นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

[Hetalia] Hotel (Paring:FrUk)

วันพรุ่งนี้คือวันจัดประชุมโลกที่รวบรวมพวกเราเหล่าจิตวิญญาณแห่งประเทศ รวมถึงฉันผู้เป็นจิตวิญญาณแห่งสหราชอาณาจักรด้วยเช่นกัน และเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าฉันจึงต้องมาพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง

ยอดวิวรวม

33

ยอดวิวเดือนนี้

5

ยอดวิวรวม


33

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  8 เม.ย. 64 / 20:58 น.
นิยาย [Hetalia] Hotel (Paring:FrUk)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

คำเตือน

     Hetalia เป็นเว็บคอมมิคที่แต่งขึ้นโดยคุณฮิมารูยะ ฮิเดคาสึ ซึ่งมีเนื้อหาเสียดสีประวัติศาสตร์

โดยแฟนฟิคเรื่องนี้เราแต่งเพื่อความสนุกของเราเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะว่าร้ายหรือลบหลู่ใครแต่อย่างไร


ตัวละคร

นายเอกของเรา

สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ (อังกฤษ)
ชื่อแบบมนุษย์ อาเธอร์ เคิร์กแลนด์
(เรื่องนี้ไรท์จะใช้มุมมองอังกฤษเป็นหลักนะคะ-)



สาธารณรัฐฝรั่งเศส
ชื่อแบบมนุษย์ ฟรานซิส บอนเนฟอย

(และอาจมีตัวละครในเรื่องคนอื่นๆที่ถูกกล่าวถึงด้วยนะ-)

ฟิคนี้เป็น1-Day miracle ต้อนรับวันลงนามความตกลงฉันทไมตรี
ระหว่างสหราชอาณาจักรกับสาธารณรัฐฝรั่งเศส(entente cordiale) ค่าาา
คือเราขอสารภาพว่าฟิคนี้เกิดจากความเวิ่นตอนที่เราเห็นรูปที่เพื่อนแชร์มาค่ะ
เลยมานั่งปั่นทั้งวันเลย-
เราอาจจะแต่งมั่วๆหน่อยนิดนึงนะ เพราะแทบไม่ได้ไปอ่านฟิคคู่นี้เลย

รูปปก:ไรท์วาดเองจ้า

รูปแนะนำตัวละคร ทวิตเตอร์อฟช.เลยค่ะ

แต่งเสร็จ 8/4/64

อัปเดต 13/4/64 ไรท์แวะมาอัปรูปปกใหม่ค่าา วาดเสร็จแล้ววว

เนื้อเรื่อง อัปเดต 8 เม.ย. 64 / 20:58


Hotel

Paring : FrUk (ฝรั่งเศสxอังกฤษ)

เรท ทั่วไป(มั้ง-)

 

ในวันพรุ่งนี้คือวันจัดการประชุมโลกที่รวบรวมพวกเราเหล่าจิตวิญญาณแห่งประเทศจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศผู้เป็นมหาอำนาจอย่างอเมริกา รัสเซียหรือจีน ไปจนถึงประเทศเล็กๆที่มีความสัมพันธ์กับการเครื่องไหวของเศรษฐกิจโลก แน่นอนว่าต้องรวมถึงฉัน ผู้เป็นจิตวิญญาณแห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ ที่ได้รับเกียรติเชิญให้มาเข้าร่วมการประชุมครั้งด้วยเช่นกัน

 

และเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากเนื่องจากการเดินทางที่ยาวนาน ทางประเทศเจ้าภาพจึงเตรียมห้องพักให้พวกเราได้เข้ามาพักผ่อนหย่อนใจไว้ภายในโรงแรมที่ไม่ไกลจากสถานที่จัดการประชุม  แน่นอนว่าฉันเองก็ต้องเข้ามาพักภายในโรงแรมนี้ตามคำสั่งของหัวหน้าด้วยเช่นกัน

 

“คุณอาเธอร์ เคิร์กแลนด์ ห้องพักของคุณคือห้อง423 ท่านสามารถขึ้นไปยังห้องพักที่ชั้น4ได้จากทางลิฟต์ตัวกลางเลยค่ะ”

“Thank you”

 

หลังจากกล่าวขอบคุณพนักงานที่หน้าเคาน์เตอร์แล้วฉันจึงค่อยๆเดินลากกระเป๋าเดินทางใบโตเข้าไปภายในลิฟต์ตัวกลางตามที่คุณพนักงานต้อนรับแนะนำและเอื้อมมือไปกดเลขชั้นของห้องพักและยืนรอให้ประตูลิฟต์ปิดลงอยู่นิ่งๆ

 

ขณะที่ประตูลิฟต์ค่อยๆเลื่อนปิดลงจนเกือบสนิท มันก็ได้ชะงักและค่อยๆเปิดออกเพราะมีบุคคลภายนอกได้วิ่งเข้ามากดปุ่มไว้จากภายนอกพอดี 

 

ชายคนนั้นคือชายเคราแพะผู้มีผมบลอนด์ลอนสยายลงมาจนถึงช่วงต้นคอสีเนื้อเนียนที่ถูกห่อหุ้มอยู่ใต้ชุดสูทสีน้ำเงินเข้มดูสะดุดตา การแต่งตัวแบบนี้ก็ดูใช้ได้สมกับเป็นจิตวิญญาณแห่งประเทศที่ขึ้นชื่อด้านเซ้นส์เรื่องแฟชั่นแล้วนั่นแหละ

 

แต่ยังไงฉันก็ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องของหมอนี่มากอยู่แล้วนี่นา

 

“คิดว่าจะไม่ทันแล้วซะอีก”

 

เขายกมือปาดเหงื่อที่ไหล่ออกมาข้างใบหน้าเรียวเบาๆอะไรของหมอนี่กัน กะอีแค่ขึ้นห้องพักก็รอไปเที่ยวหน้าก็ได้ ทำไมต้องเหนื่อยวิ่งมาให้เหงื่อออกเล่นอย่างนี้ด้วยล่ะ เป็นพวกมีความสุขเวลาทำงานเสียเหงื่อเล่นหรือไง

 

“คุณพี่ไม่นึกเลยนะว่าจะได้มาเจอคุณน้องที่นี่”

 

ดวงตาเรียวของชายตรงหน้าเหล่มองมายังตัวฉันพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆภายในลำคอ ไม่ว่าเมื่อไหร่รอยยิ้มที่ดูอย่างกับคนหลงตัวเองนั่นน่ะ ก็ดูน่ารังเกียจที่สุดเลยจริงๆ

 

“ฉันก็ไม่นึกว่าจะต้องมาเจอแกเหมือนกัน”

 เมื่อเห็นดังนั้นฉันจึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูไม่พอใจเท่าไหร่นักจึงทำให้บรรยากาศภายในกล่องสี่เหลี่ยมเหล็กนี้เต็มไปด้วยความอึดอัดแม้จะเพิ่งผ่านไปแค่ช่วงเวลาสั้นๆ จนกระทั่งลิฟต์จอดลงตรงชั้น4 ซึ่งเป็นชั้นที่ฉันพักอยู่ ฉันจึงลากกระเป๋าเดินทางออกจากบรรยากาศที่อึดอัดนี้ได้เสียที

 

แต่ทว่าเสียงฝีเท้าจากรองเท้าหนังของคนด้านหลังเดินตามออกมาด้วยเช่นกัน…

 

ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งฉันเดินไปตามทางเดินมากเท่าไหร่ เสียงฝีเท้าของผู้ที่ตามอยู่ด้านหลังก็ยังคงเดินตามมาเรื่อย ๆตามระเบียงทางเดินทอดยาวสุดลูกหูลูกตาโดยไม่มีท่าทีจะหยุดยั้ง ฉันจึงพยายามเก็บความเยือกเย็นทั้งหมดเพื่อหันหลังกลับมาบอกชายที่เดินตามหลังอยู่ไป

 

“เลิกตามมาซะทีได้มั้ย?”

 

ร่างของเขาชะงักไปซักพักก่อนที่น้ำเสียงสำเนียงฝรั่งเศสจากปากของเขาจะตอบฉันกลับมา

 

“ก็ห้องพักคุณพี่อยู่ทางนี้นี่นา คุณน้องนั่นแหละที่เดินช้าเอง”

‘ทำไมถึงต้องมาเจอเรื่องน่าปวดหัวตั้งแต่ตอนนี้ด้วยนะ’

 

ฉันกำหมัดแน่นพร้อมพร่ำบอกตัวเองให้สงบอารมณ์ใจเย็นไว้ ไม่ต้องไปใส่ใจกับคำพูดของไอกบบ้านี่ก็ได้แท้ๆ ยังไงไอหมอนี่มันก็บ้าอยู่แล้ว จะสนใจคนบ้าไปทำไมกัน

 

“คุณน้องเป็นอะไรรึเปล่า เห็นสีหน้าไม่ค่อยดีตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ?”

 

เขากล่าวทักพร้อมกับยื่นมือเข้ามาตรงหน้าผากเหมือนกับตั้งใจจะช่วยลองวัดไข้ให้ 

แต่ฉันก็รีบปัดมือของเขาทิ้งโดยไม่ยัยดี

 

“ไม่ต้องมายุ่งน่า”

 

ฉันกล่าวปัดไปด้วยความรำคาญก่อนจะรีบเปิดประตูเข้าไปยังห้องพักของตัวเอง

 

‘จะได้พักอย่างสงบซักที…’

 

ฉันคิดในใจก่อนจะเปิดประตูเข้าไปภายในห้องพักและถอดรองเท้าไว้บนชั้นวางรองเท้าพร้อมถอดเสื้อผ้าหนาๆแขวนไว้บนที่แขวนสูท

 

ถุงเท้าสีขาวค่อยๆก้าวเข้าไปบนพรมสีแดงชาต ห้องพักที่ฉันพักอยู่ก็คือห้องพักธรรมดาๆ มีเครื่องเรือนทั้งหมดครบครันให้สามารถเลือก ไม่ว่าจะเป็นทีวีจอแบน,กาน้ำชา,ครบครันยันตู้เซฟและไดร์เป่าผม

 

ฉันใช้เวลาไม่นานในการดื่มด่ำบรรยากาศอันเงียบสงบภายในห้องพัก ก่อนจะลุกขึ้นเปิดกระเป๋าเตรียมจัดงานเอกสารและของที่จะต้องใช้ในวันรุ่งขึ้นเพื่อตรวจเช็คความเรียบร้อยและจัดวางให้สามารถหยิบได้สะดวก แน่นอนว่าคนเป็นผู้ดีก็ต้องรู้จักการเตรียมพร้อมล่วงหน้าเพื่อไม่ให้ไปสายกว่าเวลาเหมือนพวกไม่ได้เรื่องบางคนด้วยล่ะนะ

 

“แค่นี้ก็เรียบร้อย….”

 

หลังจากที่จัดของทุกสิ่งเสร็จรวมถึงแขวนเสื้อสูทเตรียมไว้สำหรับการประชุมพรุ่งนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วฉันจึงเดินลองตรวจเช็คความเรียบร้องภายในห้องอีกครั้ง

 

แต่ในอีกไม่กี่อึดใจ...ฉันก็รู้สึกมึนหัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

 

“... อะไรกันเนี่ย?”

 

ร่างกายจากที่เดินไปรอบๆห้องอย่างคล่องแคล่ว เริ่มเดินโซเซพร้อมกับความรู้สึกคลื่นไส้เหมือนกับมีผีเสื้อบินวนไปมาอยู่ในท้อง

 

แล้วเท้าเจ้ากรรมก็เผลอเดินเข้าไปสะดุดกับกระเป๋าที่วางอยู่ข้างเตียงจนร่างของฉันล้มลง แต่ยังโชคดีที่ฉันล้มลงบนเตียงขนาดคิงไซส์พอดีเลยทำให้ไม่รู้สึกเจ็บมากล่ะนะ

 

สติสัมปชัญญะที่มีค่อยๆเลือนลางลงไปทีละนิดละน้อยพร้อมกับลมหายใจที่ค่อยๆแผ่วเบาลงตามกาลเวลา

 

แต่ก่อนที่สติจะจางดับวูบไป ฉันก็นึกบางสิ่งออก

 

สิ่งที่สำคัญสำหรับฉัน...

 

“จริงด้วยสิ…”

 

 

“ฉันน่ะ…”

 

 

 

 

“ยังไม่ได้...”

 

 

….

 

 

……...

 

 

……………

 

 

“….จิบชาเลยนี่นา”

————————————————————————————————————————

 

‘ก๊อก ก๊อก’

 

เสียงเคาะประตูจากภายนอกห้องพักปลุกฉันให้ตื่นจากพวังการหลับไหลอันยาวนาน 

 

ฉันค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นด้วยความสะลึมสะลือก่อนจะมองไปรอบๆกาย ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าตัวฉันเผลอสลบไปนานแค่ไหนแต่พอมองไปยังท้องฟ้าภายนอกหน้าต่างก็เห็นได้ชัดว่ามันเป็นเวลาค่ำไปเสียแล้วจึงสามารถอนุมานได้ทันทีว่าฉันคงไม่ได้หลับไปเพียงแค่ชั่วโมงแน่ ๆ

แขนทั้งสองข้างค่อยๆดันร่างกายที่หนักอึ้งขึ้นจากเตียง ลุกขึ้นไปจับผนังประคองตัวเองให้เดินมุ่งตรงไปยังประตูที่มีแขกมาหา

 

“ใคร?”

เมื่อมาถึงเสียงที่แผ่วเบาปนแหบเล็กน้อยจึงกล่าวถามบุคคลตรงด้านนอกห้องไปด้วยความรู้สึกสงสัย

 

“Angleterre! คุณพี่เอง! เปิดประตูให้หน่อยสิ”

อา..คำเรียกแทนตัวเองแบบนั้น ไม่ผิดตัวแน่นอน

 

“มีธุระอะไร?”

ฉันเค้นน้ำเสียงตอบกลับไปพร้อมกับค่อยๆก้มลงปลดกลอนล็อกประตูให้อีกฝ่าย

 

“พอดีว่าห้องคุณพี่น้ำไม่ไหล ขอมาอาบน้ำห้องคุณน้องได้รึเปล่า?”

 

“แล้วทำไมไม่ไปขอห้องข้างๆ จะด้นมาขอถึงห้องฉันทำไม”

 

“แต่ห้องคุณน้องคือห้องที่ใกล้ห้องคุณพี่ที่สุดนะ”

 

“เหรอ?”

 

ฉันค่อยๆขยับตัวหลบให้เขาเดินเข้าไปภายในห้องได้สะดวก แต่แล้วตาของฉันก็ได้เบิกโพลงขึ้นเมื่อเห็นสภาพร่างที่เดินเข้ามาภายในห้องของฉัน เมื่อคิดได้ฉันรีบพูดทักเตือนอีกฝ่ายไปทันที

 

“ทำไมถึงไม่รู้จักใส่เสื้อผ้าให้ดีห๊ะ!”

 

“ก็คุณพี่มาอาบน้ำนี่นา แล้วจะใส่เสื้อมาทำไมกัน?”

 

ถึงแกไม่เกรงใจฉันก็เกรงใจนักอ่านที่ต้องใช้จินตนาการนึกถึงหุ่นลุงแก่โรคจิตอย่างแกด้วยสิเฟ้ย!

 

“เห้อ...ในตู้มีชุดคลุมอาบน้ำของห้องฉันอยู่...พอดีฉันยังไม่ได้หยิบมาใช้จะใช้ไปก่อนก็ได้”

 

“Oui!”

 

ฉันมองตามร่างเปลือยที่เข้าไปภายในห้องน้ำโรงแรมด้วยความฉงนใจเล็กน้อย อะไรของไอบ้านั่นนะ..

 

‘จะว่าไป ตั้งแต่หลับไปฉันก็ยังไม่ได้จิบชาเลยนี่นา? ตอนนี้มันกี่โมงแล้ว จะถึงเวลาจิบชาของฉันรึยังนะ?’

 

ฉันคิดพลางเดินไปหยิบใบชาแห้งที่พกมาในกระเป๋าเดินทางด้วยเพราะเป็นของจำเป็นและเดินไปเตรียมน้ำร้อนใส่กาน้ำ

 

การชงชาอันประณีตคือสมบัติล้ำค่าของการเป็นผู้ดี ทั้งรสชาติและกลิ่นของชาอันหอมกรุ่นก็ล้วนถูกขับออกมาด้วยฝีมือของผู้ชงเสียทั้งนั้น ถ้าคิดจะชงแบบขอไปทีก็คงไม่สามารถรับรู้รสชาติที่แท้จริงของชาถ้วยนี้ได้หรอก

เมื่อทำตามขั้นตอนการชงชาเสร็จแล้วฉันจึงค่อยๆยกกาน้ำชาเทลงใส่แก้วที่วางเตรียมไว้….

แต่ว่าทันทีที่ยกกาน้ำชาขึ้นมันก็เผลอหลุดมือของฉันจนร่วงหล่นลงมาตามแรงโน้มถ่วงอย่างรวดเร็ว

 

 

 

“Mon dieu..เกือบไปแล้ว”

 

เสียงของผู้มาเยือนดังขึ้นก่อนฉันจะได้เห็นว่ากาน้ำชานั่นถูกมือเนียนของอีกฝ่ายรับเอาไว้ได้อย่างพอดิบพอดี

 

“ไม่ไหวก็บอกตรงๆว่าไม่ไหว ทำตัวฝืนตัวเองอยู่ได้”

“อย่ามาดูถูกสหราชอาณาจักรอย่างฉันนะ!”

 

สายตาคมกริบมองเชือดเฉือนมองตรงไปยังชายผมลอนด้วยความไม่พอใจ จนทำให้คนที่เพิ่งทำคุณความดีไปต้องถึงกับยกมือแปะหน้าผากส่ายหน้าเลยทีเดียว

 

“คุณพี่ก็ไม่ได้ดูถูกซะหน่อย”

 

น้ำเสียงของเขาฟังดูจะปนความเสียใจอยู่เล็กน้อย ในระหว่างที่เขาวางร่างของฉันลงบนเตียงนอนและจะลุกขึ้นเดินไปชงชาต่อให้แทน ฉันก็รู้สึกเหมือนจะได้ยินคำกระซิบเสียงเบาๆขึ้นตรงข้างใบหู

 

‘คุณพี่เป็นห่วงคุณน้องต่างหาก...’

 

“เป็นห่วง?”

“ไม่มีอะไรให้ห่วงแท้ๆ”

 

ดวงเนตรสีมรกตมองตรงไปยังชายตรงหน้าที่ส่งรอยยิ้มบางๆตอบกลับมาให้ฉัน

 

มันตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วที่รู้สึกว่ารอยยิ้มของหมอนี่กลายเป็นสิ่งที่ฉันเกลียดไป..แต่พอได้มองจากตรงนี้จู่ ๆก็รู้สึกว่ามันดูช่างอ่อนโยนและให้ความรู้สึกอบอุ่นเสียเหลือเกิน เหมือนกับเมื่อในครั้งอดีตที่เรายังไม่ได้หาเรื่องทะเลาะกันเลยแฮะ..

 

——————————————————————————————————————————

 

“จะอยู่แบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ล่ะ? อาเธอร์”

 

แน่นอนว่าชื่อที่พวกเขาใช้เรียกกัน คือการจงใจสื่อถึงว่าเขาหมายถึงอีกฝ่ายโดยตรง  เพราะตามปกติแล้วพวกเรามักจะเรียกกันด้วยชื่อประเทศซะมากกว่า การเรียกชื่อที่เราใช้กับมนุษย์แบบนี้ส่วนใหญ่แล้วก็จะใช้กันแค่ภายในครอบครัวหรือว่าคนที่รู้สึกว่าสนิทนั่นแหละ

และสำหรับหมอนี่ก็คงเป็นกรณีที่2…

 

“หุบปากไปแล้วอยู่นิ่งๆไปเถอะ”

 

ฉันตอบและซุกตัวอยู่ภายในวงอ้อมแขนของเขาลึกขึ้น

 

บัดนี้ร่างของชายทั้งสองที่นั่งร่วมเตียงเดียวกันต่างอยู่ในอ้อมแขนของกันและกันราวกับว่ากำลังแสวงหาถึงความอบอุ่นจากร่างกายของฝ่ายตรงข้าม

 

“นานๆทีจะทำตัวปากตรงกับใจบ้างก็ได้แท้ๆ”

 

น้ำเสียงของเขาแสดงออกถึงความเหนื่อยใจในขณะที่ค่อยๆล้มตัวลงนอนบนเตียงและดึงร่างของฉันให้ลงมานอนด้วย

 

“หึ...ส่วนนายก็ยังปากมากน่ารำคาญไม่เปลี่ยน...”

 

ฉันจะยอมให้นายครั้งนี้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละ..เพราะงั้นก็กอดฉันไว้ให้แน่นด้วยแล้วกัน เจ้ากบบ้า..

 

อาจจะเป็นเพียงแค่ช่วงสั้นๆแต่ฉันก็เผลอมีความคิดชั่ววูบนึงนึงผุดขึ้นมาในสมองซะได้

 

‘ถ้าตอนเช้าไม่มาถึงก็ดีสิ...’

 

———————————————————————————————————————————————

 

[แถม?]

“สายแล้วๆ เผลอนอนตื่นสายซะได้~”

 

เสียงของชายผู้หนึ่งเดินออกมาจากห้องพักด้วยท่าทีที่ดูจะสบายๆไม่ได้ทุกข์ร้อนใจอะไรแม้แต่นิด

 

“หาวยังง่วงอยู่เลย เดินมาจากห้องไกลแล้วด้วยสิ ขี้เกียจกลับไปจังเลย”

 

‘แกร๊ก-‘

 

“ห้องนี้ไม่ล็อคแฮะ! ขอล้างหน้าหน่อยแล้วกัน? แค่แป๊บนึงคงไม่เสียหายหรอกน้า”

 

เท้าที่ใส่รองเท้าสีดำก้าวมุ่งตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ภายในห้องทันทีก่อนจะรีบเปิดก๊อกน้ำหน้ากระจกเพื่อกวักน้ำด้วยมือทั้งสองข้างเข้ามาล้างหน้าตน

 

“สดชื่นขึ้นเยอะเลย! ”

 

ว่าแล้วร่างของชายในชุดสูทก็เดินออกไปจากห้องและเหล่สายตาลองมองดูเลขห้องของคนที่ตนคงต้องไปขอบคุณหลังจากการประชุมเสร็จ

 

“424เหรอ? ห้องใครหว่า?”

 

ไว้เขาค่อยไปถามคนที่เคาท์เตอร์ก็ได้มั้ง? ตอนนี้ยังไงก็ไปประชุมก่อนดีกว่า

 ———————————————————————————————————————————————

พจนานุกรม(??)

Angleterre (อ่านประมาณ อองเกลแตร์ มั้ง)– เป็นคำว่าอังกฤษของภาษาฝรั่งเศส

Oui – แปลว่า ‘ใช่’ จ้า

Mon dieu – เป็นคำประมาณแปลว่า โอ้พระเจ้า อะไรแบบนี้

ผลงานอื่นๆ ของ Mysterygirl666

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 เมษายน 2564 / 15:03

    อ๊ากในที่สุดก็หาฟิค Fr x Uk ชอบคู่นี้มาก ขอบคุณที่ไรท์แต่งค่ะ คู่นี้โคตรแรร์ไอเทม


    ปล. รูปปกวาดสวยมากค่ะ อยากให้ไรท์แต่งเกี่ยวกับคู่นี้อีกจัง เรื่องสั้นก็ได้ จะรอน้าาาา สู้ ๆ

    #1
    0