หม่ามู่ฟาง เทพธิดาตกสวรรค์

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 ข้าหิว....กินท่านได้หรือไม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1736
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 161 ครั้ง
    7 มิ.ย. 62

-ตอนที่ 2-

-ข้าหิว...กินท่านได้หรือไม่-


7 วัน ผ่านไป.....

เมืองคังโจวที่เคยแห้งแล้งบัดนี้กลับมีฝนตกหนักจนแทบจะเกิดน้ำท่วมเมือง ฝนตกทั้ง ๆ ที่ไม่มีเค้าเมฆมาก่อนเลย ราวกับสายฝนที่กระหน่ำลงมาเพราะสวรรค์รับรู้ว่าชาวเมืองเดือดร้อน แผ่นดินที่เคยแตกระแหง บัดนี้กลับเริ่มมีต้นไม้ขึ้นเขียวชอุ่ม จนน่าแปลกใจ แต่สาเหตุของการเกิดฝนครั้งนี้ใครเล่าจะรู้ว่าต้นเหตุทั้งหมดมาจาก สตรีเพียงคนเดียว ซึ่งตอนนี้กำลังพำนักในวังหนานชิง สตรีผู้นั้นโผล่มาราวกับร่วงลงมาจากสวรรค์ แต่น่าเสียดายที่จนถึงบัดนี้สตรีนางนั้นก็ยังมิฟื้นขึ้นมา

"โอ๊ย ปวดหัว" อ่า เจ็บไปทั้งตัวเลย องค์เง็กเซียนมิน่าพระทัยร้ายกับนางถึงเพียงนี้เลย ถีบมาได้อย่างไรนางเป็นสตรีแท้ ๆ กลับมิเบาแรงเลยแม้นแต่น้อย โอ๊ย ยังรู้สึกเหมือนกับกระดูกเคล็ดอยู่เลย ฝ่าพระบาทขององค์เง็กเซียนช่างรุนแรงเกินกว่าที่นางจะคาดเดาได้ ใครจะไปรู้เล่าว่าเพียงแค่นางแอบขโมยชิมผลท้อก็ทำให้องค์เง็กเซียนพิโรธเสียแล้ว หากรู้ว่าเรื่องจะเป็นเช่นนี้นางน่าจะกินให้หมดสวนไปเลย จะได้คุ้มค่าที่ต้องเจ็บตัวหน่อย

"เสียงฝนหรือ" อ่า สงสัยนางจะลืมทำให้ฝนหยุด พอนึกขึ้นได้นางก็ยกนิ้วโป้งและนิ้วชี้ข้าวขวาดีดให้เกิดเสียง จากนั้นฝนที่เคยตกลงมาราวกับฟ้ารั่วก็หายไปราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีฝนตกมาก่อน เหตุการณ์นี้ทำให้ชาวเมืองต่างก็ประหลาดใจ แต่ก็พากันคิดไปว่าเป็นฝีมือของสวรรค์

"หืม แล้วที่นี่ มันที่ไหนกัน" นางมองสำรวจซ้าย ขวา ห้องนอนนี่ไม่เหมือนที่ตำหนักสวรรค์แม้นแต่น้อย แม้นข้าวของเครื่องใช้จะดูมีราคาแต่หาใช่สิ่งของ ๆ ชาวสวรรค์ หรือว่าองค์เง็กเซียนทรงถีบนางมายังตำหนักใดกัน นางได้แต่มึนงง พยายามคิดใคร่ครวญว่าเมื่อตอนนั้น ร่างนางตกลงมาที่ใด แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกเสียที และความสงสัยของนางก็หมดลงเพราะบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังเดินมาถึงตัวของนาง บุรุษที่มีกลิ่นอายของอำนาจ แต่แววตาเศร้าจนน่าสงสาร

"เจ้าพึ่งฟื้นเหตุใดถึงได้รีบลุกขึ้นมานักเล่า" เขาไม่ว่าเปล่า หากแต่ยังยกมือมาทาบทับบนหน้าผากของนางอีก นี่เขาคิดว่าเขาเป็นผู้ใดกันถึงได้กล้ามาแตะเนื้อตัวของนาง นางมีศักดิ์เป็นถึงเทพธิดาเชียวนะ ถึงแม้นจะมีหน้าที่เพียงดูแลสวนพฤกษาสวรรค์แต่ศักดิ์ของนางก็ยังเป็นเทพธิดาอยู่ดี

"บังอาจ" นางใช้มือปัดมือหนาของเขาออก แต่แทนที่เขาจะยอมถอยห่างจากนางเขากลับขยับเข้ามาใกล้นางมากกว่าเดิมเสียอีก

"อยู่นิ่ง ๆ อย่าดื้อกับเปิ่นหวาง" เขาเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาสั่งนาง หรือว่าเขาเป็นเทพชั้นสูงกว่านาง

"ท่านเป็นใคร" ในที่สุดนางก็ควบคุมสติอารมณ์ของตัวเองได้และเอ่ยถามบุรุษตรงหน้าออกไป

"เรียกเปิ่นหวางว่าจื่อหวงก็ได้" เขาเอ่ยบอกนางด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

"ได้ข้าจะเรียกท่านจื่อจื่อหวง แต่ข้าขอถามท่านสักอย่างได้หรือไม่จื่อหวง"

"ได้ เจ้าถามมาเถิด หากข้าทราบข้าจะตอบ"

"ที่นี่คือที่ใดกันหรือ " นางสงสัยเหลือเกินว่านี่เป็นสวรรค์ชั้นใดกัน นางถึงได้ไม่รู้สึกคุ้นเลย

"ที่นี่คือวังหนานชิง เมืองคังโจว" เมืองคังโจวที่นางรู้จักมีเพียงบนโลกมนุษย์เท่านั้นมิใช่หรือ แล้วเหตุใดนางถึงมาอยู่ที่นี่กัน

"วัง? หมายถึงวังที่ฮ่องเต้หรือเชื้อพระวงศ์อยู่กันน่ะหรือ"

"เจ้าเข้าใจถูกแล้ว"นี่นางมาอยู่โลกมนุษย์ได้ยังไง คงไม่ใช่เพราะองค์เง็กเซียนหรอกนะ

"เช่นนั้นท่านคือใคร" เขาคงไม่ใช่ฮ่องเต้หรอกนะ เมื่อครู่นางพึ่งสะบัดมือเขาทิ้งอยู่เลย เขาคงไม่ใจแคบพอที่จะสั่งตัดหอนางหรอกนะ

"เปิ่นหวางเป็นเพียงอ๋องไร้ศักดิ์เท่านั้น" แววตาของเขาดูเศร้ายิ่งนักนางจะยอมปลอบเขาก็ได้

"ถึงท่านจะไร้ศักดิ์อย่างไรแต่ท่านก็ยังคงเป็นอ๋องอยู่ดีมิใช่หรือ อย่าได้คิดมากเลย" นางตีมือลงบนแขนลงเขาเบา ๆ เพื่อปลอบโยน ส่วนเขาเองก็ยกยิ้มอ่อนโยนมาให้

"เจ้ากล่าวเช่นนี้เปิ่นหวางสบายใจขึ้นมากทีเดียว แล้วเจ้าชื่ออะไรหรือ เจ้าหลับไปถึง 7 วัน เปิ่นหวางก็ไม่รู้ว่าจะไปตามญาติของเจ้าได้ที่ไหน จึงให้เจ้าพักรักษาตัวอยู่ที่นี่ไปก่อน" แล้วนางจะบอกว่านางมาจากสวรรค์ได้หรือไม่เล่า เขาจะไม่หาว่านางคือสตรีวิปลาสหรอกหรือ

"ข้าชื่อหม่ามู่ฟาง ส่วนเรื่องอื่น ๆ ข้าเองก็จำมิได้เช่นกัน" เพื่อความสมจริงนางไม่ลืมที่จะยกมือนวดคลึงศีรษะด้วย โอ๊ย ปวดหัว นางปวดหัวเหลือเกิน

"ค่อย ๆ คิด มิต้องรีบก็ได้ เปิ่นหวางเชื่อว่าสักวันเจ้าจะจำได้แน่นอน มิต้องเป็นกังวลไป ระหว่างนี้เจ้าก็อาศัยอยู่ที่นี่ไปก่อนเถิด"

"โครก" แต่อยู่ดีดีเสียงท้องของนางก็ดังขึ้นมาเสียอย่างนั้น

"เจ้าคงหิวแล้ว โปรดรอสักครู่ เปิ่นหวางจะรีบไปสั่งคนยกข้าวต้มเข้ามาให้"

"ไม่ต้อง ข้าไม่หิว"

"โครก" ท้องของนางเหตุใดถึงได้ชอบส่งเสียงน่าอายออกมาเช่นนี้หนอ หรือว่านางอาจจะติดโรคร้ายที่โลกมนุษย์ก็เป็นได้ ตอนอยู่ดินอดนสวรรค์นางเคยหิวที่ไหนกันเล่า แล้วนี่เขาจะมาบอกว่านางหิวเขาคงเข้าใจผิดไปแล้วล่ะ นางไม่เคยหิวมาก่อนเลย

"เจ้าหิวแล้วเชื่อเปิ่นหวางเถิด เ้จาหลับไปหลายวันขนาดนี้ไม่หิวสิแปลก"

"ก็ข้าบอกว่าไม่หิวอย่างไรเล่า"

"โครก โครก" โอ๊ย ท้องบ้านี่ร้องอยู่ได้

"ฮ่า ๆ ๆ เหตุใดเจ้าถึงได้ปากแข็งยิ่งนัก"เขาหัวเราะออกมายิ่งทำให้นางรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"นี่ท่านหัวเราะข้าหรือ"

"เปล่า เปิ่นหวางมิได้หัวเราะเจ้า"

"แล้วท่านหัวเราะใคร"

"เปิ่นหวางเองก็ไม่ทราบเช่นกัน" โกหก เห็นอยู่ว่าตรงนี้มีเพียงแค่นางกับเขาแล้วจะบอกว่าไม่รู้นางจะเชื่อได้หรือ

"โครก" แล้วเสียงท้องร้องของนางก็ทำให้บรรยากาศเงียบงัน จนเป็นนางที่ต้องยอมรับว่าตัวเองคงคิดแล้วจริง ๆ

"เอ่อ บางทีข้าอาจจะหิวจริง ๆ ก็เป็นได้ เช่นนั้น ข้าขอกินท่านรองท้องก่อนได้หรือไม่" นางไม่รู้ว่ามนุษย์เขากินอะไรกันจึงได้ถามออกไปเช่นนั้น ส่วนเขากลับไม่ตอบแต่ใบหน้ามีริ้วแดงฟาดผ่าน

"เอ่อ เปิ่นหวางมิใช่อาหาร คงกินรองท้องมิได้หรอกนะ" อ่า แท้จริงแล้วเขาก็มิใช่อาหารหรอกหรือ น่าเสียดายยิ่งนัก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 161 ครั้ง

53 ความคิดเห็น

  1. #35 kanimimi2 (@kanimimi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 00:18
    นิ้วโป้งกับนิ้วกลางได้มั้ย ลองดีดด้วยนิ้วชี้แล้วไม่ถนัด55555
    #35
    0
  2. #5 Phasuk Nyffenegger (@bofano) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 18:41

    นางเอก55555
    #5
    0
  3. #2 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 12:16

    นางเอกท่าจะโก๊ะ ๆ หน่อยแต่ก็น่ารัก ส่วนท่านอ๋องเป็นคนจิตใจดี อุตส่าห์ช่วยนางเอกแล้วพากลับมาพักในวัง หวังว่านางเอกอยู่โลกมนุษญ์คงจะช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากไม่มากก็น้อย น่ารักค่ะรอลุ้นตอนต่อไป ขอบคุณค่ะ

    #2
    0
  4. #1 Nao Ng Sverige (@NaoNgSverige) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 11:45
    ขอบคุณ​ค่ะ​
    #1
    0