[ MARKBAM ] ⎮V I T A M I N B ⎮#มบย่อมาจาก [END]

ตอนที่ 14 : Special Part 1 Be a lover, not a fighter [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,324
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 838 ครั้ง
    12 มี.ค. 62




Special Part 1

Be a lover, not a fighter

 

 


หงุดหงิด


แบมกำลังหงุดหงิดจนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว เขาเข้าเวรติดกันมาสามวันเพราะคิวหมอหลายคนไม่ว่าง แบมไม่ได้นอน กินข้าวไม่อร่อย และตอนนี้เขาง่วงมาก ๆ จนอยากจะทิ้งตัวลงตรงนี้เลย


“ทำไมหมอแบมยังไม่กลับอีกคะเนี่ย ไม่เหนื่อยหรือคะ” พยาบาลผู้ช่วยเอ่ยถามเมื่อเห็นคุณหมอที่ออกเวรไปเมื่อยี่สิบนาทีก่อนยังคงนั่งแกร่วอยู่ในห้องทำงานแทนที่จะรีบกลับบ้านไปพักผ่อน


“กำลังจะกลับแล้วครับ”


“กลับดี ๆ นะคะ”


“ครับ ขอบคุณครับ”


แบมตอบพร้อมรอยยิ้มล้า เขาเหนื่อยจนแทบอยากทรุดตัวลงไปนั่งร้องไห้ แต่ก็ยังพยายามอดทนเอาไว้ค่อยไปร้องที่บ้าน ค่อยไปงอแงกับคนที่โอ๋เขาทุกอย่าง


คนนั้นที่จนตอนนี้ก็ยังไม่ยอมเปิดเครื่องโทรศัพท์


ทั้ง ๆ ที่เป็นคนพูดเองแท้ ๆ ว่าจะมารับ แต่จนตอนนี้แบมก็ยังไม่เห็นวี่แววเลย ไอ้ครั้นจะโทรไปหาคนขับรถประจำ คุณลุงก็ลาพักร้อน เบอร์เลขาคนสนิทของมาร์คก็โทรไม่ติดเหมือนกัน ดูท่าว่าคงประชุมกันอยู่ เบอร์โทรศัพท์คนอื่น ๆ แบมก็ไม่มี จะโทรหาคุณปู่ก็กลัวจะเป็นเรื่องใหญ่


กลับเองก็ได้


คิดแบบนั้นคุณหมอที่ตัวสั่นมือสั่นเพราะความเหนื่อยก็จัดการเก็บข้าวของลงกระเป๋า ลากสังขารอ่อนระโหยโรยแรงของตนลงมาโบกแท็กซี่เพื่อกลับบ้าน


โทรศัพท์เครื่องบางดังครั้งแล้วครั้งเล่าจนแท็กซี่บอกให้ปิดเสียงถ้าไม่อยากรับ แบบนั้นแบมเลยปิดทั้งเสียงปิดทั้งสั่นไปแล้วหลับบนรถ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่แท็กซี่เขย่าแขนปลุกว่าถึงแล้ว


แบมจ่ายค่าแท็กซี่ ลงจากรถมาโลกมันก็หมุนโงนเงนจนต้องนั่งพักหน้าตึกครู่หนึ่งก่อนแล้วค่อยเดินไปขึ้นลิฟต์


เสียงปลดล็อคประตูดังขึ้นเมื่อแบมใส่รหัสเปิด ไฟอัตโนมัติในห้องเริ่มทำงานพร้อมเครื่องปรับอากาศ คุณหมอวางกระเป๋าและโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ กำลังจะเดินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาหน่อย แต่สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นแสงไฟจากโทรศัพท์ที่ส่งสัญญาณว่ามีคนโทรเข้ามาเสียก่อน


ไม่อยากรับแต่ก็อยากรับ เป็นความรู้สึกครึ่ง ๆ กลาง ๆ ที่แบมไม่ชอบเลย


[ทำไมไม่รับโทรศัพท์ผมเลยล่ะครับ หมอเป็นอะไรหรือเปล่า]


ปลายสายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจทันทีที่แบมกดรับ แบมยังไม่ได้ดูว่ามาร์คโทรเข้ามากี่ครั้ง แต่คงมากพอให้แบตโทรศัพท์เขาเหลือเพียงแค่สองเปอร์เซ็นต์ จากทีแรกที่มันมีอยู่เกือบหกสิบ


“ไม่ได้เป็นอะไร”


[หมออยู่ไหนครับ] มาร์คทำเสียงอ่อนลงจนแบมเองก็สังเกตได้ คงรู้แล้วล่ะว่าแบมอารมณ์ไม่ดี แต่จะให้ดีขึ้นในเร็ว ๆ นี้แบมก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้ไหม


“อยู่บ้านแล้ว”


[ทำไมหมอไม่บอกผมเลยล่ะครับว่ากลับไปแล้ว]


คุณหมอถอนหายใจออกมาแรง ๆ น้ำตาพาลจะไหลให้ได้ ไม่รู้มันเป็นอะไร ทั้งหงุดหงิด ทั้งน้อยใจ ฮอร์โมนในร่างกายมันไม่ปกติไปหมด


“แค่นี้นะครับ ผมจะอาบน้ำ”


[หมอครับ ดะ…]


ไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดได้อธิบายอะไรแบมก็กดวางสายไปก่อน ไม่พอคุณหมอยังปิดเครื่องโทรศัพท์ไปเลยด้วย แบมไม่อยากคุยกับมาร์คตอนนี้ ความรู้สึกไม่พอใจของเขามันสุมอัดกันแน่นอยู่ในอก พูดไปก็กลัวจะกลายเป็นว่าเขางี่เง่าชวนทะเลาะ


..


มาร์ครีบขับรถกลับมาที่บ้าน เขาพึ่งประชุมครั้งสำคัญเสร็จ เปิดเครื่องโทรศัพท์มาโทรหาแบมคุณหมอก็ไม่ยอมรับสายเลย ตงิดใจว่าคงโดนงอนเข้าให้แล้วตั้งแต่ตอนนั้น ยิ่งพอไปหาที่โรงพยาบาลตามที่นัดกันไว้ไม่เจอ สอบถามเพื่อนร่วมงานของอีกฝ่ายก็ได้ความว่ากลับไปแล้ว มาร์คยิ่งมั่นใจว่าคืนนี้ของเขาต้องยาวนานกว่าทุกคืนแน่ ๆ


หมอเลิกงานหกโมงเย็น มาร์คประชุมเสร็จหกโมงครึ่งและไปถึงโรงพยาบาลตอนหนึ่งทุ่มนิด ๆ หมอไม่ผิดที่รอไม่ได้ มาร์คผิดเองที่ตั้งใจประชุมจนลืมดูเวลา ลืมนึกถึงความรู้สึกของคนรอ รู้ตัวอีกทีอะไร ๆ มันก็ช้าไปหมดแล้ว


ร่างสูงเปิดประตูห้องเข้ามาด้วยความร้อนใจ เห็นคนตัวเล็กในชุดนอนคุ้นตากำลังเทนมใส่แก้วอยู่ตรงบริเวณแพนทรี่ก็ถอนหายใจโล่งอก เพราะคุณหมอของเขายังอยู่ครบสมบูรณ์ดี


“หมอกลับมาถึงนานหรือยังครับ” มาร์คเดินเข้าไปใกล้ เอ่ยถามคนที่ทำหน้างอคอหักไม่สบอารมณ์อยู่


“นานแล้ว” แบมไม่แม้แต่จะมองหน้ามาร์คเพราะกลัวว่าอารมณ์น้อยใจที่คั่งค้างมันจะระเบิดออกมา


“กลับมายังไงครับ”


“แท็กซี่” มาร์คขมวดคิ้วฉับ ไม่ชอบใจมาก ๆ ที่หมอเลือกกลับเองแบบนั้น


“ทำไมกลับแท็กซี่ล่ะครับ หมอรู้ไหมว่ามันอันตราย ไหนจะนั่งไม่สบายตัวอีก”


“แล้วคุณจะให้ผมกลับยังไง รถไฟฟ้า? ในสภาพที่ผมใกล้จะหลับแล้วแบบนั้นน่ะหรือครับ?” แบมส่งเสียงหึในลำคอเมื่อมาร์คนิ่งไปสักพักเพราะตอบคำถามเขาไม่ได้


“ทำไมไม่รอผมล่ะครับ”


“ผมพึ่งบอกไปว่าตอนนั้นผมจะหลับแล้ว” แบมเริ่มทำเสียงดังขึ้นเมื่อมาร์คพูดเหมือนไม่เข้าใจความเหน็ดเหนื่อยของเขา เขาจะบ้าแล้ว ใกล้จะบ้าเพราะความหงุดหงิดแล้ว


“นอนรอที่โรงพยาบาลก็ได้นี่ครับ”


“ผมไม่อยากนอนตรงนั้น ผมอยากกลับบ้าน”


“แล้วทำไมหมอไม่บอกผมเลยล่ะครับว่าจะกลับเอง จะกลับยังไง”


“คุณจะให้ผมบอกคุณได้ยังไงมาร์ค โทรไปก็ไม่ติดสักสาย คุณบอกว่าคุณจะมารับไม่ใช่หรือไง ผมก็รอคุณไปสิ ไม่รู้มันยุ่งอะไรนักหนา!


“หมอครับ ผมขอโทษ ใจเย็น ๆ ก่อน ฟังผมก่อนนะ”


เห็นแบมเริ่มขึ้นเสียงใส่มาร์คก็ยอมเป็นฝ่ายอ่อนลง ร่างสูงขยับตัวเข้าไปใกล้หวังคว้าคนตัวเล็กกว่าเข้ามากอดปลอบให้อารมณ์คุกรุ่นนั้นหายไปสักนิด


“ไม่ต้องมายุ่งกับผม!


แต่แบมก็ปัดมือร่างสูงออกก่อนจะหันหลังเดินตรงไปยังประตูห้อง มาร์ครีบเดินตามไปคว้าลำแขนขาวเอาไว้


“หมอจะไปไหนครับ”


“ไปไหนก็ได้ที่ไม่ต้องเห็นหน้าคุณตอนนี้”


แบมไม่อยากชวนทะเลาะให้บาดหมางกันมากไปกว่านี้ เขากำลังอารมณ์ไม่ดี ไม่ปกติ ไม่พร้อมที่จะพูดคุย รอให้ใจเย็นกว่านี้ค่อยมาถกหาสาเหตุกันก็ยังไม่สายมั้ง ตอนนี้ปล่อยให้แบมอยู่คนเดียวก่อนเถอะ ให้เวลาเขาหน่อย


“หมออย่าออกไปข้างนอกได้ไหมครับ ผมจะหลบไปก็ได้ แต่หมออย่าออกจากบ้านเลยนะ”


เพราะมาร์คเป็นห่วง หมอจะโกรธ จะงอน จะน้อยใจอะไรเขาก็ได้ แต่ขอแค่ให้อยู่ตรงนี้ อยู่ในสายตาเขาก็ยังดี


แบมสูดลมหายใจเข้าปอดตัวเองลึก ๆ หลายที อยากเดินหนีไปให้ไกลก็จริงอยู่ แต่จะให้เขาดื้อจนถึงขนาดไม่เห็นความห่วงใยของอีกฝ่ายแบมก็ทำไม่ลงเหมือนกัน


ครับ”


คุณหมอจับมือมาร์คออกจากแขนตัวเองก่อนจะเดินหนีเข้าห้องนอน ปิดประตูแล้วขังตัวเองอยู่ในนั้นตลอดค่ำ มาร์คเองก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่งวุ่นวาย เพราะดูอารมณ์แล้วแบมคงยังไม่อยากจะคุยหรือรับฟังอะไรจากเขา



ร่างสูงขยับตัวออกมานั่งรอที่ห้องนั่งเล่น เพนท์เฮ้าส์กว้างขวางไร้สิ้นซึ่งเสียงพูดคุยเหมือนทุกวันที่อยู่ด้วยกัน ต่างคนต่างอยู่เงียบ ๆ โดยไม่ทำอะไร เฝ้าแต่คิดว่าทำผิดทำพลาดอะไรตรงไหนไป บรรยากาศรอบกายเขาทั้งสองมันถึงได้อึมครึมกันแบบนี้


มาร์คก็ยังคงเป็นมาร์คที่ใจเย็นและใจดีกับแบมเสมอ เขาไม่คิดโทษคนรัก กลับกันนั้นเขาเฝ้าแต่โทษตัวเองซ้ำ ๆ ว่าทั้งหมดเป็นความผิดของเขาคนเดียว


เมื่อกี้เขาก็ไม่น่าไปเถียงน้องให้สถานการณ์มันแย่ขึ้นเลย ทั้ง ๆ ที่ไม่เห็นเหตุผลที่ต้องสู้กันด้วยวาจาเพื่อเอาชนะ และแน่นอนว่าเขาไม่ได้อยากชนะ ไม่เลยสักนิด มาร์คแค่อยากทำความเข้าใจ อยากเอ่ยคำขอโทษ อยากคุยดี ๆ กับแบม อยากกอดอีกคนเอาไว้แล้วพร่ำบอกว่าเขารักและห่วงเจ้าตัวมากแค่ไหน



“นายไปหาหมอไหมครับ”


ลูกน้องที่เฝ้าดูความเงียบอยู่นานตัดสินใจเดินเข้าไปถามผู้เป็นนาย


มาร์คหน้าแดงเพราะพิษไข้มาตั้งแต่ออกจากห้องประชุม แต่ก็ยังพยายามฝืนร่างกายตัวเองขับรถไปรอรับคุณแบมที่โรงพยาบาล พอไม่เจอคุณเขาก็รีบกลับมาที่บ้านแบบที่ยังไม่ได้กินข้าวกินยาหรือพักสักนิดเลย อาหารที่มาร์คสั่งให้เขาไปซื้อมาส่งให้คุณทั้งสองก็เป็นหมันไปแล้วตอนนี้


“ไม่เป็นไร กินยาพักผ่อนเดี๋ยวก็หาย” มาร์คส่ายหน้า คิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันไม่คลายบ่งบอกได้อย่างดีว่าเจ้าตัวเครียดมากขนาดไหน “น้องแบมออกมากินข้าวหรือยัง”


“ยังเลยครับนาย”


มาร์คก้มมองนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาสามทุ่มครึ่ง เขานั่งนิ่ง ๆ อยู่แบบนี้มาเป็นชั่วโมงแล้ว และแบมก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมออกมาเจอกัน แม้กระทั่งข้าวก็ยังไม่ยอมออกมากิน


“เอาเข้าไปให้คุณเขาด้วยล่ะ ทำยังไงก็ได้ อย่าให้น้องแบมอดมื้อเย็น” น้ำเสียงของมาร์คยังคงเต็มไปด้วยความห่วงใยเมื่อเอ่ยถึงคนรัก ลูกน้องพยักหน้ารับคำแม้ไม่รู้ว่าจะทำตามคำสั่งได้ดีหรือเปล่า แต่เขาก็คงต้องพยายามอย่างถึงที่สุด


“ครับนาย แล้วนายไม่รับด้วยหรือครับ”


“ปวดหัว จะไปพักผ่อนก่อน” มาร์คบอกปัดก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินเลี่ยงไปอีกห้องนอนหนึ่ง ปล่อยให้ลูกน้องสองสามคนมองตามด้วยความกังวลใจ



ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา เป็นครั้งแรกที่คุณมาร์คกับคุณแบมนอนแยกห้องกัน




 

Vitamin B

 



วันนี้เป็นวันหยุดของแบมหลังจากที่เข้าเวรติด ๆ กันหลายวันแล้ว พอได้พักผ่อนเพียงพออารมณ์คุณหมอก็เริ่มกลับมาเป็นปกติ แต่แบมยังไม่ได้คุยกับมาร์ค เมื่อเช้าเขาตื่นสายเลยไม่เจอมาร์คก่อนที่ร่างสูงจะออกไปทำงาน เมื่อคืนมาร์คก็ไม่เข้าไปนอนด้วย ไม่แม้แต่จะเฉียดหน้าเข้าไปในห้องนอนของเราเลย ไม่คิดจะง้อกันเลยหรือยังไงก็ไม่รู้


“คุณแบมกินอีกสักนิดเถอะนะครับ”


คนเป็นลูกน้องเอ่ยร้องขอ คุณแบมกินข้าวไปแค่สองคำก็ยกน้ำมาดื่มแล้วเขี่ยเล่นแล้ว เมื่อคืนเอาข้าวเข้าไปให้กินในห้องนอนคุณเขาก็กินนิดเดียวแล้วไปนั่งเหม่อต่อ แบบนี้เดี๋ยวก็ปวดท้องกระเพาะอาหารแย่เลย


“ผมอิ่มแล้วครับ”


แบมวางช้อนลงก่อนจะยกน้ำขึ้นดื่มอีกครั้งแล้วเดินหนีกลับเข้าไปในห้องนอน


“คุณแบมครับ” เหล่าลูกน้องต่างพากันถอนหายใจ บทคุณคนนี้เขาจะดื้อ ให้ตายยังไงใครก็บังคับไม่ได้


แบมนั่งลงบนปลายเตียงหลังใหญ่ มือขาวบางคว้าโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดดู มาร์คไม่ส่งข้อความมาบอกว่าถึงที่ทำงานแล้ว หรือคิดถึงนู่นนี่นั่นเหมือนเคย ๆ ขอบตาคุณหมอร้อนผ่าว น้อยอกน้อยใจไปหมดจนอยากจะร้องไห้


เจ้าเครื่องมือสื่อสารสี่เหลี่ยมสั่นครืดบ่งบอกว่ามีสายเข้า หัวใจแบมเต้นแรงในทีแรกเพราะคิดว่าเป็นมาร์ค แต่พอเห็นว่าไม่ใช่ จังหวะของมันก็แผ่วเบาลง


“ครับแม่”


แบมรู้ว่าน้ำเสียงของเขามันช่างฟังดูไม่ดีเอาเสียเลย ไม่อยากจะให้แม่เป็นกังวลหรอก แต่จะให้ฝืนทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรแบมก็ทำไม่ได้


[วันนี้วันหยุดใช่ไหมคะน้องแบม กินข้าวเช้าหรือยังคะ]


“กินแล้วครับ” แบมตอบแค่นั้น ไม่กล้าบอกแม่หรอกว่ากินไปนิดเดียวเพราะกลัวแม่จะพาลไม่สบายใจไปด้วย


[ทะเลาะกันกับพี่มาร์คเขาหรือคะ?]


“แม่รู้ได้ไงครับ” คุณหมอกัดริมฝีปากตัวเอง ตากลมคลอไปด้วยน้ำใสเมื่อแม่จุดประเด็นเดียวที่ทำให้หัวใจเขาเป็นทุกข์ในตอนนี้ขึ้นมาไถ่ถาม


[เมื่อเช้าพี่มาร์คโทรมาหาแม่ค่ะ] เธอยังจำน้ำเสียงเศร้าซึมของมาร์คได้ดี คงไม่รู้จะทำยังไงถึงได้โทรมาปรึกษาว่าควรจะง้อน้องแบมแบบไหนดีในขณะที่คนตัวโตเองก็อ่อนล้าอ่อนแรงอยู่ด้วย



[แต่ไม่ได้บอกว่าเรื่องอะไร น้องแบมเล่าให้แม่ฟังได้นะคะ ถ้าอยากจะเล่า]


พอแม่เปิดโอกาส แบมก็ไม่คิดปิดบัง คุณหมอเล่าไปทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะรู้ดีว่าแม่หวังดีกับเขาและมาร์คเสมอ อีกอย่างแบมเองก็กำลังหาใครสักคนที่จะรับฟังและให้คำปรึกษาในเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน


ปกติแล้วถ้าแบมงอน มาร์คจะพยายามง้อให้เร็วที่สุด แต่ครั้งนี้ร่างสูงกลับปล่อยให้มันข้ามคืน แบมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ว่ามาร์คเบื่อนิสัยเด็ก ๆ ของเขาไปแล้วหรอกนะ แบมร้องไห้จริง ๆ นะ


“แม่เข้าใจแบมใช่ไหมครับ”


คุณหมอทำเสียงหงอย ที่เล่าไปก่อนหน้าแบมไม่ได้ใส่ไข่ให้มาร์คดูผิดมากกว่าเลยสักนิด แค่เล่าไปตามสถานการณ์จริง และสารภาพกับแม่ด้วยว่าเขาขึ้นเสียงใส่มาร์คก่อน


[เข้าใจค่ะลูก อารมณ์คนไม่ได้พักผ่อนก็แปรปรวนอย่างนี้แหละค่ะ]


แม่ตอบกลับมาเสียงนุ่ม เธอเองก็เป็นหมอ ทำงานหนักไม่แพ้แบม รู้ดีว่าวันไหนที่ท้องฟ้าเป็นสีเทา วันนั้นมันก็ไม่ใช่วันของเราจริง ๆ


“ขอบคุณนะครับแม่”


[แต่พี่มาร์คเขาก็ไม่สบายเหมือนกัน น้องแบมรู้ไหมคะลูก]


ใจแบมกระตุกวูบ เมื่อคืนไม่ได้นอนด้วยกันและแบมก็โกรธมากจนไม่ได้สังเกตอาการของมาร์คว่าไม่สบายตรงไหน เขาเอาแต่สนใจอารมณ์หงุดหงิดของตัวเองจนลืมอีกคนไปเลย


“ม..ไม่รู้ครับ”


[คนเราอยู่ด้วยกันทะเลาะกันมันเป็นเรื่องธรรมดานะลูก สำคัญคือเราต้องเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วยนะคะ]


..ครับ” แบมน้อมรับคำสั่งสอนของแม่แต่โดยดี เขาคิดแต่ในมุมของตัวเอง ไม่รอฟังคำอธิบายของมาร์คก่อนทั้ง ๆ ที่ร่างสูงเองก็ขอให้ฟังแล้วแท้ ๆ


ทำไมถึงได้งี่เง่าขนาดนั้นก็ไม่รู้


[แม่รู้ว่าน้องแบมมีวันที่เหนื่อยมาก ๆ แต่พี่เขาเองก็ไม่ได้ต่างกันเลยนะคะ ถ้ามันไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ จากันนะคะลูก]


น้ำเสียงอบอุ่นที่แสดงออกถึงความห่วงใยอย่างจริงใจจากคนเป็นแม่ทำคุณหมอตัวเล็กน้ำตารื้น [เจ็บตรงไหนก็หายได้ เจ็บที่ใจยังไงก็มีแผลเป็นนะคะ]



[เพราะฉะนั้นถ้ายังรักกันอยู่ อย่าพูดจาทำร้ายจิตใจกัน และก็อย่าพูดคำว่าเลิกกันเด็ดขาดนะคะลูก]


“ครับแม่ แบมก็ยังไม่ได้พูด” และแบมไม่คิดจะพูดเพราะเขาไม่ได้อยากเลิกกับมาร์ค ยังอยากปรับความเข้าใจกัน ดีกันและกลับมารักกันเหมือนเดิม


[ดีแล้วค่ะ ไปคุยกับพี่เขาดี ๆ นะคะ ถ้าไม่รู้เรื่องกันยังไงโทรหาแม่ได้ตลอดเลยนะ]


“ครับ แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวเราก็ดีกันแล้ว”


[แม่รู้ค่ะ] รู้ดีว่าทั้งมาร์คและแบมขาดกันไม่ได้หรอก งอนกันยังไงก็กลับมาดีกันได้ทุกครั้งเหมือนก่อน ๆ นั่นแหละ [ดูแลตัวเอง ดูแลกันและกันดี ๆ นะคะลูก แม่ไปทำงานต่อก่อนนะ]


“ครับ แบมรักแม่นะ อย่าลืมกินข้าวด้วยนะครับ”


แม่รับคำก่อนจะวางสายไป แบมถอนหายใจออกมา มองรอบกายก็เจอแต่เพียงห้องนอนกว้างที่มีเขานั่งอยู่คนเดียวเท่านั้น ใจดวงน้อยเจ็บปลาบสั่นไหววูบวาบ รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งหายไป และแบมก็รู้ดีว่าสิ่งนั้นคืออะไร


“ขออนุญาตเข้าไปได้ไหมครับคุณแบม”


แบมหลุดออกจากภวังค์ก่อนจะหันไปมองหน้าประตูห้องนอนที่ลืมปิดไว้ เห็นเลขาคนสนิทของมาร์คยืนยิ้มให้เขาอยู่ร่างเล็กก็พยักหน้าอนุญาต แบมวางโทรศัพท์ลงบนเตียงเพื่อสนทนากับอีกฝ่าย


“คุณเลขาไม่ได้อยู่ที่บริษัทกับมาร์คหรือครับ”


“ผมกลับมาเอาเอกสารที่นายลืมไว้ครับ” เลขายกซองเอกสารขึ้นให้แบมดูว่าที่พูดไปเป็นเรื่องจริง “ปกตินายเขาไม่ค่อยลืมอะไรเลยนะครับ สงสัยวันนี้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไร”


“ทะเลาะกันน่ะครับ”


แบมสารภาพไปตามตรงและคนฟังก็พยักหน้าตอบเพราะรู้อยู่แล้ว แม้เมื่อวานนี้เขาจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ลูกน้องคนอื่น ๆ ก็ไม่พลาดที่จะเอาเรื่องนั้นไปปรึกษาเขา


“เมื่อวานนายเขาป่วยเลยไม่กล้าไปนอนกับคุณแบม เพราะกลัวคุณแบมติดไข้น่ะครับ คุณแบมโกรธหรือเปล่า”


เลขาบอกความจริง เมื่อเช้าเขาลองไปถามมาร์คถึงสาเหตุที่ไม่ยอมไปนอนกับแบมเมื่อคืนนี้แล้ว เพราะเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าคุณมาร์คที่ติดคุณหมออย่างกับอะไรดีมีสาเหตุอะไรที่จะทำอย่างนั้น นึกว่าจะร้ายแรง ที่ไหนได้ นายเขาก็แค่ห่วงแฟนมากก็เท่านั้นเอง



“โกรธสินะครับ” คนแก่กว่ายกยิ้มเอ็นดูให้ท่าทางหงอยเหงาของผู้เป็นทุกอย่างของคุณมาร์ค “นายเขาอยากง้อคุณแบมนะครับไม่ใช่ไม่อยาก พ่อครัวบอกว่าเมื่อเช้าคุณเขาก็แอบเข้ามาหาคุณแบมด้วย แต่คุณแบมหลับอยู่”


แบมก้มหน้ามองมือตัวเอง ความรู้สึกน้อยใจพลันหายไปแทนที่ด้วยความสงสารมาร์ค


งั้นหรือครับ”


เป็นมาร์คทุกครั้งเลยที่พยายามเพื่อรักของเรา


“เมื่อวานในที่ประชุมเดือดกันจริง ๆ ครับ ผู้จัดการสองสามคนมีปัญหากันรุนแรง คุณมาร์คต้องอยู่ช่วยเคลียร์ให้มันดีขึ้น มันไม่มีทางไหนที่จะทิ้งออกมาได้เลย ผมเองก็อยู่ตรงนั้นด้วย อย่าโกรธนายเขาเลยนะครับ โกรธผมดีกว่าที่ไม่ทันคิดว่าควรจะให้คนไปรับคุณแบมแทนนายก่อน ขอโทษนะครับคุณแบม”


เลขาโค้งตัวให้คุณหมอ แม้อีกฝ่ายจะดูเศร้าเท่าไรแต่ก็ยังมารยาทดีค้อมศีรษะตอบ


เขาไม่อยากให้เกิดสภาวะหมางเมินแบบนี้บ่อย ๆ เลย เพราะมันพลอยทำให้เขาและลูกน้องคนอื่น ๆ ร้อนใจไปด้วย ตอนคุณมาร์คกับคุณแบมรักกันดี ๆ น่ะ มันดีที่สุดในโลกแล้ว


“ไม่เป็นไรครับ ผมก็ผิดเหมือนกันที่ใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง”


“นายเขารักและก็เป็นห่วงคุณแบมมากนะครับ เขาไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแน่นอน และนายก็เสียใจกับเรื่องนี้มากจริง ๆ ครับ”


เลขาคนสนิทไม่ได้โกหกเพื่อเอาใจคุณแบมเลยสักนิด คุณมาร์คดูเสียใจกับเรื่องเมื่อคืนวานจริง ๆ วันนี้ก็เอาแต่นั่งเหม่อ ใครพูดอะไรก็จับใจความไม่ค่อยได้ ดูไม่เป็นตัวของตัวเองจนลูกน้องพากันห่วงไปทั้งตึกแล้ว


“ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้ไม่สบายใจกันไปหมดเลย”


แบมก้มน้ำเอ่ยคำสำนึกผิด ทะเลาะกันทีไรไม่ใช่แค่โลกของพวกเขาที่เทาลง คนรอบกายที่รักและหวังดีก็ไม่ได้ต่างกันเลย


“ดีกันกับนายเถอะนะครับคุณแบม” เลขาขอร้อง เขาสงสารทั้งคู่ สงสารทั้งเจ้านายที่เอาแต่นั่งนิ่งทำหน้าเครียดทั้งวัน สงสารคุณหมอตัวเล็กที่อาการก็ไม่ได้ต่างกัน ซ้ำยังชอบทำหน้างอเหมือนจะร้องไห้อยู่บ่อย ๆ อีก


“ตอนนี้คุณเขาอยู่ที่ไหนครับ มีออกไปประชุมข้างนอกหรือเปล่า”


“ไม่มีออกไปไหนครับ ตอนนี้นายอยู่ที่ทำงาน ข้าวปลาก็ไม่ยอมกินเลย ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”


ใจคุณหมอเจ็บแปลบอีกครั้งเมื่อรู้ว่ามาร์คยังไม่ได้กินข้าว ไม่รู้ว่าอีกคนต้องแบกรับทั้งความรู้สึกผิดและน้อยอกน้อยใจที่แบมไม่สนใจไปพร้อม ๆ กันเยอะแยะขนาดไหน


“ทำไมไม่สบายถึงยังดื้อไปทำงานอยู่ล่ะครับ”


“นายเขาก็เป็นแบบนี้แหละครับ เรื่องพักผ่อนเขาไม่ฟังใครนอกจากคุณแบมหรอกครับ”


ขนาดคุณปู่ยังไม่สามารถบังคับคุณมาร์คได้ เท่าที่ดูแลเจ้านายมา เลขาก็เห็นจะมีแต่คุณแบมนี่แหละที่นายเขายอมให้ทุกอย่าง ยอมทุกอย่างจริง ๆ


“งั้นคุณเลขารอผมแป๊บนึงนะครับ เดี๋ยวผมไปด้วย”


แบมลุกจากเตียงหันหน้าไปบอกเลขาคนสนิท ซึ่งก็ได้รับรอยยิ้มและการพยักหน้าอย่างแข็งขันตอบกลับมา


“ได้ครับคุณแบม”


ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งหาว่าใครเป็นคนผิด อยู่ที่ว่ารักมากพอที่จะยอมง้อก่อน ยอมเป็นคนเดินเข้าไปปรับความเข้าใจก่อนอย่างที่ควรจะทำหรือเปล่า


แบมว่ามันก็แค่นั้นเอง



 

Vitamin B


 

มาร์คเข้าร่วมประชุมย่อยกับฝ่ายขายอยู่เลขาจึงให้แบมเข้ามานั่งรอในห้องทำงานของร่างสูงก่อน มือบางของคุณหมอกอบกุมกันเอาไว้ด้วยความร้อนใจ เฝ้านับนาฬิกาดูทุก ๆ นาที อยากให้ความทุกข์ในใจนี้หมดไป


“หมอมาเมื่อไรครับ”


มาร์คเปิดประตูแล้วก็รีบเดินตรงเข้าไปหาคนที่นั่งรอเขาอยู่บนโซฟาในห้องทำงาน เขาให้หมอรอนานอีกแล้วหรือเปล่าก็ไม่รู้ จะโกรธมากกว่านี้อีกไหม เขาเจ็บหัวใจจนจะทนไม่ไหวแล้ว


แบมไม่ตอบแต่ลุกขึ้นยืนแล้วถลาเข้าไปกอดเอวมาร์คหมับ คุณหมอซบหน้าลงบนอกแกร่ง ไม่พูดอะไรให้มากความ อยากทำอะไรก็ทำไปตามใจอยาก และตอนนี้แบมอยากกอดมาร์ค อยากแสดงความคิดถึง อยากขอโทษและปรับความเข้าใจกัน


“ขอโทษนะครับ”


“หมอ


“ผมขอโทษนะ


“ผมสิครับต้องขอโทษหมอที่เมื่อวานไม่ดูโทรศัพท์เลย มัวแต่สนใจเรื่องในที่ประชุม ทั้ง ๆ ที่บอกหมอว่าจะไปรับเองแท้ ๆ แต่ผมกลับไปช้า ให้หมอรอนานจนไม่ไหว ผมขอโทษนะครับ” มาร์คกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ขอบตาเขาร้อนผ่าวเหมือนอยากจะร้องไห้แต่ก็กลั้นเอาไว้เพราะตอนนี้น้องแบมของเขาร้องนำไปแล้ว “ผมรักหมอนะ รักหมอมากเลยนะครับ”


“ผมก็รักคุณมากเหมือนกันครับ”


“หมออย่าทิ้งผมไปเลยนะครับ ผมสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก”


มาร์คเอ่ยน้ำเสียงเว้าวอน กลัวเหลือเกินว่าความผิดพลาดในครั้งนี้ของเขาจะทำให้รักของเราต้องสั่นคลอน แต่เขาสาบานได้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ


“ต่อให้ผมจะงี่เง่ายังไงคุณก็ห้ามทิ้งผมเหมือนกันนะ”


“ไม่มีวันทิ้งอยู่แล้วครับ” มาร์คผละอ้อมกอดออกมาไล้นิ้วเช็ดน้ำตาออกให้แฟนตัวเล็กอย่างเบามือ ตากลม ๆ ที่เคยสดใสแดงก่ำจนน่าสงสาร เขาจะเอาปัญญาที่ไหนไปทิ้ง ให้ทำเป็นโกรธหมอคืนสักนิดยังทำไม่ได้เลย “ไม่ร้องสิครับ”


“ไม่ชอบตอนทะเลาะกันเลย”


คุณหมอน้ำตาร่วงเผาะ ปลายจมูกรั้นขึ้นสีแดงจาง ๆ ให้มาร์คก้มลงไปจูบปลอบเบา ๆ


“งั้นไม่ทะเลาะแล้วเนอะ”


เพราะมาร์คเองก็ไม่ชอบเหมือนกัน ทะเลาะกับแฟนแล้วรู้สึกไม่มีกะจิตกะใจจะไปทำอะไร ข้าวก็ไม่อยากกิน นอนไม่หลับกระสับกระส่าย ท้องฟ้าไม่สดใสเหมือนทุกวัน


แย่อ่ะ


“คิดถึงคุณจัง เมื่อคืนก็ไม่มานอนกับผมเลย” สีหน้าเง้างอนของคนรักเรียกรอยยิ้มจากมาร์คได้เป็นอย่างดี


“ผมไม่ค่อยสบาย กลัวอยู่ใกล้เกินไปแล้วหมอจะพลอยติดไปด้วยน่ะครับ” พอนึกขึ้นได้มาร์คก็ทำท่าจะขยับออกห่างจากแบม แต่ร่างเล็กไม่ยอม กอดเขาไว้แน่นเลย “ใกล้แบบนี้เดี๋ยวหมอก็ติดหวัดหรอกครับ”


น้องแบมเวลาป่วยน่ะน่าสงสารจะตาย มาร์คไม่ชอบแบบนั้น เขาเลยระมัดระวังให้หมอเป็นพิเศษ แต่ดูเจ้าตัวนุ่มนิ่มในอ้อมกอดเขาคนนี้เถอะ


“ไม่เป็นไร ผมกินยาไว้แล้ว”


ดื้อมาร์คก้มหน้าลงกดจมูกหอมหัวคุณหมอแรง ๆ ไปหนึ่งที เขาเองก็คิดถึงมากไม่แพ้กัน คืนเดียวที่ห่างเหินแค่กำแพงกั้นแท้ ๆ แต่กลับทำให้รู้สึกห่วงหาได้มากขนาดนี้


“คุณไม่สบายทำไมไม่บอกผมล่ะครับ”


มือบางทั้งสองข้างของแบมยกขึ้นกอบกุมใบหน้าหล่อเหลาของคนรักที่วันนี้มันดูซีดเซียวและอุ่นร้อนจนผิดปกติ


“กลัวหมอเป็นห่วงครับ”


ไม่เห็นจะต้องกลัวเพราะยังไงแบมก็เป็นห่วงมาร์คอยู่แล้ว ยิ่งไม่บอกกันแบบนี้คุณหมอยิ่งห่วงเข้าไปใหญ่ ต้องให้ย้ำอีกกี่ครั้งว่ามาร์คน่ะ สำคัญกับชีวิตแบมมากขนาดไหน


“คุณของผมทรมานแย่เลยนะครับ” แบมลูบแก้มร้อนของมาร์คเบา ๆ ไม่รู้เมื่อคืนร่างสูงจะปวดหัวตัวร้อนขนาดไหน แค่คิดก็เจ็บหัวใจแล้ว


“หายแล้วครับ” มาร์คตอบทั้งรอยยิ้มกว้าง แค่ถูกความอ่อนโยนของคุณหมอดาเมจเขาก็แทบจะหายเป็นปลิดทิ้งเลยจริง ๆ


“หายหรือไม่หายต้องถามหมอสิครับ”


ร่างสูงกัดริมฝีปากล่างของตัวเองมองคนในอ้อมกอดด้วยสายตาพราวระยับ ต้องหักห้ามใจยังไงให้ไหวให้ไม่ตกหลุมรักคุณเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใครมีวิธีก็ช่วยบอกมาร์คที หลงคุณเขาแล้วก็หลงอีกจนไม่เหลืออะไรเป็นของตัวเองแล้วแม้กระทั่งหัวใจเพราะให้หมอไปหมดแล้ว


“ต่อไปผมจะให้คนไปเฝ้าหมออยู่ที่โรงพยาบาลทุกวันเลยนะครับ เผื่อหมออยากกลับตอนไหนก็จะได้กลับเลย และเดี๋ยวผมเม็มเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินไว้ให้หมอด้วย ไม่ต้องนั่งแท็กซี่แล้วนะครับ ถือว่าผมขอ”


มาร์คเอ่ยเสียงจริงจังอย่างตั้งใจ เห็นแบบนั้นแบมก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธ อย่างน้อย ๆ ให้มาร์คได้มั่นใจว่าเราจะไม่มานั่งทะเลาะกันเรื่องนี้อีก


“ครับ”


มาร์คยกยิ้มกว้าง ก้มหน้าลงไปจูบซับแก้มใสนวลเนียนเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากอิ่มสวย ร่างสูงแนบหน้าผากของตนลงไปกับหน้าผากมน วงแขนกำยำกกกอดเอวบางให้แนบชิดกายเขายิ่งกว่าเดิมก่อนจะเอ่ยกระซิบเสียงต่ำ


“ผมไม่อยากให้หมอต้องลำบาก เพราะผมเองก็รักและห่วงคุณของผมมากเหมือนกันนะครับ”


แบมขยับไปจุ๊บปากมาร์คหนึ่งทีแล้วหันไปซบหน้าลงบ่ากว้างที่แสนอบอุ่นของร่างสูงแก้เขิน


“ผมทำเสียงดังใส่คุณด้วย ขอโทษนะครับ ยกโทษให้ผมนะ”


แบมยอมรับความผิด เขามันเป็นคนนิสัยไม่ดี เอาอารมณ์ที่ทำงานมาลงกับคนที่บ้านได้ยังไงก็ไม่รู้ แยกแยะไม่เป็นเอาเสียเลย


“ผมไม่เคยโกรธหมอเลยนะครับ”


มาร์คพูดจากใจจริง เขาไม่เคยคิดโกรธเคืองคนรักเลยสักครั้ง น้อยอกน้อยใจทีไรก็ตามประสาช่วงอ่อนไหว แต่ไม่เคยคิดว่าแบมไม่ดี ไม่เคยคิดจะทิ้งไป ไม่เคยคิดจะมีใครคนอื่น


“แต่ก็น้อยใจใช่ไหมล่ะครับ”


“ตอนนี้หายแล้วครับ”


เอาจริง ๆ แค่เห็นหน้าหมอความขุ่นข้องหมองใจของมาร์คก็ลอยหายไปตามลมแล้ว ไหนเจ้าตัวจะมากอดอ้อนขอโทษเขาทั้งน้ำตาอีก เหลือทางไหนให้มาร์คสู้อีกล่ะ


“ผมขอโทษอีกครั้งนะครับ ต่อไปจะไม่ใจร้อน ไม่ขึ้นเสียงใส่คุณแบบนั้นอีกแล้ว” แบมอยากขอโทษมาร์คอีกเป็นพัน ๆ ครั้ง อะไรก็ยอมแล้ว ขอแค่ให้รักของเรากลับมาหวานดังเดิมก็พอ


“ผมรู้ว่าหมอเหนื่อย ไม่เป็นไรครับ ดีแล้วที่มาลงที่ผม อย่างน้อย ๆ หมอก็ได้ระบายอารมณ์บ้างไงครับ”


มาร์คเข้าใจ คนเราก็มีวันแบบนั้นกันทั้งนั้น จะให้อารมณ์ดีสามร้อยหกสิบห้าวันมันก็ดูจะเกินไปหน่อย น้องแบมของเขาก็คนธรรมดา จะหงุดหงิดขี้โมโหบ้างมันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้


“คุณก็เหนื่อยเหมือนกัน”


“งั้นถ้าวันไหนผมเผลอเอาอารมณ์ไปลงที่หมอ ก็ขอให้คุณหมอเข้าใจผมด้วยนะครับ”


แบมผละออกจากอ้อมกอดมาขมวดคิ้วมองหน้ามาร์คทันที่ทีร่างสูงเอ่ยประโยคนั้นจบ


“อารมณ์อะไรครับ?


“จะให้ตอบจริง ๆ หรือครับ” ยักคิ้วข้างเดียวแถมยังยิ้มเจ้าเล่ห์แบบนี้ ให้ตายยังไงแบมก็ไม่มีทางอยากฟังคำตอบแน่ ๆ


“ม..ไม่ครับ”


มาร์คหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงน่าฟัง เอ็นดูความคุณหมอมากจนต้องดึงแบมเข้ามากอดแรง ๆ อีกครั้ง หอมศีรษะกลม ๆ ที่มีเส้นผมนุ่มนิ่มประดับอยู่อีกหลายที


“ขอบคุณนะครับหมอ”


“ขอบคุณเรื่องอะไรครับ”


“ที่ยอมมาหาผมถึงที่นี่” มาร์คผละออกมาสบสายตาคนรักหวานซึ้ง มือใหญ่ยกขึ้นลูบแก้มใสของแบมเบา ๆ “ขอบคุณที่ไม่ถือโทษโกรธเคืองกันนาน ๆ ขอบคุณที่ยังหันหน้าคุยกัน ขอบคุณที่ยอมให้ผมขนาดนี้นะครับ”


หมอจะนั่งอยู่บ้านเฉย ๆ รอมาร์คกลับไปง้อ หรือจะไม่สนใจมาร์คไปเลยก็ได้ แต่หมอก็ไม่ทำ เขาจะไปหาแฟนที่น่ารักทั้งหน้าตาและจิตใจอย่างคน ๆ นี้ได้ที่ไหนอีก ไม่มีแล้ว


“คุณยอมผมมากกว่าอีก”


“เพราะอะไรหมอก็รู้ใช่ไหมครับ”


แบมพยักหน้ารับน้อย ๆ เพราะรักรักคำเดียวเลยที่ทำให้มาร์คยอมให้ทุกอย่าง ไม่ว่าแบมจะดื้อจะงอแงหนักหนาสาหัสแค่ไหนร่างสูงก็ยังเต็มใจที่จะเป็นฝ่ายอ่อนให้


“เหนื่อยกับเรื่องงานนอกบ้านก็พอแล้ว ยังต้องมาเหนื่อยเรื่องผมอีก ผมนี่มันเป็นแฟนที่ไม่ได้ระ


ไม่ทันจบประโยค ริมฝีปากอิ่มสวยของคุณหมอก็ถูกมือใหญ่ยกขึ้นใช้สองนิ้วแตะเป็นเชิงห้ามเอ่ยต่อ


“หมอของผมดีที่สุดในโลกแล้ว และผมไม่เคยเหนื่อยกับหมอเลยนะครับ อย่าพูดแบบนั้นออกมานะ”


หมอเป็นความรักและคนรักที่ดี เป็นสิ่งดี ๆ ในชีวิตของมาร์ค เรียบง่าย สบายตา อยู่ด้วยแล้วสบายอกสบายใจ รอบกายดีไปหมดจนมาร์คขาดหมอไม่ได้ พูดได้เลยว่าหมอเป็นแหล่งความสุขที่ใหญ่ที่สุดของเขา


“เพราะคุณให้ท้ายผมอย่างนี้บ่อย ๆ ไง นิสัยเสียหมดแล้ว”


มาร์คยกยิ้มให้คนช่างตัดพ้อ เขาไม่เห็นว่าหมอของเขาจะแย่ตรงไหน จริงอยู่ที่หมอก็ไม่ได้เพอร์เฟกต์ แต่เขาเองก็ไม่ได้ต่างกัน ความไม่สมบูรณ์แบบเป็นตัวบ่งบอกว่าเรายังเป็นมนุษย์ และมาร์คมองว่ามันเป็นสิ่งสวยงาม


“ไม่หรอกครับ สำหรับผมหมอน่ารักขึ้นทุกวันนะ”


“ก็เป็นแค่กับคุณคนเดียว”


คุณหมอก้มหน้างุดมองเนคไทของมาร์คทั้ง ๆ ที่มันก็ไม่ได้มีอะไรให้น่าสนใจ


น่ารักมาร์คให้คำนิยามท่าทางแบบนี้ของหมอเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากคำว่าน่ารัก ทำอะไรก็ดูนุ่มนิ่ม ดูเบา ดูเย็นไปหมด


“หิวไหมครับ หมอมารอผมนานหรือยัง”


มาร์คเอ่ยถามเรื่องสำคัญบ้าง ดูท่าว่าคุณหมอคงจะกินอะไรไม่ค่อยลงตั้งแต่เช้าเหมือนเขา มาร์คเองก็ยังไม่มีเวลาไปถามกับลูกน้องเท่าไร งานก็เยอะ จิตใจก็ไม่สงบสุขจนทำอะไรเชื่องช้าไปทันใจไปหมด


“รอได้ครับ แต่ก็แอบหิวแล้ว คุณยังรู้สึกไม่สบายอยู่ไหมครับ กลับบ้านไปพักผ่อนกันไหม”


“ก็ดีครับ ผมรู้สึกง่วงนอนยังไงไม่รู้” อาจจะเพราะเมื่อคืนมาร์คนอนไม่ค่อยหลับ แม้มันจะเพลีย จะเหนื่อยยังไง แต่ห้องนอนที่ไม่มีกลิ่นของหมอก็ทำให้มาร์คหลับได้ไม่ดีเท่าที่ควร


“ไปโรงพยาบาลไหมครับ”  


“ไม่เป็นไรครับ ไม่ได้รู้สึกว่าไข้ขึ้นอะไร แค่เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับน่ะครับ วันนี้เลยง่วง ๆ”


“เพราะผมแน่เลย”


“ไม่โทษตัวเอง ไม่โทษกันไปไม่โทษกันมาแล้วนะครับ” มาร์คส่ายหน้าพลางยกยิ้มอ่อนโยน อะไรที่มันผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป เอามาเป็นบทเรียนไว้เตือนใจว่าอย่ามีอีกครั้งจะดีกว่า


“ครับ งั้นกลับกันนะ เดี๋ยวผมทำข้าวต้มให้คุณกินนะครับ แล้วค่อยกินยา แล้วก็นอนพักผ่อนเนอะ”


“ครับ ขอบคุณนะครับคุณหมอ”


“ตัวร้อนหมดเลย” แบมยกมือแตะหน้าผาก แตะตรงนั้นตรงนี้บนหน้ามาร์คไม่หยุด แววตาและท่าทางที่เป็นห่วงเขาเกินใครของคนรักทำให้มาร์คหุบยิ้มไม่ได้


“มีคุณหมอคนเก่งอยู่ด้วย เดี๋ยวผมก็หายแล้วครับ”


แบมส่งยิ้มหวานให้คนเป็นแฟน ยิ่งสบตา ยิ่งมองหน้า ยิ่งรู้สึกว่าโชคดีเหลือเกินที่ได้ผู้ชายคนนี้มาเป็นคนข้างกาย


“รักคุณนะครับ”



คุณหมอตัวเล็กกอดมาร์คอีกครั้ง เอนศีรษะที่ร่างสูงเฝ้าลูบมันอยู่ลงกับอกแกร่ง ยิ่งฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันกับเขาแล้วยิ่งทำให้รู้สึกอบอุ่น “รักคุณของผมมากเลย”

 




Vitamin B

 

--Happy Ending--

#มบย่อมาจาก




อยากจะแหมมมม ไปถึงดาวพลูโต ลำไยความมีคุณเป็นของตัวเองของทั้งสองคนมากค่ะ555

ขอโทษที่มาช้ากว่ากำหนดนะคะ งานเยอะและง่วงมากจีงงง55

ใครสนใจเล่มยังสั่งจองกันได้อยู่นะค๊าา สามารถอ่านรายละเอียดและสั่งจองในฟอร์มจองในตอนที่ 13 กันได้เลยเด้ออ วันนี้ - 20 เมษายนนี้เท่านั้น ไม่มีการรีปริ้นใด ๆ นะคะ เพราะนุ๊กขี้เกียจค่ะ 555


ตอนพิเศษยังจะมีลงเว็บอีก 2 ตอนนะคะ จะพยายามลงในสัปดาห์นี้ให้หมดน๊าา เดี๋ยวมีเรื่องใหม่มาฝากกันด้วยค่ะ อิอิ / กราบแนบตักขอให้ทุกคนติดตาม


ติชมหรือบลา ๆ ๆ ร่วมกันได้ตลอดเวลาที่ #มบย่อมาจาก 

ขอบคุณทุก ๆ กำลังนะค๊าาา❤️

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 838 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,931 ความคิดเห็น

  1. #1930 duck_kiss (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 22:38
    มาร์คไม่ควรมีคนเดียวในโลก🥺
    #1,930
    0
  2. #1926 lek0868909108 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 18:13
    มีปหมีทะเลาะแต่ก็มาคุยกันขอโทษกัน ปรับตัว งื้อน่ารักทั้งสองคนเลย ละมุนน อยากมีคุณเป็นของตัวเองงงงงงง
    #1,926
    0
  3. #1895 BMC MINTTT (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 20:32

    พยายามปรับตัวเข้าหากันมากกก รักกันมากกกกกก

    #1,895
    0
  4. #1881 lek0868909108 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 21:29

    โอยยยยยมาร์คทำไมดีน่ารักแบบนี้ แบมก็น่ารัก

    #1,881
    0
  5. #1860 ccattycat (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:17
    ตอนแรกที่น้องหงุดหงิด อีนี่ก็คิดว่าน้องท้องอย่างเดียวเลย55555
    #1,860
    0
  6. #1730 khunsom08 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 12:28
    ร้ายนักนะ
    #1,730
    0
  7. #1687 MM_MB (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 21:54
    อยากให้ปิดพรีถึง 30 เมษาคะ หมุนเงินไม่ทันจริงๆ​คร้า
    #1,687
    0
  8. #1561 Keke (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 13:07

    รักมากเลยเรื่องนี้น่ะ

    #1,561
    0
  9. #1559 babybird94 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 03:33
    ขอบคุณค้า
    #1,559
    0
  10. #1556 junexxmt (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 20:32
    ฮืออออน่ารัก เเต่งต่ออีกได้มั้ยคะ
    #1,556
    0
  11. #1555 Kibibiza (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 21:22
    สวีทเหมือนชีวิตจริงเลยคร้าาาา
    #1,555
    0
  12. #1551 Prachaya_pompam (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 16:41
    อิ่มเอมใจมาก น้องหมอของพี่มาร์ค
    #1,551
    0
  13. #1549 LforeverB (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 21:55
    อ่านตอนนี้จบอยากกระโดดลงทุ่งลาเวนเดอร์ แม่จ๋าาาาาา ภาษาดี บทดี พูดก็เพราะ แง~~~~
    #1,549
    0
  14. #1548 LforeverB (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 21:54
    อ่านตอนนี้จบอยากกระโดดลงทุ่งลาเวนเดอร์ แม่จ๋าาาาาา ภาษาดี บทดี พูดก็เพราะ แง~~~~
    #1,548
    0
  15. #1542 mtbb9397_s (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 03:58
    โอ้ยยยยยยอบอุ่นใบมากอ่ะแงงงงง้
    #1,542
    0
  16. #1541 PMarkNBam (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 01:06
    เราอิน เราเข้าใจอารมณ์ของตัวละครที่ไรท์เขียนจริงๆ
    #1,541
    0
  17. #1525 lovemarkbam_got7 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 16:50

    ความรักก็ต้องมีทะเลาะกันเป็นธรรมดาของชีวิตคู่ แต่หันหน้าคุยกันดีๆแบบนี้แหละถึงจะยืนยาว น่ารักจังเลยยย
    #1,525
    0
  18. #1523 panggulico (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 23:57
    โยนใจไปรัวๆ
    #1,523
    0
  19. #1519 MarkBam1n1a (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 21:26
    อ่านละได้แต่ร้องโอ้ยยยยยยยยยยย
    #1,519
    0
  20. #1513 SatriratSeesuk (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 18:11
    รักเรื่องนี้มากกกก
    #1,513
    0
  21. #1483 Keke (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 11:58

    จะอิจฉาหมอหรืออิจฉามาร์คก่อนดี..งื้ออ

    #1,483
    0
  22. #1482 maladdai (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 09:34

    อ่านไปน้ำตาซึมไป เอ็นดูความรักคุณๆเขา


    งอนกันทีกินข้าวปลาไม่ลง


    น่ารักกก

    #1,482
    0
  23. #1480 namemm (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 19:00
    ถ้าเป็นเรื่องจริงนี่คือแบบละมุนมาก
    #1,480
    0
  24. #1477 tripleM (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 03:43
    น่ารักกกตลอดเลยยย~
    #1,477
    0
  25. #1476 cartoona007 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 01:28
    ง้อกันและมุนแท้
    #1,476
    0