[ TOKYO REVENGERS ] My family is Dangerous

โดย NamikoMeko_lm

อย่าดูคนแค่ภายนอกสิคะ :)

ยอดวิวรวม

1,126

ยอดวิวเดือนนี้

18

ยอดวิวรวม


1,126

ความคิดเห็น


9

คนติดตาม


67
จำนวนรีวิว : ยังไม่มีคนรีวิว
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  4 เม.ย. 65 / 11:45 น.


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

“คุณพ่อคะแล้วป๊ะป๋าล่ะคะ?”

 

เด็กสาวผมสีชมพูสดใสได้เอ่ยถามผู้เป็นผู้ปกครองทั้งสองที่รับเธอมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมเมื่อ13ปีก่อนโดยนามสกุลใช้เป็นของป๊ะป๋า ส่วนชื่อเป็นคุณพ่อที่ตั้งให้พร้อมกับนามแฝงในองกรCIAเพราะงั้นชื่อของเธอคือ…

 

‘อากาอิ มิยู’ เจ้าของฉายา ‘100เสียง’ และนามแฝงของเธอคือ ‘ชาโดว์’ ที่แปลว่าว่าเงามืดถึงแม้ว่าอายุของเธอจะไม่ถึงเกณฑ์ในการทำงานCIAแต่หัวหน้าขององค์กรรับเธอเข้าเป็นกรณีพิเศษแต่เธอต้องทำงานในเงามืด ห้ามเปิดเผยตัวตนจนกว่าเธอจะอายุ20เด็ดขาด

 

เห็นแบบนี้เธอเก่งทุกอย่างโดยมีคนสอนคือคุณพ่อเรย์และป๊ะป๋าชูสอนให้ตั้งแต่เล็กจนกลายเป็นเด็กแกร่ง เธอรับงานต่างๆโดยมีคุณพ่อและป๊ะป๋าไปด้วยบางครั้งและภารกิจเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์แบบ

 

กลับเข้าเรื่องตอนนี้เธอกำลังช่วยคุณพ่อเรย์หรือชื่อเต็มๆคือ ฟุรุยะ เรย์ ทำอาหารเช้านั้นเองโดยวันนี้เป็นวันที่เธอจะได้ไปเรียนเหมือนเด็กปกติทั่วไปครั้งแรก เพราะจริงๆแล้วเธอเรียนจบหลักสูตรไปแล้วแต่คุณพ่อกับป๊ะป๋าอยากเห็นโมเม้นของเธอใส่ชุดนักเรียนไปโรงเรียนน่ะสิ

 

“วันนี้ป๊ะป๋าเพิ่งกลับมาตอนเช้ามืดเอง เพราะงั้นปล่อยให้เขานอนไปเถอะเดี้ยวพ่อไปส่งเราเอง^^”

 

“ฉันไปด้วย…”

 

“ป๊ะป๋านอนพักผ่อนก็ได้ค่ะจะได้มีแรง'^'/”

 

ฉันเห็นป๊ะป๋าชูหรือชื่อเต็มๆก็คือ อากาอิ เซย์ชู ที่ตอนนี้เดินลงมาพร้อมกับใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเดินมาที่โต๊ะกินข้าวที่ฉันกำลังวางอาหารที่คุณพ่อเพิ่งทำเสร็จเมื่อสักครู่

 

“จริงๆนายควรนอนพักผ่อนนะ” เรย์เอ่ยพร้อมกับเดินมาหอมแก้มอากาอิ

 

“ฉันก็อยากไปส่งลูกที่โรงเรียนเหมือนกันนะ” อากาอิหอมแก้มเรย์ขึ้น

 

“หนูยังอยู่ตรงนี้นะคะ-0-” มิยูได้เอ่ยเรียกให้คุณพ่อและป๊ะป๋าของตนเองเอาสติกลับมาก่อน

 

“งั้นก็มาทานอาหารเช้ากันเถอะ” เรย์

 

 

“จะทานแล้วนะคะ/ครับ”

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 4 เม.ย. 65 / 11:45


“เอาหล่ะนักเรียนทุกคน ครูขอแสดงความยินดีด้วยที่ผ่านมาถึงชั้นมัธยมต้นปีที่สามได้นะ”

 

“น่าเบื่อ…”

 

“เอาน่าไมค์กี้ ยังไงวันนี้ก็เป็นวันเปิดเทอมวันแรกยังไงก็ไม่ได้เรียนหรอกทนๆหน่อย”

 

ดราเค่น หรือชื่อจริงคือ ริวงูจิ เคน รองหัวหน้าแก๊งโตเกียวมันจิไคได้เอ่นบอกกับเพื่อนสนิทที่เป็นหัวหน้าแก๊งโตเกียวมันจิไค ไมค์กี้ หรือชื่อจริงๆก็คือ ซาโนะ มันจิโร่

 

“แล้วก็วันนี้มีนักเรียนมาใหม่อย่าแกล้งเพื่อนล่ะ…เชิญเข้ามาได้เลยค่ะคุณอากาอิ

 

ครืด~

 

ร่างของเด็กสาววัย15ปี ส่วนสูง160ซม.มีผมสีชมพูสดใสยาวเลยกลางหลังและมีดวงตาสีเขียวสดใสที่ไม่แพ้ดวงตาของเธอเลย ผิวขาวอมชมพูและ หู ตา จมูก ปากที่ลงตัวกับใบหน้าเป็นอย่างมาก

 

“สวัสดีค่ะฉันชื่ออากาอิ มิยูยินดีที่ได้รู้จักกับทุกๆคนด้วยนะคะ^^”

 

“คุณอากาอิเชิญนั่งแถวกลางริมหน้าต่างได้เลยค่ะ”

 

“ค่ะอาจารย์^^”

 

ไมค์กี้จ้องมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างสนใจนิดหน่อย เขามองการกระทำของเธอทุกอย่างตั้งแต่ที่อาจารย์เรียกเธอเข้ามาในห้องจนตอนนี้อาจารย์ปล่อยให้ได้รู้จักกับเพื่อนใหม่

 

“เน่ๆอากาอิซังย้อมผมหรอคะ?”

 

“อากาอิซังผมยาวสวยจังเลยค่ะ!”

 

“อากาอิซังน่ารักจังเลยคร้าบบ~”

 

“อากาอิซังผมขอเบอร์หรืออีเมลล์เอาไว้ติดต่อได้ไหมครับ~”

 

 

มิยูอยากหนีออกไปจากตรงนี้มากๆเลยค่ะ ขอป๊ะป๋ากลับเลยได้ไหม?แต่คุณพ่อคงไม่ยอมและป๊ะป๋าก็แพ้ทางคุณพ่อด้วย(?)…มิยูเหนื่อยจังเลยค่ะ-_-;;

 

 

“ออกไปให้หมดซะ…”

 

 

“ขะ-ขอโทษค่ะ/ครับ!”

 

เมื่อสิ้นเสียงเรียบของชายคนนึงเอ่ยขึ้นนั้นถึงกับทำให้คนที่กำลังมุงที่โต๊ะของเะอถึงกับสลายออกไปก่อนที่จะมีชายร่างเล็กพอๆกับเธอยืนอยู่ข้างๆและมีชายร่างสูงอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลังของชายร่างเล็ก

 

“ฉันชื่อซาโนะ มันจิโร่แต่เรียกฉันว่าไมค์กี้จะดีกว่านะ ส่วนด้านหลังของฉันชื่อเคนจิน^^”

 

“ไม่ใช่เคนจินโว้ย…ฉันริวงูจิ เคน แต่เรียกดราเค่นดีกว่า”

 

“ขอบคุณเรื่องเมื่อกี้มากๆเลยนะคะ ฉันอากาอิ มิยูค่ะ^^”

 

“มี้จัง~^^” ไมค์กี้เอ่ยออกมานั้นถึงกับทำให้เธองงไปเลย เธอชื่อมิยูไม่ใช่มี้จังซักหน่อย

 

“ไมค์กี้ชอบตั้งชื่อเล่นให้คนอื่นแบบนี้แหละ ไม่ต้องไปใส่ใจมากหรอก” ดราเค่นเอ่ยก่อนที่จะหยิบเก้าอี้จากโต๊ะด้านหลังมานั่งข้างๆไมค์กี้ที่ตอนนี้ใช้เก้าอี้ของโต๊ะข้างๆนั่งไปแล้ว

 

“อะ-อื้ม!”

 

 

 

ไมค์กี้ชวนเธอคุยหลายเรื่องภายในโรงเรียนโดยมีดราเค่นคอยให้คำแนะนำและแก้ความจำผิดๆของไมค์กี้ไป การพูดกับสองคนนี้ต้องบอกเลยว่ามันทำให้เธอรู้สึกสบายใจ

 

คุยกันหลายชั่วโมงจนมาถึงช่วงพักเที่ยงนั้นถึงกับทำให้ดราเค่นต้องรีบไปซื้อขนมปังถั่วที่ไมค์กี้ชอบที่โรงอาหารก่อนที่มันจะหมด ส่วนเธอก็หยิบข้าวกล่องที่คุณพ่อช่วยทำออกมา

 

“กลิ่นหอมจังเลย~”

 

“ฮิๆ เอาไว้รอดราเค่นคุงมาก่อนนะคะ^^”

 

“มาแล้ว~ นี้ของแกไมค์กี้” ดราเค่นยื่นซองขนมปังถั่วให้ไมต์กี้สองชิ้นและนำ้ผลไม้หนึ่งกล่อง ส่วนของเขาเป็นยากิโซบะปังสองชิ้นและนำ้เปล่าหนึ่งขวด 

 

“งั้นมาทานกันเถอะค่ะ^^”

 

 

เมื่อดราเค่นและไมค์กี้เห็นกล่องข้าวของเพื่อนสาวคนใหม่ถึงกับกลืนนำ้ลายกันเลยทีเดียว มิยูที่เห็นแบบนั้นก็บอกเอ่ยชวนให้ทั้งสองคนมากินด้วยกัน

 

“อร่อยมากๆเลย! มี้จังทำเองหรอ?!0)v0”

 

“อย่าพูดตอนกินสิฟะไมค์กี้! มันกระเด็นมาโดนฉันนะโว้ย!”

 

“ฮ่ะๆ อื้ม!ฉันทำเองน่ะแต่ก็มีคุณพ่อช่วยทำด้วย…เลอะหมดแล้วไมค์กี้คุง” มิยูหยิบผ้าเช็ดกน้าออกมาเช็ดมุมปากของทั้งสองข้างของไมค์กี้ที่เลอะอยู่จนสะอาด

 

“อื้ม! ออกหมดแล้วล่ะ^^”

 

“อ่ะ..อืม ขอบใจ.//.” ไมค์กี้เอ่ยด้วยนำ้เสียงติดขัดเล็กน้อย ทำให้ดราเค่นที่มองการกระทำทุกอย่างและการแสดงออกของไมค์กี้ตั้งแต่แรกถึงกับแสยะยิ้มออกมา

 

“เป็นอะไรหรอไมค์กี้~หน้าแดงเชียว~” ดราเค่นเอ่ยล้อเพื่อนของตนก่อนที่จะโดนแรงฝ่ามือฟาดไปที่กลางหลังเต็มๆ

 

ผัวะ!

 

“มันเจ็บนะโว้ยไมค์กี้!!” ดราเค่น

 

 

พอหลังจากทานข้าวเที่ยงและการทะเลาะกันเล็กน้อยของไมค์กี้กับดราเค่นผ่านไป ช่วงบ่ายก็กลายเป็นการเลือกชมรมพอเลือกได้แล้วก็เอกสารไปให้อาจารย์ที่ปรึกษาและกลับบ้านได้

 

แน่นอนว่ามิยูเลือก ‘ชมรมทำอาหาร’ เพราะมันมีสิทธิพิเศษก็คือสามารถใช้ห้องชมรมได้ตามต้องการเพราะชมรมจะมีวัตถุดิบและเครื่องปรุงให้อยู่แล้ว และยังสามารถเข้าชมรมได้อาทิตย์ละครั้งด้วย

 

นั้นจึงทำให้ดราเค่นและไมค์กี้ที่ทราบก็เข้าตามมาด้วยทันที ดราเค่นทำอาหารเป็นอยู่แล้วเลยไม่ค่อยยากสำหรับเขาต่างกับไมค์กี้ที่ขนาดทำไข่เจียวยังไหม้กระทะ

 

แต่ประธานชมรมก็ยังให้ผ่านได้เพราะอย่างน้อยไมค์กี้ก็ยังพยายามทำหลายครั้งจนออกมาดี ส่วนเรื่องการทำอาหารของเธอไม่ต้องพูดถึงเพราะเธอผ่านอยู่แล้ว

 

หลังจากที่เลือกชมรมเรียบร้อยแล้วทางด้านไมค์กี้ก็ชวนมิยูไปนั่งรถเล่นโดยมีดราเค่นไปด้วยเธอเลือกที่จะส่งข้อความไปขออนุญาตคุณพ่อของเธอก่อนและเมื่อเธอได้รับอนุญาตเธอก็หันไปบอกเจ้าตัว

 

ไมค์กี้และดราเค่นพาเธอมายังห้องเรียนที่อยู่อีกตึกนึงซึ่งเป็นตึกของนักเรียนชั้นมัธยมต้นปีที่สอง เธองงเล้กน้อยก่อนที่ดราเค่นบอกว่าไมค์กี้มีน้องสาวคนนึงชื่อเอม่า

 

“โฮ่ยเอม่า! วันนี้ไปนั่งรถเล่นกันเถอะเคนจินก็ไปด้วยนะ~”

 

“ไปๆ! โอ๊ะ?น่ารักจังเลย~คนนี้ใครเนี่ย><” เอม่าที่เก็บของอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเดินมาหาพี่ชายและคนที่เธอแอบชอบ เธอสังเกตเห็นผู้หญิงตัวเล็กผมสีชมพูที่อยู่ข้างหลังของพี่ชายของตนเองและพุ่งเข้ากอดทันที

 

“นี้เพื่อนใหม่ของฉันกับเคนจินน่ะ~”

 

“สวัสดีค่ะฉันชื่ออากาอิ มิยูค่ะแต่จะเรียกมิยะ-”

 

“เรียกมี้จังนั้นแหละน่ารักดี^^” ไมค์กี้เอ่ยขัดนั้นจึงทำให้มิยูไม่ค่อยพอใจเล็กน้อยก่อนที่จะพองแก้มอย่างขัดใจ

 

“อืมๆ มี้จัง~น่ารักจังเลยน้า~” เอม่า

 

“ไปกันได้แล้ว เดี้ยวเวลาหมดก่อนพอดี” ดราเค่นเอ่ยเตือน

 

ระหว่างเดินทางไปที่ลานจอดรถหลังโรงเรียนเอม่าและมิยูคุยกันถูกคอเป็นอย่างมาก ทำให้สองหนุ่มที่แอบฟังก็ฟังเพลินๆกันไปจนมาถึงรถมอเตอร์ไซค์ของพวกในลานจอดรถ

 

มิยูซ้อนท้ายไมค์กี้ส่วนเอม่าซ้อนท้ายดราเค่นโดยไมค์กี้กระซิบบอกว่าเอม่าแอบชอบดราเค่นเลยอยากแกล้ง ทำให้เธอที่ได้ยินถึงกับยิ้มเอ็นดูเอม่ามากๆเพราะตอนนี้หน้าของเธอนั้นแดงยิ่งกว่ามะเขือเทศแล้ว

 

“พวกเราหนีกันดีกว่านะไมค์กี้คุง~”

 

“นั้นสินะ~เหม็นคนมีความรักมากๆด้วย~” ไมค์กี้เอ่ยแซวก่อนที่จะขับรถออกจากลานจอดรถอย่างรวดเร็วโดยมีเสียงหัวเราะของมิยูและมีเสียงตะโกนของดราเค่น

 

“มาให้ฉันตืบแกเดี้ยวนี้ไมค์กี้!!!!” ดราเค่น

 

“ดะ-ดราเค่นขับช้าๆหน่อย!>//<” เอม่า

 

ไมค์กี้และดราเค่นได้ขับรถเล่นพาสองสาวชมรอบๆเมืองจนมาหยุดที่ศาลเจ้ามุศาชิ โดยไมค์กี้เล่าเรื่องราวของเขาว่าตนเองและดราเค่นเป็นนักเลงจนโดนเอม่าตีเข้าไปที่แขนพร้อมกับบอกว่าอย่าเพิ่งเล่าอะไรที่มันน่ากลัวต่อหน้ามิยูแบบนี้

 

พวกเราทั้งสี่คนนั่งเล่นและคุยเรื่องต่างๆจนถึงเย็นก่อนที่พวกไมค์กี้จะอาสาไปส่งมิยูที่บ้านซึ่งเธอก็บอกทางไปบ้านของเธอ จนรถมอเตอร์ไซค์ทั้งสองคันมาจอดอยู่ที่หน้าบ้านสไตล์โมเดิลขนาดกลาง

 

“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ วันนี้สนุกมากๆเลยค่ะ”

 

“งั้นวันหลังฉันจะพามี้จังไปนั่งรถเล่นอีกนะ~” ไมค์กี้เอ่ยพร้อมกับรับหมวกกันน๊อคจากมิยูที่ลงรถเรียบร้อยแล้ว

 

“เอาไว้พวกเราไปช้อปปิ้งด้วยกันนะมี้จัง~” เอม่า

 

“แน่นอนค่ะ^^”

 

“เข้าบ้านได้แล้วเดี้ยวผู้ปกครองจะเป็นห่วงนะ” ดราเค่นเอ่ยให้หญิงสาวร่างเล็กเข้าบ้าน

 

“ค่ารู้แล้วค่า~ เอาไว้เจอกันพรุ่งนี้นะคะ” 

 

มิยูเอ่ยลากับทั้งสามก่อนที่จะเดินเข้าบ้านของตนเองไป เมื่อเธอปิดประตูบ้านเสียงของรถมอเตอร์ไซค์ก็หายไปแล้วเธอที่เดินเข้ามาในบ้านและไม่พบใครก็รู้ได้ว่าคุณพ่อและป๊ะป๋าของเธอยังคงทำงานอยู่

 

ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติของบ้าน….

 

 

 

 

 

 

 

2เดือนผ่านไปมิยูกลายเป็นสาวฮอตประจำโรงเรียนโดยที่ไม่ค่อยมีใครกล้าสารภาพรัก นั้นก็เพราะว่าคุณเพื่อนอย่างดราเค่นที่คอยจ้องกระทืบและยังมีไมค์กี้ที่คอยอยู่กับมิยูแถบจะตลอดเวลาซึ่งตอนนี้อยู่ในสถานะระหว่างเพื่อนกับแฟน

 

“ตอนนี้โรงเรียนของเราเริ่มเข้าใกล้วันงานกีฬาสีแล้วนะทุกคน ใครอยากลงกีฬาอะไรก้เลือกเอาได้เลยนะ~” เมื่อคุณครูในห้องกล่าวจบก็แจกใบลงกีฬาก่อนที่คุณครูจะเดินออกจากห้องไป

 

ทำให้นักเรียนในห้องต่างนั่งคุยกันว่าจะเลือกลงเล่นกีฬาชนิดใด มิยูเลือกที่จะไปคุยกับไมค์กี้และดราเค่นตามปกติเพราะพวกเราทั้งสามคนสนิทกันมาก

 

“ดราเค่นคุงกับไมค์กี้คุงลงเล่นกีฬาอะไรกันหรอ?”

 

“ของฉันคงเป็นวิ่งเดี่ยว500เมตร” ดราเค่น

 

“อืม…ฉันไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรดี แล้วมี้จังล่ะ?” ไมค์กี้นั่งมองชนิดกีฬาที่มีให้แข่งในกระดาษอีกแผ่นที่แม็กมาด้วย

 

“ฉันเลือกโบทาโอชิหญิง…”

 

“ปีนี้มีด้วยหรอ?!” ดราเค่นรีบพลิกกระดาษดูก่อนที่จะพบว่ามีรายชื่อกีฬาดังกล่าวจริงๆ

 

โบทาโอชิ คือ เป็นกีฬาล้มเสาสุดอันตรายของญี่ปุ่นเป็นกีฬาที่มีแค่ผู้ชายเท่านั้นที่ได้เล่น เนื่องจากต้องมีการต่อยตี ห้ามพกอาวุธหรือเล่นตุกติกเด็ดขาด //ถ้าจะให้พูดง่ายๆเลยก็เป็นกีฬาสำหรับลูกผู้ชายตั้งแต่ในอดีตแล้ว หากใครต้องการรู้ข้อมูลเพิ่มเติมก็พิมพ์ ‘โบาทโอชิ’ ได้เลยค่ะ แต่ที่ในฟิคนี้นางเอกลงเล่นเป็นเพราะไรท์ดัดแปลงให้ผู้หญิงเล่นได้ด้วย

 

 

 

“เดี้ยวมี้จังก็โดนตบหรอก อย่าลงเลย” ไมคืกี้เอ่ยด้วยความเป็นห่วง เขาไม่อยากเห็นใบเมเปิ้ลหรือรอยฝกชำ้ตามหน้าหรือตามตัวของมี้จังนะ

 

“ไม่เอา! ฉันจะเล่นถึงตอนนั้นอย่าลืมมาเชียรฉันด้วยนะ^^”

 

ไม่ว่าดราเค่นหรือไมค์กี้จะโน้มน้าวยังไงมิยูก็ไม่ยอมจนสุดท้ายพวกเขาต้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆในแก๊งของเขา แต่ดันเสียงส่วนใหญ่ไม่มีใครเข้าข้างพวกเขาเลย

 

 

จนเวลาผ่านไป1เดือนก็มาถึงงานกีฬาสีของโรงเรียนช่วงเช้าเป็นการเปิดพิธีเล็กน้อยและเริ่มด้วยกีฬาต่างๆที่เป็นกีฬาง่ายๆอย่างจำพวกวิ่งต่างและเชียรลีดเดอร์ ซึ่งสีของห้องมิยูคือสีแดง

 

มิยูนอกจากจะลงกีฬาสุดอันตรายแล้วเธอยังลงกองเชียร์ด้วย แต่ต้องบอกก่อนเลยว่าชุดแกนนำกองเชียร์ของเธออย่างเท่เธอใส่ผ้าคาดอกสวมทับด้วยเสื้อนอกตัวยาว ใส่กางเกงยาวสีดำ ใส่ผ้าคาดผมสีแดงและใส่รองเท้าบูธสีขาวส่วนทรงผมก็มัดเป็นหางม้า

 

“สีแดงสู้ๆ!!!!”

 

 

 

ไมค์กี้ที่มองเพื่อนสาวใส่ชุดกองเชียร์ก็ถึงกับใจเกเรก่อนที่จะหันหน้าหนีโดยมีเพื่อนๆในแก๊งโตมันหลายคนที่มาเชียร์เขากับดราเค่นในครั้งมองเขาอย่างงงๆ

 

“เรื่องไมค์กี้ไม่ต้องงง หมอนี้แค่เขินมิยูเท่านั้น=_=” ดราเค่นเอ่ยอย่างปลงๆ ก่อนที่ทุกคนในแก๊งจะทำหน้างงๆใส่ว่าใครคือมิยู

 

“มิยูเป็นเพื่อนใหม่ที่เพิ่งมาเข้าเรียนปีนี้ที่ห้องของฉันกับไมค์กี้น่ะ ผู้หญิงหัวสีชมพูนั้นแหละ” ดราเค่นชี้ไปทางหญิงสาวในชุดกองเชียร์ก่อนที่จะทำให้คนอื่นๆในโตมันมองกันต่างค้าง

 

“มองอะไร…เดี้ยวก็ควักลูกตาออกมาซะเลยนิ=-=++” ไมค์กี้เอ่ยออกมาอย่างเสียงเรียบนั้นถึงกับทำให้ทุกคนหันหน้าหนีไปทางอื่นและพยายามไม่มองไปทางหญิงสาว

 

“มีเรื่องอะไรกันหรอ? ทำไมไมค์กี้คุงทำหน้าโมโหแบบนั้นหล่ะ”

 

เสียงใสที่คุ้นเคยทำให้ไมค์กี้รีบหันไปทางข้างหลังคนตน นั้นทำให้เขาพบว่ามิยูอยู่ข้างหลังของเขาและมีเอม่าที่เดินมาด้วยกันอยู่ด้วย

 

“มะ-ไม่มีอะไรหรอกมี้จัง! ว่าแต่มาทำอะไรกันตรงนี้น่ะ0//0” ไมค์กี้เอ่ยอย่างลนๆ ก่อนที่จะมีเสียงกลั้นขำของดราเค่นกับเอม่า เขาจะเอาคืนแน่ๆ!

 

“อาจารย์ให้มาตามตัวนักกีฬาวิ่งน่ะสิ เพราะงั้นดราเค่นกับไมค์กี้ก็รีบไปได้แล้ว!” เป็นเอม่าที่ตอบก่อนที่สองสาวจะเดินกันกลับไปที่กองเชียร์ ที่สองสาวกลับไปที่กองเชียร์ด้วยกันได้เพราะเอม่าก็อยู่สีแดงเหมือนกันนั้นเอง

 

“โคตรน่ารัก!” คาสึโทระ

 

“ตัวเล็กนิดเดียวเอง” บาจิ

 

“พวกแกอยากโดนกระทืบสินะ!!” ไมค์กี้ได้ทำการเข้าไปไล่กระทืบเพื่อนๆของตน จนทำให้มิตสึยะกับดราเค่นถึงกับส่ายหน้าอย่างเอือมๆ

 

 

หลังจากผ่านกีฬาช่วงเช้าและพักเที่ยงไปกิจกรรมต่อไปก็เป็นกีฬาที่ต้องลงแรงอย่างหนักอย่างพวกฟุตบอลหรือโบทาโอชิที่มิยูลง ไมค์กี้เตรียมสั่งให้ทุกคนไปหาพื้นที่ให้เขานั่งทันทีเพราะเขาจะดูการแข่งของมิยู

 

“ปกติโบทาโอชิมีแต่ของผู้ชายไม่ใช่หรอ? ทำไมผู้หญิงถึงเล่นได้ล่ะ?” แองกรี้เอ่ยถาม

 

“โรงเรียนนี้ชอบมีอะไรแปลกๆแบบนี้แหละ ไม่ต้องไปสนใจมันหรอก” และเป็นดราเค่นที่ตอบพร้อมกับนั่งข้างๆไมค์กี้

 

“ต่อไปจะเป็นการแข่งโบทาโอชิหญิงนะครับ!! ขอให้นักกีฬาเตรียมตัวให้พร้อม!!” เมื่ออาจารย์ได้เอ่ยผ่านไมค์ก็ทำให้นักกีฬาเตรียมตัวทันที

 

“ทำไมใส่กางเกงขาสั้นแบนั้น?! ไหนจะผ้าพันอกนั้นอีก?! ไม่กลัวหลุดหรือไง!!” ไมค์กี้ที่เริ่มสติแตกและเตรียมพุ่งตัวไปหาแต่ก็ยังดีที่มีดราเค่นและมุโจวล็อคแขนกันเอาไว้คนละข้าง

 

“ปล่อยฉันนะ!!!” ไมค์กี้

 

 

 

 

 

 

 

“ตรงนั้นเสียงดังอะไรกันน่ะ?” เพื่อนทีมเดียวกันกับมิยูเอ่ยถามอย่างสงสัย แต่มิยูก็ทำหน้าเหมือนไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น เธอหันไปมองผู้ชมว่าวันนี้คุณพ่อกับป๊ะป๋าจะมาไหม

 

“ยูมิจัง~ทางนี้~”

 

แค่ได้ยินเสียงของคุณอาโจดี้เธอก็ไม่ต้องหาอะไรแล้ว เธอหันไปมองก่อนที่จะเห็นคณะFBIผู้ว่างงาน(?)ป๊ะป๋ากับคุณพ่อของเธอยืนอยู่รวมกัน เธอโบกมือให้ก่อนที่จะไปรวมตัวกับเพื่อนๆ

 

 

“จะขอเริ่มศึกโบทาโอชิระหว่างสีแดงกับนำ้เงิน ณ บัดนี้!!!”

 

 

“เฮ!!!!!!!!!!”

 

 

เธอเลือกที่จะมองสถานการณ์ต่างๆบนยอดเสาเพราะเธอมีตำแหน่งเป็นนินจาที่มีหน้าที่คือถ่วงนำ้หนักไม่ให้เสาล้มง่ายๆแต่ตำแหน่งนินจาก็แค่ตำแหน่งรองของเธอก็เท่านั้น

 

“ตอนนี้ฝั่งเราเสียเปรียบแล้ว!! ตำแหน่งจูโจมสำรองเสียท่า!ตำแหน่งจูโจมจริงบุกต่อได้เลย!!”

 

เพราะตำแหน่งจริงๆของเธอคือตำแหน่งจูโจมยังไงล่ะ!! หลังจากที่เธอออกคำสั่งทุกคนก็ได้สลับหน้าที่ของตนเองอย่างรวดเร็ว เธอพุ่งลงจากเสาและลงเข้าไปลุยกับฝ่ายตรงข้ามทันที

 

“มิยูจังทางนี้!! เหยียบไหล่ของฉันไปเลย!!” เพื่อนสาวทีมเดียวกันตะโกนเรียกเธอ ก่อนที่เธอจะยกยิ้มแล้วรีบวิ่งไปทางเพื่อนคนดังกล่าวก่อนที่จะกระโดดเหยียบไปที่ไหล่แล้วกระโดดเข้าไปถีบยอดเสาที่ตอนนี้ถูกเพื่อนๆทีมของเธอดึงลงมาเรียบร้อย

 

ผัวะ!!

 

 

“อีกทีนึงมิยูจัง!!” เพื่อในทีม

 

 

“ย๊ากกก!!!!”

 

 

ผัวะ!!

 

 

ตึง!

 

 

 

“เสาสีนำ้เงินล้มไปแล้ว!! สีแดงเป็นฝ่ายชนะ!!!”

 

 

เมื่อสิ้นเสียงประกาศของอาจารย์ทำให้เพื่อนๆในสีต่างวิ่งเข้ากอดกันเพื่อนแสดงความยินดีที่สีของตนเองชนะ ก่อนที่จะโดนอาจารย์ไล่ออกจากสนามเพื่อให้ไปพักผ่อน เพราะยังต้องแข่งกีฬาชนิดอื่นๆอีก

 

“เก่งมากเลยมิยู”

 

“ป๊ะป๋า~”

 

มิยูที่ได้ยินเสียงของป๊ะป๋าก็ทำให้เธอกระโดดเข้ากอดทันทีโดยมีเสียงหัวเราะของคุณพ่อตามหลังมา ส่วนพวกคุณปู่คุณอาFBIทั้งหลายก็หายกันไปหมดแล้ว

 

“พวกคุณอามีงานหรอคะ?”

 

“ใช่แล้วล่ะ..ว่าแต่เราเถอะไม่คิดจะแนะนำเพื่อนๆของลูกหน่อยหรอ? :)” คุณพ่อยิ้มมาทางฉันก่อนที่จะชี้ไปข้างหลังนั้นจึงทำให้ฉันหันตาม

 

“ไมค์กี้คุง ดราเค่นคุง เอม่าจัง~” ฉันรีบลงจากอ้อมกอดของป๊ะป๋าก่อนที่จะเริ่มแนะนำเพื่อนๆที่โรงเรียนของฉันให้รู้จักพวกไมค์กี้เองก็แนะนำเพื่อนๆในแก๊งของเขาให้ฉันรู้จักเช่นกัน

 

“นี้คุณพ่อกับป๊ะป๋าของฉันเองนะ0v0”

 

คุณพ่อกับคุณป๊ะป๋าทำงานอะไรหรอครับ….” ไมค์กี้ที่เรียกทั้งอากาอิและเรย์ออกมาดำสรรพนามที่มีแค่ลูกสาวของพวกเขาเท่านั้นที่เรียกได้ออกมา นั้นถึงกับทำให้ทั้งสองถึงกับเส้นเลือดปูด

 

“FBI” อากาอิ

 

“CIAครับ^^++” ฟุรุยะ

 

“งานหยาบแล้วล่ะไมค์กี้ =_=;;” ดราเค่น

 

“โชคดีนะครับไมค์กี้…” จิฟุยุ

 

“ฉันโทรจองโลงให้แล้วนะ ไม่ต้องห่วง…” มุโจว

 

“ตัวใครตัวมันแล้วล่ะงานนี้^^” สมายลี่

 

 

‘พ่อตาทั้งสองคนอย่าเพิ่งฆ่าผมนะครับ ส่วนเพื่อนๆก็รักฉันกันจริงๆ….’ ไมค์กี้ที่พอรับรู้ชะตากรรมตัวเอง

 

 

“เป็นอะไรไปหรอไมค์กี้คุง0v0?” มิยูที่รู้เรื่องแต่ต้องการแหย่เพื่อนๆ

 

“มี้จังช่วยฉันด้วยT^T” ไมค์กี้

 

“มี้จัง? ^^+” อากาอิ / ฟุรุยะ

 

“ชิบหาย….” ไมค์กี้

 

 

 

======================================================

TALK

ยังไม่ได้ตรวจคำผิด

 

แค่อยากเขียนค่ะ 

ไม่มีอะไรมาก

 

อย่าลืมเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะT^T

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

9 ความคิดเห็น

×