คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #2 : มาลีน
"ฉันชอบนาย" เสียงมั่นคงไม่สั่นไหวดังขึ้น ในสวนสาธารณะ ตอนกลางคืนแสงไฟที่สาดส่องมายังร่างของชายหนุ่มและหญิงสาว พอดิบพอดีราวกับสปอตไลท์
"โทษทีนะ ฉันไม่ได้ชอบเธอ" ชายหนุ่มตอบอย่างไร้เยื่อใย ปล่อยให้เธอยิ้มค้างอยู่กับที่ ก่อนที่เธอจะถามออกมา
" แล้วที่ผ่านมาล่ะ ที่นายเอาใจใส่ฉัน คอยเป็นห่วง ให้ความหวังกันแบบนั้นคืออะไร" ความรู้สึกหน่วงจิตใจเข้ามาโจมตีกะทันหัน เขาหันหลังให้เธอก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเย็นชา
"ฉันก็ทำแบบนั้นกับผู้หญิงทุกคนนั่นแหละ เธอคิดไปเองต่างหาก"
" อะ..อะไรนะ?" น้ำเสียงที่เริ่มสั่นและเท้าที่เริ่มก้าวถอยหลังทีละน้อยอย่างรับไม่ได้
" อีกอย่างถ้ายังอยากเป็นเพื่อนกันอยู่ เธอตัดใจซะเถอะ ลืมฉันเถอะก่อนที่เราจะมองหน้ากันไม่ติด" เขายังคงหันหลังให้กับเธออย่างเย็นชา
" เป็นเพราะแฟนเก่าคนนั้นหรอ ที่ทำให้นายเปิดใจให้คนอื่นไม่ได้ ให้โอกาสฉันไม่ได้หรอ" เธอพยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่นถามเขาไปทั้งๆที่ตัวเองก็รู้คำตอบ
"ไม่ ไม่เกี่ยวกับแฟนเก่าฉันหรอกน่า"
"งั้น..เพราะอะไรหรอ?"
"อย่ามาถามเซ้าซี้ คิดว่าฉันไม่รู้หรอว่าเธอคิดกับดารินยังไง"
" เหอะ! เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกันซักหน่อย อย่ามานอกเรื่องหน่อยเลย"เธอแค่นหัวเราะที่เขาพยายามเอาเรื่องที่เพิ่งผ่านมาไม่นานมาพูดอีก
"เธออิจฉาดารินหรอ 'มาลีน' "
"...."
"เธอก็รู้ดี ว่าจริงๆแล้วฉันชอบใคร ส่วนเรื่องความรู้สึกของเธอ เธออาจจะหลอกตัวเองอยู่ก็ได้" เขาพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกไปอย่างไร้เยื่อใย ปล่อยให้มาลีนยืนค้างกับสิ่งที่เขาพูด
ไม่ได้หลอกตัวเองซักหน่อย เรื่องที่ชอบนายน่ะ
อิจฉาดารินงั้นหรอ...อาจจะจริงที่ฉันเข้าหาเธอ เพราะจะทำให้ฉันเป็นที่สนใจไปด้วย ไม่ได้จริงใจกับเธอตั้งแต่แรกทั้งๆที่ดารินสนิทใจกับฉันมาก เธอร้องไห้หนักมากตอนที่รู้ว่าฉันคิดยังไงกับเธอ แต่แล้วไง เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว มันจบแล้ว
น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาท่ามกลางในฤดูหนาวของเมือง ที่เจ็บใจที่สุดคงไม่พ้นเรื่องที่เขามองความรู้สึกของฉันเป็นของปลอม ชักจะดูถูกกันเกินไปแล้วนะ
เต๊ง เต๊ง เต๊ง!... เสียงนาฬิกาจากหอบอกบอกเวลาเที่ยงคืน เอาล่ะ ยังไงซะฉันก็เหมือนจะตัวคนเดียวตั้งแต่แรก ถึงอายุจะไม่ถึงแต่ดีที่ใช้บัตรประชาชนปลอมแอบซื้อมาได้ ฉันหันไปคว้ากระเป๋าที่มีกระป๋องเหล้าอยู่ในนั้นออกมาก่อนจะแกะดื่มรวดเดียว รสชาติฝาดขมปนหวานลงคอไปอย่างง่ายดาย ขอบตายังคงปริ่มน้ำอยู่ตลอดเวลา ก่อนจะขยำกระป๋องเปล่าๆลงถังขยะข้างๆ ด้วยวัยที่ยังเด็กและท้องที่ยังคงว่าง ทำให้ฉันมึนได้อย่างง่ายดาย
ในตอนที่เริ่มจะล้ม ฉันดึงสติตัวเองก่อนจะลากตัวเองไปทางถนนใหญ่อีกฝั่งหนึ่งของสวนสาธารณะเพื่อจะบอกแท็กซี่กลับบ้านเช่า ครอบครัวของฉันอยู่ชนบท แต่ฉันดันเรียนดีจึงสอบชิงทุนเข้ามาได้พอดี ต้องคอยทำงานพาร์ทไทม์โดยที่ไม่ให้เพื่อนที่โรงเรียนรู้ หึ! ขืนรู้เข้าคงอยู่ได้ไม่พ้นเทอมนี้แน่
ขาเริ่มชาเพราะความเย็นผิดปกติ อึก! ทำไมหนาวแบบนี้เนี่ย ไหนบอกว่าเหล้าจะทำให้ร้อนวะ! ฉันเดอนมาเรื่อยๆจนคิดว่าถึงทางม้าลายแล้ว ไฟเขียวเป็นสัณญาณให้คนข้ามเด้งขึ้นฉันจึงรีบเดินไปฝั่งตรงข้ามทันที
ปิ๊น ปิ๊น !!!!!!
"อีหนู รถๆๆๆ!!!!! "
" ระวัง!!"
"กรี๊ดดด!!!"
โครม!!!
อะไรกันเนี่ย เสียงรอบข้างทำไมมันอื้ออึงขนาดนี้ ดวงตาของฉันพร่ามัวขึ้นกะทันหันโลกเอียงอย่างรู้สึกได้ วินาทีนั้นศรีษะกลับปวดขึ้นทันที เจ็บจนเจียนตาย ฉันโดนรถชน...
.......หมอกสีขาวท่วมถนนอย่างรวดเร็ว ฉันรู้สึกเหมือนร่างกายเบาขึ้น ไม่เจ็บปวดอีกแล้ว วิญญาณของฉันหลุดลอยออกมา ร่างของฉันที่โดนรถชนจนแทบมองไม่ออกว่ามีหน้าตาเป็นยังไง ผู้คนรอบข้างแทบจะเป็นลมคว่ำ แล้วฉันจะทำยังไงต่อล่ะ แม้แต่วิญญาณยังไม่มีใครต้องการเลย ทำไงดีล่ะ อยากจะร้องไห้ แต่กลับไม่มีน้ำตา...
"........นางสาว มาลีน หิรัญกุล อายุ 17 ปี ตายด้วยอุบัติเหตุ เราจะมานำทางเจ้าไปยังยมโลกเพื่อตัดสินความ"
นี่หรอยมทูตฉันไม่ต้องหลงทางแล้วสินะ ถึฝจะอยากตกใจก็เถอะแต่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องจากร่นี้ไป ร่างหล่อเหลาสวมชุดสูทสีดำสนิทสองคนเดินออกมาจากหมอกสีขาว ก่อนจะ เปิดทางไปยังยมโลก
ที่เจ็บใจที่สุด คงเป็นฉันได้ตายไปโดยที่ยังไม่ทันได้บอกลาใครเลย..
"เดี๋ยว!! แฮ่กๆ พวกเจ้ายมทูต มาลีน่าบอกแล้วไง ว่ารอด้วย" จู่ๆร่างของ..นางฟ้า นั่นแหละคำนิยามที่เหมาะกับเธอ ก็พุ่งออกมาจากประตูสู่ยมโลก
" ท่านหญิงกลับเข้าไปเถอะขอรับ ท่านราชาไม่อาจปล่อยท่านออกมาเจออันตรายหรอก" ยมทูตทั้งสองหันไปเกลี้ยกล่อมเธออย่างเอือมระอา
"งั้นจะให้เราบอกท่านพ่อไหมว่าพวกท่านทำงานกันล่าช้าปล่อยให้วิญญาณผู้น่าสงสารเกือบโดนผีร้าย งาบกิน"
"มิได้ขอรับ ท่านหญิงกลับไปกับเราก่อนเถอะรอบหน้าค่อยออกมาใหม่ พวกเราจะพาท่านหญิงออกมาจริงๆขอรับ" ทั้งคู่ก้มหัวลงอย่างนอบน้อม นางฟ้าตัวเล็กๆมีอิทธิพลถึงขนาดนี้เลยงั้นหรอ เธอยืดตัวยิ้มแฉ่งอีกครั้งก่อนจะเข้าไปตบบ่าของยมทูตคนละข้างให้ทำตัวตามสบายและไม่ลืมส่งยิ้มมาทางฉันด้วย
เธอช่างสวยเหลือเกิน นัยต์ตาสีชมพูประกายม่วงนั้น ช่างเหลือเชื่อ อีกทั้งโลกหลังความตาย...หลังจากนั้นสติของเธอก็เริ่มจะเลือนลาง
ความคิดเห็น