[ TOKYO REVENGERS ] Happy Sugar Life (Mikey x Oc)

โดย NamikoMeko_lm

พวกนายได้ยินข่าวลือกันหรือเปล่าว่าช่วงนี้หัวหน้าแก๊งโตเกียวมันจิไคกำลังตามจีบเด็กผู้หญิงคนนึงอยู่ "ชิ! ข่าวลือไร้สาระชะมัดใช่ไหมไมค์กี้" "..ห๊ะ? เมื่อกี้ว่าอะไรนะเคนจิน?"

ยอดวิวรวม

1,091

ยอดวิวเดือนนี้

37

ยอดวิวรวม


1,091

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


89
จำนวนรีวิว : ยังไม่มีคนรีวิว
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  5 พ.ค. 65 / 22:26 น.


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

“พวกแกว่าช่วงนี้ไมค์กี้ทำตัวแปลกๆหรือเปล่าวะ?” ดราเค่นเอ่ยถามเพื่อนๆในแก๊งของเขาที่นั่งคุยเล่นกันหลังประชุมแก๊งเสร็จก่อนที่ดราเค่นจะหันไปมองเจ้าของชื่อที่ตอนนี้มัวแต่มองหนังยางรัดผมสีฟ้าอ่อนน่ารักที่ข้อมือขวาอย่างใจลอย

 

“หมอนี้เริ่มทำตัวแปลกๆตั้งแต่วันที่แกไม่สบายแล้ว” มิทสึยะเอ่ยก่อนที่จะอดเห็นด้วยกับดราเค่นในใจไม่ได้

 

“เมื่อสามวันก่อนน่ะหรอ? พวกนายมีใครรู้เรื่องที่ไมค์กี้ทำตัวแปลกๆบ้างหรือเปล่า?” ดราเค่นเอ่ยถามก่อนที่จะมีเพื่อนในกลุ่มคนนึงสะดุ้งเล็กน้อย

 

“แกเป็นอะไรไปน่ะปา?” คาสึโทระเอ่ยถามก่อนที่จะทำให้ทุกคนหันมามองปาจินตาเดียว

 

“มะ-ไม่มีอะไร--;;” ปาจินที่พยายามไม่ทำตัวให้เป็นพิรุธแต่ก็คงไม่รอดสายตาของเพื่อนๆที่ขี้เผือก(?)ไปได้

 

“มีแน่นอน…บอกมาเดี้ยวนี้เลยนะปาว่าไมค์กี้เป็นอะไรตอนที่ฉันไม่สบาย?” ดราเค่นเข้นถามเพื่อนของตน

 

“คะ-คือว่า…” ปาจิน

 

“เคนจิน!!” เสียงของไมค์กี้ดังขึ้นนั้นจึงทำให้ปาจินรีบออกไปจากกลุ่มเพื่อนๆได้ ดราเค่นที่เห็นปาจินขี่รถมอเตอร์ไซค์กลับไปแล้วก็ส่งเสียงอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เล็กน้อยก่อนที่จะหันไปหาหัวหน้าแก๊งของตน

 

“มีอะไรไมค์กี้?”

 

“ฉันมีธุระที่จะต้องไปทำน่ะ ฝากไปส่งเอม่าที่บ้านด้วยนะ..ไปล่ะ^^/” ไมค์กี้รีบเอ่ยอย่างทันควันก่อนที่จะขี่บั๊บออกไปจากสถานที่ประชุมแก๊งทันที

 

ดราเค่นที่ยังไม่ได้เอ่ยตอบอะไรก็ทำสีหน้าเรียบนิ่งแต่ถ้าสังเกตดีๆก็จะเห็นเส้นเลือดปูดบนข้างขมับของดราเค่น

 

“ไอหัวจุก!!” ดราเค่น

เนื้อเรื่อง อัปเดต 5 พ.ค. 65 / 22:26


หลังจากที่ไมค์กี้ออกมาจากสถานที่ประชุมเขาก็รีบขี่บั๊บของเขาเข้าไปในสถานที่ที่มีตึกมากมายในชิบุย่าก่อนที่เขาจะมาจอดที่หน้าโรงเรียนพิเศษแห่งนึง

 

ไมค์กี้หยิบโทรศัพท์ออกมาก่อนที่จะมองเวลาในโทรศัพท์แล้วถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเขานั้นมาถึงก่อนเวลาเพียงนิดเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นไม่นานก็มีเด็กมากมายออกมาจากตึกๆนึงที่ไมค์กี้นั้นมารอคนๆนึง

 

“ไมค์จัง!?”

 

“ไงโซจจิ~ฉันมารับแล้วนะ~”

 

ร่างของเด็กสาวผมสีดำอมนำ้เงินเข้มออกลอนมัดผมหางม้า ดวงตาสีฟ้าอมนำ้เงิน ผิวขาวอมชมพูตัวเล็กน่ารัก ใส่ชุดนักเรียนของโรงเรียนหญิงล้วนชื่อดังในชิบูย่าสีฟ้า

 

ฮานะกาคิ โซระ

 

นั้นคือชื่อของเด็กสาวเธอมีอายุ13ปีและกำลังเรียนอยู่ในชั้นมัธยมต้นปีที่หนึ่ง ตัวของเขานั้นได้รู้จักกับเธอเมื่อสามวันก่อนโดยที่ตัวเขานั้นช่วยเหลือเธอเอาไว้จากนักเลงกลุ่มนึง

 

สายตาของเขาได้สบเข้ากับสายตาของเธอพอดี เวลาที่เขานั้นได้จ้องมองเข้าไปในดวงตาสีฟ้าอมนำ้เงินนั้นจู่ๆหัวใจของเขาก็เต้นอย่างไม่เป็นจังหวะในวันแรกที่เขาเจอกับโซระ

 

จนเขาเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับปาจินในวันนั้นว่ามันใช่อย่างที่เขาคิดหรือเปล่า แน่นอนว่าปาจินตอบว่าใช่นั้นจึงทำให้เขาเริ่มที่จะเข้าหาเธอมากขึ้น

 

เขามารอเธอหน้าโรงเรียนทุกเย็นเพื่อต้องการเจอโซระ ไปรับไปส่งเธอมาสองวันติดถ้ารวมวันนี้ก็เป็นวันที่สามมันอาจจะดูเหมือนการ์ตูนเด็กผู้หญิงไปบ้างในสายตาเขา

 

แต่ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่เขาทำและมันทำให้เขารู้สึกมีความสุขที่ได้ใช้เวลากับโซระ ยิ่งอยู่ด้วยกันเขาก็ยิ่งมีความสุขขึ้นไปอีก

 

เขาพาเธอมาส่งที่บ้านตามปกติก่อนที่จะโบกมือลาเด็กสาวและบอกฝันดีก่อนที่เขาจะมองเด็กสาวเข้าบ้านไป ส่วนตัวเขาก็ขับรถกลับบ้านอาบนำ้นอนตามปกติ

 

ในเช้าวันถัดมาเขาก็รีบตื่นเช้าอย่างผิดปกติจนชินอิจิโร่ เอม่า อิซานะหรือแม้กระทั่งปู่ของเขายังตกใจ จริงๆนี้ก็ผ่านมาประมาณสามวันแล้วที่เขาตื่นเช้าแบบนี้อ่ะนะ

 

ที่เขาต้องตื่นเช้าแบบนี้ก็เพราะจะได้ไปรับโซจจิที่บ้านและพาเธอไปส่งที่โรงเรียนยังไงล่ะ~ แต่ก่อนอื่นเขาต้องส่งข้อความไปบอกเพื่อนรักของเขาอย่างดราเค่นก่อนว่าให้อีกฝ่ายไปรอเขาที่โรงเรียนเลยไม่ต้องมารับ

 

“ผีเข้าหรือไง? ปกติต้องให้เอม่าไปปลุกแท้ๆ” ชินอิจิโร่เอ่ยก่อนที่จะเริ่มลงมือทานอาหารเช้าของตนเอง

 

“ฉันตื่นเช้าเองมันผิดนักหรือไง?-o-”

 

“มันไม่ผิดหรอก แต่แกตื่นเองมันแปลกๆน่ะสิคงไม่ได้ตื่นเช้าเองเพราะจะไปหาหญิงที่ไหนหรอกใช่ไหม~” อิซานะเอ่ยแซว ไมค์กี้รีบหันไปมองนาฬิกาบนฝาพนังของบ้านก่อนที่จะรีบกินข้าวและรีบออกจากบ้านไปทันทีพร้อมกับกุญแจมอเตอร์ไซต์ของเขา

 

“ฉันไปก่อนนะ!!” ไมค์กี้

 

“อะไรจะรีบขนาดนั้น?” เอม่าเอ่ยอย่างสงสัย

 

 

 

ตัดมาทางไมค์กี้ที่มารอรับเด็กสาวที่หน้าบ้านของเธอ ไมค์กี้ได้พาโซระไปยังโรงเรียนหญิงล้วนเหมือนทุกครั้งแต่ครั้งนี้อาจจะแปลกไปเล็กน้อยเนื่องจากโซระยื่นถุงกระดาษขนาดกลางให้ไมค์กี้จนเจ้าตัวทำหน้างงแต่ก็รับมา

 

“อะไรหรอโซจจิ?”

 

“อยากจะขอบคุณไมค์จังทุกๆเรื่อง หนูเลยทำข้าวกล่องให้ไมค์จังยังไงล่ะคะ^^แต่หนูไม่รู้ว่าไมค์จังชอบทานอะไรก็เลยทำหลายๆอย่างน่ะค่ะ”

 

“อื้ม! ฉันจะกินให้อร่อยเลย~”

 

ไมค์กี้รับมาก่อนที่จะโบกมือลาโซระและรีบขับบั๊บไปที่โรงเรียนของตนที่อยู่ไม่ไกลมากจากโรงเรียนของโซระ เขาจอดบั๊บหลังโรงเรียนที่เป็นลานจอดมอเตอร์ไซคืก่อนที่จะเข้าโรงเรียนจากประตูหลังของโรงเรียน

 

เขาเดินไปเรื่อยๆจนมาถึงห้องเรียนของเขาก่อนที่เขาจะวางถุงกระดาษที่มีเบ็นโตะอยู่ในนั้น

 

“แกไปไหนมากันน่ะไมค์กี้? ข้าวกล่อง?นี้แกออกจากบ้านแต่เช้าเพื่อไปซื้อข้าวกล่องหรอ…” ดราเค่นเอ่ยเมื่อเห็นเพื่อนข้างโต๊ะของเขาวางถุงกระดาษเอาไว้บนโต๊ะก่อนที่เขาจะถือวิสาสะเปิดถุงกระดาษดูว่าข้างในมันคืออะไร

 

“มันไม่ใช่ข้าวกล่องธรรมดาๆนะ! และเคนจินก็ห้ามแย่งฉันกินด้วย!-[]-”

 

“เออๆ ไม่แย่งแกกินหรอก-_-;;”

 

 

 

-ช่วงพักกลางวัน-

 

“นี้แกไปซื้อมาจากไหนวะ?” ดราเค่นเอ่ยก่อนที่จะมองข้างกล่องบนโต๊ะของไมค์กี้ที่มีประมาณสามสี่กล่องและมันดูหน้ากินสุดๆ

 

“หึ! เคนจินซื้อไม่ได้หรอกเพราะอันนี้โซจจิทำให้ฉันยังไงหล่ะ><”

 

“โซจจิ?”

 

“อะ…”

 

“แกหลุดเองนะไมค์กี้ :)”

 

“ไม่น่าาาา!!!!!!!!!!!!T[]T”

 

ดราเค่นมองเพื่อนของตนเองทำหน้าเหมือนโลกจะแตก เห็นแบบนี้เขาก็ไม่ได้อยากบังคับให้อีกฝ่ายพูดหรอกนะแต่พอดีว่าต่อมความอยากเผือก(?)มันทำงานก็ช่งยไม่ได้อ่ะนะ :)

 

ไมค์กี้ไม่ยอมพูดและรีบกินอาหารในกล่องเบ็นโตะที่โซระทำให้จนเกลี้ยงพร้อมกับรีบเอากล่องไปล้างทันทีโดยที่ไม่ฟังสิ่งที่ดราเค่นถามเลยแม้แต่น้อย

 

ดราเค่นได้แต่ถอนหายใจก่อนที่จะส่งข้อความไปหาเพื่อนๆทุกคนในแก๊งว่า….

 

‘ไมค์กี้ติดหญิง’

 

 

 

หลังเลิกเรียนไมค์กี้ก็รีบไปรับเด็กสาวเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือแอบหนีดราเค่นมาหาเด็กสาวถึงหน้าโรงเรียน โดยที่วันนี้เขาจะพาโซระไปขับรถเล่น

 

“ไมค์จัง”

 

“อะไรหรอโซจจิ?”

 

“หนูไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมคะว่ามีคนขับรถตามพวกเรามาตั้งแต่หน้าโรงเรียนของหนูแล้ว…”

 

“งั้นโซจจิกอดเอวฉันให้แน่นๆนะฉันจะซิ่งแล้ว”

 

“ค่ะ!”

 

บรึ้น!!

 

ไมค์กี้รู้ว่ายังไงพวกดราเค่นก็ต้องจามหาเขาเจอแน่ๆเพราะมีหน่วยของมุโจวที่ช่วยหาตำแหน่งของเขาโดยสั่งลูกน้องแน่นอน เขารีบบิดขันเร่งสุดแรงเพื่อหลบหนีจากพวกดราเค่นที่แอบตามเขามาเป็นขบวน…

 

ดีนะที่โซจจิใส่เสื้อกันหนาวมีฮู้ดมาเลยทำให้ไม่มีใครเห็นใบหน้าของโซจจิได้(ใส่ฮู้ด+หมวกกันน๊อคเพราะงั้นฮู้ดไม่มีทางปลิวแน่นอน//ไมค์กี้)

 

“ไมค์กี้!!!” 

 

“จะรีบไปไหนของมันวะ!!”

 

เสียงของดราเค่นและบาจิได้ตะโกนไล่หลังของไมค์กี้ไม่ใกล้และไม่ไกลจนเกินไปนั้นจึงทำให้โซระและไมค์กี้รู้ว่าทั้งสองกำลังพูดอะไรกันอยู่

 

“นั้นเพื่อนของไมค์จังหรอคะ?”

 

“ใช่แล้วล่ะ~”

 

“แล้วทำไมพวกเขาต้องตามพวกเรามาเป็นขบวนแบบนั้นด้วยล่ะคะ?!” โซระที่งงกับชายหนุ่มที่ขับมอเตอร์ไซค์ ทั้งๆที่เป็นเพื่อนกันแล้วจะแอบตามมาทำไม?และทำไมไมค์จังต้องขับหนีเพื่อนของตัวเองด้วย

 

“พอดีว่าพวกนั้นอยากรู้จักกับโซจจิน่ะ…”

 

“เอ๋? อยากรู้จักกับหนูหรอคะ?ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนิคะถ้าพวกเพื่อนๆของไมค์จังจะรู้จักหนูนิ”

 

“ไม่ได้นะ! เพราะฉันหวงโซจจิ!>0<”

 

 

“พวกฉันได้ยินนะไมค์กี้!!” คาสึโทระที่เริ่มขับตามไมค์กี้ทันก็ได้ยินสิ่งที่ไมค์กี้พูดพอดี

 

ไมค์กี้ที่เห็นคาสึโทระเริ่มขับตามมาทันนั้นก็ทำให้เขารีบบิดขันเร่งเข้าไปอีกก่อนที่จะขับเปลี่ยนเส้นทางไปยังทางบ้านของโซระทันที แต่ทางไปบ้านของโซระออกจะซับซ้อนเล็กน้อยทำให้ผู้ที่ไม่ชำนาญเส้นทางอย่างพวกดราเค่นถึงกับหลงและหาไมค์กี้กับเด็กสาวไม่เจอแล้ว

 

“ชิ! ไวจริงๆ” ดราเค่นเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ กะอีแค่มาแนะนำสาวให้เพื่อนๆรู้จักหน่อยก็ไม่ได้…อะไรจะหวงเบอร์นั้น

 

“เอาน่า เดี้ยวค่อยไปถามวันอื่นก็ได้นิ” มิทสึยะเอ่ยปลอบเพื่อนร่างสูงก่อนที่จะบอกเพื่อนคนอื่นๆให้แยกย้าย

 

 

 

ตัดมาทางไมค์กี้ที่มาส่งเด็กสาวถึงบ้านแต่ฟ้าชั่งเมตตาเขาทำให้ฝนตกเขาเลยได้เข้ามาหลบฝนในบ้านของเด็กสาวตรงหน้าก่อนที่เธอจะบอกว่าจะเอาขนมและนำ้มาให้

 

เขาตอบรับอย่างว่าง่ายก่อนที่จะมองรอบๆห้องรับแขกในบ้านของโซระ นี้เป็นครั้งแรกเลยที่เขาเข้ามาในบ้านของโซระ

 

มีรูปภาพของครอบครัวที่ถ่ายติดตามพนังบ้าน มีถ้วยรางวัลมากมาย ถ้าให้พูดโดยรวมก็เป็นบ้านที่ดูอบอุ่นและเป็นครอบครัวที่รักกันดี

 

“ฝนยังไม่หยุดตกเลยนะคะแล้วนี้ก็ดึกแล้วไมค์จังนอนค้างที่นี้เถอะค่ะ^^”

 

“อะ-อื้ม!”

 

โอ้!! รู้จักกันได้ไม่กี่วันก็ได้เข้าบ้านของเธอแล้วนี่เขาจะยังได้นอนในบ้านของเธออีกหรอเนี่ย!! ฟ้าชั่งเมตตาเขาเสียจริง!

 

“แล้วพ่อแม่ของโซจจิไม่ว่าหรอ?”

 

“พอดีว่าคุณพ่อกับคุณแม่ไปทำงานต่างจังหวัดอีกหลายวันกว่าจะได้กลับบ้านค่ะ ส่วนพี่ชายของหนูก็ไปเข้าค่ายกับทางโรงเรียน3วันค่ะ เพราะงั้นไม่เป็นไรหรอกค่ะ^^”

 

“งั้นฉันจะอยู่เป็นเพื่อนของโซจจิจนกว่าพี่ชายของโซจจิจะกลับมาดีไหม เพราะว่าถ้าให้โซจจิอยู่คนเดียวมันจะอันตรายนะ :)”

 

“มันจะไม่รบกวนไมค์จังหรอคะ?”

 

“ไม่หรอกๆ~”

 

“ถ้างั้นก็ขอรบกวนด้วยนะคะ^^”

 

ไมค์กี้ได้แสยะยิ้มอย่างมีชัยในใจก่อนที่เขาจะได้มานั่งทานอาหารมื้อเย็นโดยเจ้าของบ้านเป็นคนทำให้เขาทาน หลังจากทานอาหารเสร็จเขาก็ได้ไปอาบนำ้ในห้องของเด็กสาว ส่วนเรื่องเสื้อผ้าเขาก็ได้ใส่เสื้อของพี่ชายของโซจจิไปก่อน

 

“ไมค์จังมานั่งตรงนี้สิคะ เดี้ยวหนูจะเป่าผมให้ค่ะ^^”

 

“ฝากด้วยนะโซจจิ^^”

 

หลังจากที่เป่าผมเสร็จทั้งสองก็ได้เข้านอนโดยที่ไมค์กี้ได้นอนเตียงเดียวกับเด็กสาวโดยมีการแบ่งกันนอนคนละฝั่ง เห็นแบบนี้เขาก้เป็นสุภาพบุรุษเหมือนกันนะ!!

 

“อือ~”

 

ร่างของโซระได้หันมาทางไมค์กี้ก่อนที่จะกอดไมค์กี้เอาไว้เพราะนึกว่าเป็นหมอนข้างนั้นจึงทำให้ไมค์กี้หน้าแดงเหมือนมะเขือเทศสุก

 

“โซจจิน่ารักเกินไปแล้ว>//<”

 

ไมค์กี้ได้หันไปกอดเด็กสาวตอบก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่ห้วงนิทราไปอีกคน

 

 

 

 

หลายวันผ่านไปไมค์กี้ก็ยังคงไม่เล่าเรื่องราวของเด็กสาวนามโซระให้ใครฟังแม้กระทั่งคนในครอบครัวของพวกเขาเอง ขนาดอิซานะ ชินอิจิโร่รวมไปถึงพวกดราเค่นคอยส่งคนไปตามสังเกตการณ์แต่ก็ไม่ได้อะไรกลับมา

 

ชินอิจิโร่จึงได้พูดออกมาว่าเด็กสาวปริศนาคนนั้นอาจจะเป็นคนที่ไมค์กี้พยายามตามจีบด้วยตนเองและไม่ต้องการให้ใครช่วยก็ได้เพราะงั้นหากไมค์กี้พร้อมจะเล่าเดี้ยวอีกฝ่ายก็เล่าเอง อย่าไปคะยั้นคะยอเพราะมันจะทำให้ไมค์กี้รู้สึกอึดอัดก็ได้

 

นั้นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ทุกคนเลิกตามไมค์กี้ไปในที่ีสุด….

 

 

“ไมค์กี้นายได้ยินเรื่องการพนันชกต่อยของพวกคิโยมาสะหรือยัง”

 

“อืม พวกเราก็ไปจัดการกันเถอะ…”

 

ไมค์กี้และดราเค่นได้เดินออกมาจากโรงเรียนก่อนที่จะเดินไปยังแถวๆโรงเรียนมิโซจู โดยสถานที่ใกล้ๆของโรงเรียนจะมีลานกว้างซึ่งเป็นสถานที่ของพนันชกต่อยนั้นเอง

 

 

“อย่ามายุ่งกับพี่ชายของหนูนะ!!”

 

“หลบไปยัยเตี้ย!!”

 

 

เพี้ยะ!!

 

 

ไมค์กี้ที่ได้ยินเสียงของเด็กสาวที่คุ้นๆหูก็รีบเดินมาดูทันทีก่อนที่เขาจะเห็นว่าเจ้าของเสียงนั้นคือคนที่เขาอุสาถนอมเธอ หวง ห่วงเธอเป็นอย่างดีจนเกือบจะครบเดือนถูกคิโยมาสะตบเข้าไปที่หน้าจนเธอล้มลงไปกับพื้น

 

ผัวะ!

 

“ใครใช้ให้แกทำร้ายผู้หญิงห๊ะ!!” ดราเค่นได้ถีบท้องของคิโยมาสะจนเจ้าตัวล้มลงไปกุมท้องของตนเองกับพื้น

 

“โซจจิ!”

 

“ฮึก! มะ-ไมค์จัง”

 

ไมค์กี้รีบเข้ามาประคองร่างของโซระเอาไว้ก่อนที่จะจับแก้มที่โดนตบอย่างแรงจนตอนนี้มันเริ่มแดงกำ่จนหน้ากลัวและนำ้ตาของโซระที่ไหลโดนมือของไมค์กี้ 

 

ไมค์กี้ที่เห็นแบบนั้นก็ได้หน้ามืดไปครึ่งซีกก่อนที่จะฝากเด็กสาวเอาไว้กับดราเค่นและเดินเข้าไปหาคิโยมาสะ

 

“แกสินะที่เป็นเจ้าภาพ…”

 

“คะ-ครับ..”

 

 

ผัวะ!

 

 

ไมค์กี้ได้เตะเสยคางคิโยมาสะจนเจ้าตัวนั้นสลบไป แต่ถึงยังนั้นมันก็ยังไม่พอเพราะมันทำร้ายผู้หญิงของเขาที่เขาหวงมากกว่าอะไรทั้งสิ้น

 

“แกเป็นใครไม่ทราบ บังอาจมาตบโซจจิของฉัน….”

 

หมับ ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!

 

ไมค์จับผมของคิโยมาสะก่อนที่จะเริ่มชกเข้าไปที่หน้าของคิโยมาสะไม่ยั้งแรงอยู่หลายครั้งก่อนที่จะปล่อยร่างนั้นร่วงลงไปกับพื้นและเหยียบหัวของคิโยามสะซำ้อีกที

 

“จำเอาไว้ ถ้าพวกแกทำโซจจิของฉันร้องไห้แม้แต่หยดนำ้ตาเดียว…พวกแกตาย!!”

 

“ครับหัวหน้า!!”

 

เมื่อไมค์กี้จัดการเรื่องการพนันต่อยตีเสร็จก็รีบพาเด็กสาวไปโรงพยาบาลทันทีโดยมีดราเค่นที่ขี่จักรยานและมีพี่ชายของโวระซ่อนท้ายมาด้วย

 

ใบหน้าของโซระที่โดนตบมีอาการบวมจนหมอต้องจัดยาและแผ่นแปะลดอาการบวมให้ ส่วนทาเคมิจิพี่ชายของโซระก็ได้มานั่งทำแผลด้วยเนื่องจากทาเคมิจินั้นเข้าไปท้าคิโยมาสะจนได้แผลตามตัว

 

“โซจจิยังปวดอยู่ไหม!? ระ-หรือว่าอยากได้ประคบเย็นหรือเปล่า?!” ไมค์กี้เอ่ยกับเด้กสาวอย่างลนๆเพราะกลัวว่าเธอจะไม่ชอบเขาที่เป็นนักเลงแบบนี้

 

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูสบายมากโอ้ย!” โซระที่จะยิ้มเหมือนอย่างทุกทีแต่ก็ต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บตรงแก้มซ้ายที่โดนตบ

 

“โซจจิ!”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ^^;;”

 

ดราเค่นได้มองเด็กสาวตรงหน้าก็พอรู้ว่าเด็กสาวคนนี้เป็นเด็กสาวที่ไมค์กี้คอยไปรับไปส่งและไมค์กี้หวงเธอมากจนไม่ยอมพามาให้ใครรู้จักหรือไม่ยอมเล่าให้ใครฟังอีกด้วย

 

แต่เด็กสาวตรงหน้าของเขาก็สมแล้วที่ไมค์กี้จะหวง ตัวเล็กน่ารัก สุภาพและใจกล้าไม่น้อย

 

ทางด้านทาเคมิจิที่เพิ่งทำแผลเสร็จก็ตกใจไม่น้อยที่น้องสาวสุดน่ารักของเขาจะรู้จักกับไมค์กี้และสนิทกับอีกฝ่ายมากขนาดนี้ เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมในอนาคตน้องสาวของเขาถึงถูกไมค์กี้ลักพาตัวไป

 

เพราะแววตาของไมค์กี้ในตอนนี้มีแต่ความหวงแหนและรักโซระมากจนไม่มีใครในตาของไมค์กี้เลย แต่ทำไมคนอย่างไมค์กี้ถึงกลายเป็นอาชญากรได้ล่ะ?

 

 

 

สองวันต่อมาทาเคมิจิถูกเรียกตัวมาที่ศาลเจ้ามุซาชิโดยที่มีฮินาตะแฟนสาวขอร้องว่าอยากมาด้วยนั้นจึงทำให้เขาต้องพาเธอมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนที่จะมีนักเลงหลายคนที่ใส่ชุดแก๊งมาหาเรื่องเขาแต่ก็ยังดีที่มีนึงคนในแก๊งมาช่วยเขาเอาไว้ได้ทัน

 

“ตามมาสิ”

 

“อะ อ้อ..ครับ”

 

ก่อนที่อีกฝ่ายจะพาเขาไปหาไมค์กี้ที่จอดมอเตอร์ไซค์นั่งรอเขาอยู่ก่อนที่สายตาจะไปเห็นน้องสาวของเขาที่ยังแปะแผ่นแก้ปวดที่แก้มอยู่นั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของไมค์กี้มาด้วย

 

“โย้~ทาเคมิจจิ ขอโทษนะที่เรียกนายออกมาอย่างกระทันหันแบบนี้^^” ไมค์กี้

 

“เป็นไมค์จังนี่เองที่เรียกพี่มิจจิออกมา แต่แบบนี้จะไม่เป้นไรหรอคะพี่..ไม่ใช่ว่าพี่กำลังเดตกับพี่ฮินะอยู่หรอคะ?” โซระเอ่ยอย่างเป็นห่วง เพราะนานๆทีพี่ชายของเธอจะได้มาออกเดตกับแฟนสาว

 

“ไม่เป็นไรหรอกโซระ แต่ออกมาดึกๆแบบนี้จะดีหรอ?พรุ่งนี้เะอมีสอบนิ?”

 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่ หนูอ่านหนังสือเรียบร้อยจากที่โรงเรียนแล้วค่ะ^^”

 

“จะว่าไปนายกับโซจจิเป็นพี่น้องกันหรอ? ได้ยินโซจจิเรียกนายว่าพี่ด้วยนิทาเคมิจจิ-*-” ไมค์กี้เอ่ยอย่างอารมณ์เสียนิดๆก่อนที่อารมณ์เสียของเขาจะหายไปเพราะคำตอบของทาเคมิจิ

 

“ครับ โซระกับผมเป็นพี่น้องกัน” ทาเคมิจิตอบ ที่ไมค์กี้ไม่รู้เรื่องของทาเคมิจิและโซระที่เป็นพี่น้องกันเพราะไมค์กี้ไม่เคยถามและเพิ่งมาเอะใจได้

 

“แล้วแกจะพาแฟนมาด้วยทำไมล่ะเนี่ย?” ดราเค่น

 

“เอ่อ…ขอโทษครับ พอดีไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้^^;;” ทาเคมิจิตอบ

 

หลังจากนั้นดราเค่นก็เรียกให้ทุกคนขึ้นไปที่ศาลเจ้าเพื่อเริ่มการประชุมโดยมีโซระที่ยืนอยู่ข้างๆพี่ชายของตนที่ใต้ต้นไม้และมีสายตานับหลายคู่มองมาที่โซระไม่หยุด

 

“ที่มารวมตัวกันวันนี้ก็เรื่องเมบิอุสนี่แหละ ถ้ามาลุยกับเราก็จะกลายเป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่” ไมค์กี้

 

‘เมบิอุสหรอ…ความขัดแย้งอะไรกันไม่เคยเห็นได้ยินเลย’ ทาเคมิจิคิดในใจและตกใจมาก เขาไม่เคยได้ยินเรื่องความขัดแย้งของโตมันมาก่อน

 

“งั้น…อยากฟังความคิดของทุกคนหน่อย” ไมค์กี่กล่าวและนั่งลงที่ขั้นบันได้เล็ก

 

ปัก! 

 

มีเท้าใครบางคนถีบทาเคมิจิจนเจ้าตัวล้มไปกับพื้น

 

“เจ็บ! ทำบ้าอะ…” ทาเคมิจิ

 

“พี่คะ!” โซระรีบเข้าไปประคองพี่ชายของเธอ

 

“ห๊า! มีปัญหาหรือไง” เปยังมองหน้าทาเคมิจิอย่างใหล้ชิด

 

“นายคือฮานะกาคิใช่ไหม” ปาจินถามถึงแม้ว่าแผลตามร่างกายบางส่วนยังไม่หายดี เขาก็มาประชุม

 

“ดูเหมือนจะได้รับการดูแลจากคิโยมาสะในหน่วยของฉันสินะ!” เปยังยังคงมองทาเคมิจิอย่างใกล้ชิดไม่เปลี่ยน จนทาเคมิจเหงื่อตก

 

“คือว่า หนูก็ฮานะกาคิค่ะ00;;”

 

เมื่อปาจินและเปยังที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับเงียบ ก่อนที่จะมีชายหนุ่มเดินมาช่วยแก้สถานการณ์ที่หน้าอึดอัดนี้

 

“พอได้แล้วปา..เรื่องของคิโยมาสะน่ะก็เพราะเอาชื่อของโตมันไปใช้ตามใจชอบนั่นแหละ เคยคุยกันแล้วว่าห้ามมีการพนันชกต่อย” มิตสึยะที่ทนไม่ไหวเลยเข้าไปคุยกับปาจิน

 

“ฉันมันโง่จะไปเข้าใจได้ยังไง เรื่องพรรค์นั้น!” ปาจิน

 

“สมองของปาจินเทียบเท่ากับตัวไรเชียวนะเฮ้ย!” เปยัง

 

“ถ้าไม่เข้าใจก็หุบปากไปซะ ไอง่าว!” มิตสึยะที่เริ่มขึ้นเสียง เพราะสองคนนี้อธิบายอะไรไปก็ไม่เข้าใจอยู่ดี

 

“เฮ่ย!ปา!…หุบปากได้แล้ว” ดราเค่นที่เห็นว่าสถานการณ์ไม่ดีและยิ่งทำให้เสียเวลาการประชุม จึงห้ามปรามปาจินและเปยัง

 

“ขอโทษ…ดราเค่น” เป็นเปยังที่กล่าวขอโทษ แล้วเปยังก็เดินกลับไปประจำที่ของตนเองส่วยปาจินนั่งคุกเข่ากับพื้นหน้าไมค์กี้

 

“ยกโทษให้พวกเขาเถอะ ทาเคมิตจิ…ปาในตอนนี้อารมณ์ขึ้นน่ะ” ดราเค่นเอ่ย

 

“เป็นคนที่บ้าบิ่นเกินไปแล้ว” ทาเคมิจิ

 

“เพราะเพื่อนของเจ้านั้นโดนเมบิอุสอัดมานั้นล่ะนะ นั้นแหละคือไฟแห่งความขัดแย้ง” มิตสึยะ

 

“มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอครับ” ทาเคมิจิถาม

 

“หัวหน้าของเมบิอุส…เจ้าโอซานาอิทาหาเรื่องนิดหน่อยถึงเจ้าตัวจะสั่งลูกน้องตัวเองก็เถอะ เพื่อนและแฟนเพื่อนของปาโดนพวกเมบิอุสทำร้ายดีหน่อยที่มีแผลเล็กน้อย แต่ปาที่เข้ามาปกป้องเพื่อนกับแฟนเพื่อนทำให้โดนรุมประชาทัณฑ์และก็โชคดีที่ ไมค์กี้กับดราเค่นแล้วก็น้องของนายอยู่แถวนั้นพอดีเลยช่วยพวกปาอาไว้ได้ทัน” มิตสึยะอธิบาย

 

“โหดร้าย…”

 

“เมบิอุสน่ะมันเป็นแก๊งแบบนั้นแหละ ชินจูกุเลยถูกแบ่งโดยแก๊งที่อยู่มานานกว่าพวกเรา2รุ่น”

 

“พื้นที่นี้โตมันไม่ได้ครอบครองเหรอ…”

 

“โตมันน่ะชิบุย่า ชินจูกุน่ะไม่ใช่…แถมพวกเรายังเป็นแก๊งใหม่อีกด้วยนะ”

 

‘งั้นหรอ..ในยุคนี้น่ะมีแก๊งที่ใหญ่ยิ่งกว่าโตมันอยู่…แล้วคาสึโทระกับโอมิคือใครกัน?เขารู้สึกคุ้นหูแปลกๆ’ ทาเคมิจิคิดในใจ

 

“เอายังไงปา…ลุยไหม” ไมค์กี้ถามปาจินที่นั่งอยู่ข้างหน้าของเขา

 

“อีกฝ่ายอยู่มานานกว่า2รุ่น…ต่อให้เป็นโตมันก็คงไม่จบง่ายๆ แถมยังสร้างปัญหาให้ทุกคนอีกแต่ว่า…..เจ็บใจเหลือเกิน ไมค์กี้” เสียงของปาจินเริ่มสั่น เขาโกรธและเสียใจที่เพื่อนของเขาต้องมาโดนแบบนี้

 

“ไม่ได้ถามเรื่องนั้นสักหน่อย จะลุยไหมหรือไม่ลุย”

 

“อึก! อยากลุยสิ! อยากล้างแค้น!อยากกระทืบมันให้ตายเลย!!” ปาจินกล่าวออกมาเสียงดังและนำ้ตา

 

“นั่นสินะ…” ไมค์กี้พูดจบก็ลุกขึ้น

 

 

“เพื่อของปาโดนเล่นขนาดนี้ ยังมีใครคิดว่าไม่ต้องไปยุ่งอยู่ไหม”

 

“…..”

 

“ทั้งที่เพื่อนของปาโดนเล่นซะขนาดนี้ ยังมีใครญาติดีกับมันอีกไหม!!”

 

“….ฮิๆ”

 

“ไม่มีสินะ!!”

 

“ฮิๆๆ หึๆ”

 

“ไปขยี้เมบิอุสกัน!!”

 

“โอ้ว!!”

 

“วันที่3สิงหาคม! ศึกชี้ชะตาคือวันงานเทศกาลมุซาชิ!” หลังจากการคำประกาศศึกของไมค์กี้ทุกคนก็ยังคงยืนรอการประชุมอีกเรื่องนึงของไมค์กี้

 

“แล้วก็ในวันนี้ฉันจะมาแนะนำคนสำคัญของฉันคนนึงให้รู้จัก ฮานะกาคิ โซระ!!” ไมค์กี้เอ่ยเรียกชื่อของเด้กสาวก่อนที่เธอจะทำหน้างงๆ

 

“โซจจิคือคนสำคัญของฉัน จำเอาไว้ด้วยล่ะ!!” ไมค์กี้

 

“โอ้ว!!!!!!”

 

 

 

 

หลังจากจบการประชุมทุกคนก็ต่างกันแยกย้ายกันกลับแต่ก็ยังมีบางคนที่รอเผือกเรื่องของหัวหน้าที่พาสาวมาที่ประชุมของแก๊งโตมัน

 

“โห~ น่ารักสมกับที่ไมค์กี้หวงล่ะนะ…ว่าแต่ที่แก้มไปโดนอะไรมาน่ะ?” คาสึโทระที่ได้รู้จักกับเด็กสาวเล้กน้อยก็เอ่ยถามกับแผ่นแก้ปวดที่แก้มของเด็กสาว

 

“คือว่า มีเรื่องนิดหน่อยน่ะค่ะแต่ตอนนี้ก็ไม่เป็นอะไรมากแล้วล่ะค่ะ^^;;”

 

“สุภาพสุดๆ โคตรต่างกับแกเลยว่าไมค์กี้=-=” บาจิเอ่ยเหน็บเพื่อนของตน

 

“หรือว่าโดนไมค์กี้ทำของใส่?^^” สมายลี่เอ่ยอย่างขำๆก่อนที่จะมีสายตาของไมค์กี้ส่งมาแบบอาฆาตร

 

“ว่าแต่เธอตัวเล็กจังเลยนะ อยู่ชั้นไหนหรอ?” มิทสึยะถาม

 

“หนูอยู่มัธยมต้นปีที่1 โรงเรียนซากุราโนะค่ะ^^”

 

“คุก” มุโจวเอ่ยเมื่อเขาได้ยินคำตอบของเด็กสาว ส่งหัวหน้าตัวเองเขาสถานพินิจจะผิดไหมในข้อหาพรากผู้เยาว์

 

“พวกแกเป็นเพื่อนของฉันแน่หรอ พูดจาสุนัขไม่กินข้าวเลยนะ-3-” ไมค์กี้

 

“พูดจาหมาไม่แดกครับเพื่อน พออยู่กับสาวเนี่ยกระแดะพูดเพราะเลยนะ=_=” ดราเค่นเอ่ยเหน็บอย่างช่วยไม่ได้ก่อนที่จะโดนไมค์กี้ไล่เตะ

 

“แล้วเธอคิดยังไงกับไมค์กี้หรอ” มิทสึยะเอ่ยถาม

 

“เขาเป็นคนที่ใจดีมากๆเลยค่ะ เหมือนพี่ชายของหนูเลย^^”

 

“เป็นได้แค่พี่น้องสินะครับ…” จิฟุยุเอ่ย ตัวเขาแอบสงสารไมค์กี้อย่างจับใจเมื่อจีบสาวแล้วสาวดันคิดกับเราแค่พี่น้องเท่านั้น

 

“หมอนั้นคงนกเหมือนชินอิจิโร่คุงนั้นแหละ~” บาจิเอ่ยอย่างสนุกสนานเมื่อนึกถึงคนที่เคยจีบสาว20ครั้งและนกรวด20ครั้ง

 

“ชินอิจิโร่นก20ครั้ง อิซานะไม่สนใจสาว เอม่าพยายามตามจีบดราเค่นแต่เจ้าตัวดันแากแข้งไม่ยอมบอกรัก ส่วนไมค์กี้ก็โดนคิดว่าเป็นพี่ชายใจดี เฮ้อ….” คาสึโทระเอ่ยก่อนที่จะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ

 

“เกิดบ้านซาโนะโคตรอาภัพเรื่องความรักเลยว่ะ” ปาจินเอ่ยจนคนอื่นๆพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

 

“โซระจะอยู่กับพี่ตลอดไปใช่ไหม…” ทาเคมิจิเอ่ยถามน้องสาวของตนที่ทำหน้างงกับประโยคของพวกโตมัน

 

“อื้ม! จะอยู่กับพี่จนกว่าพี่จะแต่งงานเลยค่ะ^^”

 

“ไม่ได้นะโซจจิ!!” ไมค์กี้ที่ได้ยินถึงกับรีบมากอดเด็กสาวเอาไว้แน่น

 

“ไมค์จัง0//0!!”

 

 

 

 

 

 

 

 

“ฮัดชิ่ว!!” x2 

 

“ใครนินทาวะ?” ชินอิจิโร่และอิซานะที่กำลังช่วยกันปิดร้านได้เอ่ยออกมาพร้อมกัน

 

 

 

==========================================================

TALK

ยังไม่ได้ตรวจคำผิด

 

ไม่มีอะไรมาก!!

แค่อยากเขียนค่ะ!!

 

อย่าลืมเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะT^T

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

×