หม่ามู่ฟาง เทพธิดาตกสวรรค์

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 เจ้าเป็นใคร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,949
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 158 ครั้ง
    1 มิ.ย. 62

-ตอนที่ 1-

-เจ้าเป็นใคร-


ยุคสมัยราชวงศ์โจว แผ่นดินระส่ำระสาย แผ่นดินลุกเป็นไฟ ฮ่องเต้ไร้ความสามารถมิอาจปกครองไพร่ฟ้าให้อยู่เย็นเป็นสุข เพราะอำนาจในมือมีเพียงหยิบมือ ขุนนางต่างแย่งชิงอำนาจหวังความร่ำรวย ชาวเมืองอยู่อย่างหิวโหย นอกเมืองคังโจว ระยะ 10 ลี้ ล้วนเต็มไปด้วยซากศพ สงครามและโรคระบาดฆ่าชีวิตผู้คนไปไม่น้อย สถานที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ความแห้งแล้งทำให้ผู้คนอดตาย

หนึ่งบุรุษนั่งอยู่บนหลังอาชาสีขาวสายตามองภาพตรงหน้าด้วยสายตาสิ้นหวัง นานแค่ไหนแล้วที่เขามิได้มาเหยียบที่แห่งนี้ สถานที่ ที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันเจ็บปวด เสด็จแม่ของเขาถูกปลงพระชนม์ด้วยฝีมือของฮองเฮาองค์ปัจจุบัน เสด็จพ่อของเขาไร้ความสามารถที่แม้นแต่ความยุติธรรมของเสด็จแม่ก็มิอาจทวงคืนได้ ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก

คังโจว วังหนานชิง คือที่พำนักของเขา เหตุที่เขาต้องระเห็จมาประจำการในเมืองที่เกิดโรคระบาดเช่นนี้ ไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าเป็นเพราะฮ่องเต้ไร้ความสามารถนั่นเป็นคนสั่งให้เขามา หน้าที่ของเขาคือรักษาชาวบ้าน กำจัดโรคระบาด ทำให้ชาวบ้านอยู่ดีกินดี นำทัพออกสู้เพื่อให้ตัวเองมีชัย แลกกับการได้กลับไปใช้ชีวิตในเมืองหลง

หึ น่าสมเพช

ตัวเขาในตอนนี้ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก ให้ทหารเขาเพียงแค่สามหมื่นแล้วดูเอาเถิดกองทัพของศัตรูมีตั้งสองแสน หากเขาเปิดศึกมิเท่ากับว่าเขารนหาที่ตายหรอกหรือ แม้นว่าเขาจะเคยผ่านสนามรบมามากมายแต่การเอาชีวิตคนบริสุทธิ์มาทิ้งแบบนี้ แน่นอนว่าเขาไม่ทำแน่ ทหารทุกคนล้วนแล้วแต่มีครอบครัวที่ต้องดูแล หากคนเหล่านั้นต้องตายไปแล้วครอบครัวเขากำลังรอคอยให้พวกเขากลับไปเล่า เขาปวดใจกับเรื่องเช่นนี้มาตลอดปลายปี

ตำแหน่งแม่ทัพประจำราชวงศ์ มีเอาไว้ให้ฮ่องเต้ใช้งานก็เท่านั้น เขาเจ็บปวดมามากเกินพอแล้วกับการเป็นเครื่องมือใคร่คว้าอำนาจมิรู้จักพอของคนผู้นั้น หนึ่งฮ่องเต้มิรู้จักพอกับฮองเฮาผู้โหยหาอำนาจ ช่างเหมาะสมกันเหลือเกิน ไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็นการทำสงครามครั้งสุดท้ายในชีวิตของเขาก็เป็นได้ สวรรค์ข้าไม่อยากสังหารผู้ใดอีกแล้ว

"เลือดหยดนี้ที่ข้าสละเพื่อสาบานต่อสวรรค์ ข้าจะปกป้องชาวเมืองด้วยชีวิตของข้า" เขาใช้มีดกรีดลงที่ข้อมือของจะปล่อยให้เลือดค่อย ๆ หยดลงสู่ผืนดิน

"พวกเจ้าเตรียมตัวกันให้พร้อม เปิ่นหวางจะสร้างเมืองที่นี่ เจ้าไปบอกเรื่องนี้กับชาวบ้านที่เหลือด้วย"

"พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง" แม้นเขาจะมิมั่นใจเลยแม้นแต่น้อยว่าจะทำมันได้ แต่เขาก็จะพยายามด้วยกำลังทั้งหมดที่เขามี

"ท่านอ๋องระวังพ่ะย่ะค่ะ"

"ฮี้ ฮี้" เสียงอาชาที่เขากำลังนั่งอยู่เริ่มที่จะพยศควบคุมไม่อยู่ มันออกวิ่งทั้ง ๆ ที่เขามิได้สั่ง ด้วยความเร็วของม้าศึกทำให้ทหารใต้บังคับของเขาตามมามิทัน อยู่ ๆ ก็เกิดพายุลมแรง ฝนตกกระหน่ำ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีเค้าลางว่าจะมีพายุมาก่อน ดินแดนแห้งแล้งแห่งนี้อยู่ดีดีก็เกิดพายุได้อย่างไรกัน ควันโขมงตรงหน้าเขาทำให้มองไม่เห็นสิ่งใดแม้นกระทั่งเส้นทางข้างหน้า

ตุบ

และทุกอย่างก็หยุดลงราวกับว่าไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นเลย มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น อย่างเดียวจริง ๆ คือเสียงราวกับมีของตกลงมากรัทบกับร่างของเขา และสิ่งนั้นก็คือสตรีในอ้อมกอดของเขา เขาจ้องมองนางด้วยความแปลกใจ

"นี่เจ้ามาจากไหนกัน" ผลตกขนาดนี้เหตุใดเสื้อผ้าเจ้าถึงได้ไม่เปียกน้ำล่ะ หรือเจ้าเป็นปีศาจกัน คำถามมากมายเต็มหัวของเขาไปหมด แต่ไม่ว่าจะพยายามเรียกนางเท่าใด นางก็ไม่ตื่นมาตอบคำถามเขาเสียหรือ หรือบางทีนางอาจจะติดโรคระบาดมาก็เป็นได้ เขาคงต้องพานางกลับไปรักษาที่วังก่อนเสียแล้ว ใบหน้าน่ารักไม่เหมือนผู้ใด ยามได้มองแล้วทำให้หัวใจสงบอย่างบอกไม่ถูก น่าแปลกเหลือเกิน

"เฮ้อ น่าจะตกนานกว่านี้สักหน่อย ชาวเมืองจะได้ปลูกข้าวได้" เขาได้แต่ถอนหายใจขณะที่กำลังควบอาชาตัวโปรดกลับ

"ฉ่า"

"เฮ้ย" เขาตกใจที่อยูดีดี ฝนก็ตกลงมาอีกแล้ว เฮ้อ เอาเถิด ตกก็ดีแล้ว เขาได้แต่เร่งฝีเท้าควบอาชาโดยมีสตรีนางหนึ่งกลับมาด้วย สตรีที่มิรู้ว่ามาได้ยังไง เป็นบุตรสาวบ้านใด ป่านนี้ที่บ้านของนางคงร้อนใจแย่แล้วกระมัง ดูจากชุดที่นางใส่ก็น่าจะมีราคาอยู่ไม่น้อย แบบนี้คงไม่ใช่นางถูกใครจับตัวมาหรอกนะ

"ท่านอ๋องปลอดภัยดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ" ระหว่างทางเขาเจอทหารใต้บังคับพอดี

"เปิ่นหวางไม่เป็นไร ฝนตกหนักแล้ว พวกเรารีบกลับกันเถิด"

"พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องนำไปก่อนพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะคุ้มกันให้"

"อืม " เขามิได้สนใจสายตาสงสัยใคร่รู้ของทหารใต้บังคับและไม่คิดจะอธิบายเรื่องสตรีที่ตนพากลับมาด้วย จะให้เขาบอกว่านางเป็นใครได้เล่า ในเมื่อเขาเองยังมิรู้เลย

เช้าวันต่อมาข่าวลือต่างแพร่สะพัดไปทั้งคังโจว ว่าจิ้งอ๋องจะสร้างเมืองที่นี่ สร้างความตื้นตันให้ชาวเมืองจนมิอาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ จิ้งอ๋องมาเหยียบดินแดนอันแห้งแล้งนี่เพียงวันเดียว ก็สามารถทำให้ฝนตกกระหน่ำจนเกิดน้ำขังได้ เช่นนี้แล้วคังโจวจะต้องอุดมสมบูรณ์ได้เช่นในอดีตอย่างแน่นอน ซากศพมากมายถูกนำไปฝัง เพื่อป้องกันมิให้โรคระบาดได้อีก ท่านอ๋องยังมีน้ำพระทัยสั่งให้หมอประจำค่ายทหารออกตรวจอาการของชาวเมืองและจัดยาให้ตามอาการ

จะกล่าวว่าจิ้งอ๋องคือเทพมาโปรดชาวเมืองเช่นพวกเขาก็ว่าได้ หากมีจิ้งอ๋องอยู่ที่นี่แน่นอนว่าพวกเขาย่อมมีความหวังที่จะใช้ชีวิตต่อ ในเมื่อสวรรค์ส่งบุรุษที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตามาช่วยเหลือพวกเขาแล้ว มีหรือที่พวกเขาจะไม่ยินดี

หลังจากรักษาโรคให้ชาวบ้านแล้วท่านอ๋องยังสั่งให้ทหารช่วยกันซ่อมแซมบ้านเรือนที่ผุพังให้กลับมาอาศัยได้อีก พวกเขาซาบซึ้งในน้ำพระทัยของท่านอ๋องจนอยากพบพระพักตร์จิ้งอ๋องสักครั้งในชีวิต แต่จะทำเช่นไรได้ในเมื่อวังหนานชิง มิใช่สถานที่สำหรับคนนอกเข้าไป ที่นั่นลึกลับและน่ากลัว เห็นว่าเป็นสถานที่ฮองเฮาพระองค์ก่อนทรงสิ้นพระชนม์ จิ้งอ๋องต้องมาพำนักอยู่ที่นี่พระองค์คงปวดใจไม่น้อยเลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 158 ครั้ง

53 ความคิดเห็น

  1. #4 Phasuk Nyffenegger (@bofano) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 18:31

    น่าติดตามมากคะ
    #4
    0