่เด็กคนนี้คือน้องสาวของพวกแกอย่างงั้นหรอ?” ดราเค่นเอ่ยถามกลับ

 

“ใช่แล้ว ชื่อยูมิกะแต่พวกเราเรียกว่ามีมี่น่ะว่าแต่หัวหน้าไปทำอะไรให้มีมี่ของพวกเราร้องไห้ล่ะเนี่ย? ปกติเข้ากับเด็กได้ไม่ใช่หรือไง?” สมายลี่เอ่ยถาม

 

“ได้ยินจากไมค์กี้ว่าถามเรื่องพ่อกับแม่น่ะ” ดราเค่นหันไปหาไมค์กี้ที่พยายามทำให้เด็กสาวยิ้มแต่เธอก็ยังไม่ยิ้มอยู่ดี

 

“อ้อ ถ้ามีมี่ร้องไห้เพราะเรื่องนี้ก็ไม่แปลกหรอกเพราะมีมี่เพิ่งเสียพ่อกับแม่แท้ๆเพราะถูกฆ่าไปเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง มันเลยทำให้มีมี่จิตตกกับช็อคจนพูดไม่ได้นะ” สมายลี่ตอบจนทำให้ดราเค่นได้รู้สาเหตุทั้งหมดพร้อมกับไมค์กี้ที่ฟังสิ่งที่สมายลี่เล่าให้ฟัง

 

“ก็ว่าอยู่ว่าทำไมถึงไม่ยอมพูดเป็นแบบนี้นี่เอง งั้นถ้าวันไหนอยากไปเที่ยวที่แก๊งของฉันก็บอกได้นะฉันยินดีต้อนรับยูมิกัจจิเป็นพิเศษเลย^^” ไมค์กี้เอ่ยจนทำให้เด็กสาวทำหน้าสนใจ

 

แต่คงไม่ใช่กับชายหนุ่มอีกสามคนที่เหลือที่ไม่อยากให้เด็กสาวไปเลยแม้แต่น้อย เพราะที่นั้นมีแต่ชายฉกรรจ์ทั้งนั้นและอาจจะมีบางพวกที่ชอบกรางหาเรื่องคนอื่นไปทั่วอีก

 

“….” ยูมิกะพยักหน้าพร้อมกับหันหน้าไปมองแองกรี้เพื่อเป็นการอนุญาต

 

“กะ-ก็ได้…” แองกรี้ผู้แพ้น้องสาวก็ได้เอ่ยอนุญาตอย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

 

 

 

สองวันต่อมาในช่วงเวลา1ทุ่มยูมิกะที่ออกมาเดินเล่นตอนกลางคืนตอนนี้สภาพของเธอค่อนข้างเละเทะมากเพราะเธอเพิ่งผ่านการถูกทำร้ายมาและยังพาชายหญิงคู่นึงออกมาได้อีกด้วย

 

เธอพาชายหญิงสองคนนั้นไปส่งหน้าสถานีตำรวจก่อนที่เธอจะสลบไปเพราะนอกจากเธอพาชายหญิงสองคนตรงหน้าหนีมาได้ก็จริงแต่เธอก็มีสู้กลับบ้างเล็กน้อยแต่แรงเด็กหรือจะสู้แรงผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ชายและจำนวนคนทางฝั่งนั้นยังเยอะกว่าด้วย

 

หนีมาได้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว

 

ในวันต่อมาเธอก็รู้สึกตัวว่าตอนนี้ตัวของเธอนั้นอยู่ในโรงพยาบาลพร้อมกับมีบาดแผลมากมายเต็มตัว หลังจากนั้นพวกพี่ชายทั้งสองที่เห็นเธอตื่นแล้วก็ดุเธอยกใหญ่ก่อนที่เธอจะร้องไห้ออกมาพร้อมกับกอดทั้งสองเอาไว้

 

ที่จริงที่เธอเข้าไปช่วยชายหญิงสองคนนั้นนั่นก็เพราะว่าหากเธอได้ตายจริงๆเธอคงได้ไปหาพ่อแม่ที่อยู่บนสวรรค์ แต่พอตื่นมาแล้วเจอพี่ชายทั้งสองที่ดูแลเะอไม่ต่างอะไรกับน้องสาวแท้ๆจนเธออยากจะตบหน้าตัวเองที่คิดอะไรแบบนั้นไป

 

“ฮึก ขะ..ขอ ขะ..ขอ..โทษ ฮึก ฮือ! นะ-หนู ขะ-ขอโทษ ฮือๆ ยะ-อย่าเกลียด หนู ฮึก เลยนะ ฮือๆ!”

 

แองกรี้และสมายลี่ต่างสะดุ้งที่เด็กสาวพูดออกมาแบบนั้นก่อนที่พวกเขาจะยิ้มออกมาและตรงเข้าไปกอดเด็กสาวบนเตียงของผู้ป่วยเอาไว้

 

“พวกพี่ไม่เกลียดมีมี่หรอกและจะไม่มีวันเกลียดด้วย^^” สมายลี่

 

“แต่ที่พวกพี่ดุหนูก็เพราะหนูทำให้พวกพี่เป็นห่วง เพราะงั้นอย่าทำแบบนี้อีกเข้าใจไหม?ถ้าหนูเป็นอะไรขึ้นมาพวกพี่คงเสียใจหนักกว่านี้อีกแน่” แองกรี้เอ่ยก่อนที่จะลูบหัวของเด็กสาวเบาๆ

 

“ฮึก! อื้ม!”

 

หลังจากที่สามพี่น้องคาวาตะกอดปลอบกันได้ไม่นาน พ่อแม่ของฝ่ายชายและหญิงที่ยูมิกะไปช่วยเมื่อวานก็มาเยี่ยมเด็กสาวพร้อมกับกล่าวขอบคุณเธอและยังบอกอีกด้วยว่าจะออกค่ารักษาให้ด้วย

 

ยูมิกะที่ยังไม่ชินกับการพูดมากก็ได้สมายลี่เข้าไปช่วยพูดกับพ่อแม่ของฝ่ายชายหญิงสองคู่นั้นแทนที่นอกห้อง หลังจากนั้นไม่นานไมค์กี้และดราเค่นที่ได้ข่าวว่าเด็กสาวเข้าโรงพยาบาลก็รีบตรงดิ่งมาหาทันทีพร้อมกับของเยี่ยม

 

และมีบุคคลมาใหม่อีกสองคนที่ยูมิกะไม่เคยเห็นหน้าแต่ยูมิกะกลัวพวกเขามากจนต้องหมุดลงผ้าห่มจนแองกรี้ต้องปลอบอยู่นานว่าพวกเขาเป็นเพื่อนของพวกเขาเองจนเด็กสาวยอมออกมาจากผ้าห่ม

 

สมายลี่แนะนำเพื่อนๆทั้งสองคนให้รู้จักชายร่างอ้วนชื่อปาจินส่วนอีกคนชายร่างสูงผอมชื่อเปยัง พวกเขาเป็นเพื่อนของชายหญิงที่ยูมิกะช่วยออกมาและพวกเขามาที่นี้เพื่อขอบคุณเธอ

 

“ยะ-ยูมิ..กะ คาวาตะ ยูมิกะ…ค่ะ.//.”

 

“ว้าว~เสียงน่ารักจังเลยนะ>v<” ไมค์กี้เอ่ยก่อนที่จะเข้ามากอดยูมิกะแต่ก็ถูกสมายลี่มาขวางเอาไว้

 

“คิดจะทำอะไรน้องของพวกฉันน่ะหัวหน้า ครั้งที่แล้วฉันยังไม่ได้คิดบัญชีที่หัวหน้าทำมีมี่ร้องไห้เลยนะ^^*”

 

 

 

 

 

ในวันนั้นยูมิกะก็สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในช่วงบ่ายพวกไมคืกี้จึงพาไปฉลองกันที่ร้านขนมประจำของไมค์กี้และแน่นอนว่าคนที่ชอบขนมเหมือนเด็กอย่างไมค์กี้ย่อมเข้ากับเด็กสาวได้เป็นอย่างดี

 

ดีจนขนาดสมายลี่เกือบเข้าไปต่อยไมค์กี้ที่เป็นหัวหน้าแก๊งของตนเองแต่ก็นังดีที่มีดราเค่นและแองกรี้คอยห้ามเอาไว้ได้ทัน

 

พอตกเย็นเกือบมืดก็มีการประชุมแก๊งกระทันหันซึ่งยูมิกะต้องมาด้วยเพราะแองกรี้และสามยลี่จะไม่มีทางปล่อยยูมิกะเอาไว้ที่บ้านคนเดียวแน่นอน

 

นั้นจึงเป็นเหตุที่ทำให้ตอนนี้ยูมิกะถูกเหล่าชายฉกรรจ์มองมายอมหยุดขณะเธออยู่ในอ้อมกอดของแองกรี้แล้วก็ตาม ยูมิกะกอดตุ๊กตายูนิคอร์นมีปีกสีขาวของเธอก่อนที่จะหลบสายตาคนอื่นๆโดยการกอดคอของแองกรี้

 

“อยากตายกันหรือไงจ้องกันอยู่ได้น้องสาวของพวกฉันกลัวหมดแล้ว^^*” สมายลี่

 

“ขอโทษครับหัวหน้าหน่วยสมายลี่!!”

 

‘น้องสาวหรอ?!’ x All

 

“โอ๊ะ? ยูมิกัจจิมานี่น่า~แผลเป็นไงบ้าง^^” ไมค์กี้ที่เห็นเด็กสาวมาด้วยเลยเอ่ยถามถึงบาดแผลด้วยความเป็นห่วง

 

“กะ-ก็ดี ขึ้นแล้ว ค่ะ./.” ยูมิกะค่อยๆหันมาหาไมค์กี้ก่อนที่เธอจะหน้าแดงเพราะเธอยังอายเรื่องการพูดการจาอยู่

 

 

“เสียงหวานโคตร!!”

 

“น่ารักสุดๆ!!”

 

“ไม่คิดว่าหัวหน้าหน่วยสมายลี่จะมีน้องสาวน่ารักๆแบบนี้ด้วย!!”

 

 

 

“เจ้าพวกนั้นวอนหาที่ตายชัดๆ=_=;;” มิทสึยะเอ่ยก่อนที่จะมองเด็กสาว เธอน่ารักและเสียงหวานอย่างที่ไมค์กี้เคยมาโม้ให้ฟัง

 

“…..” ฮัคไคเงียบก่อนที่จะมองเด็กสาวด้วยสายตาเรียบนิ่ง

 

“เด็กคนนั้น….” ทาเคมิจิมองเด็กสาวหัวสีม่วงน่ารักๆคนนั้นก่อนที่เขาจะนึกขึ้นได้ว่าเธอคือเจ้าสาวของซาโนะ มันจิโร่หรือไมค์กี้ในอนาคตนั้นเอง!!

 

ซาโนะ ยูมิกะ

 

“ยูมิกะจังทำไมหรอทาเคมิจิ?” ดราเค่นเอ่ยถามเพื่อนใหม่ของไมค์กี้ที่ตอนนี้เอาแต่มองเด็กสาวตรงหน้าตาค้าง

 

“เด็กคนนั้นเป็นอะไรกับสองคนนั้นหรอครับ? เห็นพวกเขาอุ้มเธอแล้วก็ดูหวงๆ” ทาเคมิจิเอ่ยก่อนที่จะมองแองกรี้ที่อุ้มยูมิกะและมีสมายลี่พยายามดันหน้าของไมค์กี้ให้ออกห่างจากยูมิกะ

 

“อ้อ ยูมิกะจังเป็นน้องสาวของหัวหน้าและรองหัวหน้าหน่วยที่สี่ชื่อคาวาตะ ยูมิกะจังน่ะแต่เจ้าพวกสองแฝดนั้นจะเรียกว่ามีมี่มากกว่า”

 

“นะ-น้องสาวหรอครับ?!” ทาเคมิจิทำสีหน้าตกใจ

 

“น้องสาวของสมายลี่กับแองกรี้หรอ? น่ารักดีแหะ~เหมือนแมวตัวน้อยเลยนะ~” คาสึโทระเอ่ยก่อนที่จะเดินไปจิ้มแก้มของเด็กสาว

 

“งือ….”

 

“ลักพาตัวกลับบ้านไปเลี้ยงเองได้ไหม” คาสึโทระกล่าวเมื่อได้ยินเสียงและใบหน้าที่น่ารักของยูมิกะ

 

“จะบ้าหรือไง!” บาจิเอ่ยก่อนที่จะตบหัวเพื่อนของตัวเองเพื่อเรียกสติ

 

“ถ้าแกทำฉันจะโทรเรียกตำรวจมาจับแก=_=” จิฟุยุ

 

“ฉันว่าจับส่งเข้าสถานพินิจเลยง่ายกว่า…” มุโต้เอ่ยโดยมีซันสึเตรียมเชือกเอาไว้มักคาสึโทระโดยเฉพาะ

 

======================================================================

TALK

ยังไม่ได้ตรวจคำผิด

 

ไม่มีอะไรมากค่ะ

แค่อยากเขียน!!!

 

อย่าลืมเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ T^T

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

×